[Hetalia Fanfiction] Pollen (3)
posted on 16 Dec 2008 10:32 by keechan in Fiction
ประกาศก่อนฮ้า
เกี่ยวกับเรื่องของ Independence และ Petal (รวมทั้งคนที่ประสงค์จะสั่งซื้อทางไปรษณีย์)
โปรด จิ้ม ด้วยนะคะ ขอบคุณค่า
(ก้อบซาคุโร่มาทั้งดุ้นเลย 5555)
อ้อ ใครธีมยังเป็นชี่เบะอยู่ก็ F5 หน่อยนะฮ้าา คืนสู่สามัญ (ฮา)
ตอบเม้นนนน
คุณ ~meaw~*mo//~ - ขอบคุณค่าา
คุณ moth - โถ ไม่มีใครเห็นความดีของไอ้อ้วนกันบ้างเลย (มีด้วยหรอ) เล่าจากมุมฮอนด้าก็เลยปึ้ดๆๆๆ อย่างรุนแรงค่ะ อย่าเชื่อฮอนด้ามาก บางทีฮอนด้าก็อคติ 5555
เหรียญ - อ่านกันทันก็อัพรายวันได้นะ (แต่ไม่แน่ใจนะ ฮ่าๆๆๆ พอตกปากรับคำแล้วรู้สึกว่ามันจะทำไม่ได้อ่ะ)
น้องนา - ไอ้อ้วนมันเกรียนค่ะ!!! แต่คิคุไม่แก่นะคะ อั๊ง โมเอ๊ะตลอดกาล (ฮา)
น้องต่วย (ขอเรียกตามสาคู) - อั๊ง เค้าจับผีบลอคได้อีกแล้ว *3* แหม่ๆ ตัวเองก็ เค้าก็อ่านบลอคสาคู แล้วก็เห็นบลอคตัวเองออกจะบ่อยนะเจ้อะะะะ
ไชนี่ - โอ้ย อยากให้ตบ อยากให้ทำร้าย อยากให้ต่อยไอ้อ้วนเหลือเกิน แต่ทำไม่ด้ายยยยยยยย ฮอนด้าเขาผู้ดี ไม่ทำใครก่อนนนน (จริงง่ะ?) แต่เดี๋ยว (เดี๋ยวน่ะเมื่อไหร่??) มีฮอนด้าปึ้ดแตกแน่นอน... - -+
คุณป้าแดง - อา... กว่าจะเรียกว่าคิคุได้ คงต้องใช้เวลาค่ะ แฮ่ พยายามถูไถสุดฤทธิ์
กล้าม - นั่นชมแล้วหรอ ทำไมมันฟังดูลามกๆ อ่ะ กล้าม แล้วคุณโรจะรีบหาฉากไปไหนค๊ะะะะะ มันจะมีฉากได้หรออออ เรื่องมันเครียดการเมืองซะขนาดเน้!!!
ซาคุโร่ - ท่านเค้า... ซวยน่ะ (ก๊ากกกก)
แอ่ะ
Pollen (3)
(Prequel to Petal)
วันนี้มีจดหมายประทับตราต่างประเทศมาอีกแล้ว
กระดาษเนื้อแปลก ตราประทับภาษาประหลาดที่ไม่คุ้นเคย คงส่งมาจากซีกโลกที่ไม่รู้จักเป็นแน่
ผมพลิกดูชื่อผู้ส่งหลังจดหมายนั่น เป็นชื่อที่ไม่คุ้นเอาเสียเลย พิจารณาดูที่อยู่อีกทีก็มาจากประเทศที่เพิ่งไปเยี่ยมเยียนมาเมื่อไม่นานเท่าไหร่
“...ซาดิค อันนัน? ตุรกีหรือ...”
เนื้อหาในจดหมายก็ซ้ำซาก คล้ายกับหลายๆ ประเทศที่ส่งมา ขอขอบคุณที่ได้ไปเยือนเพื่อสร้างสัมพันธ์ไมตรี โอกาสหน้าหวังว่าจะได้มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมากขึ้น อะไรทำนองนั้น ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากไปยุ่งเลยแท้ๆ เพราะสถานการณ์บังคับต่างหาก...
ขณะที่กำลังเหลียวหลัง ก็เห็นมีผู้ชายอีกคนยืนลับๆ ล่อๆ อยู่ ดูจากรูปร่างสูงใหญ่และผิวพรรณอย่างนั้นแล้วน่าจะเป็นชาวยุโรป
“มีธุระกับผมหรือครับ”
พอถูกทักอีกฝ่ายก็ทำหน้าเหรอหราปนขัดเขิน น่าแปลก ปกติแล้วคนที่จะเดินมาถึงหน้าบ้านมักจะเตรียมตัวท่องคำเชื้อเชิญหรูหรามาเป็นอย่างดี แต่คนคนนี้กลับดูเลิ่กลั่ก
“สวัสดี ฮอนดะ คิคุ ใช่มั้ย ท่าทางเธอจะยุ่งมากเลยสินะ มีจดหมายมาเยอะแยะ ใครต่อใครก็อยากจะคบหากับเธอทั้งนั้น อ้ะ ขอโทษ ฉันรบกวนเวลารึเปล่า ถ้าเธอไม่สะดวกฉันจะกลับไปก่อนก็ได้นะ”
ชายหนุ่มตัวโตก้าวถอยออกไปจากหน้าบ้าน ดูเกรงอกเกรงใจกันเสียเกินควร ไม่สมกับรูปลักษณ์ภายนอกเอาเสียเลย
“ไม่หรอกครับ เอ่อ... ว่าแต่ว่าคุณคือ...?”
อีกฝ่ายยิ้มเมื่อผมถามกลับ
“เฮราเคลส คาลิปโซ ฉันมาจากกรีซ”
มือใหญ่ยื่นมาข้างหน้าเพื่อจับทักทาย ผมยื่นมือออกไป แม้มือนั้นจะใหญ่มาก แต่แรงบีบไม่ได้รุนแรงอย่างที่คาด และเขาไม่ได้ก้าวขาเข้ามาในรั้วบริเวณบ้านเลยแม้แต่น้อย
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
“เช่นกัน ใครๆ เขาก็ว่ากันว่าเธอน่ะน่าจับตามอง เดี๋ยวนี้โลกเราก็มันแคบลง ฉันก็เลยคิดว่าเป็นโอกาสดีที่จะทำความรู้จักกับเธอน่ะ”
ผมแค่นยิ้ม “ใครๆ ก็อยากจะกอบโกยผลประโยชน์จากโลกใหม่ทั้งนั้นแหละครับ”
คู่สนทนาหน้าเสียขึ้นมาทันที เป็นเรื่องผิดคาดอีกอย่าง แต่ละคนที่แวะเข้ามามักจะไม่รู้สึกอะไรกับคำประชดเสียดสีของผม บางคนยิ้มรับอีกต่างหาก
“เธอคงจะลำบากแย่เลยนะ”
คงไม่รู้ว่าจะตอบว่าอย่างไรจึงเอ่ยแสดงความเห็นใจพอกล้อมแกล้ม ชายชาวกรีกยังยืนอยู่กับที่ไม่ขยับ ผมจึงยืนรอว่าให้เขาพูดถึงธุระ
“...บ้านแบบญี่ปุ่นนี่ ดูมีเอกลักษณ์ดีนะ”
จู่ๆ ก็ออกความเห็นเกี่ยวกับเรื่องทั่วๆ ไป ผมทำหน้าไม่ถูกเลยว่าจะรับแขกคนนี้ยังไง
“เอ่อ... ครับ แต่ละประเทศก็มีสถาปัตยกรรมเฉพาะตัวนี่ครับ”
“สวยดี ถ้าฉันได้เรียนรู้เรื่องของประเทศญี่ปุ่นมากกว่านี้ก็ดีนะ”
“...ขอโทษนะครับ จะพูดถึงธุระของคุณเลยได้มั้ยครับ”
มาแปลก... มีที่ไหนมาหยุดอยู่หน้าบ้านแล้วก็เอ่ยชื่นชมทัศนียภาพ หรือเป็นนโยบายต่างประเทศแบบใหม่ที่ต้องเข้าหาคู่ค้าด้วยวิธีอ้อมค้อมเอื่อยเฉื่อย
“ฉันก็คิดว่า อยากจะติดต่อกับเธอไว้ นอกจากเรื่องการค้าแล้ว วัฒนธรรมของญี่ปุ่นก็น่าสนใจดีนะ”
พูดอย่างนั้น แต่ไม่เห็นเดินเข้ามาเสียที แล้วจะตกลงกันเป็นทางการได้ยังไงล่ะ
“งั้นหรือครับ ขอบคุณนะครับที่สนใจ”
หรือว่าไม่ได้เตรียมวางแผนรายละเอียดข้อตกลงมาก็เลยยังไม่อยากทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ที่ผ่านๆ มาแต่ละคนก็เตรียมข้อสัญญามาเรียบร้อย มาถึงก็คุยรวดเดียว แล้วแทบจะจับมือผมเซ็นสัญญาด้วยซ้ำ
พูดจบก็ยังยืนยิ้มอยู่อย่างนั้น หมดธุระแล้วหรือไงกัน
“คือ... จะไม่เข้ามาก่อนเหรือครับ เผื่อว่าเราจะได้คุยรายละเอียดกันมากขึ้น”
“อื้อ! ขอบคุณนะ ฮอนดะ”
พอผมให้อนุญาตเขาก็เดินฉับๆ เข้ามาในบ้าน ไม่รู้ทำไมถึงได้ไม่รีบๆ เข้ามาตั้งแต่ต้น เสียเวลายืนคุยอยู่ได้ตั้งนาน แถมไม่ใช่แก่นสำคัญของเรื่องอีก รีบๆ เอาสัญญาออกมาแล้วก็เซ็นๆ ไปให้เสร็จเถอะ
“สวนญี่ปุ่นนี่สวยจริงๆ ด้วย” ระหว่างทางเขาก็ดูตื่นตาตื่นใจกับสวนเกินเหตุ ไอ้กิริยาท่าทางช่างพูดคุยนั่นทำให้นึกถึงใครบางคนขึ้นมา แต่คุณเฮราเคลสคนนี้มารยาทดีกว่าเยอะ
“ตอนแรกเห็นเธอทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก นึกว่าจะไม่ยอมให้ฉันเข้าบ้านแล้วซะอีก ดีใจจังที่เธอไม่ว่าอะไร อะ... ฉันพูดมากไปจนเธอรำคาญรึเปล่า”
จังหวะการเดินสะดุดไปชั่วครู่ งั้น... ที่ยืนรอไม่เข้ามาสักที ก็เพราะว่ารอให้ผมเชิญก่อนงั้นสิ ไม่เคยเห็นใครจากโลกตะวันตกมีความคิดละเอียดอ่อนแบบนี้มาก่อนเลย ไม่ว่าหน้าไหนก็บอกธุระแล้วก็เดินเข้าบ้านมาก่อนผมจะกล่าวอนุญาตด้วยซ้ำ
“ไม่... ไม่รำคาญหรอกครับ”
“หวังว่าเราจะได้เรียนรู้กันและกันมากขึ้นนะ”
เขายิ้ม สำหรับผมแล้วมันช่างดูเป็นรอยยิ้มที่ใส่ซื่อบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่ได้เห็นมานานแล้ว...
วันเวลาผ่านไปนาน... ผู้คนมากหน้าหลายตาต่างผ่านเข้ามาจนกาลเวลาไหลไปรวดเร็วอย่างไม่รู้ตัว บางคนก็แวะเวียนเข้ามาสร้างความวุ่นวายสม่ำเสมอ (อย่างคุณอัลเฟรด.... จะว่าไปก็มีอยู่คนเดียว) ส่วนคนที่เหลือก็นานๆ ทีจะติดต่อมาสักครั้ง แต่ในจำนวนนั้น ก็มีคนที่หายหน้าหายตาไปอย่างคุณลุดวิก... ทั้งๆ ที่แต่ก่อนเคยได้นั่งคุยด้วยกันบ่อยแท้ๆ อาจจะมีเรื่องส่วนตัวต้องจัดการกระมัง ผมเองก็ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องจะให้เขามาหาเสียด้วย
บางคนก็ไม่จำเป็นต้องปรากฏตัวมาก็สร้างความกดดันมหาศาลแผ่มาได้... คุณอีวานคงเป็นคนน่ากลัวที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด แถมผมก็ค่อนข้างจะแข็งข้อใส่เขาเสียด้วย คนอย่างคุณอีวานจะต้องเก็บเรื่องบาดหมางใจไว้แล้วก็ตามมาล้างแค้นทีหลังแน่ๆ ไม่รู้ว่าจะโดนทำอะไรบ้างเหมือนกัน... ช่วงนี้ก็เสียวสันหลังไม่ใช่เล่น
อีกคนหนึ่งที่ห่างหายไปก็คือคุณอาเธอร์ ตอนที่เปิดบ้านใหม่ๆ ก็ยังกระตือรือร้นมาหาคนแรกแท้ๆ แต่ได้ยินว่าสถานการณ์ในยุโรปตอนนี้กำลังวุ่นวายอย่างหนัก คุณอาเธอร์คงจะต้องยุ่งจนมือเป็นระวิงแน่
จะว่าไป... สถานการณ์ของคุณอาเธอร์ก็คล้ายๆ กันนะ ถูกห้อมล้อมไปด้วยคนที่หวังแต่จะเข้ามาแทรกแซง ต้องคอยระวังตัวรอบด้าน คิดแล้วก็เหนื่อยใจจริงๆ
ผมคิดเรื่อยเปื่อยพลางเตรียมไปกวาดลานหน้าบ้าน พอเปิดประตูก็ต้องชะงักเพราะมีแขกที่คาดไม่ถึงมาเยือน
“ว... หวา! ฮอนดะ!”
ชายหนุ่มผมสีทองอ่อนในชุดสุภาพผงะถอยออกไปจนเกือบล้ม
“คุณอาเธอร์??? มาได้ยังไงกันครับ มีธุระอะไรหรือ”
“ตกใจหมดเลย! นี่นายออกมาดักเจอฉันเหรอ!”
ผมขมวดคิ้วงงๆ คุณอาเธอร์วันนี้ดูตื่นๆ ชอบกล “ผมแค่ออกมาทำความสะอาดลานหน้าบ้านเท่านั้นเองครับ”
“ฉ... ฉันก็ไม่ได้จะว่าอะไรสักหน่อย!”
ไม่ว่าก็ได้ครับ ก็หยุดโวยวายเสียทีสิ
“ไม่ได้เจอกันนานอีกแล้วนะครับ”
ผมนึกว่าคุณหมดความสนใจในตัวผมไปแล้วเสียอีก
“เอ่อ... ทางฉันก็ยุ่งๆ ล่ะนะ นายก็น่าจะรู้ จะขยับตัวทีก็ลำบากเป็นบ้า แต่ละคนก็เอาแต่ใจกันทั้งนั้น อยู่คนเดียวน่ะสงบกว่ากันเยอะ”
ปากว่าอย่างนั้น แต่มาหาผม แปลว่าอะไรกันล่ะครับ
“ไหนๆ มาถึงแล้ว เข้ามาดื่มชาอุ่นๆ ให้สบายใจก่อนเถอะครับ”
กำลังคิดถึงคนที่พอจะพึ่งพิงได้ก็มีเหยื่อที่เหมาะสมเดินมาถึงประตูบ้านแบบนี้ ต้องต้อนรับขับสู้กันไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ท่าทางคุณอาเธอร์จะปากแข็งไปอย่างนั้นเอง จริงๆ แล้วก็คงอยากจะหาพันธมิตรเอาไว้ให้อุ่นใจนั่นแหละ
หนุ่มอังกฤษทำหน้าบู้แล้วเดินเข้าบ้านตามคำเชิญอย่างไม่เต็มใจนัก ฮึดฮัดแบบนี้คงมีอารมณ์เสียสั่งสมมาแล้วไม่มีที่ระบาย จะแสดงออกต่อหน้าพวกคนอื่นๆ ในยุโรปก็คงจะทำไม่ได้ เห็นแล้วก็น่าขันดี
ผมตระเตรียมชุดชาฝรั่งไว้เช่นเดิม อาจจะไม่ถูกปากอีกฝ่ายนัก เพราะเขาเป็นถึงปรมาจารย์ด้านใบชาทีเดียว แต่เขาก็ยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ โดยไม่ปริปากบ่น
“อยู่เย็นเป็นสุขดีสินะ ฮอนดะ นายน่ะหัวไวนะ ในแถบเอเชียนี่คงไม่มีใครเก่งกว่านายแล้วล่ะมั้งตอนนี้ เจ้าอัลเฟรดน่ะภูมิอกภูมิใจเอามาอวดให้ฉันฟังใหญ่ว่าช่วยนายทำโน่นทำนี่จนเจริญก้าวหน้ากว่าคนอื่นไปไกลแล้ว”
...แค่ในเอเชียสินะ ส่วนพวกคุณก็คงเป็นพระเจ้ามาโปรดคนเถื่อนในโลกตะวันออกอย่างผมงั้นสิ
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ ผมก็แค่อยู่อย่างสมถะแล้วพยายามก้าวให้ทันโลกเท่านั้นเอง ยังวัดรอยเท้าคุณอิวานไม่ได้หรอก”
พอพูดถึงชื่อคนใหญ่คนโตกว่าขึ้นมา คุณอาเธอร์ก็เปลี่ยนสีหน้าทันที
“อิวาน... ไม่ว่าสมัยไหนหมอนั่นก็น่าเกรงขาม สยบคนอื่นเขาไปทั่ว เหอะ... คิดเรอะว่าคนอย่างฉันจะยอม ฉันไม่ได้งี่เง่าถึงขนาดพลั้งพลาดไปตกอยู่ใต้อำนาจของหมอนั่นได้หรอกนะ นายเห็นด้วยรึเปล่า ฮอนดะ?”
ถ้าให้ตอบตามข้อเท็จจริงผมก็คงต้องบอกว่าไม่เห็นด้วยล่ะครับ ตอนนี้ไม่มีใครเข้าข้างคุณสักคน ในขณะที่ฝ่ายคุณอิวานมีแต่คนเกรงใจไม่อยากต่อกรด้วยกันทั้งนั้น
“สำหรับคนเก่งอย่างคุณอาเธอร์อาจจะใช่ครับ แต่ผมน่ะ—”
“เอ๋??? มีอะไรเรอะ อย่าบอกนะว่านายอยู่ข้างเดียวกับอิวานไปแล้ว ฉันไม่เห็นเคยได้ยินข่าวแบบนั้นมาก่อนเลย”
ยังฟังไม่ทันจบก็ตีตนไปก่อนไข้เสียแล้ว คุณอาเธอร์ดูจะขาดความเยือกเย็นลงไปมากทีเดียว บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเจ้าตัวกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่สุดๆ
“ไม่ใช่อย่างนั้นครับ คือผมเคยมีเรื่องไม่พอใจกับคุณอิวานหลายครั้ง เขาคงไม่ชอบหน้าผมแน่ๆ ผมก็เลยรู้สึกไม่ปลอดภัยเอาซะเลย ไม่รู้ว่าคุณอิวานจะมาหาเรื่องอีกเมื่อไหร่”
ผมพยายามเอ่ยออกไปให้เรียบที่สุดเพื่อที่จะไม่แสดงความอ่อนแอของตนออกไป แค่อยากแสดงให้คุณอาเธอร์เห็นเท่านั้นว่าเราหัวอกเดียวกัน
“อีกอย่างคุณอิวานก็อยู่ใกล้แค่นี้... ข้ามภูเขาของคุณเหยามาไม่กี่ลูกก็ถึงบ้านผมแล้ว ชวนให้ใจตุ้มๆ ต่อมๆ อยู่ทุกวัน”
มือที่วางอยู่บนโต๊ะถูกกอบกุมเอาไว้ พอเงยหน้าขึ้นก็พบว่าดวงตาสีเขียวจริงจังกำลังจ้องมองอยู่
“ฮอนดะ นายเป็นคนมีความสามารถนะ ฉันไม่มีทางยอมให้คนอย่างอิวานมารังแกนายได้แน่”
ผมนิ่งฟัง เอาเถอะครับ พูดจายกยอปอปั้นตัวเองเข้าไป ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วคุณอยากได้ผมเป็นพวกด้วยจนตัวสั่น เพราะกลัวว่าผมจะไปเข้าข้างคุณอิวานเสียก่อนใช่มั้ยล่ะ
เนื้อแท้แล้วคุณก็เหมือนกับคุณอัลเฟรดนั่นแหละ ทำเป็นยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือคนโน้นคนนี้ ทำตัวเป็นพ่อพระเสียเต็มประดา แต่ที่แท้ก็เพื่อต่อเสริมฐานอำนาจของตัวเอง ยกตัวเองให้สูงเหนือคนอื่น แบบอย่างที่น่าภาคภูมิใจของคุณอัลเฟรดก็คือคุณนั่นแหละ
“ถ้านายไม่ชอบอิวาน ก็ไม่ต้องทำตามที่หมอนั่นพูด มาอยู่กับฉันเถอะ ถ้ามีฉันอยู่ล่ะก็ อิวานจะไม่กล้าทำอะไรนายแน่”
พูดเสียฟังดูดีเชียวนะครับ น่าจะพูดเติมอีกสักหน่อยว่าถ้าผมร่วมมือกับคุณ คุณอิวานก็จะต้องคิดหนักหน่อยก่อนจะหาเรื่องคุณด้วย เห็นแก่ว่าได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่ายแบบนี้ มองข้ามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไปบ้างผมก็ไม่ว่าอะไร
ผมออกแรงบีบมือนั้นกลับ กระชับความอบอุ่นในมือเฉกเช่นความสัมพันธ์ที่กำลังพัฒนาจนลึกซึ้งมากขึ้น
“ถ้ามีคุณอาเธอร์อยู่ด้วย ผมก็อุ่นใจครับ”
“จริงเหรอ ฮอนดะ!”
อีกฝ่ายลุกพรวดจนน้ำชาแทบกระฉอก เขาโน้มตัวลงมากอดแน่น กะทันหันเสียจนผมตกใจ ได้แต่ยืนตัวแข็งเป็นท่อนไม้ให้อีกฝ่ายกอดอยู่อย่างนั้น
...ความอบอุ่นแบบนี้ ถ้าไม่มีจุดประสงค์การเมืองแอบแฝงอยู่ก็คงดี...
“ถ้าได้นายมาอยู่ด้วยก็เหมือนมีคนเพิ่มขึ้นอีกเป็นร้อยเป็นพันเลยล่ะ!”
ฟังประโยคนั้นแล้วผมก็ยิ้มอย่างขมขื่น โลกใบนี้ก็เป็นอย่างนี้ ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ทุกคนต่างตะเกียกตะกายทำให้ตัวเองใหญ่โตเป็นปลาใหญ่เข้าไว้จะได้ไม่ถูกกิน ไม่ว่าใครหน้าไหนก็เหมือนกันหมด
ความคิดเพียงเท่านี้... ทำไมผมถึงได้รู้สึกปวดในอกกันนะ
“อะ... ขอโทษที ฉันดีใจมากไปหน่อย”
พอจะได้ฐานอำนาจเพิ่มขึ้นก็เลยระงับความดีใจไว้ไม่อยู่สินะครับ ผมเข้าใจครับคุณอาเธอร์ ผมจะไม่หวั่นไหวด้วยเรื่องแค่นี้หรอก
“งั้นฉันจะรีบกลับไปเตรียมสัญญาผูกมิตรมาเลยนะ!”
ชายชาวอังกฤษกล่าวอย่างกระตือรือร้น เรื่องคิดแล้วลงมือทำเลยนี่ก็คุณอัลเฟรดคงติดมาจากคุณเหมือนกันสินะครับ
ผมเห็นด้วยจึงไม่ได้ห้ามคุณอาเธอร์ที่รีบรุดกลับไป บนโต๊ะรับแขกทิ้งไว้เพียงถ้วยชาที่เย็นชืดแล้ว
ไม่มีใครสนใจว่าผมจะรู้สึกยังไง การเป็นปลาใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่าย หากเผลอเรอก็จะกลายเป็นปลาเล็กไปโดยไม่รู้ตัว
คุณจะคิดยังไงก็ช่างเถอะครับคุณอาเธอร์ แต่ผมว่าตอนนี้ผมเป็นปลาขนาดเท่าๆ กับคุณแล้วล่ะ...
To be continued...
ประวัติศาสตร์งูๆ ปลาๆ วันนี้ TTwTT
ปี 1887 เริ่มความสัมพันธ์ตรุกีญี่ปุ่น (นั่นแหละ เอาเป็นว่าเจอกัน ฮ่าๆๆ)
ปี 1899 เริ่มความสัมพันธ์กรีซญี่ปุ่น (ก็อีกนั่นแหละ เจอกัน)
คนเขียนช่างลำเอียงเนอะ 55555555 ให้กรีซเค้าหน่อย แหม เป็นพระเอกภาคต่อไปเชียวนะ
ปี 1902 อังกฤษมาหาพันธมิตร จุดจบนโยบาย Splendid Isolation (ไม่มีคนคบแต่หยิ่ง) ของอังกฤษฮ้า รายละเอียดของตอนนี้ก็ไม่ต่างจากคอมมิคเท่าไหร่ ขออนุญาตลิ้งค์ --> บลอค Ruroni So ตามไปอ่านกันเองนะ มีเกร็ดทั้งหมดในนั้นแหละ (กินแรงเค้านิ 555)



กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
(ได้แต่กรี๊ดในใจ)
ชีวิตลำเค็ยกล้าม ต้องมานั่งกรี๊ดหน้านิ่งกลางออฟิส
ฮึ่ยๆๆ นี่ตรูไม่ได้กรี๊ดแรงไปจนโปรแกรมเมอร์ข้างๆมันจับไต๋ได้หรอกนะ โนวววว
ขอบคุนสวรรค์ อีไก่งวงมีบทแค่จดหมาย 555
เหนพี่เฮร่าแวะมา นึกว่าจะแถมฉากสวีทให้เค้าหน่อย
คุนกีอ่ะ เค้ายิ้มค้างเลย ฝันฟุโจชิสลายๆๆๆ
พี่อาเทอร์นี่คุยกะฮอนด้าคุงเหมือนเด็กเลย 5555
อยากเจอตอนที่อัลฟ์คุงเจออาเทอร์ในบ้านฮอนด้าแบบจังๆ
คงฮาพิลึก 5555
me/กราบขอบคุณที่อัพฟิคให้อ่านตอนเจ้านายไม่อยู่
เอาวุ้ย โฮกได้ๆ 555
#1 By Anlegy RO on 2008-12-16 11:16