Slaver's Grace
posted on 01 Dec 2009 23:31 by keechan in Books-Movies
....
ไม่รู้จะเริ่มเขียนอะไรก่อนดี
ฮือออออออออออออออออออออออออออออ
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ปลาบปลื้มอ่ะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ
โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
เล่าจากไหนดี ฮื้ออออ
(คนอ่าน: กูไม่รู้เรื่อง)
ฝันเป็นจริงแล้วค่ะ (ก็เว่อไป)
Slaver's Grace
เป็นบ้าไปแล้วอ่ะ ตั้งแต่กลับบ้านมา จนถึงตอนนี้ ยิ้มเผล่อะ ทำไมถึงกรี๊ดได้ขนาดนี้วะ ไม่เข้าใจ เพราะแม่งรอคอยมานานแน่ๆ เลยอ่ะ ฮืออออออ คาดหวังมานานถึง 2 อาทิตย์ค่ะ (จริงๆ คือเดือนนึงนั่นแหละ แต่ได้มาแล้ว จากนี้ไม่ต้องคร่ำครวญทุกวันอีกแล้ววว)
เอนทรีนี้ก็ สปอยล์นะคะ แต่คิดว่าเขียนได้ไม่รู้เรื่องเท่าไหร่ ฮ่าๆๆๆ คือกะจะกรี๊ดอย่างเดียว ไม่ได้อยากเล่าเรื่องน่ะ 55555 แต่ประเด็นสำคัญมันหลุดมาหมดแหละ ^^'
เอ่อแล้วก็ เขียนด้วยอารมณ์ดิบๆ เถื่อนๆ จะมีคำหยาบคายหลุดมาเป็นระยะค่ะ (ฮา) โอ้ยแย่อะ ไม่กุลสตรีเลย กร๊ากกก
ก็คือ พอกลับบ้านมา เห็นว่ามันมาแล้วล่ะ ก็รีบโฮกอย่างรุนแรง แบบว่า ใจเต้นนะ (เว่อ???) แต่หักห้ามใจไว้ เราต้องอาบน้ำกินข้าวก่อน โทรหาเพื่อนเหรียญเพื่อแสดงความยินดีว่ามันมาแล้ว (ฮา) แล้วก้อคงเป็นวันที่อาบน้ำกินข้าวได้เร็วโคดๆ อะ 555555555
พออาบน้ำกินข้าวเสร็จแล้วก็มาตั้งหน้าตั้งตาอ่าน แบบ มันจะรีบๆ เปิดไปเร็วๆ อ่ะ ตานี่กวาดไปบรรทัดล่างๆๆๆ เรื่อยๆ แต่ก็อดใจย้อนกลับไปอ่านหลายๆ ทีให้ซาบซึ้งกับคำบรรยาย โอ้ยยยยยย
ช่วงแรกๆ ก๊าวมากกกกกกกกกกกกกกกกก ถึงจะคิดว่าซาเอกิโง่ก็เถอะ แต่แบบ... ก็เจ็บปวด ก็เข้าใจในความโง่ของมันนะ (ฮา) ยิ่งตอนที่โองาตะแปลคำพูดในคืนนั้นให้ฟังเนี่ยแบบ... ซาเอกิเอ๊ยยยยยย แต่ขอโทษนะ กูขอขัดหน่อย สกิลภาษาฝรั่งเศสมึงต่ำต้อยถึงขนาดเชอแตมยังไม่รู้จักเนี่ย แต่ดันจำประโยคยาวๆ ที่ชูอิจิพูดให้ฟังได้ถูกเสียด้วยนะ มึงจะเก่งผิดเรื่องไปมั้ยคะะะะะะ
เออ แล้วก็พอได้อ่านเต็มเล่มแล้วก็รู้สึกว่า การหาสปอยล์ภาษาจีนไปโยนใส่ให้กูเกิ้ลแปล ก็แปลออกมาพอจับใจความสำคัญได้นะ กร๊ากกกกกกกกกก ประเด็นหลักๆ นี่สปอยล์ออกมาหมดเลย (ถึงจะต้องถอดรหัสลับกันอย่างขำๆ)
ช่วงต้นเป็นช่วงที่แอ๊งที่สุดแล้ว ซาเอกิสำนึกผิดไปซะะะะะะะะะะะะะะะะะะ โอ้ย สงสารแกนะ แต่ก็สมน้ำหน้าในความโง่อ่ะ แต่เอาเถอะ ถ้าแกไม่โง่คงไม่มีอะไรแอ๊งๆ ให้อ่าน 5555
โอ้ย ช่วยด้วยย คืนนี้จะนอนหลับมั้ยค้าาาาา ป่านนี้ก็ยังยิ้มอยู่เลยค่าาาาา
ผ่านส่วนแอ๊งๆ แสนยาวนาน (จริงๆ ก็ไม่กี่บท แต่อ่านแล้วรู้สึกมันนานกว่าช่วงอื่น) ซาเอกิตอนร้องไห้เพราะเจ็บปวด ตอนร้องไห้เพราะดีใจ... มัน... อ่านแล้ว... กรี๊ดมากค่ะ (กรี๊ดยังไงวะ??? แต่เข้าใจกันใช่มั้ยคะว่ามันกรี๊ดดดด น่ะค่ะะะะ โฮกกกก)
พอชูอิจิกลับมา... ก็.. แอ๊งอั๊ยต่ออะ ฮื้อออออออออออออออออ ซาเอกิเริ่มหายโง่ซะทีเว้ยยย ถูกใจมากค่ะ ที่แกบอกรักจนได้ แถมแม่ง คนเขียนอิมแพคอ่ะค่ะ พูดแพทเทิร์นประโยคเดียวกะที่ชูอิจิอยากได้ยินในเล่ม 4 เลย โฮกกกกกกกกกกกกกกกกก แล้วก็อึดอัดแทนชูอิจิมากๆ อ่านแล้วแทบจุก ตอบอะไรไม่ได้ แต่เค้าอ่านแล้วก็ปลื้มนะ... ตอนที่ซาเอกิดีใจ... บรรยายนิดเดียว แต่คงจะดีใจมากๆ เลยล่ะ ที่ได้ยินเสียงของชูอิจิน่ะ ฮือออออออออออออ ส่วนชูอิจิคงดีใจที่ได้เห็นซาเอกิยิ้มแน่ๆ ยิ้มเพราะว่ารักตัวเองน่ะ เป็นอะไรที่ต้องอบอุ่นหัวใจมากแน่ๆ เลย โอ้ยยยยย ดิฉันเริ่มเพ้อค่ะะะะะะ ถึงจะเจ็บปวดเรื่องร่างกายของตัวเองอยู่ก็เถอะนะ แต่ต้องดีใจมากกว่าแน่ๆ
ชอบช่วงนี้ ฮือ... ดีใจที่ซาเอกิเดาใจชูอิจิถูกว่าถ้ากลับมาแล้วจะรู้สึกยังไง อยู่ในสถานการณ์แบบนั้น ก็คิดว่าแกคาดการณ์ได้ดีมากนะคะ ถึงภาษาฝรั่งเศสมึงจะต่ำต้อยขนาดเชอแตมยังไม่รู้ว่าแปลว่าไรเนี่ย (กร๊าก)
ที่ชอบอีกก็... ตอนที่ชูอิจิแอบน้อยใจว่า ซาเอกิไม่ได้แตะต้อง แหดดดดด มึงทำตัวเป็นพระเอกมากค่ะตอนนี้ ดูแลอย่างดี ไม่ล่วงเกิน ไม่หวังผล (แต่กูรู้นะคะ ในใจมึงต้องหื่นแน่ๆ ค่ะะะะะ) ชูอิจิเลยหงอยซะงั้นว่าทำไมไม่จูบเหมือนเคยล่ะ... โหยยยยยย เกินไปแล้วนะคะ เกินไปแล้ววววววววววววววววววว ไอ้ความคิดที่ว่าอยากให้จูบ อยากให้กอดเนี่ย มันน่ารักโคดๆ ค่ะ!!!!
ส่วนเนื้อเรื่อง... ก็ช่างมันเหอะ กร๊ากกก ไม่ค่อยแปลกใจกะคุโรซากิซัง เพราะอ่านรหัสจากสปอยล์จีนแปลไทยโดยกูเกิ้ลมาแล้ว แต่คุณพ่อออกมาได้เลวมากค่ะ ตัวร้ายค่ะ แย่นะคะะะะะะ จะมาพรากลูกสะใภ้แสนสวยไปจากลูกชายได้ยังไง แถมลูกสะใภ้ป่วยนะคะคุนพ่อออ ใจร้ายยยยยยยยย (ว่าไปนั่น)
โอ้ยๆๆ แต่ชอบตอนนี้ค่ะ ตอนที่ชูอิจิรู้เรื่องป๊ะป๋าของซาเอกิอะ หึงได้สุดยอดมากกกกกกกกกกกกกกกกกก หึงแบบผู้ดีมากอ่ะค่ะคุนนนนน คิดว่าไม่อยากให้ใครแย่งซาเอกิไป ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายเป็นพ่อเค้าก้อไม่อยากให้แย่งไปอะ เชรี่ยยยย ร้อนแรงได้อีกค่ะท่านชูอิจิ!!! ทำตาขวางใส่คุณพ่อสามีด้วยนะคะ ช่างกล้าาาาา ขนาดป่วยนะเนี่ย (ฮา) ทั้งรู้สึกว่าตัวเองน่ารังเกียจเพราะคิดแบบนี้น่ะ โถ ชูอิจิซามะ เค้าเรียกว่าหึงอย่างรุนแรงเท่านั้นเองค่ะะะ (แค่หึงพ่อเค้าเอง...) เรื่องปกติมนุษย์ค่ะ อย่าไปคิดมาก (แต่คิดมากได้โคดโมเอ๊ะค่ะะะะะะ)
มาตอนจบเลยเหอะ ดิฉันว่าพอเขียนเอนทรีนี้เสร็จดิฉันก็ต้องรู้สึกว่าข้ามอะไรไปแน่ๆ อะค่ะ แต่ช่างเหอะ ควรรีบเขียนให้เสร็จแล้วไปนอน กร๊ากก
ก่อนจบนิดหน่อย... ตอนที่... รักกันก่อนจะไปขึ้นศาล ชอบม๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก ตอนชูอิจิบอกว่าอยากให้ซาเอกิบอกทุกอย่างว่าคิดอะไร ไม่อยากเข้าใจผิดอีกแล้ว ตบท้ายด้วย
"ฉันเองก็อายนะ... แต่อยากฟัง... ทุกอย่าง"
เช็ดดดดดดดดดดดดดดดดดด โมเอ๊ะไปมั้ยคะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด
ประโยคลามกของตอนนี้... ไม่รู้ทำไม แต่เค้าชอบอีกแล้วอ่ะะะ
"แน่น... นาย... ใหญ่"
"คุณแคบเกินไปต่างหาก"
โอยยยยยยยยยยยยยยยยย เลิฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ ลามกอะ แต่รักกันนนนนนนนนนนนนนนน
ชูอิจิช่างเป็นคนที่ตั้งใจวางแผนทำอะไรได้แล้ว... ต้องทำอย่างนั้นจริงๆ โดยที่โคดแม่นมั่นอ่ะ คือ... แบบ... ดิฉันไม่เห็นจะแตกต่างถ้าคุนจะบอกรักเค้าไปตั้งแต่เนิ่นๆ นะคะะะะะะะะะะะะะะะ ถ้าเกิดแอคซิเดนอะไรขึ้นมาไม่ได้บอกกันจะทำยังไงค้าชูอิจิคุ๊งงงงงง แต่เอาเถอะ เพราะเป็นอย่างนั้น ตอนจบ... ถึงได้... เห้อ...
ปลื้มแทน... ซาเอกิ จากผู้ชายคนที่เคยเห็นแต่ความแข็งกร้าวมาตลอด 4 เล่มคนนั้นน่ะ ร้องไห้ เพราะได้ยินคนที่ตัวเองรักบอกว่า "ฉันรักนาย รักมากด้วย"
ร้องไห้ดีใจใหญ่เลยอะ... ปลื้ม... แปลว่ามึงยังคงโง่จนถึงหยดสุดท้าย ที่เค้าทำ+พูด มันก็แทบจะสื่อได้หมดแล้วนะเว้ย กับคำว่า "รัก" อะ แต่ไม่แน่ใจสินะ จนกว่าเค้าจะบอกน่ะ... ซาเอกิแม่ง... ช่าง... โง่ว่ะ (ฮา)
ชอบความซื่อตรงของชูอิจิด้วย แค่ประโยคตรงๆ บอกว่า
"เคยเกลียด... แต่... ตอนนี้รัก"
มัน.... แค่นี้มันก็กรี๊ดแล้วอะ โอ้ยยยยย ซาเอกิแม่งก้อมาพระเอกตอนจบอีก มีถามนะ "จูบ......ได้มั้ยครับ" ก่อนหน้านี้สี่เล่มมึงเคยถามเค้าด้วยหรอ ห่านนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน ทำตัวควายเชียวเล่มสุดท้ายเนี่ย กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
แต่ก้อดีค่ะ เพราะชูอิจิได้ตอบว่า "ได้สิ จูบฉันหน่อย" โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ไอ้ตอนที่พร่ำเพ้อว่าการพบกันเป็นพรหมลิขิตเวิ่นเว้ออะไรนั่น ดิฉันว่ามันโคดไร้สาระเลยค่ะ แต่มันทำให้รู้สึกว่า ไอ้สองคนนี้มันบ้ารักกันจริงๆ นะคะะะ กรี๊ดดดดดดดดดดดดด คนที่เค้าตกหลุมรักกันและกันก็คงจะคิดแบบนี้แหละ ฮือออออออออออออออ เลี่ยนเว้ยยยยย แต่กูชอบบบบบบบบบบบบบบบบบ
แล้วก็... จบได้ซะที
จริงๆ เรื่องนี้ทำอารมณ์อั๊งหายวูบไปเหมือนกันนะ ไอ้ตอนเป็นเนื้อเรื่องตรงกลางเนี่ยแหละ (ฮา) แต่ก็นะ ชูอิจิฟื้นตัวเร็วมากค่ะมึง ไม่ถึงปีสามารถมาปั่มป๊ามได้อย่างดี๊ด๊าแล้วอะ แต่ก็สันนิษฐานกันว่าไอ้ี่ที่หมอบอกมันคงจะเป็น worst case อย่างที่ซาเอกิแซวให้ฟัง (อุ้ย ตอนนั้นก็ชอบนะ น่ารักโคดอะ) แค่ตอนที่พูดได้แล้วนี่ก็คิดว่ามันฟื้นตัวโคดเร็วแล้วล่ะ เอาเหอะ อย่าไปเถียงไรมันมาก อ่านแล้วอั๊งเป็นพอ
อื่นๆ มันก็ไม่ได้มีไรมากมาย คิดว่าความแอร๊งมันเพิ่มขึ้นเพราะติดตามเรื่องนี้มานานแรมปีเหอะ... เป็นนิยายเรื่องแรกๆ ที่อ่านนิยายวายแปลใหม่ๆ ตั้งแต่สมัยโน่นนนนนนนนนนนนนนนนน 7 ปีป่าววะ (ก๊าก นานนมมาก) พอได้ตามอ่านจนจบเลยรู้สึกพีคเป็นพิเศษ (แต่ในเนื้อเรื่องหลักมันผ่านไปประมาณแค่ไม่ถึง 2 ปีเหอะ ถึงเวลาจริงๆ มันจะ 9 ปีกว่าๆ ก็เถอะนะ แต่มันข้ามช่วงที่สองตัวนั้นเรียนมัธยมกะมหาลัยไปหมดเลย เพราะงั้นไม่นับบบบ) เนี่ยๆๆ อ่ะ เค้ากรี๊ดมาตั้งแต่ปี 2005 เชียวนะะะะะ
http://keechan.exteen.com/20050208/slaver-s-y (ยังมีหลักฐานหลงเหลือด้วย ฮา)
อยากอ่านโดจินเรื่องนี้ต่อแล้ว ออกมาโลดดดดดดดดดดดดดดดดด อยากอ่านชะตากรรมของเมล์ที่ชูอิจิเขียนซุกไว้พวกนั้นนนนน ถ้าซาเอกิมาอ่านมันต้องแอ๊งอั๊งแน่ๆ เลย กรี๊ดดดดดดดดดดดด เออ นึกได้ตอนจบหน่อยนึง ที่ชูอิจินึกออกเรื่องโค้ทแดง โน่นนี่นั่นทุกอย่าง ก็รู้สึก เออ... ทีอย่างนี้นึกออกง่ายดีนะมึง ตอนเล่ม 3 เค้าก้อใบ้ให้เยอะ เสือกนึกไม่ออก แหม๊~~~~ เอาเข้าปั๊ยยยย ส่วนอีกตอนนึง... ตอนสุดท้ายน่ะแหละ
"รัก... ทาคานาริ" ไอ้นี่ไม่เท่าไหร่ อั๊งหัวใจเล็กน้อย แต่ไอ้ต่อมานี่สิ
"ผมก็รักชูอิจิ"
มันไม่มีมาท่านชูอิจิแล้วอ่ะ มัน... รักกันแล้วอ่ะ ในฐานะคนรักแล้วอ่ะ โฮววววววววววววววววววว ยินดีด้วยนะทั้งสองคนนนนนนนนนนนนนน
โอ้ยๆๆ วันนี้จะนอนหลับมั้ยเนี่ยยย ปลื้มอ่ะะะะะ นอนดึกเลย กรี๊ดดดดด ฮืออออ มีความสุขขขขขขขขขขขขข
เค้าเตรียมเพลงเปลี่ยนไว้ให้ทั้งสองคนเลยนะคะ โมริซากุบันซายยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!
พรุ่งนี้จะพกไปบูชาที่ทำงานดีมั้ยวะ (เป็นเอาหนักค่ะดิฉัน)

