[Hetalia Fanfiction] Pollen (12)

posted on 10 Jan 2009 20:49 by keechan  in Fiction

 

ค่ะ

 

คือดิฉัน

 

เห็นความเป็นไปได้ที่จะปั่นเรื่องนี้ให้จบและพิมพ์รวมเล่มทันงาน imagine gate วันที่ 25 นี้ค่ะ (มันจะบ้าพลังไปไหน!!!)

 

ก... ก็...

 

เลยคิดว่าจะรีบๆ ลงให้อ่านกันนะเคอะ

 

(เขียนทันเรอะ!!! ได้ข่าวว่ามันจะเขียนทั้งตอนพิเศษมุมเบอร์เกอร์กะตบท้ายด้วยรักแท้ของฮอนด้าจังอ่ะ!!!)

 

ขอบคุณทุกท่านที่คอยเม้นท์ให้ค่า

 

ไอซ์จิ - หึ... อ้วน เชิญอ่านความเกรียนของอ้วนต่อค่ะ 5555 บ.บำบัดแค้น ดูเพราะสาวแอนสวยค่ะ อั๊งงงง

คุณ Taraki - ถ้าเมนท์ไม่ทัน (ก็อีนี่มันบ้าลงซะ กร๊ากก) เมนท์ย้อนหลัง หรือเมนท์รวบยอด ได้ตามแต่สะดวกค่า ท่านเค้าไม่ใช่นางเอกค่ะ ฮิ -_,-+

คุณ Mana - แต่ละคนเปรียบซะ (ฮา) จะว่าไป... ก็เหมือนนะคะ 555 ว่าแต่อัลฟ์หึงอาเธอร์หรือว่าหึงคิคุนี่... ไม่ได้เล่าจากมุมตาอัลฟ์ก็คงไม่รู้ล่ะค่ะ XD

น้องฝ้าย - หลังจากที่พยายามยัดลุดวิก x คิคุไปบ้างแล้ว ดูจะไม่สำเร็จ ยังไงเยอรมันคงตกหลุมอิตาลี ขึ้นมาไม่ได้แล้วล่ะค่ะ กร๊ากกกก แต่งอนด้วย ทำไมเฟลี่ทำกันแบบเน้ ฮืออออ เขียนๆ ไปเฟลี่ดูเหมือนเด็กไร้สมองจริงๆ ค่ะ  =[]=!! เชิญติดตามความเกรียนและอ้วนของเบอร์เกอร์ได้ต่อค่ะ กร๊ากกก

ไชนี่ - เหตุผลที่สู้ไม่ได้นี่... เอ่อ... เกี่ยวกันเรอะ!

อ้อน - กร๊าก ไม่ได้อ่านแต่เม้นท์ยังเกี่ยวข้องกับเนื้อหา พอให้อภัยได้ ไม่เกรียนเมพ 5555555 ขอให้งานเสร็จไวๆ เราจะชนะจริงๆ ง่ะ เหมือนเหลือเนื้อเรื่องอีกเพียบเลยนะ =[]=!!! บ.บำบัดแค้น แบบ ดูแล้วขำอ่ะอ้อน แต่ก็ติด กร๊ากกก แบบว่าอะไรมันจะน้ำเน่าไร้เหตุผลเป็นหนังไทยได้ขนาดนั้น แต่ดูแล้วก็แบบติดเหมือนกันนะ ขำๆ อ่ะ ชอบสาวแอนด้วย XD

อ้น - นี่แหละจ้ะ ความอันตรายของเฟลี่.... คิดดู อีนี่มันโผล่มาตอนเขากำลังรบกันเครียดๆ มันจะเกิดอะไรขึ้น!!! พล้อตพัง!!! =[]=!

คุณ meaw mo - ยังไม่มีเวลาอ่านก็ไม่เป็นไรค่ะ (อ่านแล้วไม่เม้นท์ยังไม่เป็นไรเลยค่ะ 555) ถ้าคอยติดตามอยู่ก็ขอบคุณนะคะ เก็บอ่านย้อนหลังได้ตลอดค่ะ ตาม page APH Fanfiction ข้างบน

คุณฮานะ - อีฉ่อหรอคะ มาตอนเรื่องจบเลยอ่ะ หลังท่านไป -ปิ๊บบบบบ- แล้วก็โดน -ปิ๊บบบบบ- เสร็จแล้วอ่ะนะ มันค่อยโผล่...

คุณ memory no uta (ยะ... ยังไม่รู้ชื่ออยู่ดีค่ะ รบกวนบอกกล่าว) -  รบกวนว่าถ้าจะตอบคอมเมนท์ที่เราไปตอบไว้ในบลอค ตอบต่อในคอมเมนท์ของเรานะคะ เนื้อหาจะได้ต่อกันค่ะ มาตอบต่อในเอนทรีของเราเนื้อหามันจะดูปนๆ น่ะค่า >___< ไม่ก็ ems มาก็ได้ค่ะ

คุณ N - ขอบคุณที่ย้อนอ่านนะคะ เรื่องนี้คงจบแบบหลัง WWII ต่อมาอีกนิดนึงล่ะค่ะ

 

 

 

 

 

 

Pollen (12)

(Prequel to Petal)

 

 

คุณเหยาออกมาประท้วงด้วยตนเองเกี่ยวกับเรื่องดินแดนชานดง เป็นสิ่งที่ไม่เกินความคาดหมาย เขาออกจะไม่พอใจมาตั้งนานแล้วถึงได้ไม่เข้าร่วมการประชุมที่แวร์ซายด้วย พอข้อตกลงออกมาเป็นที่ไม่พอใจ คุณเหยาก็ไปเจรจากับคุณฟรานซิสทีหลัง แล้วกล่าวอ้างว่าไม่อาจยกชานดงให้ใครอื่นได้

น่ารำคาญ...

ผมกับคุณเหยาแทบจะไม่มองหน้ากันเลย ทั้งๆ ที่เราต้องสวนกันออกบ่อยๆ คงเป็นหนึ่งในช่วงที่แย่ที่สุดของความสัมพันธ์ แต่ใครสนกันล่ะ ผมเองก็ไม่ได้ชอบคุณเหยามาตั้งแต่ต้นแล้ว ชอบถือว่าตัวเองมีอำนาจใหญ่โตเสียเหลือเกิน ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้ดีกว่าคนอื่นสักเท่าไหร่

แต่จะทำเป็นไม่สนใจก็ไม่ได้ ในเมื่อคู่กรณีโดยตรงของเขาคือผม

ที่แย่ยิ่งกว่านั้น ทั้งคุณฟรานซิส คุณอาเธอร์ และคุณอัลเฟรด ต่างยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อีก ถึงกับเรียกผมมาประชุมที่วอชิงตันนี่ ผมจำต้องเข้าร่วมประชุมเพื่อต่อรอง แต่ไม่มีครั้งไหนที่ผมจะตอบตกลงคืนดินแดนนั้นให้คุณเหยา

ชานดงเป็นของผมโดยชอบธรรม ผมไม่คืนหรือยกให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น

“มีเหตุผลหน่อยสิ ฮอนดะ หวังเหยาก็บอกแล้วไงว่าเขายกให้ไม่ได้จริงๆ มันสำคัญต่อเขามากนะ” คุณฟรานซิสพยายามเกลี้ยกล่อม แต่ผมไม่คิดจะฟังอะไรทั้งนั้น

“ผมไม่สนครับ”

ผมสงสัยจริงว่าถ้าคนที่ยึดที่นี่อยู่ยังคงเป็นคุณลุดวิก หรือว่าเป็นหนึ่งในพวกคุณสามคนน่ะ คุณเหยาจะกล้าออกมาประท้วงแบบนี้มั้ย! พวกคุณน่ะก็ยึดที่ของคนอื่นไปตั้งเยอะตั้งแยะ ต่างก็ใช้อำนาจกดดันฝ่ายตรงข้ามให้ยอมจำนนกันทั้งนั้น ทำไมผมจะทำแบบเดียวกันไม่ได้

“แต่เดิมที่นั่นก็เป็นของหวังเหยาอยู่แล้วนี่ ก็แค่คืนให้หวังเหยาดูแลต่อ นายจะเรื่องมากอะไรนักหนา ฮอนดะ” คราวนี้เป็นคุณอัลเฟรด ยิ่งไม่มีทางซะละ

ผมตบโต๊ะเสียงดังแล้วลุกขึ้นยืน คนพวกนี้คิดว่าผมโกรธไม่เป็นหรือไงกัน “เรื่องมากหรือครับ? ผมก็แค่ยึดถือในสิทธิ์อันถูกต้องของตัวเอง ยังไงผมก็ไม่ยอมคืนครับ ขอตัว”

“เดี๋ยวสิ คิคุ ฟังเหตุผลก่อนสิ” คุณอาเธอร์รั้งไว้บ้าง

“เหตุผลหรือครับ? มีเหตุผลอะไรที่จะฟังขึ้นบ้าง”

“ก็อย่างที่บอกไปตั้งหลายครั้งแล้ว ถ้านายไม่ยอมคืนชิงเต่าให้หวังเหยา จะทำให้เกิดความขัดแย้งในแถบนี้โดยไม่จำเป็น ถ้าเป็นไปได้พวกเราก็อยากให้ดินแดนทางนี้อยู่กันอย่างสงบสุข”

ความสงบสุขมันหายไปตั้งแต่พวกคุณบุกรุกเข้ามาแล้วล่ะครับ พูดจาเพ้อฝันเสียจริง

“ผมได้ชานดงมาเพราะเนื้อความในมาตราที่ 156 ของสนธิสัญญา ถ้าพวกคุณจะทำอย่างนี้ กรุณาแก้ไขสนธิสัญญาในส่วนอื่นด้วย อย่างอัลซาซ-ลอแรนไงครับ”

อัลซาซ-ลอแรนเป็นแคว้นของคุณลุดวิกที่ถูกโอนคืนไปให้คุณฟรานซิส มันก็กรณีเหมือนๆ กันนั่นแหละ พอผมเถียงไปเช่นนั้นแต่ละคนก็หน้าชาไปตามๆ กัน เพราะว่าพวกเขาก็ไม่อยากเสียดินแดนไปเหมือนกันน่ะสิ!

พอถูกพาดพิงถึงกรณีของตน คุณฟรานซิสจึงออกปากบ้าง “กรณีอัลซาซ-ลอแรนกับแคว้นอื่นๆ น่ะ ลุดวิกยอมลงนามตกลงต่างหากถึงไม่มีปัญหา แต่กรณีของนายน่ะ หวังเหยายังไม่ยอมเซ็นสัญญา เพราะฉะนั้นจะถือสิทธิ์ขาดไม่ได้”

“ถ้าคุณเหยาไม่ยอมเซ็น ผมจะบังคับให้เซ็นเอง!”

“เฮ้ย! หยุดก่อน คิคุ!”

คุณอาเธอร์คว้าแขนผมที่กำลังเดินตึงตังออกไป ผมสลัดมันออกด้วยความฉุนเฉียว ถ้าไม่คิดจะเข้าข้างผมก็ไม่ต้องมายุ่ง!

“ผมบอกคุณแล้วว่านี่เป็นเรื่องระหว่างผมกับคุณเหยา ถ้าเราตกลงกันไม่ได้ ผมก็จะทำตามวิธีของผม กรุณาอย่ายุ่งกับเรื่องนี้”

“มันทำอย่างนั้นไม่ได้น่ะสิ เรื่องนี้เป็นผลพวงมาจากสงครามใหญ่ครั้งที่ผ่านมานี่ ถ้านายไปมีเรื่องกับหวังเหยา ก็ใช่ว่าเรื่องจะจบกันอยู่ที่พวกนายสองคนเสียหน่อย”

อ้อ... ที่แท้ก็ห่วงตัวเอง จุดประสงค์ของคนพวกนี้ก็มีอยู่แค่นี้ สุดท้ายก็กลับไปเรื่องกอบโกยผลประโยชน์ ผมที่ต่อกรกับพวกเขาได้อย่างเท่าเทียมก็เป็นเหมือนดาบสองคม

“เราแค่อยากให้แถบแปซิฟิกคงอยู่ในสภาพเดิม ช่วยฟังหน่อยเถอะนะ คิคุ การใช้ความรุนแรงมันไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้องหรอก”

“ทำไมครับ? เท่าที่ผ่านมาพวกคุณไม่เคยใช้ความรุนแรงเลยหรือไง ถ้าผมจะทำบ้างมันผิดตรงไหน”

มันต่างจากที่พวกคุณทำยังไง หรือเพราะว่าผมเป็นแค่ประเทศหมู่เกาะเล็กๆ จากตะวันออกถึงทำไม่ได้ หรือว่าพวกคุณกลัวว่าผมจะมีอำนาจมากกว่า สงสัยจะเป็นอย่างหลังกระมัง

“ใจเย็นๆ แล้วก็ฟังพวกเราก่อนได้มั้ย คิคุ นายไม่เคยเป็นแบบนี้นี่”

ก็เพราะว่าผมอดทนมาตลอดน่ะสิครับ! ผมต้องทนให้พวกคุณเหยียบอยู่แบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่ ตลอดชีวิตหรือไง!

“ผมกำลังใช้เหตุผลครับ คุณอาเธอร์ ทำไมถึงเพิ่งจะคิดละครับว่าอยากให้แปซิฟิกอยู่ใน ‘สภาพเดิม’ ถ้าต้องการอย่างนั้นจริง ผมคงต้องขอให้พวกคุณแสดงความจริงใจด้วยนะครับ ถ้าพวกคุณทำได้ผมจะยอมปล่อยมือจากชานดง”

ผมเงยหน้าขึ้นมองทุกคนในห้องนั้น เขากำลังรอให้ผมพูดให้จบ คาดหวังเต็มที่ว่าผมจะยินยอมคืนชานดงให้คุณเหยา

รอยยิ้มท้าทายปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผม ก่อนจะเอ่ยออกไป

“ช่วยปล่อยกัมพูชาไว้อย่างที่ควรจะเป็นนะครับคุณฟรานซิส คุณก็เหมือนกันครับคุณอัลเฟรด เลิกยุ่งกับฟิลิปปินส์ได้แล้ว ส่วนคุณนะครับ คุณอาเธอร์ คืนอินเดียแล้วก็พม่าให้กับประชาชนของที่นั่นด้วยครับ ยุติธรรมกันดี ถ้าพวกคุณทำได้ผมก็จะคืนชานดงให้คุณเหยาเหมือนกัน”

ใบหน้าตกตะลึงจนพูดไม่ออกของเหล่าคนตรงหน้านั้นสร้างความขบขันให้ผมเหลือเกิน คนพวกนี้ทำไม่ได้หรอก เพราะฉะนั้นเขาก็ไม่มีสิทธิ์สั่งให้ผมทำ

“คิคุ... นี่นาย...”

“ถอยไปเลย อาเธอร์!!!”

ร่างของชายชาวอังกฤษถูกกระชากออกไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของคุณอัลเฟรดจะแทรกเข้ามา ฝ่ามือใหญ่ออกแรงกระทบเข้าที่ผิวแก้มอย่างแรงจนหน้าหัน

มันเจ็บสะท้านไปทั่วร่างเลยล่ะครับ...

“รู้ฐานะของตัวเองไว้บ้าง ฮอนดะ! คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน! นายไม่มีสิทธิ์ต่อรอง! ถ้านายจะไม่ยอมคืนชางดงให้หวังเหยาจริงๆ ล่ะก็ พวกฉันนี่แหละจะบังคับให้นายคืนเอง! เป็นแค่ญี่ปุ่นแท้ๆ เลิกคิดฝันเฟื่องได้แล้ว ไม่ว่ายังไงนายก็ไม่มีทางยิ่งใหญ่ได้เทียบเท่าพวกเราหรอกน่า!”

มือใหญ่คว้าคอเสื้อขึ้นมาแล้วตะคอกใส่หน้า ผมไม่ได้มีสีหน้าตกใจเลย กลับยักยิ้มด้วยซ้ำ ในที่สุดก็เปิดเผยธาตุแท้ออกมาแล้วสินะครับ พวกคุณน่ะ... เห็นผมเป็นแค่หมากตัวหนึ่งในการเพิ่มอำนาจบารมีให้

“อัลเฟรด! พอแล้ว! หยุด!!!”

คุณอาเธอร์พยายามดึงร่างใหญ่นั้นแยกออกไป ทว่าก็ไร้ผล

“ห้ามฉันทำไม อาเธอร์! นายอย่าแกล้งทำเป็นไม่รู้หน่อยเลยน่า ฮอนดะน่ะคิดมักใหญ่ใฝ่สูงเกินตัว มันต้องสั่งสอนให้รู้จักสำนึกซะบ้าง!”

“ฉันบอกว่าให้หยุดไง!!!”

คอเสื้อที่ถูกยึดไว้แน่นถูกสะบัดออกอย่างไม่เต็มใจนัก ร่างสูงผละออกไปอย่างหัวเสีย ในขณะที่คุณอาเธอร์ก้าวเข้ามาแทน เขาไม่พูดอะไร เพียงแค่หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาแตะตรงรอยแดงบนผิวแก้มนั่น

ทุกคนต่างรู้สึกกระอักกระอ่วนกับคำพูดเมื่อครู่ของผม มันเป็นเรื่องจริงโดยแท้...

ไม่ยุติธรรม... พวกคุณเคยทำได้ รุกรานดินแดนของคนอื่น ยึดมาเป็นของตัวเองหน้าตาเฉย แต่พอถึงทีของผมบ้าง พวกคุณกลับห้าม สาเหตุเดียวที่คิดออกจะมีอะไรนอกจากพวกคุณอิจฉาผม ไม่อาจยอมรับได้ถ้าผมจะมีอำนาจต่อรองยิ่งใหญ่เท่าพวกคุณ

“ที่นายพูดมาเมื่อกี้ มันก็จริง แต่จะให้พวกเราปล่อยมือจากดินแดนที่เคยได้มาแบบนั้นน่ะ ทำไม่ได้หรอก” คุณอาเธอร์เอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

นั่นไงล่ะ... ทำไม่ได้... แต่จะบีบบังคับให้ผมยอม

ผมรังเกียจความอ่อนแอของตัวเองเหลือเกิน

“อย่าบังคับให้พวกเราต้องใช้ความรุนแรงกับนายเลยนะ คิคุ แค่ชานดงเอง คืนให้หวังเหยาไปก็สิ้นเรื่องแล้ว”

“แล้วไงครับ พอผมคืนให้ หลังจากนั้นแล้วคุณอัลเฟรดก็จะไปแย่งต่อน่ะหรือ อ้อ หรือว่าจะเป็นคุณเสียเองครับ คุณอาเธอร์”

อดไม่ได้ที่จะพูดจาเสียดสีออกไป คนที่อารมณ์ฉุนเฉียวอยู่แล้วจึงลุกมาอาละวาดอีก

“ว่าไงนะ! อยากมีเรื่องนักรึไง ฮอนดะ!!!”

“อยู่เฉยๆ ได้มั้ย อัลเฟรด!” เพียงคำตวาดคำเดียวก็ทำให้อีกฝ่ายยอมเชื่อฟังได้ แต่อย่างไรก็ตามมันไม่เกี่ยวกับเรื่องที่เรากำลังถกเถียงกัน

ทั้งๆ ที่คุณเคยสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างผม... แต่เปล่าเลย คุณไม่ได้เข้าข้างผมเลยซักนิด

“เอาแบบนี้สิ!” เสียงของคุณฟรานซิสเรียกความสนใจของทุกคนไปได้ ดูซิว่าคราวนี้เขาจะมีทางออกแบบไหนมาให้ “พวกเราสี่คนมาเซ็นสัญญาตกลงกันสิ ว่าจะไม่แตะต้องดินแดนแถบแปซิฟิก นับแต่นี้จะไม่มีการยึดครองพื้นที่ ไม่มีการขยายอาณานิคม ให้เกียรติประเทศที่มีเอกราชอยู่แต่เดิม แบบนี้พอใจมั้ยล่ะ”

“เห็นด้วย!” คุณอัลเฟรดยกมือทันที สงสัยจะไม่ผ่านการไตร่ตรองจากหัวสมองกระมัง

“พวกเราสี่คนจะมีหน้าที่จับตาดูกันเอง ถ้าหากมีใครคนใดคนหนึ่งผิดสัญญาล่ะก็จะต้องโดนรุมกินโต๊ะ ยุติธรรมดีออกใช่มั้ยล่ะ”

“เดี๋ยวสิฟรานซิส ถ้าอย่างนั้น สัญญาผูกมิตรระหว่างฉันกับคิคุ—”

“ก็จะไม่มีผลอีกต่อไป” คุณฟรานซิสพูดต่อให้ “ยังไงก็ไม่จำเป็นแล้วนี่ ทั้งอิวานแล้วก็ลุดวิกที่เป็นศัตรูตัวฉกาจของนายก็หมดเรื่องหมดราวกันไปแล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องพึ่งฮอนดะต่อเลย”

“ใช่ ใช่ ไอ้สัญญาผูกมิตรนั่นน่ะ โยนทิ้งไปได้แล้ว นายจะได้รอดพ้นจากกาฝากอย่างฮอนดะซะที”

“แต่—”

คุณอาเธอร์ตั้งท่าจะค้าน แต่ดูเป็นคำค้านที่อ่อนแรงเหลือเกิน จึงถูกคุณฟรานซิสเอ่ยแทรกขึ้นมาอีก

“ส่วนเรื่องชานดง” เขาพูดกับผม “นายก็ยังได้สิทธิ์เข้าไปพักอาศัยเหมือนเดิม แถมได้สิทธิพิเศษด้วย เอาแบบนั้นมั้ยล่ะ ถ้าแค่นั้นฉันว่าหวังเหยาก็ไม่ว่าอะไรหรอก”

“อย่าพูดกันเอาเองแบบนี้สิ! คิคุน่ะ—”

“ตกลงครับ”

ไม่ว่ายังไง ผมคงไม่มีทางเลือกอื่น ถ้าการเสียชานดงไป แลกกับการที่พวกคุณจะไม่มาก้าวก่ายดินแดนแปซิฟิก... แบบนั้นก็ได้ ผมเริ่มจะเข้าใจความรู้สึกของคุณลุดวิกขึ้นมานิดหน่อย การต้องลงนามในสัญญาที่ตนเองไม่เต็มใจช่างขมขื่นใจนัก

ดวงตาสีเขียวที่จ้องมองมานั้นทั้งงุนงงและแปลกใจที่ผมยอมตอบตกลงง่ายๆ

ผมเบื่อแล้วครับ... เบื่อที่จะต้องรอคอยความช่วยเหลืออย่างไม่เต็มใจจากคุณ เพราะจริงๆ แล้ว ผมเองก็เป็นตัวขวางมือขวางเท้าคุณ!

ผ้าเช็ดหน้าที่ถูกยื่นให้หล่นลงกับพื้น และผมไม่สนใจจะหยิบมันขึ้นมาอีก ผมก้าวช้าๆ ไปหาคุณฟรานซิสโดยที่ยังคงสายตาแน่วแน่ของตนไว้ได้

“เนื้อหาของสัญญาจะเป็นยังไงบ้างครับ?”

 

 

เป็นอันว่าตกลง...

ผมก้าวเท้าออกจากห้องประชุมโดยไวเมื่อหมดธุระ ไม่อยากจะเห็นหน้าคนพวกนั้นต่อแม้ซักวินาที ได้ข้อตกลงอย่างที่ต้องการแล้วก็เลิกยุ่งวุ่นวายกับชีวิตผมเสียที!

“คิคุ อย่าเพิ่งไป! เราต้องคุยกัน!”

“จะเอาอะไรอีกครับ”

ผมหยุดอยู่กลางโถงทางเดิน ยังไม่หันไปมองคู่สนทนา

“คือ... เรื่องชานดง มันไม่มีทางเลือกจริงๆ หวังว่านายจะเข้าใจนะ”

ผมกำหมัดแน่น... พยายามระงับความคับแค้นใจเอาไว้อย่างถึงที่สุด

“มีเรื่องจะพูดแค่นี้ใช่มั้ยครับ”

“ฉันรู้ว่านายโกรธ แต่ฉันอยากให้นายมองอีกมุมนึง การที่นายจะผลีผลามทำอะไรลงไปน่ะมันไม่ดีหรอกนะ ความคิดของฟรานซิสที่ยกเรื่องสัญญานั้นขึ้นมาก็สมเหตุสมผลดีแล้ว มันไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อให้เราจับผิดกันหรอกนะ แต่เพื่อความสงบสุขของโลกต่างหาก”

ผมแค่นหัวเราะ “ชักจะพูดเหมือนคุณอัลเฟรดเข้าไปทุกทีแล้วนะครับ หรือผมควรจะบอกว่าคุณอัลเฟรดติดนิสัยพวกนี้มาจากคุณกันแน่”

“ไปคุยกับฉันก่อน อย่าเพิ่งกลับ”

สัมผัสเบาๆ ที่ไหล่ไม่ได้ทำให้รู้สึกอบอุ่น ตรงกันข้าม... กลับรังเกียจจนทนแทบไม่ได้

“ผมไม่มีอะไรจะคุย”

แรงจับที่ไหล่แน่นขึ้น คุณอาเธอร์ยังคงพยายามอธิบายต่อ “เรื่องแบบนี้มันก็เกิดขึ้นได้ นายต้องใจเย็นเข้าไว้ ไม่อย่างนั้นแล้วความวู่วามของนายมันจะย้อนกลับมาทำร้ายนายเอง”

“ขอบคุณในความหวังดี แต่ไม่จำเป็นหรอกครับ คุณอาเธอร์ ไม่ต้องเสียเวลาให้กับผมอีกต่อไปแล้ว ผมดูแลตัวเองได้”

“อย่าพูดอย่างนั้นสิ นายไม่เข้าใจใช่มั้ย คิคุ ฉันบอกแล้วว่าไอ้สัญญาสี่ฝ่ายนั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องอยู่คนละฝ่ายกัน”

เข้าใจชัดครับ มันแปลว่าต่างคนต่างอยู่ยังไงล่ะ!

“คุณอาเธอร์ จะพูดต่อไปทำไมกันครับ เสียดายหรือครับที่หมากที่เรียกง่ายใช้คล่องอย่างผมหลุดมือไป แต่ก็อย่างที่คุณฟรานซิสว่า ผมไม่มีประโยชน์แล้ว ถ้ายังคบกันต่อไปผมอาจจะเอาแต่หาประโยชน์จากคุณอย่างที่คุณอัลเฟรดว่าก็ได้”

“ไม่จริงนะ คิคุ! เอ่อ... มันก็จริงอยู่ไอ้เรื่องผลประโยชน์นั่น แต่—”

“เป็นอย่างนั้นจริงๆ ด้วยสินะครับ!!! คุณอาเธอร์พูดออกมาตรงๆ แบบเมื่อก่อนก็ได้ ผมไม่เสียความรู้สึกหรอก!” ผมพูดแทรกขึ้นมาโดยที่อีกฝ่ายยังพูดไม่จบ สิ่งที่ตามมาจะมีอะไรนอกจากเหตุผลที่ฟังดูดีของสุภาพบุรุษจอมปลอม!

ผมสะบัดแขนของอีกฝ่ายออก ไม่อยากจะฟังอะไรอีกต่อไปแล้ว

“คิคุ! เลิกคิดไปเองแล้วฟังฉันให้จบก่อนได้มั้ย!” เขายังไม่ยอมแพ้เหมือนกันถึงได้คว้าแขนผมไว้ด้วยแรงที่มากกว่าเดิม

“ผมยังต้องฟังอีกหรือครับ คำปลอบใจที่ฟังดูดีของคุณน่ะ ไม่ว่ายังไงผลมันก็ออกมาเหมือนเดิม!”

“พูดอย่างนั้นหมายความว่ายังไง? ฉันทำอะไรให้นายไม่พอใจมากนักรึไง ฉันแค่อยากให้นายสบายใจขึ้นเท่านั้นเอง”

“ไม่จำเป็นหรอกครับ ความปรารถนาดีของคุณน่ะ เอาไปไว้ที่อื่นเถอะ ไม่ต้องมาเอาใจผมหรอกครับ”

“ฉันไม่ได้เอาใจนะ! เพราะว่าฉันชอบนายต่างหากถึงทำดีกับนาย!” ไหล่ทั้งสองข้างถูกตรึงเอาไว้ ร่างถูกดันชิดกับกำแพงให้อยู่นิ่งๆ ในขณะที่ผมยังตีความเหตุผลในคำพูดนั้นไม่กระจ่าง การกระทำต่อมาก็เป็นสิ่งที่เกินคาดคิด

“ฉันรักนาย คิคุ”

ขาดคำใบหน้านั้นก็โน้มลงมา ริมฝีปากอุ่นแนบประกบเข้าทันทีโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ไม่ได้รุนแรง ไม่ได้ใช้เรี่ยวแรงที่เหนือกว่าบังคับ

แต่ว่า...

แต่ว่า!!!

“ทำอะไรน่ะครับ!”

ผมผลักร่างนั้นออกเต็มแรง คุณอาเธอร์ดูจะตกใจเช่นกัน แต่คงไม่เท่าผม!

“ฉันชอบนายจริงๆ นะ ฉันไม่อยากให้เรื่องเล็กๆ นี่ก่อให้เกิดความบาดหมางระหว่างเรา ไม่ว่าใครจะเคลื่อนไหวยังไง ฉันก็ยังอยากให้เรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน”

ไม่เข้าใจ... ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจเลยซักนิดเดียว เมื่อกี้มันอะไร??? คุณอาเธอร์พูดอะไรอยู่???

“อาเธอร์! ยังไม่กลับอีกเหรอ!” บุคคลที่สามปรากฏตัวขึ้นมาราวกับจงใจ คุณอัลเฟรดโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ เขามองหน้าผมที่ยังรับมือสถานการณ์ไม่ถูกแล้วยักยิ้มแบบเดิม

รอยยิ้มที่คอยเหยียดหยามผม...

“อะไรกัน ยังเล่นกับฮอนดะอยู่อีกเหรอ เพราะนายคอยให้ท้ายอยู่อย่างนี้น่ะสิ หมอนี่ถึงชอบนึกว่าตัวเองสำคัญนักหนา” เขาเดินเข้ามาถึงเนื้อถึงตัวในทันที ก่อนจะพูดถากถางผมต่อ “ฉันยอมรับว่านายก็เก่งอยู่หรอกนะ แต่ก็เป็นแค่คนจากตะวันออก อาเธอร์น่ะใจดีก็เลยเล่นด้วยเท่านั้นแหละ”

“หุบปากไปนะ อัลเฟรด!” คุณอาเธอร์หันไปดุเหมือนเดิม แล้วจึงหันมาบอกผม “ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ ที่พูดเมื่อกี้—”

ริมฝีปากที่ขยับอยู่นั้นถูกบังคับให้ปิดลงด้วยริมฝีปากของอีกคน ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่กันที่คุณอัลเฟรดกอดคุณอาเธอร์เอาไว้เต็มอ้อมแขน

ส่วนผมได้แต่ยืนตาค้างเท่านั้น...

“เวลาที่เจอเด็กดื้อน่ะ พวกเราจะชอบทำแบบนี้ให้อีกฝ่ายใจอ่อนแล้วก็ยอมฟังไง บอกว่ารักน่ะ สำหรับพวกเรามันง่ายนิดเดียว”

สายตาใต้กรอบแว่นนั่นดูถูกกันถึงที่สุด ผมแทบจะห้ามตัวเองไม่ให้สั่นเทิ้มด้วยความโกรธไม่ได้...

ใช่แล้ว... ผมน่าจะจำได้ คำว่ารัก... สำหรับพวกเขาไม่มีความหมายอะไรเป็นพิเศษ เป็นเพียงแค่คำติดปากที่แสนสะดวกสบาย...

ทั้งสองคน... หลอกลวง ดูถูกผม

“อย่าไปฟังอัลเฟรดนะ คิคุ! ฉันน่ะ—”

“ผมไม่ได้รักคุณครับ คุณอาเธอร์”

ในตอนนี้... ผมเกลียดคุณครับ

“...ลาก่อนครับ”

ผมสะกดกลั้นความโกรธแล้วหันหลังเดินออกจากที่นั่น ไม่ว่าคุณอาเธอร์จะตะโกนอะไรตามหลังมาก็ไม่ได้เข้าหูผมอีกต่อไปแล้ว...

รู้สึกอึดอัดไปหมด... เป็นครั้งแรกที่รู้สึกแย่ขนาดนี้ ต่อให้ที่ผ่านๆ มาเคยถูกพูดจาดูถูกเหยียดหยามขนาดไหน... ก็ยังไม่รู้สึกเจ็บเท่านี้

ต่อหน้าคนพวกนั้น... ผมร้องไห้ไม่ได้เด็ดขาด จะร้องไห้ไม่ได้เด็ดขาด แม้จะถูกกระทำโหดร้ายเลือดเย็นเพียงใดก็ตาม

บ้าจริงๆ เลย... ผมเองก็รู้อยู่แก่ใจแล้วแท้ๆ ว่าคุณอาเธอร์คบหาผมไปเพื่ออะไร พอหมดประโยชน์แล้ว ก็เป็นธรรมดาที่จะตัดความสัมพันธ์ลง

ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจมาตั้งนานแล้ว...

แต่ทำไมในอกถึงได้รู้สึกเจ็บปวดถึงขนาดนี้กันนะ...

 

 

 

 

To be continued...

 

 

 

จุดเริ่มต้นของการแตกหัก ชะเอิงเอย

 

มันจูบกันแล้วววววววววววววววววววววววว (ตื่นเต้นว่ะ คิดอยู่นานนะเนี่ยว่าจะให้ถึงขั้นจูบกันเลยดีมั้ย...)

 

(กรุณาอย่าถามว่า อาเธอร์คิดกับคิคุยังไง และอัลเฟรดรู้สึกยังไง เพราะดิฉันจะเอาไปเขียนใส่ไซด์สตอรี่ในรวมเล่มค่ะ!!! <--- ทำทันเรอะ???)

 

ดิฉันดำเนินเรื่องเร็วไปป่ะเนี่ย ="=

 

 

(ชักลืมๆ ประวัติศาสตร์)

ต่อจากผลของสนธิสัญญาแวร์ซาย บอกว่า ชานดง (ของจีน) ตกเป็นของญี่ปุ่น (ก็ญี่ปุ่นไปตีคืนมาจากเยอรมันได้) แต่จีนไม่ยอมยกให้ซะอย่างนั้น ไม่ยอมเซ็นสัญญาฮ่ะ แต่ที่ประชุมสนธิสัญญาแวร์ซายเห็นชอบกันแล้ว ตามตอน 10 ที่เล่าไป

แต่พอจีนดื้อไม่ยอมมากเข้า มีก่อการประท้วงภายในประเทศ เรียกว่าขบวนการ 4 พฤษภาคม (May Fourth Movement)

ทางประเทศที่เหลือ (โดยเฉพาะอเมริกา) เลยเข้ามาเจรจาให้ใหม่ ด้วยการจับมาประชุมที่วอชิงตัน (Washington Naval Conference) ให้ญี่ปุ่นคืนมณฑลชานดงให้กับจีนค่ะ แต่กว่าจะเจรจาได้ มันก็จบด้วยการเซ็นสัญญาฉบับใหม่ ชื่อว่า Four-Power Treaty เพิ่มเติมจาก Lansing-Ishii Treaty ที่ญี่ปุ่นเคยเซ็นกับอเมริกา ซึ่งในฟิคไม่ได้พูดถึง หาที่ใส่ไม่เจอค่ะ กร๊ากก อยู่ประมาณตอน 9 ค่ะ ที่ไอ้อ้วนแซวเรื่องจีน อารมณ์แบบพูดกันท่าฮอนด้าว่า อย่าบังอาจไปยึดดินแดนของจีนเชียวนะ

(ต่อมามีประเทศอื่นๆ ร่วมลงนามด้วย กลายเป็น Nine-Power Treaty ค่ะ)

ส่วนสาเหตุ... ไม่รู้ว่าคิดตรงตามประวัติศาสตร์และการเมืองหรือเปล่า หัวสมองดิฉันก็คิดได้ตามในฟิคค่ะ แบบ อารมณ์ว่า ทางฝั่งตะวันตกทั้งหลายน่ะไม่อยากให้ญี่ปุ่นเหิมเกริม สั่งให้คืนชานดงก็ไม่คืน เลยจับทำสัญญาซะเลย (เหมือนจะ)ยุติธรรมดี

ผลของสัญญานี้ก็ทำให้สัญญาพันธมิตรระหว่างอังกฤษและญี่ปุ่น (Anglo-Japanese Alliance) เป็นโมฆะ... (ฟังดูดราม่ามาก!!! ฮากกก มันก๊าวใจ ดิฉันบ้าไปแล้วค่ะะะะะ)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อุกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ฮากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ท่านนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

ยิ่งโมโหยิ่งโมเอ้----------------------

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด สนุกแล้ว สนุก สนุก สนุกกกกกก กรี๊ดดดดดดดดดดด

อ้อ้วนแย่ ทุเรศ มารยาทไม่มี อี๊ๆๆๆๆ
โอ้ยยยยยย เกลียดอีอ้วนนนนนนน เกรียนมากกกกก มารมากกกกกก
คิคุไม่มีใจให้เลยเหรอ หรือมีใจให้แต่ไม่รู้ตัวว *-*

โฮ้ๆๆหวังว่าจะไม่จบคิคุน่าสงสารนะฮือออออ *มามะ มาลูกมาซบอกแม่เร้วว*
อ่านตอนนี้ยิ่ง ฮรึ่มมมม โกดดดแทนนน ประมาณว่าถ้าโกดจริงๆ
ยังไงก็ไม่สนแล้วชะมะลูก อ๊างง เด็ดดวง(?)เด็ดขาดมากกก
โอ้ยยยยย ชอบบบบบบบบบบบ หมั่นไส้อีอ้วนนนน -*-

#2 By ไce-จะ-อิ๊ on 2009-01-10 22:39

โอยยยย ยิ่งอ่านยิ่งหมั่นไส้อัลฟ์ชะมัด
สงสารท่านมากมาย
/me ไปดูMADเบญจมาศยามเช้าย้อมใจ 5 ตัวรวด

#3 By ~MaNa~ on 2009-01-10 22:51

ริมฝีปากที่ขยับอยู่นั้นถูกบังคับให้ปิดลงด้วยริมฝีปากของอีกคน ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่กันที่คุณอัลเฟรดกอดคุณอาเธอร์เอาไว้เต็มอ้อมแขน
<< กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ถึงไม่ใช่แฟนเบย์เอย์ก็ขอกรี๊ดดดดดดดดดด
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


คุณกีค่ะ ออกแล้วดิฮั้นจอง 1 เล่มค่ะ
โอววววววววววววว

ทำไมตอนนี้มันเต็มไปด้วยความรุนแรงแบบนี้เนี่ย!

ตกลงกันอย่างรุนแรง!
จูบกันอย่างรุนแรง!
ตบกันอย่างรุนแรง!

ดูบ.บำบัดแค้นมากไปใช่ไหมค่ะคุณกี

#4 By Anlegy RO on 2009-01-10 22:55

“ถ้าคุณเหยาไม่ยอมเซ็น ผมจะบังคับให้เซ็นเอง!”

กรี๊ดดด ทำเลยยย อยากเห็น เอ้ย..

“ช่วยปล่อยกัมพูชาไว้อย่างที่ควรจะเป็นนะครับคุณฟรานซิส คุณก็เหมือนกันครับคุณอัลเฟรด เลิกยุ่งกับฟิลิปปินส์ได้แล้ว ส่วนคุณนะครับ คุณอาเธอร์ คืนอินเดียแล้วก็พม่าให้กับประชาชนของที่นั่นด้วยครับ ยุติธรรมกันดี ถ้าพวกคุณทำได้ผมก็จะคืนชานดงให้คุณเหยาเหมือนกัน”

ไม่มีเอ่ยถึงไทยเพราะอะน้าเทพ....(ฮา...ไม่ได้ตั้งใจ แต่เห็นเอ่ยถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้วก็อดไม่ได้)

อ่านมาแรกๆไม่คิดมาก แต่รู้ว่าเครียด อีตอนคิคุตอกกลับนี่เครียดตาม.... เป็นแซดอย่างแรง

พี่ฟรานซ์ยังคงดูเป็นพี่ชายที่พึ่งพาได้ หาทางออกมาให้ทุกคนจนได้เช่นเคย ฮา

สงสารคิคุ....เจอเฮร่าไวๆนะ(แต่เจอแล้วก็ยังสงสารอยู่...ในความหมายใหม่....)
(น่าเศร้าว่ะ ประเทศที่ไม่อาจเข้ากับตะวันตก และไม่สามารถหวนคืนสู่ตะวันออก พอดีเพื่อนเขาบอกมาว่า จริงๆทั้งจีนและเกาหลีแอนตี้ญี่ปุ่นไม่น้อยเลย(ตัวอย่างก็มีให้เห็นในครอบครัวเพื่อนอีกคน...))

เศร้า

#5 By shiny on 2009-01-10 23:16

อ่านไปน้ำตาซึม ฮือ คิคุ แต่ไปๆมาๆกลายเป็นว่าตอนนี้ชอบขึ้นมานิดหน่อยค่ะอัลเฟรดล่ะค่ะ (ก๊ากกกกกกเรียกชื่อแล้ว!) คือ ตอนกระชากคอเสื้อ ชอบใจเพราะ โมโหแบบมีสาระ ได้ใจค่ะก๊ากกกกกกก แต่ความได้ใจนั้นหมดไปทันทีเมื่อโผล่มาเป็นก้างแล้วจูบอาเธอร์อีกตะหาก ฮร่วย ไอ้เบอร์เกอร์ร์ร์ร์ (เอ้อออออ echo) อาเธอร์ซังก็น่าจะโมโหอัลเฟรดมากๆหน่อยคิคุจะได้ไม่น้อยใจแบบนี้ อ่ากกกกกกกก สงสารรรรรร คิคุของเฮาTvT น้ำตาซึม ใช่ซี่ แค่ประเทศเล็กๆจากตะวันออกเอง แต่ต่อไปคุณเหยาจะเป็นใหญ่นะขอบอก ต่อไปทุกคนจะมาก้มคำนับ ชิชะ จำไว้นะพวกเจ้า!
ทุกคนที่อ่านเมนท์นี้: "เอ่อ เป็นอะไรมากหรือเปล่า"
กรี๊ด พี่กีคะ จะออกหนังสืออย่างนี้ฝ้ายต้องรีบไปติดต่อสายสืบให้เป็นตัวแทนไปซื้อในงานเลยค่ะ ก๊ากกกกกกก
โอ้ย จริงๆมาคนแรกเลยค่ะ commentยังเป็น0 แต่มัวแต่เน็ตเน่าโพสต์ไม่ติด

#6 By songsage on 2009-01-10 23:18

อ...อัพไวมากค่ะ =w=!!

โหวตน้องคิคุ!! พูดจาโดนใจอย่างแรง
อ่านประวัติศาสตร์ช่วงนั้นแล้วแอบหมั่นไส้สัมพันธมิตรนานแล้ว

อ้วน...ยังแย่อยู่ แต่ฉากจูบหล่อ(เลว)ดีจัง
คุณพี่ฟรานซิส...ดูพึ่งพาได้ รัศมีจับเชียว
อาเต้อ...ตัดใจจากเขาเถิด เพราะเราไม่ได้เกิดมาคู่กัน TwT

ตามอ่านอยู่เรื่อยๆค่ะ big smile
เม้นท์บ้างไม่ได้เม้นท์บ้าง (เม้นท์ไม่ทันบ้าง...ขยันอัพจริงๆ sad smile )
อ่านเป็นกำลังใจในการปั่นงาน >_<!!

#7 By moth on 2009-01-11 17:52

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด

โคดชอบตอนนี้ อัลฟ์คะ แกช่างงงงงง
ทำตัวได้ร้ายกาจเหลือเชื่อ

ส่วนคิคุก็อย่าหูเบาไปเชื่อเค้าเซ่!!

สงสารท่านอาเธอร์อ่ะ ฮือออออ ทั้งๆที่ซึน แต่ยอมบอกรักคิคุไปตั้งหลายครั้ง แต่คิคุดันไม่เชื่อ โอ้ยยยย ปวดใจ

ส่วนเรื่อง ปวศ แอบสะใจ ตอนคิคุซังด่าเรื่องที่พวกมหาอำนาจในยุโรปเข้ามายุ่งกับประเทศในเอเชีย ในฐานะที่เป็นคนเอเชีย ก็ไม่ชอบไอ้พวกนี้เหมือนกัน ด๋อยยย เห็นว่าตัวเองเก่ง เลยมายุ่งเรื่องชาวบ้าน ทำเป็นวางอำนาจในประเทศคนอื่น
พวกยุโรปมันเข้ามากอบโกยผลประโยชน์จากคนเอเชียโดยแท้ ไทยก็โดน ชริๆ โกรธ

#8 By Mercutery on 2009-01-20 00:55

ช่วงแรกๆ...คะแนนอยากโดนตบอัลฟ์อ้วนเยอะมากกกกกกกกก

บังอาจ!! บังอาจมาว่าท่านคิคุได้ไงยร้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา ที่ท่านเขาพูดน่ะจริงจริงทั้งนั้น!!

แต่ตอนจูบนี่..แบบ...แบบว่า...

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
เอาใจไปเลยอ้วน!!

ปล.ใจจริงท่านก็คงมีความรู้สึกดีๆ ให้ท่านอาเธอร์... แต่อิอ้วนมารรรรรรรรรรรรรร เคอะ!!

#9 By Lina on 2009-01-23 21:43

คุณคิคุทนมาได้ถึง 12 ตอน
และตอนนี้ ท่านวีนแล้วค่ะ O__o!!
ตอนคุณคิคุวีน...น่ากลัว พูดตรงจนหลายๆคนสะอึก
แถมดื้อแพ่ง หัวแข็งยิ่งกว่าอะไร

แอบสครีมตอนอัลฟ์เดินมาฉกริมฝีปากท่านอาเธอร์ต่อหน้าคุณคิคุนี่ล่ะค่ะ * p *
(ถ้าจะให้ดี มันต้องไปชิงรอยจุ๊บของท่านเธอร์คืนจากริมฝีบากหนุ่มตะวันออกคนนั้นด้วยยยยย) <-- ยังหวังเบย์นิจิค่ะ ฮา~

แต่คราวนี้ชื่นชมคุณพี่จริงๆค่ะ ดูพึ่งพาได้ขึ้นมาเลย!

#10 By purin•po♥([∂]ω[∂])~♪ on 2009-05-22 23:04