[Tenipuri AU Fiction] Roaming Hearts (4)

posted on 15 Aug 2009 18:21 by keechan  in Fiction

Cast:

 

hana matsumoto - ทาสชูรัน

shadow - มหาอุปราชโอไซรีส, อัศวินเทเซอุส

KeeChan - เจ้าชายเคย์ริธิส, อัศวินเทเซอุส

 

 

 

เช้าวันใหม่ที่เหล่าสาลิกาเริ่มบินออกจากรัง เทเซอุสอัศวินหนุ่มที่เพิ่งกลับจากหน้าที่มีรับสั่งให้เข้าเฝ้าเจ้าชายอย่างเร่งด่วน แม้ใบหน้าเหนื่อยล้าทว่าหัวใจกลับชุ่มชื้นนัก .....เขาเร่งรุดไปยังห้องบรรทมเร็วเท่าที่สองเท้าจะทำได้ ดาบประจำกายแกว่งไกวตามจังหวะก้าวเดิน

การได้เห็นหน้าบุคคลอันเป็นที่รักนั้นเปรียบดั่งได้น้ำทิพย์มาโชลมจิตใจ

ทันทีที่เสียงฝีเท้าอันคุ้นเคยก้าวมาใกล้ รอยยิ้มสวยประดับก็ผุดผาด แสงอาทิตย์ยามเช้าอันสดใสยิ่งทาบฉายให้เห็นใบหน้างาม เคย์ริธิสที่ยังสวมอาภรณ์บางเบายามนิทราลุกขึ้นนั่งหมิ่นเหม่อยู่บนเตียงสูง รอคอยอัศวินที่รักอย่างยินดี

"เงยหน้าสิ เทเซอุส" คำสั่งแรกออกจากปากเจ้าชาย อีกฝ่ายมักจะพยายามหลบเลี่ยงที่จะสบตาเขา... หากแต่เจ้าชายก็ดื้อดึง ดวงตาสีน้ำตาลนั่นต้องจ้องที่ข้า...

"คิดถึงข้าไหม?"

เมื่อผู้สูงศักดิ์รับสั่ง ผู้น้อยในปกครองก็มิกล้าหักหาญน้ำใจ เทเซอุสค่อยๆเงยหน้าขึ้น ผ่านเรียวขางามที่อยู่เบื้องหน้า ผิวเนื้อเนียนละเอียดผุดผาดสวยงามที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าบางเบายิ่งทำให้ในอกระทึก สายตาลาดไล่ไปยังช่วงอกก่อนจะเสหน้ามองกำแพงเพราะมิอาจจะล่วงเกินคนที่รักมากไปกว่านี้

"เจ้าชายมีอะไรให้ข้ารับใช้"  คำพูดแผ่วเบาเลี่ยงคำถามที่มิกล้าตอบ

"เวลาจะพูดกับข้า มองหน้าข้าด้วย เทเซอุส" เคย์ริธิสเอ่ย แต่ไร้ซึ่งการตำหนิแฝงในน้ำเสียง ออกจะฟังเล่นลิ้นที่ได้เย้าหยอกอัศวินผู้เย็นชายามเช้าเสียมากกว่า

"ฉลององค์บางนัก อากาศยามเช้าเยือกเย็นเพียงนี้ข้าคิดว่าท่านควรเปลี่ยนเป็นผ้าที่ให้ความอบอุ่นคงดีกว่า"  อัศวินหนุ่มเสหน้าออกก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบสายตา

"เมื่อคืนท่านหลับสบายดีหรือไม่" ......แม้จะห่วงเพียงใดแต่ข้าก็ทำได้เพียงไต่ถามทุกข์สุขเท่านั้น  

แทนที่จะตอบคำถามอันปรารถนาดี เจ้าชายกลับยอกย้อนอย่างสนุกปาก "หากเจ้าอยากรู้ มาร่วมห้องกับข้ามิง่ายกว่าหรือ?" เอ่ยเย้ย พลางหัวเราะเบา ๆ "หรือว่า... เจ้าอยากจะร่วมเตียงด้วย"

หากใบหน้าแปรเป็นสัญลักษณ์ได้ หน้าของอัศวินหนุ่มคงกลายเป็นเครื่องหมายคำถามสักร้อยอัน ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองใบหน้าขาวนวลที่พูดราวกับเชิญชวนเขา แววตาท้าทายของเจ้าชายที่รักทำให้เขาไม่แน่ใจว่าเป็นความจริงหรือสิ่งลวง

"ข้ามิบังอาจ....ท่านสูงส่งเกินที่คนอย่างข้าจะอาจเอื้อม"

เคย์ริธิสผุดลุกขึ้นจากเตียงนอน ชุดบรรทมบางเผยให้เห็นลาดไหล่ขาว

...ต้องให้ข้าแปดเปื้อนหรือไร เจ้าจึงจะกล้าแตะต้อง... ความคิดลอย ๆ ผุดขึ้นมาในใจ ไม่หรอก.. ผู้สูงส่งอย่างเขาไม่คิดจะลดตัวลงต่ำเพื่อใคร... เจ้าชายกำลังรอคอยเวลาที่เทเซอุสจะคิดได้ว่าเป็นคนเดียวที่คู่ควรกับตน อดทนรอเพียงเท่านั้น...

"เตรียมน้ำอาบให้ข้า"

"รอข้าสักครู่"  เทเซอุสเดินออกไปข้างนอกเพียงครู่แล้วกลับเข้ามาอย่างรวดเร็ว เขาไปบอกองครักษ์ให้ไปตามชูรันคนรับใช้คนใหม่ให้เตรียมผสมน้ำ....ในยามเช้าขนาดนี้ชูรันคงกำลังนอนหลับสบายอยู่ในห้องนอนใหม่ ถึงจะเสียมารยาทแต่การที่ให้คนๆนั้นเรียนรู้การปรนนิบัตได้เร็วมากขึ้นยิ่งทำให้เจ้าชายทรงพอใจเลิกคิดสั่งประหารได้

มือใหญ่ค่อยๆปลดผ้าบางที่หุ้มร่างเจ้าชายออก สายตาเข้มงวดที่ไม่กล้ามองช่วงไหล่เปล่าเปลือยแลเลยไปยังผนังสีอ่อน

เจ้าของมือเรียวที่บัดนี้ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่า ยึดจับมือใหญ่ไว้ด้วยเสน่หา ล่วงรู้พฤติกรรมอีกฝ่ายได้ราวกับมีตาหลัง "ผิวพรรณของข้า หยาบกร้านไม่น่าดูงั้นหรือ เจ้าจึงไม่ยอมมอง"

ฝ่ามืออุ่นร้อนที่บีบเบาๆทำภายในอกปั่นป่วน  ผิวพรรณเนียนละเอียดของแผ่นหลังบางทำให้เขาอยากละทิ้งจำแหน่งทั้งหมดที่แบกเอาไว้แล้วเข้ากอดรัดตามอารมณ์เรียกร้อง  มือใหญ่อีกข้างค่อยๆเลื่อนขึ้นลูบไล้ผิวหนังที่เริ่มเย็นริมฝีปากได้รูปเม้มแน่น.....อยากสัมผัส อยากจุมพิต อยากทำให้ท่านเร่าร้อนอยู่ในอ้อมกอดข้า ปลายนิ้วไล้ตามกระดูกสันหลังไปยังต้นคอขาว เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนของท่านกรุ่นกลิ่นใด กายของท่านไฉนสวยงามราวภาพวาดได้เพียงนี้

ใจสั่นกระตุกวูบเมื่อรู้ว่าได้ล่วงเกินอีกฝ่ายไปเสียแล้ว เทเซอุสลดมืออกพร้อมกับคุกเข้าข้างหนึ่งแสดงกิริยานบน้อม "หามิได้ ท่านงามหาใดปาน....."

งามจนข้าได้ล่วงเกินไปเสียแล้ว

"เจ้าชาย... น้ำร้อนเตรียมเรียบร้อยแล้วขอรับ" เสียงของชูรันดังมาจากอีกฟากหนึ่งของม่าน ทาสหนุ่มไม่ได้เข้ามารุกล้ำในเขตส่วนพระองค์ของเจ้าชายแต่อย่างใด ร่างบางคุกเข่ากับพื้นพลางก้มศีรษะอย่างสุภาพ

เคย์ริธิสไร้ปฏิกิริยาโต้ตอบต่อคนรับใช้คนใหม่ อีกนัยหนึ่งคือเจ้าชายนั้นไม่ได้ให้ความสำคัญทาสนั่นในฐานะมนุษย์ ฐานะเช่นนั้นก็เป็นราวกับเครื่องมือเครื่องใช้ในวังเท่านั้น

ร่างโปร่งเยื้องย่างเข้าสู่ห้องสรง โดยมีข้ารับใช้อื่น ๆ คอยรับรองและอารักขาอยูที่ประตู ไออุ่นจากน้ำสรงบดบังเรือนร่างนั้นหนาจนลับตา

"ชูรัน เจ้าก็เข้ามาด้วยสิ"  อัศวินหนุ่มพูดเบาๆระวังน้ำเสียงมิให้เป็นการสั่ง แต่ถึงแม้จะพูดไปดวงตาสีน้ำตาลกลับจ้องมองเพียงร่างตรงหน้า

"ข้านั่งอยู่ตรงนี้ได้ขอรับ" ชูรันยังคงก้มศีรษะนั่งอยู่ที่เดิม หากจู่ๆเข้าไป เจ้าชายออกมาแล้วเกิดไม่พอใจ คงไม่พ้นเทเซอุสที่จะต้องแก้ตัวให้

เมื่อเห็นเจ้าชายลงในอ่างสรงเรียบร้อย เทเซอุสจึงผละออกมาจูงมือเรียวที่วางแนบพื้นกึ่งลากกึ่งจูงเข้ามาด้วยกัน "....เจ้าจงฝึกหัดไว้ แล้วทำให้เจ้าชายโปรดปราน ข้ามิอาจรับรองได้ว่าศีรษะเจ้าจะอยู่ติดร่างตลอดไป.......แต่ท่านเคย์รีธีสทำได้"

น้ำอุ่นพร้อมกลิ่นหอมอบอวล ช่างผ่อนคลายและสดชื่นนัก เครื่องหอมที่ผสมด้วยสัดส่วนอันดีทำให้น้ำใสเจือสีชมพูอ่อนเรื่อ แต่เพียงพอที่จะปิดบังเรือนร่างภายใต้สายน้ำนิ่ง

"เตรียมชารับอรุณให้ข้าด้วย" เคย์ริธิสออกคำสั่งลอย ๆ หากแต่มิใช่ต่ออัศวินของตน เพราะเจ้าชายมีคำสั่งอื่นที่สำคัญกว่า "ส่วนเทเซอุส... เข้ามาถูหลังให้ข้า"

ชูรันนิ่งไป ชารับอรุณที่ว่าเป็นเช่นไรเขายังไม่รู้

"ชารับอรุณ... ท่านหมายถึงชากล่องไหนหรือขอรับ" เขาตัดสินใจเสี่ยงถามไป ดีกว่าทำมาให้ผิดๆ

"เจ้าแค่ไปสั่งห้องเครื่องก็ได้" เทเซอุสลอบกระซิบเบาๆ "แล้วรีบนำกลับมาให้เร็วที่สุด

อัศวินหนุ่มหยิบผ้าขนหนูกรุ่มกลิ่นไปแดดเดินเข้าไปใกล้สระสรง ร่างบางที่ยืนตีหน้างงทำเขาอดหัวเราะมิได้ ใบหน้างงงันไร้เดียงสาช่างดูบริสุทธิ์ราวน้ำค้างปลายยอดหญ้า

ชูรันไม่ใช้เวลาให้เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ร่างบางรีบวิ่งไปยังห้องเก็บใบชา เมื่อไปถึงก็เอ่ยขอพร้อมกับหอบหายใจเบาๆ

... ที่หัวใจเต้นรัวเพราะวิ่งมาหรือเพราะเทเซอุสกันแน่...

ไม่นาน ถาดเงินที่มีชุดน้ำชาวางอยู่ก็ถูกยกมาในห้องโดยชูรัน ไอร้อนสีขาวลอยจากปากกา กะว่าหากเจ้าชายสรงน้ำเสร็จ ชาคงอยู่ในอุณหภูมิที่พอดี

อัศวินหนุ่มผู้ภักดีไล้น้ำกลิ่นหอมตามร่างกายสง่างามเบาๆ มือใหญ่นวดตามวิชาที่เคยร่ำเรียนมาแต่เล็กเพื่อกระตุ้นโลหิตให้หมุนเวียนคล่อง ดวงตาสีน้ำตาลเหลือบไปเห็นร่างบางจึงพยักหน้าเรียกเข้าใกล้ก่อนจะละมือออกแล้วจับฝ่ามือนุ่มวางที่ไหล่เรียว

ชูรันเงยหน้าขึ้นมองอัศวินด้วยความตกใจ

... ไม่ขออนุญาตเจ้าชายก่อนจะดีหรือ...

สัมผัสจากอัศวินที่รักกลับเปลี่ยนเป็นฝ่ามือที่ไม่รู้จัก เมื่อเหลียวมองมาเห็นผู้ที่กำลังสัมผัสผิวกายของตนชัด เจ้าชายจึงสะบัดกายหนีอย่างรู้สึกรังเกียจยิ่งนัก ทั้งยังบันดาลโทสะกระแทกแผ่นน้ำสาดกระเซ็นใส่ทาสผู้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง

"ทาสอย่างเจ้า ไม่มีสิทธิ์จับตัวข้า"

ดวงตาสีน้ำเงินยิ่งทวีความโกรธเกรี้ยวเมื่อมองเห็นอัศวินของตนยังไม่ยอมปล่อยมือที่กระชับแน่นนั้นเสียที

เทเซอุสปล่อยมือจากท่อนแขนเรียวก่อนจะใช้ผ้าขนหนูซับน้ำที่กระเซ็นสาดใบหน้าหวาน หยดน้ำหอมกรุ่นไม่ถึงขนาดที่จะทำให้เปียกปอนแต่เขาก็ยังซับออกให้แผ่วเบา ปลายนิ้วดูเหมือนจะสั่นนิดๆด้วยความตกใจ อัศวินหนุ่มจึงกุมมือเบาๆเรียกขวัญก่อนจะส่งรอยยิ้มปลอบประโลม

"ขอโทษแทนเขาด้วยท่านเคย์รีธีส......เป็นความผิดข้าเองที่ไม่รู้กาละเทศะ"

แม้โทสะที่มากล้น แต่ตนก็ไม่กล้าออกปากให้ประหัตประหารทาสผู้ก่อเรื่อง ในเมื่ออัศวินเอกของตนมีส่วนรับผิดชอบ หากรับสั่งสิ่งใดรุนแรงไป เทเซอุสอาจต้องรับโทษไปด้วย ฝ่ามือที่เร้นอยู่ภายใต้ผิวน้ำกำแน่น ทั้งยังรู้สึกถูกมองข้ามศักดิ์ศรีด้วยอัศวินขององค์เอง จึงไม่อาจทนมองคนทั้งคู่ได้

"ออกไปให้หมด... หากข้าไม่เรียกหาไม่ต้องเสนอหน้าเข้ามา"

ท้ายที่สุดผลก็ออกมากลายเป็นภาพที่ติดลบต่อเจ้าชาย อัศวินหนุ่มนึกสงสารชะตากรรมในวันข้างหน้าของทาสผู้นี้รวมทั้งการละลาบละล้วงจัดการจนกริ้ว เทเซอุสกล่าวคำขอโทษแผ่วเบาก่อนจะฉุดข้อมือบางให้เดินตาม ชายหนุ่มกระพริบตาเบาๆด้วยรู้สึกถึงแผ่นหลังเปล่าเปลือยในน้ำราวกับ...น้อยใจหรือหึงหวง

......ข้าคงหลงระเริงจนคิดมากไปเสียเอง........

อัศวินหนุ่มพาร่างที่คลุมผ้าผืนนุ่มลัดเลาะออกจากม่านที่ขวางอยู่หน้าห้อง เขารู้ดีว่าตัวเองเป็นต้นเหตุให้ชูรันโดนสาดน้ำ...แม้จะไม่ตั้งใจก็ตาม เทเซอุสปล่อยมือจากแขนเรียว

"ขอโทษนะชูรัน...ข้าไม่นึกว่าเจ้าชายจะกริ้ว ข้าสร้างความลำบากให้เจ้าอีกแล้วสิ"  เขากล่าวขอโทษเบาๆพร้อมกับใช้ผ้าซับตามใบหน้าต่อ ริมฝีปากสีชมพูอ่อนที่สั่นระริกดูน่าสงสารเกินกว่าจะปล่อยมือแล้วเดินกลับไปหาเจ้าชายได้

"... ไม่เป็นไรหรอกขอรับ... ข้าเช็ดเองได้... ท่านอย่าทำเลยขอรับ" ชูรันยกมือขึ้นจับผ้าไว้ อยากจะบอกว่าเมื่อวานก็เป็นเช่นนี้ แต่ถ้าพูดออกไป เทเซอุสจะรู้สึกลำบากใจเปล่าๆ

"เจ้านี่ดื้อแบบนี้กับทุกคนรึเปล่า..."  เอ่ยเบาๆแล้วดึงจับมือที่รั้งไว้ออก  หัวคิ้วขมวดยู่ย่นหากแต่ดวงตายังทอประกายอ่อนโยน ......คนรับใช้ใหม่ของเจ้าชายคนนี้คงดีพอที่ข้าจะฝากไว้ได้กระมัง  เทเซอุสคลี่ปากยิ้มบางๆเมื่อเห็นรอยตระหนกในดวงตาสีทะเลลึก


"เปล่านะขอรับ... แต่ข้าเป็นเพียงทาส หากผู้ใดมาเห็นเข้าจะว่าไม่ควร..."

... อีกอย่าง ท่านจะถูกมองไม่ดีไปด้วย...

"มิมีสิ่งใดที่ไม่ควร ข้าเป็นคนผิดต้องรับผิดชอบ"

"ท่านไม่ผิดหรอกขอรับ... ที่ท่านทำไปคงเป็นเพราะท่านคาดไม่ถึง... ให้ข้าเช็ดเองเถอะขอรับ" มือเรียวเล็กออกแรงดึงผ้ามาจัดการเช็ดผมของตนเอง  นัยน์ตาคู่สวยเสมองไปทางอื่น

... นี่เขาสร้างปัญหาให้เทเซอุสรึเปล่านะ...

ร่างที่เร้นกายอยู่ในที่ที่แสงแดดส่องไม่ถึงจ้องมองภาพเบื้องหน้าอย่างพึงใจ สายต้นห้องเจ้าชายรายงานว่าอัศวินถูกเรียกพบเขาถึงมาแอบซ่อนเพื่อสังเกตการณ์ อัศวินโง่ที่เป็นหมากเบี้ยกำลังใกล้ตกหลุมพรางที่ขุดไว้ ทาสหนุ่มนั่นใช้ประโยชน์ได้มากกว่าที่คิด  หึ....ไม่น่าเชื่อว่าจะมีเสน่ห์ต่อเจ้านั่นขนาดนี้

"......ชูรัน....หึหึหึ"  เสียงหัวเราะดังไม่มากกว่าเสียงกระซิบแต่หากหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ

ผ้าที่ใช้เช็ดผมถูกชูรันขยี้เบาๆลงบนศีรษะตัวเอง ชั่วขณะที่เสมองไปทางอื่น ดวงตาสีทะเลกลับมองเห็นใครบางคน ริมฝีปากบางหยักยิ้มร้ายก่อนที่นัยน์ตาสีฟ้าจะสะท้อนประกายประหลาด

โอไซรีสสะดุ้งเฮือกกับประกายแววตาที่เปลี่ยนไป ชูรัน......ไอ้ทาสคนนั้นทำไมถึงแสดงแววตาได้น่าขนลุกเช่นนี้  แววตาราวกับรู้ทันทุกสิ่งในโลกและรู้ไปถึงความในใจของคน

ดวงตาคู่นั้นหรี่ลงก่อนที่จะแย้มรอยยิ้มมากกว่าเมื่อครู่ เพียงชั่วขณะเดียวแล้วดวงตาของเขาก็ปิดลง ร่างบางเซเข้าหาอัศวินหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้า

ใบหน้าหวานเงยขึ้นสบตามองเทเซอุสอย่างมึนงง เมื่อครู่รู้สึกคล้ายกับวูบไป ราวกับภาพที่มองเห็นอยู่ดำมืดลง

"... ข้า...?" ชูรันเอ่ยเบาๆมากกว่าจะเป็นคำถาม

"เจ้า...ไปพักผ่อนเถอะ" อัศวินหนุ่มประคองไหล่บาง ใบหน้าซูบซีบจนน่าวิตกทำให้เทเซอุสตัดสินใจพูดต่อ  "ให้ข้าไปส่งเจ้าที่ห้องนะ...ชูรัน"

เขาประคองร่างบอบบางในอ้อมแขนออกเดินช้าๆ โดยไม่รู้เลยว่า....ใต้ผ้าม่านนั้ยมีประกายแวววาวของความพึงพอใจลอบมองอยู่


ไอน้ำที่ลอยอยู่ในห้องสร้างหมอกบางๆกั้นระหว่างนัยน์ตาสีน้ำเงิน เสียงวักน้ำผสมกับฟาดอย่างรุนแรงทำให้เดาอารมณ์ได้ง่ายนัก เจ้าชายผู้งดงามตงกำลังโมโหเจ้าทาสหรือขัดใจอัศวินที่รักอยู่เป็นแน่ โอไซรีสกระพริบตาไล่สายหมอกที่ขวางอยู่ แผ่นหลังเนียนที่แช่อยู่ในน้ำเผยต่อสายตา ลาดไหล่ได้รูปมีหยดน้ำเกาะพราว เส้นผมเปียกปอนแนบกับศีรษะ ........แม้จะเห็นเพียงด้านหลังทว่าความงามกลับดึงดูดให้ปรารถนาเข้าใกล้ขึ้น

เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างเงียบกริบ แม้จะเบาฝีเท้าสักเท่าไหร่ แต่ในห้องสรงนี้เสียงแผ่วนั้นก็กังวานให้ได้ยินชัด เจ้าชายมิได้รู้ว่ามหาอุปราชผู้ไม่ได้รับเชิญกำลังล่วงล้ำอาณาเขตของตน หากกลับคิดว่าอัศวินผู้กระทำผิดพลาดนั้นย้อนเข้ามาเพื่อขอขมา "ขัดคำสั่งข้าอีกแล้วหรือเทเซอุส ข้าบอกแล้วใช่มั้ยว่าหากไม่ได้เรียกก็จงอย่าย่างเท้าเข้ามา"

แม้จะตรัสไปเช่นนั้น หากแต่ใจที่หยิ่งยะโสก็ยินดียิ่งนักที่อัศวินผู้เย็นชาห่วงใยความรู้สึกของตนเหนือคำสั่งที่ได้รับ

มือใหญ่บีบเบาๆที่ไหล่ขาว โอไซรีสเลื่อนมือลงไปยังแผ่นอกลูบไล้บางเบาสัมผัสด้วยรัก เสียงลมหายใจเข้าออกช้าเนิบนาบ หวังให้เจ้าชายไม่รู้ตัวอยู่อย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ  กลิ่นกุหลาบที่อวลจากร่างยิ่งทำให้ใจระทึก ต้นขาปวดหนึบด้วยอารมณ์รุนแรงเร่าร้อนภายใน....เจ้าชาย แค่เพียงท่านรักข้าสักนิด ข้าคงมีความสุขราวอยู่ในสวรรค์

สัมผัสจากมือหนาทำให้ร่างภายใต้สายน้ำอุ่นเคลิบเคลิ้ม เจ้าชายหลับตาลง ดื่มด่ำลุ่มลึกไปกับรสสัมผัสที่ปรารถนา หัวใจภายในอกซ้ายสูบฉีดเร็วรัว เคย์ริธิสปฏิเสธไม่ได้ว่าความใกล้ชิดนี้ก่อให้เกิดอารมณ์พลุ่งพล่านอย่างยากที่จะควบคุม

ร่างโปร่งเอียงศีรษะพิงที่แขนของอีกฝ่าย ใบหน้างดงามประดับรอยยิ้มเล็ก ๆ ด้วยความพึงพอใจ

ศีรษะนุ่มที่ซบยิ่งทำให้ความปรารถนาที่เก็บกักอยู่ยิ่งสูงขึ้น  อุปราชหนุ่มแตะริมฝีปากเบาๆบนไหล่ที่น้ำเกาะอยู่พราว ผิวนุ่มอุ่นจัดด้วยน้ำแดงเรื่อ จมูกโด่งซุกซบกดลงสูดกลิ่นหอม เส้นผมสีเข้มตกลงปรกไหล่จนชื้นน้ำ ทั้งที่คิดจะฝากรอยทิ้งไว้แต่ไม่กล้าหักหาญน้ำใจคนที่รัก โอไซรีสยื่นแขนลงในน้ำอุ่นกอดร่างงามใต้ผิวน้ำสีอ่อน นิ้วสากไล่ลงเรื่อยตามแนวเอวถึงต้นขานุ่มข้างใต้

"อืม..." เสียงครางเบาหวิวลอดแผ่วจากริมฝีปาก ไม่เคยมีครั้งใดที่อัศวินใจเด็ดเดี่ยวอาจหาญเข้ารุกล้ำสัมผัสผิวกายจาบจ้วงถึงเพียงนี้ เจ้าชายยกแขนขึ้นพ้นพื้นน้ำ หมายจะโอบแนบกายเข้าหาฝ่ายตรงข้าม

แต่ทันใดนั้นก็ชะงัก เมื่อพบว่าผู้ที่โอบกอดตนอยู่นั้น หาใช่อัศวินที่รักไม่!

"โอไซรีส! เจ้า!" เคย์ริธิสอุทานด้วยไม่คาดคิดว่าผู้ที่ตนยอมเอนกายเข้าหานั้นจะเป็นมหาอุปราชจอมเจ้าเล่ห์ เจ้าชายผละตัวออกห่างไปถึงเกือบกึ่งกลางอ่างกว้าง ทั้งยังรู้สึกอับอายในใจนักที่ตนพลาดท่าเช่นนั้น

"ใครอนุญาตให้เจ้าเข้ามาโดยพละการ!" คำถามนั้นไม่ได้ต้องการคำตอบ อารมณ์ฉุนเฉียวนั้นก็มีไว้เพื่อกลบเกลื่อนท่าทีที่เผลอไผลแสดงออกไปเท่านั้น

โอไซรีสเอื้อมมือเข้าใกล้เชยคางเชิดรั้นขึ้น ร่างสูงใหญ่ขยับเข้าใกล้ก่อนจะใช้ท่อนแขนกักร่างตรงหน้าไว้ในอ้อมกอด ใบหน้าหล่อเหลาเลื่อเข้าใกล้จนแนบชิด กลีบปากบางที่เผยออยู่ถูกปิดทับด้วยริมฝีปาก ลิ้นร้อนอ่อนนุ่มตักตวงความหวานภายใน

แม้จะเป็นเจ้าชายที่ดื้อรั้น......แต่ท่านยังหอมหวานเย้ายวนต่อข้าเสมอ

ร่างซึ่งตกอยู่ภายใต้การควบคุมของอุปราชผู้ฉวยโอกาสดิ้นรนสุดความสามารถ แต่ด้วยอารามตกใจทำให้ไม่อาจขยับกายหนีได้รวดเร็วอย่างหวัง ใบหน้างามเบือนหนีรสจุมพิตที่ประกบเข้ามาอย่างเอาแต่ได้ ขาเรียวใต้พื้นน้ำขยับร่นถอยหนีให้พ้น

ร่างสูงที่มัวแต่หลงระริงในรสจูบที่ได้ลิ้ม ไม่ได้ระวังว่าตนขยับกายตามเจ้าชายจนเสียไม่อาจทรงตัวอยู่บนขอบอ่างได้ มหาอุปราชจึงพลาดหล่นลงมาในบ่อน้ำอุ่นสีสวยทั้งอาภรณ์เต็มยศ

โดยไม่เปิดโอกาสให้อุปราชฉวยโอกาสละลาบละล้วงสิ่งใดอีก มือเรียวยกขึ้นฟาดซีกหน้าซ้ายของชายผู้ไม่เคยเรียนรู้มารยาท แรงเสียจนเสียงของการลงโทษนั้นดังก้องกลบเสียงน้ำที่สาดกระเซ็นสิ้น

โลหิตสีเข้มไหลซึมตรงมุมปาก รสฝ่ามือของเจ้าชายช่างหนักหน่วงรุนแรงเสียจนอยากกระชากเข้ามาย่ำยีเสียให้ขาดใจ แต่อุปราชหนุ่มยังตระหนักดีว่าศักดิ์ศรีที่ค้ำคอชายผู้นี้ไว้มีมากล้นจึงสะกดกลั้นอารมณ์รอคอยถึงวันที่เจ้าชายองค์นี้จะโผสู่อ้อมแขนเขาด้วยองค์เอง ร่างเปลือยที่อยู่ตรงหน้าเป็นบททดสอบที่ยิ่งใหญ่นักแต่เมื่อควบคุมทุกอย่างได้โอไซรีสก็ลุกขึ้นจากน้ำพร้อมถอดผ้าคลุมเปียกปอนพันกายเคย์ริธีสไว้

"ขออภัยที่ล่วงเกิน.....ข้า...เต็มใจยอมรับผิด แม้มันจะเป็นความปรารถนาที่ข้าใฝ่ฝันมานาน"

เคย์ริธิสไม่รอช้าที่จะรีบรุดขึ้นจากอ่าง การสรงน้ำยามเช้าดูจะไม่ใช่เรื่องน่ารื่นรมย์อีกต่อไป

อยากจะกดน้ำให้ตายไปเสียด้วยซ้ำ...

หากแต่... เคย์ริธิสมิได้อยู่ในอารมณ์ที่จะต่อว่า ภาพบาดใจระหว่างเทเซอุสกับทาสรับใช้... เสี้ยวของความอ่อนโยนของโอไซรีสเมื่อครู่... ความรู้สึกสับสนปนเปเป็นอุปสรรคกั้นความตัดสินใจอันเฉียบขาด มือเรียวกระชับผ้าคลุมเปียกโชกแน่น

"...อย่าให้มีเรื่องเช่นนี้อีกเป็นครั้งที่สอง"













To be continued...

 

 

เอิ่ม ก็ว่าจะดอง เพราะมันไม่ว่างมาลงบลอค เอาไปแปะลงมัลติแทนเพราะมัลติว่าง ไปๆ มาๆ เอกทีนก็ดันว่างอีก (ฮา) ก็... ลงต่อไปเรื่อยๆ ละกันนะ ยังไงสถานะเรื่องนี้ก็ดอง (กร๊ากกก)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยไปเม้นตักเตือนในบล็อก
แต่จขบ.ไม่ได้มีเจตนาจะล้อเลียน
คำเตือนก็มีอยู่ว่าไม่มีเจตนาจะล้อเลียนใดๆทั้งสิ้น
จขบ.ไม่ได้แก้เนื้อเพลงแต่อย่างใดนะคะ
ช่วยกรุณา "ทำความเข้าใจ" หน่อยนะคะ

ตอนนี้ทางบล็อกลบสิ่งที่คุณบอกว่าเป็นการล้อเลียนออกไปเรียบร้อยแล้ว ไม่จำเป็นต้องตักเตือนอีกก็ได้นะคะ

แล้วก็ขอตักเตือนคุณด้วยเช่นกันค่ะว่า
เวลาไปเม้นเตือนใคร ช่วยกรุณาใช้ภาษาที่มันอ่อนลงกว่านี้และ
สุภาพกว่านี้ด้วยนะคะ
เพราะอาจจะเป็นการสร้างศัตรูทางเน็ตโดยไม่จำเป็นได้ค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ

#1 By ~*DewLove*~ on 2009-08-15 19:04