[Hetalia Fanfiction] Pollen (13)

posted on 12 Jan 2009 23:42 by keechan  in Fiction

ลงจนได้

 

อยากบอกว่า

 

เขียนจบแล้วค่ะ

 

สั่งพิมพ์ไปแล้วค่ะ

 

=w= (จะบ้าพลังไปไหน)

 

ฉบับเต็มเจอกัน 25 นี้!

 

 

ฮานะ - เธอเม้นสครีม ไม่มีอะไรจะตอบ กร๊ากกก

ไอซ์จิ - แอ๊ะ ไอ้เรื่องมีใจไม่มีใจนั่นต้องคิด เอา เอง ค่ะ XD เขียนจบไปแล้วนี่แบบว่า อยากเขียนภาคต่อให้อ้วนกะคิคุจังอ่ะ กร๊ากกกก

คุณ Mana - ท่านก็เกรียนเป็นค่ะ ไม่ใช่นางเอก (ฮา) ทำไอ้พวกนั้นไม่ได้ ก็ขอเกรียนใส่จีนเอาแล้วกัน 555

อ้น - จัดให้เล่มนึงค่ะ ขอบคุณที่อุดหนุน ฮากกกก เค้าไม่ได้ดูบำบัดแค้นมากไปนะ กร๊ากกก พล้อตมันเป็นแบบนี้อยู่แล้ววว

ไชนี่ - ถ้ามันมีช่องว่างพอก็อยากจะเขียนนะ ฮ่าๆๆ ต่อไปคิคุไปยึดฮ่องกงด้วยนา เคี้ยก ดาร์คมากๆ ก็เกรียนแตกเลย จะว่าไปไทยก็เทพมาแต่ไหนแต่ไรนะ รอดได้ตลอดอ่ะ น่าภูมิใจชาติไทยออกนะ รู้สึกช่างเหมาะสมกับสำนวนว่ากรุงศรีอยุธยายังไม่สิ้นคนดี

ฝ้าย - คิคุเค้าไม่งอมืองเท้าเนอะ เริ่มออกลายเกรียน (ฮา) จะโทษอ้วนคนเดียวก็ไม่ถูก อะโถ ดิฉันก็เขียนฟิคได้เข้าข้างตัวเอกจริงๆ 5555

คุณ moth - ไม่ได้เกิดมาคู่กันจริงๆ ด้วย บ๊ายบาย อาเธอร์คิคุ เขียนไปเขียนมา มันไม่ใช่อ่ะกิ๊บ (ฮา) สถานการณ์มันไม่อำนวยเลยค้าาาาาา orz ส่วนหนึ่งเพราะเกรงใจแฟนๆ USxUK น่ะค่ะ กับอีกอย่าง ชอบเขียนให้มันกำกวมเข้าไว้ เกิดอะไรขึ้นไปคิดกันเองค่ะ อิอิอิ

 

 

 

Pollen (13)

(Prequel to Petal)

 

 

สนธิสัญญาที่ไร้สาระเช่นนั้น... ใครจะยอมทำตามกัน?

ถ้าเหตุเกิดเป็นว่าคุณเหยามาหาเรื่องผมก่อน แล้วผมบุกออกไปเพื่อปกป้องตัวเอง ก็คงจะฟังขึ้นสินะครับ กับแผนแค่นี้ ผมไม่จำเป็นต้องยืมมือใครก็ได้

การรุกคืบกำลังเป็นไปได้ด้วยดีแท้ๆ ยังเข้าไปไม่ถึงเซี่ยงไฮ้ที่เป็นเป้าหมายหลักเลยแท้ๆ คนที่จะกลัวเสียประโยชน์ก็ออกมาช่วยเจรจากันเป็นแถว ก็หน้าเดิมๆ ทั้งนั้นแหละครับ

“ไม่ได้เจอกันนานนะครับ คุณฟรานซิส คุณอัลเฟรด... แล้วก็คุณอาเธอร์”

“นายนี่น้า ไม่ทันไรก็หาเรื่องอีกแล้ว จะปล่อยโลกนี้อยู่อย่างสงบๆ บ้างไม่ได้รึไงนะ”

เป็นฮีโร่ทั้งที เกิดเบื่อขึ้นมาหรือครับที่ต้องออกมาตามล้างตามเช็ดเรื่องของคนอื่นน่ะ ผมเหยียดยิ้มตอบกลับไป

“ถ้าถามถึงเหตุผลคุณน่าจะรู้ดี ผมไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่ม”

และไม่ได้ผิดสนธิสัญญาสี่ฝ่ายนั่นด้วย...

“แต่การที่นายมาหาเรื่องถึงแถบนี้นี่มันกระทบไปถึงเซี่ยงไฮ้นะ แบบนี้ธุรกิจของพวกเราก็เสียหายกันพอดี เลิกใช้ความรุนแรงแล้วก็ถอยกลับไปเถอะ” คุณฟรานซิสพูดตรงๆ แบบนี้ดีครับ ไม่เสียเวลา

“ไม่เกี่ยวกับผมนี่ครับ ธุรกิจของพวกคุณ ก็เรื่องของพวกคุณ โชคร้ายเองที่ดันมาเจรจาธุรกิจในเซี่ยงไฮ้ซะเยอะ สำนวนของประเทศจีนก็ว่าไว้ไม่ใช่หรือครับ บุญคุณต้องทดแทน หนี้แค้นต้องชำระ ถ้ายังไม่ได้ชำระแค้น ผมก็ไม่กลับหรอกนะครับ คุณเหยา”

“อาคิคุ อั้วะไม่คิดเลยว่าที่เฝ้าเลี้ยงดูสั่งสอนลื้ออย่างดี จะกลายเป็นการเลี้ยงงูให้มากัดตัวเอง ลื้อเป็นคนเช่นนี้คงไม่มีใครอับอายเท่าอั้วะอีกแล้ว!”

ผมยกลำกล้องขึ้นโดยไม่ปิดบังเจตนา หูทวนลมกับคำก่นด่าของอีกฝ่าย

“ถ้าไม่อยากเจ็บตัวโดยไม่จำเป็น ก็ยกเซี่ยงไฮ้ให้ผม”

“ลดปืนลงเดี๋ยวนี้ คิคุ! ถ้านายยิง เรื่องจะไม่จบลงง่ายๆ แน่”

คุณอาเธอร์พูดขึ้นเป็นครั้งแรก ในที่สุดเราก็อยู่ฝ่ายตรงข้ามกันจริงๆ แล้วสินะครับ น่าขันเหลือเกิน ที่คุณมาเพียงเพราะห่วงผลประโยชน์ของตัวเองเท่านั้นเอง

“พวกคุณจะห้ามไม่ให้ผมยิง มีข้อเสนออะไรมาแลกเปลี่ยนล่ะครับ ถ้าน่าสนใจผมอาจจะยอมฟัง”

“อั้วะไม่มีอะไรจะให้คนเนรคุณอย่างลื้อหรอก!”

“ผมไม่ได้พูดกับคุณครับ คุณเหยา” ผมเหลียวมองไปแค่ครู่เดียว ก่อนจะหันไปตกลงกับกลุ่มคนที่ห่วงผลประโยชน์ของตัวเอง “ว่าไงครับ มีข้อเสนออะไรดีๆ หรือเปล่า”

“อยากได้ดินแดนแถบนี้ใช่มั้ยล่ะ ถ้าเป็นถึงเซี่ยงไฮ้หวังเหยาคงจะยกให้ไม่ได้หรอก แต่ถ้าเป็นที่นี่ล่ะ แมนจูเรียก็เป็นฐานตั้งมั่นที่ดีใช่ย่อยเชียวนะ”

“อาฟรานซิส! พูดตามใจชอบแบบนี้ได้ยังไง! อั้วะไม่ให้!”

“งั้นจะยอมให้หมอนั่นเป่าหัวเอารึไง หา!”

“พ... พวกลื้อก็ไม่ช่วยอั้วะกันเลย”

“มันไม่คุ้มกันหรอก ให้พวกเราตั้งทัพมาเพื่อไล่หมอนั่นไป แล้วพวกเราจะได้ประโยชน์อะไรล่ะหวังเหยา สู้ยอมๆ ไปให้เรื่องจบ แล้วความวุ่นวายในเซี่ยงไฮ้จะได้หมดลงซะที”

คุณอาเธอร์พูดขึ้นบ้าง สมเหตุสมผล สมกับเป็นความคิดของคุณอาเธอร์ อะไรที่ไม่ได้ประโยชน์คุ้มค่าก็ย่อมไม่ลงมือทำ

“ตกลงมั้ยล่ะ! ฮอนดะ!”

ผมยอมลดปืนลงในที่สุด เป็นข้อตกลงที่ใช้ได้ทีเดียว ถึงจะเสียดายเซี่ยงไฮ้อยู่บ้าง แต่แถบแมนจูเรียนี่ก็เป็นชัยภูมิที่ดี

“ผมยอมรับข้อเสนอครับ”

 

 

 

 


“พอใจแล้วใช่มั้ย”

กระดาษสัญญาใบสำคัญถูกโยนมาให้ แน่นอนว่าอย่างไม่พอใจเลยสักนิดเดียว ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ดินแดนของตัวเองแท้ๆ แค่เสียประโยชน์ทางเศรษฐกิจเล็กๆ น้อยๆ ทำเสียว่าเดือดร้อนเต็มประดา ไม่ค่อยน่าดูเท่าไหร่นะครับ ทั้งสามคนนั่นแหละ

คุณเหยาถูกบีบบังคับให้เซ็นสัญญาเพื่อเหตุการณ์วุ่นวายจะได้สงบลง การดำเนินธุรกิจในเซี่ยงไฮ้จะได้กลับมาฟื้นตัวโดยเร็ว น่าขบขันนัก ส่วนตัวคุณเหยาเองน่ะหรือ ก็คงงอนแก้มป่องกลับบ้านไปแล้วกระมัง

“ขอบคุณสำหรับการช่วยประนีประนอมครับ”

“หวังว่าจะไม่มีเรื่องแบบนี้อีกเป็นครั้งที่สองนะ” คุณฟรานซิสพูดสำทับ

คงยากครับ สิ่งที่ผมต้องการ ไม่ได้จบอยู่แค่นี้ ในเมื่อผมมีความสามารถพอจะครอบครองดินแดนอื่นได้ ทำไมต้องอยู่นิ่งเฉยกันเล่า แล้วโลกใบนี้จะได้รู้ถึงศักยภาพที่แท้จริงของญี่ปุ่น

“อย่าลืมสัญญาสี่ฝ่ายที่ตกลงกันไว้ล่ะ อย่าคิดนะว่าไอ้ข้ออ้างว่าถูกโจมตีก่อนจะใช้ได้ทุกครั้งไป หวังเหยาก็ไม่ใช่คนที่จะชอบไปหาเรื่องใครก่อน โดยเฉพาะตัวอันตรายอย่างนาย” คุณอัลเฟรดว่าต่อ ทั้งสามคนนี่เข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ยเชียว ดูซิว่าคุณอาเธอร์จะตำหนิอะไรอีก

ผมหันไปมองชายชาวอังกฤษ คาดหวังว่าเขาคงต่อว่าอะไรสักอย่างออกมา เขาเพียงแต่ยืนกอดอกด้วยสีหน้าสงบนิ่ง

“ไม่มีอะไรจะพูดกับผมหรือครับ”

“ทำไมถึงคิดว่าฉันมีอะไรจะพูดล่ะ”

“ก็ไม่ทำไมหรอกครับ แค่ตลอดมาเห็นคุณมักจะชอบพูดตักเตือนด้วยความหวังดีตามสไตล์สุภาพบุรุษชาวอังกฤษ เสียใจด้วยนะครับที่ความสุภาพของคุณน่ะใช้หลอกผมไม่ได้อีกต่อไป”

อีกฝ่ายหน้าชาไปทีเดียว

“นี่นาย... คิดว่าฉันเป็นอย่างนั้นมาตลอดงั้นเหรอ”

“คิดเป็นอย่างอื่นได้ด้วยหรือครับ?”

“อยากถูกต่อยมากนักรึไง!” คนที่อารมณ์ร้อนขึ้นมากลับเป็นคุณอัลเฟรด คอเสื้อถูกกระชากด้วยแรงโทสะ คราวนี้ไม่ต้องรอให้คุณอาเธอร์ห้าม คุณฟรานซิสก็เอ่ยปรามก่อน

“รู้จักควบคุมอารมณ์บ้างอัลเฟรด ทำอย่างนั้นไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น”

“หมอนี่คุยกับพวกเราไม่รู้เรื่องแล้ว! ปากบอกว่าเข้าใจ ตกลง แต่จริงๆ แล้วไม่ได้คิดจะทำอย่างนั้นหรอก! ต่อให้ปล่อยไปฉันพนันได้เลยว่าต้องมีครั้งที่สองครั้งที่สามตามมา!”

“พูดเกินไปแล้วนะ อัลเฟรด!”

คุณอัลเฟรดพูดถูก ผมไม่คิดจะทำตามสัญญางี่เง่านั่นหรอก อะไรที่ผมคว้ามาได้ผมก็จะเอามา ทำไมจะต้องรอขอคำอนุญาตจากพวกคุณ

“กรุณาปล่อยด้วยครับ คุณอัลเฟรด” ผมออกคำสั่งเบาๆ ร่างสูงย่อมต้องขัดเคืองอยู่แล้ว แต่ก็ยอมปล่อยเพราะไม่อาจลงมือทำอะไรได้มากกว่านั้น

“ผมจำได้ดีครับ สัญญาสี่ฝ่ายนั่น” ผมเก็บสัญญาสำคัญของการมอบดินแดนแมนจูเรียใส่กระเป๋า ก่อนจะหยิบกระดาษอีกใบออกมา สัญญาที่บอกว่าจะไม่ก้าวก่ายดินแดนแปซิฟิคที่เคยให้คำมั่นไว้เมื่อคราวก่อนนั่นเอง เพราะว่านั่นเป็นสัญญาหลายฝ่าย แต่ละคนจึงมีเอกสารเก็บไว้กับตัวคนละฉบับ

ผมกางกระดาษใบหน้าออกให้เห็นทั่วกัน... กวาดสายตามองไปรอบๆ

การกระทำของผมในครั้งนี้... คงจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอีกหลายอย่าง แต่ผมไม่กลัวหรอกครับ น้ำหน้าอย่างพวกคุณ... ผมแข็งแกร่งพอที่จะยืนหยัดด้วยตัวเอง ดีกว่ามีพวกคุณคอยกีดขวางความเจริญก้าวหน้า

ไม่มีครั้งไหนที่เสียงกระดาษถูกฉีกออกเป็นริ้วๆ จะฟังรื่นหูได้ถึงเพียงนี้ ข้อความที่สำคัญนักหนา ตอนนี้ก็เป็นแค่เศษกระดาษไร้ค่า เศษชิ้นส่วนสีขาวกระจัดกระจายจนไม่อาจนำมาประกอบกันได้อีก

“ผมขอยกเลิกสัญญานั่นตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป”

จากนี้ถ้าผมจะเคลื่อนไหวอะไรอีก พวกคุณก็ไม่มีสิทธิ์อ้าง

ทุกคนในที่นั่นตกตะลึงเกินกว่าจะพูดอะไรออกมาได้ ทำได้เพียงมองเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ร่วงหล่นลงพื้น ไม่มีคำต่อว่า ไม่มีคำห้ามปราม นับตั้งแต่วินาทีนี้ ผมไม่จำเป็นต้องตกอยู่ใต้อำนาจจอมปลอมของพวกเขาอีกต่อไปแล้ว

ผมยิ้มอย่างสาแก่ใจ เชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิ

“ขอตัวครับ”

ลาล่ะครับ ลาขาดกันเลย!

พอเป็นฝ่ายทิ้งมาแบบนั้นแล้วรู้สึกสบายใจเกินคาด บางทีผมอาจจะเกลียดพวกเขามากกว่าที่ตัวเองคิดก็ได้จึงได้รู้สึกสาแก่ใจถึงเพียงนี้

ช่วงเวลานั้นผมอยากจะหัวเราะให้ดังลั่นจนได้ยินไปทั้งโลกเหลือเกิน!

 

 

 

 

 

To be continued...

 

 

 

อาเหยา... อาเหยามาแล้วฮามาก... ไม่ไหวแล้ว กร๊ากกกกกกกกกก พอกันกะพาสต้า ตอนแรกจะไม่ให้มีบทออกด้วยเหอะ ด้วยปัญหาความฮาประจำตัว แค่พูดก็ขำแล้วอ่ะ 5555555555555

 

(เก็บกดมาจากความขำข้างบน)

(ขอบคุณซาคุโร่ที่ช่วยคิดคำพูดอาเหยาด้วยค่ะ)

 

ฮอนด้าจังเกรี้ยนเกรียน XD

 

1931 ญี่ปุ่นบุกแมนจูเรีย โดยอ้างว่าเป็นการป้องกันเขตแดนตัวเองเพราะจีนเริ่มการโจมตีก่อน แต่จริงๆ แล้ว เป็นญี่ปุ่นเองนั่นแหละที่ระเบิดทางรถไฟตัวเอง แล้วใช้เป็นข้ออ้างไปบุกแมนจูเรีย (โห... เขาร้าย) กะจะตีให้ถึงเซี่ยงไฮ้กันเลยทีเดียว เดือดร้อนประเทศใหญ่ๆ ทั้งหลาย เพราะเซี่ยงไฮ้เป็นเมืองการค้าสำคัญ เลยเข้ามาไกล่เกลี่ยให้ โดยมีจุดประสงค์แค่ว่า ให้ความวุ่นวายจบไปเร็ว ๆ (ซวยไปนะ อาเหยา)

ดินแดนแมนจูเรียตรงนั้น จึงกลายเป็นเขตแดนพิเศษของญี่ปุ่นไป ชื่อว่า แมนจูกัว ค่ะ

1934 ญี่ปุ่นยกเลิกสัญญาสี่ฝ่าย (ช่างกล้า)

 

ขอบคุณทุกคอมเมนท์ค่ะ >___<

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

sad smile ขอโต๊ดที่ไม่ได้เข้ามาหาเลยนะค้า งานยุ่งมากๆเลยค่ะ
เอนทรีนี้ก็ไม่ได้อ่าน
เอ๊ะ รวมเล่มแล้วหรอค่ะ รวดเร็วจริงๆเลยงิ cry

ยังไงก็สู้ๆนะค้า เป็นกะลังใจให้เสมอค่า question

#1 By ~meaw~*mo//~ on 2009-01-13 01:18

คุณกีขยันจัง (เหลียวมองฟิคตัวเอง ทำไมไม่กระเตื้องเลยหว่า)

ท่านเริ่ด... เห็นเงียบๆ นิ่งๆ พอบทจะรุกรานชาวบ้านเค้าขึ้นมา เล่นเอาแถบนั้นนั่งกันไม่ติดเลยทีเดียว

นี่จัง....งอนแก้มป่องกลับบ้าน อา...คิดภาพได้ทันทีแบบไม่ต้องพยายาม

#2 By ::.::Taraki::.:: on 2009-01-13 08:26

ออฟิสใหม่เค้าเจ้านายเดินตลอดเลย ฮือออออออออออ

เด๋วเค้ากลับไปอ่านแล้วมาเม้นท์อีกที ง็ากกกกกกกก
ฮืออออออออออออออออออ

#3 By Anlegy RO on 2009-01-13 09:28

เกรียนจังท่าน

แต่โมเอ้

โมเอ้และเกรียนได้อย่างนี้คงไม่มีใครเกินท่าน อั๊ง
อาเหยาฮา ก้ากกกก

โอ๊ย คิคุสุดยอดมากกกกกก เริ่ด โดน กรี๊ดดดดดด อิมเมจคิขุๆนั่นน่ะ หลอกตาใช่มั้ยล่ะ กร้ากกกก

สะใจ........คิคุเปี๊ยนไป๋..........

#5 By shiny on 2009-01-13 11:50

ฮาอาเหยาเหมือนกัน โอ้ย ท่านเซียนจะน่ารักไปไหน เนี่ย ขนาดเครียดๆ ออกมาทีก็ยังน่ารัก (เมื่อก่อนไม่เคยมองจีนว่าน่ารักอย่างนี้เลยนะ)

อา แตกหักจนได้สินะ อาเธอร์จีบคิคุไม่สำเร็จ5555 แต่ไม่เครียดเพราะอาเหยาโผล่มานี่แหละ อั้ง

#6 By ป้าแดง underground on 2009-01-13 19:44

...งอนแก้มป่อง

อุตส่าห์แข็งใจไม่ขำตอนอาเหยาพูดแล้ว
บรรยายแบบนี้ก็จบกันสิคะ 5555+

โอ้ย น่ารัก cry

น้องคิคุแรงงง
ชอบเรื่องของญี่ปุ่นสมัยสงครามจริงๆ สู้ได้ไม่มีใครเหมือนแล้วชาตินี้ big smile

#7 By moth on 2009-01-13 20:00

อ๊ายยยยยยยย คิคุจัง ตอนนี้ แลงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
ฮอนด้าจังเกรี๊ยนเกรียนแบบนี้เค้าชอบบบบ *3*
เข้าใจอารมณ์นะ พอตัดขาดจากคนที่เราอยู่ด้วยแล้วอึดอัดเนี้ย รู้สึกสะใจมากๆจริงๆ ประมาณว่าพอกันที่ ตัวฉันที่ไม่ใช่ตัวของตัวเอง - -"

แรงมาก็แรงปายยย ร้ายมาก็ร้ายตอบ คิคุเป็นคนแนวๆนี้เลยสินะ 5555
อ๊า ยิ่งอ่านยิ่งชอบฮอนด้าจังจริงๆ อีอ้วนทำไมใช้กำลังตลอดเลยค่ะ
ทำงี้น้องเค้าช้ำนะ ถ้าใช้กำลังปลุกปล้ำแทนล่ะ ไม่ว่า *..*(กร้ากกกกกก เผยด้านมืดของตัวเอง)

#8 By ไce-จะ-อิ๊ on 2009-01-13 21:13

...จนจะรวมเล่มแล้ว เพิ่งจะได้มาคอมเม็นต์...ขอโทษนะคะ

ท่านฮอนด้า...เปลีี่ยนไป้!!! ถึงยังไงก็ยังโมเอะเหมือนเดิมค่า

พออ่านเจอท่านเหยาแล้วรู้สึกเหมือนว่าเนื้อเรื่องที่ควรจะเครียดกว่านี้...มันเครียดไม่ออกค่ะ
เหมือนได้ยินคำว่า \"ไอ้หยา!\" ลอยมา

ป.ล. ตอนที่อ้วนออกมาปกป้อง(?) ท่านอาเธอร์...มันช่าง เบย์เอย์

#9 By sai_run on 2009-01-13 21:41

โฮกกกกคิคุเกรียน ตอนนี้อัลฟ์ก็ได้ใจอีกที ฮ่าๆๆๆๆ ออกแนวโมโหๆแบบนี้ก็ชอบเหมือนกันค่ะก๊ากกกกกกกก โฮก อัลเฟรดนายแมนมาก แต่ถ้าเป็นไปได้ก็เชียร์ เอย์นิ มากกว่า TvT พี่กีทำฝ้ายสับสนแล้วค่า ก๊ากกกกกกกกกกกกกกก(ได้ข่าวว่าหลายใจเองก๊ากกกกกกกก) อาเหยา ไม่ไหวแล้ว จะสงสารหรือจะเศร้าดีคะก๊ากกกกกกกก แต่เพราะญี่ปุ่นบุกเธอถึงรวมชาติได้นะ แฮ่ ใช้ญี่ปุ่นเป็นตัวขับดันความเกลียดฮ่าๆ โอย ประวัติศาสตร์ตอนนี้นองเลือดโชกนัก คราวหน้าขอเรตๆเลือดกำเดาบ้างได้ไหมคะ (ก๊ากกกกกกกกก ขอแบบนี้พี่กีเหงื่อตกแย่เลย)

#10 By songsage on 2009-01-13 22:14

แอบอ่านอย่างเร้วๆตอนเที่ยง ฮือออออออ
ชีวิตสาวออฟิสสส กรูอยากโฮกฟิคคคค
อ่านไปทำหน้าฮาก็ไม่ได้ ต้องทำหน้าจริงจังตลอด กลัวคนอื่นเหนน
ฮือออออออ

อาเหยาแม่งฮาจริงจัง เข้าใจละ ที่ว่าบทมันเขียนยากนี่เปนยังไง
ฮอนด้าคุงก็เกรียนนะค๊า----

อยากอ่านต่ออ่ะ ฮือออออออออออออ
รอรวมเล่มก้อด้ายยยย

#11 By Anlegy RO on 2009-01-14 12:09

ไม่ได้เม้นมากี่ตอนกันเนี่ย เมื่อวานพึ่งมาอ่านรวดไปทีนึงค่ะ
อ่านแล้วมัน อ๊า ฮอนด้าเกรียนจังค่ะ ทำม้ายทำไม
ลำเอียงมาสงสารใบชา ฮา ที่ชอบอีกอย่างตอนนี้ก็คุณเหยานี่ล่ะค่ะโมเอ้ น่าร้ากจริงๆ
ตอนฮอนด้าฉีกสัญญาแม้จะคิดว่าช่างเกรียนแต่ก็สะใจอยู่นิดๆ ฮา

#12 By MiSa on 2009-01-14 21:55

"คุณยังจะเอาอะไรจากผมอีกล่ะครับ ทั้งๆที่...คุณเอาหัวใจของผมไปแล้ว..คุณยังจะเอาอะไรจากผมอีก"

อ่านแล้วทำให้นึกถึงประโยคนี้ขึ้นมา(ฮา)

#13 By kitsuna on 2009-01-17 00:29

ตอนที่แล้วด่ายุโรป ตอนนี้ขอด่าญี่ปุ่น(ฮา)
คิคุซังช่างเป็นไปตามที่อัลฟ์ว่า คิดว่าตัวเองเก่ง เลยซ่า ออกมาท้าตีท้าต่อยกะชาวบ้าน55 ถ้าตาม ปวศ จริงๆเราก็ไม่ชอบญี่ปุ่นนะ หาเรื่องแท้ๆ แถมมายุ่งกะไทยในช่วง WWII ทำไมล่ะ แล้วนี่ พี่แกก็หาเรื่องกะจีนก่อนจริงๆนั่นแล่ะ
(จะเม้นจริงจังไปไหน)

อาเหยาฮาจริงๆ 5555 แค่พูดอั๊วกะลื้อ ก็ฮาแล้ว

ยังคงสงสารอาเธอร์ ฮือออ ทำไมคิคุถึงต้องว่าอาเธอร์แบบนั้นล่าาาาา

#14 By Mercutery on 2009-01-20 01:04

งอนแก้มป่อง...
บรรยายน่ารักจนอยากเดินำปง้อเหยาซังแทนท่านเลยค่าาาาาาาาาาาาาาาาา

อัลฟ์ใจร้อนได้อีก...open-mounthed smile

#15 By Lina on 2009-01-23 21:51

คุณคิคุแรงงงงงงงงงงงงและเกรียน(ฮา)
ฉีกต่อหน้าต่อหน้า ชอบที่คุณคิคุคิดในใจว่า เสียงกระดาษรื่นหูกว่าครั้งไหนๆ นี่ล่ะค่ะ!

ท่านท่าจะสะใจจริงๆ O__o!!

ตอนต่อไปจะเป็นยังไงมั่งล่ะเนี่ยยยยย
มุดไปอ่านล่ะฮ่า

#16 By purin•po♥([∂]ω[∂])~♪ on 2009-05-22 23:12