[Tenipuri AU Fiction] Cross (7): Chaser (5)
posted on 19 May 2008 21:31 by keechan in FictionCross (7): Chaser (5)
Pairing : Tezuka Kunimitsu x ????????, Oshitari Yuushi x ????????
เสียงโทรศัพท์ของโอชิทาริดังขึ้นระหว่างที่เขากำลังนั่งละเลียดน้ำชากับเค้กยามบ่ายเพื่อรอเวลายามเย็นอันแสนสุข ปลายสายไม่ใช่ใครที่ไหน อาโตเบะ เคย์โกะ เจ้านายผู้สง่างามของเขานั่นเอง
“มีอะไรให้รับใช้ครับ” โอชิทาริล้อเลียน ซึ่งเป็นสิ่งที่อีกฝ่ายเคยชินอยู่แล้ว เขาคาดหวังว่าอาโตเบะคงจะมาถามไถ่ถึงเรื่องงานนั่แหละว่าตามหานายแบบไปถึงไหนแล้ว เขาจึงเตรียมคำตอบไว้ในใจอย่างเลิศหรูทีเดียวสำหรับเยินยอคนที่มีภาพลักษณ์ใสบริสุทธิ์อย่างฟูจิ
“ฉันเจอคนที่เหมาะกับ Grass Glow แล้ว”
ฟังเท่านั้นโอชิทาริแทบจะสำลักน้ำชา น้ำเสียงที่ส่งมาตามสายฟังดูพึงใจและสบายอารมณ์เป็นที่สุด ทำให้โอชิทาริขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“ไปเจอได้ยังไง แล้วนายแน่ใจนะว่าเหมาะสมจริง ๆ”
คงเป็นคำถามที่ผิดจังหวะไปสักหน่อย อาโตเบะตอบเสียงเขียวมาทันที “นี่คิดจะดูถูกกันเรอะ สายตาฉันมองอะไรไม่เคยพลาด”
เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเคืองไปมากกว่านี้ โอชิทาริจึงรีบตัดบท “โอเค แล้วเขาเป็นใคร”
“เรื่องนั้นนายเข้ามาดูข้อมูลเองละกัน เสร็จแล้วก็เตรียมไปติดต่อเจรจาเรื่องนี้ด้วย เอาให้ได้นะ” อาโตเบะเงียบไปสักพัก แล้วก็เปลี่ยนใจ “ไม่ล่ะ ฉันไปหาเองดีกว่า เรื่องข้อมูลของหมอนั่นฉันให้ซาซากิเตรียมให้หมดแล้ว เช็คเมล์ด้วย พอนัดได้เป็นเรื่องเป็นราวเมื่อไหร่ซาซากิจะเมล์ไปบอก”
“หมายความว่า นายจะให้ฉันไปด้วย?”
“คิดว่าตัวเองเป็นลูกจ้างใครล่ะ อ๋า?”
“แต่ว่า... อาโตเบะ” โอชิทาริคิดจะค้าน ถึงจะไม่รู้ว่าคนที่อาโตเบะถูกใจเป็นใคร แต่เขาคิดว่าฟูจิน่าจะเหมาะกว่าเห็น ๆ
“อะไร”
แต่พอได้ยินเสียงเผด็จการมาตามสาย แปลความได้ว่า ห้ามคัดค้าน ห้ามขัดใจ สิ่งที่ฉันเลือกดีที่สุด แล้ว โอชิทาริก็หุบปากเงียบ
“...เปล่า ฉันจะทำตามที่บอกละกัน ว่าแต่ทำไมนายถึงได้ถูกใจคนที่ว่านั่นได้ล่ะ” ทุกทีไม่เคยเห็นใครมีดีนอกจากตัวเองแท้ ๆ
“เรื่องบังเอิญของโชคชะตาละมั้ง”
โอชิทาริชักจะไม่ชอบขึ้นมาแล้วสิ อาโตเบะดูอารมณ์ดีเกินไปที่พูดถึงคนที่ว่านั่น “หมอนั่นชื่ออะไร”
“เทสึกะ คุนิมิตสึ”
“ไม่เห็นเคยได้ยินชื่อเลย”
“ก็แหงสิ ก็เป็นคนธรรมดาที่ไม่เด่นดังอะไร นายลืมไปแล้วรึไงว่าเราต้องการนายแบบแบบไหน”
โอชิทาริได้แต่รับฟังคำสั่งนิ่ง ๆ เขาขัดใจที่จะไม่ได้นายแบบที่ตัวเองเลือกไว้มากกว่าที่จะสนใจว่าน้ำเสียงของอาโตเบะนั้นแจ่มใจกว่าทุกที หลังจากน้อมรับคำสั่งจากราชินีของตนแล้ว เขาก็ถอนใจออกมา
ถ้าหากว่าเป็นคำสั่งของอาโตเบะก็คงจะขัดไม่ได้ เรื่องที่เขาเล็งไว้ให้ฟูจิมารับงานคราวนี้ท่าทางจะเหลวเสียแล้ว น่าเสียดายโอกาสที่จะได้อยู่กับคนสวยน่ารักอย่างนั้นสองต่อสอง โอชิทาริครุ่นคิดถึงผลได้ผลเสียของตนอย่างพิจารณา ไอ้เรื่องงานน่ะ ปล่อยให้อาโตเบะจัดการไปเถอะ เจ้ากี้เจ้าการนักนี่ เขาไม่สนหรอกว่าจะหาคนแบบไหนมา ตราบเท่าที่อาโตเบะพอใจ ก็จะไม่มีปัญหา
แต่เรื่องของฟูจิ... เขามีโอกาสจะได้ทำความรู้จักมากขึ้นอย่างใกล้ชิดขนาดนี้แล้วแท้ ๆ จะล้มเลิกหรือปล่อยให้หลุดมือไปได้ยังไงกัน ดีเสียอีก เขาจะได้ไม่ต้องคะยั้นคะยอให้อีกฝ่ายตอบตกลงรับงาน (แต่เดิมก็เป็นแค่ข้ออ้างเท่านั้นแหละ) เป็นโอกาสดีที่จะได้นั่งโต๊ะดินเนอร์หรู ๆ บรรยากาศโรแมนติก ถ้าฟูจิเกิดเปลี่ยนใจจะรับงานขึ้นมา เขาก็ค่อยไปคิดแก้ปัญหาทีหลังอีกทีละกัน
ชายหนุ่มยิ้มกริ่มกับตัวเองแล้วยกโทรศัพท์ขึ้นอีกหน ก่อนจะโทรไปจองโต๊ะที่ภัตตาคารฝรั่งเศสร้านประจำของตน
-//-//-//-//-//-//-//-//-//-//-
“อ๋า!!! ไอ้คนที่ว่านั่นมาอีกแล้วเหรอ!” คิคุมารุส่งเสียงโวยวายหลังจากได้ฟังเรื่องราวจากฟูจิ คราวนี้ถึงจะไม่เคยเจอเจ้าตัว แค่จากปากคำของฟูจิก็เพียงพอที่จะทำให้เขาอยากจะไล่คนแบบนั้นออกจากร้าน โดยเฉพาะไอ้ส่วนที่พูดจายกตนข่มท่านบอกว่า ‘ธุรกิจอาจจะล่มได้ง่าย ๆ’ เนี่ย มันน่าโมโหที่สุด
“เป็นไปได้สูงว่าเย็นนี้เอย์จิจะได้เจอหน้าเข้าจริง ๆ ละมั้ง” ฟูจิว่าแล้วหัวเราะคล้ายเป็นเรื่องตลก ทั้ง ๆ ที่มันไม่ตลกเลยแม้แต่น้อย
“ฉันว่าเรารีบปิดร้านเผ่นกันก่อนหมอนั่นจะโผล่หน้ามาดีกว่า” อีกฝ่ายว่าทีเล่นทีจริง
“ทำอย่างนั้นได้ทีไหนละ ขืนทำอย่างนั้นตอนเย็นซาเอกิก็มาเก้อสิ” ร่างบางว่าพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู ยังเพิ่ง 4 โมงกว่า ๆ อีกตั้ง 2 ชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาปิดร้าน ฟูจิไม่ได้กังวลเรื่องของผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญคนนั้นมากนัก ถ้าหากเขายืนยันจะปฏิเสธเสียอย่าง ใครจะมาบังคับเขาได้ อาจจะแค่สร้างความรำคาญนิดหน่อย แต่คงไม่ถึงกับเป็นปัญหาใหญ่
ฟูจิรับลูกค้าไปพลางดูแลต้นไม้ด้านหลังร้าน เป็นกิจวัตรประจำวันที่เขาทำเป็นประจำอยู่แล้ว นอกเหนือจากดอกไม้สดในกระถาง ฟูจิเองก็มีดอกไม้ส่วนตัวที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ดวงตาสีน้ำทะเลจ้องมองต้นตะบองเพชรจิ๋วที่ออกดอกสีขาวเล็ก ๆ เขายิ้มแล้วพรมน้ำให้อย่างเบามือ
ตะบองเพชรดูเป็นต้นไม้ที่แข็งกระด้างเพราะเต็มไปด้วยหนามแหลม แต่ที่เป็นอย่างนั้นเพราะเป็นต้นไม้ที่เติบโตในดินแดนที่แห้งแล้ง จึงปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมอันโหดร้ายเพื่อให้มีชีวิตรอด อาจจะไม่ได้ดูสวยงามเหมือนไม้ดอกอื่น ๆ แถมยังต้องดูแลประคบประหงมเป็นอย่างดีถึงจะยอมออกดอก
ส่วนที่สำคัญที่สุด... คือต้องให้ความรักความเอาใจใส่
“เมื่อไหร่จะออกดอกให้ผมเห็นบ้างนะ” ฟูจิเอ่ยรำพึงเบา ๆ กับตัวเอง พร้อมรอยยิ้มบาง
แน่ละ เขาไม่ได้หมายถึงต้นตะบองเพชรจิ๋วตรงหน้าหรอก...
-//-//-//-//-//-//-//-//-//-//-
เวลา 2 ชั่วโมงอันสงบสุขผ่านไปด้วยดี จนกระทั่งแขกไม่ได้รับเชิญคนเดิมจอดจากัวร์ราคาแพงของตนขวางหน้าร้านเหมือนกับว่าตัวเองได้รับสิทธิพิเศษ โอชิทาริปรากฏตัวก่อนเวลาร้านปิดด้วยซ้ำ และบังเอิญที่ว่าวันนี้ซาเอกิมาสายกว่าปกติ
คิคุมารุทำหน้ายุ่งขณะที่มองรถยนต์สีน้ำเงินคันที่ว่าอย่างตำหนิ คนมีมารยาทที่ไหนเขาจะขับรถทับเส้นแดงห้ามจอดกันบ้างละเนี่ย ท่าทางเจ้านี่จะบ้าจริง ๆ แฮะ
โอชิทาริเปิดกระจกรถลงโดยที่ไม่ก้าวลงมา เขาเท้าแขนกับขอบรถแล้วทวงคำสัญญา “ผมมารับตามสัญญาแล้ว เจ้าหญิง หวังว่าราชรถคันงามนี้จะสมฐานะคุณ”
ฟูจิได้แต่ยิ้มเรียบ ในขณะที่คิคุมารุทำท่าคลื่นไส้กับคำพูดสุดแสนลิเก คนธรรมดาที่ไหนคงไม่พูดกัน ไอ้หมอนี่คงมีความมั่นใจในตัวเองสูงน่าดูที่พูดประโยคนั้นออกจากปากได้แต่ยังดูดี
“จอดรถแบบนี้มันผิดกฏจราจรนะครับ แล้วมันขวางทางเดินรถด้วย” ร่างบางเอ่ยตำหนิเป็นอย่างแรก แต่คนถูกว่าไม่สะทกสะท้าน
“คุณก็รีบขึ้นมาสิครับ คนอื่นจะได้ไม่เดือดร้อน”
พูดราวกับว่าเป็นความผิดของฟูจิที่ไม่ยอมไปกับตัวเองเสียนี่ ช่างเป็นผู้ชายที่หน้าด้านหน้าทนจริง ๆ แต่ฟูจิไม่คิดจะยอมลงให้เพียงเพราะเรื่องแค่นี้ ยังไงคนที่ผิดก็ไม่ใช่เขา
“คงจะไม่ได้หรอกครับ” แม้คำพูดจะยังสุภาพ แต่น้ำเสียงนั้นห้วนและแข็งกร้าว “เกรงว่าเย็นนี้ผมจะไม่มีเวลาให้คุณเสียแล้ว” ดูซิว่าจะหน้าด้านตื้อไปได้อีกเท่าไหร่
“ผมคิดว่าธุระของคุณคงไม่หนักหนาอะไรถึงกับจะไปทานข้าวเย็นกับผมไม่ได้” คราวนี้โอชิทาริเปิดประตูลงมาจากรถ แต่ยังติดเครื่องยนต์ค้างไว้อยู่ เขาเดินเข้าถึงตัวฟูจิอย่างรวดเร็วและคว้าลำแขนเรียวไว้อย่างไม่เบามือนัก
“ถ้าคุณยังดื้ออยู่แบบนี้ ผมอาจจะทำอะไรที่น่ากลัวลงไปก็ได้นะ ฟูจิ แค่ข้าวเย็นเอง ผมไม่ขออะไรมากกว่านั้นหรอก” เสียงทุ้มกระซิบข้างใบหู แม้จะแผ่วเบาแต่ได้ยินชัดเจน ฟังดูคล้ายเป็นคำขู่บังคับ
ฟูจินิ่วหน้า พยายามออกแรงขัดขืนให้หลุดพ้นจากการเกาะกุม ความอดทนของเขาชักจะเกินขีดจำกัดแล้ว “นี่คุณ! อย่างนี้เขาเรียกว่าละเมิดสิทธิส่วนบุคคลแล้วนะ ถ้ายังไม่ยอมหยุดอีกผมจะแจ้งตำรวจ”
คิคุมารุสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงฟูจิตะคอก ก่อนจะรี่เข้ามาชิงกอดแขนฟูจิไว้เพื่อรั้งไม่ให้อีกฝ่ายลากเพื่อนของตนไปได้ตามใจชอบ แล้วพูดสนับสนุน “ถึงจะเป็นคนรวยก็อย่าคิดว่าจะทำตัวอันธพาลไปได้ทุกที่นะ!”
โอชิทาริกลับหัวเราะ ทั้งยังไม่ยอมปล่อยมือเรียว คนเงินหนาอย่างเขาจะกลัวตำรวจได้ยังไงกัน “คุณก็อย่าใจร้ายนักซี่ สิ่งที่ผมร้องไม่ใช่เรื่องยากเสียหน่อย” ว่าแล้วก็ฉวยโอกาสเคลื่อนใบหน้าเข้าใกล้แก้มใส เปิดโอกาสให้ริมฝีปากของตนได้ประทับบนผิวแก้มสีชมพูเรื่อ กรุ่นกลิ่นหอมหวลจากร่างบางโชยเข้าจมูกทันที
ฟูจิตกใจที่จู่ ๆ ก็ถูกบุกรุกถึงตัว ร่างโปร่งรีบผละออกแล้วเงื้อมือขึ้นหมายจะฟาดลงบนใบหน้าอวดดีนั่นสักฉาด แต่ก่อนที่จะทันได้ขยับ ร่างสูงที่เข้ามาคุกคามก็ถูกดึงออกห่างเสียก่อน
“เทสึกะ!” เสียงใสอุทานด้วยความดีใจระคนแปลกใจ ฟูจิมองไม่ทันว่าเทสึกะทำได้ยังไง แต่โอชิทาริถูกบังคับให้ปล่อยมือจากเขา และขณะนี้กำลังถูกร่างสูงที่แทรกเข้ามาคว้าคอเสื้ออยู่อย่างเอาเรื่อง
“ฟูจิ ไม่เป็นไรนะ!” ซาเอกิที่ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกันรีบดึงเขาออกห่างจากผู้ชายที่ไม่น่าไว้ใจคนนั้น แล้วปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเทสึกะ
โอชิทาริจิ๊ปากอย่างเสียดาย ท่าทางเจ้านี่จะเล่นยากกว่าเจ้าโง่เมื่อตอนกลางวัน ถึงกับกระชากคอเสื้อเขาได้แบบนี้คงมีฝีมือเรื่องชกต่อยไม่น้อย เขาแค่นยิ้มแล้วแกล้งพูดเสียดสี “เห... เสน่ห์แรงจริงนะ ฟูจิ รู้สึกว่าจะมีอัศวินคอยปกป้องหลายคนเหลือเกิน แล้วทาจิบานะแฟนคนเมื่อกลางวันเอาไปไว้ที่ไหนซะละ”
เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลเข้มแวววาบขึ้น เห็นได้ชัดว่าเขาไม่สบอารมณ์กับคำว่า ‘ทาจิบานะ’ กับ ‘แฟน’
“จะทำไม จะต่อยฉันเหรอ? ป่าเถื่อนจังนะ ลองดูสิ แล้วนายจะเสียใจภายหลังแน่” โอชิทาริท้า ชาวบ้านพวกนี้ไม่รู้ซะแล้วว่าใครเป็นใคร
เทสึกะไม่สนใจคำขู่นั้น เขาคงจะต่อยไปสักเปรี้ยงแล้วหากฟูจิไม่เอ่ยห้ามแล้วจับแขนเขาไว้
“พอเถอะ เทสึกะ อย่ามีเรื่องกันเลย”
ร่างสูงกวาดสายตามองรอบ ๆ ถึงจะเป็นเวลาเย็นที่ผู้คนไม่พลุกพล่าน แต่เพราะเสียงเอะอะโวยวายที่ดังลั่นจึงเรียกความสนใจของผู้คนได้มากพอดู เห็นแก่ฟูจิเขาจึงยอมปล่อยให้คนแปลกหน้าที่อวดดีนั่นไป
โอชิทาริจัดปกเสื้อตนเองให้เรียบร้อย แล้วเงยหน้ามองดูฟูจิอีกหน ผู้ชายท่าทางเอาเรื่องหนึ่งคน เด็กบ้านนอกหนึ่งคน กับผู้ชายท่าทางปอน ๆ อีกคน เจ้าหญิงคนนี้มีองครักษ์ตามเยอะจริงแฮะ ท่าทางจะเล่นยากกว่าที่คิด
“วันนี้คงจะไม่สะดวกจริง ๆ ด้วย งั้นเดี๋ยวเราค่อยเจอกันวันหลังแล้วกันนะ ฟูจิ”
เอ่ยคำลาเป็นลูกระเบิดทิ้งไว้ให้ร่างสูงขมวดคิ้วมุ่น ในขณะที่ซาเอกิกับคิคุมารุถอนหายใจโล่งอก
“สุด ๆ ไปเลยนะหมอนั่น ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นใครหน้าด้านได้ขนาดนี้เลย” ซาเอกิบ่นเมื่อเจ้าของรถจากัวร์สีน้ำเงินขับจนลับสายตาไปแล้ว
“ถ้าเทสึกะมาไม่ทันคงจะแย่ เนอะ ฟูจิ” คิคุมารุว่า
เจ้าของใบหน้าหวานหันมาหาเทสึกะ คิดจะเอ่ยขอบคุณ แต่ต้องปะทะกับใบหน้าบึ้งตึงเสียก่อน
“หมอนั่นใคร” ร่างสูงถามเสียงห้วน
ใบหน้าสวยงองุ้มทันที ทำไมต้องถามตั้งแง่เหมือนเขาเป็นฝ่ายผิดอย่างนั้นด้วย เขาจึงตอบห้วนสั้นไม่แพ้กัน “คนไร้มารยาทที่ผ่านมา”
ไม่ใช่ว่าเทสึกะจะมองไม่ออกว่าฟูจิอารมณ์เสีย แต่เขาก็ยังถามต่อ “...ทาจิบานะที่หมอนั่นพูดถึง หมายความว่ายังไง”
“ไม่มีอะไรทั้งนั้น ทาจิบานะแค่อยู่กับผมตอนที่คนคนนั้นมาตามตื้อผมถึงที่ร้าน ทาจิบานะก็เลยแค่บอกไปอย่างนั้นเพื่อไล่เขาไป”
แววตาใต้กรอบแว่นนั้นดูขุ่นเคือง “ด้วยการบอกว่าเป็นแฟนของนายนี่นะ”
ฟูจิยึดมืออีกฝ่ายมากุม ได้เจอหน้ากันหลังจากไม่ได้เจอมาตั้งนานทั้งที เขาไม่อยากให้มีเรื่องทะเลาะใส่กัน
“เทสึกะ... โกรธผมเหรอ”
“เปล่า”
“โกหก ถ้าเธอไม่โกรธจะทำท่าอย่างนี้เหรอ”
“...ฉันไม่ได้โกรธนาย แต่โกรธตัวเองที่ปล่อยให้นายอยู่คนเดียวจนมีคนอย่างนั้นมาเกาะแกะต่างหาก”
มือใหญ่กุมตอบ แน่นจนทำให้รู้สึกเจ็บนิดหน่อย
ฟูจิยิ้มออกในที่สุด “แต่เธอก็มาช่วยผมได้ทันนี่”
เมื่อมองเห็นรอยยิ้มนั้นแล้ว แววตาที่เคยขุ่นเคืองก็เปลี่ยนแปรเป็นอ่อนโยน แล้วเทสึกะจึงเอ่ยชวน
“...ไปกินข้าวเย็นด้วยกันมั้ย”
To be continued...
ไม่รู้จะเขียนอะไร...
ไปกิน ไป
ไอ้ที่นังเก๋ออกตอนแรกหรืออีชี่กูมองข้ามแล้วสิ้น
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ขอกรี๊ดบัดนาววววววววววววว ด่วนนนนนนนนนนนนนน โดยเร่งงงงงงงงงง กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก ไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้ววววววววววววว อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
“เทสึกะ!” เสียงใสอุทานด้วยความดีใจระคนแปลกใจ ฟูจิมองไม่ทันว่าเทสึกะทำได้ยังไง แต่โอชิทาริถูกบังคับให้ปล่อยมือจากเขา และขณะนี้กำลังถูกร่างสูงที่แทรกเข้ามาคว้าคอเสื้ออยู่อย่างเอาเรื่อง << โอ้โห กูอยู่ญี่ปุ่น กำลังง่วงและเหนื่อย ยังรู้สึกดีใจเหมือนชาร์จแบตใหม่เลย กรี๊ดดดดดดด อกอีแป้นจะแตก อีเทะหล่อ หล่อแสรด หล่ออออออออออ หล่อมว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก
เด๋วค่อยกลับมาเทะหล่อทีหลัง
อีนางงงงงงงงงงงงงงง อีคนขายกรูววววววว สวยยยยยยยยยยยยย จะสวยไปไหน อั๊ง ก๊าว เอโร่ โมเอ๊วววววววววว น่ารัก น่ากด น่ากอด น่ากิน น่า... อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก โอ๊ยยยยยยยยย กรู ไม่ไหวแล้ว ฮากกกกกกกกกกกกกกกกกกก มันน่าปล้ำ น่าข่มขืน น่าทรมาน น่ารังแก น่ากลั่นแกล้ง น่าลากไปทำเมีย อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก สวยยยยยยยยยยยย สวยยยยยยยยยยยยยย สวยยยยยยยยยยยยยย
ใช่มั้ยคะคุณยาโอ?
“เห... เสน่ห์แรงจริงนะ ฟูจิ รู้สึกว่าจะมีอัศวินคอยปกป้องหลายคนเหลือเกิน แล้วทาจิบานะแฟนคนเมื่อกลางวันเอาไปไว้ที่ไหนซะละ” << ทุ้ย อีชี่ อีห่า ดูไม่ออกอีกเรอะ สวยปานนี้ไม่ตาต่ำไปคว้าไอ้กล้วยเกรียนนั่นมาเป็นแฟนหรอกเว้ย
“หมอนั่นใคร” ร่างสูงถามเสียงห้วน << หม้อเก่าๆโง่ๆที่บังเอิญผ่านมา
หอยยยยยยยยยยยยยยยย กำลังจะด่าว่าแบบ อีเทะ อีควาย ออกมาช้าแล้วยังมาทำปั้นปึ่งใส่คนสวยของกรู แต่ก็ต้องหุบปากทันที เมื่อ
“...ฉันไม่ได้โกรธนาย แต่โกรธตัวเองที่ปล่อยให้นายอยู่คนเดียวจนมีคนอย่างนั้นมาเกาะแกะต่างหาก” << อุกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด หล่อที่สุดตั้งแต่ฟิคเรื่องนี้ลงมาจนถึงตอนนี้เลย อีเทะะะะะะะะะะ มึงจะหล่อไปไหนคะะะะะะะะะะะ มีบทน้อย ออกทีเลยขอหล่อสุดขอบฟ้ารึไงคะ แสรดดดดดดดดดดดดด อีห่าาาาาาาาาาา หล่อเหี้ยๆ แหม ไม่ได้โกรธอีนาง แต่โกรธตัวเองที่มัวแต่ควาย กระบือ มาช้า ส่งผลให้รายชื่อผู้ชายของฟูเพิ่มขึ้นสินะ สินะ สินะ สินะ
คุคุคุคุคุคุคุคุคุคุคุุคุคุคุคุคุคุคุคุคุคุคุคุคุคุคุคุ
“...ไปกินข้าวเย็นด้วยกันมั้ย” <<
ไปค่ะ ไป ไป ไป ร้านขายกูไม่เป็นไร กูปกป้องตัวเองได้ ไปกันเลย ไป ไป ไป อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก ไปกินข้าวเย็นด้วยกัน ด้วยกัน ด้วยกัน ด้วยกัน ด้วยกัน ด้วยกัน
กี๊ซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ แฮ่~!
โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ขัดใจ อยากอ่านต่ออออออออออ ขอให้สวีทกันไปถึงโลกหน้า ขอให้รักกัน ขอให้ได้กัน(?) อั๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
ขอให้เบะไปไหนก็ไป ขอให้ชี่หล่อเลวหม้อต่อไป แต่อย่ามายุ่งกับฟู อุกรี๊ดดดดดดดดดดดดด
ฮากกกกกกกกกกกกกกกกก รออ่านต่อนะค้าาาาาาาาาาาา
#1 By †★☆*HANA~hanachiko*☆★† on 2008-05-19 22:01