[Final Fantasy VII AU Fiction] Doll (15)
posted on 14 May 2009 11:10 by keechan in Fiction, FinalFantasy-KingdomHeartsDoll (15)
Pairing : ???????? x Cloud Stife
การใช้ชีวิตร่วมกับเซฟิรอธเริ่มต้นขึ้นโดยที่คลาวด์ไม่รู้เนื้อรู้ตัว
เช่นเดียวกันกับการที่ต้องย้ายออกไปจากนีเบิลเฮมสู่เมืองใหญ่ที่เขาไม่เคย
จินตนาการว่าจะได้ไปเหยียบอย่างมิดการ์
จิตใจของเด็กหนุ่มมักจะล่อง
ลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ถ้าเซฟิรอธไม่คอยพูดคุยด้วย
คลาวด์ก็จะเอาแต่นึกถึงครอบครัวและเพื่อนฝูงที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับคืน
สำหรับเด็กอายุเพียงแค่ 11 อย่างเขา
การสูญเสียคนใกล้ชิดรอบตัวไปภายในเวลาชั่วพริบตาเป็นสิ่งที่หนักหนาเกินจะ
รับได้ไหว
เหตุการณ์ไฟไหม้ร้ายแรงที่เกิดขึ้นกับบ้านเกิดเมื่อหลาย
เดือนก่อน
ยังคงตรึงอยู่ในความทรงจำของคลาวด์ราวกับฝันร้ายที่คอยหลอกหลอนอย่างไม่จบ
สิ้น
เด็กชายไม่รู้ว่าที่มาของไฟนรกนั่นมาจากไหน และมันเกิดขึ้นได้ยังไง เขารับรู้ได้เพียงความร้อนระอุที่แผ่กระจายออกมา
ไม่อาจจะเรียกได้ว่าโชคร้าย แต่ก็ไม่ใช่โชคดีเช่นกัน
วันนั้นมีคลาวด์เพียงคนเดียวที่หลบตัวออกมาจากในหมู่บ้านเพื่อมารอคอยเซฟิรอ
ธ เกือบ 2 อาทิตย์ที่คลาวด์อดทนรอให้อีกฝ่ายแวะลงมาหาทีหมู่บ้าน
อดคิดไม่ได้ว่าตัวเองคงจะหมดความสำคัญไปแล้วจริงๆ แต่ก็คงไม่แปลกละมั้ง
กับเด็กที่เจอหน้ากันได้ไม่เท่าไหร่ เป็นใครก็คงเลิกสนใจได้ง่ายๆ
คลาวด์ตัดสินใจแวะไปที่ทุ่งไอริสนั่นอีกครั้ง และมันก็ว่างเปล่า
เขาไม่พบเซฟิรอธอยู่ที่นั่น ความทรงจำหลังจากนั้นพร่าเลือนไม่ชัดเจน
เขารู้แต่เพียงว่าเมื่อเขาเดินกลับไปที่หมู่บ้าน
ทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เปลวไฟที่ไหววูบดึงให้ใจตกวูบไปถึง
ตาตุ่ม กระนั้นคลาวด์ก็ยังคิดจะพุ่งตรงไปกลางกองเพลิงนั่น
เขาคิดเพียงแต่ต้องไปหาแม่เท่านั้น
ทว่าร่างเล็กกลับถูกดึงรั้งเอาไว้ด้วยแขนแข็งแกร่ง
เซฟิรอธที่ไม่รู้ว่าปรากฏตัวมาจากไหนและตั้งแต่เมื่อไหร่ฉุดร่างของเขาเข้า
หาตัว
‘เธอไปก็ช่วยอะไรพวกเขาไม่ได้’
คลาวด์รับรู้ได้ทันที
ว่ามันหมายความว่าอย่างไร
ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความหวาดหวั่นต่อการสูญเสีย
มีเพียงอ้อมกอดของเซฟิรอธที่คอยประคับประคอง
ฝ่ามือใหญ่เลื่อนมาปิดดวงตาสีฟ้าที่ไม่อาจละไปจากภาพเพลิงนรกตรงหน้า
ถึงจะถูกปิดตา... แต่ประสาทสัมผัสอื่นยังทำงานแจ่มชัด ไอร้อนจากเปลวเพลิง
กลิ่นเผาไหม้ เสียงบ้านเรือนถล่มล้มลงมาเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ทุกสิ่งทุกอย่างสะท้อนการสูญเสียที่แจ่มชัด...
การสูญเสียที่ไม่มีวันกลับคืนมา
คลาวด์
ร้องไห้... ร้องไห้แบบที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะหยุดน้ำตาได้
ทุกสิ่งรอบตัวที่คุ้นเคยและใช้ชีวิตอยู่ร่วมมาตลอด 11
ปีหายวับไปกับตาในเวลาชั่ววูบ ทั้งเพื่อน ครอบครัว ทุกสิ่งทุกอย่าง...
ผมจะอยู่ต่อไปยังไง... แม่ฮะ...
นีเบิลเฮมระเหยหายไปจากโลกนี้อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ทุกคนที่อยู่ที่นี่... ทิ้งเขาไว้เพียงลำพัง
ทำไม... ทำไมถึงเป็นแบบนี้
‘ฉันจะอยู่กับเธอเอง คลาวด์’
ชั่ววินาทีแห่งความสิ้นหวัง เสียงทุ้มนั้นเองเป็นสิ่งที่ฉุดรั้งเขาไว้ คำพูดของเซฟิรอธที่กำลังกอดเขาอยู่ยิ่งทำให้คลาวด์ปล่อยโฮออกมา
เซฟิรอธ...
เป็นที่พึ่งแห่งเดียวและแห่งสุดท้ายสำหรับเขาที่ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว
เป็นคนเดียวที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเขาก็จะขอเชื่อผู้ชายคนที่กอดเขาไว้อย่างอ่อนโยนคนนี้
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น...
เด็กชายกอดตัวเองไว้แน่น ไม่อาจลบภาพความทรงจำในวันนั้นลงไปได้ง่ายๆ
2
วันแล้วที่เขาจากนีเบิลเฮมมา... พูดให้ถูกกว่าก็คือนีเบิลเฮมหายไปได้ 2
วัน เซฟิรอธพาเขากลับมาที่มิดการ์ด้วยกัน
คลาวด์ที่ไม่มีที่ไปจึงติดตามไปอย่างว่าง่ายและไม่มีคำถามใดๆ
นอกจากนั้นแล้วเซฟิรอธก็คอยอยู่ข้างๆ
ตลอดเวลาไม่ปล่อยให้เขาเคว้งคว้างอยู่คนเดียวสักวินาทีเดียว
ทว่าการใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ที่ตนไม่เคยรู้จัก ย่อมต้องทำให้เด็กชายโหยหาความอบอุ่นเดิมๆ...
พอ
มาถึงมิดการ์ ‘บ้าน’ ที่พวกเขาอาศัยอยู่ก็กลับอยู่บนยอดตึกสูงระฟ้า ทั้งๆ
ที่คลาวด์ควรจะมีความตื่นตาตื่นใจแบบเด็กๆ
ที่ไม่เคยพบเจอตึกรามบ้านช่องที่สูงเสียดฟ้าเช่นนี้
เขากลับรู้สึกเฉยเมยต่อสิ่งแปลกใหม่ที่เห็นในเมืองและไม่รู้สึกตื่นเต้นเอา
เสียเลย
คลาวด์หลับไม่ลงเลยแม้แต่งีบเดียวตั้งแต่เดินทางมาจาก
‘อดีต’ นีเบิลเฮมจนมาถึงมิดการ์ แม้เซฟิรอธจะบอกว่าให้นอนเอาแรงบ้าง
แต่เขาก็ไม่อาจข่มตาหลับลงได้
เด็กชายกลัวเหลือเกินว่าจะฝันเห็นอะไรที่เลวร้าย
หรือว่าเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วจะพบแต่ความมืดมิด
หลังมื้ออาหารเย็นที่
คลาวด์กินลงได้เพียงไม่กี่คำ เซฟิรอธก็พาเขามาส่งที่ห้องนอน
พลางบอกว่านี่คือห้องของเขานับแต่นี้เป็นต้นไป แม้ขนาดห้องจะกว้างใหญ่
รวมถึงเตียงที่ดูนุ่มนิ่มนอนสบาย
แต่คลาวด์ก็ยังรู้สึกอ้างว้างนักเมื่อกวาดสายตามอง
เด็กชายที่ดูเปล่าเปลี่ยวจนกระทั่งแสดงออกด้วยแววตาหงอยเหงาเช่นนั้น ทำให้เซฟิรอธไม่อาจทิ้งให้คลาวด์อยู่เพียงลำพังได้
ฝ่า
มือใหญ่ประคองเจ้าของแผ่นหลังเล็กที่ยังยืนนิ่งราวรูปปั้นหินให้ก้าวเข้า
ห้องนอนใหม่ที่จัดไว้ให้ เซฟิรอธไม่ถนัดที่จะชวนคุยเท่าไหร่
เพราะเขาเองก็ไม่รู้จะหาเรื่องอะไรมาพูดคุยเพื่อปลอบโยนอีกฝ่ายได้
จึงมักจะใช้สัมผัสทางกายสื่อความห่วงใยแทน
เขาไม่พูดแม้กระทั่งว่า ‘ฉันเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น’ ให้สะกิดใจเด็กชายด้วยซ้ำ
“คลาวด์”
เจ้าของชื่อไม่แสดงท่าทีตอบรับจนชายหนุ่มลำบากใจ ท่าทางเขาคงจะทิ้งให้คลาวด์อยู่ตามลำพังไม่ได้จริงๆ
“เตรียมตัวไปพักผ่อนเถอะนะ เดินทางมาทั้งวันแล้ว”
“ฮะ”
แม้จะรับคำ แต่ร่างเล็กก็ยังไม่ขยับตัว เซฟิรอธลอบถอนใจเบาๆ แล้วอุ้มเด็กชายขึ้นจนตัวลอย ตอนนั้นแหละคลาวด์ถึงได้เบิกตาด้วยความตกใจ
“จะทำอะไรฮะ!”
“อาบน้ำให้เธอ” ชายหนุ่มผมเงินตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
เรียว
แขนเล็กโอบรอบลำคอแกร่ง
ทั้งที่คลาวด์ไม่รู้อะไรเลยสักอย่างเกี่ยวกับเซฟิรอธ
ทั้งอย่างนั้นแล้วชายหนุ่มก็ยัง ‘เก็บ’
เขามาดูแลโดยไม่แสดงท่าทีว่ารำคาญหรือเป็นภาระ
เด็กที่ไร้หนทางไป
อย่างคลาวด์จะทำอะไรอย่างอื่นได้
นอกจากยึดเกาะอีกฝ่ายเอาไว้ให้แน่นที่สุดและไม่คิดถึงอะไรอื่นนอกจากผู้ชาย
ตรงหน้าเท่านั้น
คลาวด์ รู้สึกเขินอายนิดๆ
เพราะเขาโตเกินกว่าจะถูกใครอาบน้ำให้แล้ว
แต่ด้วยไม่อยากโต้แย้งและความหดหู่ทีกัดกินหัวใจทำให้เขายอมให้อีกฝ่ายราด
น้ำอุ่นให้ร่างเปลือยเปล่าของตนแต่โดยดี
ฝ่ามือและปลายนิ้วที่สัมผัสร่างกายตัวเองอยู่นั้นช่างอ่อนโยน กลิ่นสบู่ใหม่ที่ไม่คุ้นจมูกก็ทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง
“ผิว
เธอขาวจริงๆ นะ” เซฟิรอธว่าพลางลูบไล้ร่างเล็ก
คลาวด์ตัวแข็งขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยคล้ายจะเป็นคำชม
ไม่รู้ว่าจะกล่าวอะไรตอบกลับไปดี
จนแล้วจนรอดคลาวด์ก็ได้แต่เงียบ
แต่ไม่ใช่ด้วยความหดหู่เศร้าหมอง หัวใจเล็กๆ
เต้นระรัวขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ
และคลาวด์ไม่รู้ว่าจะจัดการยังไงให้เสียงเต้นของหัวใจเบาลงกว่านี้
เซฟิรอธอาบน้ำให้เด็กชายจนสะอาดหมดจด ก่อนจะหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ให้จากตู้เสื้อผ้าที่มีชุดเตรียมไว้เต็มตู้เสียจนคลาวด์ตะลึง
เห็นอย่างนั้นแล้วชายหนุ่มก็ยิ้มบอก “ทั้งหมดนี่เป็นของเธอ”
“เอ๋???
ทำไม...” เด็กชายไม่ได้งุนงงเรื่องข้าวของที่ถูกเตรียมไว้ให้มันเป็นของเขา
แต่แปลกใจที่ว่าทำไมเซฟิรอธจึงจัดการได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ต่างหาก
“ฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่าฉันจะดูแลเธอเอง”
คำ
พูดนั้นเป็นดังคำสัญญา
เป็นดังมนตร์สะกดที่ตรึงให้คลาวด์จับมืออีกฝ่ายไว้ไม่ยอมปล่อย
หลังจากที่เพิ่งสูญเสียสิ่งใกล้ตัวทุกอย่างไป
ถูกย้ายมาอยู่ในที่ที่ไม่รู้จัก เซฟิรอธเป็นเพียงคนเดียวที่เป็นที่พึ่ง
และคลาวด์ไม่ต้องการสูญเสียมันไปอีก
ราว
กับเข้าใจในท่าทีนั้น
เซฟิรอธยังคงยิ้มให้เด็กชายเพื่อตอกย้ำความจริงจังในคำพูดตน
พอแต่งตัวให้เสร็จเรียบร้อยเขาจึงอุ้มร่างเล็กนั้นอีก
“เซฟิรอธฮะ! ผมเดินเองได้!”
“ฉันดูหน้าเธอแล้วเหมือนยังไม่มีเรี่ยวแรงอยากจะทำอะไร ให้ฉันอุ้มเถอะ”
เมื่อ
คำค้านไม่เป็นผล คลาวด์จึงกอดคอร่างสูงไว้แน่นอีก
อย่างหนึ่งก็เพื่อช่วยในการทรงตัวแม้ระยะทางจากห้องน้ำถึงเตียงจะไม่ได้ไกล
เท่าไหร่
อีกอย่างก็เพื่อช่วยให้ตัวเองไม่ต้องสบดวงตาสีมรกตคู่นั้น...
แม้
จะเขินอาย... แต่คลาวด์ก็รู้สึกดีใจที่อีกฝ่ายเอาใจใส่ ถึงออกจะ ‘เกินควร’
ไปสักนิด ทว่าด้วยความเป็นแค่เด็ก
เขาจึงไม่ลังเลที่จะแสดงอาการออดอ้อนออกมาอย่างเต็มที่
เด็กชายไถแก้มกับอกแกร่งพลางยิ้มบางได้อยู่ไม่นานเซฟิรอธก็วางเขาลงบนเตียงนิ่ม
“...
ขอบคุณฮะ” เสียงเล็กเอ่ยแผ่วๆ แต่ดังพอให้เซฟิรอธก็ได้ยิน
เขายิ้มด้วยรอยยิ้มแสนอบอุ่น เก็บความปลาบปลื้มไว้ในใจ
เซฟิรอธลูบเส้นผมสีบลอนด์นิ่มนั้นอย่างเอ็นดู
ในขณะที่คลาวด์ยังไม่หลับตาลงง่ายๆ
“หลับตาสิ เธอควรจะนอนได้แล้ว”
“คุณจะอยู่ข้างๆ ผมมั้ยฮะ?” น้ำเสียงออดอ้อนเอ่ยอย่างไร้เดียงสา เซฟิรอธหรี่ตาแล้วโน้มลงแตะริมฝีปากลงกับหน้าผากของเด็กน้อย
“แน่นอน” ว่าแล้วเขาก็ลงนั่งบนเตียงแล้วนอนตะแคงอยู่ข้างๆ ถึงอย่างไรเตียงนี้ก็กว้างพอให้ผู้ใหญ่สองคนนอนด้วยกันได้อย่างสบาย
“แต่ถ้าจะให้ร้องเพลงกล่อมด้วย ฉันทำไม่เป็นหรอกนะ” เซฟิรอธหยอก
“ผม
ไม่ต้องให้ร้องเพลงกล่อมหรอกฮะ” เด็กชายหัวเราะคิกคักได้ไม่เท่าไหร่
ก็กลับไปมีสีหน้าหม่นหมองอีก “ตอนที่ผมเด็กๆ
แม่ก็จะร้องเพลงกล่อมให้เหมือนกัน แต่ว่า... ตอนนี้โตแล้วล่ะฮะ”
ยิ่งพูดคลาวด์ก็ยิ่งทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เซฟิรอธจึงโอบกอดร่างเล็กเข้ามาแนบอก “ยังไม่โตพอที่จะไม่ให้ฉันกอดหรอกนะ”
ถึง
อ้อมกอดของเซฟิรอธจะทำให้รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย
แต่ก็ไม่ใช่ที่เดิมที่เขาเคยอยู่
คลาวด์จึงไม่อาจห้ามน้ำตาที่ทะลักออกมาเหมือนเขื่อนแตกได้
เขาปล่อยให้น้ำตาไหล
ซุกสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายที่สามารถไว้ใจได้เพียงคนเดียวในโลก
ฝ่ามือของเซฟิรอธ อ้อมแขนของเซฟิรอธ แผ่นอกของเซฟิรอธเป็นที่พักพิงให้เขาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
เกือบ 8 ปีให้หลังจากวันนั้นคลาวด์จึงได้รู้ความจริงที่ถูกปิดบังเอาไว้
บางทีถ้าหากยังคงไม่รู้อยู่อย่างนั้น... อาจจะดีกว่าก็ได้
To be continued...
ไม่รู้ละ แถแล้ว ขี้เกียจเล่ามาก
รู้สึกเดี๋ยวนี้เล่าเรื่องได้แปลกๆ ย้อนความไปย้อนความมา จะมุมใครซักคนก็เลือกไม่ถูก...
เอาเป็นว่า บ้านเกิดไฟไหม้ เลยได้มาอยู่กะเซฟิรอธ จบข่าว โอเค๊๋?
ปล. รู้สึกว่าฟิคเรื่องนี้จะทำให้ผีบลอคปรากฏตัวได้ (ฮา) ยังไงก็เม้นท์คุยกันได้นะคะ ขอบคุณที่อ่านค่า >w<


...........
พี่กีคะ เปลี่ยน ???? แล้วเป็นคำว่า แซค ดีก่านะ 55555555
นึกถึงเสียงปวดร้าวของซากุไรขึ้นมา ("ผมอุตส่าห์ชื่นชมคุณ"
โชตะค่อนจริงๆนะเซฟี่
ตอนนี้เซฟิรอธอบอุ่นอย่างไม่เคยเห็น ชอบอ้ะ! อา เจิดจ้ากันเกินไปแล้ว แพ้เสะผู้ใหญ่
อย่านะ อย่ามาทำให้หวั่นไหว ฮือ ชอบพอกันทำไงดี (สามพี?)
เสียงโมริคาว่าหล่อเกินไป
ยิ่งกำลังอินกับดราม่าสเลฟเวอร์มากๆ ยิ่งพีคคู่นี้อยู่ คั่กๆ
#1 By เห็ด rosy on 2009-05-14 13:10