[Tenipuri AU Fiction] Cross (12): Chaser (8)

posted on 03 Jun 2008 22:15 by keechan  in Fiction

  

Cross (12): Chaser (8)

Pairing : Tezuka Kunimitsu x ????????, Oshitari Yuushi x ????????

 

 

เวลาบ่ายล่วงเลยไปจนเกือบจะเย็นแล้ว เทสึกะที่นั่งผ่อนคลายอยู่ในห้องรับแขกแหงนมองนาฬิกาที่ชี้ไปที่เวลาเกือบจะ 5 โมงเย็น แต่ไม่มีวี่แววของอาโตเบะ ร่างสูงมองออกไปนอกหน้าต่าง พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำเปล่งแสงสีทองเรืองรองไปทั่วท้องฟ้าพลางนึกสงสัยว่าเจ้าของบ้านหายไปอยู่ที่ไหน

ภายในคฤหาสน์เขาไม่คุ้นเคยอยู่ก็จริง แต่บริเวณโดยรอบนั้นดูเหมือนเขาจะรู้จัก... ไม่รู้ว่าเป็นเพราะภาพวิวที่คล้ายคลึงกับภาพในความทรงจำหรือว่าอะไรกันแน่ แต่เทสึกะมั่นใจว่าเขาเคยมาที่นี่แน่นอน

เทสึกะตัดสินใจเดินสำรวจบริเวณรอบ ๆ ด้วยตัวเอง เขาคงไม่เซ่อซ่าถึงขนาดหลงทางหรอกน่า เขาเองก็ยังไม่รู้ว่าพื้นที่ตรงไหนที่จะต้องเข้าไปยืนถ่ายรูปด้วย ในเมื่ออาโตเบะต้องการให้เขาสำรวจสถานที่อยู่แล้ว การที่ออกมาเดินคนเดียวคงไม่เป็นไร

กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของใบหญ้าลอยมาตามลม จริงสิ... เขายังไม่เคยได้ลองดมกลิ่นน้ำหอมที่จะต้องใช้เลยสักครั้ง ได้ยินว่าชื่อ Grass Glow จะคล้ายคลึงกลิ่นหญ้าอันหอมหวลนี่ได้ขนาดไหนกันนะ สวนกว้างด้านหน้าคฤหาสน์ถูกปกคลุมไปด้วยสีเขียวของต้นไม้ กระแสลมพัดมาเบา ๆ แต่ก็รู้สึกได้ถึงอากาศเย็น แม้จะเป็นกลางฤดูใบไม้ผลิ สำหรับคฤหาสน์ที่ตั้งอยู่ใกล้หุบเขาเช่นนี้จึงมีอากาศเย็นลงเมื่อค่ำ

เทสึกะเดินอ้อมไปจนถึงด้านหลังคฤหาสน์ก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมความงามของสวนดอกไม้หลากสีที่กำลังแข่งขันกันเบ่งบาน หากมองจากด้านในคฤหาสน์จะมองเห็นสวนนี้ได้ถนัดตา ตรงชานที่ยื่นออกมานั่นคงไม่พ้นเป็นที่จิบน้ำชาและของว่างยามบ่าย ดูเหมือนว่าจะเจ้าของจะไม่มีโอกาสได้มาใช้สถานที่นี้สักเท่าไหร่ เทสึกะอดจะนึกเสียดายในใจไม่ได้

ทั้ง ๆ ที่สวยงามขนาดนี้...

แล้วสายตาของเทสึกะก็พลันไปเห็นเรือนกระจกที่อยู่ห่างออกไปอีก ขนาดดอกไม้ข้างนอกยังสวยถึงขนาดนี้ ข้างในเรือนกระจกนั่นจะเป็นยังไงกันนะ ร่างสูงก้าวเท้าเข้าไปโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด เรือนกระจกหลังใหญ่สะท้อนสีทองจากพระอาทิตย์จนมองไม่เห็นว่าข้างในมีอะไร เทสึกะค่อย ๆ เปิดประตูอย่างเบามือ เพียงแค่ก้าวเข้าไปเท่านั้นกลิ่นกุหลาบก็ฟุ้งออกมา เขาไม่ต้องเดาเลยว่าในเรือนกระจกนี้มีดอกไม้แบบไหนอยู่

กุหลาบดอกใหญ่กำลังบานสะพรั่งราวกับต้องการจะอวดความงามของตนให้เต็มที่ ไม่แปลกที่จะตรงรสนิยมของเจ้าของบ้าน ในเรือนกระจกนี้ก็มีมุมสำหรับพักผ่อนเหมือนกัน

...มาอยู่ที่นี่เอง...

เทสึกะคิดในใจเมื่อเห็นด้านหลังของร่างโปร่งกำลังพิงพนักเก้าอี้ลายฉลุสีขาวรูปกุหลาบ เขาตั้งใจจะเอ่ยเรียกแต่สังเกตได้ทันว่าอีกฝ่ายนั้นกำลังหลับอยู่ ร่างสูงค่อย ๆ เดินเข้ามาแล้วลอบสำรวจใบหน้ายามหลับของอาโตเบะ

บนโต๊ะมีชุดน้ำชาสำหรับคนเดียวแล้วก็กองเอกสารวางไว้ คงจะทำงานค้างไว้สินะ... เจ้าของใบหน้างดงามกำลังหลับตาพริ้ม ไร้วี่แววและท่าทางที่หยิ่งยะโส  เมื่อได้มองอยู่อย่างนี้ใครจะคาดคิดว่าผู้ชายตรงหน้ามีความหยิ่งทระนงสูงส่งนัก อีกทั้งยังฉลาดเฉลียวอีกด้วย ใบหน้ายามหลับนั้นดูสงบและไร้เดียงสากว่าที่คิด

...เสียมารยาทรึเปล่านะ แบบนี้

ถึงในใจจะคิดอย่างนั้นแต่เทสึกะก็ยังละสายตาไปไม่ได้ ช่างเป็นผู้ชายที่เหมาะจะอยู่ท่ามกลางดอกกุหลาบจริง ๆ เขาพยายามกวาดสายตาไปมองทางอื่น แต่สุดท้ายก็กลับมาหยุดที่คนตรงหน้าอยู่ดี

ทำไมเมื่อเขาอยู่ใกล้อาโตเบะถึงได้รู้สึกคุ้นเคย... เทสึกะคิดว่าจะนึกออกแล้วแต่ก็นึกไม่ออกเสียที

ดวงตาสีน้ำเงินคู่สวยค่อย ๆ ลืมขึ้นอย่างช้า ๆ ริมฝีปากได้รูปขยับเหมือนกับจะเรียกชื่อใครบางคน แต่เทสึกะไม่ได้ยิน

“...ค...”

อาโตเบะกระพริบตา 2-3 ทีก่อนจะเบิกตาจ้องหน้าเทสึกะที่ยังมองเขาอยู่

...เมื่อกี้... เขากำลังเรียกชื่อใครออกมา?

“...ขอโทษ” เทสึกะรีบพูดเพราะเห็นว่าตนคงเข้าใกล้อีกฝ่ายมากเกินไป ถึงจะไม่มีส่วนไหนของร่างกายสัมผัสกัน แต่การที่เขาเข้าใกล้มากถึงเพียงนี้ก็เกินควรแล้ว

อาโตเบะดูเหมือนยังจะตื่นไม่เต็มตา เขายกมือขึ้นกดที่หว่างคิ้วแล้วจึงพูด “ผมหลับไปเหรอ”

“คงจะอย่างนั้น”

ในสายตาของเทสึกะ... คนที่เพิ่งลืมตาตื่นนั้นเหมือนกับ... กำลังร้องไห้

“คุณเข้ามาที่นี่ได้ยังไง”

“นี่เย็นแล้ว ผมไม่เห็นคุณมาพาไปชมคฤหาสน์อย่างที่นัดก็เลยลองออกมาเดินเล่น แล้วก็เลยเจอคุณอยู่ตรงนี้”

ร่างโปร่งฟังแล้วไม่ได้ตอบอะไร เขาเห็นภาพของเทสึกะเมื่อครู่ซ้อนกับใครบางคนในความทรงจำ... คงเป็นอาการฝันกลางวันของเขาเอง

“แย่จัง ผมดันเผลอหลับไปซะได้”

“ไม่เป็นไร ดูท่าทางคุณเหนื่อย” เทสึกะว่าแล้วจึงหันไปสำรวจภายในเรือนกระจก ดอกกุหลาบในนี้กลีบแข็งและสีสดทั้งหมด คงจะมีคนคอยดูแลเป็นอย่างดี “เป็นคฤหาสน์ที่สวยจริง ๆ นะครับ”

“แต่ก่อนเป็นที่จัดงานเลี้ยงต้อนรับได้อย่างดีเลยล่ะ น่าเสียดายที่ตอนนี้ไกลเกินไปที่แขกจะเดินทางกันมาแล้ว เดี๋ยวนี้เวลาเป็นเงินเป็นทองทั้งนั้น” ร่างโปร่งตอบแล้วยกเท้าขึ้นไขว่ห้างตามสบาย

ถ้าเป็นเมื่อ 10 กว่าปีก่อนที่นี่จะมีแขกเหรื่อเข้าออกแทบทุกเดือน พ่อแม่ของเขามักจะชอบเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงรื่นเริงให้แก่คนในแวดวงเดียวกันเสมอ ลานหน้าคฤหาสน์จะถูกประดับประดาด้วยแสงสีจนไม่เหลือคราบเดิม

“แต่คุณก็ยังเลือกที่นี่” เทสึกะตั้งข้อสังเกต

“ผมคิดว่าคุณเหมาะกับที่นี่ที่สุด”

“คาดการณ์ได้แม่นนะครับ ที่นี่สวยมาก น่าแปลกที่ผมรู้สึกคุ้นเคยตั้งแต่ตอนที่เห็นด้านหน้าคฤหาสน์แล้ว”

“คุณอาจจะเคยมาก็ได้ พ่อแม่ผมคงไม่พลาดที่จะเชิญตระกูลของคุณมาที่นี่หรอก อย่างน้อยก็สักครั้งหนึ่ง” อาโตเบะรินน้ำชาที่เหลืออยู่ลงในถ้วย ก่อนจะยกขึ้นจิบ สมเป็นกาน้ำชาชั้นดี เก็บความอุ่นเอาไว้ได้ไม่ทำให้น้ำชาเย็นชืด

...ราวกับเพื่อจะกลบความเศร้าสร้อยของตัวเอง

ณ ที่ตรงนี้ ก็เคยมีเด็กคนหนึ่งร้องไห้อยู่เหมือนกัน ใช่มั้ยนะ?

“......เคย์”

มือเรียวที่ถือถ้วยชาอยู่ชะงักเมื่อได้ยินคำนั้นออกจากปากร่างสูง เมื่อกี้เทสึกะเรียกเขาว่าอะไรนะ?

เทสึกะจ้องมองอีกฝ่ายให้ชัดอีกครั้งหนึ่ง ผู้ชายที่มีความภาคภูมิใจเกินใคร แต่เก็บซ่อนตัวตนที่แท้จริงเอาไว้ เขาเคยพบมาแล้ว... เด็กคนนั้น...

เรือนกระจกนี้คือที่เขาสองคนได้พบกันครั้งแรก ในความมืดสลัวที่แทบจะมองไม่เห็นหน้ากัน เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่กันแล้ว...? มากกว่า 10 ปี แต่ขณะนี้เขากลับจำได้แม่น

“คุณคือเคย์ใช่มั้ย” เทสึกะถามออกไป อาจจะผิดหรือถูกก็ได้ แต่ความรู้สึกในหัวใจของเขาบอกว่าต้องเป็นคนเดียวกัน

อาโตเบะทั้งสับสนและงุนงง ด้วยเหตุนี้รึเปล่าเขาจึงถูกอีกฝ่ายดึงดูดเข้ามาได้อย่างง่ายดาย

‘คงจะต้องมีใครสักคนที่มองเห็นฉันเหมือนที่ฉันมองเห็นนาย’

ถ้อยคำในอดีตที่เป็นความจริงในที่สุด แสงสีส้มของดวงอาทิตย์สาดเข้ามาในเรือนกระจกจนทุกอย่างถูกย้อมด้วยแสงสีเดียวกัน เทสึกะที่ยืนอยู่ตรงหน้ากำลังรอคอยคำตอบ

“คุนิ... มิตสึ”

พอถูกเรียกด้วยชื่อที่คุ้นเคย เทสึกะก็มั่นใจว่าเขาจำได้ไม่ผิดคน ทำไมถึงคิดไม่ออกก่อนหน้านี้นะ

“ความบังเอิญนี่น่าอัศจรรย์จริง ๆ มิน่าล่ะผมถึงได้รู้สึกว่าคุ้น ๆ ตั้งแต่โดนว่าเสีย ๆ หาย ๆ ครั้งแรกแล้ว”

อาโตเบะหัวเราะ ใครจะไปเชื่อว่าเขาจะได้พบคนที่ไม่คาดคิด แม้จะพบกันเพียงชั่วแว่บในครั้งอดีต แต่ตัวเขาในเยาว์วัยนั้นประทับใจในความเป็นผู้ใหญ่ของเทสึกะมาก

มากเสียจนเก็บอยู่ลึกข้างในสุดของความทรงจำ... เพราะนึกว่าจะไม่ได้มีโอกาสเจอกันอีกแล้ว

“นั่นสินะ น่าประหลาดใจที่คุณกับผมนึกออกพร้อม ๆ กันด้วย”

“คงเป็นเพราะสถานที่น่ะ ผมพบคุณครั้งแรกที่นี่” เทสึกะไม่กล่าวถึงเหตุการณ์ในตอนนั้น คงเป็นเรื่องน่าอายติดอันดับของเจ้าตัวเลยทีเดียว

อาโตเบะตอนเด็กนั้นร้องไห้ต่อหน้าเขาโดยไม่สนใจอะไร แต่นิสัยชอบต่อล้อต่อเถียงก็ยังไม่เปลี่ยน

“สิ่งที่คุณพูดตอนนั้น... เป็นเรื่องจริงเสียด้วยนะ”

เทสึกะปลอบเขาว่าสักวันเขาจะพบคนที่เข้าใจเขา ตัวเขาที่ไม่ใช่อาโตเบะ เคย์โกะ... แต่คือทุกอย่างที่เขาเป็น

ร่างสูงวางมือที่ไหล่บาง “พบเขาแล้วสินะ คนที่คุณต้องการ”

อาโตเบะยิ้ม นึกถึงนิสัยทื่อ ๆ ของคู่สนทนาแล้วตอบ “พบแล้วล่ะ เป็นคนที่ไม่ต่างกับคุณเท่าไหร่” เขาไม่ถามเทสึกะกลับ เขาไม่อยากรู้ว่าเทสึกะจะมีคนเคียงข้างกายแล้วหรือยัง ถึงอย่างไรมันก็ไม่เกี่ยวกับเขา

เด็กชายที่ร้องไห้จนตาช้ำในวันวาน เติบโตเป็นผู้ชายที่เข้มแข็งเกินใคร เทสึกะรู้สึกปลาบปลื้มแทนนัก ทั้ง ๆ ที่พบกันแค่ครั้งเดียว แต่ทำไมถึงรู้สึกผูกพันมากขนาดนี้ อาจจะเป็นเพราะเขาสองคนคลื่นตรงกันละมั้ง

พอรู้ว่าเคยเจอกันมาก่อนแล้วก็ชักจะวางตัวไม่ถูกแล้วสิ...

เทสึกะพูดว่าเป็นเรื่องบังเอิญที่น่าอัศจรรย์ แต่อาโตเบะคิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญที่น่ากลัวมากกว่า สิ่งที่ซุกซ่อนเอาไว้ในใจอาจจะเปิดเผยออกมาอีกเมื่อเผชิญหน้ากัน จะไม่มีอะไรมากไปกว่านี้อีกต่อไป

“ท่าทางที่อุตส่าห์มาล่วงหน้าก่อน 1 วันจะเสียเปล่าซะแล้ว ผมคาดหวังงานครั้งนี้ไว้กับคุณมากนะ เทสึ— คุนิมิตสึ”

คนที่ถูกเรียกชื่อต้นรู้ทันได้ทันทีว่าอีกฝ่ายจงใจแหย่ จึงตอกกลับไปบ้าง “ผมจะทำเท่าที่จะทำได้ละกัน เคย์ ขึ้นอยู่กับความสามารถของทีมงานของคุณด้วย”

“ผมมองอะไรไม่เคยพลาด ผมจะคอยตามประกบคุณเอง มาดเชย ๆ แบบคนแก่ผมจะไม่ให้หลุดรอดออกมาได้เลย”

เทสึกะนึกอยากจะตบหัวคนพูดขึ้นมา แต่ตอนนี้เขาไม่ใช่เด็กแล้วจึงได้ปล่อยให้คำว่าร้ายนั้นลอยไปตามลม ร่างโปร่งลุกขึ้นแล้วเอ่ยชวน

“จวนจะได้เวลาอาหารเย็นแล้ว กลับคฤหาสน์กันเถอะ”

นานเหลือเกินที่อาโตเบะได้กลับมาคุ้นเคยกับความรู้สึกเก่า ๆ ความประทับใจที่มีให้เทสึกะทั้งหมดเป็นของแท้ ในเมื่อเขาน่ะ... หลงรักผู้ชายคนนี้ ตั้งแต่แรกพบแล้ว

-//-//-//-//-//-//-//-//-//-//-

เวลาหลังอาหารเย็นกลายเป็นช่วงเวลาที่ต่างคนต่างนึกถึงอดีตแล้วเล่าถึงชีวิตของตัวเอง อาโตเบะไม่แปลกใจเลยที่เทสึกะเขียนหนังสือเล่มนั้นออกมาได้โดนใจเขา ก็ในเมื่อเขาสองคนมีความคิดที่ตรงกันมากเหลือเกิน

...หาไม่ได้ง่ายหรอกนะ คนที่จะเหมือนกับตัวเอง

“ว่าแต่นะ เคย์ ชื่อของนายคือ เคย์โกะ ไม่ใช่เหรอ ทำไมตอนนั้นถึงบอกฉันว่าเคย์ล่ะ”

พอได้ระลึกถึงเรื่องเก่า ๆ ความเป็นทางการระหว่างทั้งคู่ก็หายไปหมดสิ้น แม้แต่เทสึกะก็เปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกอีกฝ่าย

อาโตเบะฟังแล้วหัวเราะลั่น เจ้าตัวแกว่งแก้วไวน์หลังอาหารอย่างสนุกมือ “นายนั่นแหละ หูไม่ดีแต่เด็ก ถึงได้ฟังเป็นอย่างนั้น”

“จริงเหรอ แล้วทำไมนายถึงไม่บอกล่ะ”

“เพราะมันน่าตลกดีละมั้ง”

“ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ นายนี่”

อาโตเบะเพียงแต่อมยิ้มให้คำพูดนั้น ก่อนจะยกไวน์ขาวขึ้นดื่มแล้วย้อน “ดูตัวเองซะก่อนเถอะ”

เป็นการพบกันครั้งเดียวและแว่บเดียวเท่านั้น น่าอัศจรรย์ที่ทั้งคู่ดูเหมือนจะเข้าใจกันและกันได้เป็นอย่างดี

อาโตเบะยกแก้วที่ว่างเปล่าคืนให้พ่อบ้านที่เตรียมพร้อมบริการ ดูท่าทางจะไม่หยุดดื่มเพียงเท่านี้

“เพลา ๆ หน่อยดีกว่านะ พรุ่งนี้นายยังต้องดูแลงานอีก ถ้าออกมาได้ไม่พอใจจะมาโทษกันไม่ได้นะ”

“แค่นี้ฉันไม่เมาหรอกน่า” คนพูดแค่นยิ้มแล้วเอนตัวลงนอนบนโซฟาตัวใหญ่อย่างสบายอารมณ์

“คนที่เมาก็พูดว่าตัวเองไม่เมากันทั้งนั้นแหละ”

“พูดจาเป็นคนแก่ไปได้ ฉันไม่ค่อยจะชอบให้มีใครมาจู้จี้หรอกนะ” อาโตเบะเถียงแล้วยังไม่หยุดดื่ม แววตาที่ประกายนั่นบ่งบอกได้ว่าเจ้าตัวกำลังอารมณ์ดีสุด ๆ “มีแค่นาย... แล้วก็ไม่กี่คนเท่านั้นแหละที่ฉันทนฟังคำบ่นได้โดยไม่โมโหใส่”

“ฉันต้องรู้สึกภูมิใจมากรึเปล่า” เทสึกะถามด้วยอารมณ์ขัน แต่คู่สนทนากลับเงียบไป “...เคย์?”

ดูเหมือนอาโตเบะกำลังจมจ่อมอยู่กับความคิดบางอย่าง ดวงตาสีน้ำเงินเข้มนั้นอ่อนแสงลงเล็กน้อย ใบหน้าที่แดงเรื่อเล็กน้อยเพราะฤทธิ์เครื่องดื่มนั้นดูหมองหม่นกว่าที่เคย

คล้ายกำลังจะร้องไห้...

“เคยมีคนที่คล้าย ๆ นายอยู่... เมื่อไม่นานมานี้ ไม่ว่าฉันจะเอาแต่ใจโวยวายขนาดไหนก็ยังอยู่ข้าง ๆ ทุกเวลา น้อยครั้งที่เขาจะเปิดปากพูดหรือขอร้องอะไรฉันสักอย่าง แต่ไม่รู้ทำไมฉันถึงต้องยอมไปทุกครั้ง”

“’หัวใจ’ ของนายน่ะเหรอ”เทสึกะว่า เขากำลังพูดถึงในเรื่อง ‘เมื่อลมหายใจและหัวใจเป็นหนึ่งเดียวกัน’ ในความหมายของเทสึกะ ‘ลมหายใจ’ ก็คือชีวิตที่ดำเนินอยู่ ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ แม้ว่าจะไม่รู้ว่าเพื่อจุดประสงค์ใดก็ยังก้าวเดินต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถึงจุดสิ้นสุด ส่วน ‘หัวใจ’ คือสิ่งที่อาจจะพบ... หรือไม่พบ... ระหว่างทางเดินนั้น

สำหรับเทสึกะเอง... เขาพบแล้ว

“ถ้าอยากจะเรียกอย่างนั้น ก็คงใช่ละมั้ง” อาโตเบะยอมรับ ถ้าหากเป็นคนคนนั้น คงจะเป็น ‘หัวใจ’ ของเขาจริง ๆ

‘หัวใจ’ ที่ว่านั่น... มีเพียงหนึ่งเดียวรึเปล่านะ คุนิมิตสึ?

อาโตเบะอยากจะถามออกไปให้หายสงสัย แต่ยังตะขิดตะขวงใจว่าถ้าคำตอบคือใช่ เขาจะทำยังไงกับความยึดติดต่อ ‘หัวใจ’ ดวงเดิม

ดวงตาคู่สวยหลับพริ้มลง ภาพแห่งความทรงจำของคนที่คิดคำนึงถึงก็ผุดขึ้นมา ขณะเดียวกันเทสึกะก็ฉวยแก้วไวน์ไปจากมือพร้อมปรามว่าดื่มพอแล้ว

“นายไม่ค่อยได้เจอเขางั้นเหรอ เพราะเรื่องงานรึเปล่า” เดาจากสีหน้าเทสึกะก็พอจะรู้ว่าอาโตเบะคงจะผูกพันกับคนที่กล่าวถึงมากทีเดียว ถึงขนาดเปิดเผยให้เห็นใบหน้าที่หงอยเหงาออกมาแบบนี้ คงจะเป็นคนสำคัญเหมือนกับที่ฟูจิสำคัญต่อเขา

เวลาที่ฟูจิทำหน้าเศร้าสร้อยเพราะเขาจะไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ ก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน

“...คงจะไม่ได้เจออีกแล้วละมั้ง” เป็นคำตอบเบา ๆ ที่แทบจะไม่ได้ยิน

“เอ๊ะ?”

อาโตเบะลุกขึ้นนั่งแล้วเอียงคอมองอีกฝ่าย เทสึกะเข้าใจว่าคงหมายถึงเครื่องดื่มในมือ “นายเมาแล้ว”

“แก้วสุดท้ายน่า จะทิ้งไว้อย่างนั้นก็เสียของ”

พอได้ยินอย่างนั้นเทสึกะก็เลยยื่นแก้วคืนให้ อาโตเบะตบโซฟาเหมือนจะบอกว่าให้มานั่งข้าง ๆ ประธานหนุ่มยิ้มขำในความแสนซื่อของนายแบบที่ตนเลือกมา แล้วยกเครื่องดื่มสีใสนั้นขึ้นดื่มจนหมดทีเดียว

ยังไม่ทันที่เทสึกะจะได้อ้าปากเตือน ริมฝีปากของอีกฝ่ายก็เข้ามาปิดทับ เรียวลิ้นอุ่นเข้ารุกรานโดยไม่รู้ตัวทำให้เทสึกะต้องเผยอปากรับของเหลวนั้นเข้ามาในปากและกลืนลงคอไปในที่สุด

เทสึกะดันร่างโปร่งให้ออกห่าง เขาทั้งงุนงงและตกใจ ในขณะที่อาโตเบะกำลังรู้สึกสนุก

“รสชาติดีมั้ย คุนิมิตสึ”

เทสึกะเช็ดไวน์ที่เปื้อนอยู่ริมฝีปาก ดื่มลงไปแบบนั้นเขาจะรู้รสชาติอะไรได้เล่า สายตาดุ ๆ นั้นเป็นคำตอบแทน “ล้อเล่นมากไปแล้วนะ”

คนถูกว่ากลับหัวเราะ “นึกแล้วว่าต้องพูดอะไรแบบนี้” ปลายนิ้วเคลื่อนลงแตะของเหลวที่รินรดลงมาถึงลำคอแกร่งแล้วพูดขึ้น “นี่ก็เรียกว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งนะ พรุ่งนี้เตรียมตัวเปียกไว้ด้วย”

เทสึกะรีบลุกหนีก่อนจะอีกฝ่ายจะเล่นอะไรแผลง ๆ ไปมากกว่านี้ แล้วรับคำ “อืม นี่เป็นงานของฉัน”

“ฉันไม่รบกวนแล้วละกัน” อาโตเบะลุกขึ้นบ้างแล้วเตรียมจะเดินออกจากห้อง “จะทำอะไรก็ตามสบาย แต่อย่านอนดึก คงรู้หน้าที่ตัวเองดีนะ” คนขี้เล่นว่าทิ้งท้าย

‘ล้อเล่น’ งั้นเหรอ... ช่างเป็นคนที่ซื่อจริง ๆ ไม่ต่างกันเลย... กับคนคนนั้น

ร่างโปร่งคิดถึงเรื่องที่ตนทำไปเมื่อครู่แล้วก็ถอนใจ

ฉันควรจะลืมนายรึเปล่า....?

 

 

 

To be continued...

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

หึ

กูจะเมนต์สั้นให้ตกใจ

อีเบะบ้าาาาาาาาา บ้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด แย่

อีสัตว์กินหญ้าก็กวางได้อีก ควายยังพูดรู้เรื่องกว่าแกเลยแสดดดดด กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ขัดจัยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

ฟูสวยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย cry

แค่ในความคิดเทะก็สวยแล้วววววววววววววววววววว

ปล. ไปเย็บวูดูแช่งเบะก่อน คุคุคุ
อดีตกิ๊กเก่ามาพบกัน จะเกิดอะไรขึ้น โปรดติดตามตอนต่อไป หุหุ

พวกแกจะมาทำงานกันแน่ๆเรอะ!! แล้วมานั่งชิว ชมสวน จิบไวน์กันเนี่ยนะ55

เรือนกุหลาบทำเอาเรานึกถึงพวกพระราชวังยุโรป

ในเมื่อเขาน่ะ... หลงรักผู้ชายคนนี้ ตั้งแต่แรกพบแล้ว ==> กุว่าแล้วววววววว แต่ไอ้คนที่คิดถึงอยู่ตอนนี้มันคนละคนกันแล้วนี่

เบะยั่วววววววว ถ้าชี่มาเห็นฉากนี้คงช็อค55 สมน้ำหน้า (ไม่คิดจะเชียร์มันเลยแม้แต่น้อย55)

#2 By Mercutery on 2008-06-03 23:00

หมั่นไส้เบะ...ชิๆๆๆ
*โดนเตะกระเด้งออกไป*

ห้ามนอกใจห้ามวอกแวกน๊าเทะ...ฮื้อออ

#3 By ~Rainy Day~ on 2008-06-04 00:13

ดอกไม้งามในสวนดอกไม้งามนักหนา
แต่ก็สวยไม่เท่าฟู

อ๋อๆๆๆๆ กิ๊กเก่ากันนี่เอง
สวีทๆกันไปเลย

แล้วจะให้ฟุงอน ให้เทะตามง้ออย่างลำบากยากเย็น
อยากเห็นฉากฟูตบเทะจัง (อีคนเม้นจะโดนตบก่อน)
อยากเห็นฟูในอารมณ์ร้ายๆ มั่งอ่ะ

ชี่ไม่อยู่อีกแล้ว ไปไหนหน้อ
ไปหม้อฟูหรอลูก ไปซะๆๆๆๆๆๆๆ
ปล่อยเบะให้สวีทกับเทะไป

แล้วมันจะรู้สึกเอง

เอ๋ อ่านฟิควันนี้แล้วเป็นอารายวะเรา
เม้นออกแนวประชดเนื้อเรื่อง

กำลังอินค่ะพี่กี ชอบพี่กีเขียนบรรยายฉากจัง
สวนกุหลาบหรูเลิศอลังการมาก
มันเข้ากับเนื้อเรื่องที่คุยกันพอดี มีกลิ่นไอบรรยากาศโผล่มาด้วย
โรเเม๊นซ์

เพียงแต่ฉากนั้นมันเป็นเทะกับเบะ

#4 By fuchi (^^) on 2008-06-04 00:15

ฟูสวยยยยยยยยยยยยยย


เคย์โกะบ้า รสนิยมแย่ขึ้นทุกวันนะคะ ...

เทะสึบกะ.... แก่เว้ยย อย่านอกใจเมียยยยย!!!!

ปล.คุณฮาน๊ะ หยุ๊ดดดดดดดดดดด อาโตเบะของยาโอคะ จะเย็บวูดู แช่งพี่กีดีกว่า (กี - ........เฮ้ย)
5555555555555555555555555555555

cry อาคิดถึงฟูจิ คิดถึงชิราอิชิ คิดถึงยูชิ คิดถึงซาเอะ-----------------
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
>v<!!!!!!!!!!!!!!!!

เบะน่ารั๊กกกกกกกกกกกกกกก

รักเบะ~~~~~~~

อดีตๆๆๆ กิ๊วก๊าวๆๆๆๆๆๆๆๆ

คริๆๆๆๆ

เคย์..>v<!!!!!!!!!!!!!!!!

อะฮริ้ว ไม่มีบทพวกบรึ๋ยๆเลย ดีจัง >v<

#6 By :nakare: on 2008-06-04 21:30

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด~~!!ว้ายยยยยยยยยยยยยย~!!!

เคย์... เคย์...เคย์...

คุนิมิสึ....คุนิมิสึ ว้ายยยยยยยยยยยๆๆๆ

อดีตมันเป็นงี้นีเอง น่ารักได้อีกกกกกกกก น่ารักโฮกกกกกกกกกกกกก!!!!

รักแรกกกกกกกกกกกกก เบะเอ้ยยยย ไปรักเค้าอีกแล้วววววว เทะมันรักฟูวววววววววววว!!!! หล่อโง่!!!

ข้องใจ...

คนที่เบะพูดถึงนี่ใครน้า... คาบาจิ... ... ไม่...ต้องไม่ใช่แน่ๆ...

มันก๊าวใจ... อ่านคุณเครปสลีย์ดูดนิ้วดาเรน...ยังก๊าวใจไม่เท่านี้เลยยยยยยยยยยยย!!! วันนี้มีแต่อะไรให้ดิ้นตาย!!!
ว้ายยยยย เบะฉาบฉวย 555

เราเป็นผีมาปรากฎค่ะ เพิ่งจะมีที่สิงสถิตเลยมาเม้น

กั๊มอ่านมาตั้งแต่ฟิคโน่น~ นานมากเม้นไม่ได้ซะที

ฟิคสนุกมากค่ะ ^^ ฟูสวยดี

ขอแอดน้า~
เบะยั่วงั้นซิ
คนคนนั้น เปงครายหว่า
หรือว่า......
คงไม่คงไม่
ยังไงเทะก้อมีฟูคนเดียวววววววววว
อย่านะอีเบะ

#9 By MireI on 2008-06-06 10:20

เบะ เกลียดเบะ
ถึงตอนนี้มันจะน่ารัก ก็เกลียดมานนนนนนนนนนน -*-

เทะ อย่าโง่นะเฟ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย
มีเมียสวย น่ารัก เพอเฟคอยู่แล้ว กรุณาหยุดหัวใจไว้ที่เมียนะ ฮ่าๆๆๆ

ช่วงนี้งานเยอะ มาเม้นช้าหน่อย แต่จารออ่านต่อนะคับบบ

#10 By TsuKuro on 2008-06-08 12:36