[Tenipuri AU Fiction] Cross (11): White Message (5)
posted on 31 May 2008 23:45 by keechan in Fiction
Cross (11): White Message (5)
Pairing : Tezuka Kunimitsu x ????????, Oshitari Yuushi x ????????
“กำหนดตารางเวลาไปเรียบร้อยแล้ว? ทำไมถึงไม่บอกฉันก่อนสักคำ” โอชิทาริโวยดังลั่นขณะเดินหาเรื่องเข้ามาในห้องประธานทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ถูกรับเชิญ นับว่าน้อยครั้งนักที่เขาจะโมโหอาโตเบะ นิสัยเอาแต่ใจตัวเองของอีกฝ่ายเขาคิดว่าจะเคยชินแล้วเสียอีก
แต่ไอ้การกุลีกุจอทำเรื่องโน้นเรื่องนี้เองโดยตัดเขาออกจากสารบบนี่มันเกินทน!
“เวลาไม่คอยท่าไม่ใช่เหรอ ถ้าจะให้ตรงกำหนดที่สินค้าจะเปิดตัวได้ก็ต้องรีบจัดการอะไรให้มันเสร็จ ๆ ฉันจำได้ว่านายเป็นคนพูดเอง”
“ฉันยังไม่อนุมัติให้ไอ้หมอนั่นมาเป็นนายแบบ” เขายืนกระต่ายขาเดียว
“ผู้บริหารคนอื่นรับเรื่องไปเรียบร้อยแล้ว ทีนี้ก็ถึงตานาย” อาโตเบะว่าพร้อมโยนเอกสารปึกหนึ่งมาให้ มีช่องว่างเดียวที่รอลายเซ็นอนุมัติจากกรรมการผู้จัดการเป็นคนสุดท้าย “เซ็นซะ ฉันจะได้เซ็นของตัวเองเหมือนกัน” เป็นคำสั่งเฉยเมยที่ไม่สนใจว่าจะเป็นการหักหน้าผู้ที่ตำแหน่งน้อยกว่า
ที่จริงแล้วอาโตเบะจะเซ็นเอกสารนั่นไปเลยก็ได้ เขาเข้าข้างเทสึกะเต็มที่อยู่แล้ว แต่ที่ไม่ยอมเพราะเขายังมีศักดิ์ศรีอยู่ ตามขั้นตอนที่ถูกต้องแล้วประธานบริษัทจะต้องเซ็นชื่อเป็นคนสุดท้าย อยากรู้นักว่าโอชิทาริจะดื้อแพ่งไปได้ซักกี่น้ำ
โอชิทาริพลิกเอกสารดูอย่างไม่สบอารมณ์นัก ทุกอย่างถูกจัดการเรียบร้อยโดยที่เขาไม่รู้เรื่อง ก็เหมือนกันกับตอนที่น้ำหอมกุหลาบรุ่นแรกออก ถ้าอาโตเบะลงมือทำเองแล้วใครก็ขวางไม่ได้ แต่มันต่างกันตรงที่ครั้งนั้นเขาอยู่ข้างอาโตเบะน่ะสิ!
“ถึงกับต้องไปค้างเลยเหรอ รู้สึกว่าจะถูกอกถูกใจเทสึกะอะไรนั่นเหลือเกินนะ” เขาพูดประชดเมื่อเห็นกำหนดการในมือ อาโตเบะถึงกับเปิดคฤหาสน์ส่วนตัวให้ ทั้ง ๆ ที่ปกติแล้วออกจะหวงทรัพย์สินตัวเองยังกับอะไรดี
“ที่นั่นเหมาะที่สุดสำหรับ Grass Glow ถ้าอยากได้ผลงานชั้นเลิศก็ต้องทุ่มเทหน่อย”
อาโตเบะไม่ได้พูดถึงกำหนดการนอกเหนือไปจากในกระดาษนั่น เทสึกะยังต้องฝึกอีกมากก่อนจะทำงานได้จริง ดังนั้นเขาจึงนัดแนะอีกฝ่ายก่อนวันงานจริงไปเรียบร้อยแล้ว
ประธานหนุ่มพ่นหัวเราะเมื่อเห็นใบหน้าขุ่นเคืองของโอชิทาริ นี่คงจะไปมีเรื่องกับเทสึกะฝ่ายเดียวแน่ ๆ เขาไม่เห็นว่าเทสึกะจะเป็นเดือดเป็นร้อนอะไร “อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับเรื่องงาน ห้ามนายปฏิเสธ ฉันจะไม่รับฟังด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม”
“ชอบหมอนั่นรึไง”
เสียงหัวเราะดังลั่นเป็นคำตอบ “เพ้ออะไรน่ะ ใช้ส่วนไหนของสมองคิดกันน่ะ อ๋า?” อาโตเบะยอมรับว่าเขาถูกใจเทสึกะ แต่ไม่ใช่ความรู้สึกที่ทำให้หวั่นไหว เขาจะไม่รู้จักความรู้สึกแบบนั้น และคงไม่เกิดขึ้นกับเขา ตลอดทั้งชีวิตนี้
โอชิทาริทำหน้าเหมือนไม่เชื่อเท่าไหร่ แต่ลึก ๆ แล้วก็โล่งใจขึ้นมาบ้าง เจ้าตัวเบนความสนใจไปที่เอกสารในมือโดยไม่ต่อปากต่อคำอีก ในใจก็ภาวนาขอให้งานในครั้งนี้ผ่านไปเร็ว ๆ
ต่อหน้าหมอนั่นเห็นระริกระรี้น่าดูนี่... แตกต่างกันจริงนะ
ในใจอยากจะเอ่ยด่าออกไปตรง ๆ ขืนทำอย่างนั้นออกไปเมื่อไหร่ก็คงได้โดนตราหน้าข้อหาสบประมาทอีกตามเคย
ดวงตาคมเหลือบมองใบหน้าใต้กรอบแว่นนั่น เขายักยิ้มแล้วลองแหย่ดู
“ทำไม ไม่พอใจอะไรรึไง เทสึกะไม่ได้เป็นผู้ชายมือไวอย่างนายหรอก น่าจะเห็นแล้วนี่ อุตส่าห์ลงทุนตามไปถึงที่ร้าน”
โอชิทาริออกจะตกใจนิดหน่อยที่อีกฝ่ายล่วงรู้ถึงความเคลื่อนไหวของตัวเอง แต่ก็ปิดบังเอาไว้ได้ด้วยท่าทีสบาย ๆ
อาโตเบะหัวเราะในลำคอเบา ๆ ...ดูออกง่ายเสียจริง เขานึกขำแล้วเอ่ยสัมทับ
“ถ้าว่างมากนักก็เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่านะ”
-//-//-//-//-//-//-//-//-//-//-
“เอ๋??? นายแบบงั้นเหรอ” น้ำเสียงประหลาดใจดังขึ้นเมื่อเทสึกะบอกข่าวเรื่องงานที่ไม่คาดฝันของเขา บวกกับใบหน้าที่ไม่อยากเชื่อว่าตัวเองฟังผิดรึเปล่าทำให้เทสึกะขมวดคิ้วนิด ๆ
“...ฉันรู้ว่ามันคงเป็นเรื่องน่าแปลกใจ คงไม่ค่อยเหมาะกับฉันเท่าไหร่สินะ”
ร่างบางยิ้มกว้าง “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก ผมแค่ตกใจ อ้ะ! แต่ผมก็อยากเห็นจริง ๆ นะ เทสึกะจะออกมาหล่อขนาดไหนกันนะ”
“ฉันก็ยังเป็นฉันอยู่ดีล่ะน่า” เทสึกะว่าแล้วยกถ้วยกาแฟขึ้นดื่มแก้เก้อ
“แล้วทำไมจู่ ๆ เทสึกะถึงได้งานนี้ล่ะ คุณยามาโตะแนะนำมาเหรอ”
คนถูกถามส่ายหน้าปฏิเสธ “ประธานบริษัทเขาได้อ่านหนังสือของฉันแล้วบอกว่าถูกใจน่ะ คงเห็นว่าบุคลิกเข้ากับสินค้าได้พอดีละมั้ง”
นั่นเป็นหนึ่งเหตุผล เทสึกะมีเหตุผลหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้ตัวเอง และการได้พูดคุยกับอาโตเบะมากขึ้น เขาสองคนมองโลกนี้เป็นสีเดียวกัน ผ่านมุมมองเดียวกัน ด้วยเหตุนั้นทำให้เทสึกะอยากจะรู้จักในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการให้เขาทำมากขึ้น
“ตัวประธานบริษัทถึงกับให้เกียรติมาเชิญด้วยตัวเอง ฉันจะไปหักหน้าเขาคงไม่เหมาะ”
“สมเป็นเทสึกะจริง ๆ นะ ว่าแต่ชื่อบริษัทอะไรเหรอ” ฟูจิซักด้วยความกระตือรือร้น แม้จะจินตนาการไม่ออกว่าเทสึกะเมื่อยืนอยู่หน้ากล้องถ่ายแบบจะเป็นยังไง คงจะน่าดูชม แค่คิดก็ตื่นเต้นแทนเสียแล้ว
“Rondeau น่ะ ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยว่าบริษัทที่มีชื่อเสียงขนาดนั้นจะมาเลือกคนอย่างฉัน” เทสึกะฉุกคิดขึ้นมาได้ถึงเรื่องน่าโมโหเมื่อวันก่อน ไหน ๆ เขาก็พูดขึ้นมาแล้วก็บอกให้ฟูจิรู้ไปเลยละกัน “ฉันเจอหมอนั่นด้วย คนที่มาวอแวกับนายเมื่อวันก่อน”
“เอ๊ะ?” ฟูจิทำหน้างง เรื่องแย่ ๆ เมื่อวันก่อนพอเขาเจอเทสึกะก็ลืมมันไปหมดแล้ว ร่างสูงจึงต้องช่วยเตือนความจำให้
“คนนั้นน่ะ ที่ใส่แว่น ตัวสูง ๆ หน้าตาไม่น่าไว้ใจ”
ฟูจินึกอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็นึกออกจนได้ “อ๋อ... จริงสินะ คนนั้นก็ทำงานที่นี่ มิน่าล่ะ ตอนเทสึกะเอ่ยขึ้นมาผมถึงว่ามันฟังคุ้น ๆ”
“นั่นแหละ เห็นแบบนั้นหมอนั่นเป็นถึงกรรมการผู้จัดการเชียวนะ”
“หืม...” ร่างบางดูจะไม่สนใจเท่าไหร่ เขาอยากจะฟังเรื่องของเทสึกะมากกว่าเรื่องของคนไร้มารยาทที่ผ่านมา “เทสึกะอาจจะได้ชื่อเสียกลับมาแทนที่จะเป็นชื่อเสียงนะ ถ้าทำงานให้บริษัทที่มีคนอย่างนั้น”
คนฟังหัวเราะเบา ๆ “อย่าพูดอย่างนั้นหลังจากฉันตกลงรับงานไปแล้วสิ”
“คราวหลังเทสึกะก็บอกผมก่อนสิ” เจ้าของใบหน้าหวานตอบน้ำเสียงเง้างอน แต่ยังไม่ลืมหรอกว่าเขาเองนั่นแหละที่ไม่เคยยุ่งวุ่นวายกับชีวิตการงานของเทสึกะ เขาคิดว่าไม่ควรเข้าไปยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของอีกฝ่ายให้เกินขอบเขต คิดในทางกลับกันถ้าเทสึกะมาทำแบบนั้นบ้างเขาคงไม่ชอบแน่ ๆ
“ถึงหมอนั่นจะมารยาทแย่ แต่เรื่องงานก็คงโอเคละมั้ง ประธานของที่นั่นมีวิสัยทัศน์ที่ดีนะ ยังหนุ่มอยู่เลย แต่เป็นคนมีเหตุผลและเด็ดขาดมาก เขาให้เกียรติและไว้ใจฉัน จะไม่ตอบแทนสิ่งนั้นด้วยการทำงานให้เต็มที่คงไม่ดี”
“ผมเข้าใจ” ฟูจิรู้ดีว่าเทสึกะเป็นคนยังไง มาจากครอบครัวแบบไหน และมีภาระหน้าที่หนักหนาเพียงใด ไม่เชิงว่าเป็นสถานะที่น่าอึดอัดจนอยากจะหนีไปให้พ้น ๆ แต่ก็เป็นชีวิตที่มีระเบียบรัดกุมที่หล่อหลอมเทสึกะมาจนทุกวันนี้
เทสึกะที่เอาจริงเอาจังแบบนี้แหละที่ผมรัก
“ฉันคงไม่อยู่ซัก 3-4 วันเพื่อทำงานนี้ ขอโทษด้วยนะ ช่วงนี้เรายิ่งได้เจอกันน้อยอยู่แล้วแท้ ๆ”
มือเรียวที่ยกถ้วยชามินท์ขึ้นชะงักเมื่อเทสึกะบอกว่าจะไม่อยู่ ฟูจิถอนใจออกมาเบา ๆ แล้วเอ่ยตัดพ้อ “จะปล่อยผมไว้คนเดียวอีกแล้วเหรอ ถ้าคนอื่นมายุ่มย่ามอีกผมไม่รู้ด้วยนะ”
เทสึกะยิ้มให้อย่างรู้ทัน แล้วบอกอย่างสบายใจ “ถ้าหมายถึงคนไร้มารยาทคนเดิมล่ะก็ไม่ต้องห่วง ฉันขอร้องประธานไว้แล้วว่าหมอนั่นจะต้องไปทำงานนี้ด้วย ไม่มีทางจะโดดมาหานายได้หรอก”
ฟูจิเบิกตา ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะดักทางไว้แบบนี้ ก่อนจะหันหน้าหนีเพื่อซ่อนความอายที่ออดอ้อนออกไปอย่างไร้เหตุผล แต่ด้วยตำแหน่งที่นั่งเผชิญหน้ากันอยู่แบบนี้มีหรือจะหลบพ้น ซึ่งเทสึกะก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาให้เขาได้เขินมากขึ้น
...แผนสูงจริง ๆ ... เธอรู้จักทำอะไรดัดหลังคนอื่นแบบนี้เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
“แล้วเทสึกะไม่กลัวผมจะไม่โดดไปหาคนอื่นบ้างเหรอ” ลองแหย่ดูบ้าง เผื่อจะได้เห็นปฏิกิริยาสนุก ๆ
เทสึกะยังตีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรกับคำพูดนั้น “ถ้านายชอบฉันคงจะห้ามอะไรไม่ได้”
ดวงตาสีน้ำทะเลหรี่ลง เขาผิดหวังเล็กน้อยที่เทสึกะไม่เคยพูดอะไรที่จะรั้งเขาไว้เลย แม้ว่านั่นเป็นเพราะว่า... อีกฝ่ายรักเขามากจนไม่คิดจะขัดขวางความต้องการของเขา
...ผมจะทำอย่างนั้นได้ยังไงล่ะ เทสึกะบ้า
ร่างสูงเหล่มองใบหน้าหวานที่งองุ้ม แล้วจึงพูดต่อ “...แต่ก็คงทนนิ่งอยู่เฉย ๆ ไม่ไหวหรอกนะ ฉันคงกลายเป็นคนไม่รู้จักควบคุมอารมณ์แล้วก็ได้ต่อยหน้าคนแน่ ๆ”
คนฟังถึงกับอมยิ้ม ยกมือขึ้นเท้าคางแล้วเอนตัวมาด้านหน้า ก่อนจะถามหยอกอีก “จริงเหรอ?”
...เทสึกะนี่น้า... น่ารักจริง ๆ เลย
คราวนี้เป็นเทสึกะที่หลบตา “อย่าให้พูดซ้ำได้มั้ย”
...บังคับให้ตัวเองไม่หน้าแดงน่ะ มันยากรู้มั้ย ฟูจิ
-//-//-//-//-//-//-//-//-//-//-
วินาทีที่ก้าวขาลงมาจากรถ เทสึกะก็ตกตะลึงไปชั่วครู่ ไม่ใช่เพราะภาพคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า แต่เป็นเพราะเขารู้สึกเหมือนเคยมาที่นี่มาก่อน
อีกแล้ว... ทำไมเวลาที่เขาอยู่ข้าง ๆ อาโตเบะ ความรู้สึกโหยหาในอดีตที่คุ้นเคยจึงได้เกิดขึ้นกันนะ
อาโตเบะเป็นคนที่ง่าย ๆ และเป็นกันเองเกินคาด เห็นท่าทางสำอางอย่างนั้น เขานึกว่าจะมีคนขับรถส่วนตัวหรือมีคนออกมารับเสียอีก แต่ก็เปล่า เขาไม่ค่อยอยากเชื่อว่าคนอย่างอาโตเบะจะขับรถทางไกลเอง
ร่างโปร่งจอดรถไว้ในบริเวณหน้าคฤหาสน์ที่กว้างขวางเหลือเฟือ เทสึกะขับรถตามเข้าไปจอดในที่ที่อีกฝ่ายนำไป เมื่อทอดสายตามองออกไปก็จะเห็นทิวเขาอยู่ด้านหลัง รายล้อมไปด้วยสีเขียวของต้นไม้หนาแน่น ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงคงจะสวยอย่างไม่มีที่ติ
เพียงออกคำสั่งนิดเดียวทุกอย่างก็เตรียมไว้ให้อย่างพรักพร้อม จากสายตาคนนอกคงมองว่าเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจ แต่สำหรับอาโตเบะแล้วนื่คือส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่ไม่ต่างอะไรกับการกินอาหารวันละ 3 เวลา
อาโตเบะไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะใช้คฤหาสน์ส่วนตัวของตระกูลมาใช้ทำงานแบบนี้ ที่อื่น ๆ ที่เหมาะก็มีถมเถไป แต่พอนึกถึงเทสึกะ เขารู้สึกว่าต้องเป็นที่นี่เท่านั้น เป็นความลึกลับอย่างหนึ่งที่เขาตอบไม่ได้เหมือนกันว่าเพราะอะไร
ที่นี่เป็นสถานที่ที่มีความทรงจำบางอย่างเก็บไว้ เหตุการณ์เมื่อนานมาแล้ว แต่ยังฝังลึกอยู่ในใจ... อาโตเบะทอดสายตาไปที่มุมหนึ่งของคฤหาสน์ ด้านหลังนั้นเป็นเรือนกระจกที่เขาชอบไปนั่งเล่นเมื่อก่อน ท่ามกลางกลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์ เคียงข้างคนสนิท...
อดีตที่สวยงาม...
บัดนี้คงไม่มีใครอยู่ สิ่งที่พอจะหาได้ก็คงแค่ความเงียบสงบเท่านั้น
เจ้าของบ้านจัดแจงสั่งการให้ผู้ดูแลขนข้าวของไปให้เรียบร้อยแล้วจึงหันมาบอก “พักผ่อนตามสบายนะ คุณเพิ่งขับรถมาคงจะเหนื่อย ไม่ต้องรีบร้อน ทำตัวสบาย ๆ เป็นตัวของตัวเองก็พอ ผมรับรองว่าคุณจะทำให้ทีมงานประทับใจได้ก่อนพวกเขามาถึงแน่”
เทสึกะได้รับคำเชื้อเชิญจากอีกฝ่ายเป็นการส่วนตัวว่าก่อนจะเริ่มงานอย่างจริงจัง เขาจะเป็นคนแนะนำอะไรหลาย ๆ อย่างให้ เทสึกะที่เคยทำตามคำแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ จากร้านอาหารเมื่อคราวที่แล้ว เขาก็เห็นว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย คงเพราะอิทธิพลจากอาโตเบะ จากที่เคยแข็งกร้าว เขามีภาพลักษณ์ที่อ่อนโยนมากขึ้น
เวลาแค่ 1 วัน ผู้ชายคนนี้จะทำอะไรให้เขาแปลกใจกับภาพพจน์ของตัวเองได้อีกนะ
คฤหาสน์หลังใหญ่... แต่คนที่อาศัยอยู่จริง ๆ มีแค่น้อยนิด คนที่มาถึงก่อนก็มีแค่เขากับอาโตเบะเท่านั้น ที่เหลือก็เป็นพ่อบ้านกับคนรับใช้ที่คอยดูแลตามหน้าที่ ตอนที่เทสึกะยังอยู่บ้านใหญ่ก็เป็นบรรยากาศแบบนี้เหมือนกัน ถึงรูปแบบของอาคารจะแตกต่างกัน แต่มีกลิ่นอายที่คล้ายคลึง อาโตเบะก็คงใช้ชีวิตไม่ต่างกันเท่าไหร่
ไม่มีบทสนทนาอะไรเกินความจำเป็น ต่างคนต่างก็แยกย้ายไปพักผ่อนในห้องที่ได้จัดไว้
“ช่วงบ่ายผมจะพาชมรอบคฤหาสน์ เอาให้แดดร่มเสียก่อน ให้คุณได้คุ้นเคยกับที่ทางสักนิดก็ดี ผมอยากได้รูปที่ออกมาเป็นธรรมชาติที่สุด”
คำบอกที่ฟังคล้ายเป็นคำบัญชาที่ไม่อาจปฏิเสธ เทสึกะรับคำก่อนที่ร่างโปร่งจะเดินแยกไป
“แล้วเจอกัน”
To be continued...
ชื่อตอนชักจะมั่ว ๆ ล่ะ ฮ่า ๆๆๆ
อีชี่จะบทจืดจาง เอาคืนตอนแรกมันแย่งซีนไปเยอะ
ตอนนี้เขียนข้าม ๆ ไม่รู้ไอ้ที่ลงไปเนี่ยมันข้ามตอนไหนมาป่าว ก๊ากกก อ่านไม่รู้เรื่องก็ทน ๆ ไปก่อนนะ


ก็ฟูจิสวยซะขนาดเน๊ อรั๊ยยยยยยยยยยยยยยย
อีนางงงงงงงงง ฟูจ๋าาาาาาาาาา จะสวยไปไหนนนนนนนนนนนนน ฮากกกกกกกกกกกกกกกก ฮากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เทสึกะที่เอาจริงเอาจังแบบนี้แหละที่ผมรัก<<
อุแม่เจ้า รักกันคนอ่านก็บันไซค่ะ อร๊างงงงงงงงง
มือเรียวที่ยกถ้วยชามินท์ขึ้นชะงักเมื่อเทสึกะบอกว่าจะไม่อยู่ ฟูจิถอนใจออกมาเบา ๆ แล้วเอ่ยตัดพ้อ “จะปล่อยผมไว้คนเดียวอีกแล้วเหรอ ถ้าคนอื่นมายุ่มย่ามอีกผมไม่รู้ด้วยนะ” <<
ไม่เป็นไรค่ะคนสวย ถ้าไม่เข้าตาแม่จะดีดออกให้เอง กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ก็สวยซะปานนี้ แมลงหวี่มันเย้อออออออออออออออ ฮากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
...ผมจะทำอย่างนั้นได้ยังไงล่ะ เทสึกะบ้า <<
กุตาย มันช่างโมเอ๊ววววววววววว
เทสึกะบ้า เทสึกะบ้า เทสึกะบ้า เทสึกะบ้า เทสึกะบ้า เทสึกะบ้า เทสึกะบ้า เทสึกะบ้า เทสึกะบ้า เทสึกะบ้า เทสึกะบ้า เทสึกะบ้า เทสึกะบ้า เทสึกะบ้า เทสึกะบ้า เทสึกะบ้า เทสึกะบ้า เทสึกะบ้า เทสึกะบ้า เทสึกะบ้า เทสึกะบ้า เทสึกะบ้า เทสึกะบ้า เทสึกะบ้า
นึกหน้าฟูจิแล้วมันอร๊างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง ฮรากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ร่างสูงเหล่มองใบหน้าหวานที่งองุ้ม แล้วจึงพูดต่อ “...แต่ก็คงทนนิ่งอยู่เฉย ๆ ไม่ไหวหรอกนะ ฉันคงกลายเป็นคนไม่รู้จักควบคุมอารมณ์แล้วก็ได้ต่อยหน้าคนแน่ ๆ” <<
มันจะเป็นวันที่อีเทะกลายเป็นสัตว์กินเนื้อ!!!!!!!!!!! กรูขอรอดู บัญชาผู้ชายของฟูจงมารุ่มร่าม กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด กรูจะได้เห็นอีเทะถอดเขามีแผงคอซะที กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด
คนฟังถึงกับอมยิ้ม ยกมือขึ้นเท้าคางแล้วเอนตัวมาด้านหน้า ก่อนจะถามหยอกอีก “จริงเหรอ?”
...เทสึกะนี่น้า... น่ารักจริง ๆ เลย<<
คนพูดก็น่ารักกกกกกกกกกกกกกกก รู้ตัวมั้ยค้าคนสวยยยยยยยยยยยยยยยย คนขายกรูววววววววววววว กร๊าซซซซซซซซซซซซซซ ฮากกกกกกกกกกกกกก มันช่างโมเอ้วววววววววววว
คราวนี้เป็นเทสึกะที่หลบตา “อย่าให้พูดซ้ำได้มั้ย”
...บังคับให้ตัวเองไม่หน้าแดงน่ะ มันยากรู้มั้ย ฟูจิ<<
เทะฟูบันซายยยยยยยยยยยยย อีเทะหล่อออออออออออออ น่ารักกกกกกกกกกกกกก ฮากกกกกกกกกกกก กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด เหี้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เทะฟูบันซายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย กรูมีความสุขขขขขขขขขขขขข
ฟูสวยฮาก ชิมิคะคุณยาโอ
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ปล. เหลืองเมนต์เกรียนๆๆๆๆ
#1 By †★☆*HANA~hanachiko*☆★† on 2008-06-01 00:20