[Tenipuri AU Fiction] Roaming Hearts (1)
posted on 09 Apr 2008 20:35 by keechan in Fictionรายนามผู้แต่ง:
hana matsumoto - ทาสชูรัน
shadow - มหาอุปราชโอไซรีส, อัศวินเทเซอุส
KeeChan - เจ้าชายเคย์ริธิส, อัศวินเทเซอุส
(แคสงงป่ะ 555)
เสียงฝีเท้าก้องดังโถงทางเดินหินอ่อนในเขตพระราชฐาน จังหวะการเดินนั้นมั่นคงและหนักแน่น บ่งบอกถึงความห้าวหาญสมเป็นอัศวินอันดับหนึ่งประจำราชสำนัก
ระยะทางจากปราสาทด้านในอันเป็นที่พักของเหล่าอัศวินผู้กล้าแกร่ง จนถึงท้องพระโรงนั้นไม่ใช่ระยะทางใกล้ ๆ แต่สำหรับเขาที่เติบโตมาภายในพระราชวังที่มีอาณาเขตกว้างขวางเช่นนี้มา ระยะทางเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับการเดินเล่น ในขณะที่หากเป็นคนนอกอาจจะหลงทางและนึกว่าพระราชวังนี้เป็นเขาวงกตได้เสียด้วยซ้ำ
เทเซอุสยังก้าวเท้าสม่ำเสมอ เป็นกิจวัตรประจำวันที่เขาต้องไปรายงานตนและถวายบังคมต่อเจ้าชาย ผู้เป็นเจ้าของชีวิตของเขาในฐานะอัศวิน และนั่นคือหน้าที่ที่เขาทำมาได้อย่างไม่เคยขาดตกบกพร่อง
อัศวินผู้เฉยชา และเพลงดาบที่แข็งแกร่งแบบหาตัวจับยากยิ่ง มักเป็นคำที่ผู้คนต่างพูดถึงเขา อีกคำที่ถูกเรียกลับหลังบ้างก็คือ 'อัศวินเจ้าระเบียบ' ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยดูไร้ความรู้สึก ซื่อสัตย์และให้ความสำคัญต่อหน้าที่เหนือสิ่งใด ทั่วทั้งอาณาจักรต่างยอมรับในความสามารถของอัศวินผู้นี้
น้อยคนนัก... ที่จะรู้ว่าแท้จริง ในความแข็งแกร่งนั้น มีความอ่อนโยนซ่อนเร้นอยู่ และผู้ที่ได้สัมผัส ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเจ้าชายผู้เป็นที่รักและเทิดทูนของเทเซอุสนั่นเอง
จังหวะเดินที่แน่วแน่มานาน กลับสะดุดลง เพราะการปรากฏตัวของชายผู้หนึ่ง แต่เพียงชั่วครู่เท่านั้น อัศวินร่างสูงชักเท้าเดินต่อโดยไม่สนใจบุคคลตรงหน้าที่ดูเหมือนจงใจจะขวางทางเขา
แต่ปฏิกิริยาเล็กน้อยนั้น... ไม่รอดสายตาคมของฝ่ายตรงข้ามไปได้
ชายผู้สวมชุดอุปราชกางมือกั้นร่างของอัศวินผู้ทรนง มือใหญ่ทาบกับผนังเย็นเยียบ อุปราชหนุ่มก้มหน้าลงไปหาเทเซอุสจนแทบจะสัมผัสกัน ลมหายใจร้อนเฉียดผิวไปแผ่วเบา ดวงตาสีน้ำเงินเข้มมองด้วยหางตาก่อนจะแย้มยิ้มออกมาประดับใบหน้าหล่อเหลา
เขายกมือที่กั้นออกก่อนจะเดินจากอัศวินหนุ่มเพื่อเข้าสู่ท้องพระโรงอันโอ่โถง ใจหนึ่งคิดถึงเจ้าชายอันเป็นที่รัก...แต่อีกใจหนึ่งก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงผู้ที่เดินตามอยู่เบื้องหลัง
กลิ่นกายของชายผู้นั้นยังไม่เปลี่ยน.......นับจากที่ได้เข้าสู่อ้อมกอดของเขา แม้จะเป็นสัญญาเพียงคืนเดียวแต่ก็เป็นค่ำคืนแสนวิเศษ อัศวินหนุ่มผู้อุทิศตนเพื่อปกป้องเจ้าชาย....หึ......ช่างเป็นอัศวินที่โง่เง่าที่สุด
สิ่งที่น่าขันของอัศวินผู้นั้น.....คือแววตาวูบไหวและกายที่สั่นระริก ยามที่ได้พบเขา
....และนั่นเป็นสิ่งที่เขากำลัง 'สนุก' อยู่ในตอนนี้
แม้จะควบคุมท่าทีไว้ได้ แต่เทเซอุสรู้อยู่แก่ใจว่าหัวใจของตนกำลังสั่นเทิ้มด้วยความคับแค้นและไร้ทางสู้
มหาอุปราชเป็นชายที่เก่งกาจและน่าสะพรึงกลัว ท่าทีหยิ่งยะโสกับความสามารถรอบด้านที่แฝงความลึกลับที่ไม่มีใครอาจหยั่งถึง
ผู้ที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อความบันเทิงเริงใจของตนเอง!
เทเซอุสมองตามแผ่นหลังมหาอุปราชที่ห่างไกลออกไปด้วยความดูหมิ่น ขณะเดียวกันก็นึกสมเพชตนเอง
ครั้งหนึ่ง... เขาละทิ้งศักดิ์ศรีและยกมันให้ชายคนนั้นเหยียบย่ำอย่างไม่มีชิ้นดี เพื่อปกป้องคนที่สำคัญที่สุด
...ตัวข้าช่างน่าสมเพชนัก...
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มหลุบต่ำลง สายลมอ่อนที่นาน ๆ จะโชยพริ้วเข้ามาหวนชวนให้นึกถึงค่ำคืนที่น่าอับอายนั่น...
..................................................................
อีกทางหนึ่งของพระราชวัง มีชายร่างยักษ์ที่เพิ่งเดินผ่านเขตพระราชฐานเข้ามา ในมือของเขาจับโซ่เส้นหนาไว้ ที่ปลายโซ่เส้นนั้น ปรากฏร่างบอบบางภายใต้เสื้อผ้าขาดวิ่นมอมแมม เพียงแค่มองก็รู้แล้วว่า คนที่ถูกโซ่พันธนาการนั้นเป็นทาส ไม่ใช่นักโทษแต่อย่างใด
แม้จะถูกลากดึงตามแรงโซ่ แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะเหลียวดูรอบๆตัว พระราชวังนี้กว้างใหญ่ และสวยงามกว่าที่ได้ยินคำร่ำลือมาเสียไม่รู้กี่เท่า ทางเดินที่กว้างขวาง พื้นหินเนื้อดีที่เย็นเยียบยามปลายเท้าสัมผัส แต่ก็คงไม่มีอะไรที่รบกวนความคิดของเขาได้เท่ากับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่นานนี้
เขาจะถูกขายต่อ หรือจะได้หยุดพักเสียที...
ทหารหน้าประตูสองคน ออกแรงเปิดประตูบานใหญ่ ลมที่เกิดขึ้นจากบานประตูพัดผ่านให้เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนปลิวไปตามแรงลม เผยให้เห็นใบหน้าสวยหวานน่ามอง ชายร่างยักษ์ที่นำเขามา เดินผ่านประตูบานใหญ่เข้าไป แล้วออกแรงดึงเขาจนแทบปลิวไปกับโซ่ ร่างบางที่ถูกดึงล้มทรุดลงกับพื้น
เขาค่อยๆยันตัวขึ้นก่อนเงยหน้าขึ้นมอง บัลลังก์เบื้องหน้าที่อยู่ไม่ไกลนักว่างเปล่า ไร้เงาเจ้าชาย ที่ควรจะประทับอยู่บนนั้น
เมื่อมองเลยต่อไปข้างๆ มีชายหนุ่มสองคนยืนอยู่ คนหนึ่งตีสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง กับอีกคน ที่ยืนยิ้มอารมณ์ดีแต่ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน แต่ก่อนที่จะได้มองมากกว่านั้น เขาก็ถูกลากให้ไปหมอบอยู่ด้านหลังของชายร่างยักษ์
ทหารหลวงบรรเลงเพลงอันเป็นสัญญาณบอกว่าผู้มีอำนาจที่สุดได้มาถึงท้องพระโรงแล้ว เสียงแตรกังวานครอบคลุมไปทั่วห้อง เหล่าขุนนางและอัศวินต่างคุกเข่าลงเพื่อแสดงความเคารพ
คณะนางกำนัลเยื้องย่างผ่านม่านกำมะหยี่สีแดงเข้ากับพรมหนานุ่มชั้นเลิศ แต่ละย่างก้าวของพวกนางนั้นกรีดกรายได้งดงามสมเป็นนางในวังชั้นใน
กลีบกุหลาบสีแดงสดถูกโปรยปรายคลุมบนพรมอีกชั้นหนึ่ง ยิ่งเพิ่มความละมุนละไมให้แก่วิถีเบื้องล่าง
ยากนักที่จะจินตนาการผู้ใดได้วางฝ่าเท้าบนเหล่ากลีบกุหลาบนุ่มนั้นนอกเหนือไปจากเจ้าชายเคย์ริธิสผู้มีความทระนงและล้ำค่ายิ่งกว่าใคร
ร่างโปร่งสมส่วน แต่แฝงด้วยความดุดันดังเสือดาว กวาดสายตามองข้าราชบริพารของตนด้วยสายตาพึงพอใจเหมือนทุกครา ก่อนจะก้าวขึ้นสู่บัลลังค์ที่สมฐานะตน
ร่างที่หมอบอยู่เหลือบมองบุคคลที่กำลังย่างกรายขึ้นนั่งบนบัลลังก์ ทุกย่างก้าวดูสง่างาม รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้างดงามราวรูปปั้นที่หากได้มองคงละสายตาไปได้ยาก... ราวกับเป็นเทพบุตร
โอไรซีส....อุปราชหนุ่มผู้ยืนอยู่ฝั่งซ้ายของบัลลังก์เดินก้าวเข้าไปหาเจ้าชายผู้ยิ่งใหญ่...หรืออีกนัยหนึ่งคือผู้ที่เขารักจากก้นบึ้งของหัวใจ มือเรียวถูกประคองอย่างนุ่มนวลก่อนจะประกบริมฝีปากอย่างแผ่วเบา แววตาลุ่มหลงที่มองใบหน้าเย่อหยิ่งนั้นสลดลงเมื่อแลเห็นเนตรของเจ้าชายจับไปสู่อัศวินที่ยืนอยู่เบื้องขวา
............เทเซอุส.......ข้าอิจฉาเจ้าจนแทบจะฆ่าให้ตาย.......
เขาปล่อยมือที่กุมไว้แล้วถอนกายลุกขึ้นเดินกลับสุ่ตำแหน่งเดิม...แต่ไม่ลืมที่จะส่งสายตาเคียดแค้นระคนคุกคามให้อัศวินหนุ่มผู้นั้น
เมื่อสิ้นสุดพิธีการทำความเคารพของมหาอุปราช เจ้าชายไม่ได้ลดมือลงอย่างเดิม ตรงกันข้าม... กลับยื่นมืออันแสนสูงส่งนั้นไปให้บุคคลเบื้องหน้าผู้ที่จะต้องทำความเคารพเป็นลำดับต่อไป
เทเซอุส อัศวินที่แสนเก่งกาจและเลื่องชื่อเดินเข้าใกล้ ก่อนจะรองมือของเจ้าชายเคย์ริธิสไว้แล้วย่อกายคุกเข่าลง ริมฝีปากจูบสัมผัสเบาๆที่หลังมือ ดวงตาคมมองใบหน้าของเจ้าของชีวิตด้วยความรู้สึกที่มากมายกว่าความจงรักภักดี... ความรู้สึกรักที่ไม่อาจเปิดเผยได้ ใบหน้าเรียบเฉยนั้นซ่อนความรู้สึกอันไม่สมควรจะแสดงออกได้อย่างมิดชิด
สัมผัสซื่อตรงที่ไม่มีอะไรเกินเลยไปมากกว่าการอุทิศกายเพื่อเจ้าชายในฐานะอัศวิน กวนให้ใจของเคย์ริธิสขุ่นมัวขึ้นมาเล็ก ๆ
เทเซอุสไม่เคยมองเขาในฐานะอื่น... นอกจากเจ้าชายที่ต้องคุ้มครองตามหน้าที่เท่านั้น
เจ้าชายเคย์ริธิสผู้มีทุกอย่างเพียบพร้อม ต้องการสิ่งใดเพียงออกปากไม่กี่คำสิ่งที่ปรารถนาก็ถูกนำมาประเคนแทบเท้าทุกครั้งไป แต่อัศวินประจำกายผู้เก่งกาจ... ไม่เคยมอบในสิ่งที่เขาหวัง... แม้สักครั้ง
แววตาที่มองอัศวินของตนด้วยความปลาบปลื้มเมื่อครู่ แปรเป็นความเบื่อหน่ายอย่างทันควัน เคย์ริธิสดึงมือออกจากมือใหญ่ของอีกฝ่าย แล้ววาดมือเป็นการบอกเหล่าขุนนางว่าให้เริ่มรายงานเสียที
".... ข้าพบทาสนี่ที่เมืองข้างๆ... และคนที่เมืองนั้นเอ่ยปากให้ข้านำมา ข้าจึงพามันมาที่นี่... ขอเจ้าชายพิจารณาด้วย...." ชายร่างยักษ์เดินมายืนอยู่ตรงกลาง คุกเข่าลงก้มหน้าไม่สบตากับเจ้าชาย มือขวาที่กำโซ่ไว้ กระตุกแรงๆ พาให้ร่างที่แอบอยู่แทบจะลอยมาหมอบอยู่เบื้องหน้าเจ้าชายผู้สูงศักดิ์
ร่างโปร่งสูงศักดิ์ นั่งเท้าคางอย่างไม่ใคร่สนใจนัก ทาสที่ทหารนำมาเสนอ แว่บเดียวก็ตัดสินได้ว่าพื้นเพเป็นเช่นไร รูปร่างเล็กแบบนี้ไม่มีทางเป็นทาสที่เอาไว้ใช้แรงงานอย่างเดียวเป็นแน่
"เจ้าชื่ออะไร" น้ำเสียงสูงศักดิ์เอ่ยถาม
ใบหน้าหวานเงยขึ้นมองอย่างกล้าๆกลัวๆ ก่อนจะเอ่ยตอบคำถาม
"ข้าชื่อ.. ชูรัน" เสียงที่เอ่ยออกมาแหบพร่า
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ทาสร่างเล็กนั้นค่อย ๆ ดังขึ้นจนเป็นเสียงจ้อกแจ้กจอแจเมื่อเจ้าชายไม่รับสั่งสิ่งใดต่อ
สายตาเรียวดังพยัคฆ์จ้องมองเหยื่อ พิจารณาร่างเล็กอย่างประเมินค่า
"เอาไปให้พ้นหูพ้นตาข้า" เจ้าชายออกคำสั่งในที่สุด แต่คำพูดหลังจากนั้นทำให้เสียงฮือฮายิ่งดังขึ้น "ให้มันเป็นอาหารสิงโตซะ คงเป็นประโยชน์ให้คาบาส สัตว์เลี้ยงตัวโปรดของข้าได้ซักมื้อ"
"ขอรับ" พูดจบ ชายคนนั้นก็ดึงโซ่เต็มแรง ลากเอาร่างบางให้ตามมา แม้ว่าชูรันจะพยายามขืนตัวไว้ แต่เปล่าประโยชน์ในเมื่ออีกฝ่ายมีร่างใหญ่ยักษ์เช่นนี้ เมื่อเกิดการต้านกัน แรงกระชากของโซ่ทำให้ชูรันล้มลงกับพื้นอีกครั้ง แม้นเลือกไว้ว่าไม่ถูกขายต่อ ก็คงได้อยู่ที่นี่ แต่การกลายเป็นอาหารสิงโตนั้นไม่เคยอยู่ในระบบความคิดของเขา
ชูรันหลับตาลง ขับน้ำตาให้หยาดหยดลงกับความน่าสมเพชของตัวเอง
ขณะที่ร่างถูกกระชากลากไปตามทาง พลันสายตาก็สบเข้ากับอัศวินผู้งามสง่า ที่ยืนอยู่ข้างเจ้าชายเคย์ริธิส เสียงของเขา แม้เอ่ยออกไปคงไม่มีใครได้ยินแล้วในตอนนี้
... ข้ายังไม่อยากจบชีวิตลงแบบนี้...
ดวงตาเรียวคู่สวยซึ่งมีน้ำตาคลออยู่ของทาสที่ถูกฉุดกระชากอยู่เบื้องหน้านั้นช่างดูสิ้นหวัง..... อัศวินหนุ่มแทรกกายเข้าระหว่างทหารร่างยักษ์ ด้ามดาบคู่ใจกั้นทหารให้ถอยห่างแล้วประคองเรือนร่างบอบบางไว้ในอ้อมกอด
เขารู้ดีว่าการขัดใจเจ้าชายจะมีโทษเช่นไร.....แต่ก็มิอยากให้คนที่เขารักและบูชาตัดสินอะไรตามอารมณ์เกินสมควร
เคย์ริธิสขึงตาแสดงถึงความโกรธเคืองอย่างที่สุด ไม่จำเป็นต้องเอ่ยถาม แค่สายตานั้นก็เรียกร้องคำตอบจากอัศวินได้
"ข้าแต่เจ้าชาย หม่อมฉันเห็นว่าเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่งที่ทรงตรัสเช่นนั้น ทาสผู้นี้เพิ่งมาใหม่ ท่านไม่คิดบ้างหรือว่าเขาอาจจะมีประโยชน์ต่อเราในอนาคตได้" น้ำเสียงทุ้มต่ำพูดด้วยเสียงไม่ดังนักทว่าหนักแน่นในทุกคำที่เปล่งออกไป
ชูรันตกใจกับการกระทำของเทเซอุส แต่สิ่งที่ทำให้ตกใจยิ่งกว่าคือการอยู่ในอ้อมกอดแข็งแกร่ง อ้อมกอดที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย... ร่างบางมองหน้าอัศวินเทเซอุสผู้ยื่นมือเข้ามาต่อลมหายใจของเขาอย่างซาบซึ้งในบุญคุณ เมื่อได้อยู่ใกล้กันเขาถึงได้พินิจดูอีกฝ่ายชัดๆ อัศวินหนุ่มที่ยืนนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูจริงจัง น้ำเสียงทุ่มต่ำที่ฟังดูหนักแน่น
... หัวใจกำลังเต้นแรง...
คำอธิบายใดก็ไม่อาจยั้งจิตใจที่เกรี้ยวกราดของเจ้าชายลงได้ ไม่ใช่เพราะสิ่งที่บัญชาไม่ได้ดั่งใจ ไม่ใช่เพราะอัศวินขัดคำสั่ง การถูกขัดใจไม่ใช่สาเหตุ... แต่เป็นเพราะความอ่อนโยนที่กำลังห้อมล้อมเจ้าทาสไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงนั่นต่างหาก!
แม้จะเป็นแค่ความเวทนา แต่ก็ผสมปนเปไปด้วยความอ่อนโยนที่นานครั้งจะแสดงออก แต่ครั้งนี้... เทเซอุสมอบให้คนไม่รู้หัวนอนปลายเท้าเสียง่ายดาย
"ประโยชน์งั้นหรือ เทเซอุส" เอ่ยชื่ออัศวินของตนอย่างท้าทาย "ทาสคนนี้จะมีประโยชน์อื่นใดได้อีก ลองบอกข้ามาสิ ข้าเองก็อยากรู้ว่าท่านจะคิดอะไรแตกต่างไปจากสมองอันปราดเปรื่องของข้า"
"ภาษิตว่าไว้...อย่าตัดสินคนจากภายนอก ทาสคนนี้แม้จะใช้แรงงานไม่ได้แต่ข้าคิดว่าเขาอาจจะมีดีอย่างอื่น ท่านจะไม่ลองให้เขาได้แสดงความสามารถให้เราได้เห็นหรือ ถ้าท่านไม่พอใจจะสั่งประหารเมื่อไหร่ก็แล้วแต่ท่าน....ชีวิตไร้ค่าเช่นนี้อยู่ในมือท่านแล้ว เจ้าชาย....อย่างน้อยก็รับสั่งให้ขังไว้ก่อนเถอะ" อุปราชหนุ่มจ้องมองภาพเบื้องหน้าแล้วแย้มยิ้ม
แม้จะพูดอะไรมากมายออกไป..แต่ความหวังของเขาก็คือการใช้ทาสหนุ่มคนนี้เข้ามาสั่นคลอนภาพในหัวใจของเจ้าชาย..เท่านั้นเอง
เทเซอุสลดดาบในมือลง เขาปล่อยมือจากร่างบางแล้วคุกเข่าลงต่อหน้าเจ้าชาย ดาบคมกริบที่อยู่ในมือวางลงแทบเท้าอันสูงศักดิ์ ฝ่ามือหยาบกร้านแตะลงที่พื้นพรมก่อนจะค้อมตัวลงต่ำ
"ขออภัยที่ทำให้ทรงกริ้ว....หากข้าทำอะไรให้ท่านไม่พอใจได้โปรดลงโทษที่ข้า เพราะท่านคือเจ้าชีวิตแห่งข้า..ท่านเคย์ริธิส"
อัศวินหนุ่มแตะที่รองเท้าตรงหน้าแผ่วเบา......หากเขาเป็นผู้ที่สูงทัดเทียมอีกฝ่าย..ความในใจคงพูดออกมาได้ง่ายนัก
อารมณ์ที่เดือดดาลนั้นเริ่มสงบลงได้ เพราะความนอบน้อมนั้นที่แสดงถึงการยอมสยบ
'อย่างน้อยเจ้าก็ยังรู้ว่าใครเป็นเจ้าชีวิตของเจ้า'
ริมฝีปากสวยยกยิ้มอย่างพึงพอใจ แค่ตามใจอัศวินคนโปรดด้วยการเลี้ยงทาสไว้สักคนคงไม่หนักหนาอะไร ถึงอย่างไรเขาก็คือคนที่อัศวินแทบเท้าเบื้องหน้ายอมถวายชีวิตให้ได้อย่างไม่ลังเล
"ที่ท่านว่ามาก็มีเหตุผล โอไซรีส..." เจ้าชายเคย์ริธิสเอ่ย "แม้ว่าคนที่ข้าถามจะไม่ใช่ท่านก็ตาม" คำพูดเหน็บแนมเรียกเสียงหัวเราะครืนดังขึ้นคลายความตึงเครียดทั่วท้องพระโรง
อุปราชหนุ่มยังคงครองสีหน้าแย้มยิ้มได้อย่างเยือกเย็น หากแต่แววตาสีน้ำเงินที่มองไปยังเจ้าชายหนุ่มกลับวาวโรจน์ราวกลับเปลวเพลิง
............หัวเราะไปเถิดเจ้าชายเคย์ริธีส......สักวันข้าจะทำให้ท่านตกอยู่ในอ้อมกอดข้า..เหมือนที่เคยทำกับอัศวินที่รักของท่าน....
เคย์ริธิสยิ้มกริ่ม ก่อนจะออกคำสั่งให้ทหารร่างยักษ์นำทาสไปกักขังตามที่ที่สมควร
"เทเซอุส ไปส่งข้า" ประโยคบอกเล่าที่รู้กันดีว่าเป็น 'คำสั่ง'
อัศวินหนุ่มลุกขึ้นยืนเหยียดตรงก่อนจะผายมือรองรับมือเรียวลงจากบัลลังก์โดยไร้คำพูด ท่วงท่าสง่างามที่ค่อยๆก้าวเดินนั้นเปรียบประดุจเพชรอันมีค่า ฝ่ามืออุ่นร้อนที่กุมอยู่นั้น...มิกล้าที่จะคิดเกินเลยกับสิ่งที่ร่ำร้องอยู่ข้างใน เทเซอุสเดินเคียงข้างเจ้าชายโดยที่ไม่รู้ตัวว่ามีสายตาคู่หนึ่งมองด้วยความไม่ปรารถนาดีเช่นไร
"ท่านมหาอุปราชโอไซรีส..." เจ้าชายเหลียวกลับมา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ช่างแกล้งเผยอยู่อย่างไม่ปิดบัง
"ในเมื่อท่านแนะนำให้ขังทาสนั่นไว้ ข้าคงต้องให้ท่านรับผิดชอบหาอาหารให้คาบาสกินจนอิ่มท้องด้วยนะ" เคย์ริธิสทิ้งคำสั่งก่อนจะเดินออกไปพร้อมอัศวินคู่กาย
To be continued...
ขอบคุณฮานะที่ช่วยหาเพลงประกอบ *-*
นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่นะ เขียนนานมากกกกกกกกกกกกกกกก และมันยาวมากกกกกกกกกกกกกกกก ไม่จบซะที ฮ่า ๆๆ (อีกล้วยโผล่มาเรื่องหยุดเดินเลยทีเดียวเชียว)
ลุ้นกันสนุกว่าใครคู่ใคร กริ๊ ๆๆๆๆ
ฟูเทะ รอไปก่อน มันจะจบแล้ว เลยต้องเล่นตัว ฮ่า ๆๆ
เทะเบะ 230 บาทต่อเล่มเด้อ (หรือใครอยากจะได้ 228 บาท???)









ดีนิดนึงไม่เบะเทะ
แววตาวูบไหวและกายที่สั่นระริก << นึกภาพตามแล้วโคตร อุเคะ...
คุณมหาอุปราช~~~ อีชี่ หื่นนนน หื่นนนนนนน!!
เรื่องนี้แบบว่า...จะใช่คู่ที่ชอบก็ใช่ จะว่าไม่ใช่มันก็ไม่ใช่...
เทะเบะ...
#1 By [Amakura_Aei] as [Musashi]Takekura Gen on 2008-04-09 21:07