[Tenipuri AU Fiction] Cross (10): Chaser (7)
posted on 30 May 2008 00:01 by keechan in Fiction
Cross (10): Chaser (7)
Pairing : Tezuka Kunimitsu x ????????, Oshitari Yuushi x ????????
“ฉันต้องการคำอธิบาย นายไปทำเรื่องอะไรเข้าล่ะคราวนี้”
เสียงทรงอำนาจเอ่ยถามเป็นอันดับแรกเมื่อเห็นหน้าคู่กรณรีของนายแบบที่ตนจงใจเลือกมา พออาโตเบะนัดแนะการพบปะพูดคุยครั้งต่อไปเสร็จเรียบร้อย เขาก็ตรงเข้าบริษัทโดยที่ยังไม่ลืมว่ามีตัวปัญหาเล็ก ๆ ที่เกือบทำให้งานพังล้มไม่เป็นท่ารออยู่
โอชิทาริรู้อยู่แล้วว่าอาโตเบะจะต้องเรียกเขามาคุยเรื่องนี้ ช่างเป็นสถานการณ์ที่วุ่นวายสับสนเสียจริง ใครจะไปรู้ล่ะว่าคนที่เขาไปจีบจะดันแจกพ็อตมีคู่ควงเป็นคนที่เข้าตาอาโตเบะ นึกถึงเรื่องที่พลาดจนไม่ได้ควงคนสวยไปกินข้าวเย็นเพราะไอ้หมอนั่นโผล่มาขวางขึ้นมาทีไรก็ยังเจ็บใจไม่หาย ซ้ำร้ายยังถูกอาโตเบะขับไล่ไสส่งแบบไม่ไว้หน้ากันก็เพราะไอ้คนหน้าตายคนนั้นแหละ
“ก็แค่เรื่องบังเอิญที่ไม่พึงประสงค์เท่านั้นเอง เจ้านั่นมีดีตรงไหนกันถึงไปทาบทามมาน่ะ คนที่สนใจจะชวน ดูดีกว่านี้----” โอชิทาริยั้งปากเอาไว้เมื่อเห็นสายตาดุ ๆ คู่นั้นจ้องมองมา หากเขาพูดอะไรเป็นการดูถูกเทสึกะนั่นก็เท่ากับว่าเป็นการเหยียดหยามอาโตเบะที่เป็นคนเลือกด้วยเช่นกัน เขาจึงเปลี่ยนวิธีการพูดเสียใหม่
“ไม่ใช่ว่าฉันไม่เชื่อสายตาอันเฉียบคมของนายหรอกนะ แต่ว่าผู้ชายท่าทางเชย ๆ ไร้ราศีแบบนั้นไม่เหมาะกับ Grass Glow หรอกน่า” ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่วายตำหนิคนที่ถูกพาดพิงอยู่ดี
“นายมองไม่เห็นน่ะสิ” อาโตเบะเถียง “เลิกก้าวก่ายเรื่องงานของฉันได้แล้ว ยังไงฉันก็เลือกผู้ชายคนนี้แน่ ปัญหาต่อมาคือดูเหมือนว่าเขาจะไม่ชอบหน้านาย เลิกตอบไม่ตรงคำถามเสียที”
“เอาแต่ใจกระทั่งเรื่องงานแบบนี้คงไม่ไหวละมั้งอาโตเบะ ฉันไม่ได้มีตำแหน่งกรรมการผู้จัดการเอาไว้เฉย ๆ นะ ทำไมฉันจะวิพากษ์วิจารณ์นายแบบที่ถูกคัดมาไม่ได้” ชายหนุ่มเดินมาตรงหน้าโต๊ะประธาน แล้วกึ่งยืนกึ่งนั่งบนโต๊ะอย่างไม่เกรงกลัว “ดูไม่เป็นมืออาชีพเลยนะ นายยังไม่เคยเห็นนายแบบที่ฉันเสมอแม้แต่เงาก็ปฏิเสธซะแล้ว ใช้อำนาจในทางที่ผิดมันไม่ค่อยจะดีหรอกนะ”
ที่จริงแล้วการกระทำของอาโตเบะไม่ได้ผิดแปลกอะไร ถ้าหากจะเรียกว่าผิดก็คงผิดตั้งแต่ครั้งที่เจ้าตัวยืนยันว่าจะเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับน้ำหอมกลิ่นกุหลาบสุดหรูนั่นแหละ คนอย่างอาโตเบะเคยฟังใครเสียเมื่อไหร่ แต่ที่โอชิทาริพูดก็มีส่วนถูก ตามหลักแล้วเขาควรจะมีหลาย ๆ ตัวเลือกและพิจารณาคัดคนที่ดีที่สุดออกมา
อาโตเบะยกมือเท้าคางกับโต๊ะ หัวเราะหึในความดื้อของอีกฝ่าย คำถามที่ว่ามีเรื่องอะไรกันระหว่างโอชิทาริกับเทสึกะก็ยังไม่ยอมตอบเสียด้วย แต่เอาเถอะ มันไม่เกี่ยวกับเขา
“ก็ได้ ส่งประวัติกับข้อมูลมาสิ ฉันจะรับพิจารณา”
ต่อให้หาคนแบบไหนมาเขาก็จะหาเหตุผลหักลบไว้ได้อยู่ดี อยากจะหาเรื่องเหนื่อยฟรีนักก็ตามสบาย
“พูดแล้วอย่าคืนคำล่ะ ท่านประธาน” โอชิทาริยิ้มกริ่มแล้วเอ่ยหยอก
งั้นปัญหาต่อไปก็คือจะทำยังไงให้ฟูจิตอบตกลง คะแนนนิยมของเขาคงติดลบไปเสียแล้ว เอ... หรือว่าจะลองกวาดตาหาคนใหม่ดีนะ แต่น่าเสียดายความสวยงามที่นุ่มนวลนั้นเหลือเกิน
-//-//-//-//-//-//-//-//-//-//-
“ทำไมถึงได้ตกปากรับคำง่ายนักละ ไหนว่าตอนแรกไม่ชอบไม่ใช่เหรอ” ยามาโตะทักเทสึกะที่กำลังแต่งเนื้อแต่งตัวออกไปตามนัด คนอ่อนวัยกว่าหยุดมือที่กำลังผูกไทแล้วย้อนคำ
“ผมนึกว่าคุณสนุกไปด้วยเสียอีกที่เห็นผมได้ทำงานประเภทนี้”
อีกฝ่ายหัวเราะแห้ง ๆ “ก็จริงอยู่ แต่เห็นเธอว่าง่ายไปหน่อยก็เลยสงสัย”
เทสึกะนิ่งคิด เขาตกลงรับคำง่ายเกินไปจริง ๆ สาเหตุน่ะก็เพราะว่าเป็นผู้ชายคนนั้นละมั้ง “อาจจะเพราะถูกชะตาก็เป็นได้ครับ ผมรู้สึกว่าเคยเจอเขาที่ไหนมาก่อนหน้านี้"”
“ที่ว่าจู่ ๆ ก็โดนเรียกไปด่าน่ะรึ” ยามาโตะทำหน้างง
“ก่อนหน้านั้นอีกครับ ตอนแรกที่เห็นโฆษณานั่นผมก็คิดว่าเห็นผ่านตามาจากที่ไหนสักแห่ง แต่พอได้คุยเข้าจริง ๆ ถึงรู้ว่าไม่ใช่ ผมเคยคุยกับเขาทำนองนี้มาก่อนแน่ ๆ แต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“ฟูจิได้ยินเข้าคงจะหึงหวงไม่น้อยเลยนะนี่ ที่เธอตราตรึงใครไม่รู้ไว้ในใจได้ ถึงจะจำได้แค่เลือนลางก็เถอะ” ผู้สูงวัยกว่ากล่าวล้ออย่างไม่จริงจังนัก
“เลิกล้อผมเรื่องนี้เสียทีเถอะครับ” เทสึกะเอ่ยตัดบทสั้น ๆ
ฟูจิไม่ทำตัวไร้เหตุผลเพราะเรื่องเพียงเท่านี้หรอก
ชุดสูทสีน้ำตาลเข้มเข้ากันได้ดีกับสีผมของเทสึกะทำให้ดูภูมิฐาน ยิ่งเสริมให้เจ้าตัวดูเคร่งขรึมมากขึ้นกว่าเดิม เทสึกะผูกเนคไทเสร็จเรียบร้อยแล้วจัดแต่งทรงผมอีกนิดหน่อย เพราะว่ามื้อเย็นกับอาโตเบะเป็นร้านที่หรูหรามีระดับ แน่นอน อีกฝ่ายเป็นคนเลือก แม้เขาจะไม่ชินนักกับการต้องแต่งตัวให้เนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่เพื่อเป็นการให้เกียรติอีกฝ่ายที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานสูงส่ง เขาจึงต้องแน่ใจว่าไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง
เคยเจอที่ไหนมาก่อน... เทสึกะคิดไม่ออกเสียที ทั้ง ๆ ที่ติดอยู่ในเสี้ยวหนึ่งของความทรงจำแท้ ๆ ถ้าหากว่าได้รู้จักพูดคุยกันมากขึ้นอาจจะนึกออกก็ได้
-//-//-//-//-//-//-//-//-//-//-
ฟูจิจัดแจงปิดร้านตามเวลาปกติ ดวงตาสีน้ำทะเลนั้นอดไม่ได้ที่จะกวาดสายตามองผู้คนบางตาที่เดินผ่านไปมาหน้าร้าน พลางคิดหักห้ามใจไม่ให้คิดถึง
คงจะเป็นไปไม่ได้ที่เทสึกะจะออกมาพบเขา 2 วันติด ๆ กัน ร่างสูงคงกำลังยุ่งกับธุระของตน
...อยากจะอ้อนให้มากกว่านี้ แค่โทรศัพท์ก็ไม่เพียงพอเสียแล้วสำหรับฟูจิ สัมผัสอ่อนหวานและอบอุ่นเมื่อวานทำให้ยิ่งโหยหาอ้อมกอดของเทสึกะมากขึ้น เขาคงเป็นเหมือนต้นไม้ที่ไม่รู้จักพอ เมื่อได้น้ำจนชุ่มฉ่ำแล้วแทนที่จะเติบโตได้ด้วยตัวเอง กลับร้องขอให้สายน้ำรินรดลงมาอีก
ไม่ว่าเท่าไหร่... ก็ไม่เคยพอสักที
“ฟูจิ สนใจรึเปล่า”
ซาเอกิที่มาทุกเย็นเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงร่าเริง ฟูจิไม่ทันได้ฟังหันมาที่คนทักแล้วทำหน้างง ๆ ก่อนจะยิ้มรับผิด
“โทษทีนะ ซาเอกิ ผมไม่ทันได้ฟังน่ะ มีอะไรเหรอ”
ชายหนุ่มผมทองเบ้หน้านิด ๆ แต่ก็ถามใหม่โดยไม่ถือโกรธอะไร “ฉันถามว่า นาน ๆ ทีไปคาราโอเกะกันมั้ย คิคุมารุน่ะอยากไปเต็มที่เลย อยู่กับต้นไม้ดอกไม้สงบ ๆ มาทั้งวันแล้ว ไปหาที่โหวกเหวกแหกปากกันบ้างมั้ยละ” เขากล่าวล้อเหมือนกับรู้ว่าร่างบางกำลังรู้สึกห่อเหี่ยว
ฟูจินิ่งคิด แต่ยังไม่ทันจะตอบก็ดูเหมือนจะถูกมัดมือชก ซาเอกิฉุดเขาขึ้นลุกแล้วรุนหลังให้เดินไปด้วยกัน
“เทสึกะไม่อยู่ก็ไม่ต้องขมวดคิ้วแทนก็ได้ เดี๋ยวก็มีรอยตีนกากันพอดี”
ร่างบางหัวเราะคิกให้กับคำล้อเลียนนั่น ซาเอกิจงใจพาดพิงถึงเทสึกะอาจคงเพราะรู้ว่าเขาคิดถึงอีกฝ่ายเป็นแน่ ฟูจิยิ้มให้กับชายหนุ่มที่ตั้งใจทำให้เขาร่าเริงขึ้นแทนการขอบคุณ
อีกไม่นานเธอก็จะกลับมาอยู่ข้างผมเหมือนเดิม เรื่องแค่นี้เท่านั้นเอง ระหว่างนี้ผมก็จะไม่มัวแต่นั่งเศร้าหรอกนะ คงจะอ่อนแอแล้วไม่น่าดูแน่ ๆ
เปล่าประโยชน์ที่จะมานั่งหดหู่อยู่คนเดียว ตอบรับคำชวนของซาเอกิเสียคงจะดีกว่า
-//-//-//-//-//-//-//-//-//-//-
อาโตเบะอมยิ้มทันทีเมื่อเห็นร่างสูงก้าวเข้ามา เขาคิดถูกที่มาก่อนเวลาเพราะเทสึกะปรากฏตัวได้ตรงเวลาอย่างที่คาด ชายหนุ่มในชุดสูทเต็มรูปแบบสีน้ำตาลเข้มนั้นไม่ขัดกับบรรยากาศร้านอาหารอิตาลีอันหรูหราแห่งนี้ก็จริง แต่ความเคร่งขรึมนั่น ถ้าลดลงได้ซะบ้างจะน่าดูกว่านี้
แต่งตัวยังกับเป็นนักวิชาการหัวแข็ง... ประธานหนุ่มในชุดสูทผ้าไหมเนื้อดีสีครามนึกขำ
เทสึกะกล่าวทักทายสั้น ๆ ก่อนจะนั่งลงเมื่ออีกฝ่ายเชื้อเชิญ อาโตเบะเลือกห้องอาหารส่วนตัวนี้เพราะเป็นร้านที่จะบ่งบอกถึงรสนิยมอันสูงส่งของเขาได้เป็นอย่างดี
ดวงตาสีน้ำเงินเข้มสอดส่องดูท่าทีของเทสึกะตลอดเวลาเพื่อประเมินบุคลิก ช่างเป็นผู้ชายที่ขยับเคลื่อนไหวได้นิ่ง ไม่เชิงเหมือนว่าเป็นหุ่นยนต์ แต่ก็ดูแล้วจืดชืดไม่มีเสน่ห์ ทั้งยังท่านั่งที่หลังตรงแข็งตั้งมุมกับที่นั่ง 90 องศาไม่มีเบี้ยวนั่นอีก ไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องที่ย่ำแย่หรอกนะ แต่ว่ามันดูขัดสายตายังไงชอบกล
อาโตเบะยังเก็บปากเก็บคำไม่พูดอะไร เขาตั้งใจไว้ว่าจนกว่าจะอธิบายรายละเอียดจนเทสึกะยอมตกปากรับคำและเซ็นสัญญานั่นแหละ เขาถึงจะติโน่นตินี่ให้หมด
ผู้ชายที่เขาเลือกมาจะต้องไม่มีข้อบกพร่อง... เขาจะทำให้เทสึกะเป็นคนที่เหมาะสมกับ Grass Glow ที่สุดเอง
คนสองคนที่อยู่ในมุมลับตาในร้านอาหารหรูหรานั่นไม่มีใครสักคนที่รู้ตัวว่ามีสายตาชิงชังจ้องมองอยู่ตลอดเวลา โอชิทาริกำลังสงสัยความสัมพันธ์ของอาโตเบะกับเจ้าเทสึกะนั่น ไม่เคยมีครั้งไหนที่อาโตเบะจะสนใจเข้าไปทำความรู้จักกับใครก่อน ถ้าไม่ใช่เรื่องธุรกิจ
...ครั้งนี้ก็นับว่าเป็นเรื่องธุรกิจเหมือนกัน แต่ไม่ใช่แบบนี้!
ร่างสูงที่ลอบมองอยู่จากอีกโต๊ะส่ายหน้ากับตัวเอง อาโตเบะที่กระตือรือร้นวิ่งทำเรื่องต่าง ๆ อย่างตั้งใจโดยที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเองเขาไม่เคยพบเห็น ทำไม? ผู้ชายคนนั้นมีอะไรพิเศษอาโตเบะถึงยึดติดขนาดนั้น
เรื่องเสียดายร่างบางจากร้านดอกไม้นั่นก็เสียดายอยู่หรอก แต่เมื่อเทียบกับเรื่องของอาโตเบะแล้วก็เป็นแค่เรื่องเล็กน้อย ดอกไม้ริมทางน่ะเขาจะหาเอาเมื่อไหร่ก็ได้ มีเพียงกุหลาบงามล้ำค่าดอกนี้เท่านั้นแหละที่เขาไม่อยากให้หลุดลอยไปจากมือ
ฉันจะทำทุกอย่างให้ได้นายมาครอบครองไว้ คนเดียว!
-//-//-//-//-//-//-//-//-//-//-
เวลาดูเหมือนจะผ่านไปอย่างรวดเร็วเมื่ออยู่ในคาราโอเกะ เวลา 2 ชั่วโมง แต่รู้สึกว่าเพิ่งร้องกันไปได้ไม่กี่เพลงเท่านั้นเอง เป็นกิจกรรมที่ทำให้คอแห้งได้โดยไม่รู้ตัว ฟูจิจึงอาสาออกมากดเครื่องดื่มอุ่น ๆ ให้
เอ... ชานมของเอย์จิกับของซาเอกิเป็นชามะนาวสินะ ส่วนของเขาเองก็เป็นชานมเหมือนกัน ฟูจิทบทวนรายการในหัวก่อนจะพบว่าที่เครื่องขายน้ำอัตโนมัตินั้นมีผู้ชายคนหนึ่งยืนกดอยู่ เขาจึงยืนคอยอยู่ห่างพอสมควร
ร่างสูงเพรียวเห็นเขาแล้วหันมาจ้องแว่บหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม “เอาอะไรดีครับ”
นับว่าเป็นผู้ชายที่หน้าตาดีและมีรูปร่างสมส่วนทีเดียว “ไม่เป็นไรครับ มีหลายอย่างน่ะ ผมกดเองดีกว่า”
“ผมอยากเลี้ยง” อีกฝ่ายว่าแล้วยิ้มโปรยเสน่ห์ สำหรับฟูจิแล้วมันเป็นรอยยิ้มที่ดูไม่จริงใจเสียเท่าไหร่
“ไม่เป็นไรจริง ๆ ครับ” ฟูจิยืนยัน ร่างสูงจึงยอมถอยแล้วไม่ตื้อต่อ แต่เมื่อเขาจะกดเอาชานมก็พบว่ามันหมดเสียแล้ว
“รับของผมแทนมั้ยครับ” ชายหนุ่มแปลกหน้าว่าพร้อมโชว์ให้เห็นว่าตนนั่นแหละที่กดชานมกระป๋อง 3 อันสุดท้ายมา
“อย่าเลยครับ ผมเอาอย่างอื่นแทนก็ได้” เจ้าของใบหน้าหวานตอบ พลางคิดรำคาญในใจว่าเมื่อไหร่ผู้ชายคนนี้จะรีบ ๆ ไปให้พ้น ๆ เสียที
“คุณสวยดีนะครับ”
คำชมที่ออกมาจากปากอีกฝ่ายโดยไม่มีปี่มีขลุ่ยทำเอามือเรียวที่จะกดชามะนาวกระป๋องชะงัก ฟูจิหันมามองใบหน้าแฝงเลศนัยนั้นอย่างงง ๆ
“รูปร่างก็ดี ไม่คิดจะเป็นนายแบบหรือดาราบ้างเหรอ”
“ไม่ละครับ” ฟูจิปฏิเสธทันที ช่วงนี้ดวงเขาตกรึไงนะถึงได้มีคนแปลกหน้าเข้ามาอ้อร้ออยู่บ่อยนัก
“งั้นเหรอครับ น่าเสียดายนะ สวยขนาดนี้แท้ ๆ” เอ่ยคำประเมินเหมือนกับจะจบบทสนทนา แต่สายตายังจับจ้องอยู่ที่ร่างบางไม่เลิกราวกับต้องการจะสำรวจให้หมดทุกซอกทุกมุม
ดวงตาสีน้ำทะเลตวัดเพื่อบ่งบอกว่าตนไม่พอใจ แล้วเสียงทักของซาเอกิก็ดังขึ้นเบรกบรรยากาศตึงเครียด
“ฟูจิ ทำอะไรอยู่น่ะ”
ร่างบางรีบกดน้ำที่ต้องการแล้วหันไปหาเพื่อนของตน ไม่สนใจจะให้คนไม่รู้จักเข้ามาอยู่ในสายตา “เดี๋ยวไปแล้ว ซาเอกิ”
หนุ่มผมทองเหล่มองผู้ชายอีกคนที่ยืนอยู่ ท่าทางมีลับลมคมในอะไรซักอย่าง แต่เขาก็ปล่อยให้มันผ่านไปเพราะคิดว่าฟูจิคงไม่อยากตอแยด้วย “คิคุมารุเร่งให้ออกมาดูน่ะ แต่ฉันไม่เห็นว่าหมอนั่นอยากจะดื่มน้ำเท่าไหร่เลย เอาแต่ร้องอยู่ตลอดคนเดียวนั่นแหละ อ้ะ! หรือว่านี่จะเป็นแผนการยึดไมค์ไว้ถาวร!”
“ฮะฮะ ก็สมเป็นเอย์จิดีไม่ใช่เหรอ” ฟูจิหัวเราะคิกคักแล้วหันหลังเดินกลับห้องไป ทิ้งให้คนแปลกหน้ายืนอยู่ที่เดิม
เขาเดินกลับห้องของตัวเองบ้างเมื่ออีกคนลับตาไปแล้ว พอเข้าห้องได้ก็โยนกระป๋องน้ำให้ตามสั่ง ให้ตายสิ ทำไมคนอย่างเขาจะต้องมาบริการเจ้าพวกลูกลิงพวกนี้ด้วยนะ เห็นว่าเป็นเพื่อนร่วมรุ่นหรอกนะถึงได้ยอมคบหาสมาคมด้วย
“ทำไมมาช้าจัง ชิราอิชิ!” เด็กหนุ่มร่างเล็กตะโกนกลบเสียงเพลง ชิราอิชิขยำศีรษะของอีกฝ่ายอย่างมันเขี้ยว (เขาทำอย่างนั้นจนติดเป็นนิสัย) แล้วตอกกลับ
“เดินไปซื้อมาให้ก็บุญโขแล้วน่า คินทาโร่!”
-//-//-//-//-//-//-//-//-//-//-
ในความคิดของอาโตเบะแล้ว เทสึกะช่างเป็นผู้ชายที่พูดอะไรครั้งเดียวแล้วรู้เรื่อง ต่างกับ... คนใกล้ตัวบางคนที่ต้องพูดซ้ำซากก็ไม่เห็นว่าจะเรียนรู้อะไรได้สักอย่าง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะว่าเขาเคยเจอแต่คนพูดไม่รู้เรื่อง หรือว่าเทสึกะว่าง่ายเกินไป ยังไงก็ตามมันทำให้เขาอารมณ์ดีได้เป็นเวลานานทีเดียว
ไม่เพียงแค่เรื่องงานเท่านั้น อาโตเบะคาดไม่ผิด เขากับเทสึกะเติบโตมาเหมือนกัน มีชีวิตที่คล้ายคลึงกัน ไม่เช่นนั้นแล้วเขาคงไม่ถูกใจและเข้าใจ ‘เมื่อลมหายใจและหัวใจเป็นหนึ่งเดียวกัน’ ได้ตรงกัน
คนที่เกิดมาในตระกูลเช่นเขา ย่อมเกิดมาพร้อมความคาดหวัง พร้อมความทะเยอทะยานที่ถูกกรอกมาให้สูงลิบ การจะหาช่องว่างให้กับหัวใจของตัวเองนั้นช่างยากเย็น สำหรับอาโตเบะแล้วแม้แต่ตอนนี้...’ลมหายใจ’ และ ‘หัวใจ’ ทั้งสองสิ่งนั่นก็ยังไม่เป็นหนึ่งเดียวกัน
“ผมอิจฉาคุณนะ เทสึกะ ดูมีอิสระเสรีดี”
บทสนทนาเปลี่ยนเป็นกันเองได้รวดเร็วเมื่อคนทั้งสองคุยถูกคอกัน อีกทั้งไวน์ที่ดื่มลงไปด้วย เทสึกะเองก็ไม่รู้สึกอึดอัด การคุยกับอาโตเบะก็เหมือนกับการได้ระบายความรู้สึกให้กับคนที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกับตัวเองได้อย่างเข้าอกเข้าใจ
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ ผมโชคดีที่มีพวกน่ะ ถ้าเป็นผมคนเดียวต่อให้ก้มหัวขอร้องยังไงคุณปู่ท่านคงไม่ยอม โชคดีที่คุณยามาโตะช่วยพูดให้ ผมก็เลยมีอิสระบ้าง” เทสึกะตอบแล้วยกแก้วไวน์ขึ้นจิบบ้าง แล้วกล่าวชมอีกฝ่าย “คุณเองก็สนุกสนานกับงานไม่ใช่เหรอ ดูเหมือนจะรับมือได้ดีด้วย เป็นคนมีความสามารถแต่ยังหนุ่มเลยนะครับ”
ไม่ใช่คำเยินยอที่เสแสร้งแต่อย่างใด เทสึกะกล่าวไปตามที่เห็น อาโตเบะเจรจาทุกเรื่องได้อย่างสุขุมและเยือกเย็น ไม่เคยแสดงอารมณ์รุนแรงออกมา ด้วยวัยที่ไม่ต่างกัน แต่หน้าที่ความรับผิดชอบของอาโตเบะที่ใหญ่หลวงทำให้เทสึกะเห็นว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่ง
“เป็นหน้าที่น่ะ... ครับ” อาโตเบะเกือบจะลืมคำลงท้าย เขาไม่ค่อยถนัดที่จะพูดอะไรสุภาพแบบนี้ตลอดเวลากับคนรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่เพราะอีกฝ่ายเล่นพูดจามาแบบนั้น จะให้เขาตอบห้วน ๆ ใส่คงจะไม่ได้
ใช่แล้ว... นี่ล่ะเป็นอีกอย่างนึงที่ทำให้เทสึกะดูน่าเบื่อไร้สีสัน
ด้วยความคุ้นเคยลึก ๆ บางอย่างทำให้เทสึกะไม่ถือโกรธกับเรื่องที่เขาโดนหลอกด่าตั้งแต่เจอกันครั้งแรก นั่นเป็นอาโตเบะนอกเวลางานที่เขาได้เห็นเป็นครั้งแรก ดูเป็นคนที่ไม่มีเหตุผลแล้วก็ทำตามใจตัวเองมากนัก แตกต่างกับอาโตเบะผู้เป็นประธานบริษัทที่นั่งอยู่ตรงหน้า แต่เขากลับรู้สึกว่านั่นเป็นเรื่องปกติ
“คงจะยุ่งน่าดูเลยนะครับ”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ เวลาว่างก็พอจะมีบ้าง ถ้าทำแต่งานสุขภาพจะย่ำแย่เอา”
“หวังว่างานในครั้งนี้ผมคงจะไม่ต้องทำให้คุณเหนื่อยนัก” เทสึกะว่า หารู้ไม่ว่านั่นเป็นคำพูดที่แฝงความหมายสองแง่สองง่าม หากโอชิทาริเป็นคนพูดไม่ต้องสงสัยเลยว่าหมายความว่ายังไง อาโตเบะคิดแล้วหัวเราะเบา ๆ
“ในเมื่อคุณตอบตกลงรับงานนี้แล้ว ผมจะขอแนะนำอะไรหลาย ๆ อย่าง เพื่อประโยชน์ของทางบริษัท คงไม่ขัดข้องนะครับ” อาโตเบะวางแก้วไวน์ลง เขาพร้อมจะทำการสั่งสอนรสนิยมและการแต่งตัวของเทสึกะแล้ว
เมื่อเจ้าของใบหน้าคมเข้มกล่าวตอบรับ ปลายนิ้วเรียวก็ชี้ตรงมาที่เขา “อย่างแรก สูทสีน้ำตาลนั่น”
เทสึกะทำหน้าเหรอหราทันที พลางนึกสงสัยว่ามีอะไรผิดแปลกไปกับการแต่งตัวของเขางั้นหรือ
“สีน้ำตาลทำให้คุณดูเคร่งขรึมเหมือนคนมีอายุ ผมแนะนำว่าหากเป็นสีเข้มควรจะเป็นน้ำเงินหรือดำไปเลยจะดูหนุ่มกว่า แต่ที่จริงแล้วสำหรับคุณที่ไม่ค่อยยิ้ม สูทสีอ่อนจะช่วยให้บรรยากาศรอบตัวดูสดใสขึ้นได้ จะเป็นสีครีมหรือครามอย่างที่ผมสวมอยู่ก็โอเค”
นั่นแค่อย่างแรก คำแนะนำที่ยาวเหยียวยังตามมา ไม่ว่าจะเป็นจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างกระดุมเสื้อเชิ้ตที่ถูกสูทบังจนแทบมองไม่เห็น เทสึกะเบิกตา ไม่คาดคิดว่าอาโตเบะจะเป็นคนละเอียดอ่อนที่สังเกตการแต่งกายของเขาทุกกระเบียดนิ้ว
“ขออภัยหากเป็นการละลาบละล้วง ผมแค่ชี้แนะสิ่งที่จำเป็นสำหรับงานซึ่งคุณจำเป็นต้องทำความเคยชินเอาไว้”
ความละเอียดลออของอีกฝ่ายทำให้เทสึกะเริ่มสำรวจอาโตเบะบ้าง เขารู้แต่ว่าคนตรงหน้าเป็นผู้ชายที่มีมาดดูดีไร้ที่ติ แต่ไม่รู้ว่าตรงไหนทำให้ดูดีได้แบบนั้น คงจะเป็นเพราะจุดเล็ก ๆ ที่เขามองข้ามไปแน่ ๆ
“ผมเทียบไม่ติดเลย มิน่าล่ะตอนแรกที่เจอกันถึงได้ติผมซะไม่มีดี” เทสึกะว่าแล้วยิ้มขำ
อาโตเบะชะงักไปชั่วครู่เมื่อเห็นรอยยิ้มบางนั่นราวกับถูกดึงดูด เวลาที่มุมริมฝีปากได้รูปนั้นยกขึ้นทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไป ร่างโปร่งดึงตัวเองให้หลุดจากภวังค์แล้วจึงตอบกลับ “ผมควรจะขอโทษรึเปล่า ก็คุณตีหน้าถมึงทึงใส่เข้าอย่างนั้นผมก็อดจะหมั่นไส้ไม่ได้สิ เป็นแค่คนเดินถนนแท้ ๆ” เขาหยอก จงใจใช้น้ำเสียงล้อเลียน
ฝ่ายเทสึกะไม่ได้ติดใจจะเอาความอะไร เขาเริ่มจะเข้าใจมุมมองและความคิดของอาโตเบะมากขึ้นเมื่อได้พูดคุยกัน ผู้ชายที่มั่นใจในตัวเองจนติดนิสัยประเมินค่าทุกอย่างใกล้ตัวให้ต่ำกว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่านั่นคือเรื่องจริง ท่วงท่าและบุคลิกของอาโตเบะอยู่เหนือคนธรรมดาจนดูได้ว่าอยู่กันคนละโลก
เรื่องปากไวกับปากจัดนี่ถือเป็นข้อเสีย ถึงแม้ว่าสิ่งที่พูดมามันจะจริงก็ตามที
นิสัยแบบนี้... เคยเจอที่ไหนมาก่อน เขาเคยถูกใครบางคนพูดใส่หน้าทำนองเดียวกัน เมื่อนานมาแล้ว...
เทสึกะตัดสินใจไม่ตอบคำถาม เขาอยากให้อีกฝ่ายคิดพิจารณาเองมากกว่า “จะขอโทษหรือไม่ขึ้นอยู่กับคุณ แต่ผมไม่ได้ติดใจอะไร ผมสนใจแนวความคิดเกี่ยวกับความงามของคุณมากกว่า ในฐานะของบริษัทที่มีชื่อเสียงคุณน่าจะให้ข้อมูลได้มากทีเดียว”
“นี่คือวิธีการเก็บข้อมูลของคุณเพื่อไปเขียนหนังสือรึเนี่ย”
ถูกส่วนหนึ่ง แต่ที่เทสึกะตกลงปลงใจมาถึงขนาดนี้เป็นเพราะถูกชะตากับอาโตเบะต่างหาก “ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายนี่ครับ”
อีกอย่างหนึ่งเขาก็อยากจะรู้ถึงความสวยงามในสายตาของผู้ชายอย่างอาโตเบะ เทสึกะยังจำภาพเรือนร่างที่แต้มไปด้วยน้ำหอมกลิ่นกุหลาบได้ติดตา ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเขาก็ยังมีเสน่ห์เช่นนั้นไม่ลดลงไป
สวย... แต่ว่าไม่เหมือนฟูจิ ร่างบางนั้นงดงามโดยไร้การปรุงแต่ง แต่ไม่ใช่ว่าเขาจะดูถูกอาโตเบะได้ เขาคงจะได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างจากการทำงานครั้งนี้แน่นอน
To be continued...
ลงเอาโล่ห์อีกแล้วช่วงนี้ ตุน ๆ ไว้ เผื่อเปิดเทอมไม่ได้ลง (เผื่อจริง ๆ เชื่อเหอะ เดี๋ยวก็บ้าลงเหมือนเดิม)
ตอนนี้ยาวผิดปกติแฮะ ไม่รู้จะตัดตรงไหน ฮ่าๆๆๆ
โอ้ย น่าจะเม้นใส่โน๊ตเพดไว้ก่อน 55555555
ฟูวจิๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
อ๊างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
ไม่ได้เจอตั้งนาน(ก๊าก) สวยขึ้นเยอะเลยนะจร๊า 555
น่าร้ากกกกกกกกกกกน่ารั้กกกกกกกกกก
ซาเอะก้อน่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกกก
ที่สำคัญที่สุดของตอนเน้
ชิราอิชี๊!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
//แฟนคลับชิราอิชิมาเอง555555+
สุดย๊อดดดดดดดดดดดดดดดดด
ชอบอ๊าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ชอบบบบบบบ กรี้ดดดดดดด...
ม่อได้อีกกร้ากกกกกกกกกกกกกก
แต่เขียนได้ดูม่อๆ+น่ารักมวากกกกกก
โหวตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตต*////*
ส่วนชี่ .......เลิกหวังกะเบะได้แร้วววววววว
เบะน่ะ พูดด้วยไม่รุ้เรื่องหรอก
เดวปล่อยให้คุนยาโอพูดเองดีก่า
ก๊ากกกกกกกกกกกกกกก
ปล.เทะ ......ก็อย่างที่ว่า
แก๊ แก่
#1 By ย า โ อ [Y a o]*テニプリ on 2008-05-30 00:59