[Tenipuri AU Fiction] Roaming Hearts (2)

posted on 17 May 2008 22:59 by keechan  in Fiction

 

Cast:

 

hana matsumoto - ทาสชูรัน

shadow - มหาอุปราชโอไซรีส, อัศวินเทเซอุส

KeeChan - เจ้าชายเคย์ริธิส, อัศวินเทเซอุส

 

 

 

 

 

 

ประตูเหล็กบานใหญ่ถูกดึงเปิด เสียงเหล็กเสียดสีกับหินดังลั่นไปทั่วบริเวณ ชูรันมองภาพเบื้องหน้าที่เริ่มปรากฏให้เห็น ขณะที่ย่างก้าวเข้าไปในห้องขังใต้ดิน  คบไฟจำนวนไม่มากเสียบกับเหล็กริมผนัง ปลายเท้าสัมผัสพื้นหินชื้นด้วยความรู้สึกระแวง

... นี่จะต้องเดินอีกแค่ไหนกันนะ...

ชูรันเหลียวมองไปข้างซ้ายที ขวาที มีผู้คนนั่งบ้างนอนบ้างอยู่หลังกรงเหล็ก แต่ละคนคล้ายกับหมดกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ

"เอ้า... เข้าไป" คนที่พาเขามาพูดขึ้นเสียงดัง ก่อนจะหันหน้าไปหาประตูเหล็กที่เปิดอ้า ร่างบางเดินผ่านเข้าไป ตามด้วยเสียงปิดประตูและเสียงสับกลอน...

ชูรันค่อยๆหย่อนร่างพิงกับผนังหินก่อนจะนั่งลงช้าๆ ดวงตาคู่สวยปิดลง ภาพของอัศวินหนุ่มที่ช่วยเหลือเขาไว้ผุดขึ้นมาในมโนภาพ

"ข้ายังไม่ได้ขอบคุณท่านเลย... เทเซอุส" เขาพึมพำออกมาแผ่วเบา


----------------------------------------------------------------


เงาบนพื้นก้าวไหววูบตามเปลวเพลิง ปลายผ้าไหมเนื้อดีสะบัดตามแรงฉุนเฉียวของผู้เป็นเจ้าของ อุปราชหนุ่มปัดมือก่อนจะปาดกับกำแพงหิน

สิงโตเหม็นหึ่งนั่นเลวร้ายมาก.....วันๆคอยแต่จ้องจะกินไม่ได้ก่อประโยชน์อันใดให้เมือง....ดีว่าเป็นสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของเจ้าชาย ไม่อย่างงั้นคงถูกวางยาตายไปนานแล้ว

ร่างสูงเดินผ่านทางเข้าห้องคุมขังใต้ดิน ในใจนึกกระหวัดไปถึงทาสหนุ่มผู้มาใหม่ที่แสนจะอ่อนแอ รูปร่างราวกับผู้หญิงนั่นคงเปล่าประโยชน์กับกองทัพ เอาไปใช้งานทหารก็รังแต่จะตายเปล่า

............จะมีประโยชน์อะไรกว่านี้บ้าง........

มือใหญ่หยาบกร้านดันแว่นกรอบกระจกข้างเดียวที่ติดนัยน์ตา ที่โอไซรีสใส่แว่นนี้ก็เพื่อซ่อนนัยน์ตาที่ตรงไปตรงมา...คล้ายการสวมหน้ากากของนักแสดงละครทั้งหลาย เขาครุ่นคิดถึงการกระทำของอัศวินที่เย็นชาต่อผู้คนเช่นเทเซอุส การปกป้องทาสไม่ใช่วิสัยของอัศวินผู้นั้น.....ไม่สิ  เทเซอุสที่ไม่เคยขัดบัญชาเจ้าชายและพร้อมทำทุกอย่างตามประสงค์ทำอย่างนี้เพื่ออะไร

....................หรือว่าทาสหนุ่มนั่นมีอะไรดึงดูดอัศวินโง่งมผู้นี้...............

อุปราชหนุ่มแย้มยิ้มออกมา รอยยิ้มเยือกเย็นถูกเงาของคบไฟทาบทับจนบิดเบี้ยว เสียงหัวเราะต่ำในลำคอสะท้อนก้องกับแผ่นหินขนาดที่ว่า....ทำให้คนที่ได้ฟังสันหลังเย็นวะวาบ



-------------------------------------------------------------------


ทางด้านเจ้าชายหนุ่มที่รับสั่งให้อัศวินคู่ใจนำตนกลับห้องที่ประทับ หากเดินตรงไปยังที่หมายทันทีคงไม่ใช่เคย์ริธิสเป็นแน่ มือเรียวที่วางนิ่งอย่างว่าง่ายกลับยกออกอย่างเอาแต่ใจเมื่อเจ้าชายเดินผ่านอุทยานที่โปรดปราน

กุหลาบแดงบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมอบอวล ไม่มีดอกใดหุบกลีบตูมอยู่ ต่างชูช่อแข็งขันประจันความงดงามอย่างเต็มที่

เคย์ริธิสก้าวเข้าไปใจกลางสวน ดื่มด่ำกับทุ่งกุหลาบที่เปล่งปลั่งเป็นประกาย แต่ไม่ได้สนใจจะเด็ดมันมาแต่อย่างใด ไม่แม้แต่จะก้มลงไปสัมผัสกลีบนุ่มหรือเข้าไปลิ้มกลิ่นหอมรัญจวน

"เข้ามาสิ เทเซอุส" เจ้าชายรับสั่งพร้อมแย้มพระสรวล เมื่อเห็นว่าอัศวินของตนยังคงนิ่งเฉย


เทเซอุสย่างเท้าเข้าเหยียบผืนหญ้าเขียวสด หมู่มวลกุหลาบส่งกลิ่นหอมปกคลุมสวนสวย ร่างของเจ้าชายที่ยืนท่ามกลางดงดอกกุหลาบนั้นราวกับเป็นพวกพ้องเดียวกัน...ไม่ว่าจะเป้นกลีบบอบบาง กลิ่นหอมหวาน หรือกระทั่งหนามอันแหลมคม

ร่างสูงที่ยืนจังก้าอย่างระแวดระวัง สร้างความขบขันให้แก่เจ้าชายไม่น้อย อัศวินของเขาคงความเอาจริงเอาจังได้เสมอต้นเสมอปลาย ความนิ่งขรึมนั้นยิ่งผลักดันให้เจ้าชายอยากกวนตะกอนเบื้องล่างแห่งอารมณ์ของอัศวินผู้เฉยชานี้เหลือเกิน

...ทั้งท้าทายและตื่นเต้น...

"ไม่กลับห้องประทับหรือ..เจ้าชาย"  ร่างสูงเอ่ยเบาๆทั้งที่ยังมองออกไปข้างนอก น้ำเสียงเรียบไม่แสดงอารมณ์ใดๆ  มือใหญ่จับดาบที่ติดเอวให้มั่นคงเพื่อความไม่ประมาท

.................หน้าที่หนึ่งเดียวของเขาคือ พิทักษ์ท่านผู้นี่....คนที่สูงศักดิ์และยิ่งใหญ่เหนือเจ้าชายองค์ใดในโคพริอุส

ร่างโปร่งไม่ตอบคำ สายตากวาดมองดูเหล่ากุหลาบสีแดงสด แย้มสรวลบาง รับสั่งเรื่องน่าสนุกในความคิดแก่ผู้ที่หวังว่าจะมอบความบันเทิงเล็ก ๆ น้อย ๆ

"จงเด็ดกุหลาบดอกที่งามที่สุดมามอบให้ข้า เทเซอุส ถ้าหากข้าพอใจ ข้าจะกลับห้อง"

อัศวินหนุ่มลอบถอนใจก่อนจะเอื้อมมือไปที่ดอกกุหลาบที่ใกล้ที่สุดแล้วเด็ดออกมา ชายหนุ่มสาวเท้าไปเบื้องหน้าก่อนจะคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ดอกกุหลาบในมือถูยื่นให้เจ้าชายผู้เอาแต่ใจ

".....นี่เป็นดอกกุหลาบที่ข้าคิดว่าสวยที่สุดแม้ไม่อาจเทียบเคียงกับท่านได้ ได้โปรดรับมันแล้วเสด็จกลับห้องประทับเถิด ฝ่าเท้าเย็นเยียบอาจทำให้ท่านป่วยได้ หากไม่ขัดเคืองข้าจะถวายการดูแลให้ท่านเอง"   ปลายนิ้วสากลูบไล้ที่รองเท้าเบาๆก่อนจะยกชายผ้าคลุมขึ้นสัมผัสริมฝีปากเบาๆ

ดวงตาสีน้ำเงินลุ่มลึกเบิกกว้างเมื่ออัศวินของตนแสดงความห่วงใยเกินเลยและเกิดความคาดคิด เคย์ริธิสรับกุหลาบงามอย่างเบามือ รับสั่งด้วยความสนุกสนาน "ลุกขึ้น เทเซอุส"

ชายหนุ่มลุกขึ้นก่อนจะปัดเศษดินที่ติดปลายเสื้อคลุม เขาผายมือออกอีกครั้งเพื่อรองรับฝ่ามือนิ่ม ศีรษะได้รูปค้อมต่ำก่อนจะก้าวเดินอย่างเชื่องช้า

"ไม่ทราบว่าท่านจะรับของว่างเลยหรือไม่ ข้าจะได้สั่งคนครัว"

"ไม่ต้อง" สุ้มเสียงเฉียบขาดตอบ

...ชอบหาเรื่องหนีไปจากข้างกายข้าเสียจริง...

กุหลาบดอกงามยังถูกโอบอุ้มไว้เฉกเช่นของล้ำค่า แต่แค่เพียงชั่วครู่หนึ่งเท่านั้น ยังไม่ทันจะพ้นนอกเขตอุทยาน เคย์ริธิสก็โยนกุหลาบนั้นคืนให้อัศวิน

"กุหลาบดอกนี้งามเทียบข้าไม่ได้ แต่ข้าได้สัมผัสมันแล้ว แม้จะชั่วแวบเดียวก็ทำให้มันมีค่ายิ่งกว่าดอกใดในโลก เก็บมันไว้เสียจนกระทั่งเหี่ยวเฉา แล้วระลึกในใจเจ้าไว้ว่าความงามของข้าไม่มีวันโรยรา"

"แล้วข้าจะเก็บไว้อย่างดี จนกว่า.." เสียงทุ้มหายไปในลำคอด้วยไม่กล้าจะเอ่ยอะไรจาบจ้วงให้เสียเกียรติ ดอกไม้ในมือถูกเสียบไว้ข้างดาบ

ว่ากันว่า..ดาบคือชีวิตของอัศวิน

ท่านเคย์ริธิส..ข้าขอรับกุหลาบที่มีค่าที่สุดดอกนี้ไว้อยู่เคียงข้างชีวิตของข้า

ริมฝีปากสีอ่อนยิ้มกระหยิ่มอย่างพึงใจ มือเรียวกุมมือใหญ่แข็งแกร่งกระชับ ก่อนจะเดินตามอัศวินที่นำทางตน สายตาไล้มองแผ่นหลังผึ่งผายนั้นอย่างไม่รู้เบื่อ

สักวันเจ้าต้องปรารถนาในตัวข้า... ปรารถนาล้นเหลือจนละทิ้งหน้าที่ในฐานะอัศวิน


--------------------------------------------------------------



"นี่...เทเซอุส  เจ้าจะไม่หยุดคุยกับข้าหน่อยเหรอ"  เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น ร่างสูงผู้เอ่ยวาจาหวานราวกับน้ำตาลเรียกอีกฝ่ายที่ใกล้จะเดินผ่านไป อุปราชหนุ่มส่งรอยยิ้มก่อนจะก้าวเดินเข้าไปใกล้ มือใหญ่โอบไหล่อัศวินหนุ่มเบาๆ รอยยิ้มหวานแปรเป็นเจ้าเล่ห์เมื่อรู้สึกถึงแรงไหวตรงไหล่ที่ถูกโอบ

".......ข้าอุตส่าห์มาหยุดรอเจ้าที่นี่เชียวนะ"

คิ้วเข้มขมวดมุ่น ทั่วร่างเครียดขึงโดยสัญชาตญาณ "มีธุระอะไร" อัศวินหนุ่มเอ่ยถามด้วยเสียงแข็งกร้าว

"ไหนๆเจ้ากับข้าก็เคยมีพันธสัญญาต่อกัน...อ่อ ลืมไปว่าเจ้าคงไม่อยากจำเท่าไหร่" โอไซรีสกดมือที่ไหล่แน่นขึ้นปลายนิ้วรุกรามลูบไล้เนื้อผ้าชั้นดีที่ห่อหุ้มกายอัศวินหนุ่มเบาๆ

"เจ้าทาสคนใหม่นั่น....เจ้าคิดยังไงกับมัน  ข้าเห็นว่าเจ้าดูเหมือนจะเป็นห่วงไม่ใช่รึ"

เทเซอุสหมดความอดทนกับการละลาบละล้วงของมหาอุปราชเจ้าเล่ห์ จึงสะบัดมือรุ่มร่ามนั้นไปให้พ้นตัว แต่ไม่ได้รุนแรงจนอาจทำให้อีกฝ่ายเจ็บ

กุหลาบงามที่เสียบอยู่ข้างกาย ยังคอยเตือนใจให้นึกถึงการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า...

แม้เกียรติของข้าถูกทำลายป่นปี้ไม่มีชิ้นดี... หากเพื่อปกป้องท่านให้พ้นมือชายผู้นี้... ข้าก็ยินดี

"ข้าเป็นห่วงทาสนั่น... ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง" เทเซอุสตอบอย่างเป็นกลางด้วยเหตุผล

"หึหึหึ จะในฐานะมนุษย์หรืออะไรก็ช่าง....."  โอไซรีสไม่ยอมแพ้ที่จะทำความมุ่งหวังให้เป็นจริง จิตวิทยาเล็กๆน้อยๆของผู้ที่เหนือกว่าเช่นเขาเชื่อว่าอัศวินผู้ซื่อตรงคนนี้หากมีสิ่งที่คอยกระทบจิตใจให้หวั่นไหว.....เหตุผลในการตัดสินใจอาจน้อยลง

...........ซึ่งนั่น....เขาเองสามารถทำได้ง่ายดายนัก.............

มือใหญ่ยึดปลายคางที่หันหนีก่อนจะประกบจูบลงแผ่วเบา ปลายลิ้นลากไล้ริมฝีปากบางที่เม้มแน่น ..............แน่นอนว่าเขาไม่ได้อยากจูบกับคนที่เป็นแค่ 'คืนเดียว' แต่สิ่งนี้คงสั่นไหวจิตใจของชายหนุ่มผู้ห้าวหาญคนนี้ได้ไม่น้อย

"เทเซอุส......เจ้าทาสนั่นอาจตายได้ในเร็ววันหากยังอยู่ในห้องขังนั่น  เจ้าจะปล่อยให้เขาตายอย่างงั้นรึ"

ใบหน้าหล่อเหลาแดงเรื่อเพราะลมหายใจขาดสะดุด หาได้เป็นเพราะเขินอายไม่ อัศวินหนุ่มผละออกจากโอไซรีสผู้มักมาก ยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตนแสดงความรังเกียจอย่างเปิดเผย ทั้งสายตาก็คุกกรุ่นเผาไหม้ด้วยความโกรธ

ทั้งหมดที่แสดงนั่น ไม่ได้มีผลอะไรต่อความคิดหรือจิตใจมหาอุปราชแม้แต่น้อย  อาจยิ่งกลับเพิ่มความรื่นเริงให้เสียด้วยซ้ำ

"ท่านต้องการอะไรกันแน่"

"....เปล่าหรอก....ข้าก็แค่ทำในสิ่งที่ปรารถนาอยู่ลับๆ ทั้งข้าทั้งเจ้าต่างก็เป็นห่วงทาสหนุ่มนั่นไม่แพ้กัน ข้าเองก็อยากให้เขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น...เจ้าเห็นด้วยกับข้ามั้ยที่ว่าควรส่งคนผู้นั้นไปเป็นข้ารับใช้ของท่านเคย์ธีริสที่เจ้าหลงใหล...ถึงขนาดยอมทอดกายให้ข้าเพื่อปกป้อง"  น้ำเสียงเรื่อยๆเหมือนไม่ใส่ใจเอ่ยขึ้นช้าๆพร้อมรอยยิ้มที่ปั้นอยู่บนหน้ากาก อุปราชหนุ่มกอดอกเบาๆแล้วจ้องมองด้วยสายตาแกมขมขู่

".............." เทเซอุสนิ่งเงียบ ชายคนนี้กำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่...?

ทาสคนนั้นบอบบางไร้เรี่ยวแรง แม้จะเวทนาสงสารเพียงใด แต่พื้นเพที่มาเป็นอย่างไรไม่แน่ชัด จะให้รับใช้เจ้าชายเคย์ริธิสได้อย่างไรกัน

"ไปคิดดูนะเทเซอุส....ชีวิตเขาตกอยู่ในมือเจ้าแล้ว  หากเจ้าตกลงข้าจะช่วยพูดกับเจ้าชายให้"   อุปราชหนุ่มแตะปลายคางฝ่ายตรงข้ามอีกครั้งก่อนจะเดินจากมา ในใจนึกกระหยิ่มไปถึง'แผนลับ' ที่แอบวางไว้เงียบๆ เสียงฝีเท้าหนักๆเหยียบพื้นพรมแน่นดังลับก่อนจะค่อยๆเงียบลง

...........เทเซอุส จงคิดให้หนัก จงหวั่นไหวให้มาก เพื่อที่ข้าจะได้ชิงเจ้าชายจากเจ้าได้..ในเร็ววัน

"...นั่นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้าชาย..." เทเซอุสกล่าวทิ้งไว้เบื้องหลังเพียงเท่านั้น ก่อนจะตรงไปยังที่คุมขังของทาสผู้อ่อนแอ...


--------------------------------------------------------------------



ชูรันนั่งกอดเข่าอยู่ที่มุมห้องขัง ศีรษะพิงกับลูกกรงทางด้านขวา ดวงตาคู่สวยปิดสนิท ลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอบ่งบอกได้ดีกว่าร่างบางกำลังหลับอยู่

"นี่....เจ้าทาสคนนั้น....."  อัศวินหนุ่มพูดเบาๆเพื่อปลุกให้ผู้ที่อยู่ในนิทราลืมตา แพขนตายาวที่ทาบผิวแก้มเปรอะเปื้อนส่งให้ใบหน้าดูไม่เลวร้ายอย่างที่คิดนัก ติดจะดูหวานเกินใบหน้าชายทั่วไปด้วยซ้ำ

..........หากได้รับการดูแลสักนิดคงจะเทียบเทียมได้กับเหล่าชายในอาณัติของเจ้าชายหรือพวกขุนนางได้......

"ตื่นเถอะเจ้าทาส"

ดวงตาค่อยกระพริบช้าๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นพร้อมเงยหน้ามองเจ้าของเสียงเรียก เมื่อเห็นได้ถนัดตาว่าเป็นใครก็รีบคุกเข่าลงแทบจะทันที ศีรษะค้อมลงจนแตะกับพื้นหิน

"ขอบคุณท่านที่โปรดช่วยให้เจ้าชายทรงไว้ชีวิตข้า..."

ถึงเทเซอุสจะเป็นอัศวินเอกในเจ้าชายเคย์รีธิส หากแต่การที่มีคนมาแสดงความเคารพถึงขนาดก้มศีรษะติดพื้นยังไม่มีใครทำแก่เขา ร่างสูงปราดเข้าไปดึงร่างนั้นให้นั่งพิงกำแพง เขาค่อยๆย่อเข่าอยู่ในระดับเดียวกัน  ดวงตาสั่นระริกไหววูบของเจ้าทาสนี้ช่างเหมือนกวางน้อยที่ขลาดกลัวต่ออำนาจราชสีห์......

"ข้าทำไปเพียงแค่เห็นแก่มนุษยธรรม"

นัยน์ตาสีทะเลจ้องมองอีกฝ่ายอย่างซาบซึ้งในบุญคุณ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยเสียงเบาหวิว

"ข้าขอสาบาน... ชีวิตของข้า... เป็นของท่าน... หากท่านประสงค์จะให้ข้าทำอะไรได้โปรดเอ่ยบอก..." สิ้นประโยค ชูรันก้มหน้าลงอีกครั้งเป็นการแสดงความเคารพอีกฝ่าย

"ข้าไม่มีค่าพอจะรับชีวิตเจ้าหรอก.......เพราะแม้แต่ชีวิตข้ายังมิใช่ของข้าเลย"  น้ำเสียงที่พูดดูราวตัดพ้อ แต่สีหน้าบ่งบอกถึงความสุข....แน่ล่ะ ชีวิตข้าเป็นของเจ้าชายแต่เพียงผู้เดียว นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มมองไล่ไปที่กำแพงหินสกปรกแล้วนึกเปรียบเทียบกับห้องบรรทมอันโอ่โถงและหรูหราของเจ้าชาย  คำพูดของมหาอุปราชนั้นมิได้กล่าวเกินไปแม้แต่น้อย....ถ้าอยู่ที่นี่อีกไม่นานอาจต้องถึงแก่ชีวิต

เทเซอุสเหลือบมองใบหน้าที่เปรอะเปื้อน....ก่อนจะตัดสินใจทำตามคำพูดของโอไซรีส

"เจ้าอยากไปอยู่ที่อื่นหรือไม่...เจ้าทาส...ขอโทษที่ข้าลืมชื่อเจ้าไป"  เทเซอุสกล่าวเบาๆแล้วยิ้มบางๆ

"... ข้าชื่อชูรัน..." เมื่อเห็นรอยยิ้มของอีกฝ่าย ริมฝีปากบางจึงคลี่ยิ้มบ้าง แม้ในอกจะรู้สึกถึงจังหวะหัวใจที่เต้นผิดปกติ

"หากท่านประสงค์ให้ข้าไปอยู่ที่อื่นขอเพียงเอ่ยบอก..."

"ข้าคิดว่าเจ้าอาจตายเปล่าถ้าอยู่ที่นี่ต่อไป....เจ้าทำงานอะไรเป็นบ้างล่ะ เอ่อ...ชูรัน"  อัศวินหนุ่มเรียกชื่อด้วยความเก้อเขิน ปกติแล้วในวังนี้ทุกคนล้วนเรียกกันด้วยชื่อตำแหน่ง จะมียกเว้นก็แต่เจ้าชายผู้เดียวที่เรียกใครอย่างไรก็ได้

"..." ชูรันหลบสายตาคมพลางเสมองไปด้านข้าง

"อย่างที่เจ้าชายทรงว่า... ข้าคงทำงานที่ใช้แรงไม่ได้... ดีแต่จะทำให้งานล่าช้าลง"

"แต่นอกเหนือจากใช้แรงงานแล้ว... ข้าก็ทำได้หลายอย่างนะท่าน..."

"เจ้าทำความสะอาดได้หรือไม่  เจ้าชายไม่ชอบให้ต้องสกปรกหรือมีฝุ่นผงแม้แต่นิดเดียว  เจ้าจัดน้ำชาเป็นหรือไม่  เจ้าดูแลเจ้าชาย....แทนข้าในยามที่ข้าไม่อยู่ได้หรือไม่"  เทเซอุสถามคำถามมากมายก่อนจะแตะมือที่ไหล่บางเบาๆ ...หากในวันที่ข้าไม่อยู่เจ้าจะดูแลเจ้าชายให้พ้นจากเงื้อมือมหาอุปราชจอมหลอกลวงนั่นได้หรือไม่....  นี่คืออีกเหตุผลหนึ่งในใจของข้าที่จะผลักดันเจ้าไปรับใช้ใกล้ชิดเจ้าชาย

แววตาคมแกร่งมองสบตาสีสวยแปลก ดวงตาราวกับน้ำทะเลที่ดึงดูดผู้คนให้หลงใหลในวังวนจนแทบจมคลั่งได้

"... ข้าทำได้" ชูรันเอ่ยตอบน้ำเสียงหนักแน่น หากมันเป็นสิ่งที่เขาสามารถช่วยเหลืออัศวินผู้นี้ได้ ไม่ว่าเป็นอะไร เขาก็จะทำ

"ดีมากชูรัน..ข้าจะไปถามเจ้าชายว่าเจ้าจะเริ่มงานได้วันไหน" อัศวินหนุ่มตบบ่าเล็กเบาๆก่อนจะลุกขึ้นยืนเหยียดตรง ปลายนิ้วที่สัมผัสดอกกุหลาบโดยบังเอิญทำให้สีหน้าห้าวหาญอ่อนโยนลง รอยยิ้มบางๆแต้มบนใบหน้าเมื่อนึกถึงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าที่ได้รับกุหลาบดอกนี้จากเจ้าชายผู้เป็นที่รัก

"ข้าไปก่อนนะชูรัน แล้วข้าจะมารับเจ้าที่นี่..อีกไม่นาน"

"...." ชูรันค้อมหัวลงรับสั่ง สายตาจับจ้องร่างสูงที่กำลังเดินออกไปจนหายไปกับความมืด ร่างบางกลับมานั่งห่อตัวอีกครั้ง พลางหลับตาลง นึกถึงรอยยิ้มบางเบาของอีกคนแล้วก็ต้องยิ้มออกมาจางๆ

... นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมา...
... ที่ได้สัมผัสกับความรู้สึกอบอุ่นเช่นนี้...





To be continued...

 

 

ลงขัดตาทัพ เห็นมีคนทวง มันยาวดีแฮะ

พรุ่งนี้อย่าลืมไปอุดหนุน Fiction Factory บูธ 37 งาน Comicon Road 3 ที่่เซนท์หลุยนะจ้ะ รายละเอียดด้านล่าง 

ย้ำ

ไม่มาซื้อ ไม่ต่อฟิค (จะมีใครเชื่อปะ) 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อร๊างงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
มองข้ามแม่งหมด

อัศวินหล่อออออออออออออออออออออออออออออออออออออ หล่ออออออออออออออ ควายยยยยยยยยยยยย เท่ห์ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด แสรดดดดดดดดดดด ไอ้บ้าเอ๊ยยยยยยยยยยยยยยย

อีทาสสสสสสสสสสสส สวยยยยยยยยยยยยย โมเอ้ ใสๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กิ๊ง อั๊งงงงงงงงงงงงง รัก งื้ออออออออออออ
อยากไปงาน คอมมิคคอน จางงง

#2 By Nw.kana Quatre on 2008-05-18 18:11

อะฮ๊างงงง ไอ้ตอนนี้อัศวินมันโคตรรักเจ้าชายเลย ก๊าวใจไปอีกแบบ กรั่กๆๆๆ

อีอุปราชแม่ง...นึกถึงตอนที่เป็น อุปราชxอัสวินแล้วมัน...

ทำร้ายอีเทะไปซะแล้ว งื้ดดดดดด

#3 By +:+:+ミーピン+:+:+ on 2008-05-19 12:15

ชูรันน่ารักบอบบางน่าปกป้อง....งิ้ววววววววว

เอาชูรันไปรับใช้เจ้าชาย....เดี๋ยวโดยกลั่นแกล้งน๊าาาาาาาา

อัศวินจะหล่อไปไหน อีฉากกับดอกกุหลาบนั่นมัน...โฮ้ยยยยย!!

เจ้าชายหลงตัวเองได้อีก...
/วิ่งเข้าไปตบตีก่อนจะถูกจับโยนออกมา

#4 By ~Rainy Day~ on 2008-05-19 23:27