[Tenipuri AU Fiction] Cross (8): White Message (3)/ Chaser (6)
posted on 22 May 2008 21:46 by keechan in FictionCross (8)
Pairing : Tezuka Kunimitsu x ????????, Oshitari Yuushi x ????????
White Message (3)
อาหารมื้อเย็นในวันนี้ผ่านไปอย่างเรียบง่าย เทสึกะไม่ค่อยพูดค่อยจาเหมือนเดิม แต่ฟูจิรู้ดีว่าอีกฝ่ายยังห่วงใยและเอาใจใส่ตนไม่เปลี่ยนแปลง ตลอดเวลาบนโต๊ะอาหาร สายตาใต้กรอบแว่นนั้นแทบจะไม่ละไปจากเขาเลย
ฟูจิเข้าใจนิสัยตรงนี้ดี ถ้าหากว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย เทสึกะมักจะปิดปากเงียบ อาจจะเป็นเพราะว่าถูกเลี้ยงดูมาด้วยค่านิยมของคนญี่ปุ่นแท้ ๆ กระมังถึงได้มองว่าการเปิดเผยความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมาในที่สาธารณะเป็นเรื่องที่ไม่สมควรจะกระทำ เพราะอย่างนั้นใคร ๆ ถึงได้เห็นว่าเทสึกะเป็นคนเย็นชาและน่ากลัว ขนาดคิคุมารุกับซาเอกิที่เรียกได้ว่าเป็นคนที่สนิทสนมด้วยพอตัวก็ยังรู้สึกเกรง ๆ เวลาเทสึกะนั่งอยู่ใกล้ ๆ ไม่กล้าพูดจาเล่นหัวเหมือนอย่างทุกที
มีแต่เขาเท่านั้นแหละที่รู้ว่าเทสึกะอ่อนโยนเพียงใด
“ยิ้มอะไรน่ะ” เจ้าของเสียงทุ้มที่กำลังกุมพวงมาลัยอยู่หันมาถาม นี่ก็เป็นเรื่องที่เทสึกะแยกออกเพียงคนเดียวเหมือนกันว่าเมื่อไหร่ที่เขายิ้ม เมื่อไหร่ที่ทำหน้าเฉย ๆ ในขณะที่คนอื่น ๆ จะเห็นว่าเขายิ้มอยู่ตลอดเวลา
“ไม่มีอะไร”
ก็แค่มีความสุขที่มีเธอนั่งอยู่ข้าง ๆ เท่านั้นแหละ
เทสึกะไม่ติดใจถามต่อ จ้องมองถนนข้างหน้าอย่างไม่ประมาท ฝนที่ตกลงมาปรอย ๆ ทำให้ถนนลื่น ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น แม้ระยะทางจะไม่ไกลนัก
“วันนี้ที่บ้านมีใครอยู่รึเปล่า”
ฟูจิยกมือขึ้นเท้าคางแล้วนึกก่อนจะตอบ “พี่ยูมิโกะไปติดต่องานต่างประเทศ กว่าจะกลับก็อีกนาน ส่วนยูตะ... วันนี้คงไปค้างที่อื่นละมั้ง ผมยังไม่เคยเห็นนวันไหนที่จะยอมอยู่บ้านดี ๆ ซะที” ร่างบางว่าแล้วหวเราะ ไม่ใช่ว่าเขาเข้ากับน้องชายไม่ได้ แต่ดูเหมือนมีเส้นบาง ๆ กั้นกระหว่างเขากับน้อง
พ่อแม่ของฟูจิก็ทำงานประเภทที่ว่าต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อย มีเพียงพี่ยูมิโกะเท่านั้นที่สนุกกับงานแบบเดียวกัน แต่สำหรับเขากับยูตะแล้วมันไม่ใช่ กระนั้นฟูจิก็ยังโชคดีที่มีพ่อแม่เข้าอกเข้าใจแล้วปล่อยให้เขาได้ทำสิ่งที่ชอบได้ตามใจ
“เทสึกะจะค้างเหรอ”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดก่อนเทสึกะจะได้ตอบ ร่างสูงหยุดรถแล้วหยิบเครื่องมือสื่อสารออกมากดรับอย่างรวดเร็ว
“ครับ”
เทสึกะรับคำเพียงไม่กี่คำอย่างว่าง่าย คงจะเป็นยามาโตะ ไม่นานบทสนทนาก็จบลง เขาทำหน้าเหมือนลำบากใจก่อนจะเปิดปาก “...คงจะไม่ได้แล้วล่ะ พรุ่งนี้มีงานเข้ามา คงต้องกลับไปเตรียมตัวน่ะ”
“งานเขียนชิ้นใหม่เหรอ”
“ท่าทางจะไม่ใช่หรอก คงต้องกลับไปคุยรายละเอียดอีกที คุณยามาโตะก็บอกแค่ว่าไม่ได้เป็นงานอย่างที่เคยทำด้วย”
ใบหน้าหวานดูหมองลงเล็กน้อย เขาคาดว่าจะได้มีเวลาอยู่กับคนรักนานกว่านี้ “งั้นเหรอ”
เทสึกะเคลื่อนมือไปกุมมือเรียวที่วางนิ่ง เขารู้ดีว่าฟูจิกำลังคิดอะไร “แล้วฉันจะโทรหา”
“...แต่ผมอยากเจอเทสึกะนี่”
“ฟูจิ...”
คราวนี้เทสึกะโน้มตัวเข้าหา ประคองใบหน้าเล็กไว้ ก่อนจะประทับริมฝีปากอุ่นลงไป จากสัมผัสแผ่วเบาก็เปลี่ยนไปเป็นจุมพิตที่ดื่มด่ำ ลิ้นอุ่นเข้ารุกรานภายในโพรงปากเล็กราวกับจะดูดกลืนทุกอณูของฟูจิเอาไว้
“...ผม... เหงานะ เวลาที่เทสึกะไม่อยู่”
ร่างสูงนิ่งเงียบไม่ยอมตอบ เทสึกะเอาแต่จ้องมองดวงตาสีน้ำทะเลขี้อ้อนอยู่อย่างนั้น
“...นายเองก็มีคนอื่นอยู่ด้วยเยอะแยะไม่ใช่รึไง”
“แต่ไม่ใช่เทสึกะนี่” ฟูจิตอบไปตามที่คิด เขาสงสัยว่าเทสึกะยังโกรธเรื่องอะไร หรือมีเรื่องเครียดที่ไม่ได้บอกเขารึเปล่า มือเรียวยกขึ้นแตะใบหน้าที่ขมวดคิ้วมุ่น
“เป็นอะไร----” คำพูดห่วงใยไม่ทันจะจบประโยค ร่างบางก็ถูกยึดเข้าไปสวมกอดแน่น สัมผัสได้ถึงริมฝีปากอุ่นร้อนที่แตะผิวแก้ม ตามด้วยจุมพิตที่ร้อนแรงระไปทั่วลำคอ
“ไม่ใช่ว่าฉันไม่เชื่อใจนายนะ แต่ฉันก็อดโมโหขึ้นมาไม่ได้ที่เห็นคนอื่นมาแตะต้องนาย ...มันเจ็บใจ” ร่างสูงซุกไซ้ใบหน้ากับซอกคอขาว ลำแขนแกร่งตรึงรัดร่างตรงหน้าไว้ราวกับจะไม่ให้หลุดลอยไปไหนเป็นอันขาด
“ตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็น รู้มั้ยว่าฉันอยากจะจับนายมาจูบเสียตรงนั้น อยากกอดนาย อยากทำให้ทุกคนรู้ว่านายเป็นของฉัน โดยเฉพาะคนที่ทะเล่อทะล่าเข้ามาถึงตัวนายได้อย่างนั้นด้วย”
“เทสึกะ... อื้อ---!”
เสียงหวานถูกปิดกั้นด้วยจูบอีกครั้ง เทสึกะกดร่างของฟูจิลงบนเบาะรถได้อย่างไม่ยากเย็น เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนพยายามขยับหนีด้วยความตระหนกปนประหลาดใจ
จริงอยู่ที่เขาสองคนไม่ได้เจอกันมานานกว่าทุกที แต่เทสึกะไม่เคยเป็นแบบนี้... เทสึกะไม่เคยแสดงอารมณ์โมโหออกมาอย่างไม่มีเหตุผล
“เดี๋ยว--- เดี๋ยวก่อน เทสึกะ แบบนี้ไม่สมกับเป็นเธอเลยนะ”
ร่างสูงยันตัวเองขึ้นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้น้ำหนักตัวกดทับฟูจิเสียหมด แววตาใต้กรอบแว่นที่สะท้อนแสงสลัว ๆ นั้นยังไม่คลายความขุ่นเคือง
“ไม่สมกับเป็นฉันยังไง นายจะให้ฉันนิ่งอยู่เฉย ๆ ได้เหรอหลังจากที่เห็นนายโดนใครก็ไม่รู้เข้าถึงเนื้อถึงตัวอย่างนั้น” ไม่ใช่เทสึกะจะไม่รู้ตัวว่าขณะนี้เขาฉุนเฉียวมากเหลือเกิน อาจจะผิดที่เขาเอาอารมณ์นั้นมาลงกับฟูจิ ทั้ง ๆ ที่คนที่ผิดไม่ใช่คนตรงหน้าเสียหน่อย
เพราะว่ารู้ตัวมาตลอดว่ารัก รักจนไม่อยากให้ใครเข้าใกล้นอกจากตัวเอง เหมือนกับเด็กที่หวงของรัก อยากจะเก็บทนุถนอมใส่กล่องส่วนตัวเอาไว้คนเดียว
“...ฉันจะหึงไม่ได้รึไง! นายไม่รู้เหรอว่าฉันหวงนายแค่ไหน ฟูจิ”
ดวงตาสีน้ำทะเลเผยแววเจ้าเล่ห์ หัวใจของฟูจิพองโตอย่างมีความสุขเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเทสึกะ
เพราะว่าเธอเป็นคนที่มีความสุขุมมากเกินกว่าใคร น้อยครั้งนักที่จะยอมให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล การกระทำของเทสึกะมักจะเรียบง่าย นุ่มนวล แต่สื่อถึงความอ่อนโยนและมอบความห่วงใยได้มากกว่าใคร
แต่ครั้งนี้... มันต่างออกไป เทสึกะที่เดือดดาลเพราะความหึงหวง ฟูจิเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
ถึงจะผิดต่อเทสึกะ... แต่ผมดีใจนะ ที่เห็นเธอโมโหเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนี้
ร่างบางเผยรอยยิ้ม แล้วตอบเล่นลิ้น “ผมไม่รู้หรอก... เทสึกะหวงผมขนาดไหนกันนะ?”
เทสึกะจูบซ้ำ ๆ ที่แก้มใส แม้จะเกรงว่าผิวสวยนั้นอาจจะช้ำ แต่เขาก็ยังไม่ยอมหยุด ก่อนจะกระซิบบอก “...ร่องรอยจากคนอื่น ฉันจะลบมันออกไปให้หมด ไม่ให้เหลือแม้แต่ความทรงจำ”
ฟูจิหัวเราะคิก แล้วเอ่ยหยอก “ทีหลังก็จับผมจูบให้ได้ก่อนสิ”
“ไม่มีทีหลังหรอก ห้ามให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นอีกนะ”
“เทสึกะก็ต้องมาอยู่กับผมบ่อย ๆ”
รสรักที่ปรนเปรอให้ขาดตอน เทสึกะเงยหน้าขึ้นสบดวงตาที่สะท้อนแสงไฟเป็นประกาย เรื่องที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ตอนนี้คงยังเป็นไปไม่ได้ เงื่อนไขทางบ้านที่ให้อิสระเขาแค่ออกมาอยู่บ้านยามาโตะก็ถือว่าเป็นการผ่อนปรนเกินพอแล้ว และเทสึกะก็ยังเกรงใจเจ้าบ้านพอที่จะไม่พาฟูจิเข้าไปอยู่ด้วยอีกคนตามใจชอบ
“...ฉันรักนาย รู้ใช่มั้ย”
“อื้อ ผมก็รักเทสึกะเหมือนกัน”
ทั้งคู่แลกจุมพิตกันอีกครั้ง สำหรับเขาสองคน เพียงแค่สัมผัสทางกาย เพียงแค่จ้องมองแววตาซึ่งกันและกัน คำพูดที่จะเอ่ยออกมานั้นก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป
-//-//-//-//-//-//-//-//-//-//-
Chaser (6)
โอชิทาริพุ่งตรงมาที่คอนโดของอาโตเบะด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวสุด ๆ หลังจากอาหารมื้อเย็นที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เขาบอกตัวเองว่าวันพระไม่ได้มีหนเดียว แต่ไอ้เจ้าแว่นหน้าแก่ที่โผล่มาทีหลังนั่นกวนใจเขาได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด สายตาที่มองมานั้นคิดดูถูกเขาแน่นอน มีอะไรบางอย่างในแววตาคู่นั้นที่ทำให้เขารู้สึกแย่ เพราะอะไรโอชิทาริก็ตอบไม่ได้
วิธีแก้หงุดหงิดที่ได้ผลที่สุดก็คือไปเจอหน้าอาโตเบะ ไม่ว่าจะได้แกล้ง ได้แหย่ ได้พลอตรัก ได้กอดรัดอีกฝ่ายตามใจตัวเองเสียหน่อยก็คงจะอารมณ์ดีขึ้นมาได้ เขาไม่สนใจว่าอาโตเบะจะกลับมาแล้วหรือยังและไม่คิดจะโทรหา สู้โผล่หน้าไปให้เห็นให้อาโตเบะแปลกใจแบบตั้งตัวไม่ทันมันสนุกกว่าเป็นไหน ๆ หรือถ้ายังไม่กลับมาเขาก็จะยืนรออยู่หน้าประตูทู่ซี้จนกว่าจะกลับนั่นแหละ
และโอชิทาริไม่เคยผิดหวัง เขาเห็นเบนซ์คันงามจอดอยู่ที่ประจำ นั่นก็แปลว่าอาโตเบะกลับมาแล้ว ชายหนุ่มหมุนข้อมือดูนาฬิกา ยังหัวค่ำนิด ๆ แปลว่าวันนี้คงไม่มีงานให้สะสางมากเท่าไหร่ ร่างสูงเดินอาด ๆ เข้าไปเหมือนตัวเองเป็นเจ้าบ้านยังไงยังงั้น พลางคิดว่าเวลาแบบนี้อาโตเบะจะทำอะไรอยู่ ป่านนี้น่าจะกินข้าวเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว อย่างนั้นก็คงไม่พ้นเวลา... อาบน้ำ แน่ ๆ
หลังจากแสดงบัตร บอกหมายเลขห้อง เจ้าของห้องที่ตนมาหาแก่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว พอขึ้นมาถึงห้องของเป้าหมาย โอชิทาริก็กดอินเตอร์โฟนเรียกอย่างสบายอกสบายใจ
ใบหน้าเย่อหยิ่งผ่านหน้าจออินเตอร์โฟนมีหยดน้ำเกาะพราว โอชิทาริยักยิ้ม เขาคาดเดาอะไรเกี่ยวกับอาโตเบะไม่เคยผิด
“มีธุระอะไร” อาโตเบะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแข็ง ๆ ซึ่งนั่นถือเป็นเรื่องปกติ เขาแค่ถามเป็นพิธีเท่านั้น ถึงยังไงเขาก็เปิดประตูให้แขกประจำคนนี้เข้ามาแต่โดยดี
“ต้องมีธุระด้วยเหรอถึงจะมาหานายได้” โอชิทาริปิดประตูเบื้องหลังตน แล้วเดินเข้าหาร่างโปร่งทันที
“หยุดไปทั้งวันนี่ไปทำอะไร” ประธานหนุ่มไม่สนใจการป้อล้อแบบเดิม ๆ นั่น เขาหันหลังให้อีกคน ให้ความรู้สึกไม่ต่างอะไรกับเครื่องเรือนที่เพิ่มเข้ามาอีกชิ้น (แม้ว่าชิ้นนี้มันจะพูดมากแถมขยันกวนใจเป็นที่สุด)
“...ไปหานายแบบมาให้นาย แต่ดูเหมือนว่าจะไม่จำเป็นแล้ว” ชายหนุ่มแสร้งตอบด้วยน้ำเสียงงอนเล็ก ๆ เพราะว่าโกรธที่การจีบของตนเหลวเป๋วไม่เป็นท่าด้วยส่วนหนึ่ง
“...เรอะ” ร่างโปร่งตอบเพียงเท่านั้น ก่อนจะเดินไปที่ห้องนั่งเล่นอีกส่วน ภายในถูกจัดเป็นสัดส่วน พื้นที่มีเหลือเฟือที่จะนอนค้างซัก 3-4 คนด้วยซ้ำไป อาโตเบะทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาบุผ้าขนสัตว์อย่างดี บนโต๊ะข้าง ๆ มีขวดไวน์วางอยู่ ส่วนแก้วนั้นเจ้าตัวยกขึ้นมาจิบน้ำสีแดงสด โทรทัศน์ตรงหน้าถูกเปิดไว้อย่างไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่
นี่ละ อาโตเบะ ไม่เคยคิดจะถามเกี่ยวกับเขาเลยสักนิด ไม่ใช่เพราะว่าฉลาดจนรู้ไปทุกเรื่องหรอกนะ แต่เพราะว่าคนอย่างเขาไม่มีค่าพอให้อาโตเบะสนใจมากกว่า ถ้าหากถามออกไปเขาคงจะได้คำตอบแบบนั้นแหละ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น...
โอชิทาริมองตามร่างโปร่งที่ตนใฝ่ฝัน ไม่ได้รู้เสียเลยนะว่าผิวกายเนียนละเอียดขาวผ่องใต้ชุดคลุมอาบน้ำนั่น มันเร้าอารมณ์เขาได้มากขนาดไหน ยิ่งมีหยดน้ำชื้น ๆ เกาะพราวก็ทำให้ยิ่งดูสวย ร่างสูงรู้สึกปลาบปลื้มขึ้นมาที่เขาเป็นคนเดียวที่อาโตเบะจะให้รุกล้ำเข้ามาถึงเขตส่วนตัวถึงขั้นนี้ แม้ท่าทีหยิ่งยะโสจะไม่เคยลดลง แต่การที่อีกฝ่ายเปิดโอกาสให้เขาได้เห็นความงดงามที่ตัวเองหวงนักหวงหนาแบบนี้ก็ดีถมไปแล้วนี่
ไวน์หลังอาหาร... ดูข่าว... จากนั้นก็คงหยิบหนังสือสักเล่มมาอ่าน สักพักถึงจะไปเปลี่ยนชุดนอน เอ... จะได้เปลี่ยนรึเปล่านะ โอชิทาริคิดแล้วหัวเราะในใจ ก่อนจะค่อย ๆ เดินไปนั่งข้าง ๆ อีกคน เว้นระยะห่างเล็กน้อยไม่ให้สัมผัสแตะต้อง ไม่เช่นนั้นจะมองได้ว่าเขารีบร้อนเกินไป
“ดูนายอารมณ์ดีนะ” ไม่มีเสียดสี ไม่มีต่อว่า สงบปากสงบคำให้เขาเข้ามานั่งใกล้ ๆ ได้นับว่าหาได้ยากเหมือนกัน
อาโตเบะยิ้มเยาะพลางแกว่งแก้วไวน์ในมือ “ก็เพราะไม่ได้เห็นหน้านายทั้งวันไง ตอนนี้ชักจะเริ่มอารมณ์บูดขึ้นมาแล้วสิ”
“พูดอย่างนั้นเพราะเขินล่ะสิ จริง ๆ ดีใจจนเนื้อเต้นใช่มั้ย” โอชิทาริเท้าแขนกับโซฟา ก่อนจะเอนตัวเข้าหา
ถ้าที่ถืออยู่ในมือคือน้ำเปล่าหรือเบียร์เขาคงจะสาดใส่หน้าโดยไม่ลังเลไปแล้ว แต่ของดีแบบนี้จะเสียเปล่า อาโตเบะจึงแค่ใช้ศอกดันใบหน้าเจ้าชู้นั่นออกไปเท่านั้น มือใหญ่ได้โอกาสจึงเข้าฉกฉวยแก้วไวน์ดึงมาดื่มเสียรวดเดียว โอชิทาริแลบลิ้นเลียริมฝีปากยั่วเย้า
“อร่อย”
“ไร้สาระ ว่างนักรึไง หวังว่าพรุ่งนี้นายคงไม่ทำให้งานพัง”
“ถ้านายถึงกับไปเองแบบนี้ ใครที่ไหนก็ต้องน้อมรับทั้งนั้นแหละ อย่าไปสนใจเลยน่า”
“ก็อาจจะ แต่จู่ ๆ ไปเสนองานที่ไม่เคยทำมาก่อนให้ ใช่ว่าเขาจะรับปากง่ายๆ เสียเมื่อไหร่”
โอชิทาริไม่ปล่อยให้บทสนทนายาวนานไปกว่านี้ เขารุกรานด้วยจุมพิตที่แผ่นอกเรียบตึง สองแขนดึงร่างโปร่งมาไว้ในอ้อมกอดได้อย่างถนัดมือ
“เลิกพูดเรื่องงานเถอะน่า นี่มันเลยเวลาทำงานมาตั้งนานแล้วนะ มาสนุกกันดีกว่า”
ดวงตาทั้งคู่สบกัน สำหรับโอชิทาริแล้วมันคือการขออนุญาตอย่างสุภาพ ถ้าหากไม่ใช่อาโตเบะเขาจะไม่เสียเวลาทำแบบนี้ แต่เพราะคืออาโตเบะที่เขาหลงรัก ดังนั้นแล้วเขาจะให้เกียรติอีกฝ่ายเหนือความต้องการของตัวเอง
...ไม่ว่าจะได้หรือไม่ได้ การได้แทะโลมเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ถือเป็นกำไร
“สนุกมาทั้งวันแล้วยังไม่พอเรอะ” อาโตเบะไม่สบอารมณ์เสียเท่าไหร่ คงไปจะเสเพลที่ไหนมาทั้งวันแล้วซมซานกลับมาหาเขาน่ะสิ
“ฉันจะไปสนุกกับใครได้นอกจากนาย” โอชิทาริตอบแล้วรุกรานด้วยการกดจุมพิตหนักหน่วง ดันร่างโปร่งให้ล้มลงนอนบนโซฟาได้อย่างง่ายดาย มือซุกซนล้วงเข้าไปใต้ผืนผ้านิ่มที่เริ่มจะหลุดลุ่ย เขารู้ว่าแตะต้องตรงไหนอาโตเบะถึงจะรู้สึกดี
“แค่ปากก็พูดได้”
“หึงเหรอ?”
แววตาคมตวัดตอบ “งี่เง่า”
จริงอย่างที่พูด อาโตเบะรู้ดีว่าโอชิทาริเป็นผู้ชายประเภทไหน กระนั้นก็ไม่เป็นปัญหา เขาแค่รู้สึกว่าการมีโอชิทาริอยู่ด้วยก็เป็นการแก้เบื่อได้อย่างดี ถ้าไม่มีก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด อีกฝ่ายจะไปมีความสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ ยังไง มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะต้องไปใส่ใจ
ถึงยังไง สุดท้ายโอชิทาริก็ต้องกลับมาแสวงหาความงดงามที่ไม่มีที่สิ้นสุดจากเขาอยู่ดี
อาโตเบะสนุกสนานกับความรู้สึกที่ได้ยืนอยู่ที่สูงกว่า ผู้ชายที่เพียบพร้อมอย่างโอชิทาริก็ยังต้องสยบแทบเท้าเขา ใฝ่ฝันที่จะได้กอดเขา ให้รางวัลบ้างเป็นครั้งคราวก็ไม่เสียหายอะไร อีกอย่างการเล้าโลมอันช่ำชองก็ทำให้รู้สึกดีไม่เลวเหมือนกัน ยิ่งวันนี้เขาก็อารมณ์ดีอยู่แล้วเป็นทุนเดิม
“ถ้าพรุ่งนี้ผิดนัดขึ้นมาฉันเอานายตายแน่”
“นายก็รู้ฝีมือฉันดี” โอชิทาริแกล้งพูดกำกวม สูดกลิ่นกายหอมกรุ่นของกุหลาบแสนสูงส่งดอกนี้แล้วเอ่ยชม “กลิ่นหอมจังนะ จงใจยั่วกันนี่”
“เจ้าโรคจิต คิดว่าตัวเองฉลาดนักเรอะ จงใจโผล่หัวมาตรงเวลาที่ฉันอาบน้ำเสร็จพอดีชัด ๆ”
“ทั้ง ๆ ที่รู้ก็ยังเปิดประตูให้ฉันเข้ามาน่ะเหรอ คงจะรักฉันจริง ๆ สินะ” ชุดคลุมอาบน้ำถูกถอดจนร่นมากองที่เอว โอชิทาริลากลิ้นเลียลาดไหล่บาง
“เพ้อเจ้อ ถ้ายังไม่เลิกพูดไร้สาระ ฉันจะถีบนายออกไป”
ร่างเบื้องบนหุบปากตามคำสั่ง แล้วจึงค่อย ๆ ทิ้งรอยจูบสีแดงเรื่อไว้ทั่วผิวขาว
...ไม่ให้พูด ฉันก็จะใช้ปากทำอย่างอื่นแทนละกันนะ...
To be continued...
เกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ไปจิ้นต่อกันเอาเอง ขี้เกียจเขียน
เกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ไปจิ้นต่อกันเอาเอง ขี้เกียจเขียน
--> ใจร๊าย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เด๋วปั๊ดตะโกนใหห้บล็อคเบี้ยวเลย!!!!!!!!!!!!!
ลงซะดีๆๆๆๆ
กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดด
อ่ะ
เข้าเรื่องฟูจิดีกว่า5555555
ตอนนี้สวยกว่าตอนอื่นเป็นไหนๆๆๆๆ
น่ารักโฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
แอบยั่วเราะ
อยากเกิดเปนเทะสึกะอ๊ะๆๆ
เทะมันหล่อก็ได้วะ ฮึ่ยยยยยย ไม่ค่อยโง่เท่าไร ยาโอปลื้มมากขึ้น5555555555+
#1 By ย า โ อ [Y a o]*テニプリ on 2008-05-22 23:16