[Tenipuri AU Fiction] Roaming Hearts (3)

posted on 03 Jul 2008 21:30 by keechan  in Fiction

เขาเรียกว่าอู้ลงฟิค เอามาขัดตาทัพ อา... สบายใจ

 

 

 

Cast:

 

hana matsumoto - ทาสชูรัน

shadow - มหาอุปราชโอไซรีส, อัศวินเทเซอุส

KeeChan - เจ้าชายเคย์ริธิส, อัศวินเทเซอุส

 

 

 

รอยยิ้มพึงพอใจจับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา ดวงตาสีน้ำเงินเข้มจับจ้องไปยังร่างที่ถูกกั้นด้วยม่านบางๆชั้นสุดท้าย เจ้าชายรูปงามผู้เอนกายอยู่บนโซฟาลายเสือดาวปลดชุดใส่ว่าราชการออกเหลือ เพียงเสื้อบางๆตัวเดียวคลุมกายช่างดูยั่วยวนนัก ...........หากแต่เขายังมิเคยได้สัมผัสให้สมใจเสีย
โอไซรีสแหวกม่านชั้นสุดท้ายออกก่อนจะวางชุดน้ำชาที่นำมาไว้ที่โต๊ะเล็กใกล้ๆ เขารินน้ำชาแล้วยื่นให้เจ้าชายที่รัก

"ข้าเห็นท่านเหน็ดเหนื่อยนัก...ได้โปรดให้ข้าช่วยแบ่งเบาเถิด"

มือเรียวรับถ้วยชาสวยหรู ยกขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์ ไม่ตอบคำใดต่อมหาอุปราช  ขาเรียวที่วางราบยกชันขึ้นเพื่อดันกายให้ตรง กางเกงผ้าแพรเนื้อดีเรียบลู่ติดกาย ยิ่งชวนให้น่าค้นหาภายใต้ผืนผ้าว่าซ่อนเร้นผิวกายขาวผ่องเช่นไรไว้

"ข้าดูเหมือนเหน็ดเหนื่อยนักหรือ" น้ำเสียงเย้ายวนเอ่ยถาม

"เหนื่อยกายคงมิเท่าไหร่  เพราะใบหน้าท่านยังดูสวยงามไม่เปลี่ยนนัก....หากแต่จิตใจที่กังวลนั่น.."  อุปราชหนุ่มถือวิสาสะจับมือเรียวขึ้นมาจุมพิต กลิ่นกุหลาบอ่อนๆที่ติดอยู่ปลายนิ้วหอมยิ่งกว่าน้ำหอมชนิดใดในโลก

"อัศวินของท่านดูเหมือนจะเป็นห่วงทาสหนุ่มผู้มาใหม่นัก"  คำพูดคล้ายจะสะกิดปมในใจของเจ้าชายให้เปิดออก หวังให้เพียงพิษแรงหึงอันร้ายกาจรุกรานความคิดอันเฉียบแหลมของเจ้าชาย

"ห่วงเจ้าทาส? ไม่ใช่ท่านหรอกหรือโอไซรีส ถึงกับเอ่ยถึงเจ้าทาสนั่นสองครั้งสองครา" ลมปากของมหาอุปราชไม่เคยเชื่อถือได้ เจ้าชายรูปงามรู้ดีแก่พระทัย

"หากท่านปรารถนาพรหมจรรย์ของทาสนั่น... แม้จะไม่รู้ว่ายังพรหมจรรย์อยู่หรือไม่ก็เถอะนะ ไม่ต้องเกรงไปว่าข้าจะขัดเคือง และไม่จำเป็นจะต้องเอาอัศวินของข้ามาอ้างเพื่อการนั้นหรอก"

'อัศวินของข้า' งั้นรึ......อัศวินของท่านผู้นั้น ข้านี่แหละที่ได้พรหมจรรย์มันมา  น่าหัวเราะนักเพียงแค่ข้าขู่นิดหน่อยถึงกับวิ่งมาหาถึงบนเตียง ชายโง่งมผู้ซื่อสัตย์ ข้าเกลียดมันนัก!!!

แม้ในหัวจะจินตนาการถึงอะไรมากมาย หากแต่สิ่งที่ฉายอยู่บนใบหน้าเป็นรอยยิ้มอ่อนโยนเท่านั้น

"ท่านมิรู้รึว่าสิ่งที่ปรารถนาที่สุดในชีวิตข้า..คืออะไร...และใคร"  โอไซรีสบรรจงจูบเบาๆอีกครั้งเพื่อส่งความรู้สึกผ่านริมฝีปากสู่หลังมือนุ่ม นวล

เคย์ริธิสเหยียดยิ้ม ดึงมือออกจากการกอบกุมและลุกขึ้นเอ่ย "รู้สิ โอไซรีส ท่านคิดว่าข้าเป็นใครกัน ความปรารถนาอันลำพองและยิ่งยะโสชัดเจนเสียขนาดนั้นทำไมคิดว่าข้าจะไม่รู้" ร่างโปร่งเดินไปที่ริมหน้าต่าง รับลมเย็นที่พัดเข้ามา หากเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยือก "แต่น่าตลกนักที่ความปรารถนานั้นคงไม่มีวันเป็นจริง"

"ขออภัยที่ล่วงเกิน ข้าจะจำใส่ใจข้าไว้"  อุปราชหนุ่มค้อมศีรษะลงช้าๆ ดวงตาสีน้ำเงินเหลือบมองถ้วยชาที่ถูกทิ้งไว้ก่อนจะหลับตาลงสลัดความปวดร้าว ที่เกาะกุมอยู่ออกให้สิ้น แผนการต้องดำเนินต่อไป.....ข้าจะนำทาสคนใหม่นี่แหละมาสร้างความทุกข์ให้ท่าน

"ท่านเคย์ธีริส ข้าทราบมาว่าอัศวินเป็นผู้ดูแลท่านในทุกวันใช่หรือไม่.....หากวันไหนที่เขา ไม่อยู่ในเมืองนี้ท่านจะทำเยี่ยงไร ข้าว่าลองหาคนรับใช้มาประจำที่นี่คงดีกว่า"  อุปราชหนุ่มยกถ้วยชาที่ดื่มแล้วเก็บในถาดเงิน  "ยิ่งไปกว่านั่น...ทุกสิ่งทุกอย่างที่อัศวินของท่านและทาสหนุ่มผู้นั้นกระทำ จะอยู่ในสายตาตลอด..." ปลายเสียงอ่อนลงก่อนจะหายลงไปในลำคอ ปลายนิ้วที่จับของถาดแข็งเกร็งด้วยกังวลในคำตอบ

"คิดจะให้คนไม่รู้หัวนอนปลายเท้ามารับใช้ข้า? คิดว่าง่ายนักหรือท่านมหาอุปราช" สุ้มเสียงเด็ดขาดเอ่ยก้อง แต่กระนั้นในใจก็ครุ่นคิดหากได้ทาสนั่นมารับใช้โดยตรง คงไม่ยากนักที่จะลงโทษเมื่อบุคคลในปกครองทำผิดพลาด...

และไม่ยาก... หากจะสั่งคร่าชีวิตไร้ค่าน่ารำคาญนั่นไปให้พ้น

"ลองให้เขามาทดลองก่อน  ชีวิตเขาอยู่ในกำมือท่านหากประสงค์ให้ตายก็ไม่ยากนัก"  แม้สุ้มเสียงจะเด็ดขาดแต่แววตาที่ไหววูบก็มิอาจลอดตาเหยี่ยวของอุปราชหนุ่ม ไปได้ การรับใช้เจ้าชายมาตลอดชีวิตของเขานั้นมิได้ทำไปเพียงวันๆอย่างแน่แท้

"... ก็ตามแต่ท่านจะเห็นสมควร" กล่าวแฝงความประชดประชัน เหลียวมองฝ่ายตรงข้ามด้วยสายตาท้าทาย "ข้าอยากรู้นักว่าครั้งนี้ท่านมีแผนอะไรให้ข้าเล่นสนุกอีก"

"รับรองว่าสนุกจนท่านลืมไม่ลง"  โอไซรีสยกถ้วยน้ำชาที่เหลืออยู่ขึ้นก่อนจะประกบดื่มซ้ำจากรอยของเจ้าชาย แม้ชาเย็นชืดแต่สร้างความชุ่มชื่นให้กับข้ามากมายนัก ลิ้นอุ่นเลียขอบแก้วพลางส่งสายตาท้าทายให้เจ้าชาย

"ถ้าอย่างนั้น....ข้าจะจัดเขาให้มารับใช้ท่านในไม่ช้า ข้าขอตัวก่อน"  ร่างสูงกล่าวเบาๆก่อนจะหันหลังเดินแหวกม่านออกไป

ทันทีที่เดินออกจากห้อง โอไซรีสยัดถาดน้ำชาใส่มือบริวารที่เดินผ่านก่อนจะหมุนตัวเดินไปยังห้องคุม ขังทาส กลิ่นเหม็นอับน่ารังเกียจจนต้องยกมือปิดจมูก คนอย่างเขาไม่เคยคิดแม้แต่จะย่างกรายเข้ามาที่นี่...หากแต่เมื่อเห็นแก่ผล ประโยชน์แล้ว เขาจำต้องทำได้

"เจ้า...ชูรัน.."  สุ้มเสียงอ่อนโยนเรียกชื่อเบาๆ ใบหน้าเปรอะเปื้อนค่อยๆหันกลับมาตามเสียง  โอไซรีสยิ้มบางๆให้กับชูรันแม้ในใจนึกรังเกียจ

"สบายดีมั้ย"

".... ท่าน?" ทาสหนุ่มมองอีกฝ่าย เขาจำหน้าคนผู้นี้ได้ หากแต่นาม... เขากลับนึกไม่ออก

"ข้า... สบายดีขอรับ"

"แม้เจ้าต้องอยู่ในคุกเหม็นอับนี่รึ?"  อุปราชหนุ่มแย้มยิ้มพลางเดินเข้าใกล้ มือใหญ่ค่อยๆเช็ดคราบโคลนที่ติดผิวแก้มออกเบาๆอย่างนุ่มนวล นัยน์ตาสีน้ำเงินจ้องดวงตาสีน้ำทะเลลงลึก

"ข้าสงสารเจ้านัก...."

"..... อย่างน้อยที่นี่ก็ดีกว่าอยู่ในท้องสิงโตนะขอรับ" ชูรันไม่แน่ใจในท่าทีอีกฝ่าย เขาหันหน้าหลบสัมผัสนั่นอย่างสุภาพ

"..แต่ถ้าได้ไปอยู่ห้องในวังคงดีกว่านี้แน่"  อุปราชหนุ่มขัดใจที่เจ้าทาสนี่ปฏิเสธสัมผัสเขา มือใหญ่ลดลงก่อนจะแอบเช็ดกับชายผ้าด้านหลัง "ลองไปทำงานรับใช้เจ้าชาย....ดีไหมชูรัน"

"เมื่อวานท่านเทเซอุสก็พูดเรื่องนี้กับข้าขอรับ... หากเจ้าชายทรงตกลงแล้ว ข้าก็ยินดีช่วยงานขอรับ"

"งั้นรึ..เมื่อสักครู่ข้าเพิ่งได้คุยกับเจ้าชาย เขายินดีให้เจ้าไปรับใช้  เพียงแต่ว่า...."  โอไซรีสมองจากศีรษะจรดปลายเท้า สารรูปแบบนี้เข้าไปรับใช้คงโดนจับให้สิงโตกินเป็นแน่

"ข้าจะให้คนเอาเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้เจ้า ไปอาบน้ำซะแล้วข้าจะมารับไปเฝ้าเจ้าชาย"

ชูรันรีบลุกขึ้นยืนอย่างกระตือรือร้น

"ขอรับ" ทาสหนุ่มรับคำหนักแน่น

ร่างของทาสหนุ่มผู้หายไปเป็นเวลากว่าครึ่งชั่วโมงเดินออกมาท่ามกลางหมอกควัน ไอน้ำร้อน อุปราชหนุ่มปรายสายตามองเชื่องช้า.....เจ้าทาสนั่นพอได้ชำระร่างกายให้สะอาด แล้วราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน สีผิวแดงเรื่อด้วยไอร้อนเปล่งปลั่งนวลตา  เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนหมาดใกล้แห้งล้อมกรอบใบหน้าหวานที่แดงเรื่อ นัยน์ตาสีน้ำทะเลเปล่งประกายสุกใส ริมฝีปากได้รูปสีสวยราวกับเชอรี่สด.....น่าลิ้มลองยิ่งนัก

กลิ่นกายหอมหวล...ทั้งที่ใช้เครื่องอาบน้ำไม่ต่างจากข้าทาสทั่วไปแต่กลิ่น กายหอมยิ่งกว่านัก โอไซรีสเลื่อนตัวเข้าใกล้ก่อยจะสัมผัสที่ข้อศอกชูรันเบาๆ  แม้กระทั่งผิวกายยังนุ่มนวลยิ่งนัก

"ชูรัน...เจ้าพร้อมไปเข้าเฝ้าเจ้าชายหรือยัง"

"ขอรับ..." เจ้าของชื่อก้มศีรษะรับคำ ชูรันไม่อยากสบตากับคนผู้นี้หากไม่จำเป็น ใบหน้ายิ้มแย้มของมหาอุปราชไม่ได้ทำให้รู้สึกวางใจขึ้นมาเลย

"ถ้าอย่างนั้น...ไปเถอะ"   ร่างสูงสัมผัสแผ่นหลังบอบบางก่อนจะพาเดินผ่านห้องต่างๆในวังไปสู่ห้องบรรทม เจ้าชาย  โอไซรีสเลิกม่านที่ประดับด้วยดิ้นทองขึ้นแล้วเดินนำผ่านไปทีละชั้น  ร่างสง่างามของเจ้าชายเอนตัวนอนท่ามกลางกลีบกุหลาบสีแดงสด เขาทรุดตัวคุกเข่าลงพร้อมกับดันไหล่บางให้ทรุดตาม

"นี่คือชูรัน ทาสที่เพิ่งมาใหม่ในวันนี้"

เคย์ริธิสยังคงเอนกายตามสบายอย่างไม่ใคร่ใส่ใจนัก สายตาจ้องมองร่างเล็กไร้ซึ่งความสำคัญ

"เงยหน้าขึ้นสิ เจ้าน่ะ" เอ่ยอย่างรำคาญใจแล้วจึงขยับกายลุกขึ้นนั่ง

ดูยังไงก็ไร้ราศีสิ้นดี...

ร่างบางเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าชายเคย์ริธีส อีกฝ่ายคงไม่พอใจที่เขารอดชีวิตตั้งแต่แรกแล้วก็เป็นได้

"ข้าให้ชูรันมารับใช้ท่านตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทาสหนุ่มผู้นี้คงทำให้ท่านพอใจได้บ้าง" ร่างสูงกล่าวเบาๆด้วยน้ำเสียงแหบต่ำพลางจับจ้องใบหน้างามของเจ้าชายที่รัก

โอไซรีส บอกเจ้าทาสนั่นซะ ว่าการรับใช้ข้าต้องทำอะไร เมื่อไหร่ รู้ใช่ไหม ข้าไม่ชอบออกคำสั่ง" เจ้าชายรูปงามเอ่ย เคย์ริธิสไม่โปรดการออกคำสั่งยืดยาว แต่รักการเอ่ยนามผู้รับใช้ สำหรับเทเซอุสเมื่อเจ้าชายขานเรียก อัศวินหนุ่มสามารถล่วงรู้ได้ว่าเจ้าชายปรารถนาสิ่งใด

อยากรู้นักว่าเจ้าทาสจะอยู่ได้พ้นวันนี้มั้ย... คิดพลางเผยรอยยิ้มแสยะ

"ท่านมิลองให้อัศวินของท่านเป็นผู้บอกหรือ ข้าทราบว่าเขาเป็นคนดูแลท่านมานาน...ตั้งแต่เข้าวังมาใหม่ๆมิใช่รึ"  อุปราชหนุ่มกลาวพลางยิ้มซ่อนความประชดประชันไว้ในทุกคำพูด

"เทเซอุสไปสะสางงานราชการแทนข้า" เจ้าชายค้าน "หากท่านไม่มั่นใจว่าจะถ่ายทอดหน้าที่การรับใช้ข้าให้กับทาสนั่นได้ก็ออกไปซะ"

"ขอประทานอภัย.....หากท่านปรารถนาที่จะไม่เห็นหน้าข้า ข้าก็ขอตัว" อุปราชหนุ่มค้อมศีรษะลงแล้วก้าวเดินฉับออกนอกห้องบรรทมปลายเท้าเบากริบที่ ออกข้างนอกได้ก็แปรเป็นความกราดเกรี้ยวพุ่งเข้าใส่ทหารนายหนึ่งที่ประจำอยู่ ด้านนอก

ชูรันเหลียวหลังไปมองเส้นทางที่อุปราชเดินออกไปด้วยความตกใจ จริงอยู่ว่าเขาถวายตัวเข้าเป็นช้ารับใช้ แต่วันแรกเช่นนี้ หากต้องอยู่กับเจ้าชายเพียงลำพัง เขาก็คิดไม่ออกว่าจะสามารถเข้าใจสิ่งที่เจ้าชายต้องการได้อย่างไร

... ข้าควรทำเช่นไรดี...

โดยที่ชูรันไม่ทันสังเกต เจ้าชายหนุ่มได้ก้าวเข้ามายืนอยู่ไม่ห่างนัก แววตามีอำนาจส่องประกายวาบวับ "เจ้าคิดจะนั่งอยู่ตรงนั้นอีกนานเท่าไหร่ ตามข้ามา ข้าจะไปห้องหนังสือ"

ทาสคนนี้ดูไม่มีพิษสงอะไร ก็แค่เด็ก... หากรู้งานได้เรื่องได้ราวก็น่าจะดี บางทีอาจจะเก็บไว้เบนความสนใจของมหาอุปราชได้ในยามที่ข้ารำคาญเขาเต็มทน

"ขอรับ" ไม่รอช้า ร่างบางรีบลุกขึ้นเดินตามเจ้าชายไปยังห้องหนังสือ ชูรันเว้นระยะห่างไว้ไม่ให้เข้าใกล้ชิดจนเกินไป แต่ก็ไม่ห่างมากจนไม่ได้ยินเสียงหากเจ้าชายจะมีรับสั่ง

เจ้าชายก้าวเข้ามายังห้องหนังสือส่วนพระองค์อย่างผ่าเผย ขนาดของห้องนั้นกว้างขวางไม่ด้อยไปกว่าห้องสมุดของราชวัง บานหน้าต่างที่เปิดเตรียมไว้ให้ลมพัดผ่านเบา ๆ ช่วยให้อากาศภายในห้องปลอดโปร่ง

เคย์ริธิสทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้บุกำมะหยี่หรู ก่อนจะรับสั่ง " 'ประวัติศาสตร์โคพรีอุส' 'เศรษฐกิจยุครุ่งเรือง' 'อัศวินชั้นนำในตำนาน' 'ยุทธศาสตร์หลักแหลม' '28 พันธุ์กุหลาบหายาก' หนังสือที่ข้าจะอ่านวันนี้ ไปจัดการหามาซะ ส่วนชา...ไม่ต้อง"

ตรัสเสร็จแล้วจึงผินหน้าออกนอกหน้าต่าง ใบหน้ายิ้มเยาะ

โดยปกติเจ้าชายจะมีผู้รับใช้ประจำห้องที่สามารถหยิบจับสิ่งที่ต้องการได้ อย่างใจ หากไม่เพราะอยากจะกลั่นแกล้งทาสคนนี้ คงไม่จงใจรับสั่งเสียยาวเหยียด

"ระหว่างที่ข้าอ่านหนังสือ ก็จงนวดฝ่าเท้าให้ข้าด้วย ข้าต้องการไอละมุนกลิ่นกุหลาบที่ไม่ฉุนเกินไป ในน้ำอุ่นอุณหภูมิกำลังพอดี"

ข้าจะสั่งอะไรอีกจึงจะดีนะ... เจ้าชายคิดอย่างสนุกสนาน หากแต่ก็ระแวดระวังไม่ออกคำสั่งใดที่จะให้ทาสนั่นได้ใกล้ชิดเท่ากับที่เคย สั่งอัศวินของตน

แม้จะเป็นเพียงทาสชั้นต่ำ แต่ชูรันก็อ่านหนังสือออก เขารีบเดินไปที่ชั้นหนังสือ ปลายนิ้วไล่เรียงไปตามสันปก ก่อนจะหยิบออกมาทีละเล่มตามที่เจ้าชายทรงรับสั่งไว้เมื่อครู่ ในหัวของชูรันท่องชื่อหนังสือ 5 เล่มตลอดเวลาไม่ให้ลืม... เมื่อหยิบออกมาครบตามต้องการแล้ว ทาสหนุ่มรีบยกหนังสือวางเรียงไว้ที่โต๊ะกลมข้างๆเก้าอี้ที่เจ้าชายทรงประทับ อยู่ ชูรันโค้งคำนับก่อนจะรีบไปเตรียมน้ำอุ่นกับดอกกุหลาบตามที่เจ้าชายต้องการ

... ผิดคาด... ทาสนั่นนำหนังสือที่ต้องการมาได้ถูกต้องในเวลาอันรวดเร็ว ทั้งยังท่าทีกุลีกุจอไม่แข็งเกร็งนั่นอีก...

เจ้านี่... ไม่สนใจรัศมีบารมีของข้าเลยรึไง ถึงได้ทำตัวตามสบายได้แบบนั้น

เนื่องจากที่เจ้าชายต้องการคือน้ำอุ่น ชูรันจึงไม่ต้องเสียเวลาในการต้มน้ำมากนัก ระหว่างที่กำลังรอให้น้ำอุ่น เขาใส่กลีบกุหลาบลงไปในอ่างหินเพื่อให้เสร็จสิ้นกระบวนการ ไม่นาน ชูรันก็กลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง พร้อมกับอ่างหินในมือ

ฝ่ายเจ้าชายนั้นแสร้งทำเป็นจดจ่อกับหนังสือเล่มหนาในมือ ขณะที่แอบลอบมองพฤติกรรมของทาสหนุ่ม

ชูรันนั่งลงกับพื้นห้อง วางอ่างหินไว้เบื้องหน้าพระบาทของเจ้าชาย

"... ขออนุญาตนะขอรับเจ้าชาย..." ชูรันเอ่ยทั้งๆที่ยังก้มศีรษะอยู่ ต่อให้ตั้งใจทำงานแค่ไหน คงไม่เสียสติพอที่จะซี้ซั้วไปสัมผัสพระบาทของเจ้าชายโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต ก่อน

ปลายนิ้วที่สัมผัสฝ่าเท้าของต้นนั้นเย็นเฉียบ บ่งชัดว่าเจ้าทาสนี่รู้สึกพรั่นพรึงอยู่ไม่น้อย นับได้ว่าเก็บท่าทีได้แนบเนียนทีเดียว...

"เย็นเกินไป" เจ้าชายตำหนิโดยไม่เสียเวลามองหน้า "มือของเจ้า" กล่าวอย่างขุ่นเคืองแล้วจึงชักเท้าของตนออกจากมือเล็ก เมื่อขยับอย่างแรง น้ำอุ่นจึงกระฉอกออกจากอ่างหิน หากแต่เจ้าชายมิได้ใส่ใจกับการกระทำของตนแม้แต่น้อย

"... ขออภัยขอรับ" ชูรันจำต้องใช้ผ้าแห้งที่เตรียมมาเช็ดน้ำที่กระเซ็นออกจากอ่างหิน เป็นอย่างที่คิดไว้ เจ้าชายคงไม่ยอมรับเขาง่ายๆ

...น่าเบื่อ... นะ... เทเซอุส? ไม่มีใครเอาใจข้าได้ดีเท่าเจ้าเลย...

ความขัดเคืองเลือนหายไปได้เมื่อนึกถึงอัศวินคู่ใจ ทาสนั่นไม่ได้ทำงานขาดตกบกพร่องซักเท่าไหร่ ควรจะใช้งานเสียให้คล่องแล้วส่งไปให้ไอไซรีสท่าจะดี... อุปราชนั่นคงปฏิเสธไม่ได้หากเจ้าชายอย่างเขาจะยัดเยียดทาสให้ซักคน

แล้วคนที่ขวางสายตาข้าจะได้หายไปเสียทั้งคู่...

ไม่นานนักร่างบางก็กลับเข้ามาใหม่พร้อมกับอ่างหิน คราวนี้เขามั่นใจว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาด

อ่างหินถูกวางลงหน้าพระบาทของเจ้าชายอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะทำเช่นเดิม

ครั้งนี้เจ้าชายไม่ได้กลั่นแกล้งใด ๆ พิศมองใบหน้าหวานเกินชายของร่างเล็กอย่างพึงพอใจ รูปลักษณ์เช่นนี้ แม้ไม่ต้องยั่วยวนก็น่าจะดึงดูดความสนใจจากอุปราชได้ไม่ยาก

เคย์ริธิสปล่อยให้ทาสผู้ต่ำต้อยสัมผัสฝ่าเท้าของตนโดยดี รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าอย่างเปิดเผย

ข้าจะยอมเมตตาเจ้าเสียหน่อยแล้วกัน เดี๋ยวจะตื่นกลัวแล้วหนีไปเสียก่อนจะได้ส่งไปให้โอไซรีส...

แม้มิได้ล่วงรู้ว่ามหาอุปราชนั้นคิดการณ์ใดไว้ เคย์ริธิสก็ได้คิดซ้อนแผนเอาไว้ด้วยใจจดจ่อ ในใจกระหยิ่มยิ้มย่องเมื่อคิดถึงเวลาที่สิ่งที่คาดไว้จะบรรลุผล




----------------------------------------------------------------



ชูรันค่อยๆแหวกม่านชั้นที่8ออกอย่างเบามือ ก่อนที่ร่างบางจะพ้นเขตบรรทมของเจ้าชายได้ ทาสหนุ่มหันตัวเดินออกจากห้องบรรทมช้าๆ แต่ละย่างก้าวค่อยลงปลายเท้าสัมผัสพื้นอย่างแผ่วเบา ด้วยกลัวจะเผลอสร้างสุ้มเสียงที่ไม่จำเป็นขึ้นได้

ร่างบางพิงตัวกับผนังพระราชวัง ศีรษะก้มลงก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ งานดูแลเจ้าชายพระองค์นี้เหนื่อยกว่าที่จินตนาการไว้มากโข

อีกด้านหนึ่ง อัศวินหนุ่มประจำกายของเจ้าชายเคย์ริธิสเร่งฝีเท้าของตนเป็นอันเร็วที่สุด แม้จะรู้ว่าผู้ที่มีหน้าที่ดูแลแทนจะปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่บกพร่อง แต่ทุกค่ำเช้าเขาจำต้องได้เห็นว่าเจ้าชายของตนนั้นสุขสบายดี

อาทิตย์ตกดินไปนานแล้ว เวลานี้เจ้าชายจะบรรทมแล้วหรือไม่... วันรุ่งเขาอาจจะได้ฟังคำตัดพ้อว่าเขาไม่ใส่ใจในตัวพระองค์ก็เป็นได้

ห่างจากห้องบรรทมของเจ้าชายไม่มากนัก เทเซอุสก้าวเท้าผ่านร่างบางที่ดูคุ้นตา ท่าทีเหน็ดเหนื่อยนั้นทำให้เขาต้องเอ่ยทัก "เจ้า... ชูรัน?"

ทันทีที่ได้ยินเสียงเรียก เจ้าของชื่อรีบเงยหน้าขึ้นตามเสียงนั้นทันที ในเมื่อเขาจำได้ดีว่าเสียงนั้นคือเสียงของใคร

"ท่านอัศวิน" เสียงหวานเอ่ยก่อนจะย่อตัวลงแสดงความเคารพต่อผู้เหนือกว่า แล้วจึงเงยหน้าขึ้นมองเทเซอุสอีกครั้ง ใบหน้าสวยหวานระบายยิ้มบางๆให้

เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนแลดูอ่อนนุ่มกว่าวันแรกที่มาที่นี่ ผิวที่เคยมอมแมมกลับขาวนวลยามกระทบแสงจันทร์ ดวงตาสีน้ำทะเลทอประกายสดใส ริมฝีปากสีชมพูไม่ดูแห้งผากเช่นก่อน ชูรันพยายามจะยิ้มอย่างเต็มที่ให้ แต่นี่เป็นการได้พบกันอีกครั้ง หลังจากที่เขาต้องถูกส่งไปจัดการกับตัวเองให้เรียบร้อยและสะอาดสะอ้านพอที่ จะมาเป็นผู้รับใช้เจ้าชาย...

... รู้สึกแปลกๆอย่างไรก็ไม่รู้...

เทเซอุสค้อมตัวลง รีบกล่าวให้อีกฝ่ายลุกขึ้น "เจ้าไม่จำเป็นต้องคุกเข่าต่อข้า ทั้งเจ้าและข้าต่างเป็นข้ารับใช้ของเจ้าชายเฉกเช่นเดียวกัน" พูดพลางส่งแววตาอ่อนโยนสีน้ำตาลเข้มสื่อความหมาย

"วันนี้... เจ้าได้เริ่มงานรับใช้เจ้าชายแล้วหรือ... ใครเป็นผู้ออกคำสั่ง?" อัศวินหนุ่มเอ่ยถาม แม้จะมีคำตอบอยู่ในใจแล้วว่าคนที่ชอบกระทำการฉุกละหุกลับหลังเขาเช่นนี้คง ไม่พ้นบุคคลนั้น

"ท่านมหาอุปราชโอไซรีสขอรับ" เขารีบเอ่ยตอบไม่รอช้า

ร่างสูงถอนหายใจด้วยความเอือมระอา พลันสายตาก็เหลียวมองไปที่ห้องบรรทมของเจ้าชายผู้เป็นที่รัก "เจ้าชายเคย์ริธิสเข้าบรรทมแล้วหรือ?"

"ใช่แล้วขอรับ... ไม่นานนัก...ขอรับ" ชูรันเอ่ยตอบอย่างสุภาพนอบน้อม

เทเซอุสยังมิวายห่วงใย ไม่อาจตัดใจเดินจากไปหากยังมิได้เห็นเจ้าชายทรงบรรทมด้วยตาตนเอง จึงหันมาออกคำสั่งกับชูรัน "รอข้าสักครู่"

ม่านหนาถูกแหวกออกอีกครั้งอย่างนิ่มนวล สำหรับเทเซอุสที่คอยคุ้มครองเจ้าชายระหว่างบรรทมเป็นประจำ ไม่ใช่เรื่องยากลำบากอันใดในการลอบเข้าห้องบรรทมโดยไร้สุ้มเสียง

มิใช่ว่าไม่ไว้ใจผู้ดูแลคนใหม่ แต่ด้วยหัวใจภักดีที่มีต่อเจ้าชาย เขาจำต้องแน่ใจ

แสงจันทร์ทรงกลดฉายพาดผ่านห้องบรรทม แม้จะอ่อนบาง แต่ก็เพียงพอฉายให้เห็นดวงหน้าที่งดงาม ดวงตาคู่สวยปิดลงอย่างนิ่งสงบ เนินอกกระเพื่อมเป็นจังหวะ บ่งบอกว่าเจ้าของร่างกำลังหลับสนิท

ความสงบนั้น... เพียงพอจะทำให้อัศวินเป็นสุข...

เมื่อหมดข้อข้องใจ เทเซอุสจึงหันเดินออกจากห้องอย่างเงียบเชียบเช่นเมื่อตอนที่ย่างเข้ามา

ร่างบางยังคงยืนคอยอย่างไม่บิดพลิ้ว ดูเกร็งราวกับไม่กล้าขัดคำสั่งของเขา เทเซอุสรู้สึกเอ็นดูเด็กหนุ่มตรงหน้านัก ช่างบริสุทธิ์ไร้เดียงสาและน่าทะนุถนอม... มากเสียจนราวกับจะแตกหักได้ง่ายดาย คิดเช่นนั้นพลางเดินนำอีกฝ่าย "ตามข้ามาเถอะ ชูรัน ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า"

"... ขอรับ" ร่างบางรีบเดินตามอัศวินหนุ่ม


----------------------------------------------------------------


อากาศยามค่ำในอุทยานด้านนอกนั้นเย็นลงเพราะน้ำค้างยามกลางคืน แต่กลิ่นหอมของเหล่าพรรณไม้ก็โดดเด่นขึ้นมาเป็นเท่าตัว เทเซอุสเอ่ยถามเด็กรับใช้คนใหม่ของเจ้าชายอย่างไม่อ้อมค้อม "เจ้าชายทรงตำหนิเจ้าบ้างหรือเปล่า ทรงมีเรื่องใดไม่พอพระทัยหรือไม่"

"ก็ มีบ้างตรงที่ข้ายังไม่ค่อยคุ้นงานขอรับ... แต่ข้ารับรองว่า... จะไม่มีอีกเป็นครั้งที่สอง...."

ชูรันนิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนจะเอ่ยต่อ "... หากข้าทำงานได้ไม่ดี... จะทำให้ท่านถูกตำหนิไหมขอรับ ท่านอัศวิน"

เทเซอุสยิ้มบาง แทนที่จะเล่าเรื่องราวหรือระบายความรู้สึกของตน เด็กคนนี้กลับเป็นห่วงเขา... มือใหญ่ยกขึ้นตบศรีษะเล็ก "เจ้าควรจะห่วงตัวเองเสียมากกว่า"

"..." เขาก้มศีรษะลง "ตัวข้าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอกขอรับ"

"ข้าต้องขอชมเชยว่าเจ้าทำได้ดีมากสำหรับวันแรก หากเจ้าชายยอมเข้าบรรทมแต่โดยดี ถือว่าเจ้าทำให้พระองค์ทรงวางพระทัยได้"

"ได้ยินเช่นนั้นข้าก็ดีใจ" ชูรันยิ้มอย่างโล่งใจ เป็นเพราะเขารับคำสั่งจากเจ้าชายที่ร่ายมาจนเหมือนจะลืมหายใจ ให้ตายก็จำได้ไม่หมด แต่เขาก็พยายามจนได้

แขนเรียวเล็กสองข้างยกขึ้นสัมผัสต้นแขนก่อนจะลูบเบาๆ สายลมยามค่ำคืนที่พัดผ่านมาทำให้รู้สึกเย็นขึ้น แต่หากจะขอตัวไปก่อนตอนนี้คงเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง

ร่างสูงสังเกตเห็นอาการสั่นน้อย ๆ ด้วยความเย็นจึงนึกขึ้นได้ ร่างกายที่ผ่านการฝึกมาอย่างหนักเช่นอัศวินไม่สะทกสะท้านต่ออากาศเย็นเพียง เท่านั้น แต่สำหรับชูรันนั้น... คงต้องทนหนาวไม่น้อย

ผ้าคลุมสีดำดุจรัตติกาลถูกคลี่ออกคลุมกายให้ร่างเล็ก หวังจะบรรเทาความหนาวเย็นให้ลดน้อยลงไปบ้าง "ข้าไม่ทันสังเกต..."

ร่างบางขยับตัวออกแทบจะในทันทีด้วยความตกใจ อัศวินผู้สูงส่งเช่นเทเซอุสไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้กับเขาซึ่งเป็นเพียงทาสคนหนึ่ง

"... ข้าไม่เป็นไร.... ขอรับ"

"รีบกลับห้องเถอะ" อัศวินหนุ่มกล่าว แล้วเอ่ยถามก่อนจะเดินกลับห้องของตนอย่างที่ตั้งใจ "...เจ้ารู้ทางหรือไม่? มหาอุปราชให้เจ้าพักอยู่ห้องใด?"

"ข้าพักอยู่ห้องสุดท้ายทางปีกตะวันตกของที่นี่ขอรับ... ข้าคิดว่าข้าคงเดินกลับห้องถูก..."

เทเซอุสได้ฟังเช่นนั้นก็รู้สึกชื่นชมยิ่งนัก แม้เด็กคนนี้จะดูเปราะบาง ถึงขั้นไม่น่าจะช่วยตัวเองได้ แต่กลับมีใจที่แข็งแกร่ง ทั้ง ๆ ที่เริ่มใช้ชีวิตในที่ไม่เคยรู้จัก กลับไม่เรียกร้องความช่วยเหลือจากใคร แต่พยายามยืนหยัดด้วยลำแข้งของตนอย่างสุดความสามารถ

แต่กระนั้นก็ตาม... น้ำเสียงสั่น ๆ นั่น ก็ปิดเขาได้ไม่มิด

"ข้าจะไปส่ง..." กล่าวเรียบ ๆ แล้วจึงเดินนำ

ร่างบางรีบก้าวเท้าเดินตาม

"...." ชูรันไม่เคยได้รับการเอาใจใส่ขนาดนี้มาก่อน ทำให้วางตัวไม่ค่อยถูก ที่กำลังรู้สึกว่าใบหน้าค่อยๆร้อนผ่าวขึ้นมาอาจเป็นเพราะไม่เคยชินกับการ กระทำเช่นที่อีกฝ่ายกำลังทำอยู่

ชายหนุ่มเหลียวมองร่างน้อย ๆ ที่เดินตามมาเป็นระยะ ก่อนหน้านี้เขาไม่มีโอกาสได้สังเกตใกล้ ๆ ชูรันเป็นเด็กหนุ่มที่มีใบหน้าอ่อนหวานใกล้เคียงสตรี ทั้งยังรูปร่างเพรียวบางดูไร้เรี่ยวแรงเยี่ยงบุรุษ ทุกคราที่ได้สบตา... ดวงตาสีฟ้าคู่ใสนั่นก็ไร้แววของความกลิ้งกลอก

ช่างแตกต่างจากแววตาแน่วแน่ของเจ้าชาย... แต่ก็ชวนให้น่าปกป้องยิ่งนัก...

ความบริสุทธิ์นั้น สร้างความอิ่มเอิบให้แก่หัวใจเทเซอุสลึกซึ้งอย่างน่าอัศจรรย์...




To be continued...

 

อั๊ง

อั๊ง

อั๊ง

อัศวิน หล่อ อั๊ง

 

 

/me ไปปั่นอีกเรื่องต่อ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

มาเมนต์เกรียนๆ

อั๊ง

อั๊ง

อั๊ง

อัศวินหล่ออออออออออ หล่อออออออออออออ หล่ออออออออออออ เสื้อเกราะะะะะะะะะะะะ หล่ออออออออออออ ฮากกกกกกกกกกกกกกก
หล่อได้อีกกกกกกกกกกก

ถ้าหล่อกว่านี้คงเลือดกำดาวกระฉูด.....

ชอบๆๆๆๆๆๆๆๆ

อัฟๆๆๆๆๆ

#2 By MireI on 2008-07-10 18:02

ชูรันนนนนนน

กรี๊ดดดด อาบน้ำแล้วๆๆๆๆ อยากเข้าไปช่วยอาบง่า

กรี๊ดๆ

อีเก๋ เอ๊ะ คุณชายยยยย อย่ามารังแกนางเอกนะยะ!!! ไปๆ ไปหาอุปราชโน่นไป อีนางเขาจะรออัศวินของเขา ไปๆ (โดนไล่ออกจากบล็อค)