[Tenipuri AU Fiction] Cross (19): White Message (9)
posted on 23 Jul 2008 21:01 by keechan in Fiction
Cross (19): White Message (9)
Pairing : ???????? x ????????
ไม่กี่วันที่สถานการณ์สงบสุขอยู่ได้ อีกไม่ถึงอาทิตย์ต่อมาความหวังของโอชิทาริต้องพังลงอีกครั้งเมื่อเรื่องที่ กลายเป็นหัวข้อสนทนาไปทั่วคือข่าวลือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเทสึกะ คุนิมิตสึ กับประธานบริษัท อาโตเบะ เคย์โกะ นั้นเกินเลยไปมากกว่าคนร่วมงาน
โอชิทาริขยำหนังสือพิมพ์ที่ลงรูปภาพคนสองคนในห้องแต่งตัว ถึงแม้จะมองจากด้านหลังก็เห็นชัดว่าใบหน้าของทั้งคู่นั้นอยู่ใกล้กันจนชิด ไม่รู้ว่ามือดีที่ไหนมาจับภาพนี้ไว้ได้ จะต้องเป็นหลังจากที่เขาผละออกมาแน่
ปากก็บอกว่าไม่สนใจ ไม่ได้ชอบ แต่การกระทำไม่ได้บอกอย่างนั้นเลยนะ อาโตเบะ...
ร่างสูงอดจะคิดแค้นใจไม่ได้ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมอาโตเบะต้องทำตัวให้เข้าใจอยากอย่างนั้นด้วย คนอย่างอาโตเบะ... ถ้าจะรักใครสักคนไม่น่าจะอยากให้มีใครมาขวางทาง ถ้าหากว่าถูกใจเทสึกะจริงๆ ทำไมถึงไม่ไล่เขาให้ไปพ้นๆ (แต่ยังไงเขาก็ไม่มีทางถอยหรอกนะ) การกระทำที่ไม่แน่ชัดเช่นนี้ทำให้โอชิทาริตัดสินใจไม่ถูก
อย่างอาโตเบะ น่าจะตอกหน้าเขาเสียด้วยซ้ำว่าไม่มีค่าพอจะให้สนใจ ทว่าตลอดมาก็ยังคุยกับเขาเหมือนเป็นปกติ ยอมให้เขาแตะเนื้อต้องตัวบ้าง แม้ว่าช่วงหลังๆ จะห่างเหินกันไปสักหน่อย แต่เขาไม่รู้สึกถึงอาการต่อต้านที่รุนแรง
นายกำลังจะทำให้ฉันเป็นบ้า อาโตเบะ!
ด้วยเหตุนี้เขาจึงบุกรุกเข้าห้องประธานโดยไม่รีรอ ทว่าสิ่งที่พบคือประธานหนุ่มยังนั่งเย็นใจอย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย เส้นความอดทนของโอชิทาริเริ่มจะกร่อนลงไปทุกวันเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังทำทองไม่รู้ร้อนอยู่เช่นนี้ เขาก้าวเท้ายาวๆ แล้วกางภาพที่เป็นข่าวที่ยับยู่ยี่บนโต๊ะ
“นี่หมายความว่ายังไง”
เจ้าของดวงตาสีน้ำเงินเข้มปรายตามอง เป็นไปไม่ได้ที่อาโตเบะจะยังไม่รู้เรื่องนี้ แต่ทำไมยังวางท่าทีสุขุมอยู่ได้ มือเรียวยกถ้วยชาขึ้นจิบแล้วเอ่ยอย่างไม่ใคร่ใส่ใจ
“ก็เป็นตามนั้น ไม่ได้หมายความว่าอะไร หวัดหายแล้วเรอะ ที่ว่าคนที่ติดหวัดไปจะอาการหนักขึ้นสงสัยจะไม่จริง”
โอชิทาริไม่สนใจการเฉไฉออกนอกเรื่องนั่น เขาทุบโต๊ะแล้วเอ่ยตำหนิ “ประธานที่ไหนเขาจะทำเรื่องประเจิดประเจ้อกับนายแบบตัวเองกัน ถึงกับเข้าไปจูบหมอนั่น นายคิดอะไรอยู่”
“นั่นไม่ใช่จูบ”
“ไม่ใช่แล้วอะไร! อย่าบอกนะว่ามีฝุ่นเข้าตาแล้วนายก้มลงไปเอาออกให้ มุขนั้นมันเชยไปแล้ว”
สายตาของอาโตเบะบ่งบอกว่ารำคาญเต็มทน “ก็แค่เรื่องซุบซิบไร้สาระ นายจะเต้นตามไปทำไม ฉันทำก็เพราะพอใจจะทำ ต่อให้นั่นเป็นจูบจริงก็ไม่เกี่ยวกับนาย”
โอชิทาริกำหมัดแน่น เขาเคยได้ยินคำว่า ‘ไม่เกี่ยวกับนาย’ ออกจากปากอาโตเบะมาจนชิน แต่ตอนนี้พอฟังแล้วทำไมถึงได้รู้สึกปวดใจนักนะ “มันเกี่ยวเนื่องกับภาพลักษณ์ของบริษัท อาโตเบะ นายเป็นประธานนะ ลืมไปแล้วรึไง” พยายามหาข้ออ้างเพิ่มเติมเพื่อให้อาโตเบะรู้สึกรู้สาเสียบ้าง
“ไม่เกี่ยวหรอกน่า ข่าวลืองี่เง่าพวกนี้ 75 วันก็เลิกลือกันแล้ว เรื่องนี้กับยอดขายก็ไม่เกี่ยวกันด้วยแน่”
“ฉันจะถามอีกครั้งนะ อาโตเบะ นายชอบหมอนั่นมากใช่มั้ย”
ครั้งที่แล้วที่เคยถาม อาโตเบะพ่นหัวเราะทันทีแล้วตอบปฏิเสธชัดเจน เขาจะดูว่าครั้งนี้ยังจะปฏิเสธเหมือนเดิมมั้ย
โอชิทาริก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าเขาจะถามไปเพื่ออะไร อย่างน้อยเขาก็อยากได้คำยืนยัน ถ้าอาโตเบะมีใจให้เทสึกะจริงล่ะก็... เขาจะได้เตรียมยุทธวิธีอีกแบบมารับมือไงล่ะ! ในคลังคำของโอชิทาริไม่มีคำว่าตัดใจ
ประธานหนุ่มกลอกตาแล้วเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา “ถามทำไม”
ในหัว.โอชิทาริเหมือนมีอะไรกำลังพองตัวจนเกือบระเบิด มันยากเย็นนักรึไงที่จะตอบ ก็เพราะว่าฉันรักนาย! ไม่อยากให้นายไปมองคนอื่นไงเล่า โธ่เว้ย!
“จะทำไมก็ช่าง ตอบมาเถอะน่า”
“แล้วถ้าฉันบอกว่าชอบ นายจะทำไม”
ชอบหรือไม่ ไม่ใช่ปัญหา โอชิทาริแค่อยากให้อาโตเบะเลิกทำท่าแบบนี้เสียที ไม่ว่าอะไรก็จะอ้างว่าไม่เกี่ยวกับเขา
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะ อาโตเบะเปิดสายในรับ เป็นซาซากิที่แจ้งตารางงานและการนัดหมายประจำวันเป็นปกติ ใบหน้างามยังเยือกเย็นราวกับบทสนทนากับโอชิทาริเมื่อครู่ไร้ความหมาย พอรับความเสร็จ ประธานหนุ่มก็หันมาพูดต่อ
“ฉันไม่ได้ว่างงานพอจะเล่นตอบคำถามกับนายหรอกนะ ช่วยสะสางงานที่ค้างอยู่ให้เสร็จด้วย ถ้าจะติดต่อมาก็ขอให้เป็นเฉพาะเรื่องงานนะ”
“อย่าทำท่าแบบนี้กับฉันนะ อาโตเบะ”
โอชิทาริคว้าไหล่ของคนที่กำลังเดินหนี เรือนร่างนี้ ผิวกายนิ่มใต้เสื้อสูทเนื้อดี เขาเคยสัมผัส เคยจุมพิตมาแล้วทุกส่วน เจ้าของร่างเคยครวญครางด้วยสุ้มเสียงเสนาะหูทุกครั้งเมื่อถูกเขากกกอด แต่ทำไมแค่หัวใจถึงคว้ามาเป็นของตัวเองไม่ได้เสียที
“นายมีสิทธืพูดกับฉันอย่างนั้นได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ฉันมีสิทธิ์จะทำ เลิกวุ่นวายไร้สาระเสียทีจะได้มั้ย”
ขาดคำโอชิทาริก็ทนไม่ได้ เขาดึงร่างโปร่งมาชิดแนบอกแล้วก้มลงจุมพิตอย่างตะกรุมตะกราม อาโตเบะตกใจจนหายใจผิดจังหวะ หากแต่วินาทีต่อมาก็กระหวัดลิ้นเกี่ยวพันอย่างไม่ยอมจำนน คนอย่างอาโตเบะไม่มีทางถูกไล่ต้อนอยู่ฝ่ายเดียว สิ่งนั้นสร้างความรื่นรมย์ให้โอชิทาริมากนัก
...จูบแค่นี้ยังไม่ได้ถึงครึ่งความอดทนที่ฉันสะสมไว้เลยนะ
มือซุกซนเริ่มปลดเนคไทไหมให้ร่วงหลุดจากลำคอระหง โอชิทาริทนใจเย็นอีกไม่ไหวจึงกระชากเนคไทลงพร้อมๆ กับคอเสื้อเชิ้ตจนยับเยิน จังหวะหัวใจเริ่มเต้นระรัวเมื่อกำลังจะได้แตะต้องร่างกายที่หลงใหล แต่แล้วร่างในอ้อมแขนก็ผลักเขาออกอย่างแรง ตามด้วยแรงกระทบเจ็บแปลบที่ใบหน้าซีกซ้าย
“แค่จูบก็มากพอแล้ว เจ้าคนตัณหาจัด” สายตาเสียดแทงเหมือนกำลังมองของน่ารังเกียจ อาโตเบะถอนใจอย่างระอา ก่อนจะจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่เรียบร้อย “จะทำอะไรแบบนี้ดูสถานที่เสียบ้าง ถ้ายังพูดไม่รู้เรื่องอีกก็เลิกมาตอแยกับฉันได้แล้ว”
เจ้าตัวเอ่ยแล้วก้าวออกไปจากห้องโดยไม่สนใจจะหันมามองอีก ช่างเย็นชาเหลือเกิน... กระนั้นโอชิทาริก็ไม่อยากจะลงไม้ลงมือทำร้ายคนที่ตัวเองรักสุดหัวใจ เขาได้แต่เก็บงำความเจ็บช้ำเอาไว้ในซอกหนึ่งเท่านั้น
ถ้าไม่รัก... คงไม่ยอมอดทนถึงขนาดนี้
-//-//-//-//-//-//-//-//-//-//-
“นั่นไม่ใช่จูบครับ”
“ไม่ใช่จูบแล้วอะไร”
...ไม่ได้จูบที่ปาก แต่อีกฝ่ายกำลังก้มลงจูบหน้าผากเขาต่างหาก... จะให้บอกไปอย่างนั้นก็คงฟังพิลึกพอกัน เทสึกะจึงปด “มีฝุ่นเกาะที่หัวผม แล้วเคย์ก็เอาออกให้แค่นั้น”
ยามาโตะยิ้มขำ ท่าทางจะไม่เชื่อแน่ๆ เขาคว้าหนังสือพิมพ์ที่โยนให้อีกฝ่ายดูคืน แล้วจึงบ่น “จะมีนักข่าวเข้ามารุมหน้าบ้านอีกมั้ยละนี่ ฉันจะได้เตรียมลี้ภัย”
“คุณยามาโตะ...” เทสึกะถอนใจอย่างเซ็งๆ กับเรื่องวุ่นวายที่เริ่มเปิดฉากใหม่ ไม่คิดว่าภาพแค่นี้จะทำให้เกิดเรื่องได้ ไม่รู้ว่าทางประธานหนุ่มคนนั้นจะเป็นยังไงบ้าง
“เดี๋ยวนี้ไม่เห็นพูดถึงฟูจิเลยนะ ไม่คิดถึงแล้วรึ ทุกทีเห็นต้องทำใจลอยวันละสามเวลานี่”
คิ้วได้รูปที่ขมวดมุ่นอยู่แล้วยิ่งผูกติดกันจนจะเป็นปม ภาพที่ฟูจิกอดคอกับผู้ชายแปลกหน้าอย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจนั้นยังติดใจเขาอยู่ไม่หาย เทสึกะไม่อยากโทรศัพท์ไป เขาอยากจะไปเจอตัวต่อหน้ามากกว่า แต่ก็กลับมีข่าวยุ่งๆ นี่เข้ามาแทรก
“ทำไม ทะเลาะกันเรอะ เรื่องจริงน่ะ?” ยามาโตะคงสังเกตเห็นใบหน้าเคร่งเครียดของเขา ไม่ใช่เรื่องที่เดายากสักเท่าไหร่ “อยากจะปรึกษามั้ย”
“...นี่เป็นปัญหาของผม”
ญาติผู้พี่ผิวปากล้อเลียน ก่อนจะยกหนังสือพิมพ์ขึ้นบังหน้า เทสึกะเลิกสนใจแล้วแหงนหน้ามองนาฬิกา ยังกลางวันอยู่ อีกตั้งนานกว่าร้านดอกไม้จะปิด เขาจะไปหาเดี๋ยวนี้เสียเลยดีมั้ยนะ อะไรๆ จะได้คลี่คลายเสียที เขาน้อยใจก็จริงที่ฟูจิยังลอยหน้าลอยตาอยู่กับคนอื่นได้โดยไม่คิดถึงเขา แต่พอกลับมาสงบใจได้แล้วก็คิดว่าฟูจิอาจจะมีเหตุผล และเขาจะให้โอกาสอธิบายได้เสมอ
“ว่าแต่ข่าวซุบซิบพวกนี้ก็มีอยู่เรื่อยๆ นะ แต่ก่อนไม่ค่อยได้สังเกตเท่าไหร่ ถ้าข่าวประเภทนี้มันเยอะขนาดนี้ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องร้ายแรงก็ได้นะ” ยามาโตะว่า คล้ายพยายามจะปลอบใจ “ตรงนี้ก็มีอีกคู่นะ อะไรนี่ ชิราอิชิ คุราโนะสึเกะ นายแบบหนุ่มที่งานช่วงนี้ซบเซา เอาเวลาไปควงหนุ่มหน้าหวานปริศนา ...เอ๊ะ” คนอ่านสะดุดไปเสียดื้อๆ จนเทสึกะสงสัย
“...มีอะไรเหรอครับ”
“เอ่อ... ไม่มีอะไรหรอก”
อะไรบางอย่างในน้ำเสียงนั่นทำให้เทสึกะไม่วางใจ เขาจับได้ทันทีว่ายามาโตะกำลังปิดบังอยู่ “ทำไมครับ” ร่างสูงก้าวเข้ามาแล้วยื่นหน้ามามองเนื้อหาในแผ่นกระดาษนั่น ทว่ายามาโตะกลับเก็บมันพับไปก่อน
“คุณ ยามาโตะ” เทสึกะอารมณ์ไม่ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แค่เอ่ยน้ำเสียงจริงจังแล้วส่งสายตาแข็งกร้าวก็สื่อได้พอเพียงจนยามาโตะยอม แพ้แล้วยื่นหนังสือพิมพ์ให้
ชายหนุ่มพลิกหน้ากระดาษบาง ไล่สายตาอ่านข่าวที่ผ่านตามาเมื่อครู่เกี่ยวกับเขาและประธานของ Rondeau ที่กรอบด้านล่างมีข่าวอื่นอยู่ด้วย เขาไม่ได้สนใจเพราะไม่คิดว่าจะเกี่ยวกับตัวเอง แต่ทันใดที่เห็นภาพคนสองคนในรูปนั่น เทสึกะก็กำขอบกระดาษแน่นจนยับ แววตาสีน้ำตาลเข้มเรืองวาบด้วยอารมณ์ดุดันอย่างยากนักที่จะได้เห็น
เทสึกะไม่ต้องเสียเวลาลังเลอีกต่อไปแล้วว่าจะไปหรือไม่ไปดี ร่างสูงรีบรุดออกจากบ้านทันทีโดยที่มือยังกำข่าวเจ้าปัญหาออกมาด้วย
-//-//-//-//-//-//-//-//-//-//-
บรรยากาศสบายๆ ของร้านดอกไม้ที่เคยสดใสดูกดดันขึ้นมาทันทีเมื่อเทสึกะตีหน้าถมึงทึงบุกเข้ามาโดยไม่ให้สุ้มเสียง คิคุมารุถึงกับขนลุกซู่เมื่อถูกถามด้วยน้ำเสียงห้วนสั้น
“ฟูจิอยู่ไหน”
นับว่าโชคดีที่ตอนนี้ไม่มีลูกค้าอยู่ ถ้าไม่อย่างนั้นเรื่องคงจะแย่กว่านี้
“มะ... มีอะไรเหรอ เทสึกะ ทำไมจู่ๆ ก็โผล่มาแบบนี้” คิคุมารุถามเพื่อเบรกอารมณ์ขุ่นมัวของเจ้าตัว บวกกับสงสัยจริงๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือคำถามเดิมซ้ำสองด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราดกว่าเดิม
“ฟูจิอยู่ไหน!”
“มีใครมาเหรอ เอย์จิ”
ร่างบางที่เป็นเป้าหมายเดินออกมาจากหลังร้าน เทสึกะหันมาตามเสียงแล้วเดินตรงเข้ามาจนเจ้าของดวงตาสีน้ำทะเลแปลกใจกับการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของอีกฝ่าย
เทสึกะไม่รอให้เวลาเสียเปล่า เขาคว้าข้อมือเรียวแล้วดึงฟูจิไปด้านหลังร้าน อย่างน้อยเขาก็คิดว่านี่เป็นเรื่องส่วนตัวที่ควรจะคุยกันสองคนเท่านั้น
ฟูจิที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นยังโมโหไม่หายกับเรื่องวันก่อน ร่างบางสะบัดข้อมือออกอย่างเคืองๆ แล้วว่าแกมประชดประชัน “นี่มันเรื่องอะไรกัน มาหาผมทำไม ไม่ต้องทำงานของเธอแล้วเหรอ”
“งานเปิดตัวจบแล้ว”
“อ้อ มีเวลาให้ผมได้ซักทีนะ” ร่างสูงไม่มีท่าทีว่าจะสะทกสะท้านกับคำพูดเหน็บแนม ฟูจิเคืองนักที่เทสึกะยังทำตัวเหมือนกับว่าตัวเองไม่ได้ทำผิด “แล้วที่ผลุนผลันเข้ามาแบบนี้มีอะไรจะพูดกับผมเหรอ หรือจะว่าอะไรผมอีก”
ดูจากสีหน้าท่าทางแล้วเทสึกะไม่ได้ต้องการมาขอโทษเขาแน่ ซึ่งฟูจิก็เดาไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเทสึกะถึงได้อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ได้
เทสึกะยื่นหนังสือพิมพ์ที่ขยำไว้ในมือให้ ดึงหน้าข่าวที่เป็นต้นเหตุออกมาให้ฟูจิ “อธิบายมาซิว่านั่นมันอะไร”
ร่างบางกวาดสายตามองกรอบข่าวที่เทสึกะชี้ นั่นคือชิราอิชิที่กำลังโน้มตัวลงมาใกล้ใบหน้าเขาในระยะประชิดมาก ถ้าเดาเอาง่ายๆ ภาพที่ต่อจากนี้ย่อมต้องเป็นคนสองคนที่แนบริมฝีปากประทับกัน คิ้วเรียวได้รูปขมวดมุ่นด้วยความงุนงง
คงเป็นเมื่อวานตอนที่พวกเขาออกจากร้านอาหารแล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน ชิราอิชิเล่นบ้าๆ แบบนี้ แต่เขาผลักอีกฝ่ายออกไปได้ทัน ฟูจิไม่คิดจะเจอผู้ชายคนนี้อีกโดยเฉพาะเวลาอยู่ตามลำพัง ตอนที่มีคนอื่นอยู่ด้วยชิราอิชิจะทำตัวเฮฮาไร้พิษภัย แต่เมื่อไหร่ที่มีโอกาสก็มักจะเข้าใกล้เขาเกินจำเป็น ไม่เหมือนตอนแรกที่พบกัน
ความสงสัยในใจฟูจิเพิ่มขึ้นอีกในประเด็นที่ว่า... ใครเป็นคนถ่ายรูปนี้ ในระยะใกล้ถึงขนาดนี้อีกด้วย
“รู้สึกจะมีผู้ชายมากหน้าหลายตาเข้ามายุ่งกับนายเหลือเกินนะ บอกฉันได้มั้ยว่านั่นใครอีก” น้ำเสียงทุ้มแสดงความขุ่นมัวจากเทสึกะ แค่ฟังก็รู้ว่าเจ้าตัวกำลังโกรธ
“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ผมแค่บังเอิญเจอ แล้วเขาก็มาชวนพวกเราทุกคนไปกินข้าวเย็น นอกจากผมแล้วก็มีเอย์จิกับซาเอกิไปด้วย” ฟูจิอธิบายสั้นๆ เขาเองก็โกรธไม่แพ้กัน ทำไมเขาต้องโดนเทสึกะไล่ต้อนเหมือนทำความผิดอยู่คนเดียว
“เดี๋ยวนี้นายตอบรับคำเชิญของใครไปทั่วงั้นเหรอ”
“ก็เพราะว่าเทสึกะไม่มาตามนัดไม่ใช่เหรอ!” ฟูจิสวน แต่เทสึกะไม่แสดงออกว่าสำนึกเลยแม้แต่น้อย
“ฉันไม่เคยลืมนัดที่สัญญาไว้ แต่พอมาแล้วฉันก็เห็นนายยังสนุกสนานดี กับคนที่เรียกชื่อนายได้อย่างสนิทสนม ฉันไม่เคยได้เรียกอย่างนั้นเลยนะ” เขาย้อนคำที่ฟูจิเคยว่า “ฉันจำได้ว่านายบอกว่าไม่ชอบให้ฉันทำงานนายแบบ แต่กับคนอื่นกลับญาติดีด้วยได้ ถึงขั้น... ตัวติดกันขนาดนี้เลยนะ”
“อย่าพูดเหมือนดูถูกผมอย่างนั้นนะ เทสึกะ!” ฟูจิไม่อาจทนให้เทสึกะว่าเขาส่งๆ ได้อยู่ฝ่ายเดียว ก็เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นน่ะเพราะว่าเทสึกะตีตัวออกห่างจากเขาก่อนต่างหาก
ร่างสูงฉวยข่าวต้นเหตุไปจากมืออีกฝ่ายอย่างฉุนเฉียว จังหวะเดียวกันสายตาของฟูจิก็พลันไปเห็นกรอบข่าวที่ใหญ่กว่า ภาพด้านหลังที่ดูคุ้นตาทำให้ฟูจิดึงหนังสือพิมพ์กลับมาดู เขากวาดสายตาไม่นานก็รู้เรื่อง
มุมปากยกยิ้มอย่างขมขื่นแล้วว่าตอกกลับ “เห็นแก่ตัวจริงๆ นะ เทสึกะ ทีเป็นผมล่ะก็ถึงกับโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แต่พอตัวเองทำบ้างไม่ได้รู้สึกว่าผิดเลยใช่มั้ย”
แทนที่จะรู้สึกสะอึกบ้าง เทสึกะกลับตอบหน้าตาเฉย “นั่นไม่ใช่จูบ ฉันกับเคย์ไม่มีอะไรกัน เราเป็นแค่เพื่อน”
“อย่าเรียกชื่อคนอื่นแบบสนิทสนมแบบนั้นให้ผมฟัง!!” ฟูจิอดไม่ได้จนต้องตะโกนเสียงดัง
ร่างสูงถอนใจหนักๆ แล้วเสใบหน้าไปทางอื่น เขาพยายามสงบสติอารมณ์ก่อนจะเอ่ยถามสิ่งที่ไม่คิดว่าจะต้องมาถามกัน “นายไม่เชื่อใจฉันแล้วรึไง”
เจ้าของใบหน้าหวานแค่นยิ้มอย่างขมขื่น แล้วให้คำตอบทันที “ผมจะเชื่อใจเธอได้ยังไง ในเมื่อเธอก็ไม่เชื่อใจผมเหมือนกัน”
“นายต่างหากที่เป็นคนหาเรื่องก่อน จะให้ฉันพูดกี่ครั้งก็ได้ ฉันกับ... ประธานคนนั้นไม่ได้รู้สึกพิเศษต่อกัน เขาก็แค่เพื่อนเก่า” เทสึกะเถียง
ฟูจิส่ายศีรษะอย่างไม่เชื่อ “เวลาที่ผมเห็นเธออยู่กับเขา มันไม่ใช่แค่เพื่อนเก่าเลยนะ เทสึกะน่ะยิ้มให้เขา ทั้งๆ ที่ไม่เคยจะยิ้มให้ใครเลย แบบนั้นแล้วจะให้ผมคิดว่ายังไง!”
น้ำเสียงหวานเริ่มสั่นและขาดช่วง ฟูจิพยายามกลั้นน้ำตาเต็มที่ เขาไม่อยากให้เทสึกะต่อว่าอีกว่าเอะอะอะไรก็ร้องไห้
“นายคิดมากเกินไปแล้ว” ตรงข้ามกับเทสึกะ น้ำเสียงทุ้มนั้นยังมั่นคงและนิ่งเรียบ นั่นยิ่งทำให้ฟูจิรู้สึกแย่ ราวกับว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ได้มีผลกระทบกับเทสึกะเอาเสียเลย ร่างสูงดึงหนังสือพิมพ์ออกจากมือฟูจิแล้วขยำทิ้ง “ฉันจะถือว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นก็ได้ หวังว่าคงจะไม่มีอะไรแบบนี้อีกนะ”
ไม่รู้สึกสำนึกผิดยังไม่พอ ยังมาพูดจาเหมือนสั่งสอนกันแบบนี้อีก ไม่ให้โมโหก็ประหลาดแล้ว เทสึกะบ้า บ้า บ้า!!!
“ความผิดของเทสึกะนั่นแหละ!!! ใครกันล่ะที่เอาแต่อ้างว่าทำงาน ทำงาน ทำงาน จนทิ้งให้ผมอยู่คนเดียวตลอด ทำไมผมต้องเป็นฝ่ายรอเธออยู่คนเดียวเหมือนคนไม่มีสมองแบบนี้ด้วย ในขณะที่เทสึกะไปกับใครต่อไปตลอดเวลา ผมไม่อยากจะทนแล้วนะ!”
เทสึกะจ้องมองร่างบางที่ระเบิดอารมณ์ออกมาด้วยสีหน้าที่ผิดหวังปนขุ่นเคืองใน การกระทำนั่น เขารั้งร่างบางเข้ามาอย่างแรง แล้วกดจูบหนักหน่วงลงไป บดเบียดริมฝีปากบางจนแดงช้ำ จุมพิตอันร้อนแรงนั้นกะทันหันจนไม่ทันตั้งตัว ขาเรียวสั่นระริกจนแทบจะยืนไม่อยู่เมื่อถูกรุกล้ำด้วยลิ้นอุ่นในโพรงปากและ แรงรัดตรึงในอ้อมแขน
ฟูจิถอยหนีด้วยแรงผลักที่เหนือกว่าแล้วทรุดร่วงลงไปกับพื้นโดยที่มือใหญ่ยังคงประคองอยู่ไม่ให้เขากระแทกพื้นแข็ง เทสึกะยังไม่ยอมปล่อยให้พักหายใจ พอถูกกอดไว้ก็ได้กลิ่นกายของเทสึกะ... ปนมากับกลิ่นน้ำหอมจางๆ ฟูจิไม่รู้ว่าตนคิดไปเองรึเปล่า แต่คนที่กำลังกอดเขาอยู่ตอนนี้ ก็ยังไม่ใช่เทสึกะที่ต้อง
ยังไม่ใช่อยู่ดี...
ร่างสูงครอบครองริมฝีปากอุ่นนุ่มเนิ่นนานจนพอใจแล้วจึงยันตัวขึ้นสบดวงตาสีน้ำทะเลแวววาว
“ชูสึเกะ... จะต้องเรียกแบบนี้ใช่มั้ยนายถึงจะพอใจ” เสียงทุ้มเอ่ยผ่านลำคอที่แห้งผาก ดวงตาสีน้ำตาลเข้มใต้กรอบแว่นนั้นเต็มไปด้วยโทสะ “มีฉันคนเดียวเท่านั้นที่จะทำอย่างนี้กับนายได้ และฉันไม่เคยทำแบบนี้กับคนอื่นแม้แต่คนเดียว เรื่องง่ายๆ แค่นี้ยังมีปัญหาอะไรอีก!”
ฟูจิสะอึกเมื่อถูกรุกถาม ยังไม่ทันจะตอบอะไรก็ถูกเทสึกะจับจูบอีก มือใหญ่กุมคางเอาไว้ทำให้ดิ้นหนีไปไหนไม่ได้
ไม่เข้าใจอะไรอีกแล้ว... มันเกิดอะไรขึ้นระหว่างเราสองคน เทสึกะ... อ้อมกอดที่บีบรัดผมจนเจ็บ จุมพิตที่เหมือนจะเผาให้ผมกลายเป็นเถ้าถ่าน... ผมไม่ต้องการ
แม้ว่าลิ้นอุ่นจะรุกรานเข้ามาจาบจ้วงหยาบคายเพียงใด แต่ฟูจิก็ไม่กล้าที่จะต่อต้านด้วยการกัดลิ้นอีกฝ่าย
เพราะว่าเป็นเทสึกะที่เขารัก
“ผม... เกลียดเธอ... ที่สุด”
เอ่ยประโยคที่แสนเจ็บปวดออกไปพร้อมกับน้ำตาที่ร่วงลงมาผ่านร่องแก้ม ฟูจิยกมือขึ้นปิดบังใบหน้าเปื้อนน้ำตา ทำให้ไม่รู้ว่าเทสึกะทำหน้าตาแบบไหนอยู่... ร่างสูงปล่อยเขาแล้วลุกออกไปโดยไม่พูดอะไร
...ไม่มีอะไรเลย
ฟูจิเห็นแค่แผ่นหลังที่เย็นชาเท่านั้น....
ภายในร้านดอกไม้ที่เคยรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นเช่นเดียวกับอ้อมแขนของเทสึกะนั้น... ทำไมตอนนี้ถึงได้รู้สึกหนาวยะเยือกแบบนี้กันนะ ฟูจิแหงนมองตะบองเพชรต้นเล็กที่วางทิ้งบนชั้นด้วยแววตาไหวระริก เพราะว่าผมไม่ใส่ใจ... ถึงได้เอาหนามแหลมมาแทงผมงั้นเหรอ... ใจร้าย... ใครกันที่ทำท่ารำคาญกับความใส่ใจของผมตั้งแต่แรก ก็เธอเองไม่ใช่เหรอ...
ทำไมคนที่ต้องรู้สึกแย่... ทำไมคนที่ต้องเสียใจนั้นถึงกลายเป็นผม
ร่างบางที่จมอยู่ในความเศร้าค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เขารู้ตัวว่าวันนี้คงจะอยู่ทำงานไม่ได้แล้ว.... เขาตั้งใจจะไปบอกเอย์จิ... แล้วกลับบ้าน
เพื่อกลับไปร้องไห้เงียบๆ อยู่คนเดียว
To be continued...
ลงต่อให้ตามคำเรียกร้อง
รวมเล่มลดราคาแล้วนะ เหลือเล่มละ 300 เพราะจัดหน้าใหม่ ประหยัดกระดาษกว่าเดิมจ้ะ *-*
.....รวมเล่มเรวๆๆๆนะคะ รออยู่วว
คุคุคุคุ
ช่างเป็นตอนที่อารมณ์รุนแรงอะไรเช่นนี้ มันส์มาก...
แยกคู่เลย...
#1 By [Amakura_Aei] as [Musashi]Takekura Gen on 2008-07-23 21:23