[Final Fantasy VII AU Fiction] Doll (10)
posted on 20 Apr 2009 21:48 by keechan in Fiction, FinalFantasy-KingdomHeartsแปะอินสปายเรชั่น... หนึ่งภาพถ้วน
เจอปุ๊บแบบว่า...
เชรดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
แซคแมร่งหล่อเกิ้นนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
แล้วก็ปั่นฟิคที่ค้างไว้...
พล้อตกูอยู่ไหน
ช่างหัวพล้อตแมร่งงงงง
อยากเขียนสองคนนี้รักก๊านนนนนนนนนนนนนน
โลดดดดดดดดดดดดดดดดด
(ไร้สาระโคด...)
ท่านผู้ใด... ลืมไปแล้วว่ามันถึงตอนไหน (ฮา) จิ้มอ่านได้ตรง page FFVII Fanfiction ค่ะ =w=
สิบตอนแล้วหรอฟะ ให้ตายเหอะ เนื้อเรื่องอยู่ไหน!!!
Doll (10)
Pairing : ???????? x Cloud Stife
พอได้อยู่คนเดียวก็ไม่ต่างกับบรรยากาศเดิมๆ เท่าไหร่ ต่างกัน...
ก็ตรงที่ไม่มีใครจับตามองเขา
คลาวด์ขลุกอยู่แต่ในห้องโดยไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
แซคหายไปครึ่งวันแล้ว แสงอาทิตย์อ่อนลงเรื่อยๆ อีกไม่นานก็คงจะมืด ในความคิดของคลาวด์มันไม่มีอะไรเลย... ว่างเปล่า ไร้จุดหมาย
เซฟิรอธ... จะทำอะไรอยู่นะ
คลาวด์สะดุ้งขึ้นมาเมื่อตัวเองนึกถึงชื่อนั้น
จะนึกถึงผู้ชายคนนั้นทำไม... ยิ่งไม่ต้องเกี่ยวข้องกันอีกต่อไปก็ยิ่งดี
เขาจะทำยังไงกับคนที่แสนเย็นชาคนนั้น...
ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่เคยรู้สึกรู้สมว่าความเจ็บปวดของการสูญเสียมันเป็นยัง
ไง เพราะคลาวด์ไม่รู้ว่าเซฟิรอธเคยมีความรู้สึกบ้างรึเปล่า
และเขาเหนื่อยที่จะต่อกรกับอีกฝ่าย
คนที่ล้อเล่นกับความรู้สึกของคนอื่นได้ตลอดเวลา
เสียงออดดังขึ้นขัดจังหวะความคิด คลาวด์เดินไปที่ประตูแล้วเปิดให้ทันที ไม่ใช่ใครที่ไหน แซคนั่นเอง
“โทษที ฉันลืมเอากุญแจไปด้วยน่ะ” แซคบอกโดยไม่ต้องรอให้ถามเหตุผล
ร่างสูงยังดูหงุดหงิดอยู่เหมือนเดิม “นี่นายน่ะ
ก่อนจะเปิดประตูหัดดูก่อนซะมั่งว่าเป็นใคร เปิดง่ายๆ
แบบนี้มันอันตรายรู้บ้างรึเปล่า”
“...ก็เป็นหน้าที่คุณที่ต้องปกป้องผมไม่ใช่เหรอ”
ได้ยินคำย้อนประชดประชันแบบนั้น แซคก็อดไม่ได้ที่จะตอกกลับ
“อย่างน้อยก็รู้จักป้องกันตัวเองซะบ้างสิ เรื่องพื้นฐานแท้ๆ
นี่นายไม่ใช่เด็กนะ”
“คุณบอกเองว่าผมเป็นเด็ก” คลาวด์เถียง ด้วยอารมณ์ขุ่นมัวที่สะสมมาครึ่งวัน
“แล้วผมก็ไม่เห็นประโยชน์อะไรที่จะขัดขืนด้วย มันเสียแรงเปล่า”
“พอเลย นี่นายกินข้าวรึยัง” แซคตัดบทเพราะรำคาญ นั่นไงล่ะ นี่แค่วันที่ 2 เขาก็ถูกละเลยแล้ว ไม่มีใครจะทนอยู่กับเขาไปได้ตลอดหรอก
“ผมไม่หิว”
“แต่ฉันหิว เพราะงั้นนายก็ต้องกินด้วย”
เจ้าตัวว่าแล้วยกหูโทรศัพท์สั่งรูมเซอร์วิสโดยไม่ฟังคำแย้ง
แซคกำลังอารมณ์เสียถึงที่สุด... ไม่รู้ว่าไปกินรังแตนมาจากไหน
“คุยธุระส่วนตัวของคุณเสร็จแล้วเหรอ”
“คุยไม่เสร็จก็คงไม่ขึ้นมาหรอก”
...แค่คำถามธรรมดา กลับได้คำตอบฉุนเฉียวมาเสียแทน
“คุณเป็นอะไรไปน่ะ”
“เรื่องส่วนตัวของฉัน อย่าถามสิ”
โดนคำประกาศิตแบบนั้นคลาวด์ถึงกับพูดไม่ออก เขาคงล้ำเส้นเกินไป ถึงแซคจะเข้ากับใครง่ายไปหมดแต่ก็ใช่ว่าจะยอมพูดไปทุกเรื่องที่ถูกถาม
...ใครกันที่พูดว่าอยากรู้จัก อยากสนิทสนม เด็กหนุ่มคิดขุ่นเคืองอยู่ในใจอย่างนั้นตลอดเวลาอาหารเย็นที่น่าอึดอัด
แซคยังคงเงียบ ไม่มีวี่แววว่าชายหนุ่มจะเริ่มบทสนทนาก่อน
เมื่อเป็นอย่างนั้นแล้วคลาวด์ก็พูดไม่ออก
ถึงเขาถามอะไรออกไปก็คงจะเป็นได้แค่การถามคำตอบคำแค่นั้น
คลาวด์ไม่กล้าแม้แต่จะถามว่ามีอะไรเกิดขึ้น
สุดท้ายแซคก็แยกตัวไปที่ห้องตัวเองโดยไม่พูดอะไรสักคำ
คลาวด์รู้สึกแย่ที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้แซคอารมณ์เสีย
ถึงจะไม่ใช่เขาเองโดยตรงก็เถอะ ถ้าหมายถึงงานของแซคมันก็หมายถึงเขาอยู่ดี
แล้วก็เพราะว่าเขาไม่เคยถูกใครโกรธใส่ในทำนองนี้
เรื่องจะให้ไปง้อก็ไม่มีทาง เขาไม่คิดว่าตัวเองทำอะไรผิด
เลิกคิดมากแล้วทำให้วันวันนึงรีบผ่านไปเร็วๆ ดีกว่า ไปอาบน้ำให้สบายตัวแล้วก็นอนซะหมดเรื่องหมดราว
ยังไงเขาก็เป็นคนที่ไม่มีความหมายสำหรับแซคอยู่แล้ว เขาหวังอะไร...
กระทั่งกับเซฟิรอธที่ประคบประหงมทำดีกับเขาทุกอย่างก็ยังเห็นเขาเป็นแค่
ตุ๊กตา นับประสาอะไรกับแซคที่ต้องมาใกล้ชิดเขาเพราะหน้าที่
...อย่าร้องไห้นะ ไม่ใช่เรื่องที่น่าร้องไห้ซักนิด
คลาวด์นั่งแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำอย่างหดหู่ ก็ถือซะว่าเป็นโอกาสดีที่ได้อยู่ตามลำพังแล้วไง ไม่มีเซฟิรอธก็นับว่าดีที่สุดแล้ว
นกอยู่ในกรง... ปลาอยู่ในบ่อ... ยังไงก็หนีไปไหนไม่พ้นอยู่ดี
“คลาวด์” เสียงแซคเรียกเขาจากหน้าประตู “ขอโทษนะ เมื่อกี้... ฉันมันแย่เอง มันไม่เกี่ยวอะไรกับนายหรอกนะ”
เด็กหนุ่มมองจากประตูด้านใน เขาไม่ได้ล็อคประตูตามความเคยชิน ถ้าแซครู้คงจะตำหนิเขาอีกแน่
“...ไม่ต้องเปิดประตูนะ จะว่ายังไงดีล่ะ...
ฉันก็ไม่รู้จะพูดยังไงเหมือนกันแฮะ” แซคหัวเราะแห้งๆ “มัน...
หงุดหงิดจนไม่รู้จะทำยังไงน่ะ ทั้งๆ ที่มันไม่ใช่ความผิดของฉันซะหน่อย
เฮ้อ แต่พูดไปก็เหมือนเข้าข้างตัวเองล่ะนะ นายฟังอยู่ใช่มั้ย”
“อื้อ...” คลาวด์ตอบให้อีกฝ่ายพอได้ยิน “...เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ”
“ฉันเลิกกับเอริสแล้วล่ะ”
“เอ๊ะ...?”
“เห็นผู้ชายคนที่มาด้วยกันใช่มั้ย หมอนั่นชื่อเส็ง
เรียกว่าเป็นรุ่นพี่ในบริษัทฉันก็ได้ละมั้ง ฮะ...
น่าขำเป็นบ้าเลยที่ฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่าเส็งชอบเอริส”
เด็กหนุ่มไม่รู้จะให้ความเห็นเรื่องนี้ยังไงจึงได้แต่คอยฟังอยู่เงียบๆ
“ตอนแรกเอริสก็ไม่ได้สนใจหรอก
แต่เธอก็ไม่เคยเล่าให้ฉันฟังมาก่อนจนวันนี้น่ะแหละ
แล้วก็ให้เหตุผลว่าฉันไม่ค่อยสนใจมั่งล่ะ ไม่รักมั่งล่ะ
เคยเจอแบบนี้บ้างมั้ยน่ะนาย ผู้หญิงนี่เข้าใจยากเป็นบ้า
ฉันนึกว่าเอริสจะเข้าใจง่ายกว่านี้ซะอีก”
“งั้น... ที่หงุดหงิดเมื่อกี้ ก็เพราะเรื่องนี้น่ะเหรอ”
“อืม แล้วฉันก็เอาไปลงที่นายแบบงี่เง่าน่ะ ขอโทษนะ
นอกจากจะทิ้งนายไปทำเรื่องส่วนตัวแล้วยังทำตัวหาเรื่องอีก แต่มันก็ ฮึ่ย!
มันแค้นเฟ้ย!”
หนุ่มผมเม่นทุบประตูระบายอารมณ์อย่างยั้งไม่อยู่
ทำเอาคนในห้องน้ำสะดุ้งโหยง หวังว่าประตูคงไม่เปิดโพลงเข้ามา
แต่ก็ไม่แน่... ถ้านานๆ ไปแซคอาจจะทำประตูพังก็ได้
คลาวด์ลุกจากอ่างแล้วเช็ดเนื้อตัวที่เปียกชุ่ม เขาอารมณ์ดีขึ้นมานิดหน่อย
เพราะว่าอย่างน้อย... แซคก็ไม่ได้หงุดหงิดเพราะเขา
แต่จะให้พูดยังไง... เสียใจด้วยครับงั้นเหรอ? สถานการณ์แบบนี้ควรจะพูดว่าอะไรดีล่ะ
“ขอบคุณนะ แซค ที่อธิบายให้ผมฟัง”
“...ฉันก็แค่อยากให้มีคนฟังเรื่องคับอกคับใจของฉันนั่นแหละ
ไม่ใช่เรื่องที่นายต้องมาขอบคุณเลย คลาวด์” แซคเงียบไปพักนึง
จนคลาวด์อยากจะเปิดประตูออกไปแล้ว แต่ก็พูดขึ้นอีก
“แต่ฉันก็ไม่คาดคิดมาก่อนเลยนะ ว่าคนที่ชอบจะจากกันไปง่ายๆ
แบบไม่ทันตั้งตัวแบบนี้
สงสัยว่าฉันคงจะเอาแต่ทำงานเก็บเงินมากไปหน่อยละมั้ง”
“แซค...” แค่ฟังเสียงคลาวด์ก็รู้ได้ว่าแซคหม่นหมองลงไปมาก เขาไม่เคยได้ยินน้ำเสียงแบบนั้นมาก่อน
“น่าสมเพชจริงๆ เลยนะ...” เอ่ยรำพึงราวกับพูดกับตัวเอง แต่คลาวด์ได้ยินชัดเจน รวมทั้งความผิดหวังในน้ำเสียงอันนั้นด้วย
คลาวด์เคยเห็นแต่ใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสของอีกฝ่าย ไม่ทันนึกว่าแซคจะมีด้านที่อ่อนไหวแบบนี้ด้วย
“ทั้งๆ ที่ฉันชอบเธอมากกว่าใคร นึกว่าเธอจะเป็นคนพิเศษสำหรับฉัน
แต่กลับไม่เคยสังเกตเห็นอะไรสักอย่าง
หรือบางทีฉันก็คงสมควรจะถูกทิ้งละมั้ง”
และคลาวด์เองก็เข้าใจความรู้สึกของการจากไปของคนรักเป็นอย่างดี
ถึงจะไม่เหมือนกันซะทีเดียว แต่ก็คล้ายคลึง... เด็กหนุ่มค่อยๆ
แง้มประตูออกมา แซคไม่ได้ยืนพิงประตูอยู่แล้ว แต่ยืนติดกับกำแพงห้องแทน
“...โทษทีนะที่นายต้องมาฟังเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้”
ใบหน้าที่แสร้งทำเป็นร่าเริงยิ้มฝืนๆ ให้
ในเวลาแบบนี้ไม่ว่าคำพูดแบบไหนก็คงไม่ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นมาได้
กระนั้นคลาวด์ก็อยากจะช่วยให้แซครู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
“ผมไม่เป็นไร... ผมก็พอจะ... เข้าใจความรู้สึกของคุณ”
แซคออกจะแปลกใจนิดๆ ที่เขาพูดแบบนั้น ก่อนจะคลี่ยิ้มโล่งอกแล้วยกมือลูบผมบลอนด์นิ่มเบาๆ
“ขอบใจนะ คลาวด์”
ทั้งคู่เงียบกันไปครู่หนึ่ง คลาวด์ไม่แน่ใจว่าควรจะถามคำถามแบบนี้ออกไปหรือไม่ แต่ในที่สุดก็เอ่ยออกไป “คุณรักเธอมากสินะ เอริสน่ะ”
แซคเพียงแต่ยิ้ม ไม่ได้ประหลาดใจอย่างที่คลาวด์คาด “ชอบมากเลยล่ะ แต่ไม่ต้องห่วงหรอก คงไม่ถึงขั้นที่ว่าขาดไม่ได้”
“งั้นคุณก็ไม่เป็นไรหรอก... ผมคิดว่านะ”
พอได้ยินอย่างนั้นเข้า
แซคก็เริ่มจะสนใจเด็กหนุ่มตรงหน้ามากกว่าเรื่องที่ตัวเองเพิ่งอกหักมาหมาดๆ
เขาจ้องดวงตาสีฟ้าสวยงามคู่นั้น พลางเอ่ยแซว “เห...
น่าแปลกใจจังนะที่นายแสดงความเห็นเรื่องแบบนี้ด้วย
ดูท่าทางฉันต้องเปลี่ยนความคิดที่ว่านายเป็นเด็กซะแล้วสิ”
“อย่างน้อยเธอก็บอกคุณตรงๆ ว่ารู้สึกยังไง
...ไม่ได้หลอกให้คุณหลงรักเธออยู่ข้างเดียวแล้วคิดไปเองคนเดียวว่าเธอยังรัก
คุณอยู่เหมือนเดิม”
จากเรื่องของแซคกลายเป็นว่าคลาวด์เริ่มจะพาดพิงถึงตัวเองมากกว่า
เด็กหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น...
ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเขาจะพูดสิ่งที่ยอกใจตัวเองไปทำไม
แซคก็ไม่ได้โง่ถึงขนาดจะเดาไม่ได้ว่าคลาวด์กำลังพูดถึงใคร
ยังชมว่าไม่ใช่เด็กอยู่เมื่อกี้แท้ๆ ทำตัวเป็นเด็กอีกแล้ว...
แซคดึงร่างบางเข้ามากอดหลวมๆ ถึงแม้ว่าคลาวด์จะมีบาดแผลที่ยังรักษาไม่หาย
แต่ก็ไม่มองข้ามความรู้สึกของเขา... เด็กคนนี้ช่างมีจิตใจที่อ่อนโยน
“นั่นสินะ... ฉันนี่นับว่าโชคดีสินะ”
...โชคดีที่มีคนอย่างนายอยู่ข้างๆ คลาวด์
เด็กหนุ่มยอมให้ถูกลำแขนแข็งแกร่งกอดไว้อย่างนั้น
เขาชักจะชอบขึ้นมาแล้ว... วงแขนอันอบอุ่นและปลอดภัยคู่นี้
ซึ่งนั่นจะกลายเป็นปัญหาขึ้นมาภายหลังแน่นอน
คลาวด์รู้ดีว่าเหตุการณ์ที่กำลังเป็นอยู่ตอนนี้มันแย่แค่ไหน
เขาจินตนาการความทรมานเมื่อขาดสิ่งที่ต้องการไปออกเลยทีเดียว...
“นายรีบไปแต่งตัวเถอะ ยืนอยู่แบบนี้เดี๋ยวก็เป็นหวัดขึ้นมาหรอก”
หนุ่มหัวเม่นคลายอ้อมกอดแล้วผละตัวออกไปอีกห้อง
ปล่อยให้เด็กหนุ่มได้มีเวลาส่วนตัว “ฉันอยู่ห้องข้างๆ นี่เหมือนเดิม
ถ้าต้องการอะไรก็เรียกใช้ได้ตลอดนะ”
แซคกล่าวปิดท้ายด้วยน้ำเสียงร่าเริงอันเป็นเอกลักษณ์ประจำ
คงจะอาการดีขึ้นแล้ว เหลือไว้แต่ไออุ่นรอบกายที่ห้อมล้อมคลาวด์เอาไว้บางๆ
เท่านั้น
*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=
แซคสงบสติตัวเองได้มากพอดูแล้ว แต่ก็ยังอดใจไม่ให้คิดถึงภาพแฟนสาวไม่ได้
เขาเปิดโทรทัศน์ดูไปเรื่อยเปื่อยเพียงแค่ไม่ยากให้ห้องเงียบเกินไป
จะว่าไป... เขาก็ทำตัวซังกะตายสมอาการคนถูกแฟนทิ้งจนได้
ไม่รู้ว่าเขานั่งใจลอยอยู่อย่างนั้นนานเท่าไหร่ เสียงเคาะประตูเบาๆ
เรียกให้เขาหันไปมองต้นเสียง เด็กหนุ่มร่างเล็กในชุดนอนยืนเก้ๆ กังๆ
อยู่ที่ขอบประตูระหว่างห้อง
ก้มหน้ามองพื้นเหมือนไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดอย่างไร
“มีอะไรเหรอ คลาวด์”
เฮ้... อย่าบอกนะว่าอยากให้เขาไปนอนด้วย
เด็กหนุ่มยังไม่ยอมตอบ ยังคงก้มหน้าแล้วอ้ำอึ้ง
จนแซคชักจะแน่ใจว่าสงสัยอยากจะให้เขาไปนอนด้วยจริงๆ
ท่าทางคลาวด์จะเป็นเด็กที่ปรับพฤติกรรมได้ง่ายดายเกินคาด
แค่เขาไปนอนปลอบครั้งเดียวเท่านั้นก็เกิดจะขาดไม่ได้ขึ้นมาแล้วงั้นเหรอ
แซคเปลี่ยนความคิดเข้าข้างตัวเองสุดกู่ แล้วพยายามคิดเดาหาเหตุผลอื่นแทน
คนที่ดูเฉยชาอย่างคลาวด์ไม่น่าจะขออะไรอย่างนั้นหรอก
ไม่น่าจะแม้แต่คิดด้วยซ้ำ เด็กหนุ่มการ์ดแข็งขนาดไหนเขาน่าจะรู้ดี
หรือเขาเปิดทีวีเสียงดังเกินไปจนเจ้าหนูนี่นอนไม่หลับ
หรือว่าเมื่อกี้มัวแต่เห็นใจเขาก็เลยลืมต่อว่าตบท้าย
ตกลงเจ้าเด็กนี่จะเอายังไงกับเขาต่อ
คลาวด์ถูมือไปมาเพื่อลดอาการเก้อเขิน ไม่นึกไม่ฝันเหมือนกันว่าตัวเองจะเอ่ยขออะไรแบบนี้ แต่...
เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนาตรงๆ กลั้นใจแล้วเอ่ยถามออกไปด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“...ให้ผมนอนกับคุณได้รึเปล่า”
แซคเดาผิดเต็มประตู นี่มันยิ่งกว่าที่เขาคิดเสียอีก!
หนุ่มหัวเม่นได้แต่ทำหน้าเหรอหรา
ทำตาโตจ้องหน้าเอาจริงเอาจังของอีกฝ่ายอย่างตกตะลึงจนเด็กหนุ่มอึดอัด
ก่อนที่คลาวด์จะหมดความอดทน แซคก็ถามออกไปโดยไม่ผ่านกระบวนการคิด เขาแค่อยากรู้เท่านั้นจริงๆ
“ทำไมล่ะ”
เจ้าของใบหน้าหวานกระพริบตาถี่ คลาวด์เองก็ตอบไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไม
เขาแค่... คิดว่าถ้าหากต้องนอนคนเดียว คืนนี้ก็คงจะฝันร้ายอีก
และอ้อมกอดของแซคเมื่อคืนก็ทำให้ความเดียวดายจางหายไป
นั่นเป็นเหตุผลที่เขาไม่คิดปฏิเสธและผลักไสผู้ชายคนนี้
จริงๆ แล้วอาจจะไม่ต้องเป็นแซค แต่เป็นใครก็ได้ที่กอดเขาได้ด้วยความเอ็นดูอย่างบริสุทธิ์ใจเหมือนๆ กัน
คำตอบง่ายๆ ก็คงเพราะว่า... เขาเหงา
เสียเวลาเตือนตัวเองอยู่ตั้งมากมาย ว่าอย่าใกล้ชิดไม่ว่าใครให้มากเกินไป
เมื่อถึงเวลาผู้ชายคนนั้นก็จะกระชากดึงเขาให้กลับไปอยู่ในอุ้งมือของตัวเอง
อิสรภาพของเขาจะไม่มีเหลือ
ทว่ามันยากเหลือเกินที่จะตัดใจไม่โผเข้าหาอ้อมกอดอ่อนโยนข้างกาย
คลาวด์ไม่จำเป็นต้องตอบเหตุผลต่อคำถามของแซคด้วยซ้ำ เขาอยู่ในฐานะนายจ้าง
แซคด้วยซ้ำที่ผิดที่มาซอกแซกถาม
แต่คลาวด์เองก็ไม่คิดว่าเขาจะออกคำสั่งกับแซคได้เต็มปาก
เด็กหนุ่มจึงไม่ได้ตอบออกไปตามความจริง
เพราะว่าเหงา มันเป็นคำตอบที่น่ากระดากอายเกินไป
“...ถ้าคุณไม่ชอบใจก็ไม่เป็นไร”
เด็กหนุ่มไม่ตอบคำแต่กลับตัดบทแล้วตั้งท่าจะก้าวกลับไปในห้องดังเดิม
แค่เอ่ยขอยังกับเด็กไม่รู้จักโตเช่นนี้ก็มากเกินพอแล้ว
ถ้าอีกฝ่ายปฏิเสธเขาก็ไม่คิดจะตื้อต่อ
“เดี๋ยวสิ คลาวด์” แซคเรียกไว้
เสี้ยวหน้าเพียงครึ่งเดียวที่โผล่พ้นขอบประตูนั่นทำให้เห็นดวงตาสีฟ้าสุกใส
ถ้าเขาไม่รีบตอบรับ เด็กหนุ่มคงจะมุดหายเข้าห้องไปแน่
“ยังไม่ได้บอกว่า ‘ไม่ได้’ ซะหน่อย” เขากล่าวหยอกลองเชิง คู่สนทนานิ่งเงียบรอให้เขาพูดต่อ
แซคนึกขำกับท่าทางที่เหมือนเด็กขี้อายนั่นไม่น้อย
ที่จริงแล้วคลาวด์อาจจะเป็นคนที่อ่านออกง่ายกว่าที่คาด
เขากดรีโมทปิดโทรทัศน์แล้วเดินไปตบเตียงนุ่มนิ่มนั่น
“จะนอนเลยมั้ยล่ะ เข้ามาสิ”
คลาวด์ผงะไปนิดหน่อยด้วยไม่คิดว่าจะถูกเชิญชวนด้วยคำพูดที่ล่อแหลม
แต่คิดอีกทีคนพูดคงไม่ได้มีเจตนาอะไรเกินเลย เขาคงจะคิดมากไปเอง
แซคเป็นคนซื่อตรง และเป็นแค่คนที่ถูกจ้างมาเฝ้าดูแลเขาเท่านั้น
อีกอย่างก็เคยมีแฟนสาวเป็นตัวเป็นตนแล้ว
แค่ขอให้นอนด้วยเป็นเพื่อนเท่านั้น แซคคงทำได้อย่างบริสุทธิ์ใจ
ในสายตาชายหนุ่มเขาคงจะเป็นเด็กที่ไม่โตจริงๆ
“คุณง่วงแล้วเหรอ” คลาวด์ถามคืนแทนที่จะเป็นคำตอบอีกหน แซคชักอยากจะกวนกลับด้วยการไม่ตอบตรงๆ บ้าง
“ถ้านายอยากจะนอนแล้วฉันก็ง่วงด้วยก็ได้”
เพิ่งจะสามทุ่ม เวลานอนก็ช่างเด็กอนามัยเหลือเกิน แซคนึกขำเมื่อมองตัวเลขบอกเวลาที่นาฬิกาหัวเตียง
คนถูกพาดพิงในความคิดเดินดุ่มเข้ามา
ราวกับไอ้ท่าทีเหนียมอายหลบข้างประตูเมื่อครู่นั่นเป็นภาพลวงตา
คลาวด์ฉวยรีโมทไปเปิดโทรทัศน์
เปลี่ยนช่องเป็นรายการที่พอใจแล้วยึดเก้าอี้ตรงนั้นเสียแทน
“ผมยังไม่ง่วงเท่าไหร่”
คนโดนแย่งเก้าอี้หน้าทีวีไปนั่งจุ้มปุ้กลงบนเตียง
ในหัวคิดตามคนตัวเล็กไม่ทัน
ถ้ายังไม่ง่วงจะรีบมาบอกเขาว่าอยากนอนด้วยกันทำไม
หรือว่ากลัวว่าเขาจะหลับไปก่อน
กะอีแค่ดูทีวีนี่กลับไปดูห้องตัวเองก่อนก็ได้ไม่ใช่เรอะ
เล่นมาเบียดเบียนความส่วนตัวของเขาอย่างกับจงใจ
ถึงแม้ไม่มีสิทธิ์ต่อว่าคนได้ชื่อว่าเป็นเจ้านาย
แต่แค่บ่นในใจคงไม่ว่ากันนะ ห้ามกันไม่ได้เสียด้วยสิ
แซคนั่งเท้าคางดูอีกฝ่ายที่จดจ้องโทรทัศน์อย่างตั้งใจจนแทบจะหลุดไปในโลก
ส่วนตัว รายการที่เปิดดูก็เป็นช่องสารคดีท่องเที่ยวแสนน่าเบื่อ
สำหรับแซคมันไม่ได้น่าสนใจเอาซะเลย เขานึกว่าจะเป็นหนังผีเสียอีก
ถ้าเจ้าหนูนี่ไม่กล้าดูทีวีคนเดียวถึงได้ต้องอพยพมาดูห้องเขาก็น่าจะฟังขึ้น
อยู่ แต่นี่แค่สารคดีธรรมดา!
“นี่” หนุ่มหัวเม่นอดทนรนไม่ไหว “สนุกเหรอ”
“คุณไม่อยากดูก็นอนไปก่อนก็ได้” คลาวด์ตอบโดยที่ไม่หันมามอง
“ไม่ได้บอกว่ามันไม่สนุกซะหน่อย”
ภาพบนจอโทรทัศน์นั้นฉายให้เห็นทุ่งดอกไม้หลากสีสัน
คงจะเป็นชนบทที่ไหนสักแห่ง แซคมองตามแล้วจึงลองถามออกไป
“อยากไปเที่ยวที่แบบนั้นมั้ยล่ะ ฉันพาไปได้นะ”
“อืม...”
“ไอ้ ‘อืม’ ของนายนี่มันแปลว่าไปหรือไม่ไปล่ะ”
“คุณไม่เบื่อบ้างเหรอ ต้องมาตามใจผมน่ะ”
...เบื่อที่นายไม่บอกซะทีว่าจะเอาอะไรมากกว่า แซคนึกบ่นอยู่ในใจ
“เปล่า ฉันกำลังตามใจตัวเองอยู่ ฉันอยากไปไหนก็ได้ไกลๆ จากมิดการ์ แต่ถ้าบังเอิญนายอยากทำอย่างเดียวกันฉันก็โชคดี”
“หืม...”
เดี๋ยว ‘อืม’ เดี๋ยว ‘หืม’ เจ้าเด็กนี่มีปัญหาเรื่องการสื่อสารรึไงกัน
ตอนแรกเขาคิดว่างานบอดี้การ์ดรับเลี้ยงดูแลเด็กนี่มันจะยากตรงต้องทำใจรับ
มือความเอาแต่ใจจะเอาโน่นเอานี่ของอีกฝ่าย
ไม่เคยเจอไอ้สภาพที่ต้องลำบากใจเพราะไม่ถูกเรียกร้องให้ทำอะไรซักอย่างเอา
เลย!
คลาวด์หมุนรีโมทโทรศัพท์ในมือเล่นเหมือนกับจะใช้ความคิด แม้ตาจะจ้องอยู่ที่หน้าจอทีวี แต่เขากำลังคิดถึงเรื่องอื่น
ไปไกลๆ จากมิดการ์... เป็นความคิดที่ดี เขาได้โอกาสจะออกมาเล่นสนุกทำอะไรได้ตามใจตั้งสามเดือน...
“งั้นเราจะไปไหนกันดี”
แซคตาโตพอได้ยินคำถามที่ค่อนข้างกระตือรือร้น หนุ่มหัวเม่นรีบชี้รายการในโทรทัศน์ทันที “ที่นี่ไง! ไปกันมั้ย ท่าทางนายจะสนใจนี่!”
“จริงๆ ผมก็ไม่ได้สนใจนะ แค่มันไม่มีอะไรดูเท่านั้นเอง”
แซครีบคิดเสนอเป็นการใหญ่ ก่อนที่คลาวด์จะหมดความสนใจจะไปที่อื่น
คาสิโนที่โกลด์ซอร์สเซอร์งั้นเหรอ ไม่ดีมั้ง คลาวด์ยังเด็กอยู่
อีกอย่างถ้าเกิดไปมีหวังเขาได้สนใจแต่แทงโจโกโบะ เล่นสล้อต
จนปล่อยให้หมอนี่คลาดสายตาไปได้แน่
ไปกินของอร่อยที่วูไทก็ดูเหมือนจะไกลเกินไปหน่อย ต้องข้ามโลกกันเลยเชียวนะ!
“ทะเลล่ะ?”
แซคเพียงเสนอสุ่มๆ
ไปว่าจะไปที่ไหนต่อกันดีเพราะเห็นหน้าตาคลาวด์ว่างเปล่าเหลือทน
พอเขาพูดถึงทะเลขึ้นมา เด็กหนุ่มก็หันมามองด้วยดวงตาเป็นประกาย
แค่นั้นเขาก็ทึกทักเอาว่าคนที่อยู่แต่ในเมืองใหญ่เต็มไปด้วยตึกอย่างคลาวด์
น่าจะอยากเห็นทะเลและหาดทรายขาวๆ บ้าง
“ไปทะเลกันเถอะ!”
จะว่าไป เขาเองก็เอาแต่ทำงาน ไม่ได้มีเวลามาเที่ยวทะเลหลายปีดีดักอยู่เหมือนกัน!
คลาวด์มองหน้าคนชวนอยู่ครู่หนึ่ง
แซคเล่นทำหน้าดีใจที่จะได้เที่ยวจนเหมือนหมากระดิกหางดิ๊กๆ
อ้อนเจ้านายแบบนั้นแล้วใครจะไปขัดใจลงได้
ทั้งรอยยิ้มที่สว่างไสวไร้เดียงสาจนดูเซ่อซ่า แต่ก็จริงใจเป็นที่สุด
เขาไม่รู้ว่าทำไมหัวใจจึงได้เต้นผิดจังหวะขึ้นมาได้
“ทะเลก็ได้...” เขาตอบเบาๆ
“เฮ้ ไปทะเลทั้งทีช่วยทำเสียงให้มันร่าเริงกว่านี้หน่อยสิ อย่าบอกนะว่าไม่ชอบทะเล!”
“...ผมไม่เคยไปทะเลมาก่อน ก็เลยไม่รู้ว่าทะเลจริงๆ มันเป็นยังไง”
คำตอบราบเรียบตรงกันข้ามกับสีหน้าของแซคที่ออกจะตกตะลึง
เขาเพิ่งจะเห็นคนอายุเกือบ 20 แต่ไม่เคยไปทะเลนี่แหละ!
เซฟิรอธท่าจะเลี้ยงเจ้าเด็กนี่เป็นเหมือนไข่ในหินมากเกินไปซะแล้ว
“มันแปลกมากเหรอ... แซค?”
เด็กหนุ่มหันมาถาม เขาคิดว่าตัวเองจะต้องดูประหลาดในสายตาฝ่ายตรงข้ามแน่นอน
“ก... ก็ไม่ได้แปลกอะไรมากมายหรอก!” แซครีบตอบ แต่ดูท่าจะกลายเป็นลุกลี้ลุกลนตอบจนผิดสังเกต
คลาวด์กดสวิตช์ปิดโทรทัศน์ ดูไม่ออกว่ากำลังไม่สบอารมณ์รึเปล่า “...ผมจะนอนล่ะ”
แซคอยากจะถามนักว่า ‘ทำไมเซฟิรอธไม่เคยพาไป’แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา
เขาคิดว่าถ้าไม่เอ่ยชื่อของหมอนั่นคงจะดีกว่า
พอเด็กหนุ่มจะดึงผ้าห่มขึ้นเท่านั้นแหละ
แซคก็พลิกตัวมาจนแทบจะคร่อมทับอีกฝ่าย ทำเอาคลาวด์เกือบสะดุ้ง
“อย่าบอกนะว่า... นายว่ายน้ำไม่เป็น?”
ใบหน้าขาวแดงเรื่อขึ้นมา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะถูกถามอะไรงี่เง่า
หรือเพราะว่าคนถามยื่นหน้าเข้ามาใกล้เกินไปกันแน่
คลาวด์อยากจะผลักอีกฝ่ายออก
แต่คิดอีกทีการกระทำแบบนั้นดูเหมือนว่าร้อนตัวยังไงชอบกล
เขาจึงไม่ได้ขยับตัว
“แค่ว่ายน้ำทำไมจะไม่เป็น ไม่เคยไปทะเลไม่ได้หมายความว่าไม่เคยว่ายน้ำเสียหน่อย”
“อ้อ งั้นเอง ดีแล้ว ไม่สิ เสียดายจัง! กะว่าถ้านายว่ายน้ำไม่เป็นจะได้แกล้งให้สนุกซะหน่อย”
“...ผมไม่ยอมให้แกล้งหรอกนะ งี่เง่า” คลาวด์ทำตาเขียวใส่ แต่อีกฝ่ายกลับยิ้มร่าอย่างไม่สะทกสะท้าน
“เก่งกล้าสามารถขนาดนั้นเชียว ต่อให้ว่ายน้ำเป็นก็อย่าคิดว่าฉันจะแกล้งไม่ได้นะ”
“ก็ลองดูสิ” เด็กหนุ่มท้าอย่างไม่เกรงกลัว
เขารู้ดีว่าไอ้พวกคนชอบแกล้งนี่จะยิ่งสนุกถ้าเขาตื่นเต้นตกใจไปตามแรงยั่วยุ
ถ้าไม่สนใจซะอย่างอีกฝ่ายก็จะเลิกล้มความตั้งใจไปเอง
แต่คลาวด์คงลืมนึกถึงคนอีกประเภทไป
พวกที่ยิ่งเห็นเป้าหมายนิ่งเฉยไม่สะทกสะท้านแล้วก็ยิ่งอยากกวนประสาทให้โฉม
หน้าที่แท้จริงหลุดออกมานัก
“อนุญาตแล้วนะ ถ้าฉันแกล้งแล้วอย่ามาร้องไห้งอแงล่ะ”
“ใครจะทำอย่างนั้นกัน...”
“อะไรกัน ร้องไห้ซบอกฉันมาแล้วยังจะพูดแบบนั้นได้อยู่อีกเหรอ”
คลาวด์ยิ่งหน้าแดงเมื่อถูกจี้ใจดำ
ตอนที่ร้องไห้ต่อหน้าแซคเขาก็ไม่รู้สึกอะไรหรอก
แต่พอถูกเอามาล้อย้อนหลังมันก็อดจะอายไม่ได้
“เรื่องนั้นกับเรื่องนี้มันคนละเรื่องกัน!”
พอเด็กหนุ่มชักโวยวาย แซคก็เริ่มรู้สึกว่ามันสนุกชะมัด
ยิ่งเห็นใบหน้าที่วันๆ
เอาแต่ราบเรียบเหมือนคนซังกะตายเปลี่ยนสีแล้วก็แสดงอารมณ์ฉุนเฉียวแบบนี้เขา
ยิ่งรู้สึกว่าคลาวด์น่ารักมากขึ้นอีก
ที่จริงหมอนี่... ก็เป็นแค่เด็กธรรมดาคนนึงเท่านั้นเอง
แซคยิ้มให้เจ้าของดวงตาสีฟ้านั้นโดยไม่เอ่ยอะไร
คลาวด์ก็ถูกรอยยิ้มนั้นสะกดเอาไว้ให้อยู่นิ่งๆ
แต่ไอ้การที่ตกอยู่ในสภาพเหมือนถูกคร่อมแบบนี้มันอึดอัดเต็มทน
“...เมื่อไหร่คุณจะลุกไปซักที”
“ก็นายอยากให้นอนด้วยกันไม่ใช่เหรอ” แซคตีหน้าซื่อ แล้วแกล้งแหย่ไม่เลิก แถมยังโน้มตัวลงมาใกล้อีก
“ด... เดี๋ยวก่อน แซค... ตั้งใจจะทำอะไรน่ะ”
คำถามที่ฟังดูไร้เดียงสานั้นยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้เจ้าตัวอีก
แซคตั้งใจแค่จะแกล้งเล่นๆ เท่านั้น แต่พอได้ยินเสียงแผ่วเบาที่สั่นน้อยๆ
ด้วยความหวาดหวั่นระคนตกใจแล้วมันช่าง...
“นอนด้วยกันไง” เขากระซิบตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง
นี่เขาเป็นอะไร...? ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคิดจะแตะต้องล่วงเกินคลาวด์ แล้วทำไม...
มือที่เขาสัมผัสร่างเล็กรับรู้ได้ว่าร่างนั้นกำลังสั่น คลาวด์เองก็กำลังกลัวและสับสน แต่ถึงอย่างนั้น... เขาก็อยากจะแนบริมฝีปากลงไป
“แซค... เลิกล้อเล่นได้แล้ว”
ริมฝีปากที่กำลังขยับเปล่งอเสียงห้ามปรามเขานี่แหละ...
ชั่วขณะที่เขาคิดจะจูบคลาวด์
เมื่อแซคมองเห็นดวงตาสีฟ้าหม่นแสงลงด้วยความกลัวแล้ว เขาก็เปลี่ยนใจ
คลาวด์กำลังมองเขาด้วยสายตาแบบเดียวกันกับที่มองเซฟิรอธ...
ว่างเปล่า เหมือนตุ๊กตาที่ไร้ชีวิต
แซคหักห้ามใจแล้วเพียงแค่แตะริมฝีปากกับพวงแก้มสีเรื่อเบาๆ พลางส่งยิ้มขี้เล่นให้อย่างเคย
“คิดว่าฉันจะทำอะไรรึไง นายนี่หลอกง่ายเป็นบ้าเลย”
ฝ่ายคลาวด์ไม่รู้ว่าจะโล่งใจ โมโห หรือว่าอับอายดีที่ถูกแกล้งแบบนั้น
แล้วตัวเองก็ตกหลุมพรางเข้าเต็มเปา
ร่างบางพลิกตัวหนีอีกฝ่ายแล้วนอนตะแคงหันไปอีกข้าง
“...คุณมันนิสัยเสีย”
แซคมองตามแผ่นหลังบางแล้วถอนใจ ก่อนจะล้มตัวนอนข้างๆ แล้วโอบกอดร่างเล็กเอาไว้แนบอก
“ก็ให้นอนด้วยตามที่นายขอแล้วไง อย่างอนสิ”
เขาทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้หรอก...
“ไม่ได้งอนซะหน่อย”
ถ้างอนจริงๆ ล่ะก็เขาไม่ทนนอนอยู่บนเตียงเดียวกันแบบนี้หรอก!
“งั้นพรุ่งนี้ก็เตรียมไปทะเลกันนะ”
“อืม...”
ถึงจะรู้สึกอุ่นใจที่ไม่ได้นอนเพียงลำพังเพราะอ้อมกอดของแซคที่โอบล้อมจาก
ด้านหลัง
แต่คืนนั้นคลาวด์กลับรู้สึกใจเต้นตึกตักจนแทบจะข่มตานอนหลับไม่ลงเลยทีเดียว
To be continued...
กำจัดตัวเมียได้เลวมั้ยล่ะ ดีใจโคด กร๊ากกกกกกกกกกก
เส็งหล่อ (ฮา)
ช่วงต้นๆ เก็บบุญเก่ามาเขียนต่อ ช่วงหลังๆ ที่เลี่ยนๆ บุ่ยๆ นั่นแหละ
เพิ่งเขียนวันนี้ แม่ง อยากให้แซคปล้ำจริงๆ ให้ตาย (อุ้ย หยาบคาย 555)


!!
!!

ถ้าไม่ติดเรื่องอารมณ์เหงา ๆ เหมือนมีอะไรติดอยู่ในใจนะ จะเชียร์ให้ปล้ำจริง ๆ เน้อ ก๊ากก ๆ ก็มันน่า~~
ACC สุดยอดค่ะ มีแซคเพิ่มเยอะกว่าที่คิด~
#1 By BeeJang on 2009-04-20 22:18