[Tenipuri Fanfiction] Ache (4)
posted on 16 Mar 2008 21:23 by keechan in FictionAche (4)
“เทสึกะ แวะกินอะไรก่อนมั้ย”
ฝ่ายถูกเรียกหันตามไปอย่างว่าง่าย ฟูจิกุมมือซ้ายเขาไว้แล้วชักชวนให้ไปอีกทางที่ไม่ใช่ทางกลับบ้านเขา
“พี่ยูมิโกะบอกว่ามีร้านไอศกรีมใหม่แถวบ้านผม ลองไปชิมด้วยกันมั้ย” เป็นคำถามที่ไม่ได้ต้องการคำตอบ เทสึกะเองก็ยอมโอนอ่อนตามแรงดึงนั่น 3 ใน 5 ครั้งที่กลับบ้านด้วยกัน ฟูจิมักจะชวนแวะที่โน่นที่นี่เป็นปกติ
เสียเวลาเดินได้อยู่ไม่นาน ฟูจิก็นำมาถึงร้านไอศกรีมที่ว่า ท่าทางจะขายดีจริง ๆ เพราะมีนักเรียนหญิงยืนต่อคิวอยู่เป็นแถวยาว ในร้านที่จัดที่นั่งไว้บริเวณหนึ่งก็เต็มเหมือนกัน
“รสสตรอเบอร์รี่ที่นี่ขึ้นชื่อมากนะ ผมอยากจะลองชิมดูสักครั้ง เทสึกะจะเอาเหมือนกันมั้ย”
ชายหนุ่มในกรอบแว่นกวาดสายตาดูเมนูไอศกรีมหลากหลาย สุดท้ายก็มาจบลงที่รสเดิม “...ฉันเอาชาเขียวธรรมดาดีกว่า”
“ฮะฮะฮะ กินเหมือนเดิมเลยนะ”
คนพูดบอกอย่างนั้นแล้วหันหลังไปต่อคิว แต่ถึงยังไงก็ยังไม่ยอมปล่อยมือที่กุมไว้ และเทสึกะก็ไม่อยากจะสะบัดออก ในขณะเดียวกันก็ไม่กล้าบีบฝ่ามือนั้นกลับ...
เทสึกะมองแผ่นหลังอีกฝ่าย ยิ่งเวลาผ่านไป ฟูจิจะยิ่งห่างออกไปเรื่อย ๆ เทนนิสของฟูจิจะเดินหน้าต่อไป ในขณะที่เขาจะหยุดอยู่ที่ศูนย์ ความรู้สึกแปลกแยกในจิตใจนี้ทำยังไงก็จัดการไม่ได้เสียที เขาอยากจะเห็นฟูจิ ชูสุเกะ ที่เก่งยิ่งขึ้น เก่งจนเอาชนะได้ไม่ว่าจะเจอคู่แข่งแบบไหน แต่ขณะเดียวกันก็ไม่อยากให้โลกของฟูจิห่างออกไป เพราะว่าเขาไม่มีที่ยืนอยู่ในโลกนั้นอีกแล้ว
“เทสึกะไม่เปลี่ยนใจแน่เหรอ” เสียงใสถามทำให้เขาหลุดจากภวังค์ เทสึกะเงยหน้าขึ้นพร้อมใบหน้าฉงน “ไอศกรีมน่ะ ผมว่าชาเขียวมันธรรมดาไปหน่อย” ออกความเห็นแล้วชี้ให้ดูเมนูที่เป็นรายการชึ้นชื่อที่ติดอยู่ตรงเคาน์เตอร์ แต่เทสึกะไม่สนใจมอง
“ชาเขียวดีแล้ว”
ฟูจิยักไหล่คล้ายจะบอกว่า ‘ตามใจ’ แล้วหันไปสั่ง “ตกลงเอาเป็นสตรอเบอร์รี่กับชาเขียว 2 โคนครับ”
ฝ่ายคนชวนจัดการจ่ายเงินให้เสร็จสรรพแล้วรับไอศกรีมมาทั้ง 2 โคน แต่ละโคนมีไอศกรีมอยู่ถึง 2 ลูก ฟูจิยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วยื่นไอศกรีมรสสตรอเบอร์รี่ให้
“ของฉันชาเขียว แล้วเงิน---” เทสึกะบอกแก้แล้วตั้งท่าจะควักกระเป๋าเงิน แต่ฟูจิยื่นโคนมาให้จนไอศกรีมแตะปาก
“ผมเลี้ยง เพราะเทสึกะจะต้องกินรสนี้”
เทสึกะจำต้องรับไอศกรีมสีชมพูแซมด้วยสีแดงจากสตรอเบอร์รี่มาถือด้วยสีหน้างง ๆ ส่วนฟูจิก็อ้าปากงับไอศกรีมชาเขียวที่เขาสั่งทันที
“ขมนิด ๆ แต่ก็หวานอร่อยดี”
ท่าทีของอีกฝ่ายเป็นการบอกว่าให้รีบ ๆ ชิมไอศกรีมที่ถืออยู่เสียที เทสึกะค่อย ๆ ลิ้มรสไอศกรีมเนื้อนุ่ม รสหวานอมเปรี้ยวของสตรอเบอร์รี่แผ่ซ่านไปทั่วปาก ฟูจิน่าจะชอบรสนี้มากกว่า
“เป็นไง” เจ้าของใบหน้าหวานเอ่ยถามเมื่อเห็นเขาตั้งหน้าตั้งตากินแบบไม่พูดไม่จาจนหมดลูกที่ 2
“...อร่อย” ไม่ใช่เพราะมันอร่อยเสียจนลืมตัว แต่เทสึกะพยายามที่จะไม่มองอีกฝ่ายตรง ๆ กลัวว่าตัวเองจะเผลอทำอะไรแปลก ๆ ออกไปอีก
“ขอผมชิมคำนึงนะ” ฟูจิไม่รอคำตอบอีกเช่นเคย เขาดึงมือเทสึกะแล้วงับไอศกรีมเข้าปาก ร่างสูงใจเต้นระส่ำเมื่อฟูจิเข้ามาใกล้โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว
เด็กหนุ่มหน้าหวานแลบลิ้นเลียริมฝีปากเพื่อเก็บคราบไอศกรีม แต่ยังไม่ยอมปล่อยมือ “กินต่อจากเทสึกะ อร่อยจริง ๆ ด้วย”
เทสึกะสบดวงตาสีน้ำทะเลแฝงเล่ห์เหลี่ยมนั่นพลางประมวลคำพูดอีกฝ่ายในสมอง ประโยคหลังเขาพอเข้าใจ แต่ประโยคแรกนั่นหมายความว่ายังไง? อะไรบางอย่างในคำพูดนั้นทำให้เทสึกะหวั่นไหว เขาหลบตาแล้วเลี่ยงไปมองทางอื่น
“ตอนผมอยู่ในคอร์ทก็เอาแต่จ้องเอาจ้องเอา ทำไมเวลาที่อยู่กับสองคนแบบนี้เทสึกะต้องหลบผม”
ทั้งน้ำเสียงและแววตากดดันจนสะกดเทสึกะให้อยู่นิ่ง น่าสะพรึงกลัวราวกับแววตาของพญาเหยี่ยวที่กำลังล่าเหยื่อ เทสึกะสู้สายตาแบบนั้นไม่ไหวจึงต้องหันหนีอีกครั้ง
“ฉัน... ไม่ได้...”
“มองตาผม” นั่นเป็นคำสั่ง คำสั่งเด็ดขาดที่เทสึกะไม่กล้าขัด เขาค่อย ๆ หันกับมาสบดวงตาคู่สวยที่ยังเจือไปด้วยความโกรธเคือง
“ต้องแค่ในคอร์ทเท่านั้นรึไง เธอถึงจะมองผม” ฟูจิตัดพ้อ
“ฉัน........ อ้ะ!”
เพราะว่าปล่อยทิ้งไว้นานเกินไปไอศกรีมที่เหลืออยู่จึงเริ่มละลายแล้วหยดลงเปื้อนชายเสื้อกาคุรันเป็นรอยด่าง
“น่าเสียดายจัง...” ฟูจิพึมพำ ไม่รู้ว่าพูดถึงไอศกรีมหรือว่าเรื่องที่เค้นให้เขาพูดออกมาไม่สำเร็จ
“ขอโทษ นายเปื้อนรึเปล่า” เทสึกะปล่อยให้ไอศกรีมตกลงพื้นเพราะกลัวว่าจะทำให้อีกฝ่ายเลอะไปด้วย
แทนคำตอบ ฟูจิดึงมือที่เปื้อนคราบไอศกรีมยกขึ้นแล้วแลบลิ้นเลียนิ้วเรียวยาวนั้น
“ฟูจิ!” เทสึกะทำได้แค่เพียงอุทานอย่างตื่นตระหนก ปล่อยให้อีกฝ่ายลิ้มรสไอศกรีมจากปลายนิ้วที่สั่นเทาไปกับสัมผัสนั้น
...นี่เขากำลังถูกฟูจิล้อเล่นอยู่ใช่มั้ย... แม้ในหัวสมองจะคิดอย่างนั้นแต่ไม่อาจห้ามใบหน้าที่ซับสีเข้มขึ้นมาได้
ฟูจิเหลือบมองดูเขาแล้วยิ้มร้าย “ชุดนักเรียนเปื้อนแล้วนะ” เขาหมายถึงคราบไอศกรีมที่หยดลงเมื่อครู่ “ไปแวะซักที่บ้านผมก่อนดีกว่า ถ้าทิ้งไว้นานจะเป็นด่างนะ” พูดจบก็ดึงมืออีกฝ่ายเดินต่อ ไม่เปิดโอกาสให้คู่สนทนาได้คัดค้าน
“ฟูจิ...” เทสึกะเรียกชื่ออีกฝ่ายลอย ๆ เขาไม่เข้าใจว่าฟูจิโกรธเรื่องอะไร ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องร้ายแรงมากที่ทำให้อีกฝ่ายพูดจาแข็ง ๆ ใส่เขาได้แบบนั้น
...ที่ฉันไม่กล้ามองนายนอกเหนือจากในคอร์ทก็เพราะว่ากลัวจะห้ามใจตัวเองไม่ไหว... ฉันอาจจะเผลอบอกรักนายทั้ง ๆ ที่ไม่มีสิทฺธิ์... อย่าบังคับให้ฉันบอกว่ารักนาย เพราะฉันไม่คู่ควรเอาซะเลย
#-#-#-#
“แค่นิดหน่อยเอง ไม่เป็นไรหรอก” เทสึกะบอกปัดแม้จะก้าวเข้ามาในบ้านอีกฝ่ายแล้ว และฟูจิก็ทำเหมือนกับว่าไม่ได้ยิน
“ถอดเสื้อมาให้ผม ซักแป้บเดียวเดี๋ยวก็แห้งแล้วล่ะ” ฝ่ายเจ้าบ้านกุลีกุจอเดินเข้าไปในส่วนซักล้าง เทสึกะไม่มีทางเลือกจะถอดกาคุรันออกยื่นให้แต่โดยดี เหลือแต่เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใน
ฟูจิรับเสื้อกาคุรันมาแล้วว่า “โชคดีนะที่ไม่เลอะไปถึงข้างใน”
ฟังดูเป็นคำพูดสองแง่สองง่ามยังไงชอบกลแต่เทสึกะก็ปล่อยให้ผ่านไป เขาแยกตัวมานั่งรอที่ห้องรับแขกเงียบ ๆ ไม่นานฟูจิที่จัดการซักเสื้อให้เสร็จก็ตามออกมา
“เทสึกะจะดื่มอะไรหน่อยมั้ย” เจ้าบ้านเอ่ยถาม ใบหน้ากลับมายิ้มแย้มเหมือนเดิม
“ไม่เป็นไร”
ถึงจะปฏิเสธไป ฟูจิก็ยังยกน้ำชามาให้อยู่ดี เจ้าตัวขยิบตาแล้วบอก “แทนไอศกรีมชาเขียวเมื่อกี้”
ร่างเพรียวทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้ตรงกันข้าม เทสึกะก้มลงมองถ้วยชาแทนการมองหน้าอีกฝ่าย ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบเมื่อไม่มีใครพูดอะไรออกมา เทสึกะก็เอาแต่นั่งจ้องถ้วยชาจนไม่ได้สังเกตสีหน้าของฟูจิ จนกระทั่งอีกฝ่ายพูดขึ้น
“เทสึกะหลบตาผมอีกแล้วนะ”
เพราะคำพูดนั้นทำให้เทสึกะเงยหน้า ฟูจิยังยิ้มอยู่แต่ไม่ใช่รอยยิ้มแบบเดิม อัจฉริยะแห่งเซชุนเดินเข้ามาใกล้แล้วเอียงคอถาม
“ผมมีตรงไหนที่น่ากลัวกันนะ เธอถึงไม่กล้ามอง”
“พูดอะไรน่ะ... ฟูจิ”
ร่างที่ยืนค้ำตนอยู่โน้มตัวลงมาจนใบหน้าเกือบชิดกัน
“อย่าโกหกผมนะ เทสึกะน่ะเอาแต่แอบมองผมเวลาที่อยู่ในคอร์ท ถ้าเทนนิสสำคัญขนาดนั้นทำไมถึงไม่กลับลงมาบนคอร์ทล่ะ จะได้ไม่ต้องเอาแต่มองผมอยู่ห่าง ๆ แบบนั้น”
ครั้งนี้เทสึกะสบตาสู้ ฟูจิไม่เข้าใจ... เขาเล่นเทนนิสไม่ได้ ส่วนฟูจิ ไม่ว่ายามที่จับแรกเก็ตหรือเวลาไหนก็ตามก็ทำให้เขาหวั่นไหวได้มากกว่าใคร ๆ ถึงได้ต้องพยายามปิดบังสุดชีวิต
“ฟูจิ... นายสำคัญกับฉันนะ”
“เพราะว่าฝีมือเทนนิสอัจฉริยะน่ะเหรอ” อีกฝ่ายย้อน แต่นั่นถูกเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เทสึกะกำลังครุ่นคิดถึงคำพูดที่เหมาะสมที่จะพูดออกไป
“ไม่ใช่อย่างนั้น... ฉันแค่... เพราะว่าฉันไม่สามารถเล่นเทนนิสได้แล้ว เวลาที่ได้เห็นนายอยู่บนคอร์ทอย่างมีชีวิตชีวาอย่างนั้นแล้วก็เลย... ตื่นเต้นจนต้องจับตามองไว้ทุกครั้ง”
“หืม... เพราะอย่างนั้นเองเหรอถึงได้มองผม” ดูเหมือนอีกฝ่ายจะพอใจกับคำตอบพอสมควร “...แล้วนอกเหนือจากนั้นล่ะ”
“นอกเหนือจากนั้น?”
ดวงตาสีน้ำทะเลแวววาว คาดคั้นจะเอาคำตอบให้ได้ “ใช่ นอกเหนือจากนั้น ผมเป็นอะไรในสายตาของเทสึกะ คุนิมิตสึ”
เทสึกะไม่กล้าตอบ ถ้าบอกความรู้สึกที่แท้จริงออกไปฟูจิจะทำหน้ายังไง เพราะว่าประโยคนั้นยังคงแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ
‘ถ้าเทสึกะไม่มีเทนนิสล่ะก็ ผมคงไม่สนใจหรอก’
เขาในตอนนี้... มีอะไรให้ฟูจิควรค่ามาสนใจ
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันมุ่นเมื่อเทสึกะไม่ยอมตอบคำถาม ฟูจิดึงแว่นอีกฝ่ายออกช้า ๆ แล้ววางไว้บนโต๊ะ “รู้มั้ยว่าผมคิดว่าแว่นของเทสึกะน่ะ เกะกะ”
ขาดคำริมฝีปากนุ่มก็ประทับลงมา ฟูจิสอดลิ้นเข้ารุกรานภายในโพรงปากอุ่นร้อนโดยที่เทสึกะไม่ทันได้ตั้งตัว มือเรียวสอดเข้าไปภายใต้เสื้อเชิ้ตบาง แตะสัมผัสผิวเนื้ออย่างย่ามใจ
“อย่า... ฟูจิ...” เทสึกะดันอีกฝ่ายออก ในหัวของเขาสับสนไปหมด เพราะถูกถอดแว่นออกไปทำให้เห็นใบหน้าอีกฝ่ายได้ไม่ถนัด หรืออาจเป็นเพราะความหวาดหวั่นของตัวเอง
“เทสึกะห้ามผมไม่ได้หรอก” ฟูจิว่าแล้วดันร่างอีกฝ่ายลงกับโซฟา “ผมบอกแล้วใช่มั้ยว่าผมชอบเรื่องพวกนี้มาก เป็นโอกาสดีที่จะสอนให้เทสึกะรู้ว่าตัวผมนอกเหนือจากบนคอร์ทน่ะเป็นยังไง”
“เดี๋ยว.. เดี๋ยวก่อน ฟูจิ” เทสึกะเห็นท่าไม่ดีจึงดันร่างโปร่งออก ฟูจิเพียงแต่ยิ้มที่มุมปากเท่านั้น
“ขัดใจผม อยากให้ผมลาออกจากชมรมงั้นเหรอ”
เป็นคำขู่ที่ได้ผล เทสึกะจับไหล่บางค้างไว้โดยไม่ได้ผลักออก ฟูจิยกยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วโน้มใบหน้าลงซุกไซ้ซอกคออีกฝ่าย
“ถ้าเป็นเรื่องนี้ล่ะก็ยอมง่าย ๆ เลยนะ ผมที่ยืนอยู่ในคอร์ทคงสำคัญต่อเทสึกะมากเลยใช่มั้ย” น้ำเสียงไม่ได้บ่งบอกว่าพอใจเลยแม้แต่น้อย ฟูจิกำลังโกรธ
“ถ้าผมเลิกเล่นเทนนิสขึ้นมาเธอคงจะไม่มองผมอีกต่อไปใช่มั้ย” เขาจ้องมองเทสึกะด้วยสายตาผิดหวังปนขมขื่น
“ไม่ใช่... ไม่ใช่นะ ฟูจิ— อื้อ--!” เทสึกะพยายามจะแก้ความเข้าใจผิด แต่ริมฝีปากร้อนแรงก็ประกบลงมาปิดกั้นเสียงเอาไว้ เขาพยายามดิ้นรนหลบเลี่ยงสัมผัสนั้นอย่างไร้ผล ถึงอย่างไร เทสึกะไม่กล้าที่จะทำร้ายผู้รุกราน
“อย่า... ฟูจิ ฟังฉันก่อน”
“ผมไม่อยากฟัง เวลาที่เธอเปิดปากพูดก็ไม่พ้นเรื่องเทนนิสของผมทุกที ถ้าชอบเทนนิสมากขนาดนั้นก็ลงมาคลุกคลีกับมันเองซะ ทุ่มเททุกอย่างได้เพื่อเทนนิสไม่ใช่เหรอ กระทั่งแขนซ้าย” คำกล่าวประชดประชันแสนเจ็บแสบนั้นทำร้ายเทสึกะเข้าอย่างจัง แต่ก็ไม่มีอะไรร้ายเท่าประโยคสุดท้ายที่อีกฝ่ายเน้นหนัก
“อย่ายัดเยียดความต้องการของเธอมาให้ผม”
เทสึกะลืมตาค้างด้วยความตกใจ เมื่อกี้ฟูจิ... พูดอะไร
“...ยัดเยียด?”
“ใช่ ผมไม่ชอบ” สายตาที่จ้องมองมาทำให้รู้สึกเย็นเยียบไปทั้งตัว “เทสึกะที่อ่อนแอจนต้องยึดภาพผมบนคอร์ทเอาไว้แบบนั้น ไม่ใช่เทสึกะที่ผมรู้จัก”
“...ฉัน... อ่อนแอ..?”
...เพราะว่าไม่มีเทนนิสใช่มั้ย...
ไม่รู้ว่าเขาทำหน้ายังไงออกไป แต่แววตาของฟูจิอ่อนลง นิ้วเรียวไล่แตะที่หน้าผาก เรื่อยลงมาถืงปลายจมูก “จับแรกเก็ตอีกสิ ผมเชื่อว่าเทสึกะทำได้”
...ทำไม่ได้หรอก เขาไม่อยากตอบให้อีกฝ่ายขุ่นเคืองขึ้นมาอีกจึงได้หุบปากเงียบ ที่อันตรายกว่านั่นคือฟูจิเข้าใจว่าความเงียบคือการตอบตกลง
“เล่นเทนนิสกับผมอีก นะ...?”
อีกส่วนหนึ่งในใจเทสึกะกลัวว่าถ้าเขาตอบว่า ‘ไม่’ อีกครั้ง ฟูจิจะเลิกสนใจเขา นี่อาจจะถึงจุดที่ฟูจิหมดความอดทนที่จะคะยั้นคะยอเขาแล้วก็ได้...
ปฏิเสธออกไป... พูดออกไปว่า ‘ฉันทำไม่ได้’ แล้วทุกอย่างจะจบ เทสึกะ คุนิมิตสึที่ตัดขาดจากเทนนิสเป็นคนที่ไม่มีความหมายในสายตาของฟูจิ แล้วเขา... จะทนได้หรือ?
ความเจ็บแปลบในหัวใจกับความเจ็บปวดที่แขนซ้ายยามที่ฝืนแรงเกินกำลัง อย่างไหนร้ายแรงกว่ากัน... ถ้าจับแรกเก็ตอีกก็หมายความว่าจะต้องลิ้มรสความเจ็บปวดที่ตอกย้ำซ้ำ ๆ ว่าเขาไม่อาจเล่นเทนนิสได้ตามที่ใจต้องการอีกต่อไป
เทสึกะหลับตา... แล้วกัดฟันพูดออกไป “...ตกลง”
รอยยิ้มหวานคืนมาบนใบหน้าฟูจิ ฝ่ามืออุ่นประคองผิวแก้มอย่างทะนุถนอม ฟูจิเพียงแต่จ้องเขาอยู่อย่างนั้น มีเพียงความเงียบและกลิ่นอายจากกายของฟูจิเท่านั้นที่อยู่ในประสาทสัมผัสของเทสึกะ
ทำอย่างนี้ไม่ต่างอะไรกับยืดเวลาความทรมานออกไปให้นานขึ้น เทสึกะรู้ดีว่าเขาอยู่เคียงข้างฟูจิในฐานะนักเทนนิสไม่ได้ ถึงเวลาที่เขาลงเล่นเมื่อไหร่คำตอบทุกอย่างจะปรากฏ
“เสื้อของเธอคงแห้งแล้วล่ะ” ฟูจิพูดแล้วลุกออกไปจากบนตัวเขาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีแต่เทสึกะที่ใจเต้นแรงเวลาที่ได้อยู่ใกล้ ๆ ถึงขั้นแนบชิดจนได้ยินเสียงลมหายใจ
...ฟูจิ
เทสึกะหยิบแว่นที่ถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะขึ้นมาใส่ อ่านไม่ออกว่าการกระทำแปลก ๆ ทั้งหมดนั่นเพื่ออะไร... เขาจับความได้อย่างเดียวคือฟูจิอยากให้เขากลับลงไปบนคอร์ทให้ได้ อีกฝ่ายบอกว่าเขายึดติดกับเทนนิส... เป็นฟูจิเสียมากกว่าที่เฝ้านึกถึงแต่เทนนิสของเขาจนไม่สนอะไรอย่างอื่น
ถึงจะรู้คำตอบอยู่แล้วก็ตาม ฉันเองก็อยากจะถามนายเหมือนกัน... ถ้าฉันตัดขาดจากเทนนิสแล้ว นายจะยังสนใจอยู่รึเปล่า ถ้าหากเลือกได้... ฉันก็ไม่อยากเลิกเล่น
ฟูจิหายไปได้ไม่นานก็กลับมาพร้อมเสื้อกาคุรันที่ซักสะอาดแล้ว “เอ้านี่”
“ขอบใจ” กล่าวขอบคุณแล้วรับเสื้อของตนมาสวมทันที ฟูจิทำท่าเหมือนจะช่วยติดกระดุมให้แต่เขายกมือปัดบอกว่าไม่เป็นไร
“โทษทีนะที่เธอต้องแวะมา” ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเอ่ยขอโทษพอเป็นพิธีเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ไม่จำเป็นเลยแท้ ๆ
“ฉันต่างหากที่ต้องขอบใจนาย” เทสึกะว่าแล้วหยิบกระเป๋านักเรียนขึ้น เตรียมตัวจะกลับเมื่อเห็นว่าไม่มีความจำเป็นอะไรต้องอยู่ต่อ “...แล้วเจอกันนะ”
เจอกันครั้งต่อไป... ไม่รู้ว่าฟูจิจะทวงถามเรื่องที่สัญญาไว้เมื่อไหร่ เทสึกะทำใจยอมรับผลที่จะเกิดขึ้นเมื่อตนเองลงคอร์ทอีกครั้งไปล่วงหน้าแล้ว
“อ้อ แล้วก็ เทสึกะ” ฟูจิรั้งไว้ก่อนที่เขาจะเดินออกนอกประตูเหมือนกับเพิ่งนึกอะไรออก เทสึกะค่อย ๆ เหลียวกลับมามอง ผู้ได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะยกนิ้วชี้มาที่เขาก่อนจะเอ่ย “อย่าทำหน้าแบบเมื่อกี้นี้ให้ใครเห็นนะ”
แล้วฟูจิก็หัวเราะคิกเมื่อเห็นใบหน้างุนงงของเขา เทสึกะได้แต่รู้สึกเขินขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ พลางนึกหาคำตอบว่า ‘หน้าแบบเมื่อกี้นี้’ ที่ฟูจิพูดถึงคือหน้าแบบไหน
เมื่อไหร่กัน... ที่เขาทำหน้าตาน่าขำแบบนั้น...?
To be continued...
/me วิ่งหนีไป
JKLHJGHGDFSJFGVLGGFGUYJDF!!!!YRCGB
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ย้่กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
แว้กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
อีเทะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ ไอติม ไอติมมมม ไอติมมมมมมมม เลีย ไอติม ฟูวววววววววววววววววววว แว่นเกะกะ เทนนิส ยิ้ม ฮากกกกกกกกกกกกกกกกกกก จูบบบบบบบ กด กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด จับมือออออออ มืออออออออออออออออออ
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
#1 By †★☆*HANA~hanachiko*☆★† on 2008-03-16 21:51