[Hetalia Fanfiction] Petal (7)
posted on 30 Nov 2008 10:56 by keechan in Fictionคุณกีทำอะไร... คุณกีทำอะไรคะเนี่ย!!!
ทีสิดละคะคุณกี!!
TT-------------------------------TT
!@%#$_)**%)^(*(^^#($*&@#+-)($&O^&$)_)
กะฮึก...
มีอะไรมั่งมั้ยเนี่ย....
แฟนฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ประเทศ บุคคล หรือองค์กรใดที่มีอยู่จริงบนโลก
เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่่มีเนื้อหาเสียดสี โดยตัวละครในเรื่องได้ดัดแปลงมาจากประเทศบนโลก กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน
Petal (7)
เราพูดคุยกันเพียงเล็กน้อยเฉพาะเท่าที่จำเป็น
เฮราเคลสคงไม่ได้โกรธแล้วกระมัง กลายเป็นผมที่วางตัวไม่ค่อยจะถูก ด้วยเหตุผลที่คลุมเครือไม่อาจตอบตัวเองได้
ผมกำลังนั่งอยู่ในงานดนตรีกลางแจ้ง แม้จะเป็นกลางฤดูร้อน แต่ในเวลากลางคืนที่พระอาทิตย์ดับแสงอากาศก็เย็นสบายถึงขนาดที่ว่าใส่ชุดสูทแบบสากลมาร่วมงานได้แบบไม่อึดอัด
ผมสนทนากับคนที่ผ่านไปผ่านมาสั้นง่ายตามมารยาทอันควร แต่มิได้หวังจะสานสัมพันธ์ให้ยืนยาวนัก เพียงแค่เป็นการแสดงตนว่าสนใจผู้คนจากบ้านเมืองอื่นบ้างพอเป็นพิธี หมดธุระแล้วก็นั่งนิ่งๆ อยู่กับที่ไม่ต้องเป็นจุดสนใจ รอการแสดงอันเป็นจุดเด่นของงานกำลังจะเริ่มต้น
ดนตรีตะวันตกมีความโดดเด่นและหลากหลายภายในตัวของมันเอง เพียงแค่เครื่องสายอย่างไวโอลินก็สามารถส่งเสียงงดงามและโหยหา ร้อนแรงเร่งเร้า หรือว่าจะหวานซึ้งซาบซ่านก็ได้ ขึ้นอยู่กับเจตนาของคีตกวีและนักดนตรีผู้สื่อสารเสียงดนตรีออกมาสู่โสตประสาท
ท่วงทำนองที่ไม่คุ้นเคย ประสานก้องดังลานดนตรีแห่งนี้ นำพากลิ่นอายของความรื่นเริงแห่งฤดูร้อนมาด้วย บทเพลงหลายรสบรรเลงอย่างเพลิดเพลินจนแทบจะลืมเวลารอบข้างที่ไหลผ่านไป
ทว่าท่ามกลางเสียงดนตรีที่ผสมผสานกันนั้น... กลับมีบางเสียงแปร่งออกมา ผมไม่ใช่คนหูดี อาจจะคิดไปเองก็ได้ หรืออาจจะเพราะอคติทำให้คิดไปว่าที่มาของเสียงแปลกปลอมนั้นมาจากไวโอลินของเฮราเคลส เสียงเครื่องสายที่เสียดสีนั้นรุนแรงและขุ่นมัว แม้เสียงไวโอลินชิ้นอื่นจะกลบทับไว้ด้วยความใสกังวานไว้ได้ แต่ผมกลับได้ยิน
สื่อมาถึงผมงั้นหรือ เสียงจากหัวใจของคุณ...
ผมนิ่วหน้า เกลียดการกระทำแบบนี้ขึ้นมาจับใจ ไม่ต่างอะไรกับสงครามเย็น ดูเผินๆ แล้วความสัมพันธ์ก็ยังราบรื่นไม่มีปัญหา แต่ที่จริงแล้วมีความขัดแย้งแทรกซึมอยู่ ย่ำแย่มาก
ผมเกลียดการถูกกดดัน
ความอดทนถูกเค้นดึงออกมาเพื่อบังคับตัวเองให้นั่งอยู่ที่เดิมจนกว่าเพลงจะบรรเลงจบลง บางทีผมอาจจะเครียดเกินไป เสียงปรบมือดังสนั่นเป็นการชื่นชมบทเพลงที่เพิ่งสิ้นสุดลง ไม่มีใครสักคนในที่นั้นได้ยินเสียงที่แปร่งออกมาแม้แต่คนเดียว
เพราะว่าอยู่ไกลเกินไปทำให้มองไม่เห็นว่าเฮราเคลสทำหน้าตาอย่างไร ดูจากบรรยากาศโดยรวมแล้วก็เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ไม่มีความผิดปกติ
ปฏิกิริยาเมื่อครู่นี้มันคืออะไรกันครับ
ผมคิดไปเอง... ประสาทหลอน หรือว่าหูเพี้ยนไปเสียแล้ว
ผมรู้สึกว่าความคิดของตัวเองไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยเสียแล้ว แต่ท่ามกลางเทศกาลรื่นเริงเช่นนี้จะหาที่ปลีกตัวไปตามลำพังคงยาก และที่สำคัญการแสดงดนตรียังไม่จบ
“ปวดหัวเหรอ เห็นนายทำหน้าปั้นยากมาได้สักพักแล้ว หรือดนตรีตะวันตกไม่ตรงรสนิยมชาวตะวันออก”
เสียงทักจากคนข้างๆ ฟังดูหาเรื่องชอบกล พอหันไปมองก็พบว่าเป็นคนไม่ใกล้ไม่ไกลนี่เอง
“ไม่ใช่หรอกครับ ไม่มีอะไร”
คนนอกที่เข้ามาถามเรื่องส่วนตัว มีอะไรก็ปฏิเสธไว้ก่อนเป็นการดี
“ได้ยินว่านายถูกเชิญมาเป็นกรณีพิเศษ ขนาดกับหวังเหยาหมอนั่นไม่เห็นจะใส่ใจสักเท่าไหร่ เลือกคบคนได้แปลกดีนะ”
นั่นแปลว่าคุณหวังเหยาควรค่าแก่การคบหามากกว่าผมหรือไงกันครับ พูดจาหยามน้ำหน้ากันแบบนี้ชักจะไม่สวยซะแล้วนะครับ คุณซาดิค
“ถ้านั่นเป็นคำชม ก็ขอบคุณครับ”
ถ้าสบประมาทกันอีกผมจะไม่รับรองสถานภาพเศรษฐกิจของคุณนะครับ
ชายชาวตุรกีหัวเราะ ยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนถูกปั่นหัวเล่น
“นายน่ะมันพวกน้ำนิ่งไหลลึก คมในฝัก ใครๆ ก็อยากผูกมิตรด้วยกว่าให้เป็นศัตรู แถมหัวไว หัวก้าวหน้า อยู่กับที่ไม่เป็น ถึงจะตัวแค่นี้ก็ประมาทไม่ได้เลย”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ”
อุตส่าห์ทำตัวไม่ให้เป็นจุดเด่นแล้วเชียวนะ แล้วเวลาจะบรรยายสรรพคุณของผมก็ไม่ต้องพูดเสียลั่นอย่างนั้นครับ ความลับรั่วไหลกันหมดพอดี
“เฮราเคลสสานสัมพันธ์แน่นแฟ้นเลยสินะ ได้ยินว่าหมอนั่นไปเที่ยวบ้านเธอบ่อยเหลือเกิน”
“ผมขอไม่พูดเรื่องนี้ได้มั้ยครับ คุณซาดิคจะคุยกับผมก็พูดถึงแค่ผมก็พอ อย่าลากคนนอกมาเกี่ยวด้วยเลย”
ขืนปล่อยให้พูดต่อเดี๋ยวก็จะหาเรื่องกันเองอีกน่ะสิ ไม่ถูกกันมาแต่ชาติปางก่อนก็ขอกรุณาอย่าลากผมเข้าไปในการทะเลาะเบาะแว้งของพวกคุณสิครับ
“ก็ได้ ก็ได้ ยังเอาจริงเอาจังเหมือนเดิมเลยนะ”
“ถ้าหากคุณมีเรื่องจะคุย รบกวนช่วยเก็บไว้หลังการแสดงจบก่อนได้มั้ยครับ”
ผม ตัดบทเสียเอง จริงๆ แล้วนี่ก็ไม่ใช่เวลาที่ควรจะมาคุยกันนะครับ ดนตรียังไบรรเลงอยู่เลย หัดรู้จักให้เกียรตินักดนตรีแล้วก็เกรงใจผู้ชมคนอื่นเสียบ้าง
“จะว่าไปก็ไม่ใช่เรื่องอะไรสำคัญถึงกับจะต้องนั่งคุยกันเป็นการเป็นงานหรอกนะ แต่ไหนๆ เสนอมาแล้ว ก็เอาไว้หลังการแสดงจบค่อยคุยกันก็ได้”
จะอะไรก็ช่าง รีบๆ เข้าประเด็นแล้วก็ให้มันเสร็จผ่านๆ ไปเสียที ผมกำลังอารมณ์ไม่ดี อยากจะกลับบ้านแล้วด้วย ชาวเอเชียกึ่งยุโรปแถบเมดิเตอร์เรเนียนนี่มีความเป็นยุโรปมากกว่าเอเชียเสียอีก เวลาทอดสายตามองจึงถือตัวหยิ่งยะโสว่าตนยืนอยู่เหนือกว่าตลอดเวลา เห็นแล้วน่าหงุดหงิดเสียจริง
“ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรจะพูดกับผมหรือครับ”
พอการแสดงจบลง ก็เป็นช่วงเวลาอิสระที่แขกมาร่วมงานจะใช้เวลาพูดคุยกัน แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะเดินทางกลับกันหมดก็เถอะ
“เห็นว่านายสนิทกับเฮราเคลสดีใช่มั้ย”
คำถามนั้นยังให้คิ้วกระตุกเล็กน้อย พูดไปแล้วแท้ๆ ว่าไม่ให้ถามเรื่องคนนอก
“ใช่ครับ”
“หมอนั่นไม่ว่าอะไรเหรอที่นายมาคบหากับฉันด้วยน่ะ”
“เกรงว่านั่นไม่ใช่คำถามที่ผมจะตอบได้ครับ”
“งั้นขอเปลี่ยนคำถามแล้วกัน รู้สึกยังไงที่คบทั้งฉันกับหมอนั่นพร้อมๆ กัน”
“...ไม่ยังไงนี่ครับ รู้จักกันเอาไว้มากๆ สัมพันธไมตรีกันเอาไว้ก็ออกจะดีไม่ใช่หรือครับ เป็นคำถามที่แปลกจังนะครับ”
คำถามแบบนั้นช่างเป็นคำถามที่พิลึก ถ้าหากมัวแต่มาพิจารณาความสัมพันธ์ลูกโซ่กันแบบนี้แล้วคงสานสัมพันธ์กับใครไม่ได้เลยกระมัง คนทั้งโลกก็คบทั้งคุณอัลเฟรดกับคุณอาเธอร์พร้อมๆ กันอยู่แล้ว ไม่เห็นจะมีปัญหาแบบนี้เลย
“ไม่คิดว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะไม่พอใจที่เธอทำแบบนี้บ้างเหรอ เหมือนเหยียบเรือสองแคมยังไงๆ อยู่นะ”
ไม่พอใจก็ประกาศตัดความสัมพันธ์ไปเสียสิครับ ที่ยังยอมติดต่อกันอยู่ก็เพราะหวังประโยชน์กันทั้งสองฝ่ายมิใช่หรือ
“ผมไม่ได้ปิดบังนี่ครับ กรุณาอย่าเอาความสัมพันธ์สองฟากมารวมกัน แล้วผมก็คิดว่าทั้งคุณซาดิคแล้วก็เฮราเคลสคงมีเหตุผลเพียงพอและทราบเป็น อย่างดีว่าการแทรกแซงความสัมพันธ์ของคู่ค้าประเทศอื่นที่ตนเองไม่มีส่วนได้ เสียเป็นนโยบายที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์สักเท่าไหร่”
คุณซาดิคยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน แล้วจึงเถียง “แต่ถ้าได้ผูกขาดเธอไว้ ไม่ให้ประเทศคู่แค้นของฉันได้ประโยชน์จากเธอก็สะใจดีไม่ใช่เหรอ”
ฝ่ามือใหญ่ยื่นออกมาจะแตะไหล่ ทว่าผมผละตัวห่างออกมาเสียก่อน “กรุณาระวังคำพูดด้วยครับ อาจจะกลายเป็นปัญหาระหว่างประเทศได้”
“มันเป็นไปตั้งนานแล้ว”
“แต่ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยครับ”
ผมไม่ขอติดร่างแหกับการทะเลาะเบาะแว้งของพวกคุณหรอกนะครับ วุ่นวายแถมยังเสียเวลาเปล่าๆ
“และผมไม่มีความคิดที่จะยุติความสัมพันธ์กับคุณทั้งสองคน หากคุณมีปัญหาโดยตรงอันใดเกี่ยวกับญี่ปุ่นกรุณาแจ้ง ผมจะแก้ไขเพื่อให้ความสัมพันธ์ดำเนินไปด้วยดีอย่างสุดความสามารถ แต่หากเป็นปัจจัยอื่นภายนอกแล้วล่ะก็ เกรงว่าคงจะอยู่นอกเหนืออำนาจของผม”
“เล่นพูดดักทางไว้หมดอย่างนี้ฉันก็ทำอะไรไม่ได้น่ะสิ”
ดักทางอะไรกันครับ ผมพูดไปตามเหตุผลและหลักการตามนโยบายต่างประเทศอันควรจะเป็นเท่านั้นเอง ที่จริงแล้วผมก็ไม่อยากจะตัดความสัมพันธ์กับตุรกีหรอกนะครับ เสียประโยชน์โดยไม่จำเป็นอย่างน่าเสียดายออก ช่วยคงความสัมพันธ์ให้ราบรื่นไว้ตลอดไปก็จะช่วยได้มาก
แล้วที่ว่าทำอะไรไม่ได้น่ะ... ต้องการจะทำอะไรหรือครับ
“หวังว่าเราคงเข้าใจกันดีแล้วนะครับ”
ผมยิ้มเรียบๆ แล้วค้อมตัวให้เล็กน้อย เป็นการขอปลีกตัวออกมา ทว่าอีกฝ่ายคงไม่รู้ความหมายจึงได้คว้าข้อมือเอาไว้
“จะรีบไปไหนล่ะ อุตส่าห์มางานเทศกาลที่มีบรรยากาศดีๆ ทั้งที มานั่งคุยกันก่อนดีกว่า”
ก็ไม่มีเรื่องจะคุยแล้วไม่ใช่หรือไงกัน ด้วยความที่อารมณ์ไม่ดีอยู่เป็นทุนเดิม ผมเลยไม่มีกะจิตกะใจจะมานั่งคุยเล่นเย็นใจกับใครทั้งนั้น ถ้าเป็นปกติก็จะทนนั่งฟังเออออไปตามน้ำให้อยู่หรอก
“...ถ้าใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่ล่ะก็ ก็ได้ครับ”
การประนีประนอมมันฝังอยู่ในสายเลือดแบบตัดไม่ขาดเสียแล้วล่ะครับ ถึงจะชังน้ำหน้าอยากหลบฉากไปแค่ไหน แต่ที่ออกจากปากก็กลายเป็นคำตอบรับอย่างเกรงอกเกรงใจ เดี๋ยวใครเขาจะหาว่าชาวญี่ปุ่นหยิ่งยะโสโอหังถือตัวกันได้
“เอ่อ... แล้วก็ ช่วยปล่อยมือด้วยครับ ผมลำบากใจ”
คนญี่ปุ่นไม่แตะตัวกันในที่สาธารณะนะครับ ต่อให้กับคนสนิทก็เถอะ
“อย่าหัวโบราณไปหน่อยเลยน่า ชาวตะวันตกจับมือทักทายเป็นปกตินะ แบบนี้เวลาเธอไปเจอคนอื่นไม่โดนหาว่าไร้มารยาทเอาเรอะ”
สถานการณ์แบบนี้มันใช่การจับมือทักทายแบบตะวันตกที่ไหนกันครับ! หนำซ้ำยังโดนด่าฟรีอีก หัวโบราณยังไงก็เป็นผู้นำเทคโนโลยีแล้วก็แฟชั่นติดอันดับต้นๆ ของโลกก็แล้วกัน!
“เข้าเรื่องเถอะครับ ผมมีเวลาไม่มาก”
“จะต้องรีบกลับไปไหนเหรอ คืนนี้ยังอีกยาวไกล”
ก็ในเมื่อไม่มีธุระอะไรสำคัญก็เลิกทำให้บทสนทนายืดเยื้อเสียที ผมต้องการเวลาเป็นส่วนตัวบ้างนะครับ ถ้าอยากจะนัดคุยก็นัดมาให้ถูกกิจจะลักษณะก็สิ้นเรื่องแท้ๆ
“นิดหน่อยครับ ผมยังมีงานค้างอยู่ ถ้าหากคุณยังมีเรื่องสำคัญจะต้องคุยล่ะก็ เกรงว่าคงต้องรบกวนให้นัดมาวันหลังแล้วล่ะครับ อยากให้ผมแวะไปที่ตุรกีก่อนกลับมั้ยครับ ยังพอมีเวลาอยู่บ้าง”
ไม่มี ไม่มี ปฏิเสธซะเถอะครับ ผมรู้น่าว่าคุณไม่มีเรื่องอะไรจะคุย แค่อยากจะปั่นหัวผมกับเฮราเคลสที่กำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่เท่านั้นเองใช่มั้ยล่ะ เรื่องคุณภาพสินค้าที่นำเข้ามาเอย เรื่องกระบวนการผลิตเอย ที่แวะไปคราวก่อนก็ให้ข้อมูลไปพร้อมเสร็จสรรพแล้ว คงจะไม่ต้องการอัพเดทอะไรเพิ่มอีกหรอกนะครับ ถึงเขาว่าเทคโนโลยีพัฒนาเร็ว แต่คงไม่เปลี่ยนแปลงถึงขั้นพลิกหน้าประวัติศาสตร์ได้ในไม่กี่เดือนหรอก
“น่าเสียดายจัง หลังงานเทศกาลนี้ฉันมีนัดกับอัลเฟรดเรื่องการขยายตลาดกับกลุ่มประเทศยุโรปเสียด้วย คงต้องเลื่อนไปโอกาสหน้า”
เลื่อนได้เลยครับ เลื่อนไปอีกนานๆ ให้นานจนผมมองหน้าคุณแล้วเลิกหงุดหงิดได้เสียก่อนนะครับแล้วค่อยมาคุยกันใหม่
“ครับ ไว้โอกาสหน้า”
ผมปลีกตัวออกมาได้สำเร็จแล้วจึงกลับโรงแรมทันที ไม่เสียเวลารอให้เผชิญหน้ากับใครคนอื่นอีก มิฉะนั้นคงจะเอาแต่ทำหน้าบอกบุญไม่รับใส่คนที่เข้ามาทักทายไปทั่ว
ขอเอาเวลากลับไปเล่น DS แก้เครียดดีกว่า...
To be continued...
งืม
สั้น
หมด
จบตอน
ฮอนด้าจังนอย
ฮืออออ


#1 By ป้าแดง underground on 2008-11-30 13:57