[Tenipuri AU Fiction] Cross (13): Chaser (9)
posted on 08 Jun 2008 20:19 by keechan in Fiction
Cross (13): Chaser (9)
Pairing : Tezuka Kunimitsu x ????????, Oshitari Yuushi x ????????
โอชิทาริรู้สึกตะหงิด ๆ ในความสัมพันธ์ของราชินีที่รักของตนกับไอ้เจ้านายแบบนั่นทั้งวัน จริงอยู่ว่าเพราะเรื่องงานทำให้อาโตเบะเข้ามาจัดแจงโน่นนี่ให้เอง ทำเอาสไตล์ลิสไม่มีงานทำ เขายังสงสัยว่าแล้วอย่างนี้จะจ้างมาทำไม เวลาที่สองคนนั้นอยู่ด้วยกันก็ดูกระหนุงกระหนิงจนน่าหมั่นไส้ เขาแน่ใจว่าไม่ได้คิดไปเองเพราะความหึงหวงแน่ ๆ
กรรมการผู้จัดการคนเก่งได้แต่สังเกตการณ์อยู่เงียบ ๆ โดยไม่โวยวายอะไรออกมา ขณะนี้กำลังอยู่ในเวลางาน ถ้าโผงผางออกไปคงไม่ดีแน่ ดีไม่ดีอาโตเบะอาจจะแค่ทำอย่างนั้นแก้เบื่อ พอจบงานแล้วก็จบกัน
อย่างน้อยทั้งสองคนก็ไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวกันมากกว่าเกินจำเป็น แต่ไอ้ท่าทีที่เหมือนเพื่อนเก่าที่รู้จักกันมานานแสนนานนั่นมันขัดลูกตาเขาจริง ๆ
“เอียงคอนิดนึงครับ! หันไปด้านซ้ายอีกนิด โอเคครับ!”
เสียงช่างภาพและชัตเตอร์ดังสลับไปมา โอชิทาริพิจารณาร่างสูงนั้นตั้งแต่หัวจรดเท้า ถ้าไม่บอกก็ไม่น่าเชื่อว่าเป็นผู้ชายเชย ๆ ที่ดูไร้ระดับคนนั้น เทสึกะในเสื้อเชิ้ตขาวโปร่งนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นผู้ชายที่ดูดี กระดุมที่ถูกปลดออกเพื่อให้เห็นกล้ามเนื้อแข็งแกร่งสื่อถึงความเป็นชายชาตรี กางเกงสีดำยิ่งเสริมให้เจ้าตัวดูสูงชะลูด เป็นชุดที่ธรรมดาสิ้นดี แต่พอมาอยู่บนตัวของเทสึกะแล้วกลับดูมีเสน่ห์อย่างประหลาด
ใบหน้าที่เคยเอาแต่นิ่งเฉยไร้อารมณ์ กลับรู้จักกรีดสายตาแหลมคม ริมฝีปากที่บูดบึ้งนั้นก็รู้จักยักยิ้มน้อย ๆ เดาไม่ยากเลยว่าใครเสี้ยมสอนมา
ท่าทางตัวคนสอนมาจะพอใจในตัวลูกศิษย์เกินคาด อาโตเบะเองที่มองดูอยู่ทุกท่วงท่าถึงกับจ้องตาไม่กระพริบ เขาไม่เถียงก็ได้เรื่องอาโตเบะมองคนไม่ผิด แต่นี่มันออกจะเกินไปสักหน่อย เจ้านี่มันเก่งกาจมาจากไหนกัน!
ประธานหนุ่มที่ยืนกอดอกจดจ้องร่างสูงนั่นอยู่สักพักครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาประเมินภาพที่เห็นตรงหน้าแล้วรู้สึกว่ามันยังขาดเสน่ห์อะไรไปสักอย่าง
ตรงไหนกันนะ.... ไม่ว่าจะเป็นปลายนิ้ว ร่องอก ลำคอ ท้ายทอย ใบหู ริมฝีปาก แววตา.... ก็ดูดีไปหมดทุกอย่าง
แล้วอาโตเบะก็ยกมือเป็นสัญญาณบอกให้หยุดถ่ายก่อน ช่างกล้องชะงักมือตามคำสั่ง ก่อนที่อาโตเบะจะเข้าไปพิจารณาเทสึกะใกล้ ๆ
“...รู้ละ” เขาพึมพำกับตัวเอง เทสึกะที่ได้ยินไม่ถนัดจึงถามย้อน
“อะไร?”
“ถอดแว่นออกซิ”
เทสึกะถอดแว่นออกตามคำสั่ง อาโตเบะพยักหน้าด้วยความพอใจแล้วถือแว่นนั้นกลับมาเสียเอง “ถ่ายต่อได้”
ตอนแรกเขาให้เทสึกะใส่แว่นอยู่เพราะคิดว่าคงจะเหมาะกับบุคลิกของเจ้าตัว แต่พอได้เห็นใบหน้าที่ไร้กรอบแว่นแล้วยิ่งดูเหมาะกว่าที่จะลงไปคลุกคลีกับต้นไม้ใบหญ้า ที่สำคัญอีกอย่างคือทำให้หมอนั่นดูหนุ่มขึ้นมาอีกเท่าตัว
ไม่มีอะไรแอบแฝงในการกระทำของอาโตเบะในขณะนี้ แต่โอชิทาริกลับไม่เห็นเป็นเช่นนั้น... ทว่าก็ต้องทนปิดปากเงียบไว้
เมื่อวันแรกผ่านพ้นไปได้ด้วยดี โอชิทาริแทบจะเอียนกลิ่นหญ้า ไอ้น้ำหอมนี่มันก็ดีอยู่หรอก แต่กลิ่นกุหลาบก็ดีกว่าเป็นไหน ๆ กรรมการผู้จัดการที่โดนบังคับให้พ่วงตามมาด้วยได้แต่ทำหน้าบูดตลอดรายการ ตรงกันข้ามกับนายแบบหน้าใหม่ที่ใคร ๆ ก็พากันเข้าไปพูดคุยเพื่อทำความรู้จัก ถึงเทสึกะจะเป็นคนเงียบ ๆ แต่ก็รู้จักเข้าสังคมเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในแวดวงใหม่สำหรับเขา
“ได้ยินว่าคุณเทสึกะเป็นนักเขียน เป็นหนังสือแบบไหนเหรอครับ” ฮิโยชิ วากาชิ น้องใหม่ไฟแรงได้โอกาสจึงถามขึ้นเป็นคนแรก ยังไม่ทันที่เทสึกะจะตอบ อีกเสียงก็ดังขัด
“เห็นว่าท่านประธานของพวกเราถูกใจหนังสือของคุณมากจนชวนมาเป็นนายแบบนี่จริงรึเปล่าครับ ทั้งบริษัทเขาลือกันให้แซ่ดว่าคุณจะเป็นคนแบบไหน วันนี้ได้เห็นแล้วผมว่าสุดยอดไปเลย! สมแล้วที่ท่านประธานตาแหลมเลือกมา” เจ้าของทรงผมวีคัททักอย่างตื่นเต้น
เป็นเพราะว่าอาโตเบะไม่ได้อยู่ที่โต๊ะอาหารค่ำด้วย บรรยากาศจึงเป็นกันเองมากขึ้น จะว่าโอชิทาริได้ร่วมโต๊ะด้วยก็ไม่เชิง ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครเห็นหัวเขา ความสนใจดูจะถูกเทสึกะดึงดูดไปเสียหมด เขาเองก็ไม่พูดอะไรสักคำ เพราะอาโตเบะรู้ว่าเทสึกะไม่ชอบหน้าเขา ท่านประธานจึงได้เอาอกเอาใจอีกฝ่ายแล้วสั่งให้เขาอยู่ให้พ้น ๆ หน้านายแบบสุดที่รักเอาไว้
จะสั่งอย่างนั้นแล้วจะให้เขามาด้วยเพื่ออะไรกัน!
ทุกสิ่งทุกอย่างดูจะขวางหูขวางตาไปเสียหมด โอชิทาริลุกจากโต๊ะอาหารที่วุ่นวายเพราะใคร ๆ ก็สนใจนายแบบที่มีที่มาไม่ธรรมดา จะว่าไปเขายังไม่ได้เดินสำรวจคฤหาสน์หลังนี้เลย อีกอย่างเขาก็สงสัยด้วยว่าอาโตเบะไปหลบอยู่ที่ไหน คงไม่ใช่ที่ห้องนอนแน่เพราะมันยังหัวค่ำเกินไป โอชิทาริตัดสินใจออกมาเดินสำรวจรอบ ๆ
สวนหน้าคฤหาสน์ที่เป็นที่ทำงานวันนี้ก็ดูงั้น ๆ ไม่ได้มีอะไรสวยเป็นพิเศษ เขาจะเสียเวลาไปสนใจทำไม คนอย่างอาโตเบะต้องอยู่ที่เหมาะกับตัวเองอย่างสวนดอกไม้ด้านหลังแน่ ๆ โอชิทาริเดินสำรวจเพื่อหาคนที่ต้องการพบสักพักแต่ก็ไม่พบใคร เขาอาจจะเดาผิด
เรือนกระจกที่อยู่ห่างออกไปไม่มีแสงสว่างลอดออกมา มืดอย่างนั้นคนไม่มีใครอยู่ที่นั่นหรอก ชายหนุ่มยืนพิงประตูด้านนอกแล้วยืนคิดอยู่สักครู่ ไหน ๆ ก็ออกมาข้างนอกแล้ว ไปเดินสำรวจให้ทั่วหน่อยก็แล้วกัน
ยิ่งเป็นยามกลางคืนกลิ่นกุหลาบยิ่งหอมอบอวล เมื่อเปิดประตูเข้าไปโอชิทาริก็ยิ้มออกด้วยคนที่ตามหาอยู่มาหลบอยู่ในนี้นี่เอง
อาโตเบะหันขวับมาเมื่อได้ยินเสียง เขาไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่เห็นโอชิทาริเดินเข้ามา
“ใครอนุญาตให้นายเข้ามา”
โอชิทาริทำหูทวนลม “ทำไมมาอยู่เงียบ ๆ คนเดียวอย่างนี้ล่ะ ไฟก็ไม่เปิด” เขาควานหาสวิตช์ไฟจนเจอแล้วกดเปิดทำให้ภายในเรือนกระจกสว่างไสว อาโตเบะในชุดลำลองสบาย ๆ ดูสวยยิ่งกว่าดอกกุหลาบที่รายล้อมอยู่เสียอีก
“เดี๋ยวฉันก็จะออกไปแล้ว”
“เข้ามาทำอะไรคนเดียว หือ?”
“หน้าที่ฉันเหรอที่ต้องบอกนาย อ๋า?”
...ไม่ทันไรก็อารมณ์เสียซะแล้ว... มีครั้งไหนที่อาโตเบะจะคุยกับเขาดี ๆ ได้บ้างนะ แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะพูดจากวนประสาทอีกฝ่าย ก็มันน่ารักน้อยเสียเมื่อไหร่ล่ะ
“ไม่เคยชวนฉันมาที่นี่เลยนะ หวงอะไรขนาดนั้น หรือว่านายอายดอกกุหลาบ”
“หุบปากไปเลย แล้วก็ออกไปได้แล้ว” อาโตเบะออกคำสั่งแล้วเดินรี่ออกมา พอมีโอชิทาริอยู่เขาก็ไม่อยากจะอยู่ที่นี่แล้ว เขาไม่ต้องการให้ร่างสูงเข้ามาทำให้สถานที่ในความทรงจำนั้นแปดเปื้อน
โอชิทาริคว้าแขนคนที่รีบเดินผ่านไปอย่างแรง “รู้สึกตั้งแต่ได้นายแบบที่ถูกใจ นายจะเย็นชากับฉันเหลือเกินนะ”
“ปล่อย โอชิทาริ”
ร่างสูงไม่ฟังเสียง เขายังจับข้อมือเรียวไว้แน่น “เห็นฉันเป็นตัวอะไร อาโตเบะ คนไม่มีหัวใจรึไง ถึงได้เล่นตลกแบบนี้”
“ฉันบอกให้ปล่อย!”
เป็นครั้งแรกที่โอชิทาริไม่ยอมทำตาม ‘คำสั่ง’ เขารวบร่างโปร่งเข้ามาในอ้อมกอด แล้วบดเบียดริมฝีปากลงไปอย่างดุดัน อาโตเบะทั้งตกใจและโกรธจัด เขากัดเรียวลิ้นที่รุกรานเข้ามาเต็มแรงจนได้รสเลือด ร่างโปร่งผลักอีกฝ่ายออกจนเสียหลัก มือเรียวยกขึ้นฟาดที่ใบหน้าจนเกิดเสียงกระทบดังเพียะ เขาพยายามสงบสติอารมณ์แล้วจึงเอ่ยด้วยเหตุผล
“ไม่ใช่ที่นี่ อย่าลืมสิว่าเรามาทำงาน”
“แปลว่าถ้าไม่ใช่ที่นี่ก็โอเคใช่มั้ย” พอได้ช่องโอชิทาริก็รบเร้าทันที เขารู้ว่าอาโตเบะคงจะโกรธ แต่เขาเองก็โมโหมากไม่แพ้กัน
“เก็บเรื่องของนายไว้ทีหลัง” อาโตเบะบอกแล้วหันหลังหนีโดยไม่รออะไรอีก อะไรบางอย่างในใจกำลังสั่นไหว... เมื่อถูกจูบในเรือนกระจกนั่น... ทั้ง ๆ ที่เป็นสถานที่ที่เขาหวงแหน โอชิทาริไม่เข้าใจ... ผู้ชายคนนั้นไม่เคยเข้าใจอะไรสักอย่าง ก็แค่คนที่เข้ามาเล่นสนุกด้วยเป็นครั้งคราวเท่านั้น
เขาควรจะลงโทษผู้ชายคนนั้นให้มากกว่านั้น ตบแค่ฉาดเดียวมันยังน้อยไป แต่ทำไมถึงไม่มีแรงทำอะไรมากกว่านั้น คงเพราะการปรากฏตัวของเทสึกะทำให้เขานึกถึงคนที่น่าจะลืมไปนานแล้ว ทั้ง ๆ ที่รู้แก่ใจว่าจะทำยังไงก็ลืมไม่ลง
เขาอาจจะผิดที่ใช้โอชิทาริเป็นที่พึ่ง... เวลาที่อยู่กับผู้ชายคนนั้นเขาไม่ต้องคิดอะไร ด้วยรู้ดีว่าสิ่งที่โอชิทาริต้องการก็แค่เพื่อนนอนเวลาที่เกิดเบื่อขึ้นมาเท่านั้น เขายอมสนองความปรารถนาที่ดูสูงส่งเกินไปของอีกฝ่ายก็เพราะว่าต้องการให้มีใครสักคนมาอยู่ข้าง ๆ มากจนทนไม่ไหว
เพราะว่าฉันไม่ได้รักนาย... ถึงไม่เคยสนใจว่าความสัมพันธ์เช่นนี้จะเป็นยังไง แต่สำหรับผู้ชายคนนั้น... มันไม่ใช่...
โอชิทาริที่ถูกทิ้งเอาไว้อีกเอ่ยสบถออกมา ตั้งแต่คบหากันมาอาโตเบะไม่เคยทำตัวแบบนี้ พอเทสึกะเข้ามาก็ทำตัวห่างเหินจากเขา ถึงปากจะบอกว่าไม่สนใจ แต่จริง ๆ แล้วอาจจะไม่ใช่ ก็เห็นออกจะชัดเจนไม่ใช่รึไง
มือใหญ่ดึงกุหลาบดอกใหญ่ออกจากต้น ก่อนจะบีบขยี้คามือ ราวกับจะระบายความคับแค้นของตนที่หาที่ลงไม่ได้
...ทีหลังใช่มั้ย... ฉันจะคิดทบต้นทบดอกให้คุ้มทีเดียว อาโตเบะ
-//-//-//-//-//-//-//-//-//-//-
ล่วงเลยมาถึงวันที่ 2 นับว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ยังอยู่ในความสงบ โอชิทาริรู้ดีกว่าการทำตัวว่าง่ายในตอนนี้เข้าไว้จะเป็นประโยชน์กับตัวเองมากกว่า เขาจึงตั้งอกตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองไปโดยไม่ปริปากบ่น ส่วนอาโตเบะก็ยังทำตัวเหมือนเดิม เวลาอยู่กับเขาจะเป็นการเป็นงานเหลือเกิน แต่พออยู่กับเทสึกะก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ
สายตาอคติของโอชิทาริมองเห็นเป็นเช่นนั้นทุกครั้ง หาได้ล่วงรู้ไม่ว่าระหว่างประธานกับนายแบบนั้นไม่ได้มีความสัมพันธ์พิเศษอะไรอย่างที่เขาเข้าใจ อาโตเบะแยกแยะออกเสมอว่าเมื่อใดคือเวลางานและเมื่อใดคือเวลาส่วนตัว
“เดี๋ยวช่วงบ่ายพวกนักข่าวคงจะมากันแล้ว นายไม่ต้องตอบอะไรจนกว่าคำถามจะเจาะจงมาที่ความเห็นของนาย เข้าใจนะ”
จะมีอะไรละกับคำถามพวกนั้น ไอเดีย ภาพลักษณ์ คุณภาพ คำถามเดิม ๆ ที่เป็นรูปแบบจนชิน อาโตเบะตอบได้จนคล่องปากแล้ว ตัวเอกที่ต้องออกไปรับหน้าก็ไม่พ้นจะต้องเป็นประธานอย่างเขา แล้วก็นายแบบตัวเอ้
เทสึกะเริ่มจะชินกับการที่ต้องเปลี่ยนชุดโน้นชุดนี้วันละเกือบ 10 ชุด บางทีเขายังแยกไม่ค่อยออกว่าชุดที่เปลี่ยนไปบางชุดมันต่างกันตรงไหนนอกจากสี และชุดที่เขากำลังสวมอยู่ตอนนี้เป็นสีเขียวอ่อนแทบจะกลืนไปกับพื้นหญ้า หนำซ้ำยังเปียกชุ่มไปทั้งตัว นี่เป็นชุดสุดท้ายของวันนี้เขาก็เลยโดนรดน้ำเต็มที่ ราวกับต้นหญ้าอ่อนที่ถูกประพรมน้ำ
ร่างสูงเช็ดตัวไปพลางมองผู้ที่มีอำนาจที่สุดในที่นี้ คืนวันก่อนยังทำตัวสบาย ๆ เหมือนคนไร้ความรับผิดชอบอยู่เลย แต่พอทำงานเข้าจริง ๆ ก็ดูเป็นผู้ใหญ่เกินตัว เอาจริงเอาจังอยู่ตลอดเวลาและไม่เคยเข้ามาล้อเล่นหรือพูดจาซุกซนใส่เขาอีก
เด็กน้อยเคย์คนนั้นเติบโตขึ้นมาเป็นคนที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ อาจจะมากกว่าเขาด้วยซ้ำ
ชุดอีกแบบถูกยื่นมาให้เปลี่ยนอีกไม่รู้ว่าครั้งที่เท่าไหร่ เป็นอีกชุดที่อยู่ในเซทเดียวกัน เทสึกะรีบแต่งตัวแล้วมุ่งตรงไปที่ห้องโถงกลางที่นัดแนะกันไว้
อาโตเบะกำลังนั่งเตรียมการอยู่ ส่วน... ผู้ชายอีกคน โอชิทาริก็ดูเหมือนว่าจะช่วยบ้างเหมือนกัน
เทสึกะไม่เคยเอ่ยปากสนทนากับอีกฝ่ายก่อน เช่นเดียวกันกับโอชิทาริที่ไม่เคยแม้แต่จะมองผ่านมาที่เขา ซึ่งนั่นก็ดีแล้ว เทสึกะไม่อยากหาเรื่องให้ตัวเองอารมณ์ขุ่นมัว ให้เจ้าหมอนี่มาป้วนเปี้ยนขัดสายตานิดหน่อยก็ยังดีกว่าปล่อยให้ไปยุ่มย่ามกับคนรักของเขาก็แล้วกัน
...จริงสิ ป่านนี้ฟูจิจะเป็นยังไงบ้างนะ เขาไม่ได้ติดต่อไปเลย
ร่างสูงปัดความคิดส่วนตัวออกไปแล้วตั้งหน้าตั้งแต่กับงานตรงหน้า นี่ไม่ใช่เวลาที่จะใจลอยคิดถึงคนอื่น อาโตเบะตั้งความหวังกับเขาในงานนี้ไว้สูงเหมือนกัน เขาเองก็ต้องทำเพื่อชื่อเสียงของอีกฝ่ายด้วย ตอบแทนความไว้วางใจที่มีต่อเขา
-//-//-//-//-//-//-//-//-//-//-
“นับว่าเป็นเรื่องเกินคาดมากสำหรับคุณเทสึกะที่พลิกผันมาเป็นนายแบบให้กับบริษัทอันดับหนึ่งได้ อยากจะขอถามว่าทำไมถึงได้ตัดสินใจรับงานนี้น่ะค่ะ”
เสียงนักข่าวสาวที่ดังออกมาจากในโทรทัศน์เรียกความสนใจของฟูจิได้ทันทีด้วยชื่อของคนที่ถูกสัมภาษณ์ ยังไม่ทันทีจะได้มองใบหน้าของคนที่คุ้นเคยต่อ คนที่นั่งอยู่ก่อนก็เปลี่ยนช่องไปเสียแล้ว
“ยูตะ ช่วยเปลี่ยนช่องกลับไปทีได้มั้ย”
“ช่องไหน” ฟูจิ ยูตะ ตอบกลับมาด้วยเสียงห้วน ๆ น้อยครั้งนักที่เขาจะกลับมาที่บ้าน และน้อยครั้งยิ่งกว่าที่เขาจะได้พูดคุยกับพี่ชายของตน
เมื่อก่อนเขาเบื่อแสนเบื่อที่ใครต่อใครก็ชอบเปรียบเทียบความสามารถของเขากับพี่ ฟูจิเองก็คงจะเข้าใจความรู้สึกของเขาจึงได้จงใจหันไปทำร้านดอกไม้แทนที่จะเข้าไปบริหารงานของพ่อต่อ แต่ใช่ว่าเขาจะยอมรับการกระทำแบบนั้น ยูตะเองก็เลยปฏิเสธที่จะทำงานของครอบครัวแล้วเลือกที่จะทำงานอิสระแทน
ทว่าอาการเข้าหน้ากันไม่ติดมาเพราะเรื่องเก่า ๆ ทำให้เขาก็ยังรู้สึกเคอะเขินที่จะพูดตรงไปตรงมากับพี่ชาย
“ช่องเมื่อกี้ ที่มีสัมภาษณ์น่ะ”
ยูตะขมวดคิ้ว “พี่สนใจเรื่องแบบนั้นด้วยเหรอ”
“เอาเถอะน่า”
ถึงแม้จะงง ๆ อยู่บ้างแต่ยูตะก็ไม่ขัดใจ การที่ฟูจิจะเอ่ยปากขอร้องอะไรก็เป็นเรื่องที่หาได้ยากอยู่แล้ว
หน้าจอโทรทัศน์ถูกเปลี่ยนกลับไปอีกครั้ง เสียงเคร่งขรึมที่ไม่ได้ยินมา 2-3 วันยิ่งทำให้อยากเจอเจ้าตัวมากขึ้นไปอีก
“---เป็นเรื่องที่ผมภาคภูมิใจ และสิ่งที่ทำให้ผมตัดสินใจในตอนสุดท้ายก็คือบุคคลที่ให้เกียรติแนวคิดของผม” เทสึกะในจอโทรทัศน์ตอบแล้วเบนสายตาไปข้าง ๆ แล้วจึงขยับมุมปากขึ้นน้อย ๆ
ความยินดีที่ได้เห็นหน้าคนรักกับหายวูบ แม้จะเพียงนิดเดียวแต่ฟูจิก็รู้สึกโหวงในอก
ปกติแล้วเทสึกะยิ้มให้กับใครไปทั่วได้แบบนี้หรือ? มีแต่ผมเท่านั้นไม่ใช่รึไงที่ควรจะได้เห็นรอยยิ้มแบบนั้น
บทสนทนาในจอโทรทัศน์ไม่ได้เข้าหูฟูจิอีกต่อไป เขามัวแต่มองรอยยิ้มอันหาได้ยากนั้นโดยไม่ละสายตาไปที่อื่น จนกระทั่งยูตะเรียกอีกครั้งนั่นแหละจึงได้รู้สึกตัว
“พี่ ทำไมทำหน้าเหมือนโกรธอะไร ผมก็เปลี่ยนให้แล้วไง”
ร่างบางรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นรอยยิ้มเรียบ ๆ “ฮะฮะฮะ ไม่มีอะไรหรอก ยูตะ”
ฝ่ายคนเป็นน้องชายไม่ได้ถามอะไรอีก ถึงจะคิดว่าที่บอกว่า ‘ไม่มีอะไร’ คงไม่จริงเป็นแน่ พี่ของเขาเป็นอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เวลาที่โกรธก็จะกลบเกลื่อนอารมณ์ร้อนของตัวเองไว้ภายใต้รอยยิ้มเยือกเย็น นั่นเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เขาเกรงพี่ชายคนนี้
อาจเป็นเพราะไม่พอใจที่เห็นเทสึกะอยู่ห่างออกไป ฟูจิรู้ใจตัวเองดีว่าเขาก็หวงเทสึกะไม่แพ้กับที่อีกฝ่ายหวงเขา เพราะอย่างนั้นเขาจึงไม่ชอบที่เทสึกะจะแสดงด้านที่อ่อนโยนภายใต้ความแข็งกร้าวและเข้มงวดนั้นออกมาให้คนอื่นเห็น
...เพราะว่าเป็นงานสินะ ถ้ายังปั้นหน้าเคร่งขรึมแล้วคิ้วขมวดอยู่คงเป็นภาพที่ไม่น่าดูแน่สำหรับงานที่เทสึกะกำลังทำอยู่ ฟูจิพยายามคิดเหตุผลเข้าข้างตัวเอง
ระหว่างเขากับเทสึกะ จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป...
To be continued...
ไม่ประทับใจเรื่องนี้... อ่าก รู้สึกยิ่งเขียนยิ่งห่วย แย่
........สวยยยยยยยน่าร้ากกกกกกก นางเอ๊กกนางเอกกกกกกกกกกก จะงอนจะโกดจะน้อยใจ ก็ดูดีคะ
คุณยาโอค่ะ ดักตีหัวเบะแล้วเอาเป็นของคุณยาโอซะค่ะ
เกะกะ!!!!
อีเทะะะะะะะะ อีสัตว์กินหญ้า ใครใช้ให้มึงยิ้ม เดี๋ยวกูแช่งให้เมียมีชู้เลย แสรดดดดดดดดดดดดด ขัดจัยยยยยยยยยยยยย อีชี่ ดักฉุดฟูเลย กรูอนุญาต โง่ทีเถอะ (แต่อีชี่ฉลาด ไม่ฉุดหรอก กูรู้ ฮือออ)
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด
ฟูสวยยยยยยยยยยยยยยยยย สวยยยยยยยยยยยยยย สวยยยยยยยยยยยยยยยย เวลาโกรธก็สวยยยยยยยยยยย ระหว่างเธอกับสัตว์กินหญ้าคงไม่เปลี่ยนหรอกจ้ะ แค่มีมารเป็นอีเสือหลงตัวเองเท่านั้นแหละ คุคุคุ
ยังไงฟูก็นางเอก เนอะคะคุณยาโอ
#1 By †★☆*HANA~hanachiko*☆★† on 2008-06-08 20:53