[Tenipuri AU Fiction] Cross (20): Chaser (12)
posted on 30 Jul 2008 20:23 by keechan in Fiction
ตอบเมนท์ๆ
น้องเอ
เมนท์เร็วเชียวนะเธอ... ต๊าย
คุณยาโอ
รวมเล่มแล้วนะเคอะ วันอาทิตย์นี้อย่าลืมมาซื้อล่ะตัวเอง
ฮานะ
ชี่หล่อเนอะคะ หล่อสุด ๆ ไปเลย หล่อแซงเทะอีกเรื่องนี้ เพราะเทะมัวโง่ อั๊ง รออีกตอนสองตอน (อ่านในรวมเล่มไปเลย ฮ่าๆๆ) อีชี่จะหื่นแตกแล้วค่ะ ตอนหื่นแตกก็หล่อนะคะ วั้ย
น้องที
เทะฟูรึเปล่าน้า นั่นสิ คุ เดี๋ยวจะมีอะไรช็อคๆ เกิดขึ้นกับฟูล่ะ (อา.. สปอยแล้วสบายใจ)
kaRok kuM
ค่ะ คนสวยน่าสงสาร ต่อไปคนสวยอาจจะย่ำแย่กว่านี้อีกนะคะ โปรดทำใจเผื่อไว้ ด้วยฝีมือของตัวละครลับเสียด้วย อั๊ง
อีเหลือง
เกรียนนะคะเธอ ทุเร๊ศ สงสารชี่หรอ แหม เรื่องนี้ชั้นจะบอกว่าสงสารใครที่สุดดีนะ คุคุคุ
เหรียญ
ชี่หล่อแน่นอน เพราะจงใจเขียนให้หล่อ ไว้รอดูตอนลิมิตความอดทนขาดผึงจะหล่อมั้ย XD ส่วนเทะ ควายเนอะ 5555
MireI
เรื่องของเบะ อีกไม่นานเกินรอค่ะ เนื่องจากเป็นตัวเอกของเรื่อง (คนเขียนรักโอเรซามะที่สุด ฮ่าๆๆ) เลยต้องกั้กไว้หน่อย
fuchi
ความคิดควายโง่ๆ คงเข้าใจยากค่ะ เพราะระบบความคิดและการใช้เหตุผลมันอืดเอื่อย (ฮา)
เชิญ
Cross (20): Chaser (12)
Pairing : ???????? x ????????
ชิราอิชิ คุราโนะสึเกะ กำลังอ่านพาดหัวข่าวที่เป็นเรื่องของตัวเองกับชายหนุ่มหน้าหวานอย่างไม่ค่อยพอใจเสียเท่าไหร่ ไม่ใช่เพราะเนื้อหาข่าวรำคาญใจเขา แต่เพราะเจ้าประธานหลงตัวเองนั่นดันเป็นข่าวฉาวออกมาวันเดียวกันเสียอีก จะบังเอิญเกินไปหน่อยละมั้ง ชิราอิชิอดคิดไม่ได้ว่าอาโตเบะช่างทำตัวขัดลาภเขาเสียจริง ถ้าไม่มีเจ้านั่นพาดข่าวขัดความสนใจ เรื่องของเขากับหนุ่มหน้าหวานปริศนาคงจะเป็นที่ลือกันมากกว่านี้แน่
สำหรับชิราอิชินี่ไม่นับว่าเป็นข่าวฉาวที่สร้างชื่อเสียให้ตัวเอง ตรงกันข้าม กลับจะช่วยเพิ่มภาพพจน์ชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ให้กับเขาเสียอีก ถือว่าฟูจิทำหน้าที่เป็นเหยื่อล่อนักข่าวได้ดีเกินคาด เขาติดใจร่างบางก็จริงอยู่ แต่ชิราอิชิเห็นความก้าวหน้าในการงานสำคัญกว่า แค่เล่นแกมโกงนิดๆ วันนี้ก็มีโทรศัพท์ติดต่อเรื่องงานเข้ามาเกือบสิบสาย แน่นอนว่าการออกไปปรากฏตัว นอกจากคำถามเรื่องงานแล้ว คำถามที่จะประดังเข้ามาจะต้องไม่พ้นคนที่ควงอยู่ด้วย
ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ ถ้าไม่มีข่าวของอาโตเบะตัดหน้าล่ะก็คงจะได้กอบโกยงานได้มากกว่านี้สักเท่าสองเท่า ชิราอิชิหยิบภาพที่เป็นข่าวขึ้นมาดูซ้ำ มุมริมฝีปากยกขึ้นเล็กน้อย “ขอพึ่งพาใบหน้าสวยๆ น่ามองของนายหน่อยนะ ฟูจิ”
-//-//-//-//-//-//-//-//-//-//-
ร้านดอกไม้ยามเย็นดูวุ่นวายขึ้นมาทันทีเมื่อเหลือคนประจำร้านอยู่เพียงคนเดียว คิคุมารุหัวหมุนจนไม่มีเวลาคิดถึงปัญหาของฟูจิ ไหนจะรับออเดอร์ คิดค่าดอกไม้ จัดดอกไม้ ตอบคำถามลูกค้า และอื่นๆ อีกจิปาถะ
ตอนที่อยู่กันสองคนทำไมไม่ยักรู้สึกว่างานมันหนักนะ
พอถึงเวลาที่ซาเอกิหอบดอกไม้มาให้ เป็นวันแรกที่คิคุมารุเห็นว่าเวลาเลิกงานนี่ช่างเหมือนสวรรค์มาโปรดจริงๆ
“ฟูจิไปไหนล่ะ” ชายหนุ่มผมทองถามเมื่อไม่เคยคนที่ควรจะอยู่
“ก็เทสึกะน่ะสิ มาทะเลาะอะไรกับฟูจิก็ไม่รู้ตั้งแต่เช้า ฟูจิก็เลย... เศร้าไปเลยน่ะสิ”
ซาเอกิสีหน้าเครียดขึ้นมาทันที “ทะเลาะกันรุนแรงสินะ สองคนนั่น”
“ก็คงงั้นละมั้ง หน้าเทสึกะนี่ยังกะยักษ์ แค่มองฉันยังไม่กล้าเลย ไม่รู้ว่าฟูจิจะเป็นไงมั่ง”
ซาเอกิกังวลจนอยากจะตามไปดูอาการเพื่อนของตนเสียเดี๋ยวนี้ เขาเห็นรูปฟูจิกับชิราอิชิในข่าวนั่นแล้วก็มั่นใจว่าต้องเกิดเรื่อง แต่ไม่คิดว่าเทสึกะจะหุนหันถึงขนาดนี้ ยังไงเขาก็เป็นห่วงแล้วก็เข้าข้างฟูจิมากกว่าเทสึกะอยู่แล้ว ภาพของคนอีกคู่ทำไมเขาจะไม่เห็น เขาไม่สนใจว่าเทสึกะมีเหตุผลอะไร แต่นึกถึงจิตใจของฟูจิแล้วคงปวดร้าวเกินรับ
เขารู้จักเพื่อนคนนี้ดีพอๆ กับเทสึกะ หรือบางทีอาจจะมากกว่าถ้าเทียบเรื่องระยะเวลาและความสนิทสนม ร่างบางมักจะชอบแสดงออกว่าตอนเข้มแข็งต่อหน้าคนรอบข้างให้ขัดกับรูปลักษณ์ภายนอก อาจจะเป็นวิธีหนึ่งที่ฟูจิใช้ป้องกันตัวเองจึงได้กางกำแพงกั้นเอาไว้ แต่หลังจากทะเลาะกับเทสึกะแล้วหายตัวไปแบบนี้ คงจะต้องเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสแน่ๆ ถึงได้ไม่อยากให้ใครเห็นตัวเองเวลาที่อ่อนแอ
นายที่ฉันรู้จัก... ก็เป็นแบบนี้แหละ
“ฉันจะแวะไปบ้านฟูจิ นายจะไปด้วยรึเปล่า”
ซาเอกิตัดสินใจได้ทันที ในเวลาแบบนี้ไม่ควรจะปล่อยฟูจิไว้เพียงลำพัง
“ปะ... ไปสิ!”
ถึงจะเป็นแค่ในฐานะเพื่อน แต่ซาเอกิก็หวงแหนฟูจิไม่น้อยไปกว่าใคร เขาอยากเห็นฟูจิที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เพื่อนสนิทที่มักจะชอบยิ้มกลบเกลื่อนจะยิ้มอย่างจริงใจได้เมื่ออยู่เคียงข้างเทสึกะ พอเห็นอย่างนั้นเรื่อยมาเขาก็เบาใจ ทว่าสถานการณ์ในตอนนี้อาจจะไม่ใช่ซะแล้ว
เทสึกะกลับกลายเป็นคนที่ทำให้ฟูจิต้องเสียใจ
ซาเอกิไม่คิดจะโทษเทสึกะหรือใคร สิ่งที่เขาต้องการคือให้ฟูจิกลับมาสดใสร่าเริงเหมือนเดิมเท่านั้น
-//-//-//-//-//-//-//-//-//-//-
ด้าน อาโตเบะไม่มีนักข่าวที่ไหนโง่พอจะโผล่มากวนใจเขาถึงตัว คนอย่างอาโตเบะ เคย์โกะ ไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสียกระจายออกไป ก่อนที่จะเกิดเรื่องเช่นนั้นเขาจะเป็นฝ่ายเรียกสื่อมวลชนมาแถลงข่าวเพื่อ แก้ไขปัญหาล่วงหน้าก่อนเสียเอง กะอีแค่ภาพน่าเข้าใจผิดกับเทสึกะมันไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยแม้แต่น้อย
ดวงตาสีน้ำเงินเข้มยังจับจ้องอยู่ที่กรอบข่าวเจ้าปัญหา พลางครุ่นคิดถึงคำถามของโอชิทาริ... ชอบรึเปล่างั้นเหรอ? มาถึงตอนนี้แล้วจะตอบว่าไม่ได้คิดอะไรเลยก็คงจะโกหก
คุนิมิตสึ... เป็นรักครั้งแรก ที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้หวนมาพบเจอกันอีก มันอาจจะเริ่มจากความรักแบบเด็กๆ ตอนที่เขายังทำไม่ได้แม้แต่จำกัดความของคำว่าความรัก ทว่าในตอนนี้... เขาคงรู้สึก ‘ชอบ’ อีกฝ่ายมากเกินคำว่าเพื่อนไปเสียแล้วกระมัง
ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้คนอย่างคุนิมิตสึเคียงข้าง แต่.... ไม่ใช่แค่ปัญหาที่ว่าอีกฝ่ายมีคนรักอยู่แล้วเท่านั้น อาโตเบะเองก็ยังไม่แน่ใจว่าเขา ‘รัก’ ชายที่ชื่อว่าเทสึกะ คุนิมิตสึ จริงๆ หรือว่าเป็นความว้าเหว่ในใจกันแน่ที่ทำให้โหยหาความรู้สึกปลอดภัยเวลาได้อยู่ใกล้เช่นนั้น
ถึงยังไง... ก็ไม่ใช่เรื่องที่คนอย่างเขาจะลดตัวไปแย่งคนรักมาจากคนอื่นอยู่แล้ว ช่างมันเถอะ
อาโตเบะเลิกสนใจหน้าข่าวอันนั้นแล้วตั้งหน้าตั้งตาขับรถต่อ การประชุมที่สาขาย่อยเสียเวลากว่าที่คาดไว้ กว่าจะธุระจะเสร็จสรรพตะวันก็ตกดินเสียแล้ว โอชิทาริส่งข้อความมาถี่จัดเพราะเขาไม่รับโทรศัพท์ในเวลางาน เจ้าบ้านี่ไม่น่าจะโง่จนไม่เข้าใจเลยนะ แต่ยังทำเรื่องน่ารำคาญซ้ำๆ เดิมอยู่ได้ เขาส่งข้อความตอบไปเพื่อตัดรำคาญครั้งหนึ่งแล้ว แต่โอชิทาริก็ไม่มีท่าทีจะเลิกตื้อ เขาเลยตัดปัญหาด้วยการเลิกสนใจไปเสียเลย
...ถ้าเจ้านั่นมาดักที่คอนโดอีกล่ะ ให้ตายสิ เขาเบื่อเสียจริงเวลาโอชิทาริตามหาเขาเพื่อต้องการปลดปล่อยอารมณ์เท่านั้น เขาเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกที่ไหนกัน ช่วงหลังๆ นี่สั่งอะไรก็ไม่ค่อยได้ดั่งใจเสียด้วย เขาจะแวะดื่มอะไรก่อนแล้วปล่อยให้เจ้านั่นรอเก้อ ไม่สิ... เขาควรจะไปหาที่อื่นนอนเล่นซักคืนจะได้ไม่เจอเจ้าแว่นกระจกจอมยุ่งนั่นดีกว่า
อาโตเบะตัดสินใจรวมตัวเลือกเข้าด้วยกัน นานๆ ทีได้นั่งดื่มเหล้าเล่นเย็นใจก็ไม่เลว ประธานแห่ง Rondeau ขับรถวนหาสถานที่ที่เข้าท่าเหมาะกับรสนิยมเขาในบริเวณใกล้ๆ ที่อยู่ของตนสักพัก สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจเลือกร้านประจำที่ไม่ได้มีโอกาสมาบ่อยนัก บรรยากาศร้านที่นับว่าพอใช้บวกกับความสะดวกในการเดินทางกลับเมื่อเหล้าเข้า ปากแล้วที่นี่ถือว่าเหมาะสมที่สุด หรือถ้าเกิดเมาจนขับรถไม่ไหว ชั้นบนก็เป็นโรงแรมระดับพอจะนอนพักได้อย่างสบาย
นี่เป็นครั้งแรกที่อาโตเบะมาที่นี่คนเดียว ที่ผ่านมามักจะเป็นโอชิทาริที่ชวนมามากกว่า
ภายในบาร์ตามสมัยใหม่ การจัดร้านดูโปร่งและตกแต่งอย่างสวยงาม แม้จะมีผู้คนอยู่เต็มร้านก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าแน่นหนาจนน่าอึดอัด แม้จะไม่ได้มาเยือนบ่อยนัก หากแต่ใบหน้างดงามอันโดดเด่นก็ทำให้ผู้จัดการร้านจำได้ทันทีว่าเขาคือแขกคนสำคัญ
เซนโกคุ คิโยสึมิ เป็นชายหนุ่มที่มีบรรยากาศสบายๆ อยู่รอบตัว เขาเป็นคนหนุ่มที่มีความสามารถพอควรจึงสามารถมีร้านเป็นของตัวเองได้ แต่เจ้าตัวมักชอบพูดติดปากว่ามันเป็นเพราะโชคดีมากกว่า อาโตเบะไม่ได้มีโอกาสได้สนทนาเป็นการส่วนตัวด้วยบ่อยนัก ที่จะพอมีก็การคุยกันระหว่างเจ้าของร้านกับลูกค้า แต่ก็เรียกว่านับครั้งได้
“โอชิทาริละครับ คุณอาโตเบะ” ชายหนุ่มอารมณ์ดีถามถึงคนที่มาด้วยกันทุกครั้ง
“ฉันมาคนเดียว”
เซนโกคุพยักหน้าตามเหมือนเข้าอกเข้าใจสาเหตุที่เขามาคนเดียวเป็นอย่างดี ซึ่งจริงๆ แล้วอาจจะพยักหน้าไปอย่างนั้นก็ได้ คนที่ยังนับไม่ได้ว่าสนิทสนมกันอย่างเซนโกคุจึงไม่สอดปากถามต่อ
อาโตเบะปลีกตัวแล้วเดินไปที่บริเวณเคาเตอร์สำหรับคนที่มาเพียงลำพัง มุมนั้นเป็นที่สงบที่สุดในร้านเพราะส่วนมากแล้วผู้คนจะจับกลุ่มกันดื่มมากกว่า
ขณะที่กำลังหาที่นั่งเหมาะๆ เขาก็เหลือบไปเห็นคนที่ไม่คิดว่าจะอยู่ที่นี่ได้ มันบังเอิญเกินไปรึเปล่า... หรือว่าโชคชะตากำลังเข้าข้างเขา? ชายร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงเคาเตอร์นั่นช่างดูคุ้นตาอย่างน่าประหลาดใจ
“คุนิมิตสึ?” อาโตเบะลองเรียกดู ถึงจะไม่แน่ใจแต่เขามั่นใจว่าจำไม่ผิดคน ชายหนุ่มหันมามองด้วยอาการเลื่อนลอย ใบหน้าเคร่งขรึมนั้นดูมืดมนยิ่งกว่าทุกที
“บังเอิญจังนะ เคย์”
อาโตเบะนั่งลงที่เก้าอี้ตัวติดกันทันที เขายิ้มให้อีกฝ่ายเป็นปกติ รู้สึกดีใจเกินคาดที่มีโอกาสเจอกันนอกเหนือเวลางานอย่างรวดเร็วเช่นนี้
“ดู... ไม่เข้ากันเลยนะ นายกับบาร์แบบนี้”
เทสึกะหัวเราะหึ “แล้วแบบไหนถึงจะเข้ากับฉันล่ะ”
“เรือน ชงชาแบบโบราณ” อาโตเบะหยอก ถ้าไม่ใช่เพราะอารมณ์ขุ่นมัวในตอนนี้ เทสึกะในยามปกติก็พอจะอยู่ท่ามกลางแสงสีได้แบบไม่ขัดตา แต่เพราะใบหน้าที่บูดเบี้ยวบ่งบอกถึงอารมณ์ย่ำแย่เต็มที เมื่อจับมาอยู่ท่ามกลางผู้คนรอบข้างที่เฮฮาอย่างสนุกสนานแล้วย่อมต้องกลาย เป็นสิ่งแปลกปลอม
เทสึกะไม่ได้กล่าวอะไรต่อ อาโตเบะเดาว่าคงจะนั่งอยู่ที่นี่มานานพอควร ดูจากใบหน้าที่เริ่มซับสีเข้มด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ สาเหตุที่ทำให้เทสึกะลงเอยมาอยู่ที่คงมีอยู่อย่างเดียว
เครื่องดื่มสีสวยถูกนำมาเสิร์ฟให้ อาโตเบะสบตาเซนโกคุที่ทำหน้าทะเล้นใส่ “ผมเลี้ยง” เจ้าของร้านว่าแล้วขยิบตา
“อะไรล่ะคราวนี้ คงไม่ใช่คอกเทลชื่อหวานแหววอีกหรอกนะ”
“Moonwalk ครับ ยินดีด้วยกับงานที่เพิ่งเสร็จสิ้นไป” เอ่ยแนะนำเครื่องดื่มฝีมือตนแล้วยังยืนอยู่ตรงนั้นไม่ไปไหน คงจะเห็นว่าอาโตเบะเดินเข้ามาคุยกับแขกในร้านคนนี้ทันทีจึงได้ทัก “คุณรู้จักกันเหรอครับ”
“นายแบบคนล่าสุดที่ผมเลือกสำหรับ Grass Glow ไงล่ะ น่าจะเคยเห็นแล้วไม่ใช่รึ”
เซนโกคุคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงร้องอ๋อ “ไม่เหมือนที่เห็นเลยนะ ตอนนี้ดูยังไงก็เป็นผู้ชายโทรมๆ ฝีมือการโปรดิวซ์ของคุณอีกล่ะสิ อาโตเบะ”
สภาพของเทสึกะในตอนนี้คงไม่แปลกหากใครจะนึกว่าเป็นคนละคนกันกับนายแบบที่ดึงดูดสายตาคนนั้น จริงอย่างที่เซนโกคุว่านั่นแหละ ไม่รู้ว่าเป็นนิสัยเสียหรือนิสัยที่ดีของเซนโกคุกันแน่กับการที่ชอบพูดขวานผ่าซาก ชายผู้รักอิสระคนนี้กล้าแสดงความเห็นตัวเองออกมาตรงๆ แต่ไม่เคยมีปัญหาว่าถูกใครเกลียดขี้หน้า อาจจะเป็นความสามารถพิเศษเฉพาะตัว
“เขาว่านายอย่างนั้นน่ะ คุนิมิตสึ”
เทสึกะฟังคำวิจารณ์ซึ่งๆ หน้าได้โดยไม่สะทกสะท้าน เขายกแก้วขึ้นดื่มอีกอึกใหญ่ก่อนจะตอบ “ไม่เห็นเป็นไร ก็มันเรื่องจริงนี่ ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะนาย ฉันก็เป็นได้แค่นั้นล่ะ”
“จริงสิ กำลังมีข่าวกันอยู่ไม่ใช่เหรอนายสองคนน่ะ นั่งด้วยกันแบบนี้เดี๋ยวก็เป็นข่าวอีกหรอกน่า” เซนโกคุแทรกขึ้นมา แต่อาโตเบะไม่สนใจ
“ที่นี่มืดจะตาย ถ่ายไปก็ไม่เห็นหน้าหรอก นอกจากว่านายจะหยิบกล้องมาถ่ายเสียเองล่ะนะ เซนโกคุ” เอ่ยเป็นเชิงขู่ว่าอย่ามายุ่งเรื่องระหว่างเขากับเทสึกะ พลางแกว่งแก้วคอกเทลไปมา ตอนแรกที่คิดว่าจะมาหาอะไรดื่มให้กรึ่มๆ พอเจอเทสึกะคงจะต้องเปลี่ยนแผนเสียแล้ว
“...มีปัญหาอะไรอีกรึไง”
เทสึกะไม่ตอบทันที เขาหันมามองอาโตเบะที่ตีหน้าเรียบเฉยเต็มที่เพื่อไม่ให้หัวข้อสนทนาดูน่าลำบากใจ
...ถ้าพูดออกมาฉันก็จะฟัง แต่ถ้าไม่... ก็ไม่เป็นไร ถึงฉันจะอยากรู้ก็เถอะนะ
“นายนี่ดีจังนะ”
“เอ๊ะ?” คำพูดงึมงำทำให้ได้ยินไม่ชัด
“ดูเหมือนว่าจะเข้าอกเข้าใจคนอื่นได้ดี จัดการอะไรก็เก่ง...”
“พูดอะไรน่ะ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก”
อีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่ได้ฟัง อาจเพราะว่าเมานิดๆ ด้วยถึงได้พูดพล่ามไม่หยุด “ฉันน่ะ... แค่คนที่ตัวเองรัก ฉันเคยคิดว่าเข้าใจเขามาตลอด แต่นั่นอาจจะเป็นเรื่องที่ฉันคิดเองเออเอง”
“...พวกนายทะเลาะกันเพราะข่าวนั่นรึเปล่า”
“ก็ส่วนนึง”
อาโตเบะเบนสายตาหนีไปที่อื่น จ้องมองคอกเทลสีสว่างตรงหน้า... เขาอยากรู้เรื่องของเทสึกะให้มากกว่านี้ อยากเข้าไปแทรกระหว่างรอยร้าวที่ยังไม่ประสานนั่น
แต่นั่น... จะใช่สิ่งที่เขาต้องการงั้นเหรอ?
ประธานหนุ่มยื่นหน้าเข้าไปใกล้ มองดวงตาที่ไร้ชีวิตชีวาของอีกฝ่ายแล้วเอ่ยวิจารณ์ “กลิ่นเหล้ากลบกลิ่นน้ำหอมหมดแล้วนะ ใช่ไม่ได้เลย”
จะจมอยู่กับอดีต... หรือว่าจะคว้าโอกาสนี้ไว้ในมือ
เทสึกะยกมือเสยผมที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยแล้วหันมาบอก “ขอโทษนะ ฉันคงพูดเรื่องน่าเบื่อ”
อา โตเบะไม่ต่อบทสนทนา เขาจมอยู่ในห้วงความคิดของตัวเองชั่วครู่ คราวก่อน... เขาก็ลังเลแบบนี้ เพราะไม่รู้ว่าความรู้สึกที่หัวใจเต้นตึกตักจนอกสั่นนี้คือความรักรึเปล่า เพราะความหวาดหวั่นและไม่แน่ใจ เขาเก็บงำคำว่ารักเอาไว้และไม่เคยบอกกล่าว
สุดท้ายก็สูญเสียโอกาสที่จะพูด
เพราะฉะนั้น... ครั้งนี้...
อาโตเบะฉวยกุมมืออีกฝ่ายที่วางอยู่บนโต๊ะจนเทสึกะแปลกใจ “...ไม่เลย ที่จริงฉันก็มีเรื่องเซ็งๆ จะเล่าให้นายฟังเหมือนกัน ถือว่าแลกกันไง”
ถ้าไม่เล่าเรื่องนี้เสียก่อน เขาคงรู้สึกผิดต่อคนที่เคยทำเพื่อเขา
นะ...?
To be continued...
ฮูเร่~
โฆษณาอีกที ใครไปงาน Tenipuri Only Event 1st Service วันอาทิตย์นี้ก็มาถามหาซื้อได้นะเคอะ
อ้ะ รายละเอียด --> จิ้ม


อุ๊ย
เอาเลยค่า ตอนต่อไปบุกไปบาร์เลย ไปเอาตัวเบะมาก่อนที่สองคนนั่นจะไปกันมากกว่านี้
อาโตเบะเองก็ยังไม่แน่ใจว่าเขา ‘รัก’ ชายที่ชื่อว่าเทสึกะ คุนิมิตสึ จริงๆ หรือว่าเป็นความว้าเหว่ในใจกันแน่ที่ทำให้โหยหาความรู้สึกปลอดภัยเวลาได้อยู่ใกล้เช่นนั้น<<< รักกกก รักเหอะ.... รักไปเหอะ....รักไปไป้
กุมมือออออ ว๊าคคคคคคคค คราวก่อนจูบหน้าผากคราวนี้กุมมืออออ ...เพื่อนกูรักมึงวะ....!!?
#1 By [Amakura_Aei] as [Musashi]Takekura Gen on 2008-07-30 21:24