[Hetalia Fanfiction] Muspelheim (2)
posted on 22 Sep 2009 15:38 by keechan in Fictionเนื่องจากตอนนี้... เน็ตที่ทำงานงอแง เข้าได้แต่เวบไทย
ก็ว่าง...
ก็ลงต่อละกัน... งือ
Muspelheim (2)
Pairing : Denmark x Iceland, Norway x Iceland (Russia x Iceland เล็กน้อย, Denmark x Norway เล็กน้อย)
Warning : พิศาล ตบจูบ ละครหลังข่าว นางเอก หนังไทย ช่องเจ็ด (?)
Sequel to Niflheim
เดเนอร์เนสค้างแค่คืนเดียวก็ต้องกลับไปที่บ้านตัวเอง แน่นอนล่ะ ในสถานการณ์แบบนี้ ไม่ว่าใครก็ทิ้งบ้านมานานๆ ไม่ได้ เขาเองก็มีงานต้องสะสางอีกมากมาย จะเอาแต่นอนทั้งวันไม่ได้
นกพัฟฟินยังบินร่อนรับอากาศปลอดโปร่ง ถึงอย่างนั้นมันก็ได้รับผลกระทบจากอากาศที่ร้อนขึ้นไม่น้อย บ่อยครั้งที่การอยู่ในบ้านเพื่อหลบแดดเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เจ้านกตัวเล็กเดินต้วมเตี้ยมอยู่แถวหน้าบ้าน เขาได้ยินเสียงมันเดินเตาะแตะเป็นจังหวะ แต่สักพักเสียงนั้นก็เงียบลง กลายเป็นเสียงเคาะแทน
“พัฟฟิน?”
นกพัฟฟินใช้จงอยปากเคาะบนผนังไม่ยอมเลิก คล้ายกับจะพยายามบอกกับเจ้าของบ้านว่า ณ ตอนนี้มีแขกที่คุ้นเคยมาเยี่ยมเยียนถึงที่ และกำลังยืนรออยู่หน้าบ้าน
พอเสียงเคาะนั้นไม่หยุดเสียที อีสลันท์จึงต้องลุกออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อเปิดประตูออกไปรอยยิ้มก็ผุดขึ้นมาบนใบหน้าทันที
“นอร์จ! ทำไมไม่เรียกฉันล่ะ”
ใบหน้าของนอร์จปรากฏรอยยิ้มขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบ
“เห็นพัฟฟินอยากจะเรียกฉันก็เลยไม่อยากขัด...”
ร่างโปร่งเว้นระยะแล้วจึงถามต่อ “เข้าไปได้รึเปล่า อีสลันท์”
“อื้อ เข้ามาเลย โทษทีนะ ช่วงนี้ก็จะรกๆ อย่างนี้แหละ”
เมื่อได้ยินคำเชิญ เขาจึงก้าวตามเจ้าบ้านเข้าไป นอร์จเหลียวมองรอบๆบ้านที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปเท่าไหร่นักจากครั้งสุดท้ายที่มา จะมีก็กองเอกสารที่สุมอยู่มากมายเท่านั้นที่เพิ่มขึ้น
“... ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง”
“ก็ดีขึ้นแล้วล่ะ ถึงจะยุ่งอยู่เหมือนเดิมก็เถอะ” อีสลันท์ตะโกนบอกขณะเดินเข้าครัวไปเตรียมกาแฟรับแขก
“ได้ยินอย่างนั้นก็ดี...” นอร์จตอบรับก่อนจะเอ่ยต่อ
“เดเนอร์เนสมาหานายเหรอ...” จริงๆ แล้วนี่เป็นคำถามที่เขาไม่ต้องการคำตอบ ระหว่างทางมาที่นี่เขาสวนกับเดเนอร์เนส หากไม่ใช่เพราะว่าเยี่ยมอีสลันท์ เขาก็รู้ดีว่าคนอย่างหมอนั่นไม่มีทางมาเดินทางแถวนี้เรื่อยเปื่อยแน่ๆ
มือที่เตรียมยื่นถ้วยไปรับน้ำร้อนจากกระติกชะงักไปชั่ววินาที ดีที่เขาตั้งสติไว้มั่นถ้วยกาแฟจึงไม่ตกแตกไปเสียก่อน
“อืม... หมอนั่นก็ยังเหมือนเดิมแหละ”
อีสลันท์ปรับเสียงให้เป็นปกติ เขาคาดหวังได้ว่านอร์จตั้งใจจะพูดเรื่องอะไร
“แล้ว... หมอนั่น ยังไม่รู้ 'เรื่องนั้น' ใช่ไหม” น้ำเสียงเย็นเยียบของนอร์จจงใจเน้นที่คำว่า เรื่องนั้น เป็นพิเศษ เขาไม่ต้องการให้ใครรู้— โดยเฉพาะเดเนอร์เนส
พอนึกถึงคนเถรตรงคนนั้น อีสลันท์ก็ยิ้มขื่นพลางส่ายหน้า “ไม่รู้... หมอนั่นไม่รู้อะไรเลย ไม่สงสัยด้วยซ้ำ”
เขายกกาแฟมาวางให้ที่โต๊ะ จากนั้นจึงนั่งลงคอยฟังว่านอร์จมีอะไรจะบอกเขาอีก
มือเรียวเอื้อมหยิบแก้วกาแฟขึ้นจิบ “ดีแล้ว... ถ้าหมอนั่นอาละวาดขึ้นมาในเวลาแบบนี้ คงเป็นเรื่องที่ไม่น่าสนุกเอาเสียเลย”
อีสลันท์นั่งถูมือไปมาจนเหงื่อออก... จะให้รู้ไม่ได้เป็นอันขาด... เขาเห็นด้วยกับนอร์จ ที่จริงแล้วคนที่รู้เรื่องนี้ก็มีเพียงแค่ไม่กี่คน และต่างฝ่ายก็ไม่มีใครอยากจะปล่อยให้เรื่องนี้หลุดรอดออกไปอยู่แล้ว
“ช่วงนี้... นายก็สบายดีแล้วสินะ”
“ถ้าสุขภาพกายน่ะก็ดี... แต่งานก็ยุ่งอยู่เหมือนกัน” นัยน์ตาสีแซฟไฟร์ยังคงสะท้อนภาพของอีสลันท์ที่นั่งตรงข้ามขณะที่ยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มอีกครั้ง
“ยังยุ่งอยู่สินะ... แต่นายยังอุตส่าห์มาเยี่ยมฉัน ขอบใจมากนะ แค่ได้เห็นหน้านาย ฉันก็สบายใจขึ้นมาแล้วล่ะ” อีสลัน์ไม่อาจพูดเสนอไมตรีได้ ในเมื่อเพียงแค่เรื่องของตัวเองเขายังหัวหมุนไม่หยุด
“ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่ได้เจอหน้านายนานแล้ว... ก็เลยแวะมา” นอร์จตอบพร้อมรอยยิ้มจางๆบนใบหน้า ตั้งแต่สุขภาพของอีสลันท์แย่ลง พวกเขาไม่มีโอกาสได้พบกันนักจนกระทั่งตอนนี้
“ฉัน... ไม่เป็นไรแล้วล่ะ... ไม่เป็นไร” อีสลันท์รำพึงคล้ายพูดกับตัวเองมากกว่า
ก่อนที่นอร์จจะได้ทันพูดอะไร เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเสียก่อน เขามองอีสลันท์ที่ลังเลว่าจะรับดีไหมเพราะมีเขาที่เป็นแขกนั่งอยู่ตรงนี้แล้วก็ยิ้มพลางพูดออกมา “รับไปก่อนสิ ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่ได้จะรีบไปไหน...”
“โทษทีนะ” ไม่แปลกอะไรเช่นกันที่ช่วงนี้จะมีโทรศัพท์เข้ามาบ่อย มีเรื่องด่วนมากมายเหลือเกิน
“Halló?”
“ฮะฮะฮะ สบายดีไหม อีสลันท์”
“..............................ครับ” นิ่งไปนานกว่าที่อีสลันท์จะส่งเสียงออกจากคอแหบแห้งของตนได้ ใบหน้าถอดสีทันทีเพียงแค่ได้ยินเสียง
“มี... ธุระด่วนอะไรหรือครับ ถึงได้โทรมา... คุณอิวาน”
นอร์จถึงกับหันไปมองทันทีเมื่อได้ยินชื่อนั้นหลุดออกมาจากปากของอีสลันท์ หมอนั่นยังมีธุระอะไรอีกหรือยังไงถึงต้องโทรมาหา
“ผมอยู่ว่างๆ ก็เลยนึกถึง... ผมไปเล่นด้วยได้ไหม อีสลันท์”
“คือ........”
เด็กหนุ่มได้แต่อึกอัก ถ้าเป็นไปได้เขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับบุคคลอันตรายคนนี้อีก เขาไม่จำเป็นต้องตอบรับ ระหว่างเขากับอิวานไม่มีพันธะอะไรต่อกันอีกแล้ว เขาสะสางทุกอย่างตรงตามข้อตกลงเรียบร้อย
แต่ไม่รู้ว่าทำไม... คำปฏิเสธถึงได้ไม่ออกมาจากปากเสียที
“ว่ายังไง หือ อีสลันท์”
ปลายนิ้วเย็นชื้นด้วยเหงื่อสั่นระริก... แม้จะไม่อยากก็ต้องยอมรับ
ว่าเขากำลังกลัว...
นอร์จที่นั่งดูอยู่เห็นท่าทีของคนตัวเล็กกว่าก็พอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น คนอย่างอิวานมีความสามารถพิเศษในการสร้างแรงกดดันให้กับคนรอบข้างอยู่แล้ว จึงไม่น่าแปลกใจหากอีสลันท์จะเป็นหนึ่งในนั้น ร่างโปร่งลุกขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปหาแล้วคว้าโทรศัพท์มาจากมือของเขา
“ฉันเล่นกับเขาอยู่... ไม่ว่างให้นายเล่นด้วยหรอกนะ” ริมฝีปากของนอร์จยกยิ้มขึ้นขณะเอ่ยเสียงเรียบเย็นใส่โทรศัพท์ไป
เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะที่น่ารังเกียจกลับมาเป็นคำตอบ นอร์จวางหูโทรศัพท์เพื่อตัดสายสนทนาทันที... ไม่มีความจำเป็นใดๆ จะต้องพูดต่อ
“นอร์จ...” อีสลันท์เอ่ยด้วยเสียงสั่นๆ “จะดีเหรอ ไปทำแบบนั้น...”
ใบหน้าสวยระบายรอยยิ้มคลายกังวลให้ “ไม่มีอะไรผิดนี่... นายไม่มีธุระอะไรกับเขาอีกแล้ว จริงไหม”
จริงอย่างที่อีกฝ่ายว่า
ไม่มีธุระ ไม่มีพันธะ ไม่มีเงื่อนไขต้องทำตาม
ไม่จำเป็นต้องยุ่งเกี่ยวกันอีกแล้ว...
ร่างโปร่งยกปลายนิ้วขึ้นไล้ตามแนวแก้มของอีสลันท์พลางเอ่ยต่อ “ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้ว... รู้ไหม”
“อ... อื้อ”
เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอ เขายังคงตื่นกลัวจากโทรศัพท์เมื่อครู่อยู่ไม่หาย แต่ก็ไม่อยากยืนตัวสั่นเป็นเด็กอยู่อย่างนั้น
เมื่อเห็นปฏิกิริยาที่อีสลันท์มีต่อโทรศัพท์เมื่อครู่ นัยน์ตาสีแซฟไฟร์ก็มีประกายวาบขึ้นเล็กน้อยก่อนที่คนตัวสูงกว่าจะโน้มเข้าหาแล้วแนบจุมพิตเบาๆ บนหน้าผากมน
“... หายกลัวหรือยัง” นอร์จเอ่ยถามเสียงเบาขณะที่ย่อตัวลงจนใบหน้าอยู่ระดับเดียวกัน
ใบหน้าตื่นตระหนกคลายลงไปมาก ถึงจะถูกทำเหมือนกับตัวเองเป็นเด็กที่ช่วยตัวเองไม่ได้ แต่อีสลันท์ก็รู้สึกสบายใจ... เมื่ออีกฝ่ายเป็นนอร์จ
“ขอบคุณ...”
“ถ้าคราวหน้าหมอนั่นโทรมาอีก ก็ปฏิเสธไปนะ...” ร่างโปร่งเอ่ยกำชับ
“ฉันรู้” อีสลันท์รับคำ เขารู้ว่าตัวเองควรทำยังไง แต่เอาเข้าจริงๆ... จะกล้าปฏิเสธอย่างที่ตั้งใจไว้รึเปล่าก็ไม่รู้
มือสองข้างของนอร์จประคองใบหน้าของอีสลันท์ให้สบตาก่อนจะเอ่ยบอก
“นายกับหมอนั่นไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว ดังนั้น... จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น... จำไว้นะ...”
ไม่มี... ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
อีสลันท์ผ่านเหตุการณ์นั้นมาเพราะ ‘ความจำเป็น’ เรื่องราวเหล่านั้นจะไม่มีผลอะไรกับตอนนี้อีกแล้ว นอกจากผลประโยชน์ที่ได้ตามที่ตกลงกันไว้
มันเกิดขึ้น... โดยที่ไม่มีใครรู้เห็น เพราะฉะนั้น... ก็ไม่จำเป็นต้องรู้สึกแย่ หรือรู้สึกผิดอะไรทั้งนั้น
นัยน์ตาสีครามเข้มมีประกายของความดีใจระคนตื่นเต้นสะท้อนอยู่เล็กน้อย วันนี้เดเนอร์เนสตั้งใจจะมาเยี่ยมอีสลันท์โดยไม่ยอมบอกล่วงหน้า เขาคิดว่าการมาเซอร์ไพรซ์บ้างอาจจะทำให้อีสลันท์ดีใจ ในมือถือกล่องเค้กช็อคโกแล็ตที่ซื้อมาฝาก ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มประดับอยู่ไม่จางหาย
ครั้งที่แล้วที่มา อีสลันท์ดูจะดีขึ้นเยอะ จากการที่ต่อปากต่อคำเขาได้ขนาดนั้น ก็ยังดีกว่านอนซมจนพูดแทบไม่ไหวก็แล้วกัน...
ร่างสูงหยุดยืนอยู่หน้าประตูบ้าน ทว่าก่อนที่จะได้ยกมือขึ้นเคาะประตู เสียงที่ดังมาจากข้างในก็ยั้งมือของเขาไว้เสียก่อน
“เราไม่มีอะไรจะต้องคุยกันแล้ว! ผมมีงานต้องทำอีกมากนะ เลิกโทรมาก่อกวนซะที!”
แม้จะเป็นเสียงตะคอก น้ำเสียงของเด็กหนุ่มนั้นกลับแฝงความหวาดหวั่นเอาไว้
เกิดอะไรขึ้นข้างในนั้น...?
ด้วยความสงสัย เดเนอร์เนสจึงลองหมุนประตูดูก่อนจะพบว่าอีกฝ่ายไม่ได้ล็อคไว้ ฝ่ามือทาบลงบนบานประตูก่อนจะดันให้เปิดออกช้าๆ
อีสลันท์กำลังกำโทรศัพท์แน่นด้วยความไม่พอใจ แต่ในขณะเดียวกันก็ร่างกายก็สั่นระริก
“ผมจะคืนให้ตามกำหนดแน่ ตามข้อตกลงอีกสามปี! เพราะงั้นช่วงนี้คุณไม่จำเป็นต้องโทรมาอีก— ....ไม่!!!”
ดวงตาสีม่วงสั่นไหว อีสลันท์กำลังถูกกดดัน โดยที่เจ้าตัวพยายามปฏิเสธเต็มที่
นัยน์ตาสีครามเบิกมองด้วยความประหลาดใจ ไม่ต้องถามก็เดาได้ว่าใครเป็นคนโทรมา อีสลันท์ดูหวาดกลัวขนาดนั้น มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“ขอปฏิเสธ!!! ไม่ต้องโทรมาอีกแล้วนะ!”
ขาดคำเด็กหนุ่มก็กระแทกหูโทรศัพท์ ทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ทำงาน บนโต๊ะยังคงรกไปด้วยเอกสารมากมาย สีหน้าซีดเผือดเหมือนขาดเลือด
เพียงแค่ได้ยินเสียงเท่านั้น... ยังเหนื่อยถึงขนาดนี้ แต่อีสลันท์ก็โล่งใจที่ตนสามารถปฏิเสธได้สำเร็จ
“... เกิดอะไรขึ้น อีสลันท์?? ทำไมเจ้านั่นยังโทรมาหา??” ร่างสูงเดินเข้ามาทันทีที่บทสนทนานั้นจบลง คิ้วขมวดเข้าหากันโดยที่ไม่ทันคิดว่า ตนนั้นได้เข้ามาในบ้านของอีกฝ่ายโดยพละการ
“ด... เดเนอร์เนส!!!”
เด็กหนุ่มลุกพรวดขึ้น จังหวะหัวใจที่เริ่มสงบลงกับเต้นถี่รัวขึ้นอีก “น... นายมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
เขากังวลมากกว่าว่าเดเนอร์เนส... ได้ยินถึงแค่ไหนกัน
“... ก็เพิ่งเมื่อกี๊ แต่ว่าเกิดอะไรขึ้น?? นายมีปัญหาอะไรกับอิวานเหรอ” เขาถามออกไปไม่ใช่เพราะเหตุผลอื่นใดนอกจากความเป็นห่วงที่มีให้กับคนตรงหน้า
“คือ... เปล่าหรอก... ไม่มีอะไร หมอนั่นแค่โทรมาแหย่เล่นแบบไม่รู้กาลเทศะ ฉันก็เลยโมโหน่ะ” อีสลันท์ว่า พยายามบังคับไม่ให้เสียงตัวสั่นจนผิดปกติ
หวังว่าเดเนอร์เนสคงยังไม่สงสัยอะไร... ยังหรอก คงไม่มีอะไรน่าสงสัย
ทว่าเดเนอร์เนสที่อยู่กับอีสลันท์มาตลอดชั่วระยะเวลาหนึ่งมีหรือจะไม่สังเกตเห็นความตื่นกลัวในแววตานั่น ร่างสูงก้าวเข้ามาก่อนจับไหล่บางไว้
“... มีอะไร?”
ร่างโปร่งสะดุ้งเพียงเมื่อถูกจับไหล่ อีสลันท์พยายามควบคุมตัวเองไม่ให้ตื่นตระหนกไปมากกว่านี้
...อย่ากลัวสิ... อย่าทำตัวผิดปกติ...
ไม่อย่างนั้น ‘เรื่องนั้น’ คงแตกแน่
“ม... ไม่มีอะไร ไม่มีอะไร! นายก็รู้ว่าอิวานเป็นคนยังไง ฉันแค่โดนป่วนประสาทจนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวน่ะ”
“ไม่เป็นไรนะ? นี่ ฉันเอาเค้กช็อคโกแล็ตมาฝาก... กินไหม” ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นลูบศีรษะเล็กของคนตรงหน้าช้าๆ มืออีกข้างชูกล่องเค้กที่เอามาให้ดู
ใบหน้าอ่อนเยาว์ผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่ยังไม่มีรอยยิ้ม อีสลันท์หดหู่เกินกว่าจะยิ้มออกแม้จะดีใจที่อีกฝ่ายนำเค้กมาฝาก
ยิ่งเดเนอร์เนสใส่ใจและอ่อนโยนกับเขามากเท่าไหร่... เขาก็ยิ่งรู้สึกแย่... ที่มีเรื่องปิดบังเอาไว้อย่างจงใจ
“อื้อ... ขอบใจนะ... นายอุตส่าห์แวะมาอีกแล้ว”
“ฉันมาให้แปลกใจไง” คนตัวสูงยิ้มกว้างพลางนำเค้กไปวางที่เคาน์เตอร์ “เดี๋ยวฉันใส่จานให้นะ” เดเนอร์เนสรู้ดีว่าอะไรอยู่ตรงไหน ชายหนุ่มเปิดตู้ด้านบนเพื่อหยิบจานใบเล็กลงมาแล้วค่อยหยิบมีดมาหั่นเค้กออกมา ก่อนจะตักใส่จาน
เขาหยิบส้อมออกมาจากลิ้นชักแล้วจึงเดินมาหาอีสลันท์
“กินสิ...”
อีสลันท์เดินห่างจากโต๊ะทำงานระเกะระกะ วางงานทิ้งไว้ก่อนแล้วรับจานเค้กเอาไว้
“...ขอบคุณ”
ดีใจ... แต่ในอกกลับรู้สึกเจ็บแปลบ
เดเนอร์เนส... หวังดีต่อเขาเสมอมา
เดเนอร์เนสยิ้มกว้างพลางรอดูปฏิกิริยาของอีสลันท์หลังจากทานเค้กไปแล้ว ครั้งก่อนที่ทำโกโก้ร้อนให้ก็ถูกว่าว่าขมเกินไป หวังว่าคราวนี้จะไม่ขมแล้ว
“เป็นยังไงมั่ง”
“อืม... อร่อย” ถึงจะตอบอย่างนั้น แต่สีหน้าไม่ได้ไปด้วยกันเลย อีสลันท์พยายามปัดความคิดฟุ้งซ่านไปจากหัว บอกตัวเองว่าไม่เป็นไร
...มันเป็นเรื่องจำเป็น... ที่เราทำ... ไม่ได้ผิด
เดเนอร์เนสไม่เห็นจะต้องรู้ก็ได้
“ฉันซื้อมาจากแถวบ้านล่ะ ตั้งใจเลือกมาให้นายเลยนะเนี่ย คราวนี้ไม่ขมแล้วใช่มั้ยล่ะ?” แม้จะเห็นว่าสีหน้าของอีสลันท์ไม่ดีขึ้น เขาก็คิดว่าลองพยายามอีกนิดเดี๋ยวก็คงดีขึ้น
อีสลันท์แทบอยากจะร้องไห้ เด็กหนุ่มพยักหน้างุด ก้มหน้าก้มตากินเค้กก้อนนั้นโดยไม่เงยหน้ามองฝ่ายตรงข้าม ความเอาใจใส่แสนอบอุ่นนี้มอบให้เขาโดยไม่มีเงื่อนไขมาตั้งแต่ก่อนแล้ว... อีสลันท์ทนย้ำกับตัวเองต่อไปไม่ได้ว่าตนไม่ได้ทำผิด
ก็ถ้ามันไม่ผิด... เขาจะเฝ้าปิดบังและหวาดกลัวอยู่ทำไม...
เพราะการตัดสินใจของเขามันเป็นเรื่องแย่นั่นแหละ... ถึงได้ไม่อยากให้รู้
เดเนอร์เนสแปลกใจกับปฏิกิริยาของอีสลันท์ในครั้งนี้เป็นอย่างมาก บางทีอาจจะเป็นเพราะปัญหาภายในมากมายทำให้ลำบาก ถึงได้ดูเป็นแบบนี้
“... นี่ อีสลันท์... ยังไงเดี๋ยววิกฤติมันก็ผ่านไปได้... นายต้องเข้มแข็งไว้นะ” เขาใช้ข้อนิ้วไล้ตามแนวใบหน้าด้านข้างของเด็กหนุ่มเบาๆ
“...รู้... รู้แล้ว... ฉันรู้”
...เป็นอย่างนี้ต่อไปดีแล้วเหรอ?
ฉันปิดนายต่อไป... ดีแล้วใช่มั้ย
นายที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แล้วยังให้กำลังใจฉันอย่างบริสุทธิ์ใจอย่างนั้นอีก
“อื้ม มันก็ต้องมีบ้างล่ะที่เงินขาด... แต่เดี๋ยวมันก็หมุนวนกลับมานะ อย่างเจ้าเด็กบ้านั่น... ป่วยร่วงไปหนนั้นก็ยังรอดได้เลย... จริงไหม”
ใจของอีสลันท์กระตุกวูบเมื่อได้ยินประโยคนั้น
ประเทศของเขารอดวิกฤตินั้นมาได้เปลาะหนึ่ง ก็เพราะเงินกู้สี่พันล้านจากรัสเซีย
และเพื่อการนั้น...
ปลายนิ้วเย็นเฉียบสั่นระริก พร้อมกับๆ น้ำตาที่ร่วงพรูลงมาโดยไม่รู้ตัว
“อีสลันท์?? เป็นอะไร????” เดเนอร์เนสถึงกับตกใจจนทำอะไรแทบไม่ถูกที่จู่ๆ ก็เห็นน้ำตาจากนัยน์ตาสีม่วง เขายกวงแขนโอบร่างบางเข้ามาพลางเอ่ยปลอบ
“บอกแล้วไง ว่าเดี๋ยวอะไรๆ ก็ดีขึ้น...”
“อือ... ฉันรู้... ฮึก...”
ทนไม่ไหวแล้ว... เดเนอร์เนสที่ไม่รู้เรื่องราวตั้งใจปลอบเขาที่ร้องไห้ด้วยความกลัดกลุ้ม อีสลันท์ไม่อาจทนปิดบังความจริงที่ตนซุกซ่อนไว้ได้อีกต่อไป
ตลอดมา... เดเนอร์เนสไม่เคยล่วงเกิน ไม่เคยวางอำนาจเหมือนแต่ก่อนอีก ปล่อยให้เขาได้จัดการทุกอย่างด้วยตนเอง แล้วยังให้ความสนับสนุนอย่างเพื่อนมาตลอด
อีสลันท์ไม่อยากหลอกลวง... ไม่อยากมีเรื่องปิดบังผู้ชายคนนี้
เด็กหนุ่มละจากอ้อมกอดนั้น จ้องดวงตาสีน้ำเงินที่มีเพียงแต่ความจริงใจให้ ก่อนจะเอ่ยบอกทั้งน้ำตา
“เดเนอร์เนส... ฉัน... มีเรื่องต้องบอกนาย”
To be continued...
เราเตือนท่านแล้วว่ามันจะหนังไทยน้ำเน่า......



เอางั้นเลยหรอครับพี่กี
"หนังไทยน้ำเน่า"
ประโยคนี้แรง!!!!!!
555+
แอบเห็นด้วยนิดๆฮะ เดี๋ยวนี้เจอแต่อะไรเน่าๆขนาดคลองบ้าเรายังอาย = ="
อ่า...เม้นไรเนี่ย
เอาเป็นว่าขอนั่งกอดเข่ารอตอน 3 ครับผม!!
#1 By ~||*+NEAR NASE+*||~ on 2009-09-22 18:59