[Final Fantasy VII AU Fiction] Doll (9)
posted on 02 Feb 2009 19:45 by keechan in Fiction, FinalFantasy-KingdomHearts
Doll (9)
Pairing : ???????? x Cloud Stife
วันนั้นเป็นวันที่ 2 ที่เซฟิรอธชวนไปที่คฤหาสน์ของตน คลาวด์ไม่เคยคิดเซ้าซี้จะไปที่นั่นถ้าหากเซฟิรอธไม่เอ่ยปาก และเป็นครั้งที่ 2 อีกเช่นกันที่เขาได้พบวินเซนต์ ชายหนุ่มผมเงินถูกตำหนิกลายๆ เนื่องจากละทิ้งงานสำคัญบางอย่างมา เพื่อมาพบกับคลาวด์ วินเซนต์เองก็ดูเอือมระอากับความเอาแต่ใจของเซฟิรอธ และความโกรธเคืองนั่นก็โยนมาให้ที่คลาวด์ด้วยเช่นกัน
ใจจริงแล้วเซฟิรอธไม่อยากพาคลาวด์ไปที่คฤหาสน์นั่นอีก เขาไม่อยากให้โฮโจเห็นแล้วก่อเรื่องวุ่นวายกับเด็กที่เขาถูกใจ คนที่จะต้องทนยุ่งกับการทดลองบ้าๆ บอๆ ของเจ้านั่นมีแค่เขาก็พอแล้ว ทว่าเขาก็ไม่อยากจะเสียเวลาที่ใช้อยู่กับคลาวด์ไปกับเรื่องอื่น และเมื่อคลาวด์สมัครใจที่จะไป เซฟิรอธจึงต่อรองกับวินเซนต์จนให้เด็กหนุ่มตามไปที่คฤหาสน์จนได้
ห้องทำงานระเกะระกะไปด้วยหนังสือกองโตที่แค่เห็นปกคลาวด์ก็ไม่สามารถทำความเข้าใจได้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเกี่ยวกับอะไร ดูท่าว่า ’งาน’ ของเซฟิรอธก็คือการอ่านหนังสือพวกนี้ แล้วจบด้วยการเขียนอะไรขยุกขยิก ซึ่งคลาวด์ก็อ่านไม่ออกเหมือนกัน
เด็กหนุ่มพยายามอยู่นิ่งๆ ไม่ทำตัววุ่นวายตามคำเตือนของวินเซนต์ บางทีการมาที่นี่อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องก็ได้ ก็เขาไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง ได้แต่เดินไปเดินมา แต่ก็กลัวว่าจะไปทำของเสียหายเข้า เซฟิรอธก็เอาแต่จดจ่ออยู่กับตำราบนโต๊ะ ไม่มีเวลามาสนใจเขาสักเท่าไหร่ หลายวันที่ผ่านมาเซฟิรอธก็ไม่ใช่ฝ่ายคุย ส่วนมากจะเป็นคลาวด์ที่เล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟัง ร่างสูงมักไม่ทำอะไรนอกจากรับคำว่ากำลังฟังอย่างตั้งใจ แล้วก็ชมเขาว่าน่ารักเสียทุกที
คลาวด์สำรวจของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่วางเรียงกันอยู่แล้วก็สะดุดตากับรูปภาพหนึ่ง เป็นภาพถ่ายที่ค่อนข้างเก่าแล้วรูปจึงเลือนไปพอควร แต่ก็ดูออกว่าผู้หญิงที่อยู่ในรูปนั้นสวยโดดเด่น สีที่ซีดจางทำให้ไม่อาจบอกได้ว่ารูปนั้นถ่ายที่ไหน หญิงสาวผมยาวสีน้ำตาลในรูปนั้นกำลังยิ้มอย่างสดใสทีเดียว
รอยยิ้มแบบนี้...
คลาวด์เหล่ไปมองเซฟิรอธ ร่างสูงพอเห็นเขามองมาก็คลายสีหน้าตึงเครียดแล้วยิ้มให้
ใช่แล้ว... ยิ้มเหมือนกันกับเซฟิรอธเลย เป็นเพราะว่าผมยาวเหมือนกันก็มีส่วน
“เอ่อ... คุณคนนี้คือใครเหรอฮะ” เอ่ยถามไปด้วยความใคร่รู้ คงจะต้องเกี่ยวข้องกับเซฟิรอธไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
เซฟิรอธวางตำราแล้วเดินมาโอบไหล่บาง “ลูเครเซียคือแม่ของฉัน” ที่เซฟิรอธยิ้มเพราะมองคลาวด์มากกว่า น้ำเสียงทุ้มบอกกล่าวเรียบเฉย
“งั้นเองเหรอฮะ คุณก็มีส่วนคล้ายคุณแม่อยู่เหมือนกันนะฮะ”
“เธอว่าอย่างนั้นเหรอ” เจ้าของห้องถามกลับ
“ฮะ ในภาพนี้ดูคุณแม่ของคุณยิ้มเหมือนคุณเลย”
เซฟิรอธเลิกคิ้วแปลกใจ แม้แต่วินเซนต์ที่เรียกได้ว่าสนิทสนมกับลูเครเซียผู้ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของเขายังไม่เคยกล่าวเปรียบเทียบเช่นนี้ “เธอเป็นคนแรกที่พูดแบบนี้นะ ฉันได้ยินมาว่าผู้หญิงคนนี้— ลูเครเซียเป็นคนที่สวยแล้วก็ใจดี ฟังดูเป็นคำอธิบายแม่ทั่วๆ ไปได้ดีนะ”
“คุณ... ไม่เคยพบเธอเหรอฮะ”
ชายหนุ่มผมเงินส่ายศีรษะ “ไม่เคยหรอก ได้ยินว่าเธอเสียชีวิตหลังคลอดฉันแล้ว ฉันเองก็คงไม่รู้เรื่องของผู้หญิงที่ให้กำเนิดตัวเองถ้าหากว่าวินเซนต์ไม่บอก”
คลาวด์รู้สึกว่าตัวเองได้ไปแตะต้องเรื่องที่ไม่สมควรเข้าเสียแล้ว ด้วยเหตุนี้น่ะเองเซฟิรอธถึงไม่อยากจะพูดเกี่ยวกับเรื่องครอบครัวของตัวเอง เด็กหนุ่มสองจิตสองใจที่จะถามต่อ แต่ก็อยากรู้เหลือเกิน “แล้ว... คุณพ่อของคุณล่ะฮะ”
เสียงฝีเท้าด้านนอกดังผิดปกติจนขัดจังหวะ ชายแปลกหน้าคนหนึ่งโถมเข้ามาในห้องกะทันหัน น่าคุกคามเสียจนเซฟิรอธต้องดึงคลาวด์เข้ามาใกล้ตัว ชายวัยกลางคนในชุดกาวน์สีหม่นสกปรกโผล่พรวดเข้ามาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยจนเด็กหนุ่มสะดุ้งแทบตัวโยน
“เซฟิรอธ! ลงมาดูนี่เร็ว ในที่สุดก็สำเร็จจนได้! นี่— ...เด็กนั่นเป็นใครกัน” พูดรัวเร็วหนำซ้ำยังห้วนสั้น ไม่มีความเป็นมิตรในน้ำเสียงนั่นเลยแม้แต่น้อย ดวงตาหรี่เล็กหลังเลนส์ดูไม่ใยดีกับสิ่งใดรอบตัว บุคลิกย่ำแย่ทั้งหมดนั่นทำให้ดูเหมือนคนวิกลจริต
“แขกของผม คุณไม่เกี่ยว” เซฟิรอธกล่าวตัดรอนอย่างไร้เยื่อใย ตรึงร่างเล็กไว้ในอ้อมแขนแน่นราวกับหวงของมีค่าที่ไม่อยากให้ใครมาแย่งไป
อีกฝ่ายเหยียดรอยยิ้มบิดเบี้ยว พิจารณาร่างเล็กตั้งแต่หัวจรดเท้า “อยากจะมีเด็กไว้เล่นด้วยรึไง เซฟิรอธ? รู้จักเลือกเสียด้วยนะ”
“คุณควรจะขลุกอยู่ข้างล่างนั่นไปตลอด ศาสตราจารย์โฮโจ คราวนี้มีอะไร เจออะไรวิเศษวิโสมากนักรึไงถึงทะเล่อทะล่าเข้ามา”
“โอ้ แน่นอน” ลากเสียงยาวน่าเกลียดอย่างยั่วโมโห เสียงแบบนั้นไม่น่าฟังเอาซะเลย “ถ้าเธอตามมาดูจะต้องตื่นเต้นจนลืมการเล่นแบบเด็กๆ ไปเลย”
คำพูดนั้นหมายถึงคลาวด์โดยไม่ต้องสงสัย แม้จะกล่าวเหมือนต่อว่าเช่นนั้นแต่ก็ยังเหลือบมองเด็กหนุ่มอย่างสนอกสนใจ คลาวด์รู้สึกขนลุกเมื่อถูกสายตาเฉกเช่นงูที่มีพิษร้ายจ้องมอง
“หรือถ้าเธอยังชอบจะเล่นกับเด็กก็ยังได้นะ”
เซฟิรอธยิ่งเอาแขนกันให้คลาวด์พ้นสายตาของโฮโจพอได้ยินเช่นนั้น ก่อนจะตัดบท “คุณกลับไปที่ห้องทดลองของคุณได้แล้ว ผมจะตามไปดูนวัตกรรมที่คุณภูมิใจนักหนาภายใน 5 นาที”
อีกฝ่ายยังเหยียดรอยยิ้มน่าเกลียด ไม่เอ่ยอะไรต่อและยอมล่าถอยไปโดยดี ชายหนุ่มผมเงินกุมมือคลาวด์ที่หวังจะได้คำอธิบาย
“ขอโทษทีนะ สงสัยฉันคงจะต้องขอให้เธอกลับไปก่อน ฉันจะให้วินเซนต์ไปส่ง”
เจ้าของดวงตาสีฟ้ายังไม่คลายความฉงนแต่ก็รับคำ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของเซฟิรอธ คลาวด์คิดว่าตัวเองคงไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไร แล้วอีกอย่างคนที่ถูกเรียกว่าโฮโจเมื่อครู่นี้ก็ไม่ใช่คนที่น่าอยู่ใกล้ๆ เอาซะเลย
คงเป็นเรื่องเกี่ยวกับ ‘งาน’ ของเซฟิรอธละมั้ง...
“เข้าใจแล้วฮะ”
ฝ่ามืออ่อนโยนลูบศีรษะเขาเป็นการบอกลา วินเซนต์เปิดประตูรอราวกับรู้หน้าที่ทั้งๆ ที่เซฟิรอธยังไม่ได้ออกคำสั่ง ชายหนุ่มผมดำพยักเพยิดให้เด็กหนุ่มรีบๆ ตามมาเสียที เขาคงจะมีงานอื่นต้องทำอีกเช่นกัน
นั่นแหละเป็นครั้งแรกที่คลาวด์รู้สึกตัวว่าการที่ตนมาวนเวียนอยู่ข้างๆ เซฟิรอธนั้นอาจจะกลายเป็นภาระของอีกฝ่ายเข้าให้ก็ได้...
วินเซนต์ยังคงเงียบขรึมเหมือนทุกที นานๆ ครั้งจะออกคำสั่งอย่าง ‘เร็วๆ เข้า’ เพราะรำคาญกับความอ้อยอิ่งของเขา หลายต่อหลายครั้งก็จะทำหน้าเหมือนไม่ได้ดั่งใจแล้วดุทางสายตาจนคลาวด์ไม่รู้จะวางตัวยังไงให้ถูกใจ หรือจริงๆ แล้วหน้าตาเครียดๆ แบบนั้นจะเป็นหน้าตาแบบปกติกันแน่
คนนำทางพามาถึงทุ่งไอริสที่เดิมในเวลาอันรวดเร็ว ปกติแล้วพอหมดหน้าที่ วินเซนต์ก็จะรีบไล่ให้เขากลับไปที่เมืองไวๆ คลาวด์จึงตั้งท่าจะขอบคุณแล้วจากไปไม่ให้อีกฝ่ายขัดเคืองใจ ทว่าครั้งนี้เจ้าของดวงตาสีแดงกลับรั้งตัวเขาไว้
“ฉันคงจะต้องขอร้องเธอจริงๆ จังๆ ซะแล้วนะเจ้าหนู” เสียงทุ้มเรียบเอ่ยแล้วยึดแขนเล็กเอาไว้ ก่อนจะพูดประโยคต่อมา “พรุ่งนี้ ไม่สิ นับแต่นี้ เธอต้องไม่ขึ้นมาหาเซฟิรอธที่นี่อีก เพื่อความปลอดภัยของเธอเอง”
“ม... หมายความว่ายังไงฮะ”
ดวงตาสีแดงแวววับจ้องมองมา ใบหน้าของวินเซนต์จริงจังและเคร่งเครียดกว่าทุกที “เมื่อกี้ศาสตราจารย์โฮโจเห็นเธอแล้ว ฉันไม่อยากเสี่ยงให้เธอโดนจับไปทำอะไรแปลกๆ หรอกนะ คนคนนั้นไม่สนใจหรอกว่าเธอจะเป็นเด็กมาจากไหน หมอนั่นทำเรื่องอันตรายทุกอย่างได้เพื่อสนองความอยากรู้อยากเห็นของตัวเอง”
“ผมไม่เข้าใจ” คลาวด์ว่า ถึงโฮโจจะน่ากลัว แล้วการถูก ‘จับไปทำอะไรแปลกๆ’ ก็คงไม่ใช่เรื่องดี แต่ว่าเขาไม่อยากจะหายไปเฉยๆ โดยไม่บอกอะไรเซฟิรอธก่อน “แล้ว... เซฟิรอธ เอ่อ... คุณเซฟิรอธ—”
“ฉันจะเป็นคนอธิบายเอง เขาเองก็ย่อมเข้าใจดีว่าการที่ให้เธอออกไปอยู่ห่างๆ คงจะดีกว่า”
“แต่ว่า...” ถึงยังไงคลาวด์ก็ไม่แน่ใจถ้าไม่ได้ยินจากปากเซฟิรอธ
วินเซนต์จับไหล่แล้วสบตาเขา เอ่ยด้วยเสียงหนักแน่นน่าเชื่อถือ “ถ้าเธอเป็นอะไรไป เซฟิรอธคงจะเสียใจ เขาจะเป็นฝ่ายลงไปหาเองถ้าเขาต้องการเธอ”
คลาวด์ยังสองจิตสองใจที่จะทำตามคำสั่งของวินเซนต์ แต่ก็ไม่อยากรับคำทั้งๆ ที่คิดว่าอาจจะทำไม่ได้ จึงได้ตอบเป็นกลางๆ ไว้ก่อน
“เข้าใจ... แล้วครับ”
วินเซนต์คงเชื่อสนิทใจว่านั่นหมายความว่าคลาวด์จะไม่ขึ้นมาบนนี้อีก ชายผมดำลูบศีรษะของเขาเป็นครั้งแรก ถึงใบหน้าจะไม่ได้ยิ้มแย้มและสัมผัสนั้นไม่ได้อ่อนโยนแต่ก็เจือไปด้วยความห่วงใยบ้างนิดหน่อย
“กลับไปได้แล้ว”
คลาวด์พยักหน้าแล้ววิ่งหันหลังให้ทุ่งไอริส โดยทียังไขปริศนาเกี่ยวกับเซฟิรอธและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้สักอย่าง
*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=
วันต่อมาฝนก็เทลงมาเหมือนจะเป็นใจไม่ให้เขาออกไปไหน จากที่ลังเลว่าจะไปดีหรือไม่ไปดีก็กลายเป็นว่าเขาต้องแกร่วอยู่กับบ้าน
ที่ผ่านมาก็มีบางวันที่ฝนตกบ้างเหมือนกันและเขาก็ไม่ได้ออกไปหาเซฟิรอธที่ทุ่งไอริสนั่น แต่วันนี้กลับรู้สึกกังวลมากกว่าทุกที คลาวด์ไม่แน่ใจว่าควรจะหยุดไปที่นั่นตามคำขอร้องของวินเซนต์หรือไม่ ถ้าได้เจอเซฟิรอธอีกครั้งเขาจะถามเกี่ยวกับโฮโจแล้วก็ความสะดวกของอีกฝ่ายให้ได้ แต่ดูเหมือนเขาคงจะต้องรอคอยโอกาสนั้นอีกนานทีเดียว
2 วัน... 3 วัน... 5 วัน... 1 อาทิตย์ต่อมา ที่คลาวด์ยอมเชื่อคำพูดของวินเซนต์และไม่ได้ย่างเท้าขึ้นไปที่ภูเขานีเบิลอีกเลย เหตุการณ์ทุกอย่างสงบเรียบร้อยดี ในเมืองเล็กๆ เช่นนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรอยู่แล้ว แต่ในใจของคลาวด์กับรู้สึกกระวนกระวายแปลกๆ เขารอ... รอว่าเมื่อไหร่เซฟิรอธจะมาให้เห็นหน้าอย่างที่วินเซนต์บอก
แต่เซฟิรอธก็ไม่เคยมา จะว่าไปเขาไม่เคยเห็นเซฟิรอธลงมาที่เมืองเลยสักครั้ง อาจจะเป็นเรื่องที่เซฟิรอธถูกห้ามเอาไว้ก็ได้ ที่คฤหาสน์นั่นอาจจะทำอะไรที่เป็นความลับไม่อยากให้ชาวเมืองรู้ ไม่สิ นึกย้อนไปครั้งแรกที่เจอกัน เซฟิรอธบอกว่าไม่อยากให้ใครรู้เรื่องของ ‘นักวิทยาศาสตร์’ นั่นก็คงจะหมายถึงใครอื่นไม่ได้นอกจากโฮโจแน่ๆ
ถ้าโฮโจอารมณ์เสียขึ้นมา... แล้วจะทำอะไรเหรอ? คงเป็นเรื่องน่ากลัวที่แม้แต่เซฟิรอธกับวินเซนต์ยังเขย็ดขยาด ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วเซฟิรอธจะลงมาที่เมืองได้อีกเหรอ...
คงไม่... คลาวด์คิดอย่างเศร้าสร้อย เขาคงไม่ได้มีความสำคัญอะไรถึงขนาดที่เซฟิรอธจะขัดระเบียบของคฤหาสน์หลังนั้น เท่าที่ดูโฮโจคงเป็นคนที่ใหญ่ที่สุด เพราะขนาดเซฟิรอธยังต้องทำตามคำสั่งเลยนี่
คงจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วละมั้ง...
*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=
เวลาคืนนี้ดูเหมือนจะผ่านไปช้ากว่าปกติ แซคเปิดโทรทัศน์ดูรายการเรื่อยเปื่อยไป แต่ดูเหมือนว่าค่ำคืนนี้จะไม่ผ่านไปง่ายๆ ส่วนหนึ่งก็อาจเป็นเพราะเขาเอาแต่พะวงอยู่กับคนที่นอนอยู่ห้องข้างๆ ทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรน่าให้เป็นห่วงเลยแท้ๆ ก็ดูเงียบสงบเรียบร้อยดี...
แต่ยังไงก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี... แซคค่อยๆ แง้มประตูระหว่างห้องให้เกิดเสียงเบาที่สุดเพื่อไม่ให้เด็กหนุ่มตื่นขึ้นมา แสงสว่างจากในห้องของเขาจึงลอดเข้าไปเป็นทาง แซคอาศัยแสงนั้นมองร่างเล็กที่นอนหลับอยู่บนเตียง
หนุ่มหัวเม่นมองอยู่สักพักก็วางใจ พ่นลมหายใจพรูโล่งอกแล้วดึงประตูปิดตามเดิม ทว่าเงาของร่างเล็กที่ขยับตัวเล็กน้อยทำให้เขาต้องยื่นหน้าเข้าไปดูอีกหน
เด็กหนุ่มนอนขดตัวทำให้ร่างที่เล็กอยู่แล้วดูหดหายไปใต้ผ้าห่ม เหมือนกับกำลังพยายามปกป้องตัวเองจากอะไรสักอย่าง แต่ที่แน่ๆ... เด็กคนนั้นกำลังร้องไห้
...สาเหตุที่ตาแดงช้ำก็เพราะอย่างนี้เองสินะ
แซคตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องของอีกฝ่าย ถึงในใจอยากจะกล่าวตำหนิเด็กหนุ่มที่ทำเป็นเข้มแข็งเกินตัว แต่พูดไปอีกฝ่ายคงไม่ได้ยิน แล้วก็อาจจะรบกวนเปล่าๆ เขาจึงแค่เปิดประตูระหว่างห้องทิ้งไว้เพื่อให้แสงสว่างลอดเข้ามาบ้างก่อนจะนั่งลงบนเตียงอย่างนิ่มนวลข้างๆ ร่างนั้น
เขาสัมผัสเส้นผมสีบลอนด์นุ่ม วางฝ่ามือลงไปเพื่อปลอบประโลมให้หลุดจากฝันร้ายอะไรก็ตามที่เด็กหนุ่มกำลังเผชิญอยู่ แซคกลัวว่าถ้าปลุกให้ตื่นขึ้นมาคลาวด์จะไม่ได้นอนไปทั้งคืนมากกว่า
นายฝันเห็นอะไรกันนะ...? ถึงได้ร้องไห้ออกมาในตอนหลับได้
แซคไม่อยากจะนึกจินตนาการแทนเอาเสียเลย
คลาวด์ยังคงร้องไห้อย่างไร้เสียง หยาดน้ำตาที่สะท้อนกับแสงสลัวในความมืดยังหลั่งรินออกมา แซคแทบจนปัญญาว่าจะทำยังไงเด็กหนุ่มจึงจะหยุดร้องไห้ ก็ในเมื่อเขาไม่เคยต้องทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลย ถ้าให้ปลอบเด็กที่กำลังร้องไห้จ้าล่ะก็คงพอจะทำไหว แต่เด็กที่เอาแต่ร้องไห้เงียบๆ แบบนี้เรียกว่ามืดแปดด้านเสียแล้ว
...จริงๆ แล้วไอ้เรื่องจิปาถะแบบนี้ก็เรียกว่าเกินหน้าที่ไม่ใช่รึ เขานี่ก็ช่างขยันหาเรื่องใส่ตัวเสียจริง ถ้าไม่สอดรู้เปิดประตูเข้ามาคงไม่เจอปัญหาเข้าหรอก
ครั้นจะทิ้งให้คลาวด์นอนร้องไห้คนเดียวไปอย่างนี้ถึงเช้า... ก็โหดร้ายเกินไป
แซคโน้มตัวลงพร้อมกับใช้ปลายนิ้วปาดน้ำตาให้ แล้วจึงค่อยๆ ดึงร่างเล็กเข้ามาโอบไว้ในวงแขน คลาวด์ขยับตัวเข้าในอ้อมกอดของเขา ไม่ต่างอะไรกับเด็กที่ต้องการความอบอุ่น ตอนแรกแซคนึกว่าเด็กหนุ่มจะตื่นขึ้นมาซะแล้ว แต่กลายเป็นว่าเขาถูกเกาะติดแน่นจนขยับไปไหนไม่ได้เสียเอง
บางครั้งคลาวด์จะตัวสั่นขึ้นมา ถึงจะหยุดร้องไห้แล้วแต่ก็ยังดูเหมือนหวาดกลัวอะไรอยู่ แซคจรดริมฝีปากลงที่หน้าผากมนแผ่วเบาแล้วกระซิบ
“ไม่เป็นไรนะ ฉันอยู่ตรงนี้... ข้างๆ นาย”
ริมฝีปากเผยอคล้ายจะเอ่ยคำพูด แต่ก็ไม่มีเสียงใดๆ หลุดรอดออกมาให้ได้ยิน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แซคได้เห็นใบหน้านี้ใกล้ๆ ใบหน้ายามหลับควรจะเป็นหน้าตาที่สบายที่สุดของคนเราไม่ใช่หรือ...? แต่ทำไมสำหรับคลาวด์แล้วกลับสะท้อนความทรมานและความเศร้าเกินจะบรรยาย
“หลับเถอะ... คลาวด์” แซคกระซิบอีกครั้ง แต่ตัวเองกลับลืมตาโพลงท่ามกลางความมืดโดยที่ยังมีคำถามในใจว่าเมื่อไหร่ที่คลาวด์จะได้หลับลงจริงๆ สักวัน
ทั้งๆ ที่อ่อนแอและเปราะบางจนแทบจะแตกสลาย แต่คลาวด์ก็ยังพยายามใช้ชีวิตเหมือนอย่างคนปกติ คิดถึงบทสนทนาและการต่อปากต่อคำเมื่อกลางวันขึ้นมาแล้วแซครู้สึกว่ามันน่ารักขึ้นมาทันตา เด็กหนุ่มที่หลับตาพริ้มโดยไม่รู้เรื่องราว ตกอยู่ในอ้อมแขนเขาตอนนี้อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวเช่นกัน
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ อาจจะเพียงแค่ไม่กี่นาที คนในอ้อมกอดก็ดูจะผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง ไม่ร้องไห้แล้วก็ไม่ได้ยึดจับเขาไว้แน่นอย่างเดิม พอได้สังเกตริมฝีปากเรียวที่ปิดสนิทแซคก็อดจะคิดขึ้นมาไม่ได้ว่าใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเด็กคนนี้จะสวยแค่ไหน
“...ฉันล่ะอยากจะเห็นนายยิ้มจริงๆ”
แซคเอ่ยเบาๆ แล้วยังคงมองใบหน้ายามหลับของคลาวด์อยู่โดยไม่วางตา
*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=
ใครบางคนกำลังกอดเขาไว้...
อ้อมกอดแสนอ่อนโยนและอบอุ่น นานเท่าไหร่แล้วนะที่ไม่ได้สัมผัสความรู้สึกแบบนี้
ไม่ใช่อ้อมแขนของคนแปลกหน้า... ทั้งคุ้นเคยและรู้สึกปลอดภัย คลาวด์ลืมตาขึ้นจึงรู้ตัวว่าตนอิงซบอยู่กับแผ่นอกแกร่ง เด็กหนุ่มกระพริบตาปริบๆ แล้วค่อยๆ ขยับตัวแหงนมองคนที่มานอนอยู่ข้างๆ
...เป็นคืนแรกละมั้งที่รู้สึกว่าหลับได้อย่างสบายใจแบบนี้ ไม่รู้ว่าแซคมานอนอยู่ตรงนี้ได้ยังไง คงเพราะเป็นห่วงเขาจนปล่อยให้นอนคนเดียวไม่ได้ละมั้ง จะว่าไปก็เจ้ากี้เจ้าการมากเกินไปหน่อย แต่คลาวด์ก็รู้สึกดีกว่าที่ต้องนอนคนเดียว
อยากให้มีใครสักคนอยู่ข้างๆ แล้วก็คอยดูแลอยู่อย่างนี้ไปตลอด...
แต่...
คลาวด์สูดลมหายใจลึก เขาจะคิดยึดติดกับแซคอย่างนั้นไม่ได้... แซคมีชีวิตของตัวเอง ที่สำคัญ... แซคมีคนรักแล้ว จะลากให้มาอยู่ติดกับเขาไปตลอดน่ะมันเป็นไปไม่ได้ ยังไงก็ตามอีกแค่ 3 เดือน เขาก็ต้องกลับไปอยู่ที่เดิม ในสายตาของเซฟิรอธ
ดวงตาสีฟ้าจ้องมองใบหน้ายามหลับของชายหนุ่มที่สงบนิ่ง แม้ในตอนนี้ก็จินตนาการใบหน้ายิ้มแย้มของอีกฝ่ายได้ไม่ยาก แซค... ถือเป็นคนประหลาด หรือว่าจะเป็นเขาเองที่ประหลาดกันนะ แค่มองใบหน้านั้นก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาได้
เรื่องเวลา... ช่างมันเถอะ เขาแค่อยากจะมีความสุขอีกครั้งหนึ่งเท่านั้น ถึงแม้มันจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตาม
คลาวด์ขยับตัวชิดเข้าในอ้อมแขนกว้างนั้น แล้วหลับตาลงอีก
...ขออีกนิด...
...ขอซึมซับความอ่อนโยนจากอ้อมกอดนี้อีกนิด
ถึง ไม่อยากจะยอมรับ แต่คลาวด์รู้ดีว่าเขาไม่สามารถจะทนอยู่คนเดียวได้... ความเดียวดายนั้นน่ากลัวกว่าการที่ต้องอยู่กับคนที่เกลียดแสนเกลียดอย่างเซ ฟิรอธเสียอีก แต่อย่างนั้น... ก็ยังมีใครสักคนที่มีชีวิตอยู่ข้างๆ
อย่าทิ้งผมไป... ได้โปรด
อย่าทิ้งผมไว้คนเดียว...
“...คลาวด์...?”
เสียงแซค... คงจะตื่นแล้วสินะ แต่ว่ายังไม่ลุกไป คงนึกว่าเขายังไม่ตื่นละมั้ง
ปลายนิ้วอุ่นแตะที่หางตาเบาๆ ดวงตาสีฟ้ากลมโตจึงลืมขึ้นจ้องมองอีกฝ่าย
“...นี่นายยังร้องไห้อยู่อีกเหรอ”
เด็กหนุ่มยกมือขึ้นแตะใบหน้าตัวเองด้วยความประหลาดใจ... ทำไมเขาถึงได้ร้องไห้อีกแล้ว ตอนที่ลืมตาขึ้นมายังรู้สึกสบายใจที่มีแซคอยู่ข้างๆ อยู่เลยนี่
ใช่แล้ว... แต่พอนึกว่าสุดท้ายต้องทนกล้ำกลืนกลับไปที่เดิมแล้ว ถึงได้...
“ขอโทษ... ผม...” เด็กหนุ่มอึกอักพลางเช็ดน้ำตา
“ร้องออกมาเถอะ ฉันอนุญาตให้นายร้องจนสะใจเลย แล้วจะไปไม่ไปบอกใครด้วย”
พอถูกแซวก็อดไม่ได้ที่จะเถียงกลับไป “ผมก็ไม่ได้อยากร้องซะหน่อย”
แซคดึงเขาเข้ามาในอ้อมกอดกระชับแน่น ถึงจะน่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ลมหายใจอุ่นๆ ของตัวเองกระทบอกกว้างของอีกฝ่าย แต่ก็รู้สึกดีเหลือเกิน
ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากไปไหนทั้งนั้น...
“นายไม่แปลกใจหรอว่าทำไมฉันมานอนเตียงเดียวกับนายได้” แซคถามด้วยน้ำเสียงทะเล้น แต่ไม่มีผลอะไรกับคลาวด์
“...ก็นิดหน่อย เพราะว่าผมไม่ได้ตื่นมาแล้วเห็นคนนอนด้วยอยู่ข้างๆ นานแล้ว”
แซคเบิกตาด้วยความแปลกใจ “ฉันนึกว่านายจะตื่นขึ้นมาโวยวายแล้วก็ไล่ฉันไปนอนเตียงตัวเองซะอีก ผิดคาดแฮะ นึกว่านายจะไม่ชอบเข้าใกล้ใครเสียอีก”
ความเห็นตรงๆ นั้นบอกมุมมองของแซคที่มีต่อเขาได้ดีทีเดียว “เรื่องนี้คุณเดาผิด ผมน่ะเข้าใกล้คนอื่นมากเกินไปจนอันตรายด้วยซ้ำ”
“หมายความว่าไง ที่ว่าอันตรายน่ะ” ดูเหมือนแซคอยากจะถามเต็มทีว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เพราะคลาวด์เอาแต่พูดกำกวมแล้วก็อุบไว้ไม่ยอมบอกก็เลยไม่ได้คำตอบเสียที
“...เป็นเรื่องที่นานมาแล้วน่ะครับ”
แซคถอนใจยาวเมื่อรู้ว่ารอบนี้ก็ยังต้องงงต่อไปคนเดียว “หวังว่านายคงจะช่วยเล่าเรื่องให้มากขึ้นกว่านี้คราวต่อไปนะ ขืนนายทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ฉันต้องอยากรู้จนทนไม่ไหวแหงๆ”
ทั้งๆ ที่อยากรู้เต็มแก่แต่ก็ทนไว้ กระนั้นก็ยังห่วงใยความรู้สึกของเด็กหนุ่ม เพราะรู้ว่ายังไงถ้าคลาวด์ยังไม่อยากเล่าก็คงจะไม่ปริปาก คลาวด์ไม่เคยถูกบีบบังคับ ไม่เคยถูกคาดคั้นให้ทำอะไรจากแซคแม้แต่อย่างเดียว
ช่างเป็นคนที่มีความอดทนสูงเป็นเลิศ
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเล่าให้คุณฟังไปทำไม” คลาวด์พูดออกไปตรงๆ
เล่าไปให้แซครู้สึกสงสารเห็นใจเขามากไปกว่านี้น่ะเหรอ... ไร้ประโยชน์น่ะ ไม่มีอะไรจะเปลี่ยนแปลงไปไม่ว่าแซคจะรู้หรือไม่ก็ตาม
แซคลุกพรวดขึ้นจากเตียงโดยไม่พูดอะไรตอบ แต่กลับเฉไฉไปเรื่องอื่น “ฉันว่านายก็ควรจะลุกได้แล้วล่ะ วันนี้อยากจะทำอะไรก็บอกฉันแล้วกัน”
มองตามแผ่นหลังกว้างนั่นแล้วคลาวด์ก็คิดว่าที่พูดเมื่อครู่จะตรงเกินไปจนทำให้แซครู้สึกถูกกีดกันรึเปล่า เขาพยายามไม่ให้แซคเข้าใกล้เรื่องในอดีตอย่างจงใจเพราะไม่อยากนึกถึงขึ้นมาอีก แต่กลายเป็นว่าเขาปฏิเสธความปรารถนาดีของชายหนุ่มไปอย่างไร้เยื่อใย
“คุณโกรธเหรอ”
“ไม่ได้โกรธ” แซคว่า แต่หันมาทำปากเบ้ใส่ “แค่งอน!” พูดเสร็จก็เดินตึงตังเข้าห้องตัวเองแล้วปิดประตูใส่ ทว่าดูยังไงก็เป็นปฏิกิริยาเสแสร้งที่ไม่รู้ว่าอารมณ์เสียจริงๆ แล้วจงใจแสดงออกอย่างนั้นหรือแค่แกล้งทำกันแน่
คลาวด์ได้มองตาค้างตามหลังประตูบานนั้นแล้วคิดในใจ
...คงไม่ได้งอนจริงๆ ละมั้ง?
*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=
จะมางอนเอาป่านนี้ก็แปลกเกินไปแล้ว... คลาวด์ได้แต่คิดอย่างนั้นวนไปวนมาอยู่ในหัวหลังจากสังเกตการกระทำของแซคตลอดช่วงอาหารเช้า
ใบหน้าร่าเริงนั้นยังยิ้มแย้มให้เป็นปกติ แต่ว่า... ไม่ค่อยจะช่างพูดเหมือนอย่างเดิม ขนาดคนที่สังเกตอะไรไม่ค่อยจะเป็นอย่างเขายังรู้สึกได้ก็แปลว่าแซคจงใจทำตัวแบบนั้น
โกรธ...? ไม่สิ งอน... เรื่องเมื่อเช้าจริงๆ น่ะเหรอ กะแค่เรื่องที่เขาไม่ยอมเล่าอดีตให้ฟัง
พิลึกคน...
แล้วอย่างนี้... เขาต้องเป็นฝ่ายง้อรึเปล่าน่ะ?
คลาวด์ที่นั่งเฉยๆ อยู่ในห้องตั้งใจจะไปเคาะประตูเรียกคนข้างห้องมาคุยกันให้รู้เรื่อง จังหวะเดียวกันหนุ่มหัวเม่นก็โผล่หน้าออกมาเสียก่อน จะว่าไปตั้งแต่เมื่อกี้เขาก็ได้ยินเสียงแซคคุยโทรศัพท์อยู่ตั้งนานสองนาน คงจะเป็นแฟนสาวคนเดิมละมั้ง
“โทษทีนะ คลาวด์ นายช่วยรออยู่ในห้องเฉยๆ ได้มั้ย ฉันต้องลงไปที่ล็อบบี้หน่อยน่ะ เอ... หรือว่าควรจะให้นายตามฉันลงไปดีนะ แต่นายไม่ได้อยากไปไหนใช่มั้ยล่ะ เอาไงดี”
“ผมลงไปด้วยก็ได้ คุณจะลงไปทำไมเหรอ”
“เรื่องส่วนตัวน่ะ จู่ๆ เอริสก็บอกว่าจะมาหา ปุบปับแบบนี้แถมฉันทำงานอยู่ด้วย จริงๆ ฉันก็ไม่อยากไปหรอก แต่จะทิ้งนายไว้ก็ไม่ได้ งั้นก็ลงไปด้วยกันหน่อยแล้วกันนะ” แซคดูลำบากใจเล็กน้อย คลาวด์เดาว่าคงมีเรื่องทะเลาะกันตามประสาคนรักละมั้ง แซคไม่ถนัดรับมือเรื่องแบบสักเท่าไหร่ นอกจากนั้นแล้วยังเอาเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวมาปนกัน แถมต้องรบกวนคลาวด์อีกต่างหาก
“ผมไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว แค่ลงไปนั่งที่ล็อบบี้แทนที่จะนั่งอยู่ในห้องก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปสักเท่าไหร่หรอก เชิญคุณทำธุระส่วนตัวตามสบาย”
ที่จริงแล้วแซคไม่จำเป็นจะต้องคอยตามดูเขาทุกฝีก้าวแบบนี้เลยด้วยซ้ำ ต่อให้คนข้างๆ ห้องแอบแว่บลงไปที่ล็อบบี้สัก 2-3 ชั่วโมงก็เชื่อเถอะว่าคลาวด์คงไม่รู้ เพราะว่าเขาไม่เคยเรียกใช้อีกฝ่ายก่อน มีแต่แซคนั่นแหละที่เสนอตัวทุกครั้ง
ทว่าประโยคบอกเล่าเรียบๆ นั่นคงจะฟังดูเย็นชาเกินไป แซคจึงได้ทำหน้าบูดใส่ “แล้วแต่นายก็แล้วกันนะ ไอ้ธุระของฉันมันก็คงไม่นานหรอก”
คลาวด์เอียงคอ เขาไม่ได้ว่าอะไรเลยแท้ๆ ทำไมอีกฝ่ายต้องทำเหมือนโกรธอย่างนั้นด้วยนะ จะยังไงก็ตามคลาวด์เดินตามอีกฝ่ายลงไปที่ล็อบบี้ แซคหันรีหันขวางไปมาสักพักแล้วพึมพำว่าเอริสคงยังไม่มา ก่อนจะเดินดุ่มๆ ไปที่เก้าอี้ที่ยังว่างอยู่
ฝ่ายคลาวด์ก็ไม่ได้เลือกที่จะนั่งเก้าอี้ตัวข้างๆ ในเมื่อแซคมีนัดส่วนตัว ก็คงจะอยากมีพื้นที่ในการพูดคุยโดยไม่มีเขานั่งฟังอยู่ แต่ก็ไม่ถึงขนาดจะไม่ได้ยินอะไรเลย คลาวด์เลือกนั่งบนเก้าอี้ที่มุมห้องในขณะที่แซคนั่งรอที่ชุดรับแขกกลางล็อบบี้ ระยะห่างแค่นี้ถ้ามีคนมาสนทนาอยู่เขาก็ต้องได้ยินอยู่แล้วล่ะ ข้อดีของการนั่งตรงนี้อีกอย่างก็คือเขาสามารถหยิบนิตยสารที่วางอยู่ข้างๆ มาอ่านได้เพื่อเบนความสนใจ
แซคคงไม่อยากให้เขาเกี่ยวข้องด้วยสักเท่าไหร่... หรือบางทีเขาน่าจะนั่งรออยู่บนห้องจะได้ไม่ต้องลงมาวุ่นวายแท้ๆ...
ผ่านไปไม่นานชายรวบผมตึงในชุดสูทสีดำท่าทางเคร่งขรึมเดินตรงมาที่แซคทันทีที่เห็น คลาวด์แอบลอบมองชายแปลกหน้าคนนั้นอยู่ห่างๆ
“เส็ง! ทำไมมาอยู่แถวนี้ได้ล่ะ” แซคเด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้ ชายที่ชื่อว่าเส็งนั้นมีมาดเหมือนนักธุรกิจ คงไม่น่าจะใช่แฟนที่ว่าแน่ๆ
“นายก็ยังลอยชายอยู่เหมือนเดิมนะ แซค ได้ยินว่านายรับงานมาจากเซฟิรอธ ทำไมถึงดูว่างนักล่ะ”
“นายเองก็เถอะเส็ง วันๆ ฉันไม่เห็นนายจะทำงานอะไรให้บริษัทเลย แล้วชินระมีธุระอะไรกับเมืองเล็กๆ อย่างคาล์มนี่ล่ะ” แซคถองอย่างคนกันเอง
“ก็เกี่ยวกับนายด้วยส่วนนึง” เส็งว่าแล้วลงนั่งฝั่งตรงข้าม
“มีงานด่วนรึไง ช่วยเร็วๆ หน่อยแล้วกัน ฉันนัดคนไว้”
“เรื่องนี้เกี่ยวกับเอริสด้วย”
แซคถึงกับทำหน้าเครียด “หา?”
“รอให้เธอมาก่อนดีกว่า” เส็งพูดแบบไม่ให้ใครโต้แย้งได้
ยังไม่ทันที่แซคจะอ้าปากเถียง ร่างของหญิงสาวปราดเปรียวก็เดินเข้ามาร่วมวง เธอมีเส้นผมยาวสีน้ำตาลรวบเป็นเปียไว้เรียบร้อย ชุดกระโปรงสีฟ้าขาวเข้าชุดกันน่ามอง ส่วนใบหน้าก็สะสวยโดดเด่นตั้งแต่ปรากฏตัวแล้ว
“ไม่ต้องรอแล้วล่ะค่ะ คุณเส็ง แซค” เธอโบกมือให้กับทั้งคู่ ในขณะที่แซคไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่
“เธอไม่ได้บอกฉันว่าเส็งจะมาด้วย”
เอริสยิ้มหวาน “ดูแซคไม่ค่อยดีใจที่ได้เห็นฉันเลยนะ ทั้งๆ ที่กว่าจะโทรหาได้แต่ละทีก็ยาก แล้วก็กว่าจะยอมให้ฉันมาที่นี่น่ะก็อิดออดอยู่ตั้งนาน”
“ใครว่าล่ะ! ก็ต้องดีใจสิ! ฉันถึงขนาดโดดงานมาเจอเธอเลยนะ!”
แซคพูดดังเกินควรไปสักนิด อาจจะลืมไปแล้วก็ได้ว่าคลาวด์ยังนั่งอยู่ในล็อบบี้เดียวกัน
“งั้นเราเปลี่ยนที่คุยกันได้มั้ย ฉันมีเรื่องสำคัญต้องคุยกับเธอ” เอริสชักชวนโดยไม่นั่งลงเลย คงจะเป็นเรื่องส่วนตัวที่อยากจะพูดในที่ส่วนตัวกว่านี้
แซคเหล่ตามาทางคลาวด์ เขาไม่อาจละทิ้งหน้าที่ดูแลคลาวด์ไปได้ง่ายๆ แล้วไปจัดการธุระส่วนตัวเสียอย่างนี้ ทว่าคลาวด์ไม่คิดอย่างนั้น แค่เขาได้ออกมาจากห้องบนเพนท์เฮ้าส์นั่นได้เขาก็ขอบคุณแซคเกินพอแล้ว และเขาก็ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรจากแซคอีก
เด็กหนุ่มลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินตรงไปที่แซค สบตาอีกสองคนเป็นเชิงบอกว่าเขามากับแซค “ไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอก ผมจะรอบนห้องแล้วกัน โดดงานไปทำธุระของคุณให้เสร็จเถอะ”
พูดเสร็จเขาก็ขอตัวไปบนห้องโดยไม่พูดอะไรมากกว่านั้น ทิ้งให้คนที่เหลือยิงคำถามกับแซคเอาเอง
คลาวด์ไม่ได้โกรธที่แซคละเลยหน้าที่ เขาแค่... หงุดหงิดนิดหน่อยที่งานของแซค นั่นคือการดูแลเขากลายเป็นภาระของเจ้าตัว
ไหนกันที่บอกว่าไม่มีปัญหา... แซคเองก็มีเรื่องส่วนตัวต้องจัดการแท้ๆ ยังทำตัวลอยชายสบายใจอยู่ได้
To be continued...
ลืมกันไปแล้วอ่ะดิ ;__ ;
เห็นแก่แซคใน ACC หล่อเลยเอามาลง XD
ฮึก เขียนต่อไม่ออกง่ะ TT^TT


ถึงกับต้องมานั่งย้อนอ่านไป2ตอนเชียวนะ!!!!!!!!!!
ป้ากีใจร๊ายยยยยยยยยยยยยยยย
อยากไดน้องคลาวด์ภาคโมเอ๊ๆๆๆตอนเด็กๆๆกับ เซฟี่ แบบ ไร้มารผจญซัก 10ตอนได้ม๊ายยยย
(พี่กี - แกจะบ้าหรอค๊า--!!)
555555
ก็ช่วงแซคมันดูทะมึนๆๆๆ
แถมเอริสก้โผล่มางุงิ เกะกะ เฮ้อออออออ
(พี่กี - แกชอบเอริสไม่ใช่เรอะ.......)
แต่ช่วยลงด้วยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
(ปล. อา โคดเกรียน 555555555555555+)
#1 By ย า โ อ [Y a o] on 2009-02-02 21:10