[Final Fantasy VII AU Fiction] Doll (12)
posted on 28 Apr 2009 21:10 by keechan in Fiction, FinalFantasy-KingdomHeartsDoll (12)
???????? x Cloud Stife
คลาวด์หลับไปแล้ว...
ตลอด
ช่วงบ่าย ถึงแม้ว่าโซระกับริคุจะไม่ได้ตามมาด้วย
(เพราะว่าโซระโดนริคุลากกลับบ้านไปอย่างไม่เต็มใจไหร่)
คลาวด์ก็ดูร่าเริงดีหลังจากได้เล่นน้ำเต็มที่ ร่างบางยิ้มน้อยๆ
ทุกครั้งที่พูดถึงโซระ ท่าทางคลาวด์จะถูกใจเด็กนั่นมากทีเดียว
‘เห็นนายสนุกแบบนี้ก็ดี เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันเห็นนายยิ้ม เด็กนั่นคงจะน่ารักมากสินะ’
แซ
คพูดเหน็บไปอย่างนั้นเอง
อดจะหงุดหงิดกับตัวเองไม่ได้ว่าทำไมเขาต้องรู้สึกอิจฉา
คลาวด์ไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายจึงตอบไปตามตรง
‘เด็กคนนั้น... เหมือนผมเมื่อก่อน’ เด็กหนุ่มเอ่ยด้วยอาการเหม่อลอย ‘...ถ้าย้อนเวลาได้ก็คงจะดี’
นอก
จากเจ้าเด็กริคุนั่นจะเหมือนเซฟิรอธแล้ว
อีกคนยังดูเหมือนตัวเองอย่างนั้นเหรอ แซคชักจะเริ่มปวดหัวขึ้นมาแล้ว
นี่คลาวด์กำลังคิดถึงเซฟิรอธอีกแล้วแน่ๆ
แซคอยากจะกุมคางเรียวนั่น
ให้หันมามองตัวเองนัก ทั้งหงุดหงิดทั้งโมโหตัวเองนัก
เขามันไม่ดีตรงไหนคลาวด์ถึงไม่ยอมยิ้มให้บ้าง
ไหนว่าเกลียดเจ้าเซฟิรอธนั่นนักหนาไงล่ะ ตัวเองก็ยังอาลัยอาวรณ์อยู่ได้
เขาเกือบจะอารมณ์เสียไปตลอดจนถึงเวลาอาหารเย็น แต่พอคลาวด์หันหน้ามาบอกว่า
‘ขอบคุณนะแซค ที่พาผมมาที่นี่’
พร้อมรอยยิ้มบางๆ รับกับใบหน้าหวานนั้น... เป็นรอยยิ้มแรกที่คลาวด์ยิ้มให้เขาเลยทีเดียว
เห็นเท่านั้นแซคก็โกรธไม่ลง... ‘ม... ไม่เป็นไรหรอกน่า! ก็เป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว’
เขาซะเองที่รู้สึกว่าหน้าแดงจนไม่กล้าให้อีกฝ่ายจ้องอยู่ ถึงกับต้องหันหน้าหนีจนคลาวด์งุนงงด้วยซ้ำ
แซคนึกสภาพตัวเองในขณะนั้นแล้วก็ถอนใจ นี่เขากลายเป็นสาวน้อยในห้วงรักแรกพบไปแล้วรึไงกัน!
พอ
นึกขำตัวเองอย่างนั้นแล้ว แต่เขาก็ยังลอบมองใบหน้าอ่อนเยาว์นั้นในยามหลับ
วันนี้คลาวด์คงจะเล่นจนเหนื่อยถึงได้นอนหลับสนิท
แบบนี้ต่อให้นอนคนเดียวคงไม่ฝันร้ายอีก
แซคเพ่งมองใบหน้านั้นโดยไม่
อาจละสายตาจากไปได้ สีหน้าของคลาวด์ดูดีขึ้นนับจากวันแรก
อาจเป็นเพราะว่าได้อยู่ห่างจากเซฟิรอธจริงๆ
แววของความเศร้าสร้อยที่เคยฉาบอยู่แม้ยามที่วางสีหน้าเรียบเฉยก็จางลงไปแล้ว
ชาย
หนุ่มวาดมือลงบนผิวแก้มสีระเรื่อ
เพียงแค่เวลาไม่ถึงครึ่งเดือนที่อยู่ด้วยกัน
การที่อีกฝ่ายมานอนร่วมเตียงด้วยกลับกลายเป็นเรื่องเคยชิน
เขาก็เพียงแต่เห็นว่าคลาวด์เป็นเด็กในความดูแลที่ต้องคอยปกป้อง
แต่ไม่เคย... ที่จะอยากโอบกอดร่างเล็กนี่เอาไว้ด้วยเสน่หา จนกระทั่งวันนี้
เขา
ต้องไม่ลืมว่าคลาวด์เป็นของเซฟิรอธ...
หมอนั่นไว้ใจเขาถึงได้ให้มาดูแลคลาวด์
ถ้าคิดจะเล่นไม่ซื่อด้วยการล่วงเกินคลาวด์แล้วมันทำให้เขารู้สึกผิดต่อทั้ง
ตัวเองและเพื่อนเก่าอย่างหมอนั่น
อีกอย่าง...
คลาวด์ก็ไม่ได้ต้องการความสัมพันธ์แบบนั้น
เด็กหนุ่มคงอยู่ในสภาพที่หันไปพึ่งใครไม่ได้
ในเมื่อคลาวด์มีแต่เซฟิรอธมาทั้งชีวิต
เขาก็เป็นแค่ที่พักใจชั่วคราวของเด็กหนุ่ม
พอจบเรื่องแล้วคลาวด์ก็คงจะกลับไปอยู่ในอ้อมกอดของเซฟิรอธเหมือนเดิม
ทำไม
จู่ๆ... ความรู้สึกที่เขามีต่อคลาวด์ถึงได้เปลี่ยนแปลงไปขนาดนี้
เพราะว่าเขาถูกเอริสทิ้งจนอยากได้ใครสักคนมาแทนที่งั้นเหรอ ไม่ใช่หรอก...
ไม่มีทาง เขาไม่ใช่คนประเภทนั้น เขาคิดว่ามันเป็นเพราะคำพูดของริคุมากกว่า
เป็นแค่เด็กแปลกหน้าแท้ๆ กลับพูดจาแทงใจดำเขาได้อย่างจัง
ความคิดทั้งปวงที่เขาปฏิเสธว่าเป็นจริง สิ่งที่เขาพูดและคิด คล้ายกับเป็นแค่การหยอกล้ออีกฝ่าย เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเอาจริง
“...นายนี่อันตรายเป็นบ้าเลย คลาวด์ ถ้าเซฟิรอธรู้เข้า ฉันมีหวังโดนเฉดหัวออกจากงานแน่”
อะไรบางอย่างในตัวคลาวด์ดึงดูดให้เขาเข้าใกล้ สุดท้ายก็ติดกับ...
เขา
อาจจะตกหลุมเจ้าเด็กนี่ตั้งแต่แรกพบแล้วก็ได้... แต่เพราะว่าเขายังมีเอริส
แล้วคลาวด์ก็มีเซฟิรอธ ใครจะไปรู้ว่าเรื่องมันจะกลับกลายเป็นอย่างนี้ไปได้
สงสัยว่าเขาจะไปรักคนที่ไม่ควรจะรักเข้าซะแล้ว
แซคลูบเส้นผมสีบลอนด์
อ่อนนั้นเบาๆ เด็กหนุ่มยังหลับตาพริ้ม
และดูเหมือนว่าจะชอบให้เขาลูบอยู่แบบนี้
ใบหน้าขาวเนียนนั้นดูเหมือนว่าจะแย้มยิ้มบางๆ
ริมฝีปากสีชมพูอ่อนน่าสัมผัสจนแซคไม่อาจอดใจไว้ได้
ปลายนิ้วเลื่อนลงแตะริมฝีปากนิ่ม ทันทีที่สัมผัสหัวใจก็เต้นระรัว
คลาวด์
ยังนอนนิ่งไม่ขยับ ท่าทางคงจะไม่ตื่นขึ้นมาง่ายๆ
แซคไม่เคยคิดว่าตัวเองต้องมาทำอะไรแบบนี้
ยิ่งได้ยินเสียงลมหายใจราบเรียบของอีกฝ่าย
ก็ยิ่งดึงดูดให้ตนลอบช่วงชิงริมฝีปากบางคู่นั้น
แอบจูบอีกฝ่ายยามหลับ... ช่างเป็นการกระทำของคนที่แอบรักข้างเดียวที่ไร้หนทางระบายความรู้สึกเสียจริง
แม้จะคิดแค่นขอดตัวเองเช่นนั้น แต่แซคก็ยังโน้มตัวเข้าไปใกล้
...ขอโทษนะ คลาวด์
ริม
ฝีปากอุ่นนาบทับกันเพียงชั่วครู่
สัมผัสนั้นนุ่มนิ่มกว่าที่จินตนาการมากนัก กรุ่นกลิ่นหอมหวลลอยมาแตะจมูก
กลิ่นอายจากร่างเล็กที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยสังเกต...
คลาวด์ขยับตัว
เล็กน้อย ชั่วพริบตานั้นแซคคิดว่าเด็กหนุ่มจะลืมตาขึ้นมา แต่ก็เปล่า
ริมฝีปากที่เขาได้ลิ้มรสความหอมหวานไปเมื่อครู่นั้นขยับแล้วเปล่งเสียงเบาๆ
“...เซ... ฟิรอธ...”
แซ
คถึงกับชะงักไป ทั้งร่างนิ่งแข็งเป็นก้อนหินไม่ขยับเขยื้อน
เสียงนั้นเอ่ยเพ้อถึงคนที่อยู่ห่างไกล
คนที่คลาวด์บอกว่าไม่อยากจะเห็นหน้าอีก...
แล้วทำไม... นายถึงได้เรียกชื่อเขาในตอนที่หลับอยู่ล่ะ... แถมใบหน้าของคลาวด์ในตอนนี้ก็ดูเหมือนคนที่หลับฝันดี
คราวนี้นายฝันเห็นอะไรกันคลาวด์? เซฟิรอธใช่มั้ย? ฝันเห็นตอนที่นายกำลังมีความสุขกับเขาใช่รึเปล่า?
ที่
ฉันเคยเห็นนายร้องไห้สะอึกสะอื้นจนแทบขาดใจนั่นก็เพราะเซฟิรอธ
กับนายที่ดูมีความสุขเหลือเกินในขณะนี้ก็เพราะเซฟิรอธอีกใช่รึเปล่า?
ตกลงว่านาย รัก... หรือว่าเกลียดเขากันแน่?
แซคลูบศีรษะเล็กซ้ำๆ
อีกราวกับเพื่อสงบจิตใจของตัวเอง ถึงจะอยากโอบกอดมากแค่ไหน
อยากทำให้ร่างเล็กเป็นของตัวเองมากเท่าไหร่ก็ตาม เขาจะไม่ลืมคำพูดของตัวเอง
ถ้าคลาวด์มีความสุข... ก็พอแล้ว
“ที่
จริงนายก็รักเซฟิรอธใช่มั้ยล่ะ กลับไปคืนดีกันเร็วๆ ก็สิ้นเรื่องแล้วแท้ๆ”
แซคยังคงพูดอยู่ฝ่ายเดียว คำพูดที่เด็กหนุ่มไม่มีวันได้ยิน
แม้จะยอกใจตัวเอง แต่เมื่อนึกถึงรอยยิ้มของคลาวด์แล้ว...
เขาก็คิดว่ายังไงก็ทำให้ได้ทุกอย่าง
อกหักเป็นครั้งที่สองติดๆ กัน... ไม่สิ คลาวด์ยังไม่ได้รับรักเขาเลยด้วยซ้ำ
“นาย
นี่เป็นเด็กมีปัญหาจริงๆ...” แซครำพึงก่อนจะล้มตัวนอนข้างๆ อย่างเคย
เขามองใบหน้าของคลาวด์ที่คงกำลังหลับฝันดีไปค่อนคืนกว่าตัวเองจะข่มตาหลับลงได้
“อืม...”
ความอบอุ่นและกลิ่นกายที่คุ้นเคยยังคงห้อมล้อมตัวของคลาวด์
ในยามเช้า เขาไม่ฝันร้ายอีกแล้วตั้งแต่แซคคอยนอนกอดเอาไว้ทุกคืน
ดวงตาสีฟ้าลืมขึ้นจ้องมองคนที่นอนข้างๆ ตน แซคยังหลับสนิทอยู่
คลาวด์นึกขอบคุณชายหนุ่มเหลือเกินที่คอยใส่ใจอยู่ข้างๆ
และทำให้เขาสบายใจได้ถึงเพียงนี้
เด็กหนุ่มคลี่ยิ้ม
ก่อนจะรู้ตัวว่าเขาสามารถยิ้มได้เป็นปกติแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่...?
เขายิ้มเพราะว่าเขาเห็นแซค... ยิ้มเพราะว่ามีความสุขที่มีแซคอยู่ข้างๆ...
เมื่อนึกถึงสาเหตุได้รอยยิ้มที่เคยมีก็หุบลงทันที
...แย่แล้ว...
คลาวด์ลุกจากเตียงช้าๆ โดยไม่ทำให้อีกคนตื่น ก่อนจะหยิบสร้อยเส้นเดิมที่ไม่เคยตัดใจทิ้งไปได้ออกจากกองข้าวของส่วนตัว
ทำยังไงถึงจะหนีพ้น...
เขาเคยรักเซฟิรอธ... รักเพราะว่าเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต ทั้งผู้มีพระคุณ และคนที่เคยทำให้เขารู้สึกปลอดภัยที่สุด
แต่สุดท้าย... มันก็ไม่เหลืออะไรเลย
คลาวด์
กำสร้อยสีเงินในมือแน่น
เขาน่าจะรู้ตัวตั้งแต่ตอนที่เซฟิรอธสวมสร้อยนี้ให้เขา มันเป็นการ ’ตีตรา’
ให้แก่ตุ๊กตาตัวสวยเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ
แต่เขากลับคิดว่านั่นคือการแสดงความรัก
แถมยังปลาบปลื้มไปด้วยที่เซฟิรอธเห็นความสำคัญ
เขานี่มัน.... โง่เง่าที่สุด
แม้แต่ตอนนี้ ทั้งๆ ที่มีแซคอยู่ข้างๆ เขาก็ยังคิดถึงคนที่ทรยศหักหลัง ทำร้ายเขาจนไม่เหลือเศษเสี้ยวของความรักแสนหวาน
ไม่อยากพบความรู้สึกแบบนั้นอีกแล้ว... แต่ก็กลัวที่จะต้องอยู่เดียวดาย
คลาวด์
ครุ่นคิดด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง หลงทางเหมือนถูกทิ้งไว้ท่ามกลางความมืด
เขาอยากจะหนีไปจากเซฟิรอธตลอดไปและไม่ต้องกลับมาอีกเลย
แต่ก็ไม่สามารถตัดความสัมพันธ์นี้ได้ขาดสะบั้น
เขาเคยคิดจะเอ่ยปากขอ
ร้องแซคหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยพูดออกไป เพราะว่าแซคไม่รู้เรื่องราวอะไรด้วย
ถ้าหากเขาลากแซคเข้ามาเกี่ยว ชายหนุ่มจะต้องเดือดร้อนเพราะเขา
แค่คิดว่ารอยยิ้มที่สดใสนั้นจะต้องถูกทำลายลง
ร่างกายก็สั่นเทาด้วยความกลัวแล้ว
คลาวด์นั่งกอดเข่าที่ปลายเตียงโดย
ที่ยังกำสร้อยเส้นนั้นอยู่ในมือ บางทีเขาควรจะเลิกคิดแค้นเซฟิรอธได้แล้ว
เขาควรจะใช้ชีวิตอย่างปกติเหมือนคนทั่วไปได้เสียที ติดอยู่แค่ว่า...
เขาจะทำได้งั้นเหรอ ถ้าจะต้องกลับไปอยู่กับเซฟิรอธอีก
ถ้าจะต้องถูกสัมผัสด้วยฝ่ามือที่ทำลายความไว้วางใจของเขาจนไม่เหลือซาก
น้ำตา
หยดแรกร่วงลงมาระผิวแก้ม แล้วคลาวด์ก็ปล่อยให้น้ำตาไหลอยู่อย่างนั้น
โดยที่ไร้คำตอบใดๆ ให้กับตัวเอง เด็กหนุ่มได้แต่สะอื้นทั้งๆ
ที่รู้ว่ามันไม่อาจช่วยอะไรได้
“คลาวด์?”
แซคควานหาคนในอ้อม
กอดที่ว่างเปล่า
เสียงร้องไห้ดังแว่วให้ได้ยินจนทำให้เขาไม่อาจสงบใจนอนอยู่ได้
พอเห็นแผ่นหลังเล็กที่กำลังสั่นระริก แซคก็มีแววตาเศร้าหมองไปด้วย
“เกิดอะไรขึ้น นายฝันร้ายอีกเหรอ”
เขา
โอบกอดร่างเล็กนั้นไว้เพื่อปลอบโยน
แซคไม่รู้สึกรำคาญหรือเอือมระอากับการที่คลาวด์ร้องไห้โดยที่เขาไม่รู้
สาเหตุ ตรงกันข้าม เขาเป็นห่วง แล้วคิดว่าจะให้ทำอะไรก็ได้
ถ้าหากจะทำให้คลาวด์หายเศร้าได้ล่ะก็...
คลาวด์ส่ายศีรษะช้าๆ เพื่อปฏิเสธว่าตนไม่ได้ฝันร้าย เขานอนอยู่ในอ้อมแขนของแซคตลอดคืน... จะฝันร้ายได้อย่างไรกัน
“...แล้วนายเป็นอะไร บอกฉันได้รึเปล่า”
แซคเอ่ยถาม โดยคาดเดาคำตอบไว้ในใจว่าสาเหตุจะต้องไม่พ้นมาจากเซฟิรอธ
“ผม... ไม่อยากกลับไป” คลาวด์กระซิบตอบเสียงพร่า “ไม่อยาก... กลับไปหาเขาอีกแล้ว”
หนุ่มหัวเม่นยิ้มอ่อนใจ อย่างที่เขาคาดไว้ไม่มีผิด นี่คงจะคิดมากไปคนเดียวจนร้องห่มร้องไห้อีกล่ะสิ
จะ
ดีแค่ไหน... ถ้าเขาพาคลาวด์หนีไปได้ไกลๆ ไม่ต้องกลับมาอีกเลย...
แต่ว่านั่นจะเป็นความต้องการที่แท้จริงของคลาวด์รึเปล่า
หรือเขาแค่เห็นแก่ตัวคิดเข้าข้างตัวเอง
“นายยังต้องอยู่กับฉันอีกนาน
นะ อย่าเพิ่งคิดเรื่องจะกลับตอนนี้สิ” แซคพูดกลั้วหัวเราะ
“หรือว่าอยู่กับฉันนี่มันเซ็งมากขนาดนั้นจนต้องไปคิดถึงตอนนั้นเชียว”
“เพราะ
ว่าผมมีความสุขมากต่างหาก” คลาวด์ขัดขึ้น
น้ำเสียงที่เอ่ยนั้นไม่มีวี่แววของความเขินอาย
เพราะคลาวด์คิดว่าตนเองกำลังพูดเรื่องจริงที่ควรจะบอกออกไป
“ตั้งแต่มีคุณอยู่ข้างๆ... ผมรู้สึกเหมือนตัวเองได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
จากที่ต้องเอาแต่เก็บความรู้สึก
เวลาอยู่กับคุณผมคิดอะไรก็สามารถพูดออกไปได้”
“คลาวด์...” แซคแปลกใจอยู่เหมือนกันที่จู่ๆ คลาวด์พูดถึงตัวเองมากขนาดนี้ ทุกทีแล้วจะเอาแต่ปิดบังเขามาตลอดแท้ๆ
“คุณ
รู้มั้ยว่าผมกำลังติดกับเขา... เขาจงใจเอาคุณมาไว้ข้างๆ ผม ให้ผมรู้สึกดีๆ
กับคุณ ต้องการคุณ ยิ่งถลำลึกมากเท่าไหร่ก็คงจะยิ่งดี
สุดท้ายแล้วเขาก็จะพรากคุณไป...”
คลาวด์กล่าวด้วยน้ำเสียงคร่งเครียดเสียจนแซคอยากจะขำก็ขำไม่ออก แต่กระนั้นเขาก็โอบรอบไหล่บางกระชับ
“เฮ้
ฉันกับหมอนั่นเป็นเพื่อนกันนะ
ฉันเชื่อใจว่าเซฟิรอธไม่ทำเรื่องเลวร้ายอย่างนั้นแน่
ที่นายว่ามามันออกจะเป็นละครเกินไปหน่อยละมั้ง”
“...ถ้าผมคิดมากไปเองก็คงดี” คลาวด์กอดแขนแข็งแรงของอีกฝ่ายเอาไว้ “ผมไม่อยากให้คุณเป็นอะไรไป”
“ฉัน
ไม่เป็นไรหรอกน่า บอกแล้วไงว่ายังต้องคอยดูแลเด็กที่น่าสงสารอย่างนาย”
แซคกุมมือเล็กนั้นไว้ ก่อนจะสัมผัสได้ถึงความเย็นของโลหะ
ปลายสายสร้อยที่เลื่อนหลุดมาแตะปลายนิ้วของเขาเข้าพอดี
“นี่... อะไรน่ะ”
คลาวด์
สะดุ้งแล้วปล่อยให้สร้อยเส้นนั้นตกลงบนฟูก
พอแซคตั้งใจจะหยิบขึ้นมามือเรียวก็กลับมาขวางเอาไว้
แซคจึงเปลี่ยนใจตวัดร่างนั้นลงกับเตียง
...ไม่เข้าใจว่าตัวเองตั้งใจ
จะทำอะไรกันแน่... แต่พอได้ยินคลาวด์พูดถึงเซฟิรอธ ทั้งๆ
ที่ปากบอกในทำนองว่าไม่อยากแยกจากเขา แต่ก็ยังคิดถึงเซฟิรอธอยู่ทุกลมหายใจ
หนุ่มหัวเม่นไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองหงุดหงิดแล้วอารมณ์ไม่อยู่กับร่องกับรอยมากขนาดนี้มาก่อน
ข้อ
มือเล็กถูกรวบเอาไว้ น้ำหนักของร่างสูงกดทับจากด้านบนจนไม่อาจขยับหนีได้
ปฏิกิริยาตอบโต้ของคลาวด์เชื่องช้าเกินคาด ราวกับว่าไม่มีเจตนาจะต่อต้าน
ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นเหม่อมองแซค แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้มองเขาอยู่
“นายรักเขาใช่มั้ย... รักเซฟิรอธใช่รึเปล่า”
ถ้าเขาถามคำถามนี้ก่อนหน้านี้ คงจะไม่มีทางได้คำตอบ เด็กหนุ่มคงจะตอกกลับเขาว่า ‘ไม่ใช่เรื่องของคุณ’ และทำทุกวิถีทางเพื่อหลบเลี่ยง
แซคไม่รอคำตอบจากร่างบางที่ถูกต้อนถามเสียจนมุม ซ้ำร้ายยังย้ำคำถามเดิมอีก
“ว่าไง รักมากจนทิ้งของที่เขาให้มาไม่ลง ตัดใจจากหมอนั่นก็ทำไม่ได้
ถึงต้องบอกตัวเองว่านายเกลียดเขาใช่มั้ย ยอมรับความจริงเถอะ คลาวด์ นาย...
ขาดเซฟิรอธไม่ได้หรอก”
“อย่าพูดกับผมอย่างนั้น... คุณไม่รู้อะไรเลยแท้ๆ แซค... ไม่รู้อะไรเลยแท้ๆ!”
แซ
คคิดว่าตัวเองคงจะสติแตกไปแล้ว การกระทำของคลาวด์บ่งอยู่ชัดๆ
ว่าไม่ว่ายังไงก็ตัดเซฟิรอธไม่ขาด แต่คลาวด์ไม่ได้มีความสุขเลย
ไม่ว่าคลาวด์จะรักเซฟิรอธหรือไม่
เขาก็ไม่อยากให้เด็กหนุ่มกลับคืนไปสู่อ้อมอกของเซฟิรอธในสภาพนี้เหมือนกัน
ที่แย่กว่านั้น... เขาอยากให้คลาวด์ต้องการเขามากขึ้นอีก
ทั้งๆ
ที่เมื่อวานคิดจะตัดใจ
การมีสัมพันธ์เกินคำสั่งและล่วงเกินคลาวด์ที่ยังสับสนนั้นเป็นการเอาเปรียบ
และช่วงชิงโอกาสที่จะได้ครอบครองสิ่งที่ต้องการมาอย่างหน้าด้านๆ
เขาคงจะเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ...
แซ
คประคองผิวแก้มที่เปรอะคราบน้ำตา
เขาไม่สนใจแล้วว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น แม้แต่สภาพจิตใจของคลาวด์
เขาก็ไม่มีเวลาคิดถึงล่วงหน้าได้
เขาเพียงแค่ต้องการซื่อตรงต่อความรู้สึกของตัวเอง... แค่เท่านั้น
ริม
ฝีปากนิ่มจรดสัมผัสกันและกันไม่ต่างจากเมื่อคืน
แซคไม่สนใจอาการดิ้นรนด้วยเรี่ยวแรงน้อยนิด
สองแขนของคลาวด์ถูกกดทับจนไร้ทางหนี ชั่ววินาทีถัดมาดวงตาสีฟ้าก็หรี่ลง
พร้อมแรงขัดขืนที่สิ้นสุด
ทำไม... นายถึงไม่ขัดขืน คลาวด์? เพราะมันไร้ประโยชน์อย่างที่นายเคยพูดไว้ หรือว่า...?
แซ
คถอนจุมพิตที่ค่อนข้างยาวนานออก
ร่างเล็กที่เขาตรึงเอาไว้ยังคงอยู่นิ่งไม่ขยับเขยื้อน คลาวด์ค่อยๆ
ลืมตาขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ
แซครู้ว่าเขาทำไม่ถูกที่จู่โจมอีกฝ่ายอย่างกะทันหัน
แต่เมื่อเขามาถึงขนาดนี้แล้วก็มีแต่ต้องไปต่อเท่านั้น
“ฉันไม่รู้อะไรเลยอย่างที่นายว่านั่นแหละ แต่ฉันรู้อย่างเดียวว่าฉันหลงรักนายเข้าแล้ว”
ไม่
รู้อะไรเลย... คลาวด์กับเซฟิรอธมีความสัมพันธ์แบบไหนเขาก็ไม่เคยรู้
ได้แต่เดาสุ่มไปเอง เขารู้แค่ว่าทั้งคู่กำลังมีปัญหา
และเซฟิรอธตัดสินใจยกคลาวด์ให้เขาดูแล... ชั่วคราว
แค่ 3 เดือน
หลังจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับคลาวด์ เซฟิรอธบอกเขาไว้อย่างนั้น นั่นแปลว่า...
ถ้าเกิดคลาวด์อยากจะตีตัวออกห่างเซฟิรอธมาอยู่กับเขาล่ะก็...
เป็นไปได้ใช่มั้ย
คลาวด์ยังคงไม่มีคำตอบใดๆ ให้กับแซค
“ถ้านายรักเซฟิรอธ... ฉันจะไม่เข้าไปยุ่ง แต่... ถ้านายยังร้องไห้เพราะหมอนั่นอยู่แบบนี้ ฉันคงทนปลอบไปตลอดไม่ได้หรอกนะ”
“ผมไม่ได้รักเขา... ไม่อยากรักเขาอีกต่อไปแล้ว....”
...อยากเป็นอิสระเสียที
ร่างบางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แซคเห็นอย่างนั้นก็ทรมานใจไปด้วย
‘ไม่อยากรัก’ ก็แปลว่าตอนนี้ยังรักอยู่ อย่างนั้นใช่มั้ย?
ดวงตาสีฟ้าที่มักจะเหม่อลอยออกไปที่ไกลๆ มองหาอะไรอยู่ นายกำลังต้องการอะไรกันแน่ คลาวด์?
“งั้นก็เลิกรักซะสิ นายจะได้มีความสุขซะที” แซคพูดเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ โดยที่รู้ทั้งรู้ว่ามันไม่ง่ายเลยสำหรับคลาวด์
เด็กหนุ่มทำหน้าเหมือนกับจะร้องไห้ออกมาอีก แซคเองก็รู้ว่าคำพูดของเขาบีบบังคับอีกฝ่ายมากเกินไป
“ที่ฉันพูดเนี่ย ก็เพื่อตัวนายเองนะ ถ้ามันเจ็บปวดมากนักก็เลิกคิดถึงหมอนั่นเถอะ”
เพื่อ
คลาวด์? จริงรึเปล่านะ... แซคกำลังแสดงตัวเป็นผู้หวังดี
แต่ที่จริงแล้วเขาหวังอะไรมากกว่านั้น หวังให้คลาวด์เอนเอียงมาทางเขา
หวังให้คลาวด์ตัดใจจากเซฟิรอธเสียเดี๋ยวนี้
“ผมรู้... แซค” คลาวด์พูดตอบโต้ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “รู้มานานแล้ว...”
แซคปล่อยมือจากแขนเรียว ในสภาพแบบนี้เขาจะบังคับไปก็ไม่มีประโยชน์ในเมื่อตัวคลาวด์เองก็รู้อยู่เต็มอกว่าต้องทำยังไง
...แต่ก็ไม่เคยทำได้สักที
แซ
คก็ไม่รู้จะหาคำพูดอะไรมาเอ่ยตอบ
เขาปล่อยให้คลาวด์ลุกขึ้นขณะที่ตัวเองยังนั่งนิ่งๆ อยู่
ไม่นานนักเสียงกระทบกันของโลหะก็ทำให้เขาหันมามอง
“...ผมฝากนี่ไว้กับคุณก็แล้วกัน” คลาวด์ยื่นสร้อยเส้นปริศนานั้นให้แซค
นี่จะเป็นก้าวแรกของการตัดเยื่อใย...
“คุณจะเอาไปทิ้งทะเลก็ได้...” เด็กหนุ่มกลั้นลมหายใจก่อนจะเอ่ยประโยคนั้นได้จบ
สัมผัสเย็นของโลหะเบานั้นหล่นลงที่ฝ่ามือของแซค เมื่อของสิ่งนั้นหลุดมือไป คลาวด์ก็ก้าวเร็วๆ ออกไปจากห้อง
เป็น
ครั้งแรกที่แซคได้เห็นของสิ่งนี้ใกล้ๆ
จึงเพิ่งได้สังเกตว่ามันคืออะไรกันแน่ สร้อยสีเงินแวววับ
ความยาวดูจะมากเกินจะเป็นสร้อยข้อมือ แต่สั้นเกินกว่าจะเป็นสร้อยคอ
อาจจะเป็นของที่ทำมาไม่พอดีก็ได้เขาจึงไม่เคยเห็นคลาวด์ใส่
ที่ปลายข้างหนึ่งมีแผ่นป้ายชื่อสลักเอาไว้
ตัวอักษรที่สลักเอาไว้ชัดเจนว่า Sephiroth
To be continued...
เริ่มเดินทางสู่ความน้ำเน่าและจุดจุดจุด อธิบายไม่ถูก เรื่องนี้มันเป็นอะไรไปแล้วเนี่ยยยยยยยยยยยยยย
แซคแมร่งเลวไม่ขึ้นนนนนนนน แง่งงงงง
บรรยายความรู้สึกคลาวด์ก็ยาก แมร่งเอ๋อ สับสนอย่างแรง
เดี๋ยวก็อย่างโน้นเดี๋ยวก็อย่างนี้ มึงจะเอาอะร๊ายยยยยยยยยยยยย
(ได้ข่าวแมร่งก็เขียนเองอีกนั่นแหละ)
ขอบคุณที่อ่านฮ่า~ m(_ _)m


)

เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้วแซคยินดีด้วยยยยยยยยยย
แซคเค้าไม่รุ้เรื่องอะไร ก้อเล่าซะทีสิคล๊าววววววววว
คนอ่านก้ออยากรู้วววววววว กรีซซซซซซซซซซๆๆๆ
ว่าแต่โซระเหมือนนายขนาดนั้นเลยหรอ...
ตอนเด็กๆ คล๊าวทั้งโง่ทั้งซนขนาดนั้นเชียว!!!!
(คลาวด์ - ......ไม่ใช่ความหมายนั้น)
แซคคะ ไหนๆแกก้อมาถึงขั้นนี้แล้ว ห้ามหนีนะเฟ้ยยย
เลวเข้าไปอี๊กกกกกกกกกก รุกเข้าป๊ายยยยย
จริงจังไปเล๊ยยยยยยยย พาคลาวด์หนีไปเร๊ววววววว
แล้วแกค่อยโดนเซฟิรอธตามมากระซวกไส้ที่หลัง
( อ่าวเห้ย5555555555)
เหนด้วยว่าคลาวด์แบบ แอบสับสนในตัวเองนะคะ
เหมือนจะแอบอ่อยแต่ก็ อ๊ะไม่เอาดีกว่า ไรงี้...
กึซซซ แต่โดนจูบแล้วไม่ว่าอะไรซักคำนี่ แปลว่าโอเคสินะXD!!
โอเคก็บอกเค้าป๊ายเซ่ กรี้ดดดดดดดดด
จะรอตอนต่อไปนะคึ สู้ๆ
#1 By ย า โ อ [Y a o] on 2009-04-29 15:59