[Tenipuri Fanfiction] Ache (9)

posted on 17 Apr 2008 00:35 by keechan  in Fiction

มัวแต่อิ๊บ ๆ จนไม่ลง

 

 

 

Ache (9) 

 

 

 เป็นเวลาไม่กี่นาทีที่ร่างไร้สติของเทสึกะถูกนำเข้าไปในห้องผ่าตัด แต่สำหรับฟูจิมนช่างยาวนานจนน่าทรมาน ฝ่ามือของเขายังคงเปื้อนไปด้วยเลือดที่บัดนี้แห้งกรัง เด็กหนุ่มหน้าหวานยืนนิ่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัดด้วยใจที่ร้อนรน

...เป็นความผิดของเขา ถ้าเขาไม่ยืนเหม่อผิดที่ผิดทาง... ถ้าเขาไม่ทะเลาะกับเทสึกะ เรื่องเลวร้ายแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น

ฟูจิไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว ขาได้แต่เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่ประตูบานตรงหน้าจะเปิดออก ไม่สนใจแม้กระทั่งเทสึกะ อายานะ คุณแม่ของเทสึกะที่ดูจะใจเย็นกว่าด้วยซ้ำ หญิงสาวปลอบเขาหลายครั้งว่ามันเป็นอุบัติเหตุ แต่คำพูดเหล่าน้นไม่ได้เข้าหูฟูจิเลย

เวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง... 2 ชั่วโมง... หรืออาจจะเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงหรือ 10 นาทีเท่านั้น แต่ฟูจิรู้สึกราวกับว่ายาวถึงครึ่งวัน เขายังยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งเทสึกะ คุนิฮารุ คุณพ่อของเทสึกะตามมา ทั้งสองพูดปลอบโยนกันตามประสาสามีภรรยาและต่างก็เชื่อมั่นว่าลูกชายคนเดียวของตนจะไม่เป็นไร

หัวใจของฟูจิก็เรียกร้องถึงสิ่งเดียวกัน...

ไม่เป็นไร... ไม่เป็นไรหรอก ใช่มั้ย เทสึกะ...? เธอคงจะไม่ทิ้งผมไว้คนเดียวใช่มั้ย...?

ช่วงเวลาแห่งความทรมานอันน่าอึดอัดเดินผ่านไปอย่างเชื่องช้า ในที่สุดประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออก ใบหน้าที่เรียบเฉยของผู้เป็นแพทย์ทำให้ไม่อาจเดาคำตอบได้ว่าดีหรือร้าย ทุกคนรอฟังคำพูดจากนายแพทย์ผู้รับผิดชอบด้วยความหวง

"คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้วครับ โชคดีที่อวัยวะภายในไม่ได้รับการกระทบกระเทือนมากนัก ที่เหลือก็แค่รอดูอาการเท่านั้น"

ราวกับเป็นคำบอกเล่าจากสวรรค์ ฟูจิน้ำตาร่วงทันทีที่ได้ยินว่าเทสึกะปลอดภัยแล้ว ทั้งรู้สึกโล่งอกและคงไม่มีอะไรที่เขาปรารถนามากกว่านี้ในชีวิต น้ำตาแห่งความยินดียังไหลพรากลงมาอย่างหยุดไม่อยู่จนกระทั่งคุณแม่ของเทสึกะเข้ามาสวมกอดแล้วลูบศีรษะเขาเพื่อปลอบโยนอย่างนุ่มนวล

"ขอบคุณ... ครับ"

ขอบคุณพระเจ้า...

#-#-#-#

"จริงเหรอครับ! คุณอายานะ!"

น้ำเสียงตื่นเต้นแฝงความยินดีของฟูจิดังขึ้นเมื่อรับฟังข่าวดีผ่านโทรศัพท์ในคืนวันที่ 2 ที่เทสึกะอยู่โรงพยาบาล คุณแม่ของเทสึกะโทรมาบอกเขาด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นว่าลูกชายของเธอรู้สึกตัวแล้ว ฟูจิเองก็แทบจะระงับความดีใจไว้ไม่อยู่

"ขอผม... ขอผมฟังเสียงเขาหน่อยได้มั้ยครับ"

ที่ผ่านมาเด็กหนุ่มเข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลบ่อยครั้งด้วยความหวังว่าจะเห็นคนที่รักลืมตาขึ้นมาเสียที วันเวลาเพียง 2 วันที่เทสึกะสลบไสลไม่ได้สติ แม้แพทย์ผู้รับผิดชอบจะยืนยนด้วยน้ำเสียงแจ่มใสว่าไม่มีอาการแทรกซ้อนใด ๆ ที่น่าเป็นห่วงฟูจิก็ไม่อาจทำใจให้สงบลงได้

คำขอร้องนั้นถูกน้ำเสียงอ่อนโยนของหญิงสาวเอ่ยปฏิเสธอย่างเสียดาย เพราะว่าเพิ่งฟื้นตัวร่างกายจึงยังอ่อนเพลีย คงจะต้องเป็นพรุ่งนี้เช้าเทสึกะจึงจะตื่นเต็มตา ฟูจิรับฟังแต่โดยดีแล้วกล่าวขอบคุณ

นิ้วมือเรียวกดวางหูโทรศัพท์ แล้วฟูจิจึงถอนหายใจอย่างโล่งอกอีกครั้ง ถ้าเป็นไปได้เขาอยากพุ่งตรงไปโรงพยาบาลเสียแต่ตอนนี้ ความจริงแล้วเขาอยากคอยเฝ้าอยู่ข้าง ๆ อีกฝ่ายตลอด 24 ชั่วโมงด้วยซ้ำ แต่ผู้ปกครองทั้ง 2 ของเทสึกะไม่เห็นด้วย พวกเขาคิดว่าฟูจิไม่ควรจะเป็นกังวลเรื่องนี้มากเกินไป แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขามีกะจิตกะใจไปโรงเรียนได้

เวลาแค่ 2 วัน เขากลับรู้สึกว่ามันยาวนานเป็นปี...

วันต่อมาฟูจิมุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาลตั้งแต่เช้า นึกแต่อยากจะเห็นหน้าเทสึกะให้เร็วที่สุดเท่านั้น กระนั้นร่างโปร่งยังไม่ลืมที่จะนำดอกไม้ไปแสดงความยินดี ดอกกุหลาบสีชมพูสดที่บานสะพรั่งคงจะช่วยให้เทสึกะรู้สึกสดใสขึ้นมาได้

ฟูจิยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเมื่อเดินมาถึงหน้าห้องคนไข้ เกือบจะ 8 โมงแล้ว เขาคงไม่ได้มาเช้าเกินไปหรอกนะ เด็กหนุ่มเคาะประตูห้องพร้อมหัวใจที่เต้นตึกตัก

เทสึกะ อายานะ เปิดประตูออกมาต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

"อรุณสวัสดิ์ครับ คุณอายานะ" ฟูจิเอ่ยทักทายแล้วชะโงกตัวมองเข้าไปในห้องทันที คุณแม่ของเทสึกะไม่ได้ถือสากับกิริยานั้นแล้วปล่อยให้เขาเดินเข้ามาในห้องได้ตามสบายด้วยรู้ว่าเขาคงอยากเห็นหน้าลูกชายของเธอเต็มที

เทสึกะกำลังนอนเอนอยู่บนเตียง ไม่มีสายระโยงระยางจนน่ากลัว มีเพียงสายน้ำเกลือกับสายให้เลือดเพียงเท่านั้น แขนขวาถูกใส่เฝือกหนาไว้ แต่สีหน้าดูดีขึ้นมาก โต๊ะเลื่อนสำหรับวางถอดอาหารถูกเลื่อนไปวางไว้ข้าง ๆ คนไข้คงเพิ่งจะกินอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย ดูจากปริมาณอาหารที่แทบไม่เหลือบอกได้เป็นอย่างดีว่าอาการของเทสึกะดีขึ้นมากทีเดียว

"เทสึกะ" ฟูจิเอ่ยเรียก ไม่เคยรู้สึกโล่งอกขนาดนี้มาก่อนในชีวิต

เจ้าของดวงตาสีน้ำทะเลรีบรุดเข้าไปข้าง ๆ เตียง เพื่อมองหน้าอีกฝ่ายให้ ลืมดอกไม้ที่ตนถือมาฝากไปโดยสิ้นเชิง

เทสึกะเอียงคอหันมามอง ดูเหมือนจะยังขยับไม่ได้ดั่งใจเท่าไหร่ และไม่มีแว่นตาเหมือนทุกที คงเพื่อให้ได้พักผ่อนเต็มที่ เขาไล่สายตามองฟูจิช้า ๆ แล้วจึงเอ่ย

“ไม่ไปโรงเรียนอีกแล้วเหรอ นายนี่นะ” เสียงทุ้มอันคุ้นเคย ราวกับไม่ได้ยินมานานเป็นแรมปี ถึงจะเป็นคำตำหนิแต่ฟูจิก็ยิ้มรับ พร้อมกุมมือข้างซ้ายของอีกฝ่ายไว้

“ก็เทสึกะสำคัญกว่า...”

ฟูจิเกือบจะโน้มใบหน้าลงไป แต่นึกขึ้นได้ว่ามีผู้ใหญ่อีกคนอยู่ในห้อง คงไม่ใช่เรื่องที่สมควรจะทำนัก เด็กหนุ่มเบนความสนใจมาที่ช่อดอกกุหลาบที่ตนถือมาแล้วทำเฉไฉได้อย่างแนบเนียน

“เดี๋ยวผมเอาดอกไม้ไปใส่แจกันให้นะ”

มือที่กอบกุมอยู่ละออกไปอย่างเสียดาย

“อย่าพูดอย่างนั้นสิจ้ะ คุนิมิตสึ ชูสุเกะน่ะเป็นห่วงลูกมากกว่าใครนะ” ผู้เป็นแม่ว่า

“ผมทราบครับ...” เด็กหนุ่มตอบคำ แล้วเลื่อนสายตาหงอยเหงาไปยังอีกคน

เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้น แล้วพยาบาลในชุดขาวก็เดินเข้ามา เมื่อเธอเห็นถาดอาหารที่ว่างเปล่าก็ยิ้มแล้วหันมาบอกผู้ปกครองของคนไข้

“เจริญอาหารแบบนี้ คงไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงแล้วล่ะค่ะ” เธอว่าแล้วจัดแจงเก็บถาดอาหารเช้าออกไป ก่อนจะหันมาบอก “คุณหมอขอเชิญพบคุณแม่สักครู่นะคะ”

เทสึกะ อายานะ ผงกศีรษะรับ แล้วหันมาพูดกับฟูจิ “ถ้าอย่างนั้น ชูสุเกะ ฝากคุนิมิตสึด้วยนะจ้ะ”

“ยินดีครับ” ฟูจิยิ้มรับพร้อมถือแจกันที่เต็มไปด้วยดอกไม้สีชมพูสดมาวางไว้ข้างเตียงคนไข้ เมื่อประตูถูกปิดลง ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ ร่างโปร่งจึงเริ่มบทสนทนา

“เจ็บมากรึเปล่า” แม้จะรู้ว่าเป็นคำถามโง่ ๆ แม้จะรู้ว่าคำตอบที่อีกฝ่ายจะตอบออกมาคืออะไร แต่ฟูจิก็ยังเอ่ยถามออกไป เด็กหนุ่มนั่งอยู่ข้างเตียงแล้วยกแขนข้างซ้ายที่ไม่บาดเจ็บขึ้นมากุมอีกครั้ง

เทสึกะเพียงแต่ยิ้มบาง แล้วกำมือตอบ “นายปลอดภัยก็ดีแล้ว”

ถึงแม้ใบหน้าจะดูสดใสเมื่อเทียบกับอาการบาดเจ็บ แต่แววตาที่เศร้าหมองจนหดหู่นั่น... ทำให้ฟูจิติดใจสงสัย ดวงตาสีน้ำทะเลจ้องตาอีกฝ่ายแล้วไล่เลียงถาม “เทสึกะ... รู้สึกไม่สบายตรงไหนรึเปล่า”

ทำไม... ถึงได้ทำหน้าเศร้าอย่างนั้น

“...นิดหน่อย... น่ะ”

คำตอบคลุมเครือที่ไม่รู้ว่าหมายถึงอะไรกัน แต่ฟูจิก็ไม่กล้าจะซักคนป่วยมาก มือเรียวยกขึ้นเสยเส้นผมสีน้ำตาลที่ปรกลงมา แล้วหยุดนิ่งเมื่อแตะสัมผัสผิวแก้ม เทสึกะหลับตาลงแล้วซบใบหน้าลงกับฝ่ามือนิ่ม

“ขอโทษนะ... ที่ทำให้นายเป็นห่วง”

“เธอน่ะ เกือบจะทำให้ผมหัวใจหยุดเต้นนะ” ฟูจิเอ่ยหยอกแล้วยิ้ม ไล้นิ้วมือไปตามใบหน้าอีกฝ่าย “ขอบคุณมากนะ... ผมต่างหากล่ะที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษ ถ้าผมเจ็บแทนเธอได้ก็คงจะดี”

เป็นความผิดของผมต่างหาก... ฟูจิคิดอย่างนั้น แต่ขืนพูดออกไปคงจะเถียงกันไปไม่รู้จบจึงได้แต่สัมผัสไออุ่นจากกายอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้นให้แน่ใจว่าเทสึกะนั้นปลอดภัยอยู่ตรงหน้าเขา

“...ขอโทษ... เรื่องก่อนหน้านี้ด้วย” เทสึกะพูดขึ้นมาอีก ใบหน้าเคร่งขรึมฉายแววหดหู่ แต่พยายามซุกซ่อนเอาไว้ไม่ให้เด็กหนุ่มอีกคนต้องเป็นกังวล “ฉันไม่มีเจตนาจะบังคับนาย ถ้าหากว่านายไม่ต้องการล่ะก็... เรื่องเทนนิส... ก็ช่างมันเถอะ”

น้ำเสียงท้ายสุดนั่นฟังห่อเหี่ยวและแผ่วเบาลง ก่อนรอยยิ้มบาง ๆ จะปรากฏขึ้นบนใบหน้า “เพราะว่าฉัน... รักนายที่สุด”

ฟูจินิ่งฟังด้วยหัวใจที่ปลาบปลื้ม น้ำใส ๆ เริ่มรื้นขึ้นมาที่ขอบตาจนอุ่น เขากุมมือซ้ายของเทสึกะเพื่อส่งผ่านความรู้สึกของตน ถึงอยากสวมกอดคนตรงหน้าเอาไว้ให้แน่น ๆ แต่ก็ต้องหักห้ามใจไว้เพราะอาการบาดเจ็บของเทสึกะยังหนักหนานัก

...ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเทสึกะเห็นเขามีความสำคัญถึงเพียงนี้ ไม่แพ้ความรู้สึกที่ตนมีให้ ความรักนี้ช่างท่วมท้นจนดูราวกับจะมองเห็นได้ชัดเจน

“ผมนี่... เป็นคนที่แย่จริง ๆ ความรักของเทสึกะ... มากมายถึงขนาดนี้แล้วแท้ ๆ ยังจะเรียกร้องความสนใจจากเธออีก” คำพูดที่ออกมาจากส่วนลึกของหัวใจนั้นช่างน่าซาบซึ้งจนฟูจิต้องหลั่งน้ำตา

เพราะว่าฟูจิไม่เคยแน่ใจ... จากที่เคยคิดว่ารู้จักเทสึกะดีมาตลอด เขากลับมองข้ามสิ่งที่สำคัญที่สุดไปได้

เทสึกะได้แต่ยิ้มเท่านั้น เป็นรอยยิ้มจาง ๆ ที่ซ่อนปริศนาบางอย่างที่ฟูจิยังมองไม่ออก อดีตกัปตันแห่งเซชุนค่อย ๆ โน้มตัวลงจูบลงที่หางตาอีกฝ่าย “ไม่เป็นไร... ฉันยอมแลกทุกอย่างได้ เพื่อให้นายอยู่เคียงข้างแบบนี้ตลอดไป”

อัจฉริยะแห่งเซชุนยึดไหล่ซ้ายของร่างสูงเบา ๆ ก่อนจะประทับจุมพิตลงบนริมฝีปากได้รูป แรงปรารถนาของหัวใจต้องการจะมอบจูบที่ดูดดื่มกว่านี้ แต่เพราะเกรงว่าจะทำให้กระเทือนถึงบาดแผล ฟูจิจึงประคองท้ายทอยอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล ก่อนจะสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากอุ่นอย่างใจเย็นที่สุด

“ผมรักเธอ... มากที่สุดเหมือนกัน”

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเป็นประกาย สำหรับเทสึกะแล้ว คำพูดนั้นก็พอเพียงที่จะหล่อเลี้ยงกำลังใจของตนไว้ได้ แม้เขาเองจะยังไม่มีคำตอบ... ว่ามันจะคงอยู่ไปอีกนานเท่าไร

 

 

 

 

 

To be continued...

 

 

 

มั่ว ๆ ไถ ๆ เดี๋ยวก็จบแล้ว จบตอนหน้าเลยดีป่ะ? 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

หวานได้อีก... สรุปเป็นฟิคแฮปปี้เอนดิ้งสินะคะ embarrassed embarrassed

ต่อไปอีกหลายๆตอนเลยค่า cry *โดนดีดออกจากบล็อก*
โอ้ยยย ฟื้นแล้ว ฟื้นแล้ว ยังไม่ตาย ยังไม่ตาย ยังไม่ตายยยยยยยยยยยย

ฮึ้วววววววววววววววววววว

รออ่านตอนจบบบบบบบบบบบ


*-*
ฟูพระเอกกกกกกกกกกกกกได้อีก
แหมๆๆ เทะขรา เดี้ยงแล้วเคะขึ้นอีก 82%

#2 By Uriel*幸村が大好き!! on 2008-04-17 06:17

ไม่ตายแฮะ....
หวานเหลือเกิ๊นนนนนน
แต่ตอนนี้ เทะแอบเมะนะคับนี่ อะหุๆ

#3 By TsuKuro on 2008-04-17 17:20

จิ๊ ทำไมไม่เป็นเหมือนที่เราโหวตน้า

ตอนนี้มีแต่ความหวานน้ำตาลเรียกพี่สินะ

แฮปปี้แล้วก็จบเถ้อ จะได้เอาเวลาไปแต่งเรื่องใหม่555

#4 By Mercutery on 2008-04-17 18:26

น่ารักจัง
หายไวๆน้าส์
สุดที่รักของช้าน

#5 By MireI on 2008-04-17 18:52

ทำไมไม่ตาย.........


(ก๊ากกกกกกกกกกกกก)
เอื๊อกกกกกกกกกกก

ตายสิ

ความจำเสื่อมสิ


ฮิๆๆๆopen-mounthed smile

#7 By :nakare: on 2008-04-17 20:45

เอิ่ม....อ่านมาซึ้งๆ แล้วมาเจอทอล์คตอนท้ายนี่เล่นเอาชะงัก จะจบตอนหน้าเลยเรอะ

แหม..แล้วอย่างงี้จะมีอะไรหักมุมอีกหรือเปล่าเนี่ย
(ทำไมคิดแง่ร้ายอย่างงี้นี่เรา...)

#8 By ^-Hawkeye-^ on 2008-04-17 22:54

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด
เทะเคะแตกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

/เขี่ยเทะออก

กรูเสียบเองงงงงงงงงงงงงงงงง

วี้ดๆๆๆๆ

พี่ฟูจิหล่ออออออออออออออออ
กรูจะเอาแบบนี้~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~!!