[Hetalia Fanfiction] Petal (7)

posted on 30 Nov 2008 10:56 by keechan  in Fiction

คุณกีทำอะไร... คุณกีทำอะไรคะเนี่ย!!!

 

ทีสิดละคะคุณกี!!

 

TT-------------------------------TT

 

 

 

!@%#$_)**%)^(*(^^#($*&@#+-)($&O^&$)_)

 

กะฮึก...

 

 

มีอะไรมั่งมั้ยเนี่ย....

 

 

 

แฟนฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ประเทศ บุคคล หรือองค์กรใดที่มีอยู่จริงบนโลก

เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่่มีเนื้อหาเสียดสี โดยตัวละครในเรื่องได้ดัดแปลงมาจากประเทศบนโลก กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

 

 

 

Petal (7)

 

 

 

เราพูดคุยกันเพียงเล็กน้อยเฉพาะเท่าที่จำเป็น

เฮราเคลสคงไม่ได้โกรธแล้วกระมัง กลายเป็นผมที่วางตัวไม่ค่อยจะถูก ด้วยเหตุผลที่คลุมเครือไม่อาจตอบตัวเองได้

ผมกำลังนั่งอยู่ในงานดนตรีกลางแจ้ง แม้จะเป็นกลางฤดูร้อน แต่ในเวลากลางคืนที่พระอาทิตย์ดับแสงอากาศก็เย็นสบายถึงขนาดที่ว่าใส่ชุดสูทแบบสากลมาร่วมงานได้แบบไม่อึดอัด

ผมสนทนากับคนที่ผ่านไปผ่านมาสั้นง่ายตามมารยาทอันควร แต่มิได้หวังจะสานสัมพันธ์ให้ยืนยาวนัก เพียงแค่เป็นการแสดงตนว่าสนใจผู้คนจากบ้านเมืองอื่นบ้างพอเป็นพิธี หมดธุระแล้วก็นั่งนิ่งๆ อยู่กับที่ไม่ต้องเป็นจุดสนใจ รอการแสดงอันเป็นจุดเด่นของงานกำลังจะเริ่มต้น

ดนตรีตะวันตกมีความโดดเด่นและหลากหลายภายในตัวของมันเอง เพียงแค่เครื่องสายอย่างไวโอลินก็สามารถส่งเสียงงดงามและโหยหา ร้อนแรงเร่งเร้า หรือว่าจะหวานซึ้งซาบซ่านก็ได้ ขึ้นอยู่กับเจตนาของคีตกวีและนักดนตรีผู้สื่อสารเสียงดนตรีออกมาสู่โสตประสาท

ท่วงทำนองที่ไม่คุ้นเคย ประสานก้องดังลานดนตรีแห่งนี้ นำพากลิ่นอายของความรื่นเริงแห่งฤดูร้อนมาด้วย บทเพลงหลายรสบรรเลงอย่างเพลิดเพลินจนแทบจะลืมเวลารอบข้างที่ไหลผ่านไป

ทว่าท่ามกลางเสียงดนตรีที่ผสมผสานกันนั้น... กลับมีบางเสียงแปร่งออกมา ผมไม่ใช่คนหูดี อาจจะคิดไปเองก็ได้ หรืออาจจะเพราะอคติทำให้คิดไปว่าที่มาของเสียงแปลกปลอมนั้นมาจากไวโอลินของเฮราเคลส เสียงเครื่องสายที่เสียดสีนั้นรุนแรงและขุ่นมัว แม้เสียงไวโอลินชิ้นอื่นจะกลบทับไว้ด้วยความใสกังวานไว้ได้ แต่ผมกลับได้ยิน

สื่อมาถึงผมงั้นหรือ เสียงจากหัวใจของคุณ...

ผมนิ่วหน้า เกลียดการกระทำแบบนี้ขึ้นมาจับใจ ไม่ต่างอะไรกับสงครามเย็น ดูเผินๆ แล้วความสัมพันธ์ก็ยังราบรื่นไม่มีปัญหา แต่ที่จริงแล้วมีความขัดแย้งแทรกซึมอยู่ ย่ำแย่มาก

ผมเกลียดการถูกกดดัน

ความอดทนถูกเค้นดึงออกมาเพื่อบังคับตัวเองให้นั่งอยู่ที่เดิมจนกว่าเพลงจะบรรเลงจบลง บางทีผมอาจจะเครียดเกินไป เสียงปรบมือดังสนั่นเป็นการชื่นชมบทเพลงที่เพิ่งสิ้นสุดลง ไม่มีใครสักคนในที่นั้นได้ยินเสียงที่แปร่งออกมาแม้แต่คนเดียว

เพราะว่าอยู่ไกลเกินไปทำให้มองไม่เห็นว่าเฮราเคลสทำหน้าตาอย่างไร ดูจากบรรยากาศโดยรวมแล้วก็เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ไม่มีความผิดปกติ

ปฏิกิริยาเมื่อครู่นี้มันคืออะไรกันครับ

ผมคิดไปเอง... ประสาทหลอน หรือว่าหูเพี้ยนไปเสียแล้ว

ผมรู้สึกว่าความคิดของตัวเองไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยเสียแล้ว แต่ท่ามกลางเทศกาลรื่นเริงเช่นนี้จะหาที่ปลีกตัวไปตามลำพังคงยาก และที่สำคัญการแสดงดนตรียังไม่จบ

“ปวดหัวเหรอ เห็นนายทำหน้าปั้นยากมาได้สักพักแล้ว หรือดนตรีตะวันตกไม่ตรงรสนิยมชาวตะวันออก”

เสียงทักจากคนข้างๆ ฟังดูหาเรื่องชอบกล พอหันไปมองก็พบว่าเป็นคนไม่ใกล้ไม่ไกลนี่เอง

“ไม่ใช่หรอกครับ ไม่มีอะไร”

คนนอกที่เข้ามาถามเรื่องส่วนตัว มีอะไรก็ปฏิเสธไว้ก่อนเป็นการดี

“ได้ยินว่านายถูกเชิญมาเป็นกรณีพิเศษ ขนาดกับหวังเหยาหมอนั่นไม่เห็นจะใส่ใจสักเท่าไหร่ เลือกคบคนได้แปลกดีนะ”

นั่นแปลว่าคุณหวังเหยาควรค่าแก่การคบหามากกว่าผมหรือไงกันครับ พูดจาหยามน้ำหน้ากันแบบนี้ชักจะไม่สวยซะแล้วนะครับ คุณซาดิค

“ถ้านั่นเป็นคำชม ก็ขอบคุณครับ”

ถ้าสบประมาทกันอีกผมจะไม่รับรองสถานภาพเศรษฐกิจของคุณนะครับ

ชายชาวตุรกีหัวเราะ ยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนถูกปั่นหัวเล่น

“นายน่ะมันพวกน้ำนิ่งไหลลึก คมในฝัก ใครๆ ก็อยากผูกมิตรด้วยกว่าให้เป็นศัตรู แถมหัวไว หัวก้าวหน้า อยู่กับที่ไม่เป็น ถึงจะตัวแค่นี้ก็ประมาทไม่ได้เลย”

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ”

อุตส่าห์ทำตัวไม่ให้เป็นจุดเด่นแล้วเชียวนะ แล้วเวลาจะบรรยายสรรพคุณของผมก็ไม่ต้องพูดเสียลั่นอย่างนั้นครับ ความลับรั่วไหลกันหมดพอดี

“เฮราเคลสสานสัมพันธ์แน่นแฟ้นเลยสินะ ได้ยินว่าหมอนั่นไปเที่ยวบ้านเธอบ่อยเหลือเกิน”

“ผมขอไม่พูดเรื่องนี้ได้มั้ยครับ คุณซาดิคจะคุยกับผมก็พูดถึงแค่ผมก็พอ อย่าลากคนนอกมาเกี่ยวด้วยเลย”

ขืนปล่อยให้พูดต่อเดี๋ยวก็จะหาเรื่องกันเองอีกน่ะสิ ไม่ถูกกันมาแต่ชาติปางก่อนก็ขอกรุณาอย่าลากผมเข้าไปในการทะเลาะเบาะแว้งของพวกคุณสิครับ

“ก็ได้ ก็ได้ ยังเอาจริงเอาจังเหมือนเดิมเลยนะ”

“ถ้าหากคุณมีเรื่องจะคุย รบกวนช่วยเก็บไว้หลังการแสดงจบก่อนได้มั้ยครับ”

ผม ตัดบทเสียเอง จริงๆ แล้วนี่ก็ไม่ใช่เวลาที่ควรจะมาคุยกันนะครับ ดนตรียังไบรรเลงอยู่เลย หัดรู้จักให้เกียรตินักดนตรีแล้วก็เกรงใจผู้ชมคนอื่นเสียบ้าง

“จะว่าไปก็ไม่ใช่เรื่องอะไรสำคัญถึงกับจะต้องนั่งคุยกันเป็นการเป็นงานหรอกนะ แต่ไหนๆ เสนอมาแล้ว ก็เอาไว้หลังการแสดงจบค่อยคุยกันก็ได้”

จะอะไรก็ช่าง รีบๆ เข้าประเด็นแล้วก็ให้มันเสร็จผ่านๆ ไปเสียที ผมกำลังอารมณ์ไม่ดี อยากจะกลับบ้านแล้วด้วย ชาวเอเชียกึ่งยุโรปแถบเมดิเตอร์เรเนียนนี่มีความเป็นยุโรปมากกว่าเอเชียเสียอีก เวลาทอดสายตามองจึงถือตัวหยิ่งยะโสว่าตนยืนอยู่เหนือกว่าตลอดเวลา เห็นแล้วน่าหงุดหงิดเสียจริง

 

 

“ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรจะพูดกับผมหรือครับ”

พอการแสดงจบลง ก็เป็นช่วงเวลาอิสระที่แขกมาร่วมงานจะใช้เวลาพูดคุยกัน แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะเดินทางกลับกันหมดก็เถอะ

“เห็นว่านายสนิทกับเฮราเคลสดีใช่มั้ย”

คำถามนั้นยังให้คิ้วกระตุกเล็กน้อย พูดไปแล้วแท้ๆ ว่าไม่ให้ถามเรื่องคนนอก

“ใช่ครับ”

“หมอนั่นไม่ว่าอะไรเหรอที่นายมาคบหากับฉันด้วยน่ะ”

“เกรงว่านั่นไม่ใช่คำถามที่ผมจะตอบได้ครับ”

“งั้นขอเปลี่ยนคำถามแล้วกัน รู้สึกยังไงที่คบทั้งฉันกับหมอนั่นพร้อมๆ กัน”

“...ไม่ยังไงนี่ครับ รู้จักกันเอาไว้มากๆ สัมพันธไมตรีกันเอาไว้ก็ออกจะดีไม่ใช่หรือครับ เป็นคำถามที่แปลกจังนะครับ”

คำถามแบบนั้นช่างเป็นคำถามที่พิลึก ถ้าหากมัวแต่มาพิจารณาความสัมพันธ์ลูกโซ่กันแบบนี้แล้วคงสานสัมพันธ์กับใครไม่ได้เลยกระมัง คนทั้งโลกก็คบทั้งคุณอัลเฟรดกับคุณอาเธอร์พร้อมๆ กันอยู่แล้ว ไม่เห็นจะมีปัญหาแบบนี้เลย

“ไม่คิดว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะไม่พอใจที่เธอทำแบบนี้บ้างเหรอ เหมือนเหยียบเรือสองแคมยังไงๆ อยู่นะ”

ไม่พอใจก็ประกาศตัดความสัมพันธ์ไปเสียสิครับ ที่ยังยอมติดต่อกันอยู่ก็เพราะหวังประโยชน์กันทั้งสองฝ่ายมิใช่หรือ

“ผมไม่ได้ปิดบังนี่ครับ กรุณาอย่าเอาความสัมพันธ์สองฟากมารวมกัน แล้วผมก็คิดว่าทั้งคุณซาดิคแล้วก็เฮราเคลสคงมีเหตุผลเพียงพอและทราบเป็น อย่างดีว่าการแทรกแซงความสัมพันธ์ของคู่ค้าประเทศอื่นที่ตนเองไม่มีส่วนได้ เสียเป็นนโยบายที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์สักเท่าไหร่”

คุณซาดิคยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน แล้วจึงเถียง “แต่ถ้าได้ผูกขาดเธอไว้ ไม่ให้ประเทศคู่แค้นของฉันได้ประโยชน์จากเธอก็สะใจดีไม่ใช่เหรอ”

ฝ่ามือใหญ่ยื่นออกมาจะแตะไหล่ ทว่าผมผละตัวห่างออกมาเสียก่อน “กรุณาระวังคำพูดด้วยครับ อาจจะกลายเป็นปัญหาระหว่างประเทศได้”

“มันเป็นไปตั้งนานแล้ว”

“แต่ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยครับ”

ผมไม่ขอติดร่างแหกับการทะเลาะเบาะแว้งของพวกคุณหรอกนะครับ วุ่นวายแถมยังเสียเวลาเปล่าๆ

“และผมไม่มีความคิดที่จะยุติความสัมพันธ์กับคุณทั้งสองคน หากคุณมีปัญหาโดยตรงอันใดเกี่ยวกับญี่ปุ่นกรุณาแจ้ง ผมจะแก้ไขเพื่อให้ความสัมพันธ์ดำเนินไปด้วยดีอย่างสุดความสามารถ แต่หากเป็นปัจจัยอื่นภายนอกแล้วล่ะก็ เกรงว่าคงจะอยู่นอกเหนืออำนาจของผม”

“เล่นพูดดักทางไว้หมดอย่างนี้ฉันก็ทำอะไรไม่ได้น่ะสิ”

ดักทางอะไรกันครับ ผมพูดไปตามเหตุผลและหลักการตามนโยบายต่างประเทศอันควรจะเป็นเท่านั้นเอง ที่จริงแล้วผมก็ไม่อยากจะตัดความสัมพันธ์กับตุรกีหรอกนะครับ เสียประโยชน์โดยไม่จำเป็นอย่างน่าเสียดายออก ช่วยคงความสัมพันธ์ให้ราบรื่นไว้ตลอดไปก็จะช่วยได้มาก

แล้วที่ว่าทำอะไรไม่ได้น่ะ... ต้องการจะทำอะไรหรือครับ

“หวังว่าเราคงเข้าใจกันดีแล้วนะครับ”

ผมยิ้มเรียบๆ แล้วค้อมตัวให้เล็กน้อย เป็นการขอปลีกตัวออกมา ทว่าอีกฝ่ายคงไม่รู้ความหมายจึงได้คว้าข้อมือเอาไว้

“จะรีบไปไหนล่ะ อุตส่าห์มางานเทศกาลที่มีบรรยากาศดีๆ ทั้งที มานั่งคุยกันก่อนดีกว่า”

ก็ไม่มีเรื่องจะคุยแล้วไม่ใช่หรือไงกัน ด้วยความที่อารมณ์ไม่ดีอยู่เป็นทุนเดิม ผมเลยไม่มีกะจิตกะใจจะมานั่งคุยเล่นเย็นใจกับใครทั้งนั้น ถ้าเป็นปกติก็จะทนนั่งฟังเออออไปตามน้ำให้อยู่หรอก

“...ถ้าใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่ล่ะก็ ก็ได้ครับ”

การประนีประนอมมันฝังอยู่ในสายเลือดแบบตัดไม่ขาดเสียแล้วล่ะครับ ถึงจะชังน้ำหน้าอยากหลบฉากไปแค่ไหน แต่ที่ออกจากปากก็กลายเป็นคำตอบรับอย่างเกรงอกเกรงใจ เดี๋ยวใครเขาจะหาว่าชาวญี่ปุ่นหยิ่งยะโสโอหังถือตัวกันได้

“เอ่อ... แล้วก็ ช่วยปล่อยมือด้วยครับ ผมลำบากใจ”

คนญี่ปุ่นไม่แตะตัวกันในที่สาธารณะนะครับ ต่อให้กับคนสนิทก็เถอะ

“อย่าหัวโบราณไปหน่อยเลยน่า ชาวตะวันตกจับมือทักทายเป็นปกตินะ แบบนี้เวลาเธอไปเจอคนอื่นไม่โดนหาว่าไร้มารยาทเอาเรอะ”

สถานการณ์แบบนี้มันใช่การจับมือทักทายแบบตะวันตกที่ไหนกันครับ! หนำซ้ำยังโดนด่าฟรีอีก หัวโบราณยังไงก็เป็นผู้นำเทคโนโลยีแล้วก็แฟชั่นติดอันดับต้นๆ ของโลกก็แล้วกัน!

“เข้าเรื่องเถอะครับ ผมมีเวลาไม่มาก”

“จะต้องรีบกลับไปไหนเหรอ คืนนี้ยังอีกยาวไกล”

ก็ในเมื่อไม่มีธุระอะไรสำคัญก็เลิกทำให้บทสนทนายืดเยื้อเสียที ผมต้องการเวลาเป็นส่วนตัวบ้างนะครับ ถ้าอยากจะนัดคุยก็นัดมาให้ถูกกิจจะลักษณะก็สิ้นเรื่องแท้ๆ

“นิดหน่อยครับ ผมยังมีงานค้างอยู่ ถ้าหากคุณยังมีเรื่องสำคัญจะต้องคุยล่ะก็ เกรงว่าคงต้องรบกวนให้นัดมาวันหลังแล้วล่ะครับ อยากให้ผมแวะไปที่ตุรกีก่อนกลับมั้ยครับ ยังพอมีเวลาอยู่บ้าง”

ไม่มี ไม่มี ปฏิเสธซะเถอะครับ ผมรู้น่าว่าคุณไม่มีเรื่องอะไรจะคุย แค่อยากจะปั่นหัวผมกับเฮราเคลสที่กำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่เท่านั้นเองใช่มั้ยล่ะ เรื่องคุณภาพสินค้าที่นำเข้ามาเอย เรื่องกระบวนการผลิตเอย ที่แวะไปคราวก่อนก็ให้ข้อมูลไปพร้อมเสร็จสรรพแล้ว คงจะไม่ต้องการอัพเดทอะไรเพิ่มอีกหรอกนะครับ ถึงเขาว่าเทคโนโลยีพัฒนาเร็ว แต่คงไม่เปลี่ยนแปลงถึงขั้นพลิกหน้าประวัติศาสตร์ได้ในไม่กี่เดือนหรอก

“น่าเสียดายจัง หลังงานเทศกาลนี้ฉันมีนัดกับอัลเฟรดเรื่องการขยายตลาดกับกลุ่มประเทศยุโรปเสียด้วย คงต้องเลื่อนไปโอกาสหน้า”

เลื่อนได้เลยครับ เลื่อนไปอีกนานๆ ให้นานจนผมมองหน้าคุณแล้วเลิกหงุดหงิดได้เสียก่อนนะครับแล้วค่อยมาคุยกันใหม่

“ครับ ไว้โอกาสหน้า”

ผมปลีกตัวออกมาได้สำเร็จแล้วจึงกลับโรงแรมทันที ไม่เสียเวลารอให้เผชิญหน้ากับใครคนอื่นอีก มิฉะนั้นคงจะเอาแต่ทำหน้าบอกบุญไม่รับใส่คนที่เข้ามาทักทายไปทั่ว

ขอเอาเวลากลับไปเล่น DS แก้เครียดดีกว่า...

 

 

 

To be continued...

 

งืม

 

สั้น

 

หมด

 

จบตอน

 

ฮอนด้าจังนอย

 

ฮืออออ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

(กระซิบๆ) คิคุอยู่กับเฮราเคลสก็ดีแล้วนะ ไอ้ตุรกีมันแอบโหด

#1 By ป้าแดง underground on 2008-11-30 13:57

คุณซาดิคตื้อโคดดดดด

แต่ตื้อแบบไร้ศิลปะ55 เลยโดนคิคุซังด่ากลับซะเลย
(สมน้ำหน้า) คิดจะมาป่วนคู่รักงั้นเรอะ!!

#2 By Mercutery on 2008-11-30 15:25

พี่กีอัพถี่มากกกกกกก 5555
ตอนนี้หนุ่มกรีซไม่ออกหรออ T T
ไม่ได้เคลียกันซะทีสินะ

ท่านคิคุ กระทำตัวแบบนี้เหมาะสมมากคับ คึคึ
ชาวตุรกีเกะกะ ออกไปๆ ชิ่วๆๆ 555

#3 By TsuKuro on 2008-11-30 15:40

คนทั้งโลกก็คบทั้งคุณอัลเฟรดกับคุณอาเธอร์พร้อมๆ กันอยู่แล้ว ไม่เห็นจะมีปัญหาแบบนี้เลย

^
ก้ากค่ะ กก้ากกก ได้ใจ กร้ากกกกกก โดนมาก กัดอีคู่นี้ได้


สถานการณ์แบบนี้มันใช่การจับมือทักทายแบบตะวันตกที่ไหนกันครับ! หนำซ้ำยังโดนด่าฟรีอีก หัวโบราณยังไงก็เป็นผู้นำเทคโนโลยีแล้วก็แฟชั่นติดอันดับต้นๆ ของโลกก็แล้วกัน!
^
สะใจโก๋ว่ะคิคุ........ทำไปได้


เลื่อนได้เลยครับ เลื่อนไปอีกนานๆ ให้นานจนผมมองหน้าคุณแล้วเลิกหงุดหงิดได้เสียก่อนนะครับแล้วค่อยมาคุยกันใหม่
^
โอ๊ยยย คิคุแม่งงงงงง ทำไปได้ คิดแต่ละอย่าง แต่สะใจเป็นบ้า

เสร็จแล้วจะหนีกลับไปเล่นดีเอส........อีโอตาคุหลบในเอ๊ย(ยืมพี่ทิมมา ฮา)

โอยได้ใจ เฮร่ากะคิคุแม่ง ของแรงมาก แอบเล่นไวโอลินเสียงแปร่งยังได้ยิน สื่อกันถึงเข้าไปได้ยังไง กร้ากกกก

ซาดิคกะฟันแหงๆ................

#4 By shiny on 2008-11-30 16:12

ทุกคนตกอยู่ในภาวะ ยิ่งใกล้วิกฤติฟิคยิ่งงอกสินะ

เห็นคิคุนอยแบบนี้ชอบบบบ อ่านแล้วแอบรำคาญซาดิคเหมือนกัน วุ้ยยย ตื๊อจริงจัง เป็นเราด่าไปแล้ว คิคุซังช่างอดทน (แต่บางทีก็ฮา คิคุพูดนิดเดียวแต่ในใจที่ยาวเป็นเมตรสมกับเป็นคิคุซังมาก)

จริงๆ มีแอบคิด อ่านไปเริ่มอยากเชียร์ คิคุไม่ต้องเลือกทั้งคู่เลย เรามันสวยเลือกได้ กร้ากกกกกกกกก!!!!

#5 By chibi on 2008-11-30 17:24

ซาคุโร่สมองเสื่อมมากๆ ค่ะ พลาดไปตอนไม่ได้รู้ตัวเลย เปิดมา เอ๊ะ...เอ๊ะ...เอ๊ะ...(นึกในใจ กูต้องพลาดอะไรไปแล้วแน่ๆ...) สรุป อ่านสองตอนรวดเลยทีเดียว...

เพียงแค่เครื่องสายอย่างไวโอลินก็สามารถส่งเสียงงดงามและโหยหา ร้อนแรงเร่งเร้า หรือว่าจะหวานซึ้งซาบซ่านก็ได้ << พอนึกเป็นหน้าอีน้องพาสต้าแล้วถึงกับบอดไปชั่วขณะ (ไม่สามารถคิดภาพพจน์ดีๆ ให้ได้ กร๊าก โอ๊ยแย่ แต่ถ้าอีรอดคงหล่อ...)

ท่านได้ยินเสียงไวโอลินของเฮร่าอยู่คนเดียว อั๊ย ท่านอย่าแปลกใจเลย ออกแนวใจสื่อถึงกันอย่างแรงไปแล้วล่ะท่าน (กรี๊ดดด ชอบท่อนสงครามเย็น *โดนพี่กีเตะ*)

ตั้งแต่ตอนก่อนละ เฮร่าช่างออกแนวโผงผางเอาแต่ใจเหลือ เดี๋ยวท่านก็เซ็ง ทิ้งทั้งๆ ที่รักหรอกเว้ย ฮอนด้าก็มีหัวใจนะยะ

"ถ้าสบประมาทกันอีกผมจะไม่รับรองสถานภาพเศรษฐกิจของคุณนะครับ"
โอ๊ย ฮอนด้า แร๊งงงงงงงงง (ฮา)

อีคุณไก่งวงทำตัวได้เป็นตาเฒ่าเจ้าเล่ห์มาก กรี๊ด อ่านไปก็แบบ...แกจะแหย่ท่านกะอีเฮร่าใช่มะ แต่ไปๆ มาๆ อ่านแล้วชักอยากโดดเตะ มากกว่านี้ดิชั้นว่าได้เกิดเหตุพลาดพลั้งแน่ ไม่ได้นะ ไม่ได้นะฮอนด้า ฮอนด้าต้องระวังตัวไว้ (เท่าที่เห็นก็ระวังสุดๆ ละ)

ช่วงท้ายๆ นี่เหมือนเห็นภาพแมวที่นั่งนิ่งๆ โดนแหย่ให้รมณ์บ่จอย รู้สึกเหมือนกวนมากเข้าอีกหน่อย ฮอนด้าตบปลิวแน่ๆ

ชีวิตคู่เริ่มมีปัญหาเพราะมือที่สาม เกิดเป็นฮอนด้ามันเหนื่อยจริงๆ



ป.ล. "ขอเอาเวลากลับไปเล่น DS แก้เครียดดีกว่า..." เป็นการจบตอนที่เริ่ดมากค่ะ...(บ่งบอกอะไรหลายๆ อย่าง กร๊าก)

#6 By Zakuro on 2008-11-30 19:25

อั๊ยยยยย

คิคุจังตอนนี้ดูน่ารักจังค่ะพี่กี เป็นความน่ารักแบบไม่ใช่อ่อนหวาน...คล้ายๆกับน่ารักแบบแสนงอน ไม่ก็น่ารักแบบแสบๆยังไงไม่รู้

"ถ้าสบประมาทกันอีกผมจะไม่รับรองสถานภาพเศรษฐกิจของคุณนะครับ" <<<แอบดุนะคะ *3*

#7 By +:+:+ミーピン+:+:+ on 2008-11-30 20:42

ค... คุณฮานะมาเมนต์แบบเลทๆค่ะ มัวแต่ทำสุซังให้หล่อ

ขอโหวตนี่ก่อน

"ขอเอาเวลากลับไปเล่น DS แก้เครียดดีกว่า..."

เอาใจไปเลยท่าน น่ารักจะหาไหน

แม่งงงงงงงงงงงงงงงงงงงง เมื่อวันขอบคุณพระเจ้าเพิ่งแดกไก่งวงไปค่ะ ทุ้ย ไก่งวงอร่อยแกอย่าทำให้กูเสียรสชาติ

อีซาดิสสสสสสสสสสสสสสสสส (เปลี่ยนชื่อให้เสร็จ)

อ่ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก อีฉ่อออออออออออ แก อย่าโมโห เดี๋ยวโดนท่านยิง (ถึงไม่ใช่บาชแต่รับรองเป่าแกดับได้ทั้งๆที่รักแน่)

อ่ากกกกกกกกกกกกกกก โอ๊ย ท่านโมเอ้ เมื่อไหร่จะถึงเทศกาลล่าไก่งวงคะ คุณฮานะลงคนแรกเลย กูจะยิงให้สูญพันธ์ cry
ขอโผล่มาเมนท์

ทั่นคิคุน่าร๊ากกกกก ขนาดโหดก็ยังไม่วายโมเอ้อยู่ดี

เลื่อนได้เลยครับ เลื่อนไปอีกนานๆ ให้นานจนผมมองหน้าคุณแล้วเลิกหงุดหงิดได้เสียก่อนนะครับแล้วค่อยมาคุยกันใหม่ >> ฮากลิ้งcry

#9 By ::.::Taraki::.:: on 2008-12-01 22:06

บันซายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
คุณพี่ตุรกีเท่ห์ที่สุดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ทำอะไรก็หล่อค่ะ
โอ๊ยยย ได้ใจมากๆ
แต่ต้องฝึกมากกว่านะคะ คิคุซังเค้าไม่ได้มีดีแค่มาดแน่ตอนค่ะ จะพูดเจาะ้ล้วงอะไร คิคุซังเค้าดักทางเป็นนิสัย ไม่ไหวง่ายเหมือนกรีซนะคะ

อยากรู้จุดประสงค์ของตุรกีจังเลยค่ะ (อิ๊อ๊างงงงงค์)

หนึ่ง...กะสอยคิคุซัง
ล่อนตัดข้อนี้ทิ้งค่ะ (แล้วจะพิมขึ้นมาเพื่อ???) ส่วนตัวค่ะ ไม่เอาตุรกีกับญี่ปุ่นค่ะ ม่ายยย

สอง...ทำให้กรีซหึง
ล่อนกดโหวตตตตตตตตตตตตต (ตั้งเองโหวตเอง เล่นเองพิมเอง เย~)
ไม่ว่าอยากให้กรีซหึงหวงี่ปุ่น หรือจะให้กรีซหึงหวงตัวเองก็ตามค่ะตุรกี เฟล่อนโหวตตตตตตตตตต
(พี่กี : แกอ่านหัวเรื่องใหม่มั้ย? นี่กรีซยุ่นเว้ยยยย)

อ่ะแหม..
ที่จริงก็ค่อนข้างชอบความนิสัยเด็กของกรีซอยู่หรอกนะ แต่อ่านแล้วก็หงุดหงิดด้วย (ฮา)
ชอบวิธีการพลิกลิ้นและสีหน้าของตุรกีซังด้วยค่ะ แต่อ่านแล้วก็หงุดหงิดอีกนั่นแหละ (ยิ้ม)
หงุดหงิดแทนคิคุซังเลยค่ะ เจอต่คนพูดอ้อมค้อม ทั้งที่ไม่อยากเกี่ยวข้องก็โดนลากไปจนได้ (ดีนะที่ตุรกีมีนัดกับเมริ...ไม่งั้นคิคุซังอาจเดือดร้อนมากว่านี้นะคะ)

อ่านจบแล้วก็อยากอ่านตอนหน้าจังเลย
พอมีตุรกีซังเข้ามาดูเนื้อเรื่องเข้มข้นดีจัง
อยากรู้ว่าคิคุซังจะทำยังไง เจอตัวป่วนตัวเดียวพอรับได้ นี่เจออีกตัวที่ร้อยเล่ห์แสนเกวียนจะเป็นยังไงนะ

เข้าข้างตุรกี แต่เชยร์กรีซยุ่นนะคะ อั๊งค์~~

ทีสิดพยายามเข้านะคะ
อย่าเล่นเกมแฟลชให้มากเกินไปล่ะ
พักผ่อนเยอะๆด้วยนะ

/ปักป้ายตัวโตๆ มีไฟกระพริบรอบ ว่า
"อยากอ่าน Dolls!!!!"

(หัวเราะ)

#10 By 『 フェロン 』 on 2008-12-01 22:42

กุขำเม้นท์อีล่อน

#11 By カフカ on 2008-12-02 15:18