[Hetalia Fanfiction] Pollen (6)

posted on 20 Dec 2008 20:52 by keechan  in Fiction

วันนี้ร้องไห้ไปหนึ่งยกเหตุเพราะความโง่ของตัวเองกับกดดันตกค้างจากสอบโครงร่างเมื่อวาน...

ตอบเม้นนนนน

พีซ - แก้ไม่หาย เหมือนแบบ... โผล่มายังไงต้องขอซึนทุกซีน 5555

กล้าม - พยายามลดความซึน อัพความหล่อให้ใบชาต่อไป

ไชนี่ - ขอบคุณสำหรับข้อมูลท่องเที่ยวฮ้า ร๊ากฮอนด้าาาา

เหรียญ - เพื่อนเหรียญเปลี่ยนใจง่ายจริง ก๊ากกก อ่ะ ดูซิตอนนี้จะเชียร์ใคร ส่วนลางนั่น อีกนาน...

ซาคุโร่ - ราบรื่นขึ้นแล้ว แต่มีแววระหองระแหงกันเพราะจูนคลื่นไม่ตรงกันหลายอย่าง (โถ ฮอนด้า) (ทำไมฉันไม่สงสารใบชาฟะ) ตอนนี้มีช่องให้คิดได้อีกแล้ว (ฮา) หายนะ... ยังอีกยาวนาน

คุณ moth - แววโศกกำลังเพาะบ่มค่ะ กะดึ้บบบบ กะดึ้บบบบ อยู่ เราไม่กระชากอารมณ์ (จริงๆ คือเขียนยืด 555)

 

 

 

ขอบคุณค่ะ!

 

 

 

Pollen (6)

(Prequel to Petal)

 

 

“อาเธอร์! อาเธอร์อยู่ไหนน่ะ! ฉันมีเรื่องจะให้นายช่วยหน่อย”

เสียงดังมาก่อนตัวอันเป็นเอกลักษณ์บุกรุกเข้ามาพร้อมเสียงฝีเท้าถี่ๆ จนหนุ่มอังกฤษขมวดคิ้วมุ่น เขาวางปากกาลงแล้วลุกออกไปด้วยอาการฟึดฟัด ก่อนจะยื่นหน้าออกไปตะโกนด่า

“บอกตั้งกี่ครั้งแล้วว่าให้เลิกโหวกเหวกโวยวายอย่างนั้นเสียที! คนอย่างนายนี่นะ! แล้วก็รู้จักรอเจ้าบ้านอนุญาตก่อนจะเข้าบ้านคนอื่นเขาด้วยสิ!”

ท่าทางแค่ยื่นหน้าออกไปจะไม่พอ คุณอาเธอร์เดินออกไปรับหน้าแขกไม่ได้รับเชิญ ทว่าเสียงสนทนาดังพอที่จะได้ยินชัดทั้งหมด

“ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ไม่คิดถึงฉันบ้างเหรออาเธอร์ อย่าใจจืดใจดำอย่างนั้นสิ ฉันอุตส่าห์ช่วยเข้าข้างนายเรื่องดินแดนของกายอานาเชียวนะ จะไม่ขอบคุณกันเลยรึไง”

“เหอะ ทำไมฉันต้องขอบคุณ— อะ เฮ้! ปล่อยฉันลงนะ!”

คุณอาเธอร์โวยวายดังขึ้นอีก แต่ดูท่าอีกฝ่ายจะไม่ได้สนใจเอาเสียเลย

“ยังเหมือนเดิมเลยนะ อาเธอร์ คิดถึงจัง”

“จ... เจ้าเด็กบ้านี่! บอกให้ปล่อยไงเล่า!”

สงสัยว่าสุดท้ายแล้วอีกฝ่ายคงจะยอมทำตามเสียงประท้วง ไม่เช่นนั้นแล้วคงคุยกันต่อไม่ได้แน่

“จู่ๆ ก็มา แบกปัญหาอะไรมาให้ฉันอีกล่ะ ฉันมีแขกอยู่ด้วย”

“ฉันมีเรื่องกับแมทธิวนิดหน่อยน่ะ อยากให้นายช่วยไกล่เกลี่ย อย่าลืมเข้าข้างฉันนะ”

“นายนี่นะ ไปทะเลาะกับอันโตนิโอเสียใหญ่โต แย่งเปอร์โตริโกมาก็แล้ว คิวบาก็แล้ว ยังมีกวมกับฟิลิปปินส์อีก คราวนี้ก็ไปหาเรื่องแมทธิวอีกแล้วเรอะ”

“ก็พอฉันยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว นายก็จะได้สบายไงล่ะ”

“สบายบ้าบออะไรล่ะ”

“ฉันรู้ว่านายต้องอยู่ข้างฉัน ใช่มั้ยล่ะอาเธอร์”

เสียงทุ้มเอ่ยทำนองออดอ้อนเช่นนั้น ผมนึกภาพตามแล้วดูไม่เข้ากับเจ้าตัวเอาเสียเลย

“นี่เรอะเรื่องด่วนของนาย เอาไปไกลๆ ก่อนเลย ตอนนี้ฉันมีแขก— เฮ้! อัลเฟรด! ฉันบอกว่ามีแขกไง!”

คนไร้มารยาทเดินบุกเข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง พอเห็นผมนั่งอยู่ในห้องก็ทำสีหน้าแปลกใจระคนดูถูกอย่างไรชอบกล

“อะไรกัน นายเองเหรอ ฮอนดะ”

“สวัสดีครับ คุณอัลเฟรด”

ผมเอ่ยทัก ปิดเอกสารข้อมูลลับเกี่ยวกับคุณอิวานที่ผมเปิดเผยให้คุณอาเธอร์รู้เมื่อครู่ลง แล้วก็อย่างที่คาด อีกฝ่ายไม่มีอัธยาศัยพอที่จะไม่คิดทักตอบ

“นายมาทำอะไร”

ผมยิ้มบางตอบไปอย่างไว้ท่าที “ผมเกรงว่าจะเป็นข้อมูลที่สามารถบอกกล่าวได้ระหว่างประเทศที่เป็นพันธมิตรกันเท่านั้นนะครับ”

คุณอัลเฟรดช่วงนี้ก็ไม่ค่อยแวะมาที่บ้านผมเหมือนแต่ก่อนแล้ว เขาคงจะยุ่งอยู่กับการไปไล่ตามหาดินแดนมาปกครองเสียเยอะแยะ ก็แค่เลียนแบบเรื่องที่คุณอาเธอร์เคยทำมาก่อนเท่านั้นเอง

ฮีโร่อะไรกัน... ก็แค่ตัวร้ายที่อยากจะครองโลกเท่านั้นแหละ

“ทำไมหมอนี่มาอยู่ที่นี่ได้” เขาหันไปถามคุณอาเธอร์แทน

“พูดให้มันดีๆ หน่อย ตอนนี้ฉันกับฮอนดะเป็นพันธมิตรกันอย่างเป็นทางการแล้ว รู้จักระวังปากไว้บ้างนะ เอาแต่ไปตะลอนๆ จนไม่รู้สถานการณ์ทางนี้แล้วล่ะสิ”

คุณอาเธอร์ตำหนิแล้วเสียดสีเข้าให้ รู้สึกสะใจไม่น้อย เป็นคำด่าที่เหมาะกับคนที่สนใจแต่เรื่องของตัวเองดีทีเดียว

ร่างสูงชักสีหน้าไม่พอใจขึ้นมาทันทีโดยไม่ปิดบัง แล้วเอ่ยสบประมาทกันอย่างไม่ไว้หน้า

“คิดยังไงของนายกันนะถึงไปเป็นพันธมิตรกับหมอนี่ ก็แค่เกาะเล็กๆ เองไม่ใช่เหรอ คุ้มกันรึเปล่าก็ไม่รู้”

“อัลเฟรด!”

คุณอาเธอร์เอ่ยขัดขึ้นเพื่อปราม แต่ดูเหมือนว่าคุณอัลเฟรดจะไม่ยอมหยุดพูด ผมพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แม้คำดูถูกเหยียดหยามนั่นยากจะให้อภัย

“คงจะไม่ลืมนะว่านายลืมตาอ้าปากได้เพราะว่าสินค้าทันสมัยใหม่ๆ ที่ฉันส่งไปให้ เดี๋ยวนี้รู้จักยกตัวเทียบเท่าอาเธอร์แล้วเชียวเรอะ ยังห่างชั้นกันนะฮอนดะ”

จริงครับ เพราะสินค้าที่คุณยัดเยียดมานั่นทำให้ผมเรียนรู้โลกภายนอกได้ดี แต่จะมีประโยชน์อะไรถ้าหากคุณขนกองสินค้ามาเป็นภูเขา แต่ผมใช้มันไม่เป็น

ที่ผมยืนหยัดมาได้ ณ จุดนี้น่ะ เพราะความสามารถของตัวเองต่างหาก

“ออกไปเลย อัลเฟรด! มีธุระก็ไปนั่งรอที่อื่น!”

คนตัวใหญ่กว่าถูกดุนหลังออกไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไหร่ แต่ก็ยอมเดินออกไปในที่สุด

ส่วนหนึ่ง เพราะคงรู้ดีว่าเขาทำอะไรผมไม่ได้ ในเมื่อผมเป็นพันธมิตรกับคุณอาเธอร์แล้ว หากคุณอัลเฟรดตั้งตนเป็นศัตรูกับผม ก็ย่อมเท่ากับว่าเป็นศัตรูกับคุณอาเธอร์ด้วยเช่นกัน

เป็นผลประโยชน์ที่เห็นได้ทันตาเลยนะครับ ผูกมิตรกับคุณอาเธอร์นี่ช่างดีจริงๆ

สองคนที่เดินออกไปนั้นไม่ได้ระแวดระวังเอาเสียเลยว่าเรื่องบางเรื่องควรจะพูดในที่ลับ เสียงพูดคุยลอดเข้ามาในห้องเพราะทั้งสองคนยังคงไม่หยุดถกเถียงกัน

“นายจะไปหาเรื่องเขาทำไม ก็รู้นิสัยฉันดีไม่ใช่เหรอ ถ้าไม่ได้ประโยชน์ที่คุ้มค่าแล้วล่ะก็ฉันจะร่วมมือกับหมอนั่นทำไม!”

รู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ที่ผมแอบฟังบทสนทนาลับหลังที่พาดพิงถึงตัวเอง แต่จะเรียกว่าแอบฟังก็ไม่ถูกนัก ก็แค่ว่าประตูยังเปิดแง้มทิ้งไว้ ผนังห้องก็กั้นเสียงได้ไม่มิด ทั้งสองคนก็ไม่ได้คุยกันเสียงเบาถึงขั้นกระซิบกัน และผมเองก็หูดีจนได้ยินชัดเจนทุกคำก็เท่านั้น

“ฉันว่าหมอนั่นชักจะฮึกเหิมใหญ่เกินตัว มาจากตะวันออกแท้ๆ ดันจะมาทำตัวระดับเดียวกับพวกเราได้ยังไง ระวังไว้เถอะ อาเธอร์ สักวันหมอนั่นจะมาแว้งกัดนายได้”

“ดูถูกกันรึไง อัลเฟรด คิดว่าฉันโง่นักเหรอ ฉันไม่ได้ประคบประหงมเขาจนเหลิงในอำนาจเหมือนนาย! ฮอนดะเป็นคนซื่อตรง เขารู้ดีว่าเส้นไหนควรข้ามเส้นไหนไม่ควร”

...พูดถูกครับ คุณอาเธอร์... ผมรู้ว่าตัวเองมีความสามารถแค่ไหน และควรจะอยู่ที่ตรงไหน ณ ตอนนี้

“แต่—”

“ไม่ต้องพูดมาก เลิกต่อปากต่อคำแล้วไปนั่งรอเฉยๆ ในห้องนั่งเล่นได้แล้ว”

เสียงฝีเท้าสองคู่เดินห่างออกไป คุณอัลเฟรดคงยอมทำตามที่คุณอาเธอร์สั่งแล้วกระมัง

สักพักเจ้าของบ้านก็กลับเข้ามาในห้องทำงาน มีท่าทีลำบากใจและสำนึกผิดแทนแขกที่ไม่รู้จักกาลเทศะ ทว่าก็คงคิดว่าไม่ใช่ธุระของตนที่ต้องมาขอโทษแทน

“เจ้าเด็กนั่นมันก็บ้าแบบนี้แหละ หวังว่านายจะไม่ถือสานะ”

เขาเอ่ยแก้ต่างให้ แน่ล่ะ พวกคุณมีรากเหง้ามาจากที่เดียวกัน ก็ต้องเห็นดีเห็นงามไปด้วยกันอยู่แล้ว

“ไม่เป็นไรหรอกครับ คุณอัลเฟรดที่พูดจาแบบนั้น ผมชินแล้ว”

ถือว่าตัวเองมีอำนาจบาตรใหญ่ก็เลยพูดจาขวานผ่าซากได้แบบไม่เกรงใจใคร ปล่อยให้เขาหยิ่งผยองไปก่อนเถอะครับ เขาคงไม่คิดว่าคนอื่นจะทำแบบเดียวกันได้บ้าง

ผมเลิกพูดเรื่องนั้น แล้วเราก็เริ่มว่าธุระกันต่ออย่างเป็นการเป็นงาน ข้อมูลสำคัญที่ผมมีคือจุดอ่อนของคุณอิวาน การปล่อยข้อมูลนี้ให้คุณอาเธอร์จะทำให้ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย เราเข้าเรื่องต่อโดยที่ไม่ปล่อยให้การขัดจังหวะแย่ๆ นั้นมาทำให้เสียเวลา

“ข้อมูลที่ผมรู้มา ก็มีเท่านี้แหละครับ”

อีกฝ่ายจรดปลายปากกา รวบรวมข้อมูลจากผมอย่างตั้งอกตั้งใจ หมดธุระแล้วผมจึงเก็บเอกสารลับสำคัญนั้นใส่กระเป๋า ตั้งใจว่าจะกลับทันที

“งั้นวันนี้ ผมขอตัวก่อนนะครับ”

“ทำไมรีบไปนักล่ะ ไม่อยู่พักต่ออีกสักคืนเหรอ”

“ไม่ดีกว่าครับ คุณอาเธอร์เองก็รีบเถอะครับ เดี๋ยวคุณอัลเฟรดจะรอนาน”

“ฉันบอกว่าไม่ให้นายใส่ใจกับคำพูดของหมอนั่นไง”

“ผมไม่ได้ใส่ใจครับ”

ผมเอ่ยปฏิเสธแล้วจัดแจงเก็บของ

“นายโกรธอยู่ใช่มั้ย เพราะว่าฉันปล่อยให้หมอนั่นทะเล่อทะล่าเข้ามาล่ะสิ”

“เปล่าครับ”

ก็ไม่ได้โกรธจริงๆ นี่ครับ ทำไมต้องมาคาดคั้นให้ผมโกรธด้วยล่ะ ผมรู้ดีว่าที่คุณยอมร่วมมือด้วยมันก็เพราะเรื่องผลประโยชน์ทั้งนั้นอยู่แล้ว ผมไม่เรียกร้องอะไรมากกว่านั้นหรอก

ผมปิดกระเป๋าล็อค ลุกขึ้นยืนเตรียมตัวจะออกจากห้อง ทว่าถูกจับไหล่รั้งไว้

“หันหน้ามาพูดกับฉันดีๆ ฮอนดะ”

ผมดื้อแพ่งไม่ยอมทำตามคำสั่งนั้น เพราะคุณไม่มีสิทธิ์สั่งผม

“ผม... รู้ดีครับว่าตัวเองอยู่ในตำแหน่งไหน ผมจะไม่ทำให้คุณอาเธอร์เดือดร้อนหรอกครับ”

ในเมื่อเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว... เพื่อผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย

“นายโกรธอยู่จริงๆ ด้วยใช่มั้ย”

ผมเลือกที่จะไม่ตอบ บอกปฏิเสธไปแล้วคุณก็ไม่เชื่ออยู่ดีนั่นแหละ

จู่วงแขนของอีกฝ่ายก็โอบรอบลำคอ สัมผัสสุภาพเบาบางคล้ายจะแทนคำขอโทษ... แต่นั่นอาจจะเป็นสิ่งที่ผมจินตนาการไปเองก็เป็นได้

“เอ่อ... คุณอาเธอร์ครับ”

“นายเป็นเพื่อนฉันนะ ฮอนดะ ถ้ามีอะไรในใจล่ะก็... อย่าเก็บไว้”

น้ำเสียงทุ้มเอ่ยเบาๆ แทบจะเป็นเสียงกระซิบ

ผมยกมือขึ้นแตะอ้อมแขนอันนั้น ช่วงเวลาที่ผ่านมา พอสนิทสนมกันมากขึ้น คุณอาเธอร์ก็มักจะชอบแตะเนื้อต้องตัวแล้วก็กอดบ่อยๆ เวลาที่ดีใจ แต่อ้อมกอดครั้งนี้... ผมรู้สึกว่ามันแตกต่างออกไปนิดหน่อย

“ขอบคุณครับ คุณอาเธอร์”

ที่ใจดีกับผม... ถึงคุณจะเห็นผมเป็นแค่ประโยชน์ของคุณ

“ผมไม่ได้คิดอะไรจริงๆ ครับ”

กับคุณอัลเฟรด... ผมในตอนนี้ยังทำอะไรเขาไม่ได้ แต่อีกต่อไป... ก็ไม่แน่ เพราะฉะนั้นผมจะอดทนไปก่อน อย่างน้อยมีคุณหนุนหลังผมคงไม่ถึงขั้นถูกเหยียบจนยับเยิน

ผมค่อยๆ หันไปมองอีกฝ่าย ดวงตาสีเขียวจ้องมองมาอย่างห่วงใย อา... ผมคิดไปเองอีกแล้วสินะ คุณอาเธอร์จะห่วงผมได้อย่างไรกัน เขาห่วงตัวเองต่างหาก

“ไม่เป็นไรหรอกครับ”

ผมกล่าวย้ำ อีกฝ่ายหน้าแดงเรื่อขึ้นมา แล้วสะบัดหน้าหนี

“ก... ก็ดี! ถ้านายคิดฟุ้งซ่านแล้วเกิดมุทะลุทำอะไรขึ้นมาฉันก็จะซวยไปด้วยน่ะสิ! ถ้าเป็นไปได้ฉันก็ไม่อยากมีเรื่องกับอัลเฟรดหรอกนะ”

“ครับ ผมรู้ดี”

ตราบใดที่คุณกับผมยังผูกติดกันด้วยข้อตกลงในสัญญา ผมจะเคารพความคิดเห็นของคุณ

“แล้วไว้เจอกันนะครับ”

ทว่าก่อนที่ขาจะได้ก้าวออกจากห้องนั้น เสียงจากคนข้างหลังก็รั้งเอาไว้อีกครั้ง

“ฮอนดะ คิคุ!”

ผมยั้งขาเอาไว้ แล้วรอให้อีกฝ่ายพูด

“อย่าลืมที่พูดเมื่อกี้นะ นายเป็นเพื่อนฉัน! ถ้ามีเรื่องอะไรคิดจะทำล่ะก็ต้องปรึกษาฉันก่อนนะ!”

ผมหันมายิ้มบางๆ ให้อีกครั้ง ก่อนจะเดินจากมา
 

 

 

 

To be continued...

 

 

ห่อเหี่ยว...

 

(แต่ยังเขียนฟิคต่อได้???)

 

ประวัติศาสตร์ เอิ่ม ก็ช่วงคาบเกี่ยวกันตอนนี้ 

1895 อังกฤษมีปัญหาเรื่องดินแดน กายอานา (ที่ตอนนั้นเป็นอาณานิคมของอังกฤษ) กับประเทศเวเนซุเอลา ซึ่งทางอเมริกาได้เข้ามา (เนียน) ไกล่เกลี่ย ให้อังกฤษได้ส่วนพื้นที่ที่ตนต้องการไป (เข้าข้างกันเห็นๆ)

1898 อเมริกาได้ครอบครองเปอร์โตริโก้ คิวบา กวม และฟิลิปปินส์สำเร็จจากประเทศสเปน (ก็รบกัน แล้วแย่งดินแดนเขามาอ่ะแหละ)

1903 อเมริกาและแคนาดาขัดแย้งกันเรื่องแบ่งดินแดนแถบอลาสก้า (ตรงไหนก็ไม่รู้) แล้วอังกฤษก็จะมาช่วย (เนียน) ไกล่เกลี่ย อเมริกาเลยได้ข้อตกลงแบบที่ตัวเองต้องการไป (รักกันดีนะเนี่ย...)

 

ส่วน ไอ้อ้วนที่มาด่าๆๆๆ ฮอนด้าจังหลังทำสัญญาผูกมิตรกับใบชาเพราะหึงเนี่ย ไม่มีในประวัติศาสตร์นะจ้ะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

พอจะเ้มนท์ หน้าเอกทีนก็แฮงค์ โนวววววว

คุณอ้วน(ไม่เรียกไอ้อ้วนก้อด้าย เด๋วโดนสาวกคุนอ้วนตื้บเอา) เข้ามาโวยวายราวกับบ้านอาเทอร์เป็นบ้านตัวเองเลยนะคะ
โอววว พี่อาเทอร์ค่ะ ปรามๆเด็กในสังกัดบ้างสิคะ

“หันหน้ามาพูดกับฉันดีๆ ฮอนดะ”
<< เหมือนอาเทอร์พูดกับเด็กๆเลย (อยู่ๆภาพตอนอาเทอร์เลี้ยงอัลฟ์มันก็ลอยมา)

บร้า---- ถึงเนื้อถึงตัวฮอนด้าคุงทุกตอนเลยนะคะอาเทอร์ขา คุนโรเสียวฮอนด้าย้ายหม้อข้าวมาบ้านพี่อาเทอร์

#1 By Anlegy RO on 2008-12-20 21:40

อัลฟ์คะ แหมๆ ทำตัวหึงออกนอกหน้ามากๆ แต่ไอ้นิสัย จู่ๆก็โผล่มา(ยุ่ง)ประเทศคนอื่นนี่ ช่างสมเป็นอเมริกา555

ท่านอาเธอร์ก็ยังซึนต่อไปได้อีกกกก เป็นห่วงก็บอกตรงๆเห้อออ ทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดซะเปล่าๆ

คิคุซัง ยังคงโมเอะ น่ารัก ไอ้ที่บอกว่าไม่โกรธ แต่ท่าทางมันเหมือนงอนเลยนะฮร้าาาา แหมๆ จริงๆก็เริ่มจะหวั่นไหวอยู่ลึกๆแล้วใช่มั้ยล่ะ อิอิ

ตอนนี้เชียร์ใครดีล่ะ555 ก็กรีซไม่มีบทอ่ะ เชียร์ท่านอาเธอร์ต่อไป ส่วนอัลฟ์ ก็ปล่อยให้อกหักไปเถอะ

รอดูฉากเหมือนในแมดคลิปนั้นนะจ๊ะ

#2 By Mercutery on 2008-12-20 21:57

อัลฟ์มันแย่
อ่านแต่บทพูด ไม่ดูเสียงพากษ์(?)จากน้องคุคิก็ยังแย่ >[]<
ไม่ใช่ตัวร้าย แต่เป็นนาง(?)ร้ายตะหากล่ะ

อา..สามเส้าช่างเร้าใจ cry

แต่ดูเหมือนช่วงนี้ อัลฟ์จะยังมองท่านเธอร์เป็นผู้ปกครองอยู่บ้างสินะนี่...
ยังเชื่องอยู่หน่อยๆ

"ถ้าไม่ได้ประโยชน์ที่คุ้มค่าแล้วล่ะก็ฉันจะร่วมมือกับหมอนั่นทำไม!”
<< แปล๊บแทน... คิคุช่างอดทน

#3 By moth on 2008-12-20 23:06

แฮ่ มาอ่านรวดเลย>_<
นังอัลเฟรดทำตัวน่าตีTwT พี่อาเธอร์ก็น่าตีฮือๆTwT คิคุคุงน่าสงสารฮือๆ
แอบเดาไม่ถูกเลย เชียร์ก็ไม่ถูกกร๊ากแต่ชอบหมดเลย~สามเศร้าเร้าใจฮี่ๆ

#4 By nasu on 2008-12-20 23:26

อ่านตอนที่อัลฟ์กับอาเธอร์คุยกันสองคนแล้ว แอบปวดใจแทนคิคุ รู้อยู่นะว่าคบเพราะอะไรแต่ได้ยินเองนี่คงเจ็บอ่ะ(สำหรับเรา)

ตอนที่อาเธอร์มาโอ๋คิคุตอนท้ายๆ มันทำให้เรารู้สึกว่า นี่มาเอาใจเพื่อให้อยู่ข้างเดียวกันต่อละสิเนี่ย แต่ก็นะ ต่างคนก็ต่างคบกันเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองอยู่แล้ว(ในเรื่องก็เน้นแล้วนา)

ที่อัลฟ์ด่าเผลอนึกว่ามีจริงๆ ออกนอกหน้ามาก(เหม่ หยั่งกะอัลฟฟี่ไม่เคยออกนอกหน้ามาก่อนซะงั้น)

#5 By ป้าแดง underground on 2008-12-21 00:12

เอาด้วยคน...

อีอ้วนมันแย่--------------------------!!!

นึกหน้ามันออกเลยค่ะ โหวกเหวกโวยวาย แถมถ่อยอีก อี๊ๆๆ

“ฉันว่าหมอนั่นชักจะฮึกเหิมใหญ่เกินตัว มาจากตะวันออกแท้ๆ ดันจะมาทำตัวระดับเดียวกับพวกเราได้ยังไง ระวังไว้เถอะ อาเธอร์ สักวันหมอนั่นจะมาแว้งกัดนายได้”
อ่านประโยคนี้แล้วอยากแช่งให้ไขมันอุดตันในเส้นเลือดตายค่ะ!!!

อีอ้วนหึงไม่สร้างสรรค์ ท่านอย่ายอมมันนะค๊ะะะะะะ!
ปล้ำใบชาตัดหน้าแม่มเรยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!




*โดนพี่กีถีบออกจากบลอก*

#6 By Zakuro on 2008-12-21 04:06

“ฉันมีเรื่องกับแมทธิวนิดหน่อยน่ะ อยากให้นายช่วยไกล่เกลี่ย อย่าลืมเข้าข้างฉันนะ”

^
พอทะเลาะกับน้องก็ให้พ่อ(ที่รู้ว่าสนใจแต่ตัวเอง)ไปช่วยเกลี่ยแถมยังบอกให้เข้าข้างตัวเอง...

“คิดยังไงของนายกันนะถึงไปเป็นพันธมิตรกับหมอนี่ ก็แค่เกาะเล็กๆ เองไม่ใช่เหรอ คุ้มกันรึเปล่าก็ไม่รู้”

^ เกาะอังกฤษก็ไม่ได้ใหญ่กว่ากันมากหรอกน่า..........

“ไม่ต้องพูดมาก เลิกต่อปากต่อคำแล้วไปนั่งรอเฉยๆ ในห้องนั่งเล่นได้แล้ว”

^ไล่เด็กไปนั่งเล่นรอขณะผู้ใหญ่คุยกัน...

ข้อมูลสำคัญที่ผมมีคือจุดอ่อนของคุณอิวาน

^
ซึ่งก็คือนาตาเลียจัง...(ก้ากกกกกกกกกก อันนี้ขอ ขอที ฮา)

โอ๊ย อัลฟ์อ่ะ เด็กเอาแต่ใจ นักเลง น่าตบขึ้นอีกแล้ว ทำไมต้องไปทะเลาะกับแมธด้วยหะ ก้ากกกกก
หึงท่านเธอร์ซะอีก.....โอ

#7 By shiny on 2008-12-21 08:41

อ่านประวัติศาสตร์แล้วรู้สึกเมกากับอังกฤษมันรักกันดีจัง (ฮา)
ผลัดกันไปช่วยไกล่เกลี่ย XD สองบ้านนี้มันน่ารักแฮะ ฮิ้ววว

สรุปว่าอัลฟ์ที่โวยวายๆพูดจาดูถูกคุณคิคุนี่เพราะหึงสินะคะ - -;
ร้ายชะมัดเลยอัลฟ์ ตอนนี้แกคงเป็นตัวร้ายที่สุดในสายคุณคิคุแล้วล่ะ กระซิกๆ

แต่ตอนที่อาเต้อพูดลับหลังคุณคิคุ
เป็นปอยคงจะเจ็บมากเลยนะ T^T เพื่อผลประโยชน์อย่างเดียวจริงๆเหรออาเต้อ~

#8 By purin•po♥([∂]ω[∂])~♪ on 2009-05-22 21:27