[Tenipuri AU Fiction] Cross (4): Chaser (3)
posted on 01 May 2008 00:49 by keechan in Fictionละครหลังข่าววันนี้มาช้า เพราะ่ว่าติดรายการพิเศษของสถานีโทรทัศน์ (แป้ก)
Cross (4) : Chaser (3)
Pairing : Tezuka Kunimitsu x ????????, Oshitari Yuushi x ????????
“อาโตเบะ ใจเย็น ๆ ซี่ อย่าทำตัวแบบนี้ได้มั้ย” โอชิทาริก้าวเท้าตามประธานของตนที่กำลังฉุนเฉียวอย่างสุด ๆ ออกมาจากห้องประชุม แต่อีกฝ่ายดูจะโมโหจนไม่ฟังเสียงใคร
“ฉันใจเย็นพอแล้วที่ไม่เขวี้ยงอะไรใส่หน้าพวกนั้น!!!” นอกจากภาพลักษณ์ไม่ได้เรื่องแล้ว เจ้าบ้านั่นยังปากเสียลามปามมาวิพากษ์วิจารณ์เขาอีก คนพวกนั้นคิดว่าตัวเองเป็นใคร! แค่นายแบบวัยรุ่นคิดว่าวิเศษวิโสนักรึไง เพราะว่ามีคนแบบนี้เป็นแบบอย่างน่ะสิคนส่วนใหญ่ในสังคมถึงได้งี่เง่ากันนัก
โอชิทาริได้แต่ถอนหายใจแล้วเดินตาม เขาทำหน้าที่รองรับอารมณ์เสียของอาโตเบะเป็นปกติ แต่ครั้งนี้ดูจะหนักหนาสาหัสนัก เรื่องมันเริ่มมาจากเหล่านายแบบเจ้าปัญหาที่คัดมาแล้ว (ขอย้ำอีกทีว่าคัดมาแล้ว) ทั้ง 5 คนควรจะมาเทสต์หน้ากล้องครั้งสุดท้ายพร้อม ๆ กัน ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่น่าจะมีปัญหาแบบนี้เลย แต่ทำไมนัดครั้งสำคัญถึงได้ถูกรุมเร้าด้วยปัญหาเยอะแยะไปหมด เท่าที่เขาอ่านรายงานการประชุมครั้งก่อน ๆ ทุกอย่างก็เป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อยทั้งนั้น
อาคุตางาวะ จิโร่ มาสายเพราะว่านอนเพลิน (เจ้าหมอนี่โดนอาโตเบะกาหัวไว้คนแรกที่บังอาจผิดนัด) มารุอิ บุนตะ ตั้งแต่เข้ามานั่งก็อยู่นิ่ง ๆ ไม่เป็น ถามหาของหวานกับขนมขบเคี้ยวตลอดเวลา อิบุ ชินจิกับมิซึกิ ฮาจิเมะ เป็นสองคนที่จ้อไม่หยุดโดยไม่สนใจว่าคนฟังจะเต็มใจฟังสิ่งที่พูดรึเปล่า คนนึงก็บ่นอุบอิบติโน่นตินี่ตลอดเวลา ส่วนอีกคนก็เอาแต่บรรยายสรรพคุณความสามารถของตัวเอง (มิซึกิ ฮาจิเมะ เป็นคนที่อาโตเบะคัดออกเป็นคนที่สอง เพราะยกหางตัวเองมากเกินไป) ที่เลวร้ายที่สุดกืคือชิราอิชิ คุราโนะสึเกะคนนั้น
อาโตเบะเดินลงเท้าปึงปัง ปิดประตูห้องส่วนตัวอย่างแรงจนเกือบจะโดนหน้าคนที่เดินตาม โอชิทาริค่อย ๆ เปิดประตูบานหนา คอยสังเกตท่าทีประธานหนุ่มอยู่สักพัก อาโตเบะยังไม่ยอมนั่ง ได้แต่เดินฮึดฮัดไปมา
สาเหตุน่ะหรือ? การที่นายแบบแต่ละคนไม่ได้ดั่งใจก็ช่วยเป็นเชื้อไฟได้ดีแล้ว ยิ่งเจอคำพูดเหน็บแนมของชิราอิชิตอนที่โดนถามว่ารู้สึกยังไงที่จะได้เป็นพรีเซนเตอร์สินค้าตัวใหม่ก็ไม่ต่างอะไรกับการราดน้ำมันลงไปซ้ำ
‘รู้สึกแย่ครับ ผมนึกว่าผู้บริหารบริษัทที่มีชื่อเสียงน่าเชื่อถือได้อย่าง Rondeau จะมีทัศนวิสัยที่กว้างไกลกว่านี้ การที่เลือกคนอย่างผมมาเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าชั้นสองแบบนี้นับว่าพลาดไปทีเดียว เพราะผมน่ะเหมาะกับอะไรที่ต้องเป็นที่หนึ่ง หรืออาจจะเพราะเกรงใจท่านประธานที่นั่งอยู่ตรงนี้รึเปล่าครับ น่าจะลองเลือกคนอื่นดูบ้างนะครับ เผื่อจะได้ผลกำไรดีกว่า’
เจอคำสบประมาทเป็นชุดอย่างนั้นไปใครจะทนนั่งนิ่ง ๆ อยู่ได้ โดยเฉพาะอาโตเบะที่หยิ่งในศักดิ์ศรีเกินกว่าใครแล้วล่ะก็ ชิราอิชินับว่ากล้ามากทีเดียวที่กล้าพูดอย่างนั้นต่อหน้าประธานของบริษัทที่มีอิทธิพลต่อการงานของตนถึงขนาดนั้น อย่างร้ายที่สุดชิราอิชิก็คงหมดสิทธิ์ที่จะมีชื่อว่าได้ทำงานร่วมกับแบรนด์ดังอย่าง Rondeau เป็นแน่ แต่นอกเหนือจากนั้นก็อยู่เกินการควบคุม
อารมณ์ฉุนเฉียวของอาโตเบะไม่ได้ลดน้อยลงไปเลย โอชิทาริบอกได้เมื่อเห็นแววตาที่เดือดดาลคู่นั้น ชายหนุ่มปล่อยให้อีกฝ่ายระบายอารมณ์กับพื้นพรมสักครู่ ข้อดีของอาโตเบะอีกอย่างคือเวลาที่อารมณ์เสียก็ยังรู้จักอะไรควรไม่ควร เรื่องขว้างปาข้าวของให้เสียหายหรือรกห้องไม่เคยเกิดขึ้น ถึงยังไงเป็นถึงผู้ที่มีตำแหน่งใหญ่โตขนาดนี้ย่อมต้องรู้จักระงับอารมณ์ขุ่นเคืองของตัวเองเอาไว้ ถึงข้างในจะแค้นจนแทบจะระเบิด
สักพักลมพายุดูจะสงบลงไปนิดหน่อย โอชิทาริจึงเอ่ยขึ้น “จะไปสนใจทำไม ชิราอิชิขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องการพูดจาขวานผ่าซาก ยิ่งนายฉุนเฉียวแบบนี้ ฉันว่าป่านนี้หมอนั่นคงหัวเราะเยาะแล้ว”
อาโตเบะหันขวับมา ใช่! เขาโมโห! โมโหมากด้วย ยิ่งนึกถึงใบหน้ายิ้ม ๆ ที่พูดจาอวดดีอย่างไม่กลัวเกรงนั่นแล้วก็อยากจะฆ่าให้ตายนัก “นายไม่ใช่คนที่ถูกดูถูกนี่ จะไปรู้สึกรู้สาอะไรล่ะ!”
โอชิทาริพยายามทำใจให้เย็นแล้วเดินเข้าไปใกล้ ๆ ในเวลาแบบนี้ใช้น้ำเย็นเข้าลูบจะดีที่สุด “รู้สึกสิ ฉันแทบอยากจะถีบเจ้านั่นออกไปที่มาลามปามราชินีที่แสนเลอเลิศของฉัน ความเห็นของพวกปากหอยปากปูแบบนั้นจะฟังไปทำไม ฉันว่าเจ้านั่นก็แค่อิจฉาที่ไม่มีความสง่างามอย่างที่นายมีมากกว่า”
“เจ้านั่นมันคนตาต่ำ! แถมยังปากมอมที่สุด หมอนั่นจะไม่มีวันได้ลืมตาอ้าปากในวงการนี้ได้อีก คอยดูสิ!”
ร่างสูงยกแขนขึ้นโอบรอบไหล่บาง เขาลอบยิ้มกับปฏิกิริยาของอีกฝ่าย จะยังไงก็ยังเด็กอยู่ดี เวลาโกรธขึ้นมาก็ปากไปก่อนความคิดอีกแล้ว อาโตเบะฮึดฮัดที่ถูกกอดจึงพยายามสะบัดวงแขนนั้นออก แต่มีหรือจะรอดพ้นเงื้อมมือของผู้ชายที่รู้จักเรือนร่างนี้ทุกกระเบียดนิ้ว โอชิทาริแกล้งหยอกด้วยการขบติ่งหูบาง ร่างโปร่งสะดุ้งเฮือกเมื่อถูกสัมผัสที่จุดอ่อนไหว
“ยะ... อย่ามาฉวยโอกาสในเวลาแบบนี้นะ!”
“ฉันก็แค่อยากให้นายรู้ถึงเสน่ห์ของตัวเอง โวยวายอย่างนั้นน่ะไม่น่ารักเลยนะ ลืม ๆ เรื่องแย่ ๆ อย่างนั้นไปเถอะน่า ไม่ว่ายังไงนายก็เหนือกว่าทุกคนบนโลกอยู่แล้ว”
สวยกว่าใครที่ไหน งดงามจนจับหัวใจฉันไว้อย่างอยู่หมัด
“เรื่องแบบนั้นฉันไม่ต้องให้คนอย่างนายมาบอกหรอกน่า!” ถึงปากจะพูดอย่างนั้นแต่ใบหน้างามก็ซับสีเข้มขึ้นมา ไม่ใช่ว่าเขาเขินอายที่ได้รับคำชม แต่เพราะอ้อมกอดนี้ต่างหากที่ทำให้รู้สึกแปลกไป แต่อาโตเบะก็ยังขัดขืน “เลิกทำตัวรุ่มร่ามในเวลางานได้แล้ว”
“แค่นิดหน่อยเอง”
โอชิทาริว่าแล้วขโมยจูบอย่างรวดเร็วราวงูพิษ ชายหนุ่มดุนดันริมฝีปากบางให้เผยอออกแล้วสอดปลายลิ้นเข้าไปลิ้มรสหอมหวานอย่างดูดดื่ม อาโตเบะดิ้นรนอย่างดื้อดึงได้สักพักแต่สุดท้ายลำแขนที่ผลักไสก็เปลี่ยนเป็นยึดเกาะเขาแน่น ปลายลิ้นเกี่ยวกระหวัดซึ่งกันและกัน แทบไม่เว้นช่องว่างให้ลมหายใจรอดผ่าน
เพียงแค่จูบ โอชิทาริก็รู้สึกมีความสุขยิ่งกว่าได้ขึ้นสวรรค์
จุมพิตนั้นถูกถอนออกในที่สุด อาโตเบะยังคงสีหน้าเรียบเฉยไว้ได้ ในขณะที่ยังคิดคำพูดตอกกลับไม่ออก อีกฝ่ายก็เอ่ยขึ้น “อารมณ์ดีแล้วใช่มั้ย”
ประธานหนุ่มเบ้หน้า “จูบห่วย ๆ แบบนี้มีตรงไหนทำให้อารมณ์ดีกัน!”
โอชิทาริยิ้มขำ บอกว่าห่วย แต่ดูดลิ้นเขาอย่างหลงใหลแบบนั้นน่ะแปลว่าอะไร ชายหนุ่มหวังจะขโมยริมฝีปากช่างพูดนั่นอีกครั้ง แต่คราวนี้อาโตเบะไม่เปิดช่อง
“ฉันยังไม่หายโมโห”
นอกจากห้ามอารมณ์โกรธไม่อยู่แล้วยังเจ้าคิดเจ้าแค้นอีกด้วย คราวนี้อะไรอีกล่ะ
“ฉันจะหักหน้าเจ้าชิราอิชินั่น ให้มันรู้ตัวซะบ้างว่าใครเป็นใคร”
บรรยากาศเปลี่ยนมาเป็นเรื่องการงานอีกครั้ง โอชิทาริเบิกตาแล้วเอ่ยปราม “เดี๋ยวก่อน อาโตเบะ นายลงไปทำเองไม่ได้นะ ก็รู้อยู่ว่านี่มันสินค้าแบบไหน”
“ก็ใครว่าฉันจะไปโฆษณาให้เองล่ะ ไอ้สินค้าแบบนั้นน่ะไม่เหมาะกับฉันหรอก” อาโตเบะทิ้งปริศนาไว้แล้วเดินไปที่โต๊ะ ก่อนจะหยิบหูโทรศัพท์ขึ้น ปลายสายคือผู้จัดการที่รับผิดชอบผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง
“ไล่นายแบบที่นัดมากลับให้หมดทุกคน เราจะไม่ใช้มืออาชีพสำหรับสินค้าตัวนี้”
ปลายสายคงคัดค้านอยู่สักครู่ แต่ใครล่ะจะโต้เถียงชนะท่านประธานที่กุมอำนาจทั้งหมดของบริษัทเอาไว้ คาดว่าคงต้องยอมทำตามโดยดุษณี
เมื่ออาโตเบะวางสาย โอชิทาริก็พูดตามที่ตนสรุปได้ เขาคิดว่าครั้งนี้อาโตเบะเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับเรื่องงานมากเกินไปนิด “แผนการตลาดเพื่อการแก้เผ็ดเรื่องส่วนตัวหรือไง นายกล้าเสี่ยงจะเอาพรีเซนเตอร์โนเนมมาโฆษณาสินค้าของเรางั้นเหรอ”
“นั่นแหละที่ฉันต้องการ” อาโตเบะยืนกราน “ก็ไม่ขัดกับภาพลักษณ์สินค้านี่ ยิ่งเป็นคนธรรมดาเท่าไหร่ก็ยิ่งดี”
โอชิทาริเกาหัว ท่าทางพวกพนักงานชั้นล่างคงได้ทำงานหนักเป็นสอง... ไม่สิ สามเท่า “ไม่ได้หากันได้ง่าย ๆ นะ” อาโตเบะคิดว่าของแบบนี้จะเดินหาเอาตามถนนแล้วเรียกมาได้ทุกคนหรือไง นิสัยเอาแต่ใจสุดโต่งนี่เป็นอะไรที่เขารับมือลำบากจริง ๆ
“ถึงจะหาคนที่พอจะเหมาะสมได้ แต่ก็ใช่ว่าจะทำงานกันได้อย่างราบรื่นนะ แถมนายจะเหนื่อยเปล่าที่ต้องลงมาวุ่นวายเอง ทำไมไม่คิดจะทำอะไรง่าย ๆ บ้างล่ะ”
“ให้มันหาเจอก่อนแล้วค่อยกังวลเถอะ พวกมนุษย์เดินดิน แค่ให้ค่าจ้าง 8 หลักก็กระโดดตะครุบกันแน่นอนอยู่แล้ว อย่าเพิ่งคิดถึงปัญหาที่ยังไม่มาถึงได้มั้ย อีกอย่างถ้าขืนฉันใช้นายแบบมืออาชีพแนววัยรุ่นแบบนั้นไม่เท่ากับว่าฉันง้อให้คนประเภทเดียวกับเจ้าอวดดีนั่นมาทำงานด้วยเรอะ! ไม่มีวันซะหรอก”
โอชิทาริยกมือยอมแพ้ ถึงขั้นนี้แล้วคงห้ามไม่อยู่เสียแล้ว ก็คงได้แต่ก้มหน้าทำตามอย่างที่เจ้าตัวต้องการเท่านั้น
“ตามบัญชา”
-//-//-//-//-//-//-//-//-//-//-
ถึงจะตอบรับไปอย่างนั้น แต่โอชิทาริรู้ว่างานนี้ไม่ได้เคี้ยวง่าย ๆ แน่ ถ้าเลือกพรีเซนเตอร์ได้ไม่ตรงตามกำหนดเวลา การเปิดตัวสินค้าใหม่และอะไรอีกหลาย ๆ อย่างต้องถูกเลื่อนออกไป และนั่นไม่ใช่เรื่องที่จะจัดการใหม่ได้ทันทีทันใดเหมือนอย่างที่อาโตเบะสั่ง
หมดวันที่วุ่นวายไปอีกวัน โอชิทาริทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟานุ่มเพื่อผ่อนคลายสักครู่ ก่อนจะปลดสูทและเนคไทออก ในหัวยังอดที่จะครุ่นคิดต่อไม่ได้
...คนธรรมดา ที่จะดูดีเหมาะสมกับสินค้าตัวนี้น่ะเหรอ...
Grass Glow เป็นน้ำหอมที่สกัดจากหญ้าคาโมไมล์ เป็นกลิ่นที่ให้ความสดชื่นของทุ่งกว้างเขียวขจี เรียบง่าย แต่มีเสน่ห์ในความธรรมดานั้นสมชื่อ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่เหมาะกับอาโตเบะเอาเสียเลย กลิ่นกายของอาโตเบะเปรียบได้กับดอกกุหลาบพันธุ์ดีที่ถูกเลี้ยงอย่างทะนุถนอมและเอาใจใส่ในเรือนกระจก ไม่มีวันเหี่ยวแห้งและโรยราไม่ว่าจะผ่านฤดูแบบไหน
เป็นธรรมชาติงั้นเหรอ...? โอชิทาริคิดไปพลางหยิบกระเป๋าเงินออกมาวาง แล้วเขาก็นึกออก ก่อนจะหยิบนามบัตรของร้านดอกไม้ที่หลงเข้าไปเมื่อวันก่อนขึ้นมาดู
สายตาที่เคลื่อนดูนามบัตรนั้นไม่ได้สนใจข้อความที่ปรากฏอยู่เลย สิ่งที่อยู่ในจินตนาการคือใบหน้าอ่อนหวานได้รูป เรือนผมสีน้ำตาลที่ปล่อยยาวถึงท้ายทอยช่วยขับสีผิวขาวนวลนั้นให้ผ่องขึ้น แล้วยังรอยยิ้มที่ตรึงตราตรึงใจนั่นอีก น่าจะจับใจผู้ที่พบเห็นได้ไม่ยาก ส่วนเรื่องภาพลักษณ์... ร่างเล็กที่ยืนท่ามกลางหมู่ดอกไม้ก็ดูเข้ากันดี เปลี่ยนให้มายืนบนพื้นหญ้าบ้างก็คงไม่ขัดกันเท่าไหร่
โอชิทาริยิ้มกับตัวเอง เอาเข้าจริงแล้วก็หาไม่ยากอย่างที่คิด พรุ่งนี้เขาจะลองเข้าไปดูอีกที ชายหนุ่มหยิบนามบัตรขึ้นมาดูอีกครั้ง ยิ่งนึกถึงภาพในความทรงจำนั้นแล้ว ก็อยากจะเห็นของจริงอยู่ตรงหน้า
เอาเป็นว่า... เขาจะลางานไปเกลี้ยกล่อมดูก็แล้วกัน การหว่านล้อมน่ะ ต้องใช้เวลาเหมือนกันนะ
To be continued...
นี่มันฟิคตลก... ขำจริงจัง
อีชี่เหมือนเป็นพระเอกเลย...
ลงติดกันหลายวัน ไม่ต้องห่วง จะไม่ลงติดกันหลายวันเช่นกัน กร๊ากกก
ปล. กรุณาอย่าคล้อยตามพล้อตที่คอมเมนท์ช่วยกันต่อเรื่อง (มันต่อเรื่องได้แซ่บมาก...)
เลิ้ฟยูวววววว
ชิราอิชิเหน็บแหนมมากไปอ้ะป่าว คุฟุฟุ
จิโร่ถึงจะออกมานิดเดียวก็น่ารัก
จะรอตอนต่อไปนะคะ มาช้าดีกว่าไม่มา
#1 By Roots of The King : ทุกสิ่งทุกอย่างต้องมีต้นเหตุ on 2008-05-01 01:06