[Tenipuri AU Fiction] Cross (6): Chaser (4)

posted on 12 May 2008 21:44 by keechan  in Fiction

 

Cross (ุุ6) : Chaser (4)

 

Pairing : Tezuka Kunimitsu x ????????, Oshitari Yuushi x ????????

 

โอชิทาริเลือกที่จะมาร้านดอกไม้ในตอนสาย ๆ เหมือนอย่างที่ตอนมาครั้งแรก เพราะนั่นคือช่วงเวลาที่จะไม่มีลูกค้าคนอื่นอยู่ โอกาสดีที่เขาจะได้คุยกับร่างโปร่งที่น่ารักนั้นเพียงลำพัง ทั้ง ๆ ที่ครั้งแรกแวะมาได้เพราะหลงทาง แต่โอชิทาริกลับจำทางที่จะมาที่นี่ได้แม่น เขาจอดรถแล้วค่อย ๆ ก้าวเข้าร้านที่อบอวลไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ด้วยหัวใจทิ่ลิงโลด

ภายในร้านยังว่างเปล่าเหมือนเดิม เงียบราวกับไร้ผู้คน โอชิทาริยิ้มกับตัวเองแล้วนึกสนุกว่าถ้าร้านว่างเหมือนไม่มีคนดูแลแบบนี้ ถ้าเขาจะลักพาตัวคนเฝ้าร้านไปสักพักคนไม่ผิดสังเกต ถ้าได้ทำจริงคงจะสนุกดี

เสียงคนคุยกันแว่วมาจากด้านใน โอชิทาริขมวดคิ้วแล้วเงี่ยหูฟัง รู้สึกว่าตนโดนตัดหน้ายังไงชอบกล เขาอยู่ห่างเกินไปจนฟังบทสนทนาได้ไม่ถนัด โอชิทาริจึงถือวิสาสะเข้าไปในร้านด้านใน พอเข้าไปใกล้ก็ได้ยินสิ่งที่พูดคุยกันอยู่ชัดเจน

“---ไม่เห็นบอกผมเลยว่าจะมา” เสียงใสที่คุ้นหูดังออกมาก่อน คงอยู่กับใครบางคน

“ถ้าบอกก่อนก็ไม่ได้เห็นนายตอนแปลกใจน่ะสิ” อีกเสียงว่า เป็นเสียงทุ้มของผู้ชาย น่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา

“งานยุ่งรึเปล่า ช่วงนี้”

“ก็แทบจะล้นมือเลยล่ะ แต่พอมาหานายที่ร้านทีไร รู้สึกหายเหนื่อยไปเยอะ”

ร่างโปร่งหัวเราะ “ฮะฮะฮะ หายเหนื่อยเพราะเห็นดอกไม้ ไม่ใช่เพราะผมหรอกมั้ง”

ระหว่างที่ฟังคนทั้งคู่กระเซ้าเย้าแหย่กัน โอชิทาริก็ค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปใกล้เสียงนั้นมากขึ้นโดยพยายามไม่ให้เกิดเสียงดัง โอชิทาริไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองต้องทำหลบ ๆ ซ่อน ๆ เขาไม่ใช่คนร้ายที่จะเข้ามาขโมยของเสียหน่อย แต่พอฟังบทสนทนาแบบนั้นแล้วเขาอยากจะเข้าไปโผล่ทำลายบรรยากาศหวานแหววอย่างนั้นเสียหน่อย

ชั่วร้ายดีแฮะ... เขาชอบความคิดนี้จัง

อีกอย่างก็อยากจะดูน้ำหน้าผู้ชายที่เจ้าของร้านดอกไม้หน้าหวานคนนั้นหัวร่อต่อกระซิกด้วยว่าจะมีดีอะไรเทียบเขาได้สักเสี้ยวรึเปล่า

“เอาแต่ถามถึงฉัน นายเองเถอะ ไม่มีปัญหาอะไรใช่มั้ย” เสียงทุ้มถามบ้าง

“ไม่มีหรอก สบายมาก ผมชอบงานที่นี่มากเลย ได้อยู่ใกล้ ๆ สิ่งที่ผมชอบมาก ๆ”

โอชิทาริก้าวเข้ามาใกล้จนเห็นแผ่นหลังของผู้ชายอีกคน จากตรงนี้เขามองไม่เห็นหน้า ถ้าจะเปลี่ยนมุมเอาดื้อ ๆ ก็ดูท่าจะทำให้ทั้งคู่รู้ตัวแน่

แล้วเขาก็เพิ่งรู้ตัวว่าดวงตาสีน้ำทะเลกำลังจ้องมองตนด้วยแววโกรธเคือง ก่อนคำถามจะพุ่งเป้ามาที่ตัวเอง

“มีธุระอะไรหรือครับ คุณลูกค้า ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่คุณควรจะเข้ามาเลย” นั่นฟังดูเป็นคำตำหนิมากกว่าคำต้อนรับ

“ผมลองเรียกดูที่หน้าร้านแล้วแต่ไม่มีใครตอบ ก็เลยลองเข้ามาเดินข้างในดู คงไม่คิดว่าเป็นความผิดของผม 100 เปอร์เซ็นต์หรอกนะครับ คุณคนสวย” ตอกกลับได้อย่างแนบเนียนและยังโยนความผิดกึ่งหนึ่งไปให้อีกฝ่ายได้อีก คงไม่มีใครปลิ้นปล้อนและหัวไวเท่าโอชิทาริ ยูชิคนนี้แล้ว

ชายอีกคนหันมามองเขาด้วยสายตากึ่งพิจารณากึ่งสงสัย ก็เป็นผู้ชายหน้าตาพื้น ๆ ธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่มีจุดเด่นอะไรนี่ ทรงผมก็สุดเชย การแต่งตัวก็งั้น ๆ มองยังไงก็เป็นพนักงานบริษัทจน ๆ ไม่คิดเลยว่าคนสวย ๆ แบบนี้จะรสนิยมไม่ได้เรื่อง

“ผมต้องขอโทษด้วยที่บริการบกพร่อง ไม่ทราบว่าวันนี้คุณต้องการดอกไม้แบบไหนหรือครับ”

“เอาเข้าจริง ๆ แล้ว... วันนี้...” โอชิทาริแกล้งลากเสียงยาวเพื่อเย้ายวนอีกฝ่าย ในขณะที่ฟูจิกำลังกุลีกุจอตระเตรียมหาดอกไม้ให้ ผู้ชายมีเสน่ห์อย่างเขากำลังเชิญชวนให้ไปทำงานที่มีชื่อเสียงและเงินเป็นกอบเป็นกำ กับผู้ชายจน ๆ ที่เข้ามาคุยโดยไม่มีอะไร ดูซิว่าจะสนใจใครมากกว่า “ผมไม่ได้มาซื้อดอกไม้ธรรมดา ๆ หรอกครับ”

แววคำถามและเคืองขุ่นผุดขึ้นบนใบหน้าสวยพร้อม ๆ กัน เขาจับในน้ำเสียงได้ว่าโอชิทาริคงไม่ได้มาซื้อดอกไม้อย่างที่ว่า แล้วจึงเอ่ยประชด “แล้วคุณต้องการดอกไม้พิเศษขนาดไหนละครับ”

“ดอกไม้ที่เคลื่อนไหวได้ เป็นตัวแทนของความงามในธรรมชาติ ท่ามกลางทุ่งหญ้ากลิ่นหอมหวล” โอชิทาริเอ่ยแล้วผายมือมาด้านหน้า เจาะจงถึงตัวของฟูจิ “ผมหมายถึงคุณ”

คิ้วเรียวขมวดมุ่น ฟูจิไม่เข้าใจคำพูดของอีกฝ่ายสักเท่าไหร่ แต่พยายามเก็บงำอาการโกรธเอาไว้ “หมายความว่ายังไง”

โอชิทาริสังเกตได้ว่าผู้ชายอีกคนที่นั่งอยู่ก็ส่งสายตาไม่พอใจมุ่งมาที่เขาเช่นกัน เขาจึงเลิกเล่นลิ้นแล้วเริ่มแนะนำตัว แล้วอธิบายถึงภูมิหลังบริษัทของตน ภาพลักษณ์ของสินค้า ความน่าเชื่อถือที่ได้รับจากผู้บริโภค รวมถึงค่าตอบแทน 8 หลักนั่นด้วย (เขาข้ามที่จะพูดถึงสาเหตุที่ต้องการนายแบบที่ไม่ใช่มืออาชีพไป) มีแต่เรื่องการจัดการธรุกิจเพียงอย่างเดียว ไม่มีความรู้สึกส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง

“เป็นเรื่องบังเอิญเสียจริงที่ผมนึกถึงคนที่แสนจะเหมาะสมกับสินค้าตัวนี้อย่างคุณขึ้นมาได้ คงเป็นพรหมลิขิตที่นำพาผมมาที่ร้านแห่งนี้ เพื่อพบกับคุณ และเพื่อที่เราจะได้ทำงานร่วมกันต่อจากนี้”

“ขอบคุณนะครับสำหรับคำชมเชย การที่คนอย่างคุณประเมินค่าผมสูงเสียถึงขนาดนั้นทำให้รู้สึกเป็นเกียรติมาก” ร่างบางพูดถ่อมตน เว้นช่วงให้ความหวังอีกฝ่ายสักครู่ แล้วตัดคำเชื้อเชิญนั้นดังฉับไม่เหลือเยื่อใย “แต่ผมต้องขอปฏิเสธ ผมไม่ชอบการทำงานที่วุ่นวายแบบนั้น หวังว่าคุณคงเข้าใจ”

ให้คนอย่างโอชิทาริเข้าใจว่าสิ่งที่ตนหวังจะคว้ามาต้องหลุดลอยไปจากมือน่ะหรือ คงจะทำได้ยากหน่อย เขามันโง่กับเรื่องแบบนี้ซะด้วย ชายหนุ่มรีบพูดแทรกเพื่อโน้มน้าว “อย่าเพิ่งรีบด่วนตัดสินใจ ให้ผมได้มีโอกาสพูดถึงรายละเอียดของงานมากกว่านี้อีกหน่อยสิครับ อาจจะเป็นที่โต๊ะอาหารเย็นก็ได้ เราจะได้มีเวลาคุยกันมากขึ้น”

“ผมยังมีงานต้องทำ” ฟูจิเอ่ยอ้อม ๆ เป็นการปฏิเสธข้อเสนอนั้น แต่อีกฝ่ายกลับตอบมาทันควัน

“ผมรอได้ ยังไงการทำให้คุณตกลงรับงานนี้ก็เป็นงานของผมเหมือนกัน”

“ฟูจิปฏิเสธชัดเจนแล้วไม่ใช่เหรอ คุณน่าจะเลิกล้มความตั้งใจซะนะ ยังไงเขาก็ไม่สนใจหรอก” คนที่นั่งสนทนาอยู่ด้วยก่อนเอ่ยขัดขึ้นมาเป็นครั้งแรกหลังจากที่ทนนิ่งเงียบอยู่นานเพราะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเอง โอชิทาริยกยิ้มแล้วพ่นหัวเราะเบา ๆ ไม่มีทางที่เขาจะดูไม่ออกว่านี่คือการประกาศสงคราม

กรรมการผู้จัดการแห่ง Rondeau ไม่ใส่ใจคำคัดค้านนั้น เขายังจงใจเล่นหูเล่นตากับเจ้าของดวงตาสีน้ำทะเลน่าหลงใหล “ฟูจิหรือครับ ชื่อเพราะจริง ๆ”

ร่างบางไม่สนใจต่อคำประจบนั้น “ก็อย่างที่เขาว่านั่นแหละ ยังไงผมก็ไม่สนใจหรอก คุณจะเสียเวลาเปล่า ๆ”

ยิ่งถูกปฏิเสธก็ยิ่งทำให้โอชิทาริรุกรานมากขึ้น คราวนี้เขาถึงกับพุ่งเข้ามาตรงหน้า แล้วถือวิสาสะกุมมือเรียวไว้ ข้ามหน้าข้ามตาคนที่นั่งอยู่อีกคนซึ่ง ๆ หน้า

“อย่าพูดอย่างนั้นสิครับ ผมขอร้องล่ะ ไม่มีใครเหมาะกับงานนี้เท่าคุณอีกแล้ว ผมมั่นใจ ชายหนุ่มที่ถูกรายล้อมไปด้วยกลิ่นหอมนุ่มนวลเช่นคุณ ไม่ควรจะเก็บซ่อนความหอมหวานเช่นนี้เอาไว้เปล่า ๆ”

ฟูจิเลิ่กลั่กเพราะตั้งตัวไม่ทันที่จู่ ๆ ก็ถูกจับมือ เสียงทุ้มก็เอ่ยค้านขึ้นอย่างไม่พอใจ “ผมคิดว่าคุณกำลังละลาบละล้วงเกินไปหน่อยแล้ว ปล่อยมือฟูจิเดี๋ยวนี้”

โอชิทาริสวนกลับทันที “คุณไม่มีสิทธิ์สั่งผม อีกอย่างกะอีแค่จับมือ ผมคิดว่ามันคงไม่สึกหรอหรอกนะ” พูดเสร็จก็ส่งยิ้มหวานให้ร่างบาง แล้วยอมปล่อยมือแต่โดยดี เขารู้จักจะใช้โอกาสอันสมควรให้เป็นประโยชน์ การยอมถอยให้รู้ว่าเขาเป็นคนมีมารยาทพอจะสร้างความประทับใจให้อีกฝ่ายได้มากกว่าคนที่ชอบโวยวายไม่เข้าเรื่อง

“ผมรับรองว่าระหว่างทำงานจะไม่มีเรื่องอะไรมากวนใจคุณได้ ขอเอาตำแหน่งของผมเป็นประกันเลย ฟูจิ” เขาเรียกชื่อทันทีโดยหวังจะสร้างความสนิทสนมให้มากขึ้น ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำฟังดูมีเสน่ห์ ไม่ว่าใครได้ยินก็ต้องลุ่มหลงกันทั้งนั้น

ร่างสูงรีบเข้าไปขวางก่อนที่โอชิทาริจะมีโอกาสพูดโน้มน้าวไปมากกว่านี้ และเขาไม่ชอบด้วยที่จะมีใครมาทำตัวรุ่มร่ามแบบนี้กับฟูจิ แววตาคมกร้าวส่อถึงความขุ่นเคืองอย่างเปิดเผย และคำแสดงความเป็นเจ้าของก็ออกจากปากด้วยอารมณ์

“ฟูจิเป็นแฟนฉัน เข้าใจชัดรึยัง”

โอชิทาริทำเฉย เขาเพียงแค่ยักไหล่ ในขณะที่ฟูจิเบิกตาด้วยความตกใจ เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเอ่ยคำพูดนั้นออกมา

“ทาจิบานะ...”

มือแกร่งโอบเข้าที่ไหล่บาง แสดงออกถึงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอย่างเต็มที่

“พูดอย่างนั้นได้โดยไม่คิดอะไรเลยนะ คุณคิดว่าเหมาะสมแล้วเหรอที่ทำท่าอย่างนั้นกับคนที่อาจจะเป็นลูกค้าของร้านนี้น่ะ ฟูจิ จะเลือกใครเข้ามานั่งด้วยในร้านก็ดูให้ดีหน่อยนะ ธุรกิจของเธออาจจะพังได้ง่าย ๆ เพราะคนทำท่าอวดดีแบบนี้ใส่ลูกค้าก็ได้”

“นี่ นาย!” ทาจิบานะชักจะฉุนขาด ทั้ง ๆ ที่เป็นผู้บุกรุกแท้ ๆ ยังทำตัวเหมือนถือไพ่เหนือกว่าเขาได้หน้าตาเฉย เขาเกือบจะออกหมัดไปแล้ว ถ้าหากฟูจิไม่รั้งไว้

“ไม่เอาน่า ทาจิบานะ” ฟูจิว่า แล้วหันมาทางโอชิทาริ “ผมไม่อยากให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในร้าน ถ้าคุณอยากจะรอ ก็ขอความกรุณาไปรอที่อื่นที่ไม่ใช่ที่นี่ ถ้าหากว่าผมจัดการเวลาช่วงเย็นได้ก็อาจจะยอมไปกับคุณ แบบนี้โอเครึเปล่า”

โอชิทาริยักยิ้มอย่างพอใจ รอยยิ้มการค้าประดับบนใบหน้าเฉียบคม “ฉลาดสมกับเป็นคุณจริง ๆ งั้นตอนเย็นผมจะมารับ”

ถ้าหากไม่มีทาจิบานะยืนกันท่าไว้ โอชิทาริคงไม่พลาดโอกาสกุมมือเรียวยาวนั้นมาจุมพิตเป็นการอำลา แต่เอาเถอะ โอกาสยังมีอีกเยอะ ร่างสูงจึงแค่โบกมือลาอย่างสุภาพ แล้วกลับออกไปเหมือนกับตอนที่เข้ามา

ถึงตัวปัญหาจะไปแล้ว แต่ความเดือดดาลของทาจิบานะยังไม่ดับลง “นายไม่น่ารับปากเลย”

ฟูจิยิ้ม “ผมไม่ได้รับปากเสียหน่อย แค่บอกว่า ‘ถ้า’ เท่านั้นเอง”

“ก็นั่นแหละ น่าจะปฏิเสธให้เด็ดขาดไปเลย กับคนอย่างนั้นน่ะ”

“ไม่ต้องเป็นห่วงผมมากขนาดนั้นก็ได้” ฟูจิพูด ดวงตาสีน้ำทะเลสื่อความหมายบางอย่างที่ทาจิบานะรู้ตัว เขายกมือออกจากไหล่บางที่กอบกุมอยู่อย่างเผลอตัวด้วยความหึงหวง

“...ขอโทษนะ”

“ไม่เป็นไรหรอก ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณ แต่ไม่ต้องลำบากทำขนาดนั้นก็ได้นะ” ประโยคนั้นเป็นทั้งคำขอบคุณจริง ๆ และคำตำหนิกลาย ๆ “เธอจะต้องกลับไปทำงานแล้วไม่ใช่เหรอ”

ทาจิบานะรู้ดีว่าตนได้ทำเรื่องไม่สมควรจึงรู้สึกสำนึกผิด และรู้ว่าคำพูดนั้นคือการเชิญตนให้กลับไปอย่างสุภาพ เขาจึงไม่ได้คัดค้านอะไร "ถ้าตอนเย็นเจ้านั่นยังตื้อไม่เลิกก็โทรมาบอกฉันได้นะ”

“ผมดูแลตัวเองได้น่า อีกอย่าง ถ้าเป็นตอนเย็นล่ะก็จะมีทั้งเอย์จิ แล้วก็ซาเอกิอยู่ด้วย ไม่เป็นไรหรอก”

ไม่มีทางที่เขาจะสนใจคนอย่างนั้นหรอก ไม่ว่าจะพยายามขนาดไหนก็ไม่มีใครสามารถครองใจฟูจิได้ นอกจากคนที่เป็นเจ้าของหัวใจอยู่ตอนนี้เท่านั้น

 

 

To be continued... 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ชั่วร้ายดีแฮะ... เขาชอบความคิดนี้จัง
^
^
ขำพรูดดดด ชี่เอ๊ย หึหึหึ

ฟูน่าร๊ากกกก ทำอะไรก็ดีจ้ะ โมเอ้ น่ารัก คนสวยยย สวยยยย/ลำเอียง....

ก..กล้วย...

กล้วยเอ๊ย...

จะชมว่าหล่อก็ชมไม่ลง เฮ้อ...

คือการกระทำมันหล่อค่ะแต่ว่า...มันกล้วย...

#1 By +:+:+ミーピン+:+:+ on 2008-05-12 22:31

เอ่อ... ชี่... ชี่... *กรีดร้อง*
ฟูๆสวย

รออ่านตอนต่อไปงับ
“ผมลองเรียกดูที่หน้าร้านแล้วแต่ไม่มีใครตอบ ก็เลยลองเข้ามาเดินข้างในดู คงไม่คิดว่าเป็นความผิดของผม 100 เปอร์เซ็นต์หรอกนะครับ คุณคนสวย”

คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย คุณคนสวย ฮากกกกกกกกกกกกกกกกกก สวยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ฟูวววววววววววววววว ก๊าวววววววววววววววววววว สวยยยยยยยยยยย บรรยายซะสวยยยยยยยยยยยยยยย

ด๋อยยยยยยยยยยยย อีชี่ อีหม้ออออออออออ หล่ออออออออ ฮากกกกกกกกกกกกกกก (แกหล่อได้เพราะอีเทะยังไม่มีบท) แม่งงงงงงงง แต่ละคำที่ออกมาจากปากแก กูขนลุกเลยนะเว้ยยยย แต่ก็ชอบ โหวตตตตตตตตตตตตตตตต โฉดถึงใจค่ะ กรี๊ดดดดดดดดด



“ฟูจิเป็นแฟนฉัน เข้าใจชัดรึยัง”

โอชิทาริทำเฉย เขาเพียงแค่ยักไหล่ ในขณะที่ฟูจิเบิกตาด้วยความตกใจ เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเอ่ยคำพูดนั้นออกมา

“ทาจิบานะ...” <<

อีประโยคแรกกูกำลังจะกรี๊ด แสรดดดดดดดดดดด อีกล้วยยยยยยยยยยยยยย มาทำไร อีรร.ลูกเมียน้อยยยยยยยยยยยยย ด๋อยยยยยยยยยยยยยยย ออกป๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยย

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด สั้น สั้น สั้นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

อีฟูสวย เร้าใจทุกประโย กระตุ้นสัญชาตญาณดิบถ่อยของคนอ่าน (อย่างคอมเมนต์แรก เป็นต้น) ฮากกกกกกกกกก แม่งน่ากดซะอย่างงี้ อา

ฟิคเรื่องนี้อุดมไปด้วยผู้ชายของฟู อั๊งงงงงงง ดอกไม้เป็นสุข สวยยยยยยยยย ทำไมสวยยังงี้ ฮึ่ยยยยยยยยยยย

อีกล้วยยยยยยยยยยยยยยยยยย เอามือออกปายยยยยยยยยย ออกปายยยยยยยยยย ไม่ใช่ของแก กรี๊ดดดดดดดดดดดดด /ตบตีกล้วยออกไป


เทะฟูบันซายยยยยยยยยย ชี่ฟูวบันซายยยยยยยยยยยยยยยย (??????)
อิ๊ ทาจิบานะ แบนด์ๆๆๆๆๆ

ชี่อย่ารอ.....ตอนเย็นมันช้าเกินไปปป

ลักพาตัวไปเล้ยยยยยยยยย5555+


เรื่องนี้ฟูสวยจิงๆ
และมีผู้ชายข้างกายเตมไปหมด55555555



cryแต่ตอนนี้โหวตชี่มากๆๆๆเลยคระ~~
ยูชิสุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
เท่โคดดดดดดดหล่อโคดดดดดดดดด
ทาจิบานะ......???????
ทำไมเป็นทาจิบานะงะ
แอบงง
ไม่ใช่ เทะจัง เหรอคะ
เง้ออออออออออออออ
อีชี่หม้อมากกกกกกกกก

#5 By MireI on 2008-05-13 09:31

ชี่เอ้ยยยยยย ชั่วได้อีกสินะ กรั่กๆๆ
เอออ ไอ่หล่ออออ
....
“ฟูจิเป็นแฟนฉัน เข้าใจชัดรึยัง”

โอชิทาริทำเฉย เขาเพียงแค่ยักไหล่ ในขณะที่ฟูจิเบิกตาด้วยความตกใจ เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเอ่ยคำพูดนั้นออกมา

“ทาจิบานะ...” <<
....
ความรุสึกเหมือนพี่ฮานะเลย ประโยคแรก กรี๊ดไปแล้วววว
ไอ่ประโยคต่อมา หุบกรี๊ดแทบไม่ทัน -*-

ทาจิบานะ...มาทำไมน่ะ(มากันชี่ไง) เกะกะ ออกไปๆๆ
บังอาจมาหาฟูจังแสนสวยตอนอยู่คนเดียววว

เทะ........แกหายไปไหนอีกแล้วววววววววววววว!!!!!
มาหาเมียซะทีสิโว้ยยยย

#6 By TsuKuro on 2008-05-13 09:43

บรรยายฟูจิได้สวยมั่กๆ เลย เห็นภาพเลยอ่ะ

ฟูววววววววววว สวยมากกกกก



ชี่หม้อคนเก๊ง เก่ง

รักชี่ในเรื่องนี้มาก บุคลิก+นิสัยโดนใจ

เทะไปหนายยยยยยยยยยย

จะได้เจอฟูไหมมมมมมมมมม

#7 By fuchi (^^) on 2008-05-13 13:39

“ทาจิบานะ...” ==> อ่านประโยคนี้แล้วขยี้ตาอีกสองรอบ
อืมมม กรูไม่ได้อ่านผิด ไม่ได้อ่านผิดจริงๆ

เห็นด้วยกะฮานะ
แบนนนนนนนนนนน
มาทำม้ายยยยยยยยย
ออกป๊ายยยยยยยยยยยยยย

เทะหายไปหนาย แกเป็นพระเอกแน่เรอะ

ชี่ นี่ตื้อได้โล่ห์มาก ตื้อแบบหน้าด้านสุดๆ 5555 เค้าบอกไม่สนก็ยังอุตส่าห์พล่าม
“อย่าพูดอย่างนั้นสิครับ ผมขอร้องล่ะ ไม่มีใครเหมาะกับงานนี้เท่าคุณอีกแล้ว ผมมั่นใจ ชายหนุ่มที่ถูกรายล้อมไปด้วยกลิ่นหอมนุ่มนวลเช่นคุณ ไม่ควรจะเก็บซ่อนความหอมหวานเช่นนี้เอาไว้เปล่า ๆ”
==> โอ้ย คิดได้ยังไงคร้าพี่น้อง เลี่ยน ชวนอ้วก

#8 By Mercutery on 2008-05-13 19:26

โอ้วววววว บาน้าน่า OoO!!!!!!!

#9 By [:nakare:] as Sanada Genichirou on 2008-05-13 20:44

ชี่หม้ออออออออออออ โคตรรรร~~!!!! (แต่ชอบนะ คึก คึก คึก)

ตกใจหมดเลยทาจิบานะ....