[Hetalia Fanfiction] Niflheim (2)

posted on 07 May 2009 13:34 by keechan  in Fiction

 

Niflheim (2)

Pairing: ?????? x Iceland x ???????

 

 

เดเนอร์เนสไม่ได้หวนกลับมาอีกเลย

นอกจากจดหมายที่คอยออกคำสั่งให้รายงานความเรียบร้อยในแต่ละเดือน และการส่งผู้นำศาสนามาสั่งสอนประชาชนของเขา ก็ไม่มีการติดต่ออย่างอื่นอีก

ถ้าแค่นั้นก็คงจะดี แต่ความขัดแย้งเรื่องความเชื่อก็กลับลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ รุนแรงถึงขั้นมีการประหัตประหารกัน... อีสลันท์ได้แต่ทนมองอย่างอึดอัดใจ

เขาไม่เคยได้อะไรจากเดเนอร์เนส... มีเพียงการบังคับขู่เข็ญกลายๆ ให้ทำตามคำสั่ง แม้ว่าเขาจะยอม... แต่คนบนเกาะบางส่วนก็รับไม่ได้ เขาพยายามห้ามปรามการต่อต้านอีกฝ่ายแล้ว แต่ก็ไร้ผล ผู้ที่ต่อต้านจึงต้องจบชีวิตลง

นั่นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว... ป่านนี้เดเนอร์เนสคงจะลืมไปแล้ว หรือไม่ก็อาจจะไม่เคยใส่ใจเลยก็ได้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบนเกาะแห่งนี้

ดวงตาสีฟ้าใสกุมจดหมายที่เป็นเหมือนกับสารคำสั่งมากกว่าด้วยหัวใจที่ว่างเปล่า ไม่น่าจะต่างอะไรกับการอยู่ตัวคนเดียว อีสลันท์ไม่เข้าใจว่าความรู้สึกว้าเหว่อ้างว้างเหมือนถูกทิ้งนี้มาจากไหน

เขาถูกห้ามไม่ให้ติดต่อใครอื่นนอกจากเดเนอร์เนส ทั้งๆ ที่เจ้าของคำสั่งนั้นไม่เคยแวะเวียนมาหา ช่างเป็นคำสั่งที่น่าขันนัก ราวกับว่าเขาถูกกักขังอยู่บนเกาะของตัวเอง

เก้าอี้ในห้องรับแขกตัวตรงข้ามชวนให้นึกถึงผู้ที่มักจะมาเยือนอยู่บ่อยๆ แต่บัดนี้ไม่มีแล้ว แม้ว่านอร์จจะไม่ค่อยพูดจา มาแต่ละครั้งก็จะพูดคุยกันเพียงไม่กี่ประโยค เพราะว่าเขาเองก็ไม่เคยทำตัวเป็นภาระให้อีกฝ่าย อีสลันท์ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าตัวตนเล็กๆ ของนอร์จนั้นฝังอยู่ในความทรงจำของเขาหนาแน่นจนสลัดไม่หลุด

อีสลันท์นึกเสียดสีตนเอง แดนหิมะที่หนาวเหน็บ แถมไม่รู้ว่าภูเขาไฟจะปะทุขึ้นมาเมื่อไหร่ จะมีใครอยากจะแวะเวียนมากันเล่า คนที่อยากจะตั้งถิ่นฐานที่นี่ต่างหากที่น่าจะสติไม่เต็มเต็ง

ตัวเขาเลือกที่จะอยู่ที่นี่... เพราะมันคือบ้านของเขา สถานที่ที่เขาเกิด... ไม่ว่าจะมีสภาพเป็นยังไงเขาก็รักดินแดนแห่งนี้

ร่างเพรียวลงนั่งเพียงลำพังเพื่อสงบจิตใจ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะมีใครมาที่นี่หรือไม่ก็ตาม เขาก็จะอยู่ที่นี่ตลอดไป...

อีสลันท์นึกถึงภาพผู้คนบนเกาะเล็กๆ แห่งนี้ ผู้คนที่มาร่วมลงหลักปักฐานด้วยกัน นึกถึงรอยยิ้มของการใช้ชีวิตอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข เพียงเท่านั้นก็มีความหมายเพียงพอสำหรับเขาที่จะพยายามทำเพื่อดินแดนนี้อย่างสุดความสามารถ

ขณะที่กำลังคิดอยู่เช่นนั้น เสียงตะโกนจากที่ไกลๆ ก็แว่วดังเข้ามา อีสลันท์สังหรณ์ใจแปลกๆ จึงรีบเปิดประตูออกไปดูสถานการณ์รอบด้าน

กลางเดือนกรกฏาคม แถมยังกลางวันแสกๆ ไม่น่าจะเกิดเหตุวุ่นวายขึ้นได้

“เกิดอะไรขึ้น!”

อีสลันท์ตะโกนถามชาวบ้านที่พากันวิ่งหน้าตาแตกตื่นเข้ามา เขาเดาได้ทันทีว่าต้องมีเรื่องร้ายแรง ขณะยืนรอฟังคำตอบอย่างอดทน

ชาวนาร่างกำยำกว่าพวกควบคุมสติได้ก่อนรีบเอ่ยละล่ำละลัก “จ... โจรสลัด!!! พวกมันบุกขึ้นฝั่งมาทั้งทางตะวันออกแล้วก็ทิศใต้! มันจะจับพวกเราไปเป็นทาส!!”

คำตอบที่ได้นั้น กระชากหัวใจของอีสลันท์ยิ่งนัก การถูกบุกรุกเช่นนี้ไม่อยู่ในความคาดคิดมาก่อน

เป็นไปไม่ได้!!!

การคุ้มกันของเดเนอร์เนสไม่น่าจะหละหลวมมากถึงเพียงนี้... หรือว่าโจรสลัดพวกนั้นจะยกพลมาจำนวนมากจนรับมือไม่ไหว

อีสลันท์ไม่ยืนอยู่เฉยๆ ความคิดที่จะต้องปกป้องพรรคพวกของตนผลักดันให้เขาขยับตัว ร่างเพรียวคว้าดาบยาวเป็นอาวุธประจำกายทันที ก่อนจะเร่งสั่งการเพื่อปกป้องคนของตน

แม้จะไม่รู้ว่าตนจะมีความสามารถขับไล่ผู้บุกรุกออกไปได้หรือไม่ เขาไม่อาจทนนิ่งดูดายปล่อยให้ชาวบ้านถูกทำร้าย

“โจรสลัดพวกนั้นมาจากไหน! มีกำลังพลเท่าไหร่! พวกมันต้องการอะไร!”

ชาวบ้านต่างกำลังสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก มุ่งหวังเพียงจะหนีเอาชีวิตรอด กว่าเสียงตวาดของอีสลันท์จะดึงสติมาได้ก็ใช้เวลามากกว่าที่ควรจะเป็น

“มันเป็นพวกป่าเถื่อน! ตั้งใจจะจับคนของเราไปเป็นทาส! คนที่ขัดขืนหรือหนีพวกมันก็จะฆ่าทิ้ง!!!”

อีสลันท์ยิ่งขมวดคิ้วมุ่นเข้า ถ้าหากเป้าหมายของพวกนั้นเป็นเงินทองหรือทรัพย์สินล่ะก็เขาพอจะต่อรองให้ได้ แต่นี่... มันพวกต่ำช้ายิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน! จำต้องตัดสินกันด้วยกำลังเท่านั้น

“รีบหาที่ซ่อนตัว หนีขึ้นภูเขาแล้วแยกกันไปซ่อนตามถ้ำซะ พวกนั้นไม่เคยชินดินแดนเหมือนพวกเรา รีบหนีไปให้เร็วที่สุด!”

ถึงจะไม่ออกคำสั่งพวกชาวบ้านก็คิดหาทางหนีรอดสุดชีวิต ถ้าหากถูกจับได้ ไม่ตายก็ต้องตกเป็นทาส

ร่างเพรียวดาบในมือถูกกำเอาไว้แน่น... อีสลันท์ไม่แน่ใจว่าตนจะสามารถขับไล่โจรสลัดใจโฉดพวกนั้นได้ ยิ่ง... เมื่อไม่มีกำลังสนับสนุนจากเดเนอร์เนส

แต่ยังไงก็ตาม... นี่เป็นหน้าที่ของเขา หน้าที่ที่จะต้องปกป้องบ้านเกิดเมืองนอน!

อีสลันท์กระชับดาบในมือด้วยใจที่แม่นมั่น ก่อนจะวิ่งออกไป

 

 

“เลือกหน่อยนะเว้ย! เอาเฉพาะสาวๆ หนุ่มๆ แรงดี พวกที่มันแก่แล้วไร้ประโยชน์ไม่ต้องจับขึ้นเรือไปด้วยล่ะ ถ้าใครมันเรื่องมากนักก็ฟันทิ้งไปเลย!”

ชายเถื่อนจากต่างแดนผู้เป็นหัวหน้าโจรสลัดตะโกนบอกพรรคพวกด้วยภาษาของตนราวกับเป็นเพียงการขนสินค้าขึ้นเรือ เหล่าชาวบ้านผู้โชคร้ายเมื่อถูกข่มขู่ด้วยอาวุธก็ไม่มีใครกล้าขัดขืน น้อยคนนักที่ต่อต้านแล้วถูกฟันทิ้งเสียตรงนั้น พวกคนแก่เฒ่าจะถูกดึงแยกออกจากกลุ่มไปนั่งรวมกันโดยไม่รู้ชะตากรรมตนเอง

อีสลันท์ไม่มัวแต่คิดหน้าคิดหลังว่าด้วยตัวคนเดียวและดาบเล่มเดียวจะทำอะไรได้ เขาเพียงแต่ไม่อาจหลบหนีและทนเห็นผู้คนเหล่านี้ต้องทุกข์ทรมาน

ร่างเพรียวก้าวยาวๆ เข้าไปท่ามกลางดงโจรสลัดอย่างไม่เกรงกลัว พลางกวัดแกว่งดาบฟาดฟันอย่างไม่คิดชีวิต ทำให้โจรสลัดกลุ่มหนึ่งตั้งตัวไม่ทัน

“อะ...! อะไรกันเจ้านี่!!!”

ราวกับถูกยั่วยุด้วยแรงโทสะที่ลุกโหม คมดาบอันคมกริบของอีสลันท์แทงลงที่จุดตายของเป้าหมายได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องลงแรงซ้ำสอง ก่อให้เกิดความแตกตื่นท่ามกลางโจรสลัด เดือดร้อนถึงหัวหน้าตน

อีสลันท์มองตามฝูงโจรสลัดที่แตกฮือ สัญชาตญาณนักรบของเขาบอกได้ดีว่าใครคือเป้าหมายการโจมตีของตน ร่างสูงใหญ่ของชายจากต่างแดนที่เขาไม่คุ้นตา หัวหน้าโจรสลัดนั้นมีผิวพรรณออกน้ำตาลแดงคล้ำแดด เขาหรี่ตามองเพื่อพิจารณาว่าคนเถื่อนเหล่านี้มาจากดินแดนใดกัน ไม่น่าจะใช่จากดินแดนใหญ่ข้างล่างนั่น.... แต่มาจากที่ไกลกว่านั้น

ระหว่างที่อีสลันท์จ้องมองอีกฝ่าย ตนเองก็ถูกสายตาของฝ่ายตรงข้ามประเมินอยู่เช่นนั้น ผู้บุกรุกมองร่างเพรียวที่จับดาบบุกเข้ามาเพียงคนเดียวด้วยความชื่นชมในความกล้าหาญ แต่ก็ดูถูกอยู่ในที

เรือน ร่างบอบบาง ผิวขาวซีดราวหิมะ ที่โดดเด่นยิ่งนักคือเส้นผมสีเงินที่สะท้อนแสงแดดเสียจนแสบตา และดวงตาสีฟ้าเป็นประกายสุกใส แม้แต่คนเถื่อนเช่นเขาก็ไม่คาดฝันมาก่อนว่าบนเกาะที่ห่างไกลราวกับถูกดินแดน ใหญ่ทอดทิ้งจะมีความงามเช่นนี้ซุกซ่อนอยู่

เจ้าพวกดินแดนทางเหนือนั่นก็โง่เขลาเสียจริง มีเกาะที่ดีแบบนี้อยู่ใกล้ตัว กลับปล่อยทิ้งร้างให้เขามาฉกฉวยเพชรเม็ดงามนี้ไปเสียได้

ร่างปราดเปรียวของอีสลันท์เงื้อดาบเตรียมพร้อมสู้ไว้ตลอดทุกย่างก้าว ปลายเท้าแตะพื้นอย่างระแวดระวัง เมื่อเหลือเพียงชายผู้ซึ่งดูเป็นหัวหน้าโจรสลัดอยู่คนเดียว ลูกน้องคนอื่นๆ ล่าถอยไปด้านหลังด้วยสัญญาณมือจากหัวหน้าตน แต่อีสลันท์ก็ไม่คลายความระแวง คนป่าเถื่อนพวกนี้จะต้องมีแผนอะไรแน่...

ไม่ว่าจะยังไงเขาก็จะขอสู้ตายล่ะ!

“หน้าตาสวยเป็นบ้า เอาไปขายคงได้ราคาสูงลิบลิ่ว” ชายเถื่อนพึมพำกับตัวเอง อีสลันท์ฟังภาษาแปลกหูนั้นไม่ออก แต่เดาจากสายตาที่โลมเลียร่างกายตนอย่างน่าเกลียดแล้ว คงไม่ใช่คำพูดที่ดีแน่

เด็กหนุ่มยกดาบขึ้นหวังจะสื่อความ ต่อให้ไม่เข้าใจภาษากัน ก็ย่อมต้องรู้ว่าเขากำลังขับไล่

“ออกไปซะ! ปล่อยเชลยที่จับมาให้หมดด้วย!”

ฝ่ายโจรสลัดฟังภาษาของเขาแล้วยิ้มยียวน ก่อนจะชักดาบออกมาปะทะอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ แรงกระทบของคมดาบนั้นรุนแรงจนร่างกายสั่นสะท้าน เท่านั้นอีสลันท์ก็รู้ว่าพูดอะไรไปก็ไร้ผล เขาจำต้องใช้กำลังเข้าหักหาญเท่านั้น

ดาบไวกิ้งดูเล็กลงไปถนัดตาเมื่ออยู่ตาหน้าดาบที่มีวงโค้งใหญ่คล้ายเสี้ยวพระจันทร์ ไม่เพียงเท่านั้น ฝ่ายตรงข้ามยังเคลื่อนไหวได้รวดเร็วกว่า และลงดาบได้หนักหน่วงกว่า รับแรงปะทะได้ไม่กี่ทีอีสลันท์ก็ถึงกับหอบ สายตาที่คู่ต่อสู้มองมาแสดงถึงความขบขันนัก

นี่เขากำลังถูกหยอกเล่น!

เมื่อถูกหยามเหยียดกันซึ่งหน้า ความเยือกเย็นที่เคยมีก็ระเหยหายไปสิ้น อีสลันท์ลงดาบด้วยอารมณ์หุนหันจึงพลาดเป้าจนเสียหลัก เปิดช่องว่างให้คมดาบของฝ่ายตรงข้ามเฉือนเนื้อของตนเข้าเต็มเปา

“อั่ก!!!”

ศอกขวาถูกคมดาบฟันเข้าเป็นแผลลึก เลือดสีสดกระฉอกออกมาจากปากแผลพร้อมๆ กับดาบที่ร่วงหลุดจากมือ หมดโอกาสที่จะตอบโต้เมื่อปลายดาบโค้งนั้นจ่อเข้าที่ลำคอของตน

หัวหน้าโจรยักยิ้มอย่างผู้มีชัย

“ว้า... ลืมไปเลย แบบนี้ก็เสียราคา ขายไม่ได้กันพอดี”

สิ้นประโยคนั้นเหล่าโจรก็พากันหัวเราะเยาะ บ้างก็โห่ร้อง แม้อีสลันท์จะไม่เข้าใจภาษาของฝ่ายตรงข้าม แต่ก็รู้ว่าเจ้าพวกคนเถื่อนพวกนี้คงจะสนุกสนานนักกับการได้ทำร้ายคนอ่อนแอกว่า

...เจ็บใจนัก...

สมเพชในความอ่อนแอของตัวเองที่ไม่อาจปกป้องได้แม้กระทั่งคนบนเกาะ

“เอาไงดีล่ะ ดันมีตำหนิซะแล้ว...”

สายตาคมกริบจ้องมองอีสลันท์ราวกับมองมตดัวเล็กๆ ที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าตน จะเมตตาปล่อยไป หรือว่าจะบดขยี้ให้แหลกละเอียดเสียตรงนี้ก็ได้ โจรสลัดใจโฉดกำลังรอให้เขาอ้อนวอนขอร้องชีวิตเพื่อเพิ่มความบันเทิงของการล่าให้แก่ตน

อีสลันท์ยอมตายเสียดีกว่าที่จะก้มหัวให้โจรเถื่อนไร้อารยธรรม!

“ท่าทางพยศน่าดู จับดาบไม่ได้แล้วแต่ดูเหมือนจะไม่ยอมแพ้เอาซะเลย” ร่างสูงเอ่ย เกือบจะเป็นการชื่นชม ถึงแม้อีกฝ่ายจะไม่เข้าใจ แต่ก็อดจะพูดขึ้นมาไม่ได้

“น่าเสียดาย...”

ชายต่างแดนยิ้มแสยะ ก่อนจะฝังดาบลงในร่างที่ไร้ทางสู้โดยไม่ยั้งแรง ร่างของอีสลันท์กระตุกวูบ กลางอกชุ่มโชกด้วยโลหิตสีแดงฉาน เบื้องหน้าตนกลับกลายเป็นสีเลือด

น่าแปลกที่ไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเลยสักนิด อีสลันท์รู้สึกเพียงแต่ว่าความอบอุ่นกำลังหลั่งไหลออกไปจากร่าง อุณหภูมิในร่างกายลดต่ำลงจนหนาวเหน็บ ชาดิกจนไม่อาจขยับได้แม้แต่ปลายนิ้ว

...หนาวเหลือเกิน

 

 

 

 

“อีสลันท์”

น้ำเสียงคุ้นเคยแว่วดังจากที่ไกลๆ น้ำเสียงที่กล่าวปลอบประโลมเขาในอดีต

ฝ่ามือเย็นให้ความรู้สึกสบายแตะสัมผัสที่หน้าผาก อีสลันท์จำสัมผัสนั้นได้ว่าเป็นของใคร เขาอยากลืมตาขึ้นมอง ทว่าเปลือกตากลับหนักเสียจนยกไม่ขึ้น ร่างกายก็แข็งทื่อไม่ยอมทำตามคำสั่ง หนักอึ้งราวกับไม่ใช่ร่างกายของตัวเอง

เด็กหนุ่มฝืนความอ่อนล้าเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ แสงแดดเพียงเล็กน้อยก็แยงตาจนรู้สึกแสบ แต่เพียงได้เห็นภาพอันเลือนลางของบุคคลที่อยากพบก็ทำให้จิตใจเบ่งบานราวดอกไม้ได้รับน้ำหล่อเลี้ยง

“นอร์...จ...”

บุคคลที่อยากพบที่สุด... อีสลันท์ไม่สนว่านี่จะเป็นโลกหลังความตายหรือว่าสิ่งตรงหน้าคือภาพลวงตา

“อีสลันท์! นายฟื้นแล้ว! โล่งอกไปที...”

นอร์จหยิบผ้าชุบน้ำอุ่นหมาดๆ ซับเหงื่อให้ที่ใบหน้าขาวโดยที่ยังไม่คลายความกังวล สีผิวที่ขาวอยู่แล้วของอีสลันท์ยิ่งซีดเซียวมากขึ้นจนแทบไร้สีเลือด

ความเจ็บแปลบเสียดแทงเข้าทั่วร่างเมื่ออีสลันท์พยายามขยับแม้เพียงปลายนิ้ว เขาอยากแตะสัมผัสอีกฝ่ายด้วยตัวเองเพื่อให้รู้ว่าคนตรงหน้านี้มีตัวตนอยู่จริง ทว่าท่อนแขนกลับปวดจนขยับไม่ไหว กลางอกแสบร้อนราวถูกไฟนาบ

เจ็บปวดจนเกินบรรยาย...

แต่เขายังมีชีวิตอยู่... มีนอร์จคอยอยู่ข้างๆ...

ดวงตาสีฟ้าจ้องมองผู้พยาบาลตนอย่างโหยหา เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกอุ่นใจเมื่อมีคนอยู่เคียงข้าง ช่วงเวลาที่ขาดหายไประหว่างเขาและนอร์จ... กำลังถูกเติมเต็ม

อีสลันท์ไม่รู้ตัวมาก่อนว่าเขาต้องการนอร์จมากเพียงใด

“...ฉันคิดถึงนาย”

เขาไม่รู้ว่านอร์จมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร หรือโจรสลัดพวกนั้นทำลายบ้านเมืองเขาไปมากเท่าไหร่ เขาแค่ต้องการให้นอร์จอยู่ข้างๆ เท่านั้นเอง

อยากให้มือคู่นั้นสัมผัสเขาโดยตรง ความเย็นจากฝ่ามือของนอร์จนั้นให้ความรู้สึกผ่อนคลายยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น

เจ้าของเรือนผมสีทองอ่อนยังเช็ดใบหน้าให้อีกฝ่ายราวกับไม่ได้ยินคำพูดนั้น “นายหมดสติไปตั้งสองวันเชียวนะ อย่าเพิ่งออกแรงขยับตัวเลย แผลยังไม่ปิดดีด้วย”

“นายมาช่วยฉันเหรอ”

นอร์จส่ายหน้า “เปล่า... ฉันแค่ตามเดเนอร์เนสมา”

เดเนอร์เนส... ชื่อนี้อีกแล้ว ชื่อที่อีสลันท์ไม่อยากได้ยิน

“เดเนอร์เนส... มาที่นี่ด้วยเหรอ”

อีสลันท์ได้รับการพยักหน้าจากอีกฝ่ายเป็นคำตอบ “เขาเป็นผู้ปกครองของนายนะ นายถูกโจรสลัดที่ไหนไม่รู้มาทำร้ายหนักหนาถึงขนาดนี้ เขาจะไม่มาเองได้ยังไง”

นอร์จเอ่ยเรียบๆ อย่างเป็นเรื่องปกติธรรมดา ก่อนจะยกมือทาบหน้าผากอีกฝ่ายเพื่อวัดไข้ แล้วหรี่ตาเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนที่ไม่ลดลงเลย

“นายมีไข้สูง อดทนหน่อยนะ แผลลึกมาก คงต้องใช้เวลานานกว่าจะหายดี” ว่าสำทับแล้วจัดการยกอ่างน้ำที่บัดนี้เย็นลงเสียแล้วหมุนตัวออกไป

“นายจะไปไหน” อีสลันท์เรียกไล่หลัง

“ไปรายงานเดเนอร์เนสว่านายรู้สึกตัวแล้ว”

แม้จะเข้าใจสถานการณ์ แต่อีสลันท์ก็อดจะรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาไม่ได้ นอร์จเป็นคนของเดเนอร์เนสแล้ว... เหมือนกับเขา... เพราะฉะนั้นแล้วถ้ามีเหตุการณ์ใดๆ คืบหน้า ผู้ปกครองก็จะต้องได้รับรู้

แต่ว่านอร์จไม่เคยเย็นชากับเขา... ไม่ใช่แบบนี้

ร่างกายที่ขยับไม่ได้ดังใจเพราะความเจ็บร้าวจากบาดแผล ทั้งยังถูกรุมเร้าด้วยพิษไข้ อีสลันท์จึงไม่สามารถจมจ่อมอยู่กับความคิดของตนเองได้นานนัก เรื่องที่น่ากังวลยังทับถมเข้ามาอีกนับไม่ถ้วน

พวกชาวบ้านล่ะ... ปลอดภัยดีกันรึเปล่า?

สภาพเกาะตอนนี้ล่ะ... เป็นยังไง?

เขาอยากรู้แทบใจจะขาด แต่เพียงแค่ลืมตายังไม่มีเรี่ยวแรง เขาจะทำการอันใดได้...

อีสลันท์สาปแช่งตัวเองที่ช่างอ่อนแอเหลือเกิน

 

 

To be continued...

 

 

อยู่ในภาวะขี้เกียจเขียน... เพราะฉะนั้น

http://en.wikipedia.org/wiki/Turkish_Abductions

เชิญศึกษาด้วยตนเอง m(_ _)m

 

ขอบคุณที่อ่านและคอมเมนท์ค่ะ >__<

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet