[Tenipuri AU Fiction] Cross (22): White Message (10)
posted on 14 Aug 2008 20:11 by keechan in Fiction
ก่อนอื่นก็ตอบเมนท์นะค้าาา
คุณยาโอ
ตอนพิเศษของซาเอะหรอค้า เขียนไม่ออกอ่ะค่า มันไม่มีแรงจูงใจ ฮ่าๆๆๆ แต่เรื่องหน้าที่เป็นภาคต่อซาเอะก็มีบทอีกนะคะ อั๊ง
ซิลเวอร์ก็โผล่มาแผลมๆ งี้เรื่อยแหละ ชอบชิชิโดะซังนะ แต่ไม่ประทับใจเสะแบบโจทาโร่อ่ะ ก็เลยไม่มีแรงจูงใจอีกเช่นกันเคอะ ถ้าคุณยาโอช่วยคิดพล้อตให้เค้าอาจจะเขียน อิิอิ
คุณฮานะ
มะ.. ไม่รู้จะตอบอะไรค่ะคุณฮานะ ตอนพิเศษของซาเอะ เหตุผลเดียวกับข้างบน
น้องที
ฉลาดเร็วก็ไม่ใช่เทะิสิเคอะ
น้องเอ
ตอนหน้า(โน้น) เดี๋ยวอีเก๋ได้บทเด่นแล้ว (หัวเราะ)
อีเหลือง
เมนท์เลวเสื่อมถ่อยเปลือง... จะเมนท์ด่าตัวละครไหนก็เมนท์สิเคอะ มีสิทธิ์ในฐานะคนอ่านนะเจ๊อะ ไหนๆ แกก็อ่านในรวมเล่มไปแล้ว ถ้าจะเมนท์เสื่อมไม่ต้องเมนท์ก็ได้นะ...
น้องฟุ
อีชี่หล่ออดใจรออีกตอนค่ะ!!!
เหรียญ
คนสวยน่าสงสาร... อั๊ง อยากเห็นเหรียญเมนท์ตอนนี้จัง (รู้สึกเหมือนเหรียญจะเมนท์อินพอๆ กะที่เมนท์หลังดูเกียสเข้าไปทุกวัน)
น้องกั้ม
ซาเอะเลื่อนขั้น บราโวฮ้าาาาา XD
Cross (22): White Message (10)
Pairing : ???????? x ????????
หรือน่าจะเปลี่ยนเป็น Tezuka Kunimitsu x ??????
กะ Oshitari Yuushi x ??????
หรือว่า ?????? x Atobe Keigo
กะ ??????? x Fuji Syuusuke ดีจ้ะ คุคุคุ
แสงแดดยามเช้าที่ลอดเข้ามาปลุกเทสึกะให้ตื่น ร่างสูงควานหานาฬิกาที่โต๊ะข้างเตียงอย่างเดิมแต่ก็ไม่พบ เขาถึงได้รู้ตัวว่าไม่ได้อยู่ที่บ้าน
จริงสิ... เมื่อคืน
เทสึกะลุกขึ้นเปิดผ้าม่านให้แสงสาดเข้ามาเต็มที่ แดดแรงขนาดนี้คงจะสายแล้วแน่ เขาเหลียวไปมองนาฬิกาบนหัวเตียงแล้วก็พบว่าเป็นเวลาเก้าโมงกว่าแล้ว มีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ วางไว้อยู่ด้วยกัน เทสึกะพยายามต้านความงัวเงียพร้อมอาการเมาค้างไปหยิบข้อความนั้นมาอ่าน
‘จ่ายค่าโรงแรมให้แล้ว ฉันต้องไปทำงานก่อน
เมื่อคืน ขอโทษ แล้วก็ ขอบคุณมากนะ คุนิมิตสึ
เคย์โกะ’
เมื่ออ่านข้อความนั้นจบเทสึกะก็ทำหน้ายุ่ง เขาโดนดึงเข้าไปเกี่ยวกับเรื่องวุ่นวายโดยไม่รู้ตัว ไม่นึกว่าอาโตเบะจะ... คิดจริงจังถึงเพียงนี้ แต่เขาไม่เคยสังเกตเห็น ทั้งเรื่องที่อีกฝ่ายชอบทำหน้าเหมือนกับจะร้องไห้เต็มทีทั้งๆ ที่ไม่มีอะไร
เมื่อคืน... เขารู้คำตอบทุกอย่าง
เขามองไม่ผิดจริงๆ ช่างเป็นผู้ชายที่เข้มแข็งและสวยงามเหลือเกิน ยิ่งกว่าใครในโลก
แต่ในเวลาเดียวกัน... ก็น่าสงสาร
เทสึกะจัดการล้างหน้าล้างตาและแต่งตัวใหม่เรียบร้อยแล้วจึงนั่งลงครุ่นคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาอีกครั้ง เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา จ้องมองหน้าจอที่แจ้งรายชื่อสายที่ไม่ได้รับ มีแค่ยามาโตะเท่านั้นที่โทรมาหลายครั้ง ไม่รู้ว่าป่านนี้จะกังวลไปถึงไหน เป็นเรื่องผิดปกติที่เขาจะทำตัวเหลวแหลกถึงขนาดนี้
คงจะต้องโทรกลับไปบอกก่อนว่าไม่ต้องเป็นห่วง เทสึกะคิดแล้วทำทันที เขาไม่ต้องเสียเวลารอสายเลยแม้แต่น้อย ยามาโตะรับโทรศัพท์แทบจะทันที
“คุณยามาโตะ ผมเองครับ”
“คุนิมิตสึ! ค่อยยังชั่วหน่อย ฉันล่ะเป็นห่วงแทบแย่ จู่ๆ ก็ผลุนผลันออกไปแล้วก็หายไปทั้งวันทั้งคืน ไม่เป็นไรแน่นะ”
ทุกทีแล้วเขาใช้ชีวิตอยู่ในระเบียบและไม่เคยประมาท จึงน้อยครั้งที่จะทำให้ญาติผู้พี่ตื่นตระหนกและโวยวายเช่นนี้ “ขอโทษครับ ผม... อารมณ์ไม่อยู่กับร่องกับรอยนิดหน่อย ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับ อีกไม่นานคงจะกลับ... คงอีกสักพักใหญ่กว่าจะกลับไปได้น่ะครับ”
“ถ้าไม่เป็นไรก็ดีแล้ว จะทำอะไรก็อย่าประมาทล่ะ”
พอได้ฟังเสียงนิ่งๆ ของเขาแล้วยามาโตะคงโล่งใจว่าเขาคงไม่ทำอะไรหุนหันอย่างเมื่อวาน เทสึกะพูดคุยอีกสองสามแล้วจึงวางสาย
เรื่องที่อาโตเบะพูดเมื่อวาน... ทุกคำ ทุกประโยคยังติดอยู่ในหัวสมอง ทว่า... เขาไม่สามารถทำอะไรเพื่ออีกฝ่ายได้ หัวใจที่หายไปของอาโตเบะไม่ใช่เขา... และเขาไม่สามารถแทนที่ได้
เพราะว่าเขามอบให้ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น
เทสึกะเหม่อมองหน้าจอโทรศัพท์ว่างเปล่าอยู่นานสองนาน ก่อนจะตัดสินใจกดโทรออก เขารอให้อีกฝ่ายรับสายอย่างอดทน จนกระทั่ง...
“...ฟูจิ”
ปลายสายเงียบไปนาน เทสึกะคาดเดาว่าฟูจิคงไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับเขาดี
“ฟูจิ... ถ้าไม่อยากจะพูดกับฉันก็ไม่เป็นไร ฉันแค่อยากให้นายฟังเท่านั้น”
คล้ายกับจะได้ยินเสียงลมหายใจลอดผ่านมา ถึงจะมองไม่เห็นปฏิกิริยาของร่างบาง แต่เทสึกะมั่นใจว่าฟูจิกำลังตั้งใจฟัง
“ฉันยังยืนยันคำเดิมว่าฉันไม่เคยคิดอะไรเกินเลยกับคนอื่น ฉันมีแต่นายเท่านั้น ไม่ว่านายจะคิดยังไง.... ฉันขอโทษที่ใส่อารมณ์เมื่อวาน คือ...”
ปลายสายยังไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ เทสึกะชักไม่แน่ใจว่าฟูจิแค่รับแล้ววางทิ้งให้เขาพูดเป็นบ้าอยู่คนเดียวรึเปล่า แต่ถึงยังไงก็ต้องพูดออกไป
“ฉันจะไปหานะ...”
เขาไม่ถนัดที่จะพูดคุยกันโดยไม่เห็นหน้า โดยเฉพาะเรื่องสำคัญแบบนี้
ไม่อยากให้หนีไป... ไม่อยากให้แยกจากกันอีกต่อไป
-//-//-//-//-//-//-//-//-//-//-
ฟูจิยังนั่งนิ่งอยู่บนเตียง เสียงของเทสึกะหายไปแล้ว นี่คือสิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่เหรอ... เทสึกะโทรมาก็เพราะเป็นห่วง โทรมาเพราะยังเห็นว่าเขาสำคัญ ต่อให้เขาไม่ทำอะไรเลย เทสึกะก็จะเป็นฝ่ายเข้ามาหาเอง ที่ต้องทำคืออดทนรอเท่านั้น
น้ำตารื้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ทำไมเขาถึงได้เป็นคนที่แย่อย่างนี้นะ
ป่านนี้แล้วเขายังขลุกอยู่แต่ในห้อง ซาเอกิบอกว่าถ้ายังไม่สบายใจก็ยังไม่ต้องไปที่ร้านดอกไม้ก็ได้ จริงสิ... เทสึกะบอกว่าจะมาหาแต่กลับไม่ถามสักคำว่าเขาอยู่ที่ไหน การไม่ไปปรากฏตัวคงจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
เขาพบเทสึกะไม่ได้หรอก... พบไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
เพราะอย่างนั้นตอนที่เทสึกะโทรมา... เขาถึงได้ไม่กล้าพูดอะไรออกไปสักคำ
ขอโทษนะ...
ร่างบางตัดสินใจลุกขึ้น ระหว่างนี้เขาจะหนีไปไหนไกลๆ ดีนะ ถ้าเทสึกะไปที่ร้านดอกไม้แล้วไม่พบเขาก็จะต้องตามมาถึงที่บ้านแน่ๆ
เพราะว่าเป็นตอนกลางวันทั้งบ้านจึงเงียบกริบ เขาจะหายตัวไปนานแค่ไหนกันนะถึงจะหนีเทสึกะพ้น ที่สำคัญกว่านั้นคือจะไปอยู่ที่ไหนต่างหาก เอาไว้ให้ออกนอกบ้านก่อนแล้วค่อยๆ คิดก็แล้วกัน เขาคงจะทำให้ใครอีกหลายคนเป็นห่วงอีกแน่
แม้แต่ข้าวเช้าก็ยังไม่ได้แตะ ในหัวสมองสับสนจนคิดอะไรไม่ออก ฟูจิคว้ากระเป๋าเงินและโทรศัพท์มาแล้วรีบรุดออกจากห้อง แล้วเขาก็คิดได้ว่าถ้าเอาโทรศัพท์ติดตัวไปด้วยไม่น่าจะดี ทิ้งไว้แล้วค่อยโทรมาบอกคนที่บ้านทีหลังดีกว่า...
ทว่าสิ่งที่คิดกลับไม่เป็นดังหวัง พอก้าวออกมาหน้าบ้านก็เจอกับเทสึกะพอดิบพอดี ร่างสูงจอดรถขวางหน้าบ้านเขาแบบไม่เกรงใจใครแล้วเดินเข้ามาหา
ฟูจิถอยหนีโดยอัตโนมัติ ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา
“นายจะออกไปไหนน่ะ ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะมาหา” เสียงทุ้มห้วนสั้นนั้นเป็นปกติของเทสึกะ แต่ฟูจิในขณะนี้ฟังแล้วรู้สึกเหมือนกำลังถูกต่อว่า
“ทำไม... เทสึกะตรงมาที่บ้านผมล่ะ”
วันนี้ไม่ใช่วันหยุด น่าจะไปตามหาเขาที่ร้านดอกไม้มากกว่าไม่ใช่เหรอ
“...ฉันเดาเอา นายคงไม่มีกะจิตกะใจจะทำงาน หลังจากเรา... ทะเลาะกัน เพราะฉันเองก็เป็นอย่างนั้น” เทสึกะตอบตรงๆ
ใช่แล้ว... เป็นอย่างนั้นแหละ ระหว่างเขาสองคนไม่จำเป็นต้องมีคำพูดก็เข้าใจกันได้ดี
ทำไมผมถึงไม่เชื่อในตัวเทสึกะนะ...
“ฟูจิ... นายเป็นอะไรรึเปล่า” เทสึกะก้าวเข้าประชิดหมายจะโอบไหล่บาง แต่ฟูจิถอยหลังไปอีกก้าวแล้วส่ายหน้า นั่นยิ่งทำให้เทสึกะลำบากใจ
“ยังโกรธฉันอยู่สินะ...”
ไม่ใช่... ไม่ใช่เลย เทสึกะ ผมไม่ได้โกรธเธอแล้ว แต่ผม... ไม่สมควรจะได้รับความอ่อนโยนจากเธออีก
“ฉันขอโทษ... ที่พูดจารุนแรงกับนาย ถ้านายสงสัยอะไรฉันจะตอบทุกอย่าง” มือใหญ่เคลื่อนมากุมมือของฟูจิอย่างแผ่วเบา สัมผัสอันอบอุ่นนั่นไม่อาจทำให้ฟูจิจะสะบัดทิ้งไปได้ เทสึกะยกมือเรียวขึ้นจุมพิตเบาๆ แววตาเป็นประกายแน่วแน่นั่นบังคับให้ฟูจิต้องสบตอบ
“ฉันรักนาย เป็นคนแรกและเป็นเพียงคนเดียวเท่านั้น จากนี้ไปจะไม่มีวันปล่อยมือนี้อีกแล้ว”
คำบอกรักที่ได้ยินไม่บ่อยนักทำให้หัวใจของฟูจิยิ่งหวั่นไหว จะให้ผลักไสคนตรงหน้าไป... เขาทำไม่ได้หรอก เขาไม่ได้เข้มแข็งถึงขนาดนั้น ยิ่งได้รู้ความจริงใจของเทสึกะก็ยิ่งทำให้รู้สึกรังเกียจตัวเองมากนัก
อยากจะชักมือกลับ แต่ก็ทำไม่ได้...
อยากจะบอกว่าผมก็รักเทสึกะไม่ต่างกัน แต่ก้อนสะอื้นกลับจุกติดที่ลำคอจนพูดอะไรไม่ออก
ทั้งๆ ที่ควรจะดีใจ แต่ทำไมตอนนี้น้ำตาถึงเอาแต่ไหลออกมากันนะ
“เท.. สึกะ... ผม... ขอโทษ”
ฟูจิเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยใบหน้านองน้ำตา ปฏิกิริยานั้นยิ่งทำให้เทสึกะไม่เข้าใจและตกใจมากขึ้นไปอีก
“ฟูจิ! นายร้องไห้ทำไม ไม่มีอะไรที่นายต้องขอโทษเสียหน่อย เกิดอะไรขึ้น”
ร่างบางเอาแต่ร้องไห้ ฟูจิพูดไม่ออกว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน
กลัวเหลือเกิน... ที่จะต้องเสียเทสึกะไป
“ยังไงก็เข้าไปข้างในบ้านก่อนมั้ย อย่ามัวแต่ยืนอยู่ตรงนี้เลย” เทสึกะเสนอ ฟูจิพยายามกลั้นเสียงสะอื้นแล้วพยักหน้า
จะให้ไล่เทสึกะกลับไปก็ทำไม่ได้... ในเมื่อเผชิญหน้ากันแล้ว เขาไม่อยากทำร้ายจิตใจเทสึกะโดยไม่อธิบายเหตุผลไปมากกว่านี้
ทว่าทันทีที่ปิดประตู... อ้อมแขนแกร่งกลับสวมกอดเขาจากด้านหลัง แน่น...
ถ้าหากสิ้นใจไปในอ้อมกอดนี้เสียได้... ก็คงจะดี
“บอกฉันสิ... นายร้องไห้ทำไม”
ลมหายใจอุ่นเป่ารดที่ข้างแก้ม เสียงกระซิบทุ้มต่ำอันแสนอ่อนโยนนั่นแทบจะทำให้ฟูจิหลอมละลาย อยากละทิ้งทุกสิ่งไว้ข้างหลังให้หมดสิ้น
ไม่มีใครอื่นที่เทสึกะจะโอบกอดเช่นนี้... มีแค่เขาคนเดียว ทั้งอย่างนั้นแล้ว...
น้ำตาเอ่อล้นขึ้นมาอีกหน สิ่งที่เขาทำลงไปช่างเลวร้าย... ไม่สมควรจะได้รับการปลอบโยนจากอ้อมแขนนี้เลย
เทสึกะยังคงโอบกอดร่างบางไว้ ตราบใดที่เขายังไม่หยุดร้องไห้เทสึกะคงจะไม่ยอมปล่อย อีกทั้งไม่เคยบังคับเอาคำตอบ... เทสึกะรอคอยเขาอย่างอดทนเช่นกัน...
ทั้งๆ ที่เทสึกะทำเพื่อผมได้ถึงขนาดนี้...
“...ฉันแย่มากเลยสินะ ที่ทำให้นายร้องไห้หนักถึงขนาดนี้... จากนี้... ฉันจะไม่ไปไหนอีกแล้วล่ะ ฟูจิ”
แม้แต่คำขอร้องว่า ‘อย่าร้องไห้เลย’ เทสึกะยังไม่เอ่ยปากบอก คิดๆ ดูแล้วร่างสูงแทบจะไม่เคยขอร้องอะไรจากเขาเลยสักครั้ง
ฟูจิหมุนตัวแล้วซบใบหน้าลงกับบ่าแข็งแรง เทสึกะไม่ตั้งคำถาม ไม่กดดันด้วยอะไรทั้งนั้น ร่างสูงปลอบประโลมเขาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ลำแขนทั้งสองข้างกอดเขาไว้แน่น อาจจะไม่มีทางคลายลงตราบใดที่น้ำตายังไม่เหือดแห้ง
ต้องพูด... ถ้าหากไม่พูดออกไป เขาจะกลายเป็นคนที่แย่ยิ่งกว่าตอนนี้
ฟูจิสูดลมหายใจลึก เทสึกะอาจจะโกรธเกลียดถ้าได้ยินสิ่งที่เขาจะพูดต่อไปนี้ แต่นี่เป็นทางออกทางเดียวเท่านั้น
“เทสึกะ... ผม...”
อยากจะบอกออกไป... แต่เสียงกลับหดหายไปในลำคอ เทสึกะจ้องมองมาด้วยความหวังว่าสิ่งที่เขาจะพูดอาจทำให้ความสงสัยหายไปได้
เทสึกะอาจจะไม่ยกโทษให้... ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมจะทำยังไงดี....
“ว่าไง?”
กระทั่งเวลาอย่างนั้น ร่างสูงยังปั้นยิ้มให้เขาสบายใจที่สุด ถ้าพูดไปแล้วรอยยิ้มนั้นจะหายวับไปเลยรึเปล่านะ...
“ผม...”
ผมกลัว... ผมไม่กล้าพอจะพูด
เทสึกะลูบเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนอย่างเบามือ เขายิ้มบางแล้วกล่าวอย่างอ่อนโยน “ยังไม่ต้องพูดก็ได้... เอาไว้นายสบายใจกว่านี้”
ฟูจิซุกใบหน้ากับแผ่นอกของคนรัก... ที่ตรงนี้... ปลอดภัยที่สุด อบอุ่นที่สุด รักมากที่สุด...
“...โกรธฉันอยู่รึเปล่า” ดูเหมือนเทสึกะจะถามเพื่อความแน่ใจ ร่างบางส่ายศีรษะทันที พอเห็นอย่างนั้นเทสึกะก็คงโล่งใจ “...ขอบใจนะ”
ดวงตาสีฟ้าเงยขึ้นสบตาอีกฝ่าย ฟูจิรวบรวมความกล้าแล้วเอ่ยสิ่งที่ต้องการบอกออกไป
ถึงเธอจะโกรธเกลียดจนไม่ยกโทษให้... แต่ผมก็คงจะรักเธอ
“...เทสึกะ... ผม...”
รักต่อไป... ตลอดกาล
“ผม... นอนกับซาเอกิแล้ว”
To be continued...
สมใจหลายๆ คนรึเปล่า เคี้ยก
เทะหล่อค่อดตอนนี้ แต่มาหล่อช้าไปหน่อย (คุ)
แย่เนาะ... อา...
ตอนต่อไปอีเก๋จะซวยกว่านี้อีก อั๊ง เลิฟ (?)


เฮ้ย
เกิดอะไรขึ้นนาะ
ค้างงงงงงงงงงงงงงงงงงงอย่างรุนแรงงงงงงงง
ซาเอกิกลายมาเป็นม้ามืดตั้งแต่เมื่อไร
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ขอกรี๊ดระบายอารมณ์ก่อน
เมื่อเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด เทะสึกะจะช็อคมากไหมอ่ะ
คนอ่านก็ช็อค
ตอนนี้สั้นจังเลยพี่กี อยากอ่านต่อน่ะ
แต่ยืนยันคำเดิม
เค้าจะไม่เกลียกฟู ไม่ว่าฟูจะทำอะไรก็ตาม
แต่
ทำไมฟูถึงนอนกะซาเอกิ
สงสัย??????
คงไม่ได้ล้อเล่นหรอกนะ
แต่
ทำไมถึงใจง่ายกว่าที่ผ่านมาอ่ะ
ขนาดโดนชิชี่จีบหลายครั้งยังปฏิเสธ
แล้วมันเกิดอารายขึ้น
เทะสึกะต้องให้อภัยที่รักนะคะ
#1 By fuchi (^^) on 2008-08-14 20:57