[Tenipuri AU Fiction] Cross (3): White Message (1)
posted on 29 Apr 2008 23:01 by keechan in Fictionยุให้ลงก็ลง
Cross (3) : White Message (1)
Pairing : Tezuka Kunimitsu x ????????, Oshitari Yuushi x ????????
“เห ฟูจิ นี่นามบัตรใครน่ะ” เสียงเล็กแหลมของคิคุมารุ เอย์จิ เอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นนามบัตรไม่เข้ากับสถานที่วางแปะทิ้งไว้อยู่บนโต๊ะทำงานระหว่างที่กำลังช่วยกันปิดร้าน
ฟูจิ ชูสุเกะ เจ้าของใบหน้าหวานทำท่างุนงงก่อนจะนึกขึ้นได้ ก็นั่นน่ะนามบัตรที่โดนยัดเยียดให้มาเมื่อเช้า แล้วเขาก็ลืมไปแล้วว่าเอาวางทิ้งไว้ที่ไหนเพราะไม่ได้ใส่ใจ “ของลูกค้าน่ะ เมื่อเช้าตอนเอย์จิไม่อยู่มีลูกค้าหน้าใหม่มาคนนึง ท่าทาง... เจ้าชู้พิลึก” เขาอดจะแอบกัดเพราะท่าทางที่เห็นไม่ได้ ขนาดกับคนที่ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อนยังเล่นหูเล่นตาพูดจาเจ้าชู้ใส่เป็นเพลย์บอยได้ขนาดนั้น
อีกฝ่ายดูท่าจะไม่ได้ฟังที่เขาให้ความเห็นทางลบเสียเท่าไหร่ เจ้าตัวหยิบนามบัตรนั้นขึ้นอ่านอย่างพิจารณาแล้วก็ทำตาโต “รอนโดนี่มันแบรนด์ดังนี่! ว้าว สุดยอด! แถมเป็นถึงกรรมการผู้จัดการอีก” คิคุมารุว่าอย่างตื่นเต้น ก่อนจะเอียงคอถาม “ว่าแต่เขามาซื้อดอกไม้ร้านเราได้ยังไง ถ้าเป็นบริษัทแบบนี้น่าจะมีร้านประจำไม่ใช่เหรอ”
ฟูจิฟังแล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่า Rondeau นั้นเป็นบริษัทข้ามชาติที่มีชื่อในวงการธุรกิจชั้นสูงจริง ๆ สินค้าลือชื่อล่าสุดก็ดูเหมือนจะเป็นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบที่มีความพิเศษอะไรสักอย่าง เขาพอจะได้ยินอยู่บ้าง แต่คนที่สนใจเฉพาะดอกไม้สดจากธรรมชาติอย่างฟูจิมีหรือจะสนใจซื้อของพวกนั้น
ตอนแรกเขาแค่กวาดตามองนามบัตรนั้นผ่าน ๆ เท่านั้นก็เลยไม่ได้ใส่ใจ แต่กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้ทัศนคติเกี่ยวกับชายเจ้าของนามบัตรเปลี่ยนไป “ผมจะไปรู้ได้ไงล่ะ คงหลงทางมั้ง”
“ทำไมนายต้องทำเสียงเหมือนโมโหอย่างนั้นล่ะ”
“ผมไม่ชอบหน้าเขา ดูเจ้าเล่ห์ไม่น่าไว้ใจ ถ้าเอย์จิเจอหน้าแล้วก็ต้องคิดเหมือนผมแน่”
“งั้นเหรอ แต่คนจากบริษัทดังขนาดนี้ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นเลยนะ” คิคุมารุยังนึกภาพไม่ออกว่าคนที่ว่านั่นดูแย่อย่างที่เพื่อนของตนว่าไว้ได้อย่างไร ได้แต่พลิกนามบัตรใบนั้นดูหน้าดูหลังไป
“คนเราตัดสินกันง่าย ๆ อย่างนั้นไม่ได้หรอก” ฟูจิว่า “เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะ เอย์จิ ตกลงเรื่องที่ปิดบังผมวันนี้น่ะมันอะไร”
คิคุมารุสะดุ้งเฮือก ไม่คิดว่าจะถูกฟูจิจับได้ ให้เขาเป็นคนทำอะไรแบบนี้มันปิดไม่มิดจริง ๆ น่ะแหละ! ยิ่งอีกฝ่ายเป็นฟูจิด้วยแล้วจะปิดได้ยังไงกัน
“ผมเห็นนะ ใบออเดอร์อันนั้นน่ะ ทำไมต้องแอบไม่ให้ผมเห็นด้วย มันมีอะไรงั้นเหรอ” ถึงน้ำเสียงหวานจะฟังดูเรียบเฉย แต่คนฟังรู้สึกว่ามันมีรังสีเคือง ๆ ปนอยู่ยังไงยังงั้น ก่อนที่คิคุมารุจะทันได้ตอบอะไรก็มีเสียงพูดขัดขึ้น
“หมายถึงนี่รึเปล่า”
ช่อฮีทเธอร์สีขาวถูกยื่นมาตรงหน้า โดยมีชายหนุ่มท่าทางอารมณ์ดีหน้าตายิ้มแย้มเป็นผู้ส่งให้ ฟูจิทำหน้าแปลกใจระคนงุนงง แล้วจึงยิ้มกว้างเมื่อได้เห็นการ์ดที่แนบมา
“ซาเอกิ มาตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ”
“นานพอที่จะได้ยินนายบ่นว่าโดนคนที่ไหนไม่รู้มาจีบ” ชายหนุ่มล้อ พลางแกล้งทำท่าฮึดฮัดเหมือนงอน ทำให้ฟูจิหัวเราะเบา ๆ
“บ้า... ไม่ใช่อย่างนั้นเสียหน่อย”
“เป็นคนมีเสน่ห์ก็แบบนี้แหละนะ ฟูจิ ถ้าฉันเป็นแฟนนายฉันคงได้หึงทุกวันแน่” ซาเอกิพยักเพยิดไปที่ช่อดอกไม้ หมายถึงเจ้าตัวคนที่สั่งดอกไม้นี้ให้
ซาเอกิ โคจิโร่ เป็นทั้งเพื่อนสนิทและหุ้นส่วน ดอกไม้เกือบทั้งหมดที่อยู่ในร้านนี้ก็มาจากสวนของซาเอกิทั้งนั้น ฟูจิรู้จักกับชายหนุ่มอารมณ์ดีคนนี้มาตั้งแต่เด็ก แต่เมื่อเขาต้องย้ายบ้านย้ายที่เรียนมาอยู่ในเมืองก็ห่างหายกันไปพักหนึ่ง จนเมื่อเรียนจบแล้วมีความชอบเหมือนกันนี่แหละจึงได้ทำงานร่วมกันอีก
ฟูจิยังคงทำหน้าปลาบปลื้มกับช่อดอกไม้ที่ได้รับจนคิคุมารุเอ่ยแซว “งั้นเรื่องเมื่อกี้ฉันจะเอาไปฟ้อง จะบอกว่าฟูจิโดนผู้ชายไฮโซที่ไหนก็ไม่รู้มาพูดจาเฉาะล้อด้วย เผื่อจะทะเลาะกันบ้าง!”
“ฉันว่าจะทำให้รักกันมากขึ้นมากกว่าละมั้ง” ซาเอกิขัด ตั้งแต่เห็นฟูจิคบกับแฟนมาเขาไม่เคยเห็นคนคู่นี้ทะเลาะกันเลยสักครั้ง เพราะว่าเป็นคนที่มีเหตุผลแล้วก็ใจเย็นทั้งคู่ แต่ส่วนที่สำคัญที่สุดก็คงเพราะทั้งคู่รักเดียวใจเดียว ต่างก็เชื่อมั่นในตัวของกันและกัน เขาเคยสงสัยว่าจะมีอะไรสามารถแทรกกลางระหว่างสองคนนี้ได้หรือไม่ แต่เท่าที่สังเกตการณ์มาจนถึงบัดนี้ ยังไม่มีเลยสักอย่าง
“ขอบคุณนะ ซาเอกิ” ฟูจิหัวเราะ กล่าวขอบคุณทั้งเรื่องที่เอาดอกไม้มาส่งให้ กับเรื่องที่พูดเชียร์เมื่อครู่
เพราะว่าเรื่องงานทำให้ฟูจิไม่ได้พบกับคนรักของตนบ่อยนัก แต่คนคนนั้นก็ยังแสดงความคิดถึงด้วยการส่งดอกไม้สวย ๆ แบบนี้มาให้พร้อมข้อความบอกรัก อาจจะฟังเป็นเรื่องเชย ๆ ที่น่าขำ แต่ฟูจิมีความสุขเสมอที่ได้รับความรู้สึกนี้
ดวงตาสีน้ำทะเลก้มลงมองการ์ดที่แนบมาด้วยความตั้งใจ ราวกับจะเก็บรายละเอียดของลายมือและข้อความที่ส่งมาให้ครบทุกอย่าง แม้จะไม่มีชื่อคนส่ง แต่ข้อความสีขาวบนกระดาษสีเขียวเฉกเช่นเดียวกับสีของดอกฮีทเธอร์และใบประดับนั้นบอกให้ฟูจิรู้ว่าใครเป็นคนส่งมา
‘คิดถึงมาก ดูแลตัวเองด้วยนะ’
-//-//-//-//-//-//-//-//-//-//-
“คืนนี้พระจันทร์สวยนะ”
ชายหนุ่มที่นั่งใจลอยอยู่นอกชานยามค่ำคืนแหงนมองท้องฟ้าตามคำทัก วันนี้ท้องฟ้าเปิดทำให้มองเห็นดวงจันทร์สีนวลส่องสว่าง ทำให้เขาหยุดความคิดที่เรื่อยเปื่อย แทนที่เขาควรจะทำใจให้สงบเพื่อให้ความคิดตกตะกอน แต่กลับเอาแต่ครุ่นคิดถึงแววตาคมสีน้ำเงินที่พบเจอโดยบังเอิญวันนี้ ไม่ใช่เพราะคิดถึงหรืออะไร แต่มันติดใจที่นึกไม่ออกว่าเคยเจอผู้ชายคนนั้นที่ไหน
ยามาโตะ ยูได ผู้เป็นเจ้าของเรือนไม้แบบญี่ปุ่นหลังนี้สังเกตเห็นถึงความผิดปกติของญาติผู้น้องของตน เขาลงนั่งข้าง ๆ แล้วเปรยขึ้น
“เจออะไรมารึไง ไม่มีสมาธิเลยนะวันนี้ หรือว่าคิดถึงแฟนจนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว”
ถึงจะเดาผิดแต่ก็ทำให้อีกฝ่ายชะงักได้ เขารีบแก้ตัว “...ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ”
ยามาโตะนิ่งเงียบเพื่อเปิดช่องให้อีกฝ่ายอธิบาย เมื่อเย็นที่ผ่านมาเขาดูออกว่าเทสึกะว่อกแว่กมากกว่าที่ควรจะเป็นจนอ่านวิถีดาบไม่ออก เงื่อนไขอย่างหนึ่งของการที่เทสึกะจะได้ทำตามใจตัวเองก็คือจะต้องไม่ละทิ้งศิลปะที่ควรจะต้องสืบทอด
“ผมก็แค่มีเรื่องสงสัยที่รบกวนใจอยู่นิดหน่อย” ชายหนุ่มอายุน้อยกว่าเริ่มเล่า “วันนี้ผมเจอคนคนนึงโดยบังเอิญ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกแต่กลับรู้สึกว่าเหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกเสียที”
“หืม... น่าแปลกนะที่เธอสนใจคนแปลกหน้าได้ถึงขนาดนี้ แต่การแก้ปัญหานี้ไม่ได้แล้วส่งผลกับสมาธิของเธอได้นี่นับว่ายังอ่อนหัดนะ คุนิมิตสึ”
“ผมยังต้องฝึกอีกมากครับ คุณยามาโตะ”
ตระกูลของเทสึกะเป็นผู้อนุรักษ์วัฒนธรรมและศิลปะของญี่ปุ่นมาอย่างเคร่งครัด ปู่ของเขาคาดหวังจะให้เทสึกะดูแลโรงฝึกต่ออย่างแน่วแน่ แต่เทสึกะ คุนิมิตสึ มีความสนใจในเรื่องอื่นนอกเหนือจากนั้น เขาไม่อยากเป็นเพียงกบในกะลาที่เฝ้าแต่ดูแลรักษาวัฒนธรรมเก่าแก่ เขารักการท่องเที่ยวเพื่อเรียนรู้จักโลกที่กว้างใหญ่ หลังจากการพูดคุยต่อรองกับสมาชิกในครอบครัวแล้ว สุดท้ายเขาก็สามารถทำอย่างอื่นที่ชอบได้
“เอาเถอะ ว่าแต่หนังสือที่ตั้งตารอมาวันนี้เป็นไง ตรงตามความคาดหวังรึเปล่า หวังว่าเธอจะมีผลงานน่าประทับใจออกมาอีกนะ”
เทสึกะเป็นคนพูดไม่เก่ง ถ้าแต่ให้บอกความรู้สึกด้วยการเขียนแล้วล่ะก็จะซาบซึ้งมากนัก ด้วยเหตุนี้นี่เองที่ทำให้เขาได้รับคำชื่นชมในวงการนักเขียนเป็นอย่างมาก อีกประการหนึ่งก็เพราะเนื่องจากอายุยังน้อย แต่ผลงานของเทสึกะกลับใช้ถ้อยคำได้จับใจผู้อ่านนัก โดยเฉพาะเวลาที่กล่าวถึงความงดงามตามธรรมชาติ
แม้เทสึกะจะติดนิสัยเจ้าระเบียบเคร่งครัดมาเพราะการอบรมจากที่บ้าน เมื่อมาอยู่กับยามาโตะซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่ของตนที่เป็นคนสบาย ๆ แต่ก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลยเรื่องวินัย ยามาโตะมีบุคลิกที่อบอุ่นและเป็นที่ปรึกษาให้เขาได้โดยไม่มีเรื่องอะไรต้องปิดบัง การที่เขามีอิสระได้แบบนี้ ส่วนหนึ่งก็ต้องขอบคุณยามาโตะเช่นกัน
ชายหนุ่มพยักหน้ารับ ก่อนจะแหงนมองดูดวงจันทร์ที่โดดเดี่ยวลอยเคว้งอยู่บนท้องฟ้าสีดำมืดยามราตรี พระจันทร์นวลสีขาวดูแล้วทำให้ใจสงบได้
ยามาโตะตบไหล่อีกฝ่ายก่อนที่เทสึกะจะหลุดเข้าไปในโลกส่วนตัวมากกว่านี้ “อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว เข้าไปในบ้านดีกว่า เดี๋ยวนี้เธอยิ่งไม่ได้ดูทีวีอยู่ด้วยไม่ใช่เหรอ ไปติดตามเรื่องราวอย่างอื่นนอกจากข่าวสารบ้านเมืองเสียบ้างก็ดีนะ”
จริงอย่างที่ว่า ช่วงที่ผ่านมาเขาเอาแต่ทุ่มเทให้กับงานเขียนจนไม่มีเวลาดูอะไรอย่างอื่นนอกจากข่าว ดูอย่างอื่นเสียบ้างก็คงเป็นการเปิดหูเปิดตาได้อย่างหนี่งละนะ เทสึกะเห็นด้วยจึงเดินตามเข้าไปในห้องรับแขก เปิดโทรทัศน์ให้อาของตนแล้วหยิบรีโมทให้
“ฉันรู้สึกว่ามันกลับกันยังไงก็ไม่รู้สิ”
“...? อะไรกลับกันเหรอครับ” เทสึกะหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่านด้วยความเคยชิน ไม่ได้สนใจจะดูหน้าจอโทรทัศน์อย่างที่ตั้งใจแต่ต้น
“ก็คนที่งอแงอยากจะดูทีวีส่วนมากจะต้องเป็นเด็กในบ้านไม่ใช่เรอะ” ผู้มีอายุมากกว่าแซว
“ผมไม่ใช่เด็กแล้ว”
“เธอก็ไม่ใช่เด็กมาแต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะ”
เทสึกะมีลักษณะนิสัยเอาจริงเอาจังเกินตัวเช่นนี้มาตั้งแต่เด็ก อะไร ๆ ก็ต้องจัดให้เข้าที่เข้าทาง เรื่องสำมะเลเทเมาแบบที่วัยรุ่นทั่วไปจะทำกันก็ไม่เคยจะแตะ อย่าว่าแต่เหล้าเบียร์หรือบุหรี่เลย น้ำอัดลมก็น้อยครั้งนักที่เทสึกะจะเลือกดื่ม ยามาโตะเห็นอุปนิสัยเรียบตึงราวกับเส้นตรงแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ แต่หัวใจที่ละเอียดอ่อนของเทสึกะแสดงให้เห็นผ่านตัวอักษรที่เจ้าตัวร้อยเรียง พอเขาได้เห็นอย่างนั้นก็โล่งใจขึ้นมาบ้าง
บางเรื่องเทสึกะก็ดูเด็กกว่าเขา แต่บางอย่างยามาโตะรู้สึกว่าตนเองเทียบเทสึกะไม่ได้เอาเสียเลย โดยเฉพาะเรื่องความเข้มงวดเด็ดขาด ชายสูงวัยกว่าลอบถอนใจแล้วเปลี่ยนช่องโทรทัศน์ไปเรื่อยเปื่อย จังหวะเดียวกับที่เทสึกะลอบมองภาพในจอ
ใบหน้าคุ้นตาในความทรงจำนั้นผุดขึ้นมาจนเทสึกะอุทาน “คุณยามาโตะ! เมื่อกี้อะไรน่ะครับ”
เสียงอุทานกะทันหันจนยามาโตะแทบทำรีโมทหลุดมือ เขารีบเปลี่ยนช่องกลับไปโดยอัตโนมัติ ในขณะที่เทสึกะจ้องหน้าจอโทรทัศน์ตาไม่กระพริบ
ไม่ผิดแน่! นี่มันเจ้าคนอวดดีที่จู่ ๆ ก็เข้ามาด่าเขาปาว ๆ เมื่อตอนกลางวัน เป็นดารานี่เองถึงได้เชิดนัก รอยยิ้มที่แสดงออกนั้นบ่งบอกให้ถึงความมั่นใจในตัวเองเหลือล้น ไม่ต่างอะไรกับตัวจริงเลย
ฝ่ายเจ้าของบ้านได้แต่งงที่จู่ ๆ เทสึกะเกิดสนใจอะไรแบบนี้ขึ้นมา ช่างเป็นคนที่คาดไม่ถึงจริง ๆ “...คุนิมิตสึ เธอชอบแบบนี้เหรอ แปลกดีนะ”
“เอ๋?”
“โฆษณาน้ำหอมกลิ่นกุหลาบเมื่อกี้ไง ไม่ยักรู้ว่าเธอก็ทำตัวสำอางเป็นเหมือนกัน”
คราวนี้เป็นเทสึกะที่มีเครื่องหมายคำถามอยู่บนหน้า เมื่อครู่นี้ก็มัวแต่จ้องหน้านายแบบจนไม่ได้สนใจเสียด้วยสิว่ามันโฆษณาอะไร ปะติดปะต่อเรื่องราวได้สักครู่จึงเข้าใจว่าเจ้าคนหลงตัวเองนั่นเป็นนายแบบโฆษณาน้ำหอมนี่เอง
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ คุณยามาโตะ นายแบบในโฆษณานั่นแหละที่ผมนึกไม่ออกว่าเห็นที่ไหนมาก่อน คงเห็นจากโฆษณาพวกนี้ละมั้ง”
บทสนทนาชักจะงุนงงมากขึ้น “แล้วเธอไปเจอนายแบบที่ว่านั่นได้ยังไงล่ะ”
เทสึกะยืดตัวตรง เขาคงต้องเท้าความสักหน่อย “คือว่าเรื่องมันเป็นแบบนี้ครับ”
To be continued...
กรุณาอย่าเอาเรื่องนี้ไปรวมกะเรื่องที่ผ่าน ๆ มา... นะจ้ะ
เทะอยู่กับกัปตันยามาโตะแล้วเค๊ะะะะะะะะ เคะะะะะะะะะะะะะะ เกิดมาเป็นเคะจริง ๆ ค่ะ คิคิคิคิคิ
อร๊ากกกกกกกกกกกกกกก
ไม่สนใจเปนมือที่3 ที่4 อะไรเทือกนั้นเรอะ!!!!!!55555555555+
ชี่ฟูๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ........ ถ้ารักกันนัก แยกกันยาก ก็ปล้ำเรยค่ะชี่>___<!!!!!!!!!!!!!.... ฮากกกกกกกก
#1 By :nakare: on 2008-04-29 23:20