[Tenipuri AU Fiction] Cross (2): Chaser (2)
posted on 28 Apr 2008 22:56 by keechan in Fiction
Cross (2) : Chaser (2)
Pairing : Tezuka Kunimitsu x ????????, Oshitari Yuushi x ????????
อาโตเบะหอบช่อดอกไม้ราคาแพงที่ได้รับมาวางบนที่นั่งข้าง ๆ คนขับ เขาก็ชอบมันไม่น้อยเหมือนกัน ส่วนโอชิทาริ... เขาก็คงเรียกว่าชอบได้กระมัง ผู้ชายที่ยอมตามใจเขาได้ทุกอย่าง ทั้งยังฉลาดปราดเปรื่องมีความสามารถ ที่สำคัญดูเหมือนจะหลงใหลเขามากกว่าใคร แต่ก็ไม่เคยละลาบละล้วงอะไรจนเกินงาม ถ้าเขาบอกว่า ‘ไม่’ อีกฝ่ายจะหยุดทันที
การมีโอชิทาริอยู่ข้างกายก็เหมือนมีคนคอยรองมือรองเท้าตลอดเวลา ก็สะดวกดีเหมือนกัน เวลาอยู่กับโอชิทาริเขาไม่จำเป็นต้องระแวงว่าจะถูกใช้ประโยชน์ ฐานะของโอชิทาริก็มั่งคั่งร่ำรวยพอ ๆ กัน ประเด็นเรื่องเข้ามาตีสนิทเพื่อมากอบโกยสมบัติหรือเกาะเขากินก็ตัดไปได้ (และเขาก็ไม่ได้โง่ขนาดจะยอมให้ใครมาเกาะกินได้ง่าย ๆ)
จะมีก็แต่ความสนิทสนมใกล้ชิดเท่านั้นที่ชายหนุ่มต้องการ ที่ให้ดอกไม้เขา เอาใจเขา ก็เพราะอยากจะรู้จักเขาให้มากขึ้นนั่นเอง เทียบกับคนอื่น ๆ ที่ต่ำต้อยจนจมดินแล้ว โอชิทารินับว่าเป็นผู้ชายที่ยืนอยู่เคียงข้างเขาได้อย่างเหมาะสม เวลาที่ถูกสัมผัส... ก็ไม่ได้รู้สึกย่ำแย่อะไร อาโตเบะสนุกไปกับมันด้วยซ้ำ
เจ้าของดวงตาสีน้ำเงินเข้มวางเข้าของส่วนตัวเรียบร้อยแล้วจึงเสียบกุญแจเตรียมออกรถคันหรู ถ้าเป็นก่อนหน้านี้สัก 2-3 ปี เขาจะมีบอดี้การ์ดติดตามทุกฝีเก้า แทบไม่ต้องขยับตัวทำอะไรเอง แต่เพราะว่าการเข้ามาของโอชิทาริ แล้วก็ความต้องการอิสรภาพของเขาเองที่สั่งการยกเลิกคนติดตามทั้งหมด ถึงแม้พ่อกับแม่จะคัดค้านหัวชนฝา แต่อาโตเบะก็ต้องการพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ใช่เด็กที่ต้องพึ่งพาคนอื่นในทุกเรื่อง
และบัดนี้ เขาก็ทำได้ดีเสียด้วย
ประธานหนุ่มออกรถอย่างไม่รีบร้อน ด้วยเมอซิเดสเบนซ์คันงามเช่นนี้แล้ว ไม่มีใครกล้าพอจะบีบแตรด่าและก็ไม่มีตำรวจคนไหนโง่พอจะเรียกให้เขาหยุด ทั้งยี่ห้อรถและทะเบียนรถที่เรียงสวยงามอย่าง 1111 บ่งบอกฐานะของคนขับได้เป็นอย่างดี แต่ถึงยังไงเขาก็มารยาทดีพอที่จะขับรถตามกฏจราจรอยู่ดี วันนี้เขาแค่มีอารมณ์สุนทรีย์อยากจะชมวิวในเมืองด้วยการขับรถเอื่อย ๆ บ้างเท่านั้น
ชีวิตที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เขาพอใจกับมันไม่น้อย อะไร ๆ ก็ดูดีไม่มีข้อผิดพลาด อาโตเบะรู้ดีว่าชีวิตของตัวเองไม่เหมือนคนธรรมดา การเกิดมาบนกองเงินกองทอง พร้อมความคาดหวังหลาย ๆ อย่างดูเป็นเรื่องน่าอิจฉา แต่มันก็แลกมาด้วยสิ่งที่คนธรรมดาไม่คาดฝันเช่นกัน อาโตเบะไม่เคยใช้ชีวิตเสเพลอย่างที่คนวัยหนุ่มควรจะทำ นั่นเพราะว่าเขามีหน้าที่การงานรัดตัวและมีเรื่องต้องรับผิดชอบมหาศาล แม้จนป่านนี้เขาจะทำตัวให้ชินได้แล้วก็ตาม
ท้องถนนในวันนี้ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ผู้คนเดินกันอยู่บางตาเพราะยังไม่ใช่เวลาเลิกงาน ผู้คนต่างมองตามรถยนต์คันงามที่ขับผ่านไปตามความคาดหมาย บางทีอาโตเบะก็หวังให้มีอะไรตื่นเต้นเข้ามาในชีวิต อะไรก็ได้ที่ทำให้รู้สึกสนุกสุดเหวี่ยงแล้วไม่ต้องกังวลกับผลที่ตามมา แต่ด้วยตำแหน่งฐานะ เขาไม่อาจจะออกไปใช้ชีวิตได้อย่างที่หวัง
สายตาของอาโตเบะสะดุดไปพบกับผู้ชายท่าทางธรรมดาคนหนึ่ง สาเหตุไม่ใช่อะไร แต่เพราะผู้ชายคนนั้นเป็นคนเดียวที่ไม่สนใจจะมองรถสุดหรูของเขาที่ขับผ่านหน้า ถ้าเป็นคนอื่นมีแต่จะต้องจ้องมองตามจนเหลียวหลังทั้งนั้น ท่าทางก็ปอน ๆ เหมือนคนจน ๆ ใบหน้าจริงจังใต้กรอบแว่นนั่นกำลังจดจ่ออยู่กับหนังสือในมือจนไม่ได้มองอย่างอื่น เขาอดตำหนิในใจไม่ได้ว่าช่างประมาทเสียจริง เดินอ่านหนังสือกลางถนนแบบนี้น่าจะถูกรถชนเอาได้ง่าย ๆ บวกกับรู้สึกไม่พอใจปนหมั่นไส้นิด ๆ ที่เจ้าคนจนนั่นเห็นตัวหนังสือบนกระดาษดีกว่าคนรวยอย่างเขาที่ควรค่าแก่การมอง
อาโตเบะบีบแตรเพื่อเรียกให้เป้าหมายให้มามอง แต่ท่าทางเจ้าเซ่อนั่นจะไม่รู้ตัวว่าเขาบีบเรียก ก็ควรอยู่ล่ะนะ คนอย่างเขาจะมีธุระกับคนติดดินอย่างนั้นได้ยังไง ประธานหนุ่มจึงบีบแตรอีกรอบ ครั้งนี้ท่าทางจะรู้ตัวจึงได้ละสายตาจากหนังสือที่ถืออยู่ในมือหันมามอง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มนั่นไม่บ่งบอกความรู้สึกใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นตื่นตระหนกหรือตื่นเต้นดีใจที่มีคนอย่างเขามาเรียก
“มีธุระอะไรหรือ” เสียงทุ้มเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าคนขับรถเจาะจงถึงตน
“อ่านอะไรอยู่ เดินไปอ่านไปอย่างนั้น อันตรายนะ” อาโตเบะยื่นหน้าออกไปกล่าวเตือน พลางชะโงกมองว่าอีกฝ่ายอ่านหนังสืออะไร ซึ่งจริง ๆ เป็นเพียงข้ออ้างเพื่อหาเรื่องคุยเท่านั้น
ชายร่างสูงดูไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไหร่ ในใจนึกสงสัยว่าคนคนนี้จะมายุ่งอะไรกับเขา ดูท่าทางไม่น่าจะเป็นคนดีที่เป็นห่วงเป็นใยคนอื่นไปทั่ว ก็ดูรถที่ขับเสียก่อนสิ กับท่าทีสำอางนั่นอีก ทั้งยังสายตาที่ประหนึ่งตัวเองยืนอยู่ข้างบนกำลังมองลงมาข้างล่างยังไงยังงั้น
“ขอบคุณที่เป็นห่วง” ชายหนุ่มตอบตามมารยาทแล้วปิดหนังสือในมือ อย่างน้อยอีกฝ่ายก็พูดถูก สิ่งที่เขาทำออกจะประมาทออกไปสักนิด ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะข้อมูลในหนังสือที่น่าสนใจจนวางไม่ลง
เขายืนรอให้เจ้าของรถรีบขับผ่านไปเสียที ในเมื่อไม่น่าจะมีธุระอะไรแล้ว แต่คนในรถกลับยังจ้องมองเขาอย่างพิจารณาทำให้รู้สึกอึดอัดไม่น้อย ...แต่จะว่าไป คนคนนี้ก็หน้าตาคุ้น ๆ
อาโตเบะไล่สายตามองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความสนใจเมื่อนึกถึงผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่จะออกมา น้ำหอมสำหรับคนธรรมดาจะมีกรุ่นกลิ่นแบบไหนกันนะ ผู้ชายตรงหน้าคนนี้ก็เป็นตัวอย่างที่ดีของกลุ่มลูกค้าได้ ถึงรสนิยมการแต่งตัวจะไม่ได้เรื่อง ทรงผมก็ปล่อยกระเซิง ๆ แถมยังใส่แว่นหนาเตอะไร้เซนส์ แต่รูปร่างสมส่วนดูดีใช่ย่อย ท่ายืนก็ดูผึ่งผายสมชาย หน้าตา... ก็เรียกได้ว่าพอจะหล่อเหลา ถึงจะดูเคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลา ดูแล้วก็คล้าย ๆ กับโอชิทาริอยู่หรอกนะ น่าจะอายุมากกว่าพอสมควร แต่เรื่องระดับคงเป็นคนละเรื่อง ถ้ารู้จักแต่งเนื้อแต่งตัวเสียบ้างก็น่าจะดูดีกว่านี้ได้มากโข
“คุณไม่รู้หรือว่าการจ้องมองคนอื่นแบบนี้มันเสียมารยาท” น้ำเสียงทุ้มแข็งกล่าวดำหนิ บ่งบอกได้ชัดว่าคนพูดคงเป็นคนเจ้าระเบียบน่าดู แต่คนถูกว่ากลับหัวเราะ
“อย่าตลกน่า ฉันไม่ได้มองคนธรรมดาอย่างนายเพราะว่าสนใจเป็นการส่วนตัวหรอก” อาโตเบะตัดบทแล้วหันไปจับพวงมาลัย กับแค่คนที่ไม่แม้แต่จะรู้จักว่าเขาเป็นใคร ไม่มีความจำเป็นต้องเสวนาด้วยซ้ำ ก็แค่เรื่องแก้เบื่อเท่านั้นเอง
“หน้าตาอย่างนายมีอะไรดีตรงไหนกันถึงต้องหวงนัก อ๋า? สำคัญตัวผิดไปละมั้ง” เอ่ยกลั้วหัวเราะแล้วยิ้มเยาะ อีกฝ่ายดูจะหน้าชาจนตอบอะไรไม่ถูก อาโตเบะพ่นหัวเราะอีกครั้งแล้วจึงขับรถจากไป ปล่อยให้ชายหนุ่มอีกคนยืนตะลึงอยู่อย่างนั้น
ใครจะไปนึกไปฝันว่าจะถูกคนขับรถที่ไหนไม่รู้มาบีบแตรเรียก เสร็จก็มามองเขา จากนั้นก็ด่าสองประโยคแล้วก็ไป... ให้ตายสิ พิลึกเป็นบ้า... คิดว่าตัวเองเป็นเทวดามาจากไหนกัน เจ้าหมอนั่น
ร่างสูงพยายามทิ้งเรื่องไร้สาระนั่นไป เขาจะถือว่าเหมือนประมาทจนเดินตกท่อแล้วกัน แต่ใบหน้าคมคายนั่นยังติดตาอยู่ไม่หาย บุคลิกแบบนั้น เขาต้องเคยเห็นมาก่อนที่ไหนแน่ ๆ แต่เขาก็ไม่ได้มีคนรู้จักที่วางท่าหยิ่งยะโสได้ถึงขนาดนั้นนี่ มาถึงตอนนี้เขาหมดอารมณ์จะอ่านหนังสือเสียแล้ว
หมอนั่น... เป็นใครกันนะ?
-//-//-//-//-//-//-//-//-//-//-
“ถึงบ้านรึยัง” เสียงตามสายเอ่ยทัก ผู้ที่โทรมาเหมือนรู้หน้าที่และเวลาเป็นอย่างดีถึงได้โทรมาก่อนเวลาอาหารเย็นเล็กน้อย ตอนที่เขาจัดการอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยและว่างจะรับโทรศัพท์พอดี
“ฉันเป็นเด็กอมมือรึไงถึงได้ต้องมาคอยเช็ค อ๋า?” อาโตเบะวางโทรศัพท์ทิ้งไว้โดยเปิดลำโพงไว้เพื่อที่จะได้แต่งตัวไปด้วย เขาบ่นอุบตามนิสัยพลางเปิดตู้เสื้อผ้าเลือกชุดเปลี่ยน
“ก็นายสวยเสียขนาดนั้น ฉันก็กลัวว่าจะถูกใครฉุดไปน่ะสิ” โอชิทาริหยอก หวังว่าจะได้ยินปฏิกิริยาน่าสนุกตอบกลับบ้าง แต่ก็ต้องผิดหวัง
“ไร้สาระน่า ถ้ามีธุระแค่นี้ฉันจะวางแล้ว แล้วนี่เลิกประชุมแล้วรึไง” บอกว่าจะวางแต่กลับเป็นฝ่ายต่อบทสนทนาเสียเอง ปลายสายยกยิ้มแล้วกล่าวรายงาน
“เรื่องผลิตภัณฑ์ไม่มีปัญหาหรอก ออกมาดูดีทีเดียว ถ้ายังไงพรุ่งนี้นายก็เข้ามาดูแพกเกจให้แน่ใจอีกทีแล้วกัน ต่อไปก็เป็นการเลือกพรีเซนเตอร์ละนะ นายจะเข้ามาเลือกดูด้วยรึเปล่า นายแบบที่คัดมาแล้วพวกนั้นน่ะ”
“ไม่ไปคงไม่ได้หรอกมั้ง มันหมายถึงภาพลักษณ์ของบริษัทเชียวนะ ถึงคงจะไม่มีใครเลิศเลอได้เท่าฉันก็เถอะ อย่างน้อยก็ให้มันดูได้แล้วกัน”
เอาเป็นแบบเจ้าหนอนหนังสือที่เจอข้างถนนวันนี้แล้วก็มาอบรมเสียหน่อยก็คงพอไหว
“นี่ อาโตเบะ นายคงจะลืมไปรึเปล่าว่านี่ไม่ใช่สินค้าสำหรับคนระดับนาย ถ้านายแบบจะออกแนวติดดินเสียหน่อยน่ะจะตรงกับความต้องการกลุ่มเป้าหมายมากกว่านะ”
ถึงโอชิทาริจะพูดจาพอมีเหตุผล แต่อาโตเบะก็ยังยืนยันความคิดตัวเอง “ยังไงก็เถอะ ให้มันมีศักดิ์ศรีบ้าง ฉันจะไปคัดเอง บอกให้ซาซากิเตรียมประวัติการทำงานของคนที่จะมาคัดตัวทั้งหมดให้ฉันด้วย”
ซาซากิ ทาโร่ เป็นเลขานุการที่คอยดูแลจัดระเบียบชีวิตการงานทุกอย่างให้มาตั้งแต่สมัยพ่อของเขา นับว่าเป็นผู้จัดการที่ดีและไม่เคยทำงานขาดตกบกพร่อง
“อย่างนั้นจะดีเหรอ นี่ไม่ใช่งานที่ประธานอย่างนายต้องลงมาดูเองเลยนะ อีกอย่างคุณซาซากิก็มีงานมากอยู่แล้ว เขาตั้ง 43 เข้าไปแล้วนะ นายยังจะไปเพิ่มงานให้เขาอีก” โอชิทาริว่า เป้าหมายที่แท้จริงก็คือถ้าอาโตเบะลงมาดูงานเอง เวลาว่างที่จะได้อยู่ด้วยกันก็จะน้อยลง
“นั่นล่ะเป็นวัยที่ควรทำงานให้หนัก” อาโตเบะตอบส่ง ๆ ขณะที่หยิบเสื้อออกมาจากตู้เสื้อผ้า ปลายสายเงียบไปจนอาโตเบะนึกว่าชายหนุ่มวางสายไปแล้ว
“ผิวนายสวยจังนะ...” จู่ ๆ โอชิทาริก็เปลี่ยนเรื่อง น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นแฝงเลศนัย ทำเอาอาโตเบะหยุดมือที่กำลังคว้าเสื้อมาใส่ “นึกถึงแล้วฉันก็อยากจะเห็นขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลย ผิวนายหลังเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ คงจะทั้งนิ่มทั้งหอม แช่น้ำอุ่นกลิ่นกุหลาบเหมือนเคยรึเปล่า”
“หยุดพูดนะ เจ้าคนสัปดน!” นี่เป็นหนึ่งในเรื่องที่โอชิทาริทำแล้วเขาไม่ชอบ พูดกรอกใส่โทรศัพท์เรื่องลามกยังกับคนโรคจิตแบบนั้นทำให้เขารู้สึกคุกคามชอบกล ทำเหมือนกับว่าตัวเองยืนดูเขาอยู่ตรงหน้าอย่างนั้นแหละ บางทีอาโตเบะก็นึกสงสัยว่าคบกับเจ้าแว่นกระจกนี่มาจนถึงขั้นนี้ได้ยังไง
ปลายสายหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ การได้แหย่อาโตเบะโดยจงใจทำในเรื่องที่อีกฝ่ายไม่ชอบก็เป็นเรื่องสนุกอย่างหนึ่งของเขา
“ไม่ให้ฉันแวะไปจริง ๆ น่ะเหรอ”
ประธานหนุ่มปฏิเสธอทันควัน “ให้ฉันมีเวลาอยู่กับครอบครัวบ้าง”
“อย่างฉันนี่ยังไม่นับเป็นคนในครอบครัวนายอีกเหรอ เคย์โกะ” อีกฝ่ายออดอ้อนปนหยอกเย้าด้วยการเรียกชื่อ มีช่วงเวลาไม่มากที่อาโตเบะจะยอมให้เขาเรียกชื่อต้นโดยไม่มีเสียงบ่นตามมา
อาโตเบะทำหูทวนลม เขารู้ว่าถ้ายิ่งฉุนเฉียวฝ่ายตรงข้ามจะยิ่งได้ใจ “รู้จักทำตัวดี ๆ อยู่ในโอวาทฉันเสียก่อนสัก 20 ปีค่อยว่ากัน”
“ใจคอจะให้ฉันรอตั้ง 20 ปีเชียวเหรอ” โอชิทาริแกล้งทำเสียงอ่อน แต่ถูกตัดรอนด้วยคำพูดเย็นชาอย่างเคย
“ไม่พอใจก็เลิกตื้อสิ” น้ำเสียงนั้นปนขบขัน อาโตเบะเดาได้ว่าประโยคแบบไหนจะตามมา
“นายก็รู้ว่าฉันตัดใจจากนายไม่ลงหรอก”
“งั้นก็เลิกบ่น มันน่ารำคาญ”
ปลายสายนิ่งเงียบไปพักหนึ่ง อาโตเบะคิดว่าอีกฝ่ายคงพยายามทำเสียงให้โศกสลดเต็มที่ แล้วก็อย่างที่คาด
“คุยกับฉันนี่มันน่าเบื่อขนาดนั้นเลยเหรอ”
อาโตเบะที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วเดินมาที่โทรศัพท์ที่วางไว้ แล้วจึงพูดตอบไปด้วยเสียงไม่เบานัก “ถ้ามันน่าเบื่อคงตัดสายไปตั้งแต่คำแรกที่นายพูดแล้ว เจ้าโง่!”
ทันทีที่จบคำนิ้วก็กดลงตัดสายทันที ขืนปล่อยให้พูดต่อไปเจ้านั่นจะพ่นคำพลอตรักน้ำเน่าออกมาไม่จบไม่สิ้น ซึ่งตอนนี้อาโตเบะไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะฟัง เพียงแค่ไม่ถึงนาทีก็มีข้อความเข้ามา แน่นอน จากโอชิทาริคนเดิม
‘ขี้อายจังนะ ราชินีของผม
ปล. รักที่สุด /o-o/’
ปุ่ม ‘ลบ’ ถูกกดทันทีในวินาทีถัดมาที่อ่านจบโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด แต่มุมริมฝีปากกลับยกขึ้นน้อย ๆ ก่อนจะส่งข้อความกลับไป
‘ทุเรศ’
ฝ่ายที่ได้รับข้อความสั้น ๆ นั้นก็เปิดดูแล้วยิ้มอย่างพึงใจ ถ้าส่งกลับมาก็แปลว่ายังสนใจอยู่ ถึงแม้จะขอแวะไปหาไม่สำเร็จแต่ก็นับว่าผลที่ออกมาโอเค หยุดตื้อไว้แค่นี้คงจะพองาม คิดอย่างนั้นแล้วโอชิทาริจึงกดหมายเลขโทรออกไปหาเพื่อนของตนแทน
“เรียวเหรอ ว่างรึเปล่า”
เสียงโวยวายตวาดมาตามสายทันทีที่ผู้โทรไปเรียกชื่อต้นของตนอย่างล้อเลียน โอชิทาริถึงกับต้องยกโทรศัพท์ออกห่างจากหูเพราะเสียงตะโกนนั้นมันดังเหลือเกิน
“ล้อเล่นน่า ชิชิโดะ ได้เวลาออกเวรแล้วนี่ คืนนี้มาดื่มกันหน่อยเป็นไง”
“เรียกตำรวจหน่วยปราบปรามยาเสพติดไปกินเหล้า นายจะบ้าเรอะ!”
ชิชิโดะ เรียว เป็นเพื่อนร่วมรุ่นเดียวกันกับทั้งเขาและอาโตเบะ ทั้ง ๆ ที่บ้านก็ฐานะออกจะดี จริง ๆ แล้วหมอนี่ควรจะอยู่ในวงการธุรกิจเหมือนกันเพราะว่าที่บ้านก็มีกิจการใหญ่โตไม่เบา แต่เจ้าตัวดันเลือกเป็นตำรวจแบบยืนกระต่ายขาเดียวว่ายังไงชีวิตนี้ก็จะต้องเป็นตำรวจให้ได้ ไม่รู้ว่าดูหนังประเภทสายลับจับปืนโหดหรืออะไรแบบนั้นมากไปรึเปล่า แต่ยังไงก็ตามโอชิทาริก็ยังไม่ละการติดต่อจากเพื่อนเก่าคนนี้
ยิ่งรู้จักคนให้มากเข้าไว้ ก็ยิ่งได้เปรียบ โดยเฉพาะในวงการอันตรายแบบนี้แล้วล่ะก็ มีคนรู้จักเป็นตำรวจไว้ไม่เสียหลาย อีกอย่างเขาก็ชอบอาการใจร้อนและนิสัยปากไม่ตรงกับใจของนายตำรวจคนนี้พอดู
“ไม่ได้บอกให้นายมาคนเดียวซะหน่อย อยากจะชวนรุ่นน้องรุ่นพี่อะไรพ่วงมาด้วยก็ได้ ตามใจ ฉันก็แค่ว่าง”
นายตำรวจหนุ่มขมวดคิ้ว ไอ้เจ้านี่พูดจาไม่รู้เรื่อง รุ่นน้องรุ่นพี่ที่ว่านั่นก็หมายถึงตำรวจทั้งกองสิวะ หมอนี่มันสติดีอยู่รึเปล่า “เออ เออ ก็ว่างอยู่หรอก เป็นนักธุรกิจระดับผู้บริหารนี่มันว่างงานดีจังเลยนะ โกงกินจนอิ่มแล้วเรอะ”
“ขืนกล้าโกงฉันก็โดนตัดหัวน่ะสิ อาโตเบะมีหวังสั่งประหารอย่างไม่ลังเลแน่” โอชิทาริว่าแล้วหัวเราะ ความสัมพันธ์ระหว่างอาโตเบะกับเขาที่ชิชิโดะรู้เป็นแค่เพื่อนร่วมงานกันเท่านั้น ส่วนเรื่องทึ่ลึกซึ้งเกินกว่านั้น ถ้าหากอาโตเบะไม่อนุญาต เขาก็ไม่อาจเปิดปากบอกใครได้
การพูดคุยกับชิชิโดะเป็นการฆ่าเวลาชั้นดีอย่างหนึ่ง คนเถรตรงอย่างชิชิโดะนั้นดูออกง่าย แหย่ขึ้นมากกว่าอาโตเบะเป็นสิบเท่า โอชิทาริเสียเวลาไม่นานในการนัดแนะอีกฝ่ายออกมาได้สำเร็จ ถึงยังมีเสียงบ่นตบท้าย แต่โอชิทาริแน่ใจได้ว่าชิชิโดะไม่เคยผิดนัด
ชายหนุ่มวางโทรศัพท์อีกหน สายตาเหม่อมองไปยังคฤหาสน์ที่ตนจอดรถมองอยู่ห่าง ๆ แต่สุดท้ายก็เสียเที่ยวที่ขับรถมาถึงที่นี่ กระนั้นโอชิทาริก็ยังยิ้มบางให้ราชินีในปราสาทนั้น
เพื่ออาโตเบะ เขารอได้เสมอ
To be continued..
ช่วยสครีมแล้วเดาเรื่องต่อกันเยอะ ๆ จะได้เอาไปเขียนต่อ กร๊ากกกกกกกก
ว๊ายยยรอฟูวคนสวยตอนหน้าก้อดั้ยยยย
ขอข้ามแม่ง อี๊ อีเก๋ ข้ามๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ฟูสวยยยยยยยยยยย สวยยยยยยยยยยยยยยยย สวยยยยยยยยยยยยยยย ไม่ออกก็สวยยยยยยยยยยยยย สวยค้างจากตอนที่แล้ว ฮื้ออออออออออออออออ ทำไมถึงสวยอย่างงี้ สรุปฮานะขอเล่นเปนชะนีตัวประกอบที่ทำงานพิเศษที่ร้านดอกไม้ และแอบสอดส่องเจ้าของร้านดอกไม้กับผู้ชายหน้าแก่ใส่แว่นกระบือหล่อแทนได้มั้ย
ต่อ
อีผู้ชายข้างถนน อ่านหนังสือตกปลาขึ้นเขาชัวร์ หล่อ หล่อ หล่ออออออออออ หล่ออออออออออออ กรูรู้ว่าหล่อออออออออ ขอสครีมต่อถึงตอนหน้า
ต่อ
อีชี่ อีบ้า ผู้ชายบ้า น่ารัก อ๊ากกก กรูโหวต ทุเรศศศศศศศ ฮื้อออออออออออออ ไม่หื่น บ้า ไม่เชื่อ
ว้ายๆๆๆๆ
ชิชิโดะซัง ไม่เท่ห์ ว้ายๆๆๆ
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ขอให้เปิดศึกชิงฟู แบบที่ว่า อีเบะสนใจอีเทะ แต่อีเทะรักฟูคนสวย อีชี่เบื่อเบะ หันมาติดใจฟู แล้วอีเบะก็โดนทิ้ง อกหัก รักคุด ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ฟูวววววววววววววววววววววววววววววววววว นางเอกกกกกกกกกกกกกก
#1 By †★☆*HANA~hanachiko*☆★† on 2008-04-28 23:16