[Tenipuri AU Fiction] Cross (5): White Message (2)
posted on 06 May 2008 19:55 by keechan in Fiction
Cross (3) : White Message (1)
Pairing : Tezuka Kunimitsu x ????????, Oshitari Yuushi x ????????
“ยังไม่ชินอีกเหรอ” เสียงของยามาโตะ ยูได เอ่ยทักญาติผู้น้องของตนที่ผ่านวันเหนื่อย ๆ มาทั้งวัน ใบหน้าได้รูปนั้นดูอ่อนล้าเพราะเหตุการณ์ที่เพิ่งเผชิญมาไม่นาน
“กับเรื่องแบบนี้คงชินไม่ได้ง่าย ๆ นักหรอกครับ” คือคำตอบของเทสึกะ
ทั้ง ๆ ที่ยังมีอะไรต้องฝึกฝนอีกมากในความคิดของเทสึกะ แต่ผลตอบรับกลับเป็นไปในทางบวกอย่างล้นหลาม เช่นนี้แล้วเขาเองก็กังวลว่าหากผลงานชิ้นต่อไปไม่สามารถไต่สูงขึ้นถึงมาตรฐานในครั้งนี้ได้คงจะแย่ เขาไม่ได้ต้องการเด่นดังจากการเขียนหนังสือ เทสึกะเพียงแค่ต้องการระบายความรู้สึกในมุมมองของตนให้สาธารณะชนรู้ พิจารณาดูจากฝูงชนที่มาในวันนี้ นับได้ว่าเขาประสบความสำเร็จในการถ่ายทอดข้อความได้ให้กับคนจำนวนหนึ่ง แต่ที่เหลือส่วนใหญ่แล้ว เขาไม่แน่ใจว่าเข้าใจถึงแก่นแท้ที่เขาต้องการจะสื่อหรือไม่ คนกลุ่มนั้นทำท่าตื่นเต้นดีใจราวกับเขาเป็นดาราวัยรุ่นตอนที่มาขอลายเซ็น ดูไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยเอาเสียเลย
เรื่องนั้นจะเป็นยังไงก็ช่างมันก่อนเถอะ ที่สำคัญกว่าตอนนี้คือเทสึกะไม่สามารถมีความคิดใหม่ ๆ เพื่อเริ่มต้นเขียนตามทีต้นสังกัดเรียกร้องมาให้ได้
ยามาโตะเองก็รับรู้ถึงความกดดันอันนี้ คนอย่างเทสึกะถ้าไม่มีใจจะทำอะไรแล้ว ไปบังคับให้ทำก็ไม่มีทางได้ผลดี อาจจะออกมาในขั้นพอดูได้ แต่นั่นไม่ใช่ผลงานอย่างที่เทสึกะ คุนิมิตสึ ต้องการ แม้ว่าเทสึกะไม่เคยบอกกับเขาตรง ๆ แต่เขารู้จักนิสัยของหลานผู้ดื้อดึงคนนี้ดี
“เธอน่าจะไปเปลี่ยนบรรยากาศทำอย่างอื่นดูบ้างนะ เอาแต่อุดอู้อยู่ในที่เดิม ๆ คงไม่มีอะไรแปลกใหม่ผุดออกมาได้หรอกนะ”
เทสึกะเห็นด้วย แต่เขาไม่อยากจะทำเช่นนั้น การเปลี่ยนบรรยากาศเหมือนเป็นข้ออ้างที่ไม่สมควร ถ้ามีใครมาบอกกับเขาอย่างนั้นเขาจะคิดว่าเหมือนหนีเที่ยวมากกว่า
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่แข็งกร้าวบ่งบอกเป็นเชิงปฏิเสธ ผู้เป็นญาติผู้ใหญ่จึงพูดแซวต่อ
“ป่านนี้น่าจะมีคนที่อยากจะเจอหน้าเธอจะแย่อยู่แล้วนะ ไม่แวะไปหาสักหน่อยเหรอ ไม่ได้อยู่ไกลกันมากจนไปหาไม่ได้เสียหน่อย”
เทสึกะกลับไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบที่ตื่นเต้น เขาเพียงแต่ตอบกลับเรียบ ๆ เท่านั้น “ผมจะไปรบกวนเวลาทำงานเขาเปล่า ๆ”
หาอะไรอย่างอื่นทำ... ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ว่าอะไรล่ะ? อะไรที่จะทำให้เขาหลุดออกจากกรอบที่เป็นอยู่ทุกวัน ถ้าได้เจอหน้าคนคนนั้นแล้ว... หัวใจจะสงบลงได้รึเปล่านะ
เทสึกะรู้สึกว่ายังมีอะไรบางอย่างขาดหายไป หรือเป็นเพราะว่าเขาอยู่ห่างจากคนที่รักมานานเกินไป ถึงมันจะผ่านมาแค่... 2 สัปดาห์เท่านั้นเอง หรือเป็นเขาเองที่ไม่รู้จักพอ? ชีวิตที่เงียบสงบและมีอิสระอย่างทุกวันนี้ ก็เป็นสิ่งที่เขาปรารถนามาตลอดไม่ใช่หรือ มีคนรักที่เข้าอกเข้าใจวิถีชีวิตของเขาพร้อมจะอยู่เคียงข้างแบบนี้ก็ไม่ควรจะคิดใฝ่หาอะไรอย่างอื่นให้วุ่นวายอีกแล้ว
ภาพใบหน้าที่แต้มด้วยรอยยิ้มอันสวยงามผุดขึ้นมาในจินตนาการ แค่เพียงเท่านั้นก็ทำให้เทสึกะอมยิ้มขึ้นมาได้ คนคนนั้นเป็นคนที่สอนให้เขารู้จักกับสิ่งที่เรียกว่าความรัก ทุกวินาทีที่ใช้ไปด้วยกันนั้นช่างล้ำค่าเกินจะเปรียบ แค่ได้ยินเสียงที่ไพเราะเหมือนกับดนตรีนั่น... หัวใจก็เบ่งบานด้วยความยินดี
“คิดถึงขนาดนั้นก็ไปหาซะสิ บ่ายนี้เลยเป็นไง”
เสียงทุ้มของผู้สังเกตการณ์ดังขึ้นขัดความคิดเพ้อฝันที่ลอยไปไกล ใบหน้าที่มักจะเรียบเฉยถึงกับแดงเรื่อขึ้นมาเมื่อรู้สึกตัวว่าตนจินตนาการไปถึงไหน ๆ แล้วยิ่งอายจนไม่รู้จะพูดอะไรกลบเกลื่อนเมื่อยามาโตะแซวต่อ
“ความคิดถึงมันทะลักออกมาทางสีหน้าหมดแล้ว คุนิมิตสึ” ผู้สูงวัยกว่าหัวเราะเบา ๆ
“คุณยามาโตะ!”
“มีแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวที่เธอไม่เคยหลอกฉันได้ เพราะเธอเก็บอาการได้ไม่แนบเนียนเอาเสียเลยนะ”
เทสึกะเถียงไม่ออก ในเมื่อสิ่งที่พูดมามันถูกต้องทั้งหมด เขาได้แต่เสมองไปทางอื่นด้วยไม่อยากจะต่อปากต่อคำอีก
“ตกลงจะไม่ไปดูหน่อยหรือ เธอเองก็เหนื่อยมาทั้งวัน น่าจะหาที่ผ่อนคลายบ้างนะ งานบ้านวันนี้ฉันจะรับเหมาทำเองก็ได้ ส่วนข้าวเย็นจะออกไปดินเนอร์ข้างนอกหรือจะกลับมากินก็โทรมาบอกแล้วกัน”
ยามาโตะพูดมัดมือชกเหมือนกับว่าเทสึกะตกลงปลงใจจะไปจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่เขายังไม่ได้พูดอะไรสักคำ เทสึกะยอมแพ้แล้วถอนใจ ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรนี่นะ ถ้าฉันโผล่ไปให้เห็นหน้าแบบไม่รู้ตัว นายจะตกใจรึเปล่า จะทำหน้าแบบไหนกันนะ
คิดถึงมาก...
-//-//-//-//-//-//-//-//-//-//-
เป็นวันที่น่าเบื่อของอาโตเบะอีกวัน โอชิทาริหยุดงาน เรื่อง Grass Glow ไม่มีอะไรคืบหน้า เขาเองก็ไม่รู้จะคัดนายแบบประเภทไหนมาเสียด้วยสิ ก็คนที่รู้จักน่ะ มีแต่คนดัง ๆ ที่เป็นที่ยอมรับนับหน้าถือตาในสังคมกันทั้งนั้น (รวมถึงพวกที่ปากเสียแบบที่เขาไม่ข้องเกี่ยวเป็นการส่วนตัวด้วย)
งานวัน ๆ ของเขาก็มีแต่เซ็นชื่ออนุมัติโครงการโน้นโครงการนี้ แต่ประเภทโครงการใหญ่ ๆ ที่จะมาถึงมือเขาไม่ค่อยจะมีสักเท่าไหร่ (แน่นอน เขาคัดเลือกคนที่เข้ามาทำงานว่าเป็นคนมีคุณภาพทั้งนั้น) เรื่องผิดพลาดไม่เคยมีบันทึกอยู่ในการบริหารของเขา
เสร็จจากงานเอกสารเมื่อไหร่ เขาก็มีหน้าที่ต้องออกไปต้อนรับแขกที่นัดมาตามรายการ นี่ก็อีกเรื่องที่น่าเบื่อเหมือนกัน เจ้าพวกนั้นก็ดีแต่ประจบประแจง อิจฉาตาร้อนทั้งรูปสมบัติและทรัพย์สินของเขา อาโตเบะได้แต่ท่องในใจซ้ำ ๆ ว่า นี่คืองาน
ขณะนี้เขากำลังนั่งไขว้ห้างอยู่บนโซฟาหนังเนื้อดี ที่นั่งอยู่ตรงข้ามคือ ยูคิมุระ เซย์อิจิ ส่วนผู้ชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ทำหน้าตาไม่รู้ร้อนรู้หนาวนั้นก็คือ ซานาดะ เก็นอิจิโร่
ชีวิตของเขากับยูคิมุระไม่ได้แตกต่างกันสักเท่าไหร่ ทั้งคู่เกิดมาโดยมีพรสวรค์และโชคชะตาเข้าข้าง ตามข่าววงในที่เขาเคยได้ยินเมื่อตอนยังเด็ก เขาได้ยินว่ายูคิมุระร่างกายอ่อนแอมาก ด้วยเหตุนั้นจึงเคยถูกลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่อยู่ครั้งหนึ่ง (ซึ่งอาโตเบะนึกสมเพชศักยภาพของบอดี้การ์ดประจำตัวเสียจริง) แต่ด้วยความบังเอิญหรืออะไรไม่ทราบ อาโตเบะไม่รู้รายละเอียดตรงนี้ อย่างไรก็ตามยูคิมุระรอดพ้นเงื้อมมือคนร้ายมาได้อย่างปลอดภัย ด้วยการช่วยเหลือของซานาดะ นับแต่นั้นมาไม่ว่ายูคิมุระไปที่ไหน จะต้องมีซานาดะปรากฏกายอยู่ด้วยทุกครั้ง
ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องน้ำเน่าเสียไม่มี แต่ลึก ๆ แล้วอาโตเบะนึกอิจฉาคนที่สามารถไว้ใจกันได้เช่นนี้ สำหรับเขาแล้ว โอชิทาริยังไม่เข้าขั้นที่จะได้รับความไว้วางใจนั้น
สิ่งที่จะเชื่อได้... มีแต่ตัวเองเท่านั้นแหละ
“ไม่เจอกันนานนะ ยูคิมุระ” อาโตเบะทักเจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินเพียงคนเดียว ไม่มีความจำเป็นที่เขาจะต้องลดตัวไปทักคนชั้นล่างอย่างซานาดะ
ผู้มาเยี่ยมยังปั้นหน้าเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์ได้นิ่ง ก็เหมือนกับเขาเอง การพบกันเป็นครั้งเป็นคราวระหว่างประธานบริษัทที่มีธรุกิจรุ่งเรืองเป็นอันดับหนึ่งกับผู้สืบทอดคนเดียวของตระกูลเก่าแก่ที่เป็นที่นับหน้าถือตาในสังคม ก็เป็นเพียงเหมือนฉากนึงในละครเท่านั้น เพื่อกระชับความสัมพันธ์แล้วก็เพื่อผลประโยชน์อีกหลายอย่าง ทั้งเขาและยูคิมุระเป็นหัวโขนที่ต้องทำหน้าที่นี้เหมือนกันทั้งคู่
“ก็ยังเหมือนเดิมนะ อาโตเบะ” ยูคิมุระว่าแล้วหัวเราะ หมายถึงเรื่องที่ประธานหนุ่มไม่ยอมทักผู้ติดตามของตนนั่นเอง
“ท่าทางแข็งแรงดีนะ”
ยูคิมุระยิ้ม “ถ้าป่วยอีกคงถูกเก็นอิจิโร่ว่าจนหูชา เนอะ”
เป็นครั้งแรกที่อาโตเบะได้เหล่มองชายร่างสูงที่ยืนอยู่ ใบหน้าเคร่งเครียดนั้นยังคงนิ่งเฉยแม้จะถูกหยอกล้อ เป็นคนที่ไม่มีความน่าสนใจเลย
ก่อนที่อาโตเบะจะทักท้วงเรื่องธุระ ยูคิมุระก็ให้สัญญาณผู้ติดตามให้ยกของฝากมาให้ แล้วหนังสือเล่มหนึ่งก็วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้า
“หนังสือขายดีแห่งยุค ฉันมีไว้เองเล่มนึงแล้ว คิดว่าคนอย่างนายน่าจะสนใจอ่าน เพราะว่ามันเขียนมาเพื่อคนอย่างนายเลยล่ะ”
อาโตเบะพลิกหนังสือไปมาอย่างไม่สนใจนัก เป็นหนังสือปกสีน้ำตาลแดงคล้ายใบเมเปิลในฤดูใบไม้ร่วง เขาแทบจะไม่สนใจอ่านชื่อเรื่องที่อยู่บนปก แค่หยิบขึ้นมาดูตามมารยาทที่ควรจะเป็นเท่านั้น แต่เมื่อเปิดเห็นด้านหลังเขาก็เบิกตา
“มีอะไรรึเปล่า” ยูคิมุระแกล้งถามเหมือนกับเป็นเรื่องสนุก ฝ่ายอาโตเบะไม่ยอมให้คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามได้รู้จึงตอบปฏิเสธไป
“ดูเป็นหนังสือที่น่าเบื่อนะ”
“ถ้าได้อ่านจะไม่คิดอย่างนั้นแน่” ยูคิมุระยิ้มสื่อความหมายบางอย่างแล้วเปลี่ยนเรื่องคุย เนื้อหาภายใต้หนังสือเล่มหนานั่น ให้อาโตเบะเป็นผู้ได้เปิดชมเองจะดีที่สุด “เก็นอิจิโร่อุตส่าห์ไปเข้าแถวต่อคิวเพื่อขอลายเซ็นจากเจ้าของปลายปากกามาเองเลยนะ”
ประธานหนุ่มแสร้งทำเป็นไม่สนใจ ทั้งที่ใจจริงแล้วอยากจะลองเปิดอ่านดูเสียเดี๋ยวนั้น นึกสงสัยไม่ได้ว่าเจ้าคนธรรมดาเดินดินข้างถนนนั่น เขียนหนังสือออกมาแบบไหนกันนะ
To be continued...
เขียนถึงชี่สนุกกว่ากันเป็นไหน ๆ......









คิดถึงงงงงงงนางเอกกกกกกกก
เทะเอ้ยยยยยยยยยยยยยย ไปหาฟุจังได้แล้ววว
คิดถึงขนาดเน้ๆๆๆ
ยุกกี้ มารยาทง๊ามมงามม ผิดกะเบะ ฮ่าๆๆ
(แอบฮาซานาดะเล็กน้อย ยืนทำหน้าแก่ ฮ่าๆ)
ปกหนังสือ เหมือนที่ทีคิดไว้เลยคับพี่กี สุดยอดดด (หน้าเทะมานออกมาแนวนี้ หุหุ )
#1 By TsuKuro on 2008-05-06 20:10