[Final Fantasy VII AU Fiction] Doll (3)
posted on 08 Oct 2008 19:14 by keechan in Fiction, FinalFantasy-KingdomHeartsเอามาลงตามในมัลติ (ที่ลงล่วงหน้าไป... นานแล้ว ฮ่าๆ)
Doll (3)
Pairing : ???????? x Cloud Stife
ตลอดทางที่ขับรถมาจนถึงที่หมาย คลาวด์ไม่ได้เอ่ยปากอะไรเลย
แทบจะไม่มองตาแซคเลยสักครั้ง เด็กหนุ่มเอาแต่หันหน้าออกไปนอกหน้าต่าง
จ้องมองวิวข้างถนนที่ผ่านไปด้วยดวงตาที่เลื่อนลอย
แซคที่เคยชินกับ
การได้พูดคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ไม่หยุดปากรู้สึกอึดอัดอยู่ไม่น้อย
แต่เขาก็ไม่กล้าออกปากถามอะไรก่อน ก็เรื่องเมื่อครู่เขาเป็นฝ่ายผิดชัด ๆ
จะให้เลียบ ๆ เคียง ๆ เข้าไปคุยใหม่ได้ยังไงล่ะ เด็กนี่ต้องโกรธเขาอยู่สุด
ๆ ไปเลยแน่
คลาวด์ แอบลอบสังเกตแซคอยู่เงียบ ๆ
ที่ผ่านมาคนที่เซฟิรอธเคยจ้างจะมีลักษณะของความเป็นมืออาชีพมากกว่านี้
มักจะชอบทำตัวเหมือนเขาเป็นเจ้าหญิงที่ต้องได้รับการคุ้มครอง
สุดท้ายก็หาเศษหาเลยกับร่างกายของเขาด้วยการทำเป็นว่าทุกย่างก้าวมีอันตราย
ขนาดจะต้องกอดหรืออุ้มเขาไปทุกที่
เรียกได้ว่าไม่เกรงกลัวว่าจะเป็นการหักหลังนายจ้างเลยทีเดียว
เขาไม่
แปลกใจที่ ’บอร์ดี้การ์ด’ กำมะลอที่เซฟิรอธจ้างมาจะเปลี่ยนหน้าไปเรื่อย ๆ
เซฟิรอธคงมีจุดประสงค์อะไรซักอย่างถึงให้คนพวกนี้มาเข้าใกล้เขา
แต่ยังหาคนที่ตรงกับความต้องการไม่ได้เสียที
แซคแตกต่างกับทุกคนที่
ผ่านมา ประการแรกชายหนุ่มดูจะสนิทสนมกับเซฟิรอธ
นี่เป็นข้อมูลที่เขาไม่เคยรู้ คลาวด์คิดแล้วก็นึกหัวเราะ
มีอะไรเกี่ยวกับเซฟิรอธที่เขารู้จริง ๆ บ้าง? ไม่มีหรอก
ผู้ชายคนนั้นไม่เคยบอกความจริงอะไรกับเขา
หลังจากที่เครื่องยนต์ดับไปสักพักแล้ว แซคที่ทนความอึดอัดไม่ไหวก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาจนได้
“...
ฉันไม่รู้ว่านายกับเซฟิรอธเล่นสงครามเย็นอะไรกันอยู่หรอกนะ
ขอร้องอยู่อย่าง เห็นใจมนุษย์เงินเดือนตาดำ ๆ อย่างฉันเหอะ
อย่าเอาฉันเข้าไปเกี่ยวด้วยเลย แต่ถ้านายไม่ชอบจริง ๆ ก็บอกมาตรง ๆ
ก็ได้นะ ฉันว่าบางทีนายอาจจะเป็นฝ่ายถูกก็ได้
ฉันจะได้ไปเอาเงินฟาดใส่หน้าหมอนั่นกลับ
ไอ้ที่ฉันพูดเมื่อกี้ก็ขอโทษด้วยแล้วกัน”
แซคพูดรัวเป็นชุดจนแทบจะจับไม่ถูกว่าต้องการจะบอกอะไร เด็กหนุ่มฟังหน้าตาเฉยเมยแล้วตอบเรียบ ๆ
“ช่างเถอะ ผมไม่ได้คิดอะไรหรอก”
อย่าง
ที่สอง แซคดูเป็นคนจริงใจและตรงไปตรงมามาก
ราวกับผู้ชายคนนี้พูดสิ่งที่คิดจริง ๆ
อยู่ในหัวออกมาได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ
ถึงจะคิดอย่างนั้นแต่คลาวด์ก็เว้นช่องว่างให้กับข้อสันนิษฐานที่ว่าอาจจะ
เป็นการเสแสร้งแกล้งทำที่แนบเนียนก็เป็นได้
เด็กหนุ่มมองผ่านกระจก
หน้ารถไปที่พื้นที่สีเขียวเบื้องหน้า
ความทรงจำที่พยายามปิดผนึกไว้กำลังฟื้นคืนมาเมื่อได้เห็นบรรยากาศเดิม ๆ
เขาหลับตาลงวูบหนึ่ง พยายามสลัดภาพในอดีตให้หายไป
ฝ่ายแซคยังไม่ค่อยอยากเชื่อคำว่า ‘ไม่มีอะไร’ ของคลาวด์สักเท่าไหร่ แต่นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่คำตอบที่ได้รับไม่ใช่ความเงียบ
ว่า
แต่... ที่นี่มีอะไรน่าสนใจกันนะ เซฟิรอธถึงได้เจาะจงว่าให้พาเจ้าหนูนี่มา
สังเกตจากหน้าบอกบุญไม่รับของคนที่ถูก ‘บังคับ’
พามาแล้วคงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่
“จะ
ไปกันรึยัง?” เสียงทุ้มเอ่ยถาม
ชายหนุ่มแย้มรอยยิ้มและส่งแววตาอ่อนโยนมาให้ฝ่ายตรงข้ามจนคลาวด์เกิดอายขึ้น
มาโดยไม่รู้สาเหตุ มือใหญ่ถือวิสาสะกอบกุมข้อมือเขาอย่างถือสิทธิ์
“ผม...”
เด็กหนุ่มที่ยังอยู่ในอาการกล้า ๆ กลัว ๆ ขยับตัวออกห่าง
แต่กระนั้นก็ไม่กล้าออกแรงมากถึงขั้นขัดขืน
ภายในรถลีมูซีนอันกว้างใหญ่ดูจะคับแคบลงไปถนัดตา
อีก
ฝ่ายปั้นยิ้ม ยกมือขึ้นลูบศีรษะเด็กน้อยเพื่อให้ผ่อนคลาย “ทำใจให้สบาย
ไม่ต้องกลัวนะคลาวด์ ไม่มีอะไรทำอันตรายเธอได้ ฉันจะคอยคุ้มครองเธอเอง”
ริมฝีปากนิ่มอุ่นเคลื่อนเข้ามาประทับเบา ๆ ที่หน้าผาก
คลาวด์รู้สึกได้ถึงเส้นผมหนุ่มที่ระผ่านใบหน้าตัวเอง
ดวงตาสีฟ้าหลับลงชั่วครู่ ซึมซับไออุ่นที่จะทำให้เขารู้สึกปลอดภัย...
เซฟิรอธห่วงใยเขาแบบนี้เสมอ
“คลาวด์”
คนถูกเรียกชื่อลืมตาโพลงขึ้น ภาพที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากบอร์ดี้การ์ดแต่ในนามของตัวเอง
แซคเดินข้ามมาหวังจะเปิดประตูให้เพราะไม่เห็นคลาวด์ขยับเสียที จนเห็นว่าเด็กหนุ่มใจลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัวนั่นแหละเขาถึงได้เรียก
“...ไม่มีอะไรหรอก” คลาวด์พูดกันท่าไม่ให้อีกฝ่ายถามต่อได้อีกแล้วก้าวลงจากรถแต่โดยดี
เรเดียนการ์
เดนเป็นสวนพฤกษชาติที่เป็นที่นิยมของคนทุกเพศทุกวัย
นอกจากเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้จากทั่วโลกแล้วยังมีห้องวิจัยค้นคว้าพืช
พันธุ์ใหม่ ๆ ที่สวยงามแปลกประหลาดน่าอัศจรรย์ใจอีกด้วย
แซคเดินดุ่ม
ๆ เข้าไปแบบไม่สนใจคนอื่นรอบข้าง แต่ยังแอบเหลียวมองคลาวด์บ้างเป็นระยะ ๆ
ให้แน่ใจว่าเด็กหนุ่มจะไม่หนีหายไปไหนเสียก่อน
ถึงเจ้าตัวจะเดินตามมาอย่างว่าง่าย ใช่ว่าจะไว้ใจได้ตลอด
แซคลอบเปิดข้อความในโทรศัพท์สุดหรูที่เซฟิรอธยัดเยียดให้มา ง่าย ๆ
มันก็คือเครื่องมือที่เซฟิรอธจะคอยตามเช็คงานกับเขาได้ทุกเมื่อนั่นแหละ
แล้วอีกอย่างก็คือมีไว้เตือนความจำว่าเขาจะทำตามคำสั่งไม่มีบิดพลิ้ว
‘ต้นไม้
เขตหนาว’ คืออาณาเขตที่เซฟิรอธกำหนดมาให้
แซคจดจำแผนที่ในบริเวณที่ต้องไปตามคำสั่งให้แน่ใจว่าจะไม่หลงทาง
แต่แล้วโทรศัพท์เจ้ากรรมก็ดันดังขึ้น ไม่ใช่เครื่องพิเศษจากเซฟิรอธ
แต่เป็นเครื่องส่วนตัวของเขาเอง พอเห็นชื่อคนที่โทรมาแซคก็กดรับทันที
คลาวด์ที่อดทนรอเป็นเด็กดีมาได้สักพัก พอเห็นแซครีบกุลีกุจอคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างนั้น ก็คิดว่าไม่น่าใช่ใครอื่นนอกจากเซฟิรอธ
ถึง
จะบอกตัวเองซ้ำ ๆ ให้เลิกต่อต้าน เพราะไม่ว่าจะทำยังไง มันก็ไร้ผล
แต่เขาทนไม่ได้... ไม่ได้จริง ๆ
ที่จะทนให้ผู้ชายคนนั้นเล่นสงครามประสาทกับเขาได้ตามใจ
นั่นไม่ใช่เรื่องสนุกเอาเสียเลย
เด็กหนุ่มตัดสินใจปลีกตัวออกมา แซคยังสนใจพูดคุยกับคนที่โทรศัพท์จนไม่ได้สังเกต กว่าจะรู้ตัวอีกที เขาก็ไม่เห็นร่องรอยของคลาวด์แล้ว
“...ยุ่งแล้วไงล่ะ”
“แซค?” เสียงใสตามสายเรียกเมื่อได้ยินเขาพึมพำแปลก ๆ
“โทษทีนะ ฉันทำงานอยู่น่ะ ถ้ายังไงไว้เจอกันนะ ฉันจะแวะไปหา” แซคตัดบทอย่างรวดเร็ว หวังว่าจะคลาดสายตาจากเด็กหนุ่มไปไม่นาน
“อื้อ ก็ได้ เย็นนี้นะ สัญญาล่ะ” ปลายสายรวดรัดตัดความพร้อมมัดมือชกให้เสร็จสรรพ
“เฮ้! เดี๋ยว!” แซคไม่มีโอกาสได้ปฏิเสธเพราะอีกฝ่ายวางสายไปแล้ว และเขาไม่มีเวลาโทรกลับไปวอแวอีก
เจ้าหนูนั่น... ไว้ใจให้อยู่คนเดียวไม่ได้จริง ๆ
*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=
ไอ
ริสเป็นดอกไม้ที่คลาวด์ชอบมากที่สุด
เป็นดอกไม้ที่สวยงามด้วยสีสันที่หลากหลาย จริง ๆ
แล้วเขาไม่ได้ชอบสีไหนเป็นพิเศษ ตรงหน้าเขาเป็นทุ่งไอริสสีรุ้ง
ในเขตอากาศร้อนไม้ดอกดูจะเบ่งบานได้สะพรั่งมากกว่า
ที่จริงแล้วเขา
คิดถึงไอริสสีขาว ขาวจนกลืนไปกับสีขาวของหิมะที่กองลงมาเต็มท้องทุ่ง
ซ่อนเร้นอยู่ท่ามกลางปุยหิมะสีขาวจนถ้าไม่มองหาก็คงจะมองไม่เห็น
แต่
สีไอริสที่ติดตา กลับเป็นไอริสสีทอง... สว่างสดใสเหมือนแสงอาทิตย์
ซุกซ่อนความปรารถนาอันร้อนแรงไว้ยิ่งกว่ากุหลาบสีเพลิง
ห้องที่เคยถูกห้อมล้อมด้วยไอริสสีทองหายไปไหน...?
เด็กชายรูปร่าง
ปราดเปรียวคนหนึ่งวิ่งผ่านหน้าคลาวด์ไป ผมสีน้ำตาลตั้ง ๆ
นั่นทำให้เขาหลุดจากภวังค์โลกส่วนตัวกลับมาสนใจสิ่งรอบกาย
เด็กที่ดูท่าทางซุกซนคนนั้นน่าจะเคยมาที่สวนนี้เป็นครั้งแรก
เพราะแสดงความตื่นเต้นที่ได้เห็นทุ่งไอริสสีรุ้งอย่างไม่ปิดบัง
แล้วทำท่าจะเดินเข้าไปบริเวณที่เขาห้ามเดินเข้าไปเสียด้วย
คลาวด์เดินเข้าไปรั้งร่างที่เล็กกว่าไว้ เด็กชายหันมามองด้วยดวงตากลมดิกสีฟ้าโดยไร้แววระแวง
“เขาห้ามเข้านะ” คลาวด์เตือนพลางชี้ให้เห็นป้ายห้าม “ดอกไม้น่ะอ่อนแอ ถ้าเดินเข้าไปอาจจะเหยียบจนช้ำได้”
เด็ก
ชายตัวเล็กเกาหัวแล้วยิ้มแหะแก้เขิน “ขอโทษฮะ ผมตื่นเต้นมากไปหน่อย”
เป็นคำตอบที่ไร้เดียงสาและอ่อนต่อโลก
รอยยิ้มที่บริสุทธิ์แค่เห็นก็บอกได้ว่าเจ้าของเปิดเผยอารมณ์สดใสอย่างตรงไป
ตรงมา
“ว่าแต่ ดอกนี่ชื่ออะไรหรอฮะ”
“ไอริสน่ะ” คลาวด์ตอบเรียบ ๆ แต่จะว่าไปมันก็มีป้ายตัวเบ้อเริ่มปักบอกอยู่ไม่ใช่รึ...?
“เห---”
เด็กชายแปลกหน้าอุทานอย่างประทับใจ ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องเล็ก ๆ แสนธรรมดา
สมกับเป็นเด็กจริง ๆ “พี่ชายนี่เก่งจังฮะ
ผมไม่เคยเห็นดอกไม้มากขนาดนี้มาก่อนเลย”
เพราะความเป็นกันเองของเด็ก
น้อยคนนี้กระมัง ทำให้คลาวด์ไม่รู้สึกอึดอัดที่จะต่อบทสนทนาต่อ
“ฉันก็ไม่เคยเห็นหรอก ดอกไม้บานสะพรั่งเต็มทุ่งแบบนี้
ที่รู้จักเพราะว่าเคยเห็นดอกไม้แบบเดียวกันเท่านั้นเอง
ดอกไม้ที่รู้จักก็มีไม่มากหรอกนะ”
“ผมก็ไม่ค่อยได้เห็นดอกไม้เล็ก ๆ
แบบนี้นะฮะ บ้านเกิดผมอยู่ริมทะเล
เลยจะเห็นแต่ต้นมะพร้าวไม่ก็ต้นปาล์มมากกว่า
แถวบ้านพี่ชายมีดอกไม้เยอะมั้ยฮะ”
คลาวด์นิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะเลือก
คำตอบ ทุกครั้งที่นึกถึง ‘อดีต’ ขึ้นมา เขาจะรู้สึกเจ็บแปลบในใจลึก ๆ
“...ไม่หรอก... เป็นเมืองที่อยู่ทางเหนือ อากาศเลยหนาว
ไม่มีดอกไม้ให้เห็นมากนักหรอก”
พอย้ายมาอยู่มิดการ์
ก็ใช่ว่าเขาจะเห็นดอกไม้ในทุ่งมากเสียเมื่อไหร่
แต่ที่เคยเห็นก็เป็นดอกไม้ประดับที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี
เป็นดอกไม้ที่ถูกสั่งมาเอาใจเขา หลอกลวงให้เขาตายใจ
ไอริสสีทองก็เป็นหนึ่งในนั้น
“โซระ!”
เสียงเด็กหนุ่มอีกคน
ตะโกนแทรกขึ้นมา เขาดูโตกว่า ‘โซระ’
ค่อนข้างมากจนไม่น่าจะเป็นเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน
เจ้าของเรือนผมสีเงินยาววิ่งตรงเข้ามาหาเด็กชายโดยไม่สนใจคลาวด์
“บอก
แล้วไม่ใช่หรอว่าอย่าเที่ยวเดินเตร็ดเตร่ไปคนเดียวน่ะ”
เขารี่เข้ามากุมมือเด็กชายอีกคนไว้
ราวกับกลัวว่าเพื่อนของตนจะแว่บหายไปได้ทุกเมื่อ
“แหะ ๆ ก็ทุกอย่างมันน่าดูไปหมดเลยนี่ ริคุ”
“อย่าทำให้ต้องเป็นห่วงสิ” เจ้าของดวงตาสีเขียวตำหนิ
แล้วสวมกอดร่างเล็กไว้อย่างไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว
เด็กหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อยในอ้อมกอด แต่ก็รู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
“...ขอโทษครับ”
“หมอนี่ใครน่ะ”
ชั่ว
เวลาที่เขาเห็นภาพซ้อนของตัวเองกับเซฟิรอธ
เด็กหนุ่มที่ดูโตกว่าอายุก็จ้องมองเขามาอย่างไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่
‘ริคุ’ แสดงท่าทางว่าหวงเพื่อนของตนอย่างออกหน้าออกตา
“อ้ะ จริงสิ
พี่ชายชื่ออะไรฮะ” ท่าทางโซระจะตีความไปคนละเรื่อง ยิ้มกว้างซื่อ ๆ
มาให้จนริคุไม่กล้าขัดจังหวะ
ส่วนคลาวด์ได้แต่ทำหน้าแปลกใจที่เด็กคนนี้ช่างตรงไปตรงมาจนน่ารักน่าเอ็นดู
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเด็กหนุ่มผมเงินจะต้องลอบส่งสายตาอาฆาตมาให้เขา
“คลาวด์!”
เจ้าของชื่อหันไปตามเสียงเรียก ไม่คิดว่าแซคจะตามหาเขาเจอเร็วขนาดนี้
ดวง
ตาสีเขียวแข็งกร้าวขึ้นมาอีกขั้น
อาจจะเพราะรู้สึกไม่พอใจที่ต้องมาอยู่ท่ามกลางคนหัวตั้ง ๆ
แล้วทำให้ตัวเองเหมือนกลายเป็นส่วนเกิน
ริคุฉุดลากเพื่อนของตนออกจากวงโดยไม่ฟังเสียงคัดค้าน
“อ้า--! ริคุ! จะไปไหนน่ะ” คนที่ถูกลากไปโวยวาย แต่ก็ไม่อาจขัดแรงที่เหนือกว่าได้ เลยได้แต่โบกมือหยอย ๆ ให้พี่ชายใจดี
“ทำตัวเป็นบ้านนอกเข้ากรุงไปได้ นายน่ะ หัดเดินชมอะไรให้มันนิ่ง ๆ แล้วเป็นระเบียบหน่อยได้มั้ย”
“โธ่ ริคุก็รู้นี่ว่าฉันอยู่นิ่ง ๆ เป็นซะที่ไหน”
“เออ... ก็จริงนี่นะ”
“ง่ะ...”
เสียงต่อล้อต่อเถียงยังดังอย่างต่อเนื่อง แต่แซคไม่เสียเวลายืนฟังจนหมด เขามองใบหน้าหงอยเหงาแล้วเอ่ยถาม
“นายมาทำอะไรที่นี่”
“.........................”
แซคสูดลมหายใจลึก ๆ เข้าปอดช้า ๆ ในหัวก็ครุ่นคิดว่าจะรับมือกับเจ้าเด็กมีปัญหานี่ยังไง
“บอก
แล้วไม่ใช่เหรอ ถ้านายไม่พูด ฉันก็ไม่รู้หรอกนะ
ฉันไม่คิดจะบังคับนายถ้านายไม่เต็มใจ ต่อให้เป็นคำสั่งของเซฟิรอธก็เถอะ
คนที่รู้ว่าพานายไปที่ไหนก็มีแค่ฉันคนเดียวนี่แหละ”
“ผมไม่อยากมาที่นี่”
“ทำไม?”
“...คุณไม่เข้าใจหรอก” คลาวด์ว่าแล้วตั้งท่าจะเดินหนี แต่ถูกคว้าข้อมือไว้เสียก่อน
“ก็ถ้านายไม่พูดฉันจะเข้าใจได้ยังไงล่ะ”
ดวงตาสีฟ้าเคร่งขรึมจ้องกลับ จริงอยู่ว่าที่แซคพูดนั้นมีเหตุผล แต่ ‘คนนอก’ ย่อมไม่มีทางเข้าใจ
“ผมไม่อยากพูดถึง”
เอา
กับเขาสิ... เจอแบบนี้แซคอยากจะกุมขมับ “แล้วนายอยากให้ฉันทำยังไง”
ไหนบอกว่าจะทำตัวว่าง่ายให้เขาหาเงินได้สบาย ๆ ไม่ใช่เรอะ เจ้าเด็กนี่
ถ้าทำได้คลาวด์อยากจะบอกว่าให้เอาเซฟิรอธออกจากชีวิต หรืออะไรที่มันย่ำแย่กว่านั้น
แต่ไม่ได้... ไม่ใช่กับแซค ชายหนุ่มไม่รู้เรื่องอะไรด้วย เขาแค่ทำตามหน้าที่ที่ได้รับการส่งมาเท่านั้น
“ช่างเถอะ” เขาตัดบท “คุณจากลากผมไปไหนก็ตามใจ”
“ช่าง
ไม่ได้หรอก ฉันไม่ไว้ใจนาย” แซคเถียง
“เมื่อกี้นายก็พูดอย่างนี้แล้วก็เตลิดมาเองตามใจชอบจะให้ฉันแน่ใจได้ยังไง
ว่านายจะไม่ทำอย่างนั้นอีก”
คลาวด์หลบตา
เขาก็สัญญาไม่ได้เหมือนกันว่าจะไม่หนีไปอีก
เขาเกลียดการต้องอยู่ใต้อำนาจของเซฟิรอธแม้ว่าชายหนุ่มจะไม่มายืนอยู่ตรง
หน้ายังบังคับควบคุมไว้ทุกอย่าง
แซคทอดมองใบหน้าหวานที่หม่นหมองลงยิ่งกว่าเดิม เขายกมือขึ้นลูบศีรษะอีกฝ่าย
“ไม่อึดอัดบ้างเหรอ เก็บทุกอย่างไว้คนเดียวอย่างนี้น่ะ ถ้าแค่รับฟังฉันก็พอจะทำได้นะ รับรองว่าจะไม่ปากโป้งไปบอกใครที่ไหนแน่”
...
ทำไม ถึงยังทนทำดีกับเขาอยู่ได้ เพราะค่าจ้างก้อนงามสินะ
แม้จะรู้ว่าเป็นการกระทำที่เคลือบแฝงไปด้วยจุดประสงค์อื่น
แต่เวลาที่ว้าเหว่... ก็รู้สึกว่าอยากให้มีใครสักคนโอบกอดไว้ในอ้อมแขน
แซคเป็นผู้ชายที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นแบบนั้นได้ แต่...
“เซฟิรอธ... จะไม่ยกโทษให้คุณ”
“หมอนั่นไม่รู้หรอกน่า เอ้า ว่ามาสิ เจ้านั่นแค่ชอบเก็กหน้าโหดไว้ขู่ชาวบ้านเท่านั้นแหละ แต่เป็นคนมีเหตุผล ตกลงทะเลาะอะไรกัน”
แซ
คเริ่มรู้สึกโล่งใจที่เปิดปากให้คลาวด์พูดได้เสียที
เขาเดาว่าความสัมพันธ์ของเด็กหนุ่มกับเซฟิรอธคงไม่ซับซ้อนอะไรมาก ที่แน่ ๆ
เขารู้ว่าทั้งคู่มีสัมพันธ์ทางกายลึกซึ้งต่อกัน
คลาวด์ชั่งใจอยู่
ครู่หนึ่ง เซฟิรอธที่แซคพูดถึงเป็นมุมหนึ่งที่เขาเคยรู้จัก
แต่ผู้ชายอย่างเซฟิรอธไม่ได้เป็นแค่นั้น ถ้าเขาพูดออกไปแซคจะทำหน้ายังไง
ระหว่างคนที่เพิ่งรู้จักกันไม่ถึงสองวันกับเซฟิรอธที่รู้จักมาหลายปี
คิดว่าแซคจะเชื่อใคร?
เป็นคำตอบที่ง่ายมาก
“ผมพูดไม่ได้”
เขาเองก็ไม่อยากจะหาเรื่องเดือดร้อนมาให้แซคด้วย
พอได้ฟังคำตอบแซคก็ทำหน้ายุ่ง แต่ก็ยอมจำนนแต่โดยดี “โอเค ได้ ฉันจะไม่ถามแล้ว ไม่อยากอยู่ที่นี่ก็ไปที่อื่นกัน”
คลาวด์กระพริบตาเพราะไม่อยากเชื่อ “จริงเหรอ”
“โกหก” แซคเล่นลิ้น แล้วหันหลังเดินนำ “ฉันหิวแล้วล่ะ! ไปหาอะไรกันกินกันมั้ย”
ใบหน้าหม่นหมองนั้นดูจะสดใสขึ้นมาเล็กน้อย ร่างเล็กก้าวตามไปอย่างไม่ลังเล
“แต่น่าเสียดายนะ ที่นี่น่ะสวยขนาดนี้ ฉันก็เพิ่งมาเป็นครั้งแรกด้วย”
“ผมไม่ได้เกลียดที่นี่หรอกนะ”
“แต่นายบอกว่าไม่อยากมาไม่ใช่รึไง”
“...ถ้าไม่ใช่เขตอากาศหนาวก็ไม่เป็นไร”
อะไรจะโป๊ะเชะตรงกับที่เซฟิรอธสั่งให้ไปได้ขนาดนั้น ท่าทางจะมีเบื้องหลังไม่ธรรมดา
“ทำไมล่ะ” แซคหยุดเดินแล้วหันมาถาม ก่อนจะนึกได้ “เอ้อ โทษที ฉันลืมไปว่าห้ามถาม”
ลืมไปว่าถามไปก็คงไม่ได้อะไร
เพราะความใจกว้างของอีกฝ่าย แถมยังเข้าอกเข้าใจไม่ถามซอกแซค ทำให้คลาวด์พูดออกไป
“ถ้าคุณอยากจะเดินเที่ยวที่นี่ผมก็ไม่ว่าอะไร อย่างน้อยถ้าเราไม่ได้ออกไปจากที่นี่ ก็เหมือนว่าคุณทำตามคำสั่งแล้วนี่”
“นั่น
แหละ!” จู่ ๆ แซคก็ชี้หน้าคลาวด์ในระยะประชิดจนเด็กหนุ่มสะดุ้งโหยง
“ไอ้คำพูดมีเหตุผลแกมโกงนิด ๆ อย่างนั้นแหละที่ฉันต้องการ
ขืนพานายกลับไปแต่หัววันอย่างนี้ก็ผิดคำสั่งกันพอดี ตกลงตามนี้!
เราจะไปกินข้าวกลางวันกันแล้วก็เที่ยวให้ทั่วเรดียนการ์เดนเลย
เว้นไว้เขตเดียวที่นายไม่อยากไป โอเคมั้ย”
คลาวด์จ้องหน้าชายหนุ่มอารมณ์ดีที่ยิ้มแป้นร่าเริงอยู่แล้วพยักหน้า
ความจริงใจของแซค อาจจะเป็นของแท้ก็ได้ คงไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไรที่จะปล่อยตัวตามสบายเวลาที่อยู่ต่อหน้าผู้ชายคนนี้บ้าง
*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=*-=
“จะทานอะไรอีกมั้ย”
“...พอแล้วละครับ”
“มีอะไรที่อยากสั่งเพิ่มเป็นพิเศษรึเปล่า”
นั่นดูเป็นคำถามที่ไม่ต่างกันเท่าไหร่ และเจ้าของผมสีบลอนด์ก็ได้แต่ส่ายหน้าช้า ๆ
ชายหนุ่มร่างสูงยิ้มบาง ลูบผมสีบลอนด์ตั้ง ๆ นั้นเบามือ อีกฝ่ายก็ได้แต่จ้องกลับตาแป๋ว เขาไม่รู้จะวางตัวยังไง
“อารมณ์ดีขึ้นรึยัง หืม?”
เด็ก
หนุ่มหน้าแดงขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
ไม่ว่าเมื่อไหร่ฝ่ามือใหญ่นี้ก็รู้สึกอบอุ่นเสมอ
ร่างสูงมีบุคลิกที่น่าเกรงขาม แต่ลึก ๆ แล้วก็มีความอ่อนโยนอย่างที่สุด
ปลายคางเล็กถูกยกขึ้น ชายหนุ่มเคลื่อนใบหน้าเข้าใกล้ ยื่นลิ้นอุ่นแตะสัมผัสริมฝีปากเล็กเบา ๆ ราวกับจะแกล้งหยอกล้อ
“ไอศกรีมติดน่ะ”
คลาวด์หน้าแดงก่ำ พลางยกมือแตะริมฝีปากตัวเองด้วยเขินอาย ภาพนั้นยิ่งทำให้คนตรงหน้านึกอยากสัมผัสมากขึ้นอีก
“เซฟิ—”
น้ำ
เสียงถูกปิดกั้นด้วยริมฝีปากอุ่นที่ประกบทับเข้ามา
นั่นคือจูบแรกที่หวานฉ่ำ
คลาวด์ไม่เคยรู้ว่าแค่เรียวลิ้นที่สอดใส่เข้ามาในโพรงปากจะทำให้รู้สึกหวา
บไหวได้ถึงเพียงนี้ เด็กหนุ่มหลับตาพริ้ม
ปล่อยให้อีกฝ่ายตักตวงความหอมหวานโดยไม่ขัดขืน
ตรงกันข้ามเขาดึงกระชับให้อ้อมกอดแน่นเข้า
อยากให้ช่วงเวลาขณะนี้แปรเปลี่ยนเป็นชั่วนิรันดร์
“น่ารักมาก คลาวด์...”
เสียงทุ้มของเซฟิรอธยังตราตรึงอยู่ในหัวสมอง สลัดเท่าไหร่ก็ดูจะไม่หลุดไปเสียที
“เฮ้ ฟังอยู่รึเปล่า”
แซ
คยกมือขึ้นโบกผ่านหน้าเขาไปมาเพื่อทดสอบว่าสติของคลาวด์ยังอยู่กับเนื้อกับ
ตัวแน่รึเปล่า เด็กหนุ่มทอดสายตามองไปที่โต๊ะข้าง ๆ ได้สักพักแล้ว
“นายเหม่อหลุดโลกมาสองสามครั้งได้แล้วนะ ไหวแน่รึเปล่า”
คนถูกถามถอนหายใจยาว แต่ยังไม่ยอมละสายตาจากโต๊ะเป้าหมาย ถ้าแซคจำไม่ผิดนั่นคือเด็กสองคนที่อยู่กับคลาวด์โดยบังเอิญเมื่อครู่
“มี
อะไรรึไง” แซคแอบลอบมองบ้าง
ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มผมเงินดวงตาแข็งกร้าวคนนั้นจะรู้ว่าถูกมองมาได้สักพัก
แล้ว จึงได้ส่งสายตาเคือง ๆ มาให้
ทำเอาแซคไม่กล้ามองจนต้องหันกลับมาที่คู่สนทนา
“นายจ้องเขามากไปแล้วมั้ง เด็กสองคนนั้นเป็นคนรู้จักรึไง” ชายหนุ่มเดาสุ่มไปอย่างนั้น จากท่าทีของคนที่ถูกมองไม่น่าจะรู้จักกันหรอก
ฝ่าย
คลาวด์ยังจ้องมองคนคู่เดิมอยู่โดยไม่สนใจเสียงปราม
ดวงตาสีเขียวเข้มน่าพิศวงไม่ต่างกับเซฟิรอธ
ทั้งยังเรือนผมสีเงินเป็นประกายนั่นอีก
คนที่จะมีรูปลักษณ์เช่นนี้หาได้ไม่ง่ายนัก
ยิ่งกว่านั้นสายตาและท่าทางของเด็กหนุ่มที่อ่อนวัยกว่า
ยิ่งสังเกตก็ยิ่งคล้าย
“อ้ะ!”
โพชั่นแคนเย็นเจี๊ยบแตะผิวแก้มแบบไม่ทันตั้งตัว เบี่ยงความสนใจของเขาให้มาอยู่ที่คนตรงหน้าแทน
“ทำอะไรน่ะ”
“ทำให้นายหายงัวเงีย ดูท่าทางเหมือนยังละเมออยู่” แซคตอบแล้วเปิดกระป๋องดังซ่า ชายหนุ่มยื่นเครื่องดื่มให้เขาเป็นแกมบังคับ
“ดื่มซะ จะได้ตื่นเต็มตา” ไม่มีน้ำเสียงขี้เล่นหลงเหลืออยู่ บางทีแซคอาจจะหมดความอดทนกับเขาแล้วก็เป็นได้
คลาวด์
รับเครื่องดื่มสีฟ้าอ่อนนั้นมา แล้วดื่มลงคอโดยไม่คัดค้าน
รสชาติมันก็แย่อยู่เหมือนกันแฮะ... พอเขาดื่มเสร็จด้วยใบหน้าเฉยเมย
แซคก็รู้สึกแปลกใจพิลึก
“...เหลือเชื่อน่า นายกระเดือกลงไปได้ยังไงน่ะ นั่นมันน้ำอัดลมรสชาติยอดแย่เลยนะ!”
แปล
ว่าที่ซื้อมาไม่ได้คิดจะดื่มเองแต่แรกเรอะ... ไอ้เจ้าหมอนี่
คลาวด์คิดในใจแต่แสดงออกทางสีหน้าด้วยการขมวดคิ้ว
ถึงจะยังไม่ได้พูดอะไรซักคำ แซคก็อดหัวเราะไม่ได้
ก็คลาวด์ตอนนี้ทำหน้าเหมือนเด็กที่ถูกแกล้งแต่เจ็บใจสุด ๆ
เพราะเอาคืนไม่ได้อยู่น่ะสิ
“มีอะไรน่าขำ”
แซคไม่ตอบ
เขาเพียงแต่ยิ้ม คลาวด์ยังเป็นเด็กอยู่มากในสายตาเขา
แม้จะไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังว่าเด็กหนุ่มพบเจอเหตุการณ์อะไรมา
และดูเหมือนว่ามันคงไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่ แต่ยังไง...
ก็ยังเป็นเด็กอยู่ดี ย่อมจะต้องการความห่วงใยและใส่ใจจากใครสักคน
แซคลุกขึ้นจากโต๊ะ แล้วฉุดคลาวด์ให้ยืนขึ้น
“นายนี่นะ... คลาวด์
ผ่อนคลายสิ! คิดซะว่าที่นี่มีแค่ฉันกับนาย ที่นี่ไม่มีแม่เลี้ยงใจร้าย
ไม่มีราชินีที่ริษยาความงาม คิดซะว่านายเป็นอลิสในแดนมหัศจรรย์ก็ได้
เอาเป็นว่าโดนกระต่ายจอมเจ้าเล่ห์อย่างฉันหลอกมาไงล่ะ”
เอานิทานมา
ผสมกันกี่เรื่องละนั่น... เจ้าของดวงตาสีฟ้าที่ยังปรับอารมณ์ตาม ‘กระต่าย’
แสนกลไม่ทันทำได้เพียงก้าวตามแรงมือที่ดึงไป “ด... เดี๋ยวก่อน...”
“ไม่มีเดี๋ยวแล้ว
อยู่แดนมหัศจรรย์นายเลือกไม่ได้หรอกนะว่าเมื่อไหร่จะตัวเล็กลงหรือว่าตัว
ใหญ่ขึ้น เป็นเด็กเป็นเล็กหัดรู้จักทำตัวให้มีชีวิตชีวาหน่อยสิ
ฉันว่านายต้องอยู่กับเซฟิรอธมากไปถึงได้ติดนิสัยเฉยชามาแน่ ๆ”
“ผม
ไม่ใช่เด็กแล้วนะ!” เด็กหนุ่มเถียงแล้วขืนแรง
เขาไม่มีหน้าที่ต้องทำตามที่แซคบอก
ไม่อยากจะเที่ยวสนุกหรือว่าทำอะไรทั้งนั้น
เขารู้ดีว่ามันไม่ต่างอะไรกับการเล่นบ้านตุ๊กตา
และเขาก็เป็นตุ๊กตาที่โดนจับวางไปที่โน่นที่นี่
...ตามแต่ใจเจ้าของอย่างไม่มีทางขัดขืน ถึงได้ไม่อยากยุ่งเกี่ยว
ถ้ามีความรู้สึกดี ๆ เกิดขึ้นมาแล้ว มันก็จะสิ้นสุดลงในเวลาเพียงชั่วครู่
“นาย
อายุเท่าไหร่” แซคยังไม่ยอมแพ้
นี่เป็นโอกาสที่เขาจะรู้จักเด็กหนุ่มมากขึ้น
การที่เขายั่วให้คลาวด์โมโหได้ก็ยังดีกว่าไอ้ท่าทางไม่แยแสกว่าเยอะ
“...19”
“ฉัน 25 เป็นเด็กน่ะ ต้องรู้จักฟังผู้ใหญ่รู้มั้ย”
“เหตุผลข้าง ๆ คู ๆ”
“ต่อ
ปากต่อคำเก่งนี่ นี่ก็เพราะเซฟิรอธอีกรึเปล่า”
แซคเพียงแต่พูดถึงเซฟิรอธไปเพราะเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับคลาวด์มากที่สุด
ไม่คิดว่าปฏิกิริยาของคลาวด์จะกลับไปเป็นห่อเหี่ยวเหมือนเดิม
เด็กหนุ่มก้มหน้าแล้วเดินตามเขาโดยไม่พูดอะไรอีกเลย
“นาย...
ไม่ชอบเซฟิรอธมากขนาดนั้นเลยเหรอ”
ตอนแรกเขานึกว่าทั้งคู่กระทบกระทั่งกันตามประสา ‘คู่’ ที่อยู่ด้วยกันมา
แต่ท่าทางจะไม่ใช่แค่นั้น... คงเป็นความสัมพันธ์หยั่งลึกที่ยากจะเดา
“...ผมเกลียดเขา”
“ถ้าเกลียดแล้วทำไม...?” แซคยั้งคำถามไว้ได้ทัน สิ่งที่เขาจะถามออกจะรุกล้ำเรื่องส่วนตัวมากเกินไป “...ฉันจะไม่พูดถึงหมอนั่นแล้วกัน”
พอ
เห็นคลาวด์กลับไปทำหน้าเซ็งโลกเหมือนเดิม
เขาเลยตัดสินใจพูดอะไรให้มันชัดเจนไปเลยดีกว่า “ฟังนะ
ต่อให้ฉันไม่รับงานนี้ เซฟิรอธก็ต้องจ้างคนใหม่มาอยู่ดี
เรื่องของเรื่องก็คือฉันไม่อยากพลาดงานดี ๆ แบบนี้ พูดกันตรง ๆ เลยแล้วกัน
นายก็แสนจะโชคดีที่ได้คนอย่างฉันมาดูแลรู้มั้ย ไอ้ท่าทางน่ารำคาญของนายน่ะ
หาคนทนอยู่ด้วยได้ยากนะ เพราะงั้นลองนึกว่าถูกหลอก แล้วก็ตามฉันมาดี ๆ ซะ”
คลาวด์
ยังไม่ตอบ ในหัวไม่มีคำตอบว่าเซฟิรอธใช้แซคมาประกบเขาเพื่ออะไร
ตราบใดที่ยังไม่รู้จุดประสงค์ที่ซ่อนเร้นอยู่
เขาไม่อยากเดินไปตกหลุมกับดัก แต่ว่า...
ความซื่อตรงของแซคทำให้ยากจะปฏิเสธ
แถมอดคิดไม่ได้ว่าผู้ชายคนนี้ช่างยกยอปอปั้นตัวเองได้ไม่อายใครจริง ๆ
“ฉันอยากไปเที่ยวสวนนี่เต็มแก่แล้ว อย่าลืมที่นายสัญญาไว้เมื่อกี้สิ” แซคย้ำ
“...
อื้อ” คลาวด์รับคำอย่างง่ายดาย
สำหรับเขาแล้วจะให้ทำอะไรก็ได้ที่จะไม่ทำให้นึกถึงผู้ชายคนนั้น
แค่ในเวลานี้ก็ยังดี แซคจะทำให้เขาลบภาพหลอนในใจได้มากแค่ไหนเขาไม่รู้
คงมีแต่ต้องลองยอมรับดูเท่านั้น
พอได้ยินคำอนุมัติแซคก็เริงร่าจนแทบจะกระโดด
“คุณน่ะ... ปล่อยมือผมได้แล้ว”
ตั้งแต่
เดินออกจากร้านอาหารมาจนถึงตอนนี้ชายหนุ่มยังกุมมือเขาแน่นมาตลอดทางจน
คลาวด์เริ่มรู้สึกอึดอัด ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครสนใจมองก็เถอะนะ
“’แซค’”
“เอ๋?”
“รู้จักชื่อฉันไม่ใช่เหรอ งั้นก็เรียกด้วยชื่อสิ คลาวด์”
“เรียกชื่อฉันด้วยเสียงของเธอสิ”
“ซ...”
เหมือนกันอีกแล้ว แต่แซคพูดกับเขาเป็นธรรมชาติจนไม่คิดว่าจะมีการวางแผนคำพูดพวกนี้ไว้ก่อน
คลาวด์
มักจะเว้นระยะห่างกับคนอื่นอยู่เสมอ
ถ้าไม่จำเป็นเขาไม่นึกอยากจะสร้างความสนิทสนมกับใคร แค่การเรียกชื่อตรง ๆ
ก็ทำให้เขารู้สึกกระดากได้ไม่น้อย
แต่การถูกคนที่แทบจะไม่รู้จักจับมือไว้แน่นแบบนี้มันแย่กว่า
“แซค ปล่อยมือได้แล้ว” เด็กหนุ่มเรียกชื่ออีกฝ่ายตามคำขอร้อง หวังว่าแซคจะปล่อยมือเสียที
“ไม่ปล่อย”
คนฟังชักจะชุนกับน้ำเสียงยียวนนั่น เขากำลังถูกแกล้ง
“อย่าเล่นเป็นเด็กน่ะ”
“ไม่ได้เล่น ฉันจริงจัง”
“นี่คุณ--!”
“อ้ะ อ้ะ ’แซค’ ต่างหาก” ชายหนุ่มยกนิ้วขึ้นปิดปากเขาเป็นเชิงบอกว่าถ้าไม่ยอมเรียกชื่อสนิทสนม อย่าหวังเลยว่าเขาจะปล่อย
...ถึงจะเรียกชื่อก็ไม่คิดจะปล่อยมือเขาอยู่ดีไม่ใช่รึไง เป็นครั้งแรกที่คลาวด์ได้เจอคนขี้เล่นไม่รู้จักเลิกเสียทีแบบนี้
“ไม่ชอบเหรอ ถูกจับมือไว้แบบนี้”
“ก็ไม่ใช่อย่าง—”
“งั้นก็ไม่มีปัญหา!”
พูด
เองเออเองเสียอย่างนั้น คลาวด์ชักสงสัยว่าใครกันแน่ที่เป็นเด็ก
หน้าตาสดใสกับรอยยิ้มที่จริงใจของแซค
ไม่ต่างอะไรกับเด็กชายที่บังเอิญเจอกันเมื่อครู่เท่าไหร่
การพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาได้อย่างบริสุทธิ์ใจช่างน่าอิจฉา
แต่พอเห็นแล้วก็สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
เด็กหนุ่มนึกอย่างนั้นแล้วก็อมยิ้มน้อย ๆ
To be continued...
อ่าฮรั๊งงงง
แปะหนึ่งรูป ที่ระลึกที่เสียตังค์ไปเมื่องานคอมปาร์ TTwTT
อีน้องคล้าวโมเอ๊ะะะะะ อรั๊งงงงงงงง XD


สงกะสัยว่าฟิคนี้เป็นแซคคลาวด์แน่ๆ ฟันธง!!!!!
#1 By ดุกดุ๋ย on 2008-10-08 20:44