[Hetalia Fanfiction] Niflheim (1)
posted on 15 Apr 2009 22:32 by keechan in Fictionเอาฟิคมาราดหลังสงกรานต์ซะ (ฮา)
ข้ามฟิคเฮราเคลสคิคุไปหนึ่งเรื่องเต็ม เพราะมันจบแล้วนะจ้ะ สำหรับเรื่อง Pheromone ใครอยู่ที่นั่นก็รู้กันละ ยังลงให้ในโน้นเรื่อยๆ แบบว่า... มันยังขี้เกียจเอาลงบลอค ลงรวดเดียวจบไปเลยดีมะ (ฮา)
ขอเปลี่ยนอารมณ์เปลี่ยนคู่มั่ง จริงๆ เขียนได้เพราะชอบคิคุคนเดียว เฮราเคลสก็น่ารักดี แต่ไม่ใช่เสะที่ปลื้มนะ (ว่าแต่ ไฟนอลก็เขียนเพราะชอบแต่คลาวด์นี่หว่า 555 ชอบเป็นคู่ไม่ค่อยเป็นวุ้ย) หันมาเขียนไอซ์คุงม่าง XD
มันลองของ... มันลองของ จริงๆ คือ ชอบน้องไอซ์มาตั้งนานแล้วล่ะ
แต่ไม่มีโอกาสเขียนซะที เพราะว่าขี้เกียจไปคุ้ยประวัติศาสตร์ (ฮา)
แล้วก็ในเฮตาเลียเองก็ยังไม่มีบทของไอซ์แลนด์ออกมาด้วย
ก็เลยยังไม่ค่อยกล้าเขียน แต่ตอนนี้มัน...
ไม่มีอะไรเขียนแล้วมันเหงามือ (ฮา) ไม่มีคนอ่านก็จะเขียน หน้าด้าน
ดันทุรัง (กร๊าก)
จะเขียนช่วงประวัติศาสตร์ไอซ์แลนด์เริ่มตั้งแต่
ช่วงปีค.ศ. 900 กว่าๆ ที่นอร์เวย์เข้ามาปกครองแล้ว แต่... แต่ถามว่า
จะเขียนถึงไหน ก็ไม่รู้เหมือนกันเน้อ =w=
คาแรกเตอร์ก็คิดจิ้นเอาตามรูปร่างหน้าตา
แ้ล้วพยายามคิดตามลักษณะประวัติศาสตร์ (ง่ายๆ คือแถและมั่ว 555) ผิดพลาดตรงไหน ก็ต้องขออภัยด้วย
เพราะมันไม่มี Official ให้อิงจริงๆ
(แล้วทำไมไม่รอให้ออฟฟิเชียลออกก่อน!!! < มันรอไม่ไหวง่ะ... ฮือ)
ชื่อตัวละคร ขออนุญาตตั้งให้ใหม่ ตามชื่อของภาษาแต่ละคน เพราะฉะนั้น
ไอซ์แลนด์ ในภาษาไอแลนดิก = อีสลันท์ (ชื่อนี้เท่โคดอ่ะ ชอบ!!!)
นอร์เวย์ ในภาษานอเวเจียน = นอร์จ (จริงๆ มีภาษาถิ่นอีกอันคือ โนวิก แต่ถูกใจชื่อนอร์จมากกว่า ขอเลือกนอร์จ)
เดนมาร์ก
ในภาษาเดนมาร์กโบราณ = เดเนอร์เนส มาร์ก (ถ้าเป็นปัจจุบันมัน ดานมาร์ก อ่ะ
ไม่เพราะเลย... ขอไถเป็นชื่อโบราณ ฟังดูขลังดี)
Niflheim (1)
Pairing: ?????? x Iceland x ???????
(ไม่รู้ชะตากรรมอย่างมากว่าจะลงคู่ไหน บางทีอาจจะไม่มีใครได้กันเลยก็ได้ <- ดูใช้คำ 555)
ท่ามกลางพื้นที่รกร้าง แผ่นดินขรุขระและเย็นเหยียบด้วยปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งที่หนาวเหน็บ แทบจะไม่มีต้นไม้สีเขียวใดๆ แตกกิ่งยอดได้ในสภาพอากาศเช่นนี้
แต่ก็ใช่ว่า จะไม่มีชีวิตใดดำรงอยู่ได้ ช่องว่างระหว่างหุบเขาเป็นสถานที่หลบลมหนาวได้อย่างดี ต้นไม้สีเขียวที่มีใบเรียวเล็กรวมตัวกันเป็นป่า แม้ความหนาวเย็นจะลดลงได้เพียงเล็กน้อย ผู้คนที่นี่ก็เคยชินกับสภาพอากาศและวิถีชีวิตกันแล้ว
เด็กหนุ่มร่างเพรียวมองลอดผ่านหน้าต่างเล็กๆ ในบ้านตนสู่ภายนอก สภาพแวดล้อมอันโหดร้ายนั้นไม่เอื้ออำนวยต่อเกษตรกรรมสักเท่าไหร่ ภาพที่เขาเห็นจนชินตาคือชาวบ้านที่ลำบากตรากตรำอยู่กลางทุ่งที่ไม่รู้ว่าจะได้ผลผลิตคุ้มค่าหรือไม่ ถ้าหากจินตนาการให้ไกลออกไปก็จะเห็นการจับปลากลางท้องทะเลที่ดูจะได้ปลาติดมือมากกว่าเยอะ
บ้านหลังเล็กที่ถูกสร้างขึ้นใหม่เมื่อไม่นานนี้ นอกจากหินและไม้ที่เป็นฐาน ก็มีหญ้าเขียวขจีปกคลุม ช่วยรักษาอุณหภูมิภายในให้อบอุ่น ทั้งนี้เขาต้องขอบคุณแขกผู้มาจากแผ่นดินใหญ่ที่คอยให้คำแนะนำคนอยู่ห่างไกลความเจริญอย่างเขา
นอร์จเป็นชายหนุ่มร่างเล็ก ทว่ามีความแข็งแกร่งเกินใคร เส้นผมสีทองอ่อนๆ สั้นระต้นคอ ในสายตาของผู้มองนั้นช่างงดงามน่าดูนัก เจ้าของดวงตาสีฟ้าใสสว่างแอบลอบมองแขกคนสำคัญของตนอย่างไม่วางตา ก็เพราะนอร์จนั่นแหละที่เป็นคนสอนอะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับการดำรงชีวิต หญ้าเบิร์ชที่นำมาประกอบบ้านหลังนี้ก็เช่นกัน เป็นความคิดของนอร์จ
ดูจากภายนอกแล้ว นอร์จออกจะดูอ่อนวัยกว่าเขาด้วยซ้ำไป มือเล็กวางถ้วยนมร้อนบนโต๊ะ ทั้งๆ ที่รับไปแล้วยังไม่ได้ดื่มเลยสักอึก
“อีสลันท์”
เจ้าของชื่อเงยหน้าสบตา
“ช่วงนี้สงบสุขดีใช่มั้ย ไม่ลำบากอะไรสินะ”
อีสลันท์ผู้ได้นามสะท้อนถึงดินแดนแห่งตนยังมีสีหน้าเรียบเฉยต่อคำถามนั้น ก่อนจะเอ่ยตอบราบเรียบ ไร้หางเสียง
“ไม่นี่”
อีสลันท์ใช้ชีวิตด้วยตัวเองท่ามกลางธรรมชาติอย่างยากเข็ญ ทว่าเขาอยู่กับมันจนรู้สึกจนเป็นความเคยชิน เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่เคยแยแสว่าจะมีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือหรือทำอะไรให้มันดีขึ้น ด้วยสภาพอากาศและดินแดนเช่นนี้ เขาคิดว่าคงไม่มีใครทำให้อะไรๆ มันเปลี่ยนแปลงได้มากนักหรอก
การที่เขาได้รู้จักนอร์จ มันก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่ชาวบ้านหลายคนไม่เห็นด้วย ถึงกับต่อต้านด้วยซ้ำ ทว่าเขาก็ผ่านช่วงเวลาวุ่นวายนั้นมาได้
“เหรอ งั้นก็ดี”
ร่างเล็กกว่าตอบอย่างไร้อารมณ์เช่นกัน ด้วยลักษณะนิสัยที่คล้ายคลึงกันตรงนี้จึงทำให้เขาเข้ากับนอร์จพอได้ ไม่ถึงกับต้องขับไล่รบราฆ่าฟันกัน
และเขาก็ไม่ใช่คนที่ชอบสนทนาปราศรัยด้วยกันทั้งคู่
“ถามทำไม”
“ฉันจำเป็นต้องรู้ว่าเด็กในปกครองมีสถานภาพเป็นอย่างไร ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยดี ก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง” อีกฝ่ายตอบด้วยความเฉยชาไม่แพ้กัน ไม่ความเป็นมิตรอย่างที่ควรเป็นสักเท่าไหร่ แต่อีสลันท์รู้ตัวดีว่า ในเมื่อตนมีอำนาจด้อยกว่า ก็จำต้องยอมจำนนต่อผู้แข็งแกร่งกว่าอย่างเสียไม่ได้
ถ้ายังมีชีวิตอยู่ได้ ถึงจะยากลำบากอย่างไรก็พอทน
อีสลันท์มีความคิดเช่นนั้น เขาชินชากับชีวิตที่หล่อหลอมมาด้วยความโหดร้ายของเกล็ดหิมะอันหนาวเหน็บที่กัดเซาะผิวกายเปล่าเปลือย กับแค่การถูกเอาเปรียบแย่งชิงผลิตผลไปบ้างนิดๆ หน่อยๆ แลกกับความสงบสุขโดยรวม เขาก็คิดว่ามันคุ้ม
ทั้งคู่เงียบกันไปอีก อีสลันท์ไม่ใช่คนช่างพูด ส่วนนอร์จเป็นคนอย่างไรเขาก็ไม่รู้แน่ เขาก็รู้จักร่างบางนี้เฉพาะเวลาที่มาเยี่ยมเขาบนเกาะนี้เท่านั้น เวลาที่ไปอยู่กับพรรคพวกบนแผ่นดินใหญ่จะมีท่าทีอย่างไรอีสลันท์ก็ไม่เคยรู้
โลกของเขายังแคบนัก แต่เขาก็พึงพอใจในโลกอันคับแคบของตน
มีเพียงเสียงฟืนปะทุในเตาผิงดังท่ามกลางความเงียบ
อีสลันท์ไม่เคยคิดว่า การเก็บตัวเองอยู่บนเกาะนั้นอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด
ดินฟ้าอากาศเลวร้าย...
ฤดูหนาวกินเวลายาวนานกว่าทุกปี การเก็บเกี่ยวผลผลิตจากพืชผลยิ่งลดน้อยลงทุกที ธัญพืชกลายเป็นของหายาก แม้ว่าโชคยังเข้าข้างอยู่บ้างที่ปลาค็อดยังเป็นที่ต้องการจากศาสนจักร
การใช้ชีวิตอย่างแร้นแค้น ไม่เป็นปัญหาสำหรับอีสลันท์ ที่เลวร้ายกว่านี้ เขาก็เคยเจอมาแล้ว
“อีสลันท์...”
เสียงอันคุ้นหูเอ่ยเรียกชื่อเขาอย่างเคย ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่การถูกนอร์จเรียกก็กลายเป็นสิ่งเคยชินอีกอย่างหนึ่ง
นอร์จเองก็ดูลำบากใจกับเรื่องบางอย่าง บางทีอาจจะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นที่แผ่นดินใหญ่ก็ได้
ร่างเล็กเพียงแต่มองตาเขา สองจิตสองใจว่าจะพูดออกไปดีหรือไม่ แล้วจะอธิบายให้ฝ่ายตรงข้ามเข้าใจได้อย่างไร
“มีอะไรงั้นเหรอ ไม่ใช่เรื่องดีใช่มั้ย บอกมาตรงๆ เถอะ”
อีสลันท์ไม่ชอบให้บทสนทนายืดเยื้อ จากท่าทีของอีกฝ่ายเขาก็เดาได้แล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องดี แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาก็จำต้องยืนหยัดรับมันไว้เท่านั้น
ราวกับถูกรู้ทัน นอร์จเองก็คิดว่าป่วยการที่จะปิดบัง ถึงอย่างไรอีสลันท์ก็จำป็นจะต้องรู้ เขาคว้ามือที่เย็นเฉียบดั่งน้ำแข็งเช่นกับตัวเองมากุมไว้ก่อนจะเอ่ย
“ฉันคิดว่า... ต่อไป ฉันคงไม่ได้ดูแลนายต่อไปแล้ว”
อีสลันท์ไม่สะทกสะท้าน ชั่วแวบหนึ่งเขาคิดว่ามันดีเสียอีกที่จะได้อยู่คนเดียวแบบไม่มีเงื่อนไขเสียที ทว่าประโยคต่อมาก็ทำลายความหวังอันเล็กน้อยของเขาจนหมดสิ้น
“ฉันกำลังจะไปอยู่กับเดเนอร์เนส มาร์ก เพราะฉะนั้นต่อไปคนที่จะดูแลนายต้องเป็นเขา”
เดเนอร์เนส มาร์ก... ชื่อนี้อีสลันท์เพียงแต่เคยได้ยิน แต่ไม่เคยพบเจ้าของชื่อเลยสักครั้ง
“งั้นเหรอ”
เด็กหนุ่มรับคำเบาๆ แล้วยกนมอุ่นๆ ในถ้วยขึ้นจิบ
“...นายไม่โกรธเหรอ”
“ไม่หรอก”
โกรธไปแล้วจะได้อะไรล่ะ...
เขาไม่เคยเลือกได้อยู่แล้ว... เลือกไม่ได้มาตั้งแต่ต้น
“อืม... เดเนอร์เนสไม่ใช่คนโหดร้าย ฉันหวังว่าเขาคงปฏิบัติต่อนายอย่างดี”
จะเป็นอย่างนั้นรึเปล่านะ... อีสลันท์นึกสงสัยในใจ แต่สำหรับเขา... จะเป็นใครมาก็เหมือนกัน
“นายเองน่ะเหรอ อีสลันท์”
ชายร่างสูงที่เพิ่งเคยพบเป็นครั้งแรกยืนจ้องมองเขาอย่างพิจารณาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาแกมดูถูกเหยียดหยาม เดเนอร์เนส มาร์ก เป็นคนที่มีรูปร่างสูงใหญ่ ตรงกันข้ามกับนอร์จโดยสิ้นเชิง ลักษณะนิสัยและการพูดจาก็เช่นกัน ชั่วแวบที่สบตา อีสลันท์ก็เห็นความโผงผางของผู้ชายตรงหน้า
...ท่าทางจะเป็นพวกชอบใช้กำลัง เด็กหนุ่มคิดแขวะอยู่ในใจ แถมน่าจะชอบสู้รบฆ่าฟันอีกด้วย ไม่อย่างนั้นคงไม่ยึดครองดินแดนของใครต่อใครรวมถึงของนอร์จไปด้วยหรอก
“เฮ้ เจอหน้าผู้ปกครองคนใหม่ทั้งที ไม่รู้รึไงว่านายต้องรู้จักทักทายน่ะ”
ร่างสูงต่อว่าเสียงดัง อีสลันท์ไม่ได้มีแก่ใจอยากจะพูดคุยด้วยสักเท่าไหร่ ยิ่งถูกพูดใส่หน้าเช่นนั้นก็ยิ่งอยากจะทำหูทวนลมไปซะ
แม้จะขัดเคืองเพียงใด อีสลันท์ก็จำต้องลดทิฐิ ก้มหัวให้ชายตรงหน้าผู้มีอำนาจเหนือกว่า
“...กระผมอีสลันท์ น้อมรับใช้ท่านครับ เดเนอร์เนส มาร์ก”
ฝ่ายผู้ปกครองยิ้มกริ่มพอใจที่ ‘เด็ก’ ของตนว่าง่ายนัก กับเขาแล้วการมีอยู่ของอีสลันท์ที่เป็นเพียงเกาะเล็กๆ อยู่ห่างไกลออกไปนั้นไม่ค่อยจะมีบทบาทสำคัญใดๆ สักเท่าไหร่ เขาไม่เข้าใจเอาเสียเลยว่านอร์จมัวเสียเวลาประคบประหงมไปเยี่ยมคนที่อยู่ไกลถึงขนาดนี้บ่อยๆ เพื่ออะไร ไม่เห็นจะคุ้มค่าเสี่ยงภัยเดินทางไปสักนิด
“รู้ฐานะตัวเองแบบนี้ก็ดี นอร์จบอกฉันว่านายเป็นคนง่ายๆ ไม่เคยเรียกร้องอะไรให้น่ารำคาญ ฉันก็จะขอให้นายเจียมเนื้อเจียมตัวอย่างนั้นต่อไป เพราะฉันไม่เหมือนนอร์จหรอกนะ ที่แผ่นดินใหญ่ฉันมีภารกิจสำคัญมากมายที่จะต้องจัดการ ไม่มีเวลามานั่งดูแลนายที่เกาะกันดารนี่บ่อยๆ ถ้าจัดการอะไรได้ก็ทำเอาเองก็แล้วกัน ไม่ต้องมาขอความช่วยเหลือจากฉัน มันยุ่งยาก”
เดเนอร์เนสกล่าวเร็วๆ อย่างเสียดายเวลา การที่ร่างสูงมาถึงเกาะนี้คงเป็นกำหนดการที่กินเวลามากทีเดียว ถึงได้สักแต่มาพูดตอกใส่หน้าอีสลันท์ให้จบเรื่อง
ในความคิดของอีสลันท์นั้น เดเนอร์เนสช่างเป็นผู้ปกครองที่เหลวแหลก
นัยน์ตาสีครามเข้มจ้องมองร่างเพรียวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า อีสลันท์มีดวงตาสีฟ้าสว่างและมีเส้นผมสีเงิน หากอยู่ท่ามกลางแสงแดดคงจะสะท้อนอย่างเจิดจ้า ทว่ามันมักจะถูกปกคลุมด้วยละอองหิมะจนขุ่นมัวเสียมากกว่า
เหนือสิ่งอื่นใดคือสีหน้าที่ไม่บ่งบอกอารมณ์ แต่แววตาแน่วแน่นั้นมีความหยิ่งทระนงตนซุกซ่อนเอาไว้
เดเนอร์เนสแค่นยิ้ม อีสลันท์ในสายตาเขาไม่ต่างอะไรกับฝุ่นผงเล็กๆ ที่ลอยมาติดเสื้อผ้า แค่สร้างความรำคาญให้ แต่ไม่อาจมีอำนาจทำอันตรายใดๆ ได้
แม้จะเป็นอย่างนั้น หากอีสลันท์คิดแข็งข้อหรือก่อความไม่สงบขึ้นมาก็คงจะน่ารำคาญไม่น้อย เดเนอร์เนสไม่มีความคิดจะข้องเกี่ยวกับเด็กหนุ่ม แต่ก็ไม่คิดจะมองข้ามการสั่งสอนให้อีกฝ่ายสำเหนียกรู้ว่าจะต้องอยู่ในการปกครองของเขา
แววตาสีครามแข็งกร้าวขึ้นมาอย่างดุดัน ก่อนจะกล่าวคำขู่ “แต่ไม่ได้หมายความว่านายจะทำอะไรได้ตามใจตัวเองนะ ถ้าคิดจะนอกลู่นอกทางล่ะก็... ฉันไม่ปราณีแน่ ย้ำอีกทีว่าฉันไม่ใจดีเหมือนนอร์จ”
ประโยคนั้นแปลว่าถ้าคิดจะแข็งข้อเป็นอิสระด้วยการกระด้างกระเดื่อง ก็จะได้รับการลงโทษอย่างสาสม
อีสลันท์ไม่คิดจะต่อต้าน ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็รู้ว่าเขาไม่ได้มีทรัพยากรอะไรมากมายให้ เพียงแค่ให้ความร่วมมือไม่กี่เรื่องก็ไม่ใช่ปัญหา
เด็กหนุ่มเพียงแต่ผงกหัวรับอย่างว่าง่าย เดเนอร์เนสเห็นเพียงเท่านั้นก็พอใจ แล้วหมดความสนใจในตัวของอีสลันท์แทบจะทันที
เดเนอร์เนสปฏิเสธไม่ได้ว่าตนจงใจผลักใสเด็กหนุ่มผมเงินคนนี้ออกไปให้ไกลตัว ด้วยเหตุผลเพียงเพราะว่าเขาอยากให้นอร์จสนใจเพียงแต่เขาแค่คนเดียว
ต่อให้อีสลันท์ไม่มีความผิด.... ไม่สิ เด็กพรรค์นั้น จะปล่อยให้อยู่เกาะไหนก็อยู่ไปเถอะ!
To be continued...
มุมเกร็ดประวัติศาสตร์นิดๆ หน่อยๆ ที่เอามาประกอบตอนเขียน
ไอซ์แลนด์เป็น
ประเทศที่ธรรมชาติค่อนข้างโหดร้าย เป็นเกาะที่แผ่นดินยังไม่สงบ นั่นคือ
มีภูเขาไฟปะทุอยู่บ่อยครั้ง ยามปกติ อากาศก็หนาวค่ะ อุณหภูมิเฉลี่ย
ช่วงต้นปี (มกรา) จะอยู่ที่ 0 องศาเซลเซียส ถ้าเป็นช่วงกลางปี (กรกฏา)
จะอยู่ที่ 11 องศาเซลเซียส
แต่ไม่ใช่ว่าจะปลูกอะไรไม่ได้
ช่วงหน้าร้อน เขาก็ปลูกพวกธัญพืชได้ บริเวณที่ราบ (ที่ไม่ใช่ภูเขา)
ก็ทำเกษตรกรรมได้เ่ช่นกัน เลี้ยงแพะ เลี้ยงวัว ได้
แต่อาหารหลักมักจะเป็นปลามากกว่า
ช่วงการปกครองของนอร์เวย์ชาว
ไอซ์แลนด์ก็ต่อต้าน แล้วมีสงครามกลางเมืองเกิดขึ้นเหมือนกัน
แต่สุดท้ายก็ยอมจำนน แล้วอยู่ใต้การปกครองของนอร์เวย์ตั้งแต่ปี 1200 -
1262 โดยประมาณ
ต่อมาในปี 1380
กษัตริย์แห่งนอร์เวย์ได้เสด็จสวรรคตลง อำนาจของนอร์เวย์จึงถดถอย
เกิดการก่อตั้ง Kalmar Union ซึ่งประกอบด้วย เดนมาร์ก สวีเดน และนอร์เวย์
โดยมีเดนมาร์กเป็นอำนาจหลัก เขตการปกครองของนอร์เวย์ทั้งหมด
จึงโอนไปอยู่ในมือของเดนมาร์ก (นอกจากไอซ์แลนด์แล้วก็มีกรีนแลนด์
เกาะเล็กเกาะน้อยอื่นๆ ด้วย)
เดนมาร์กได้ไปแล้วก็... ไม่ค่อยจะได้สนับสนุนอะไรสักเ่ท่าไหร่
ตามวิกิบอกว่า
เดนมาร์กไม่ได้ต้องการสินค้าประเภทปลาหรือขนสัตว์จากไอซ์แลนด์เหมือนอย่างที่นอร์เวย์ต้องการ (เพราะว่าเดนมาร์กมีอยู่แล้ว หรือเพราะอะไรเนี่ย???
ไม่มีรายละเอียดบอก ข้าม......... < เลว)
แต่ก็มาบังคับ บอกว่าห้ามไอซ์แลนด์ไปค้าขายกับชาติอื่นนอกจากเดนมาร์ก (อะไรของเฮียเนี่ย...)
ไอซ์แลนด์ก็... เหมือนจะอยู่แบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ มากเลย... ไม่ประท้วง (สงสัยเพราะไม่มีพลังอำนาจพอ โถ...)
สปอยล์ ตามได้ในวิกิ (ฮา)
http://en.wikipedia.org/wiki/History_of_Iceland
แถมวัฒนธรรม หน้าตาบ้านไอซ์แลนด์สมัยโน้นนน http://en.wikipedia.org/wiki/Icelandic_turf_houses


บุคคลิกอีสลันท์นี่เรียกว่าดื้อเงียบรึปล่าวนะ
ส่งท้ายสงกรานต์ สาดน้ำๆ
ปล.แหก Petal กับ Pollen จนหน้าสุดท้ายถึงกับหลุดออกจากแม็กเย็บกระดาษเลย
#1 By Berzentyle~* on 2009-04-15 23:12