[Hetalia Fanfiction] Minuet in G Major (Opus 1)

posted on 08 Jul 2009 19:53 by keechan  in Fiction

Minuet in G Major (Opus 1)

 

Pairing ??? x Roderich Edelstein

 

 

 

ฉันไม่เคยต้องการอยากใช้ชีวิตที่หรูหราเลย

เวลาที่ฉันมีความสุขที่สุดคือยามที่วางปลายนิ้วลงบนแป้นคีย์พลางฟังเสียงท่วงทำนองไพเราะกังวานจากเปียโนหลังใหญ่

ความสุขเพียงเล็กน้อยเท่านี้ กลับหาได้ยากเย็นเหลือเกิน...

 

ฉันใช้ชีวิตอยู่ในบ้านไวล์ชมิดท์มาได้ครึ่งปีแล้ว ก็เท่ากับว่าแยกทางกับอลิซเบธามานานถึงขนาดนั้น มาถึงป่านนี้ความอาลัยก็ไม่เหลือหลออีกแล้ว หากเธอรู้เข้าคงคิดว่าฉันเป็นสามีที่ใจไม้ไส้ระกำเสียจริง

ต้นเดือนกันยายน... อากาศเริ่มเย็นลง ทำอาหารอุ่นๆ เตรียมไว้ให้น่าจะดี ว่าแต่วัตถุดิบสมัยนี้ทำไมถึงได้ราคาแพงขึ้นนักนะ ต่อให้กำลังจะเข้าฤดูหนาวก็เถอะ แต่ช่วงนี้มันแพงผิดปกติเกินไปแล้ว! เรื่องอาหารการกินน่ะควรจะอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างแรก ถ้าท้องหิวแล้วล่ะก็สมองก็จะคิดอะไรไม่ออก นี่น่ะเป็นเรื่องพื้นฐานที่สำคัญมากเลยทีเดียว

ฉันเก็บคำบ่นเกี่ยวกับราคาอาหารที่แพงขึ้นไว้กับตัว จะต่อว่าพ่อค้าแม่ค้าอย่างไรราคาก็ไม่ลดลงมาหรอก จะเสียแรงเปล่าเสียด้วยซ้ำ ฉันจึงเลือกซื้อวัตถุดิบที่เห็นควร มีสลัด แล้วก็หัวหอมเอาไว้ทำซุป เนื้อหมูสำหรับทำชนิทเซล  แล้วก็แอปเปิ้ลสำหรับทำชตรูเดลเป็นของหวาน

มันฝรั่งที่บ้านก็ยังมีเหลือ น่าจะพอสำหรับอาหารค่ำ...

ลุดวิกมักจะต่อว่าทีฉันออกมาข้างนอกเพียงคนเดียว เขาติว่าฉันชอบหลงทางอยู่บ่อยๆ จริงอยู่ว่าฉันเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ แต่ก็นานถึงครึ่งปีแล้ว ถ้าฉันจะหลงทางก็เป็นเพราะว่าเขาไม่ยอมให้ฉันออกมาสำรวจที่ทางแถวบ้านนั่นแหละ กับแค่ไปตลาดใกล้ๆ เพื่อซื้อกับข้าวแค่นี้ ฉันคงจะเซ่อซ่าน่าดูถ้าหากว่าหลงจนกลับไม่ถูก

จะให้ฉันนั่งๆ นอนๆ อยู่กับเฉยๆ ไม่ทำอะไรเลยก็ออกจะเกินไปหน่อย ในเมื่อมาเป็นสมาชิกในบ้านเดียวกันแล้วก็ต้องทำประโยชน์อะไรบ้าง ไม่รู้ว่าฉันจู้จี้จุกจิกเกินไปหรือเปล่านะ แต่ที่คอยบ่นคอยว่าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในบ้านน่ะก็เพื่อช่วยประหยัดเงิน แล้วยังทำให้บ้านดูเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้นด้วย

...ดูท่าทางฉันจะคิดเรื่อยเปื่อยมากไปสักนิด พอเงยหน้าขึ้นมองถนนก็กลายเป็นทางที่ไม่คุ้นตาเสียแล้ว ฉันเหลียวหลังหันไปมองทางที่เดินผ่านมา ทว่าก็ไม่มีอะไรเป็นสัญลักษณ์บอกได้ว่าขณะนี้อยู่ที่ไหน...

...เฮ้อ...

ฉันถอนหายใจเบาๆ สงสัยคงจะหลงทางเข้าจริงๆ

เป็นความผิดของลุดวิกแท้ๆ จับฉันให้มาอยู่ในบ้านเดียวกัน แต่กลับไม่แนะนำบริเวณรอบๆ บ้านให้เลย นี่ตั้งใจจะให้ฉันอยู่แต่ในบ้านหรือยังไงกัน

ถ้ากลับไปช้า... ก็คงจะไม่พ้นถูกว่าอีกแน่ๆ ว่าไปเถลไถลที่ไหนมา

ฉันตัดสินใจเดินกลับไปเริ่มต้นที่ตลาดอีกครั้ง ที่นั่นมีคนพลุกพล่าน ยังไงก็คงเอ่ยปากถามทางได้ ฉันไม่ได้เป็นคนมีทิฐิถึงขนาดจะไม่ยอมรับว่าตัวเองกำลังหลงทางอยู่

โชคดีที่ฉันยังเดินกลับมาที่ตลาดถูก ขณะที่กำลังหันซ้ายแลขวาเพื่อมองหาคนถามทาง จู่ๆ ก็ถูกตบไหล่ไม่เบานัก

พอหันไปก็เจอคนยิ้มกวนใส่ กิลเบิร์ต ไวล์ชมิดท์ยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว แต่ไม่ใช่รอยยิ้มที่สื่อไมตรี

“หลงทางล่ะสิ? โตป่านนี้แล้วยังทางอีก ไม่ได้เรื่องเลยนะคุณชาย”

ฉันทำหูทวนลมกับคำเสียดสี

“นายมาทำอะไรแถวนี้?”

“เรื่องอะไรจะบอก”

อีกฝ่ายยังไม่เลิกวอแว สายตาเหล่มองข้าวของที่ฉันถือพะรุงพะรังอยู่เต็มสองมือ แน่นอนว่าเจ้าหมอนี่ไม่มีทางคิดจะช่วยถือหรอก

“พากลับบ้านให้เอามั้ย คุณชาย?”

กิลเบิร์ตล้อเลียน ฉันยังไม่รีบตอบตกลง เพราะถ้าหากเป็นกิลเบิร์ตล่ะก็ จะไม่ทำอะไรโดยไม่หวังผลตอบแทนแน่

“พูดง่ายๆ แค่ประโยคเดียวว่า ‘ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ท่านกิลเบิร์ตผู้แสนเลิศเลอที่สุดในโลก’ แล้วจะพากลับ โอเคมั้ย”

...ไร้สาระ...

ฉันปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด

“ไม่ล่ะ ฉันหาทางกลับเองได้”

ฉันหันหลังให้อีกฝ่าย ตั้งใจจะเดินหนีทันที แต่กลับถูกยึดไหล่เอาไว้

“เฮ้ เดี๋ยวก่อนซี่ เอาเป็นแค่ ‘ขอบคุณมาก ท่านกิลเบิร์ตผู้แสนเลิศเลอ’ ก็ได้ น่านะ!”

ไม่รู้ว่าเวรกรรมอะไรฉันถึงต้องมาเจอกับเจ้านี่อยู่ได้ ดูเหมือนว่ากิลเบิร์ตจะเป็นโรคจิตบางอย่างถึงได้ชอบตามตื้อแล้วก็กวนประสาทฉันได้ทุกครั้ง

“เลิกโวยวายบ้าบอซะทีน่า กิลเบิร์ต แค่เดินกลับบ้านฉันไม่ต้องพึ่งนายหรอก”

“อย่าหยิ่งไปหน่อยเลยน่าคุณชาย ให้นายคลำทางกลับเองพรุ่งนี้เช้าจะถึงบ้านรึเปล่าไม่รู้ คิดซะว่าจะได้รีบกลับบ้านไปทำกับข้าวให้ลุดวิกกินเร็วๆ ไงล่ะ”

ข้ออ้างนั้นทำให้ฉันหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่ง นึกภาพลุดวิกที่รอข้าวเย็นจนท้องกิ่วแล้วก็น่าสงสาร...

ฉันหันไปมองคนทำหน้าเจ้าเล่ห์อีกหน ท่าทางเจ้าตัวจะคิดว่าฉันจะยอมขอร้องให้พากลับบ้านสมใจ

...แต่ฉันก็เปลี่ยนใจ

แค่ถามคนผ่านทางแถวนั้นว่าคฤหาสน์ไวล์ชมิดท์ไปทางไหนไม่ใช่เรื่องยาก ทำไมฉันต้องเป็นเหยื่อให้กิลเบิร์ตปั่นหัวเล่นด้วย

กิลเบิร์ตฮึดฮัดแล้วเดินตามมา แปลว่าทางที่ฉันถามมานั้นไม่ผิดแน่

“แน่ใจรึไงว่ามาถูกทาง เดี๋ยวก็หลงจนกลับไม่ถูกจนได้”

“ฉันไม่ใช่เด็กอมมือนะ กิลเบิร์ต ถึงจะหลงทางฉันก็มีปากถามได้ เลิกหาเรื่องกันซะที”

“เหอะ! เก่งเหลือเกินนะ ไอ้คุณชาย ฉันไม่เข้าใจเลยว่าลุดวิกเอานายมาอยู่ด้วยทำไม ทั้งขี้เหนียวขี้บ่น อยู่ด้วยแล้วหงุดหงิดชะมัด”

“ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมคนอย่างลุดวิกถึงมีพี่ชายนิสัยห่วยแตกแบบนายได้ วันๆ ไม่ทำอะไร เอาแต่หาเรื่องจิกกัดชาวบ้าน ท่าทางนายจะไม่มีงานทำนะกิลเบิร์ต ถ้าว่างก็หัดรู้จักช่วยน้องชายของนายทำงานซะบ้างสิ”

ฉันไม่ใช่คนประเภทที่จะทนให้ถูกด่าอยู่ฝ่ายเดียวอย่างไร้เหตุผล ในเมื่ออีกฝ่ายเริ่มก่อน ฉันก็ไม่อยู่เฉยให้โดนด่าปาวๆ อยู่ข้างเดียว

“ว่าไงนะ! เจ้าบ้าเอ๊ย! เป็นแค่คนมาอาศัยอยู่ มีสิทธิ์อะไรมาด่าฉัน! ฉันละเกลียดคนอย่างนายจริงๆ ให้ดิ้นตาย เมื่อก่อนเป็นยังไงเดี๋ยวนี้ก็เป็นอย่างนั้น ชอบทำอะไรตามใจตัวเอง แถมยังขี้เก้กไม่เข้าท่า!”

“คนที่ฉันอาศัยอยู่ด้วยคือลุดวิก ไม่ใช่นาย เพราะฉะนั้นฉันไม่มีอะไรจะต้องเกรงใจ นายมันก็แค่คนอาศัยเขาอยู่เหมือนกัน นายเองก็ไม่เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนเหมือนกันนะ กิลเบิร์ต ไอ้นิสัยชอบยุ่งเรื่องคนอื่นของนายคงจะรักษาไม่หายจริงๆ”

เอาอีกแล้ว...

สุดท้ายแล้วเราก็ได้แต่ถกเถียงกันไปตลอดทางกลับบ้าน เสียงดังหนวกหูโหวกเหวกยังกับเป็นเด็ก ฉันไม่ได้อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับคนบ้าอย่างกิลเบิร์ตเท่าไหร่ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะต้องโต้ตอบเวลาที่อีกฝ่ายพูดจาถากถาง

จริงๆ เลยนะ ฉันไม่อยากถูกเหมารวมว่าเป็นคนแบบเดียวกับเจ้านั่นเลย

พอถึงหน้าประตูบ้านนั่นแหละ กิลเบิร์ตถึงได้เงียบเสียงลงได้ ท่ามกลางความแปลกใจเล็กน้อยของลุดวิก

“ทำไมพี่ถึงกลับมาพร้อมโรเดอริคได้?”

“ฉันจะบอกอะไรให้นะ ลุดวิก เจ้าโง่นี่มันหลงทางด้วย โชคดีที่คนเท่ๆ อย่างฉันบังเอิญผ่านไปแถวนั้น ก็เลยเมตตานำทางคุณชายที่ไม่ค่อยจะรู้เรื่องกลับมาบ้านได้อย่างปลอดภัย!”

“กิลเบิร์ต! นายจะเลิกพูดจาเพ้อเจ้อได้มั้ย ฉันหาทางกลับมาได้เองต่างหาก!”

ลุดวิกเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างที่ชอบทำ “นี่นายหลงทาง ‘อีกแล้ว’ เหรอ?”

กิลเบิร์ตยิ้มแสยะราวกับเป็นผู้ชนะในเกมนี้ ในขณะที่ฉันหน้าเจื่อนลงไปทันที

“...ฉันแค่คิดอะไรเพลินไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้เสียเวลามากหรอก”

“ก็เพราะว่าวุ่นวายอยากจะทำโน่นทำนี่น่ะสิถึงได้มากเรื่องแบบนี้ แย่จริงๆ เลยนะ”

กิลเบิร์ตได้ทีทับถม ฉันได้แต่ทำหน้าเซ็งแล้วหอบข้าวของตั้งท่าจะเข้าครัว

“ฉันกลับมาทันเวลาอาหารเย็นใช่มั้ยล่ะ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนี่”

ลุดวิกเป็นคนเอาจริงเอาจัง ผิดก็จะว่าผิด ถูกก็จะว่าถูก เรียกได้ว่าเป็นคนตรงยิ่งกว่าไม้บรรทัดเสียอีก ฉันไม่มีเรื่องขัดแย้งอะไรกับการอยู่ร่วมกับลุดวิก เขาเองก็ไม่ค่อยจะสนใจนักว่าฉันจะอยู่ในบ้านหรือไม่

ดูเหมือนเขาออกจะอึดอัดด้วยซ้ำที่ฉันคอยเจ้ากี้เจ้าการแม้กระทั่งเรื่องส่วนตัวอย่างเสื้อผ้าที่ใส่ การกินข้าว หรือการประหยัดน้ำไฟ อะไรทำนองนั้น

“ไหน ดูซิ มีอะไรกินบ้างเย็นนี้”

กิลเบิร์ตฉวยถุงกระดาษในมือไปรวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะคุ้ยข้าวของในนั้นเสียน่ากลัวว่าผักจะช้ำหมด

“กิลเบิร์ต! อย่าทำเป็นเล่นสิ เดี๋ยวผักผลไม้ก็ช้ำพอดี ฉันอุตส่าห์เลือกมาอย่างดีเชียวนะ!”

คนโตแต่ตัวพูดไม่รู้ฟัง คุ้ยหาจนถึงก้นถุงแล้วจึงเจอของถูกใจ

“แอปเปิ้ล! รู้จักเลือกของดีๆ มาเหมือนกันนี่ นึกว่าคุณชายอย่างนายจะซื้อของตามตลาดไม่เป็นซะอีก”

ว่าแล้วเจ้าตัวก็กัดแอปเปิ้ลลูกโตดังกร้วม จะไม่ให้โมโหได้ยังไงกันเล่า

“นั่นน่ะสำหรับทำของหวานเย็นนี้นะ! แล้วก่อนจะกินทำไมไม่ล้างน้ำก่อน นายรู้มั้ยว่ายาฆ่าแมลงมันติดมากับเปลือกได้น่ะ!”

“ขี้บ่นชะมัด ฉันจะกินอะไรมันก็เรื่องของฉันน่า”

เจ้าตัวว่าแล้วงับแอปเปิ้ลคำโต ฉันล่ะไม่ชอบคนที่ไม่มีระเบียบแบบนี้เอาเสียเลย

“ถ้าอย่างนั้นของหวานสำหรับนายก็ไม่ต้องมีแล้วกันนะ ก็ดี ฉันจะได้ไม่ต้องเสียเวลาทำแอปเปิ้ลชตรูเดลอีกที่”

กิลเบิร์ตไม่สนใจคำขู่นั้น แต่กลับหัวเราะเยาะ

“ไม่เห็นสนเลย อาหารฝีมือไอ้คุณชายอย่างนายยังกับว่าฉันอยากจะกินนักแหละ! ฉันให้ลุดวิกทำให้กินก็ได้ เนอะ?”

ฉันปรายตามองลุดวิกแว่บหนึ่ง ถึงกิลเบิร์ตจะเป็นคนที่ไม่ได้เรื่อง แต่เขาก็เป็นพี่ชายที่ลุดวิกรักมาก ดังนั้น... ไม่แปลกอะไรที่สองพี่น้องนี่จะเข้าข้างกันเอง

ทว่าคำตอบของลุดวิกทำให้ฉันยิ้มได้เลยทีเดียว

“เอ่อ... พี่ ผมทำแอปเปิ้ลชตรูเดลเป็นซะที่ไหน มีแต่โรเดอริคนั่นแหละที่ทำเป็น”

“...ง่ะ... จริงดิ...”

กิลเบิร์ตทำหน้าเจื่อน แต่ก็รีบหัวเราะกลบเกลื่อนได้ทันที

“ฮ่าๆๆ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร! ฉันว่าแอปเปิ้ลเป็นลูกนี่แหละสุดยอดแล้ว!”

ฉันเลิกสนใจความวุ่นวายนั่น หันมาตระเตรียมอาหารในครัว เสียงหนวกหูค่อยๆ หายไปเสียที ท่าทางลุดวิกจะลากพี่ชายไปนั่งเงียบๆ ที่อื่นได้สำเร็จ

ผักสลัด หัวหอม เนื้อหมู มันฝรั่งบด มะนาว แล้วมีอะไรอีกนะ... อืม... เหมือนฉันจะลืมอะไรไปสักอย่าง อ้อ เนย

ระหว่างที่หยิบจับทำอาหารไปได้ไม่นาน ลุดวิกก็โผล่หน้าเข้ามา

“มีอะไร”

“ที่จริงแล้วนายไม่น่าต้องลำบากเลยนะ เรื่องกับข้าวหรืองานบ้าน พวกฉันก็จัดการเองได้”

“แล้วนายจะให้ฉันนั่งๆ นอนๆ ไม่ทำอะไรไปวันๆ น่ะเหรอ ไม่ล่ะ”

ฉันยังยืนยันคำเดิม ดูท่าที่ลุดวิกไม่อยากให้ฉันขยับตัวทำอะไรคงจะเป็นเพราะว่ารำคาญที่ฉันจู้จี้เกินควรนั่นแหละ

“ลุดวิก... เราเคยพูดกันไปแล้วไม่ใช่เหรอ”

“งั้นก็ตามใจ”

ชายหนุ่มผมทองว่าแล้วก็ออกไปจากครัว คงเห็นว่าห้ามไปก็คงไม่ได้ผล จึงปล่อยให้ฉันทำตามใจตัวเอง

โชคดีที่กิลเบิร์ตไม่โผล่มาวุ่นวายในห้องครัวอีก ฉันจึงตระเตรียมอาหารได้อย่างสบายใจ หวังว่ากิลเบิร์ตคงไม่เล่นอะไรพิเรนๆ ระหว่างมื้ออาหารอีก






To be continued...

 

 

 

อินสปายเรชั่นอย่างไม่ปิดบังจากโดจินชิของเซอร์เคิล Cocca คุณชายเอาผมลงสุดยอดดดดดดดดดดดด (เหมือนจะไม่ใช่ประเด็น) ถ้าอิงตามประวัติศาสตร์ ก็เป็นช่วงสงคราม 2 ที่โรเดอริคและลุดวิกอยู่บ้านเดียวกันค่ะ แต่ไม่อยากใส่เหตุการณ์อิงเท่าไหร่ เพราะมันเครียด ^^; อยากให้ฟิคเรื่องนี้ออกแนวใสๆ ชีวิตแม่บ้าน (?) อะไรทำนองนั้นน่ะค่ะ (ฮา)


เริ่มมาจากความป่วงๆ แบบนี้แหละค่ะ พล้อตยังไม่มี เขียนๆ ไปเดี๋ยวมันคงมีเอง =w=



ไม่ได้ตั้งใจให้กิลเด่น ทำไมมันต้องเด่นด้วย... ถ้าคาแรกไม่ตรงยังไง ก็ขออภัยแฟนๆ กิลด้วยนะคะ m(_ _)m

 

ปล. เนื่องจากลุดวิกไม่มีนามสกุล แต่กิลมี เป็นพี่น้องกัน เพราะฉะนั้นก็ใช้นามสกุลกิลไปซะเถอะนะ...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Cocca คือจุดเริ่มต้นของสามพีสินะคะ (ฮา)
โดเขาชอบทำให้จิตใจหวั่นไหว

ท่าทางจะใสกิ๊งน่าดู
รออ่านตอนหน้าค่า~big smile

#1 By dearchan on 2009-07-08 21:16

โดอันนี้ปอยก็ปลื้มคุณชายเอาผมลงค่ะ ง๊ามมมงาม

อ่านแล้วเผลอตบเข่าฉาด
คุณชายก็คุณชายอย่างแฮงงงงงง กิลก็ออวซั่มสุดๆค่ะ
(ปอยชอบนะพี่กีๆๆๆ ปอยว่ากวนๆแต่ไม่ชวนให้เกลียดค่ะ ฮา~)

ชอบที่คุณชายนั่งๆนอนๆอยู่บ้านแล้วเบื่อจนต้องออกไปตลาด
เปลี่ยนจากสามีน้องฮังมาเป็นสะใภ้คฤหาสน์ไวล์ชมิดแต่ก็ยังทำหน้าที่ได้ไม่บกพร่อง♥
(เอ๊ะ ตกลงเค้าไปเป็นสะใภ้ใช่มั้ยฮ้า ฮี่ๆๆๆๆๆๆ)

รอตอนหน้าด้วยคนฮ้า~ cry

#2 By purin•po♥([∂]ω[∂])~♪ on 2009-07-08 23:38

เมียมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

อีรอดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

อีรอดเมียสะใจ

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ดิฉันชอบ ด๊อยหล่อ กระซวกใจ

ส่วนอีกิล... ออวซั่มถึงใจมาก โถ... อีไจแอนท์

คือแบบ ตอนฟังคุนกีเมาท์ก็มันส์นะ
มาอ่านแบบนี้แล้วแบบ

อีแม่บ้านฟูลแพคเกจ!!!!!!
กูกราบไหว้เลยค่ะ

มึงเนี่ย ทั้งเรื่อง เป็นได้แค่ผัวบาช
นอกนั้นมึงเปนเมียเค้าอย่างเดียวเลยอีรอด...

โถ...
ชอบเซอร์เคิล Cocca เหมือนกันค่ะ
คุณชายเคะสุดยอดดดด

คุณชายช่างแม่บ้าน
*หลง*

รออ่านตอนหน้าค่า
วังวน 3P เยอรมันช่างโมเอ้

#4 By Piin.Z on 2009-07-09 12:02

(ชีวิตแม่บ้าน....)

กรี๊ดดดดด ค้าง กำลังมันส์ๆ
กิล..แม่ง น่าเตะสุดยอด พูดจาแต่ละคำ แต่ละประโยค ไอ้ออวซั่ม

#5 By shiny on 2009-07-10 22:50