[Tenipuri AU Fiction] Cross (15): Chaser (10)
posted on 23 Jun 2008 21:17 by keechan in Fictionตอบเมนท์ (ที่สมควรจะตอบ) แต่ละคนก่อน
ตอบ เหรียญ
รู้สึกจะมีเหรียญคนเดียวที่มีสติอ่านฟิค ก๊ากกกก จริง ๆ มันก็คือความขี้เกียจของเราเอง โถ จะหาปมให้เทะกับฟูทะเลาะกัน มันก็ต้องประมาณนี้สิคะ ก็ให้มันทะเลาะกันเร็ว ๆ ไปเลย ขี้เกียจยืดเรื่อง ฟูเลยต้องทำตัวไร้เหตุผลเล็กน้อยให้พล้อตมันเดิน คิดนะว่าทำแบบนี้ไม่ค่อยสมเป็นฟู แย่ วีนนี่เป็นอุเคะที่ดูไมไ่ด้เรื่องไปเลย แต่พอพิจารณาผู้บริโภคฟิคแล้วแบบว่า ต่อให้ฟูทำตัวแย่ลงมาหน่อย มันก็เชียร์ ต้องมาตะโกนว่า ฟูไม่ผิดดดดดดดดดดดดดด แหงซะ.... (แล้วเดาผิดซะที่ไหนละนั่น)
ตอบน้องฟู
ฟูจิเรื่องนี้ร้องไม่บ่อยนะคะ เปิดเรื่องมาเพิ่งร้องแค่ครั้งเดียวเองนะ ฮ่าๆๆ อย่าเอาไปปนกะเรื่องอื่นสิเคอะ
ตอบ อีน้องเอและอีเหลือง
รู้สึกเธอสองคนจะเมนท์เกรียนนะคะ โอ้ยขำ อยากทำให้เทสึกะเป็นควายเลว (?) หรอคะ คนสองใจ ชิชิชิ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม อยากบอกว่าอ่านเมนท์มันกว่าอ่านฟิคตัวเองอีกอ่ะ 5555
เชิญอ่านต่อ
Cross (15): Chaser (10)
Pairing : Tezuka Kunimitsu x ????????, Oshitari Yuushi x ????????, Shiraishi Kuranosuke x ????????
(คิดถูกมั้ยเนี่ยที่เพิ่มคู่ ก๊าก จริง ๆ เขียนเป็น ??????? x ??????? ท่าจะง่ายกว่า)
พอไม่ได้อยู่ต่อหน้าเทสึกะ น้ำตาก็ไหลไม่ยอมหยุด ทั้งไร้เหตุผล งี่เง่า
แล้วก็คิดบ้าไปเองคนเดียว ฟูจิรู้ว่ามันแย่มากที่ทำตัวแบบนี้
ทว่าเขาก็บังคับให้ตัวเองหยุดไม่ได้
มือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาที่ไม่มีทีท่าจะหยุดไหล
ไม่รู้ว่าเขาเดินมาถึงตรงกลางสวนตั้งแต่เมื่อไหร่
เพราะว่าเป็นเย็นวันธรรมดาจึงไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่านมากนัก
ร่างบางทรุดตัวลงนั่งลงริมน้ำพุเงียบๆ
คนที่เดินผ่านไปคงไม่มีใครสังเกตเห็นว่าเขากำลังร้องไห้อย่างหนัก
เว้นแต่คนคนหนึ่ง
“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ” เสียงคนแปลกหน้าดังขึ้น
ชายเจ้าของเสี่ยงที่เข้ามายืนอยู่ข้างๆ
ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ถือสิทธิ์นั่งลงข้างๆ โดยไม่ขออนุญาต
ฟูจิเบือนหน้าหนี เขาไม่ตอบ ในตอนนี้เขาไม่อยากจะพูดกับใครทั้งนั้น
“ตอนยิ้มก็สวย ตอนร้องไห้ก็สวยไม่แพ้กันนะครับ แต่ยังไงผมก็อยากเห็นคุณยิ้มมากกว่า”
ร่างบางลอบมองใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยความฉงน
คนคนนี้เคยเจอเขาที่ไหนรึไงถึงได้มาพูดจาตีสนิทด้วยแบบนี้
ฟูจิไม่รู้ตัวเลยว่าปฏิกิริยาที่ซ่อนน้ำตาไปพลางแอบมองหน้าอีกฝ่ายไปพลางด้วยความใคร่รู้นั้นสร้างความขบขันให้อีกคนมากนัก
ทว่าก็เป็นกิริยาที่น่ารักไม่น้อย
“ถ้ายังไงจะให้ผมเป็นคนปลอบใจคุณได้รึเปล่า” ไม่ว่าเปล่า
ชายหนุ่มยังฉวยโอกาสใช้ปลายนิ้วปาดน้ำตาให้ ฟูจิถึงกับสะดุ้งสุดตัว
แววตาคมกริบจ้องมองอีกฝ่ายเป็นเชิงห้าม
“คุณเป็นใคร”
คนถูกถามยิ้มแป้น อย่างน้อยก็ทำให้ร่างบางเปิดปากพูดได้
แถมแสดงความสนใจในตัวเขาเสียอย่างนี้น่าปลื้มใจนัก
“ผู้ชายที่หวังดีต่อคุณ”
เมื่อเห็นว่าอีกนยังไม่เปลี่ยนสีหน้าหลังฟังคำพูดเล่นลิ้นนั่นเขาจึงพูดต่อ
“วันก่อนยังเห็นร่าเริงอยู่เลยนี่ เป็นอะไรไปละครับ ทะเลาะกับที่บ้าน?
เจ้านายด่า? โดนคนขัดใจ? หรือว่าไม่มีใครไปร้องคาราโอเกะด้วยรึไง”
...ไม่ถูกสักอย่าง แต่พอมีคนอารมณ์ดีเข้ามาคุยด้วยแบบนี้ก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
“ไม่เกี่ยวกับคุณนี่ครับ”
พอได้ยินคำว่าคาราโอเกะที่ถูกเอ่ยขึ้นมาอย่างจงใจฟูจิก็จำได้ทันทีว่านี่คือผู้ชายที่กดชานมกระป๋องตัดหน้าเขาจนหมดตู้นั่นเอง
“ไม่เกี่ยวได้ยังไง ก็ผมชอบคุณนี่ เวลาที่คุณเป็นเดือดเป็นร้อนผมก็ต้องเป็นห่วงเป็นธรรมดา”
คราวนี้ฟูจิหัวเราะพรืด ช่างเป็นคนที่พูดอะไรได้ไหลลื่นเสียจริง เพิ่งเจอกันแค่สองครั้งแท้ๆ ดันมีหน้ามาพูดอย่างนั้นได้ไม่อายปาก
“คุณไม่รู้จักผมเสียหน่อย”
เจ้าของแววตาเจ้าเล่ห์เริ่มได้ใจที่ทำให้คนหน้าหวานยิ้มออก
“ไม่รู้จักก็ไม่ได้หมายความว่าจะชอบไม่ได้เสียหน่อย
การรู้จักกันแค่ผิวเผินและความลึกลับที่เหลือนั่นแหละคือเสน่ห์ของความรัก”
ฟูจิฟังแล้วแค่นยิ้ม ช่างเป็นผู้ชายที่มีความคิดฉายฉวย ตรงกันข้ามกับเทสึกะโดยสิ้นเชิง คงจะเป็นคนรักสนุกเป็นแน่
...แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่ดีหรอกนะ
“ผมชิราอิชิ คุราโนะสึเกะ ยินดีที่ได้รู้จักครับ
พอดีว่าผมมาถ่ายแบบแถวนี้พบดี พองานเสร็จก็บังเอิญได้เจอคุณอีก
ดูเหมือนว่าโชคชะตาของเราสองคนจะบรรจบกันได้พอดีนะครับ”
ชายหนุ่มถือโอกาสแนะนำตัวเมื่อเห็นบรรยากาศดีขึ้น
พร้อมเล่าประวัติตัวเองไปด้วย
ก่อนจะทิ้งหางเสียงให้ร่างบางบอกชื่อตนเองบ้าง
“ฟูจิ ชูสึเกะ ครับ”
ชิราอิชิยื่นมือออกมา ฟูจิจึงจับมือตอบเป็นการทักทายตามมารยาท
ผู้ชายคนนี้ชอบพูดโน่นพูดนี่ก็จริง แต่ยังมีมารยาทพอที่จะไม่ล่วงเกินเขา
ฟูจิจึงไม่รู้สึกต่อต้านเท่าไรนักที่จะพูดคุยด้วย
เป็นไปได้ว่าอาจจะประกอบกับที่เขารู้สึกย่ำแย่มาเพราะคนรักของตน
“เป็นนายแบบหรือครับ” ถ้าเป็นแต่ก่อนฟูจิคงไม่ใส่ใจจะถาม
ที่สนใจก็ไม่ใช่เหตุผลอื่นใดนอกจากตอนนี้คนใกล้ตัวเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจแบบเดียวกัน
อาจจะทำให้เขาได้รู้อะไรเกี่ยวกับงานที่เทสึกะทำมากขึ้น
ฝ่ายชิราอิชิก็สมใจที่เจ้าของใบหน้าหวานดูจะสนใจในอาชีพของเขา
จึงเล่าอย่างอารมณ์ดี “ใช่ครับ แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีงานหรอกนะ
เผอิญว่าผมไปแหย่หนวดเสือเข้า อะไรๆ ก็ดูสะดุดไปหมด
คงเป็นเพราะนิสัยที่ชอบขัดแข้งขัดขาคนน่ะครับ”
น้ำเสียงนั้นไม่ได้บอกว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่แต่อย่างใด
เจ้าตัวพูดเหมือนกับว่าภูมิใจที่ได้ ‘ขัดแข้งขัดขา’ คนอื่นด้วยซ้ำ
“มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอครับ” ฟูจิถามออกไปด้วยความใคร่รู้ ใจก็กระหวัดคิดไปถึงเทสึกะโดยลืมไปแล้วว่าตัวเองกำลังโกรธอีกฝ่ายอยู่
ชิราอิชิยกยิ้มให้กับความไม่เดียงสานั้น
“ไม่ต่างอะไรกับวงการบันเทิงหรอกครับ ใส่ร้ายป้ายสีกันบ้าง
สร้างข่าวปลอมมาหลอกลวงกันบ้าง มีออกจะเกลื่อนกลาด
ก็เพราะว่าวงการนี้น่ะเงินดีไงล่ะ”
“ฟังดูไม่ค่อยน่าอยู่เลยนะครับ”
ชายหนุ่มหัวเราะเมื่อได้ฟังคำวิจารณ์แบบตรงไปตรงมา ก่อนจะกล่าวแก้
“ไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดนั้นหรอกครับ อะไรที่มีธุรกิจใหญ่ๆ
เข้ามาเกี่ยวข้องก็ต้องเป็นอย่างนี้แหละ เป็นที่จับตามองของคนอื่น
แต่ก็ได้ชื่อเสียงมาทดแทน เป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า”
ฟูจิมองหน้าอีกฝ่ายแล้วขมวดคิ้ว “ผมไม่เห็นจะรู้จักคุณเลย”
ตัวเขาเองก็ไม่ใช่คนที่เอาแต่ทำงานจนไม่ดูข่าวสาร
ดารานักร้องเขาก็พอรู้จักบ้าง แต่ชื่อชิราอิชิ
คุราโนะสึเกะไม่เคยเข้ามาผ่านหู
ชิราอิชิไม่ถือ เขากลับถูกใจเสียอีกที่ฟูจิไม่แม้แต่จะพูดเยินยอหรือเอาใจ
ที่เขาทำงานนี้ก็เพราะว่าเงินตัวเดียวเท่านั้นแหละ
การที่จะต้องคอยวางมาดอยู่ตลอดเวลาเขาก็ไม่ได้ชอบสักเท่าไหร่
ในเมื่อเขาไม่ใช่ชายหนุ่มแสนดีอย่างที่แสดงออกไปเสียหน่อย
“ผมกะว่าจะชวนเข้าวงการเสียหน่อย พูดจาไม่ถนอมน้ำใจแบบนี้สงสัยจะไม่ไหวซะละมั้ง” เขาแกล้งส่ายหน้านิด ๆ แล้วหัวเราะเสียเอง
เทสึกะเป็นคนที่ไม่ค่อยหัวเราะออกมาดัง ๆ
พอได้ยินเสียงหัวเราะอย่างจริงใจอย่างนั้นแล้วก็ทำให้สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
ฟูจิตึงหน้าเมื่อรู้สึกตัวว่าตัวเองไปคิดถึงคนที่สมควรจะโกรธใส่ที่สุด
“ดีแล้วครับ ผมคงจะไม่ชอบแน่ๆ”
คำพูดตัดรอนทันทีกับน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปกะทันหันทำให้ชิราอิชิฉงนใจ “ยังไม่ตอบผมเลยนะว่าคุณร้องไห้ทำไม”
“ลืมๆ มันไปซะเถอะครับ ผมขอบคุณที่เข้ามาคุยด้วย
แต่นั่นเป็นเรื่องส่วนตัวของผม” ฟูจิปฏิเสธ
อาจจะไม่ดีต่ออีกฝ่ายที่เข้ามาคุยด้วยอย่างเป็นมิตร
แต่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเอาไปปรึกษาใครได้โดยไม่ดูตาม้าตาเรือ
เขาเกือบจะเกลียดไอ้เรื่องนายบ่งนายแบบอะไรนี่ไปเลยด้วยซ้ำ
เขาโทษว่าสิ่งนั้นทำให้เทสึกะเปลี่ยนไปทั้งๆ
ที่รู้ดีว่าไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกันเลย
“เอาไว้วันหลังที่คุณอารมณ์ดีขึ้น เรามาเจอกันอีกได้มั้ย”
ร่างบางเบิกตากับคำชวนปุบปับ
พอหันไปสบตาชิราอิชิก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เป็นการบอกอ้อมๆ
ว่าเขาต้องการจะบันทึกเบอร์โทรศัพท์ของคนตรงหน้า
“...ไม่ได้หรอกครับ ขอโทษด้วย”
“ทำไมล่ะครับ ผมแค่อยากรู้จักคุณ หรือเพราะว่าคุณไม่ชอบนายแบบ
ก็เลยทำความรู้จักกับคนอย่างผมไม่ได้” ชิราอิชิว่าเป็นชุด
เรียกร้องความต้องการของตนฝ่ายเดียวอย่างเอาแต่ใจ
“ผมมีคนรักอยู่แล้ว”
คิดว่าคำบอกนั้นจะทำให้อีกฝ่ายเลิกล้มแต่โดยดี แต่ก็เปล่า
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผมล่ะ”
ราวกับสิ่งที่ฟูจิตอบเป็นสิ่งที่เขาคาดการไว้อยู่แล้ว
ชิราอิชิจึงพูดต่ออย่างไม่ลดละ “ผมยอมรับว่าสนใจในตัวคุณ
แต่ไม่ใช่แบบนั้นหรอก
สิ่งที่ผมชอบคือความสวยงามและความเด็ดเดี่ยวที่ผนวกกันได้ลงตัวในตัวคุณต่างหาก
เวลาเราคุยกันก็เข้ากันได้ดีออกไม่ใช่เหรอ”
...ที่พูดมานั่นก็แปลว่าชอบไม่ใช่รึไง ฟูจิไม่ใช่คนหลงตัวเอง
แต่เขาฉลาดพอที่จะระแวดระวังตัว
เขาไม่อยากสร้างปัญหาโดยไม่จำเป็นด้วยการสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่นที่มีท่าทีกะลิ้มกะเหลี่ย
ถึงเขาจะโกรธเทสึกะ แต่ไม่เคยคิดจะประชดอีกฝ่ายด้วยการไปควงผู้ชายคนอื่น เพราะนั่นไม่ต่างอะไรกับการหลอกตัวเอง
“แค่เบอร์โทรศัพท์เอง ถ้าไม่อยากคุยก็ไม่ต้องรับก็ได้
ผมไม่ใช่พวกที่จะโทรมารังควานชอบสร้างความเดือดร้อนหรอก โดยเฉพาะกับคนสวย
ๆ อย่างคุณ”
ฟูจิลังเลอยู่ครู่หนึ่ง มองรอยยิ้มสบายๆ ที่เจ้าตัวส่งมาให้อย่างพิจารณา
...คงจะไม่เป็นไรละมั้ง
ท่าทางผู้ชายคนนี้จะว่างงานเลยมีเวลามาทำอะไรแบบนี้
พอมีงานเข้าก็คงไม่มีเวลามาจุ้นจ้านกับเขาหรอกมั้ง พวกนายแบบก็คงจะเหมือนๆ
กันหมด ฟูจิคิดถึงเทสึกะแล้วก็ฉุนขึ้นมา ดีเสียอีก
จะได้รู้กันว่างานนายแบบมันยุ่งจนไม่มีเวลาอย่างที่เทสึกะอ้างรึเปล่า
“ก็ได้ครับ” ร่างบางตอบตกลงแล้วบอกเบอร์ของตนไปให้
ชิราอิชิยิ้มหน้าบาน “นอกจากสวยแล้วยังใจกว้างอีกด้วย” ว่าพลางกดบันทึกเบอร์ไป
ฟูจิยิ้มนิดๆ กับคำชมพร่ำเพรื่อนั่น
“ถ้าโชคชะตาของเราบรรจบกันจริงอย่างที่คุณว่า
ก็คงมีโอกาสได้เจอกันอีกละครับ” เขาคืนคำตอบให้แล้วลุกออกจากที่นั่น
โดยที่ชิราอิชิไม่ได้แสดงออกทางสีหน้าว่าผิดหวังแต่อย่างใด เขาโบกมือให้
แล้วปล่อยให้ร่างบางเดินห่างออกไปโดยไม่รั้งไว้
ชิราอิชิแน่ใจว่าในไม่ช้าก็จะได้พบกันอีก
-//-//-//-//-//-//-//-//-//-//-
“ไม่มีปัญหา ไม่เป็นไรหรอก จากนี้ก็เป็นงานสุดท้ายแล้วล่ะ”
อาโตเบะสนทนากับคนปลายสายได้ด้วยอาการสงบกว่าที่คิด
หลังเวลาอาหารเย็นพอควร
และเขากลับมาถึงที่คอนโดของตัวเองเรียบร้อยแล้วโทรศัพท์จากเทสึกะจึงดังขึ้น
อีกฝ่ายโทรมาขอโทษเรื่องที่ต้องขอปลีกตัวมาทั้ง ๆ
ที่ยังคุยรายละเอียดงานในวันเปิดตัวไม่จบ
เทสึกะแค่ทำตามหน้าที่ ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษกับตัวเขาหรอก
ใจหนึ่งก็รู้สึกโล่งใจที่ได้รู้ว่าเทสึกะมีคนรักอยู่แล้ว ...ไม่แปลกหรอก
คนอย่างเทสึกะ ย่อมจะต้องมีคนรู้ใจอยู่แล้ว
จะว่าไปร่างสูงก็เคยพูดอะไรทำนองนี้เหมือนกันรึเปล่านะ
แต่เขาอาจจะทำเป็นหูทวนลมแล้วก็ฟังไม่รู้เรื่องไปเสียอย่างนั้น
แต่อีกมุมหนึ่งของหัวใจก็รู้สึกกลวงโบ๋ขึ้นมาอีก
ซอกลึกในหัวใจที่สะบักสะบอมหวังว่าเทสึกะจะเข้ามาเติมเต็มได้
แทนที่ความอบอุ่นที่หายไป
...จะไปหาได้ที่ไหน
ประธานหนุ่มถอนใจยาวแล้วสะบัดความคิดไม่จบสิ้นออกไปจากหัว การทำงานติด ๆ
กันทำให้ร่างกายล้าได้เหมือนกัน
แต่เพราะว่ามีเทสึกะอยู่ด้วยจึงได้ทุ่มเทเต็มที่
ผ่านไปชั่วแวบงานนี้ก็กำลังสิ้นสุดลงแล้ว
โชคดีแล้วที่เขาไม่ถลำลึกไปมากกว่านี้
พอจบงานก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องเจอหน้ากันอีก
เขาก็จะคงนั่งเก้าอี้ประธานดูแลธุรกิจต่อไปเหมือนเดิม
เทสึกะก็มีหน้าที่ของตัวเองที่ต้องทำ
จะไม่ให้ใครเข้ามาในหัวใจนี้อีกแล้ว... คนที่ช่วงชิงมันไปจะมีแต่นายเท่านั้น...
อาโตเบะนึกถึงความหลังเพียงชั่วครู่แล้วหันมาสนใจอ่างอาบน้ำที่เปิดน้ำอุ่นใส่จนเต็ม
ถ้าอยู่ที่บ้านใหญ่เขาคงไม่ต้องขยับตัวทำอะไรเอง
แค่ออกคำสั่งไม่กี่คำก็ได้ทุกอย่างที่ต้องการเตรียมไว้พร้อม
แต่การต้องทำอะไรเองก็ไม่ได้เลวร้ายมากนักหรอกนะ
เมื่อผิวได้สัมผัสกับน้ำอุ่นก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย จะดีแค่ไหนหากมีใครอีกคนคอย---
อาโตเบะชะงักความคิดฟุ้งซ่านนั้นไว้เท่านั้น... หมอนั่นกลับมาไม่ได้....
ไม่มีมาอยู่เคียงข้างเขาได้อีกต่อไปแล้ว
เขาวักน้ำขึ้นสาดใบหน้าตนเองจนเปียกชุ่ม ก่อนจะเอนหลังนอนแช่ในอ่างน้ำกว้าง
อุ่น...
สบายจนอยากจะหลับตานอนไปทั้งอย่างนี้ หยุดทุกอย่างไว้... ไม่มีใครมารบกวน
มีแค่ตัวเองเท่านั้น...
To be continued...
ตอนต่อไปอีชี่จะหล่อกว่าที่ควรจะเป็น แบร่


เพิ่มคู่ขึ้นมาอีกแล้ว เยอะดีชอบๆ แต่ขอบอกว่าจำหน้าไม่ได้แล้วอ่ะ55
“ตอนยิ้มก็สวย ตอนร้องไห้ก็สวยไม่แพ้กันนะครับ แต่ยังไงผมก็อยากเห็นคุณยิ้มมากกว่า” ==> เสี่ยว = ="
“ถ้ายังไงจะให้ผมเป็นคนปลอบใจคุณได้รึเปล่า” ==> เสี่ยวกำลังสอง = ="
โผล่มาอีกทีก็พูดแต่ประโยคเสี่ยวๆ กร๊ากก ฟูคะ ไม่เลี่ยนบ้างหรอคะ
เทะเอ้ย ถ้าแกมัวแต่ควายอยู่แบบนี้ ระวังคนอื่นคาบฟูไปนะ555 ถ้าเป็นแบบนั้นจะสมน้ำหน้าให้ หึหึ (เฮ้ย ลืมตัว ปกติกรูเชียร์เทะฟูนี่หน่า)
ไอ้เทะ กระบืออออ ทำฟูร้องไห้ ไอ้ห่วยยยยยย เคืองๆ
เอาเลยฟูทำตัวให้กระบือรู้ซะบ้างว่า กุนะสวยเลือกได้ ไม่ต้องง้อแกหรอก 55
เบะอาบน้ำ เซะซี่ๆๆๆๆ
ความหลังฝังใจขนาดนี้ แกหมดหวังแล้วอีชี่
ตอนต่อไปอีชี่จะหล่อกว่าที่ควรจะเป็น แบร่ ==> จะเปลี่ยนบทจากผู้ร้ายมาเป็นพระเอกหรอ
#1 By Mercutery on 2008-06-23 21:59