FinalFantasy-KingdomHearts

ลงขัดจังหวะท่านชูอีกแล้วค่ะ ขอโทษนะคะ TT^TT
 
แต่มันมีคนมากรี๊ดแซคคลาวด์แล้วมันเลยเขียนคู่นี้อีกแล้วอะ...
 
ควรจะเรียกว่า AU มั้ยไม่แน่ใจ แต่คิดว่ามันเข้าข่าย AU อยู่นะ...
 
 
 
 
เอกทีนจะล่มยังไงก็ยังจะลงต่อ *ไม่ยอมแพ้*
 
 
 
 
 
 
 
 
 

“คลาวด์?”

เสียงของคนที่ไม่คิดว่าจะได้ยินอีกครั้งทำให้เขาตาโต ลูกแก้วสีฟ้าใสมองใบหน้าคนตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็นอยู่

“...แซค?” คลาวด์เปล่งเสียงออกมาแผ่วเบา ใบหน้าของแซคที่อยู่ในระยะใกล้เหมือนจริงเกินกว่าจะเป็นแค่จินตนาการ

หนุ่มหัวเม่นทำหน้างุนงง เลิกคิ้วสงสัยแล้วท้วงถาม “นายเรียกฉันเมื่อกี้นี้นี่?”

“อ้ะ...” รอบตัวเต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน แซคหน้าตาเหมือนที่จำได้ในความทรงจำไม่มีผิดเพี้ยน ขณะคลาวด์กำลังอ้ำอึ้ง เส็งก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเอาการเอางาน

“ตึกนั้นน่ะมีไว้ใช้ตรวจปริมาณมาโค งานของเราครั้งนี้แค่มาสำรวจว่าเกิดอะไรขึ้นเท่านั้น พยายามอย่าไปปะทะใครให้มากล่ะ”

แซคหันไปทางคนพูด “จะบอกว่าให้หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าให้ได้มากที่สุดใช่มั้ย”

คลาวด์จำบทสนทนานี้ได้... นี่คือตอนที่เขาได้เข้าร่วมภารกิจสำรวจเตาปฏิกรณ์มาโคที่โมเดโอไฮม์ แล้วเกิดอุบัติเหตุกับเฮลิคอปเตอร์ที่นั่งมาเสียก่อน เลยต้องเดินท่ามกลางหุบเขาที่หิมะปกคลุมหนาแน่นกันแบบนี้

นี่คือ... ครั้งแรกที่เขาได้พบกับแซค

 

 

 

--------------------------------

 

 

 

คลาวด์คิดว่าเขากำลังฝันไป หรือไม่ก็กำลังวนเวียนอยู่ในความทรงจำเก่าๆ เมื่อนานมาแล้ว ในเมื่อ... สิ่งที่เขากำลังเห็น มันไม่มีทางจะเป็นไปได้

“คลาวด์? นายมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไงน่ะ” เจ้าของห้องถามพร้อมสีหน้าแปลกใจสุดขีด แน่อยู่ล่ะ... กับทหารชั้นล่างที่เพิ่งเคยพูดคุยกันแค่ครั้งเดียว แต่วันนี้กลับมาดักรอถึงหน้าห้อง ภาพพจน์ของเขาคงไม่ดูดีขึ้นมาเท่าไหร่

คลาวด์รู้สึกแปลกๆ เช่นกันที่ตัวเองกลายเป็นฝ่ายไล่ตามแซค ทั้งที่ในความเป็นจริง หลังจากที่พบกันครั้งแรกคราวนั้น เขาไม่เคยพบแซคอีกเลยจนกระทั่งอีกฝ่ายได้เลื่อนขั้นเป็นเฟิร์สคลาส เพราะว่าคนที่จับความสนใจเขาได้อยู่หมัดคือเซฟิรอธ พออีกฝ่ายมีตำแหน่งเท่าเทียมกันเลยทำให้เขาสนใจขึ้นมาบ้าง คิดอย่างนั้นแล้วก็รู้สึกผิดกับแซคขึ้นมา... แต่คนที่เข้าหาก่อน ชวนเขาไปนอนร่วมห้อง ทำตัวเกาะติดเอย ซื้อของขวัญให้เอย หลังจากนั้นมันก็คือแซคทั้งนั้น

“...ฉันมารอนายน่ะ” คนฟังเอียงคอ ไม่เข้าใจความหมายของประโยคนั้น ทำเอาคนพูดหน้าแดงเสียเอง “ฉันหมายถึง... เอ้อ—” คลาวด์หาคำแก้ตัวที่ฟังดูดีไม่ทัน เขามายืนรอแซคหน้าห้องพักโดยที่ไม่ได้คิดเตรียมอะไรมาก่อน สถานการณ์ประหลาดก็ทำให้เขาหัวหมุนจนไม่รู้จะเริ่มต้นพูดตรงไหนก่อน

ดวงตาสีฟ้าเคลื่อนมองด้ามดาบที่โผล่ให้เห็นจากไหล่กว้างของคนตรงหน้าโดยอัตโนมัติ ดาบของแซคตอนนี้ยังใหม่เอี่ยมไร้ริ้วรอย

คลาวด์ไม่รู้ว่านี่คือความจริงหรือความฝัน และถ้าหากเป็นจริง... การที่เขาย้อนเวลามายังจุดเริ่มต้นก่อนเหตุการณ์ทั้งหมดจะเริ่มขึ้นนั้นจะช่วยให้เปลี่ยนแปลงอนาคตได้หรือเปล่า ถ้าเขาลงมือทำอะไรลงไป อนาคตที่เขาเคยรู้จักจะได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน

แซคเกาขมับ ความสงสัยยิ่งเพิ่มมากขึ้น “มีอะไรให้ฉันช่วยรึเปล่า”

“ฉัน...”

จากนี้อีก 5 ปีนายจะตายเพราะสละชีวิตเพื่อฉัน ขืนพูดออกไปอย่างนั้น ต่อให้เป็นคนอย่างแซคก็เถอะ มีหวังโดนหาว่าสติไม่ดีแหงๆ ยังไม่นับรวมด้วยว่าถ้าเขาเปลี่ยนแปลงอนาคตด้วยการทำให้แซคไม่ตายแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ชั่วแวบนั้นเอง ความมีเหตุผลทุกอย่างถูกกระแทกจนกระจัดกระจายด้วยความคิดที่ว่า ‘ถ้าแซคไม่ตาย’

ถ้าทำให้แซคมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ในอนาคตล่ะ...? จะมีคนคนนี้อยู่เคียงข้างต่อไป การต่อสู้อันน่าขมขื่นกับเซฟิรอธอาจไม่ใช่เรื่องทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส ณ ตอนนั้น เขาเกิดความคิดเห็นแก่ตัวว่า คนอื่นจะเป็นยังไงก็ช่าง ขอแค่แซครอดชีวิตก็พอ

“ฉัน... เอ่อ... ฉันชื่นชมนายมากนะ แซค!” คลาวด์โพล่งออกไปก่อนจะไตร่ตรองผลลัพธ์ได้ทะลุปรุโปร่ง แค่เห็นใบหน้าของแซคตรงหน้า ก็แทบจะทนไม่ไหวที่จะโผเข้ากอดด้วยซ้ำ

“เอ่อ... ก็... ขอบใจนะคลาวด์ ถึงฉันจะงงๆ นิดหน่อยก็เถอะ” แซคกลอกตา ตอบรับอย่างคนมีอัธยาศัยดีแม้อยู่ในสถานการณ์ที่น่าสงสัย

“ขอโทษที่จู่ๆ ก็มาพูดอะไรอย่างนี้ ฉัน... ตั้งแต่ได้คุยกับนายจริงจังครั้งแรกก็รู้สึกดีมากๆ ฉันหวังว่าเราจะเป็นเพื่อนกันได้ ถึงฉันจะเป็นแค่พลทหารชั้นล่างก็เถอะ เอ้อ... นายคงไม่รังเกียจใช่มั้ย” แทบไม่อยากเชื่อว่าคำพูดอย่างนี้จะออกจากปากตัวเองได้ แซคจะมองว่าเขาเป็นตัวประหลาดรึเปล่าที่จู่ๆ มาเสนอตัวเป็นเพื่อนทั้งที่เพิ่งคุยกันได้แค่ครั้งเดียว

“ไม่มีปัญหาหรอกเพื่อน นายเองก็แข็งแกร่งใช่ย่อยนี่นา ฉันเห็นฝีมือตอนที่ช่วยจัดการไฮเดกเกอร์ ฉันว่านายได้เรื่องว่าเส็งที่เป็นเทิร์คเสียด้วยซ้ำ”

แซคพูดถึงเหตุการณ์ที่โมเดโอไฮม์ ที่จริงแล้วเขาไม่ได้ทำตัวมีประโยชน์สักเท่าไหร่ เมื่อก่อนเขาตัวเล็กมากจนสู้แรงใครไม่ไหว ถึงทักษะจะเพิ่มขึ้นกว่าเดิมก็ตาม แต่การกลับมาอยู่ในวัยรุ่นอายุแค่ 16 ทำให้ข้อได้เปรียบลดลงไปเยอะ

“นายพูดเกินไป ฉันไม่ได้เก่งกาจอะไรขนาดนั้น” เป็นตัวถ่วงที่ทำให้นายลำบากจนสุดท้าย... ใบหน้าอ่อนเยาว์สลดลงชัดเจน อีกฝ่ายจึงลูบศีรษะปลอบอย่างนึกเอ็นดู

“ใครว่าล่ะ นายน่ะยอดเยี่ยมสุดๆ สำหรับอายุเท่านี้แล้ว”

“คนที่ยอดเยี่ยม น่าจะเป็นนายมากกว่า” คลาวด์ฝืนยิ้มไม่ให้ผิดสังเกต แต่พอเอ่ยชม หนุ่มหัวเม่นกลับมีสีหน้าหม่นหมอง “เอ้อ ขอโทษ... ฉันพูดอะไรผิดไปงั้นเหรอ”

“ฉันเองก็ไม่ได้เลิศเลออย่างที่นายจินตนาการหรอก ปกป้องเพื่อนที่รักฉันยังทำไม่ได้เลย” แซคพึมพำออกมา เด็กหนุ่มผมบลอนด์ตะลึงงันเมื่อได้ยิน เขาไม่รู้เลยว่าแซคกำลังพูดถึงใคร และไม่เคยรู้ว่าแซคเคยมีเรื่องเสียใจในอดีตมาก่อน

จะว่าไปแล้ว เขาไม่เคยได้รู้จักแซคจริงๆ จังๆ ก่อนหน้าที่อีกฝ่ายจะได้เป็นเฟิร์สคลาส แซคดูอารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลาจนมองไม่ออกว่าเคยผ่านเรื่องเศร้าโศกอะไรมาบ้าง และแซคเองก็ไม่เคยเล่าให้เขาฟัง

“นายหมายถึง...”

“อ้ะ โทษที ไม่ใช่เรื่องที่นายต้องใส่ใจหรอก เรื่องมันแล้วไปแล้ว เป็นบทเรียนของความอ่อนแอของฉันน่ะ”

ถึงจะพูดอย่างนั้น... แต่เขาอยากรู้นี่นา เรื่องของแซคที่ไม่เคยรู้มาก่อน ยิ่งเห็นแววตาเศร้าสร้อยที่นานๆ ครั้งจะแสดงให้เห็นเขายิ่งอยากถาม ทว่าก่อนจะได้ถามออกไป—

ร่างสูงของเซฟิรอธเดินผ่านไป เส้นผมสีเงินปลิวเฉียดในระยะใกล้ นักรบผมเงินเดินผ่านไปราวไม่เห็นเขามีตัวตนอยู่ตรงนั้น ดวงตาสีเขียวมรกตเหลือบมองแซค แล้วเอ่ยคล้ายไม่ใคร่ใส่ใจ

“มัวแต่ทำอะไรอยู่ ถึงเรื่องเจเนซิสจะจบลงแล้ว ไม่ได้แปลว่านายจะเที่ยวเล่นได้ตามใจ สำนึกในฐานะเซคคันด์คลาสด้วย”

“รู้แล้วล่ะน่าคุณเฟิร์สคลาสตลอดกาล”

มีความขุ่นมัวแฝงในน้ำเสียงของเซฟิรอธ และแซคเองก็รู้สถานการณ์ดี คลาวด์เดาได้แต่เพียงทั้งคู่ผ่านภารกิจอะไรบางอย่างมาด้วยกัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องดี กระนั้นก็ตาม เมื่อเห็นเซฟิรอธ เขาได้แต่มองตามแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

ชายผมเงินผู้วิกลจริต เซฟิรอธคือจุดกำเนิดของหายนะ เซลล์ของเจโนวา ฆ่าล้างหมู่บ้านนีเบิลเฮม มาเทเรียดำ แม้ในขณะเดียวกันก็น่าสงสารและโดดเดี่ยว แต่คลาวด์ไม่สามารถมองชายหนุ่มด้วยแววตาหลงใหลเหมือนเมื่อก่อนได้

กระทั่งเซฟิรอธเดินพ้นออกไป เขาหันมาสบตาแซคที่ขมวดคิ้วแล้วก้มหน้าเข้ามาใกล้

“แซค?”

“นายนี่แปลกคน ไหงมองเซฟิรอธเหมือนเขาไปก่อเรื่องเจ็บแค้นให้นายอย่างนั้นล่ะ”

ไม่ผิดไปอย่างที่พูด เพราะว่าเซฟิรอธสร้างเรื่องให้เขาแค้นน่ะสิ บ้านเกิดแสนสำคัญถูกทำลายลงก็เพราะชายคนนั้น ถึงแม้ว่านั่นยังไม่เกิดขึ้นก็ตาม

คลาวด์ปั้นหน้าให้เป็นปกติ พูดปดออกไป ที่จริงก็ไม่นับว่าโกหกหรอกในเมื่อเซฟิรอธยังไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย... ตอนนี้ล่ะก็นะ

“ไม่ได้มีอะไรหรอก เซฟิรอธแค่ดูน่าเกรงขามแล้วก็ไม่ค่อยเป็นมิตรน่ะ”

แซคผิวปากหวือ “นายเป็นคนแรกที่กล้าวิจารณ์เซฟิรอธย่ำแย่ขนาดนี้เลยนะเนี่ย!” พูดพลางหัวเราะขบขัน คลาวด์ยิ้มออกมาโดยอัตโนมัติเมื่อเห็นอีกฝ่ายยิ้มออก

“เซฟิรอธเก่งก็จริง ฉันไม่เถียงเรื่องนั้น แต่ฉันใฝ่ฝันอยากจะเป็นเหมือนนายมากกว่า” เด็กหนุ่มเอ่ยออกไปโดยไม่ทันคิด แซคชอบน้อยอกน้อยใจบ่อยๆ ว่าเขาเอาแต่สนใจเซฟิรอธ เลยสรุปเอาเองว่าการพูดแบบนี้น่าจะทำให้แซคดีใจ ซึ่งหนุ่มหัวเม่นก็ดีใจอยู่หรอก แต่ในขณะเดียวกันก็มีเครื่องหมายคำถามอยู่เต็มหน้า

“เอ้อ— ก็... ขอบใจอีกทีแล้วกัน” ตัดบทแล้วตั้งท่าจะขอตัวเข้าห้อง คลาวด์เข้าใจดีว่าใครที่ไหนจะยืนคุยกับคนไม่สนิทกันได้นาน

เขามีความทรงจำในตอนนี้ดีครบถ้วน พรุ่งนี้เขามีภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้เทียวไปเทียวมาในมิดการ์จะหาโอกาสให้ได้เจอหน้าแซคแทบจะไม่มี

ครั้นจะไปถามซอกแซกว่าพรุ่งนี้เจอกันอีกได้ไหมก็ใช่ที่ เขาจะทำให้แซคขยาดเสียเปล่าๆ

“ฉันดีใจที่ได้คุยกับนายนะ”

“อื้อ ฉันก็เหมือนกัน คลาวด์”

เขาโบกมือให้ คิดถึงตอนที่จะได้ร่วมห้องเดียวกับแซคอย่างใจจดจ่อ ภารกิจไร้สาระของชินระน่ะช่างเถอะ ถึงยังไงเขาก็ไม่มีทางเป็นเฟิร์สคลาสได้อยู่แล้ว เรื่องอะไรจะมัวจับเจ่าอยู่กับภารกิจงี่เง่ากันล่ะ

จะไม่เป็นฝ่ายรออีกแล้ว เขาจะรวบรวมข้อมูลของเจโนวา ความลับของชินระ การทดลองของโฮโจ แล้วบอกแซคก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

ฉันจะไม่ยอมเสียนายไปอีก

คลาวด์กำหมัด เงยหน้ามองป้ายชื่อห้องที่เขียนว่า Zack Fair ด้วยแววตามุ่งมั่น

อนาคตจะเปลี่ยนไปยังไงก็ช่าง...

ขอแค่ให้มีแซคอยู่ ขอให้แซคมีชีวิตอยู่ต่อไปเท่านั้น

 
 
 
 
 
 
 
To be continued...