[Tenipuri Fanfiction] Ache (2)
posted on 11 Mar 2008 12:09 by keechan in Fictionเทศกาลอัพฟิคเอาโล่ห์ยังไม่เลิก เขียนสดลงสด พลาดอะไรไปบ้างรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่ กรู อยาก ลง!
Ache (2)
“บิลเลียด?” นั่นเป็นคำชวนจากฟูจิให้ไปเที่ยวกันในวันหยุดสุดสัปดาห์
“อื้อ เราไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันนานแล้วนะ เดิมพันด้วยน้ำผักสูตรพิเศษของอินุอิเหมือนเดิมเป็นไง”
“คงจะมีแต่นายละมั้งที่ชอบ” ถ้าคิคุมารุกับโออิชิมาได้ยินคงเขย็ดขยาดไม่กล้ามากันแน่ ๆ เทสึกะนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงตอบ “ไปสิ”
ฝ่ายออกปากชวนดูจะตื่นเต้น “จริงเหรอ! ดีจัง ผมนึกว่าเทสึกะน่ะหลบหน้าผมอยู่เสียอีก” ฟูจิเอ่ยลอย ๆ ขึ้นมาเพราะโล่งใจ แต่กลับโดนตรงจุดอย่างบังเอิญจนเทสึกะต้องพูดกลบเกลื่อน
“...ฉันไม่ทำอะไรอย่างนั้นหรอก”
“นั่นสินะ” ตอบรับแล้วยิ้มหวานให้ เทสึกะได้แต่มองแล้วเก็บความรู้สึกของตัวเองไว้ในใจเท่านั้น ฟูจิคงไม่รู้หรอกว่าเขาอยากเดินไปกับเพื่อนสนิทคนนี้บนหนทางเส้นเดียวกันมากขนาดไหน
“งั้นผมจะชวนโออิชิกับเอย์จิด้วยนะ”
“ตามใจนายเถอะ” เขาไม่เคยขัดฟูจิ อีกฝ่ายเองก็ไม่เคยทำอะไรให้เขาเสียใจ มีแต่เทสึกะที่คิดกังวลอยู่ตลอดเวลาว่าความรู้สึกของตนจะทำให้ฟูจิลำบากใจรึเปล่า... เทสึกะจึงได้แต่เก็บเงียบไว้ ไม่เคยบอกให้ใครรู้
“เทสึกะไม่เคยขัดผมเลยนะ”
“นายก็ไม่เคยบอกให้ทำอะไรไม่ดีนี่”
ฟูจิปัดผมที่ระใบหน้าออก เป็นกิริยาที่เป็นธรรมชาติแต่ดึงดูดเทสึกะได้อย่างน่าประหลาดใจ “ฮะฮะฮะ ชมกันซึ่ง ๆ หน้าแบบนี้ผมก็ดีใจแย่สิ”
ปลายนิ้วเรียวของฟูจิค่อย ๆ ยกขึ้นแตะที่ลำคอคู่สนทนาเบา ๆ จนเทสึกะเกือบจะผงะออก “กระดุม จะหลุดแล้วน่ะ” เอ่ยบอกแล้วยกมืออีกข้างขึ้นเพื่อจะติดกระดุมให้ใหม่ แต่อีกฝ่ายผละตัวออกแล้วจัดการติดเสียเอง
“ขอบใจ”
ถึงจะตั้งใจว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับฟูจิไปมากกว่าเพื่อน แต่ยามที่ได้อยู่ใกล้ชิดแบบนี้ ยากนักที่จะหักห้ามความรู้สึกของตัวเอง ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนไม่เคยรู้สึกอึดอัดขนาดนี้ คงเป็นเพราะเขาสามารถพูดคุยเรื่องเทนนิสได้ถนัดใจ
“ผมน่ะ เอาแต่ใจตัวเองกว่าที่คิดนะ ผมไม่อยากทำให้เทสึกะลำบากใจ เพราะงั้นถ้าผมขออะไรแล้วเธอไม่ชอบก็ขอให้บอกนะ”
“...อืม” เขารับปากแบบขอไปที คิดว่าคงไม่มีวันนั้น เพราะถ้าหากเป็นฟูจิ ต่อให้ขออะไรก็ตามเขาย่อมจะเต็มใจทำให้ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม...
#-#-#-#
ร้านบิลเลียดในวันหยุดก็มีผู้คนคับคั่งเหมือนเดิม สำหรับโออิชิ และคิคุมารุต่างเตรียมพร้อมมาเต็มที่เพราะไม่อยากตกเป็นเหยื่อน้ำผักสูตรพิเศษของอินุอิอีกเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ส่วนคาวามุระที่เรียกได้ว่าก็ตกกระไดพลอยโจนมากับเขาไม่ได้เตรียมแผนการรบมาสักเท่าไหร่ แต่พอถึงเวลาได้จับไม้บิลเลียดแล้วก็คงคึกคะนองขึ้นมาได้เองโดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากใคร
น้ำผักของอินุอิวันนี้เจ้าตัวภูมิใจนำเสนอไม่ต่างไปจากทุกครั้ง ส่วนผสมมีอะไรบ้างเทสึกะไม่คิดจะเสียเวลาฟัง ถึงจะสงสัยตะหงิด ๆ ว่าเอาผักอะไรผสมกันน้ำมันถึงได้ออกมาเป็นสีชมพูแปร๋นขนาดนั้น...
สงสัยว่าบิลเลียดโต๊ะนี้จะไม่เอาจริงไม่ได้เสียแล้ว
เทสึกะลอบมองฟูจิที่ดูเอาจริงเอาจังผิดคาด เขานึกว่าอัจฉริยะคนนี้จะเล่นสบาย ๆ เพราะอยากลองชิมน้ำผักนั่นเสียอีก ถึงอย่างไรฟูจิก็เก่งบิลเลียดอยู่แล้ว คงจะไม่แพ้ง่าย ๆ
พอเผลอสบตากัน ฟูจิก็ส่งยิ้มแล้วเอ่ย “ผมไม่ออมมือหรอกนะ เทสึกะ จริงสิ เธอไม่ได้มาดวลคราวที่แล้วนี่ ผมน่ะต้องเอาจริงเพราะคราวก่อนโน้นผมเสียท่าน้ำผักอินุอิเพราะโบวลิ่งน่ะ ฮะฮะ ประมาทไปหน่อย หลังจากนั้นผมเลยไม่คิดจะยอมแพ้ง่าย ๆ หรอกนะ” พูดเสร็จก็เผื่อแผ่สายตาน่าสะพรึงกลัวไปให้เจ้าของน้ำผักมหากาฬนั่นจนแต่ละคนเสียวสันหลังไปตาม ๆ กัน ส่วนอินุอิก็ยังบ่นพึมพำว่าน้ำผักนี่มันดีต่อสุขภาพนะ
เทสึกะเห็นภาพเพื่อน ๆ ที่พูดคุยกันอย่างสนุกสนานได้สนิทสนมเหมือนเดิมก็รู้สึกสบายใจ ระหว่างพวกเขาไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ถึงแม้ว่าจะไม่ได้จับแรกเก็ตอีก แต่มิตรภาพก็ยัคงอยู่ไม่ได้เสื่อมสลายไปไหน
เทสึกะที่จับคู่เล่นกับโออิชิเป็นคนแรกผลัดกันแทงลูกไปคุยกันไปด้วยบรรยากาศสบาย ๆ ดูเหมือนทั้งคู่จะลืมไปแล้วว่าฝ่ายแพ้จะต้องถูกน้ำผักนรกนั่นลงทัณฑ์
“การฝึกซ้อมที่ชมรมเป็นยังไงบ้าง” ถึงจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เทสึกะก็อดถามเรื่องเทนนิสไม่ได้ คงเป็นนิสัยติดตัวไปเสียแล้ว
“ก็รู้สึกแปลก ๆ เหมือนกันนะ ต้องกลับไปทำหน้าที่เหมือนอยู่ปี 1 แต่พวกรุ่นพี่ก็นับถือพวกเราเกินคาดนะ ก็เพราะว่านายทำให้พวกเราคว้าแชมป์มาได้นั่นแหละ”
“พวกเราคว้าแชมป์มาได้เพราะพวกนายทุกคน ไม่ใช่เพราะฉันคนเดียวหรอก” ถึงแม้จะภูมิใจ แต่ก็ยังพูดจาถ่อมตัว เทสึกะว่าพลางเดินไปหาที่จะชิ่งลูกบิลเลียดได้ถนัด
“น่าเสียดายนะ เทสึกะ พวกเรายังอยากให้นายเข้าชมรมอีกจริง ๆ นะ จะไม่ลองพยายามดูหน่อยเหรอ แขนของนายน่ะ—”
เป็นจังหวะเดียวกันที่เทสึกะออกแรงแทงลูก เรื่องแขนทำให้เขาวอกแวกไปชั่วขณะจนบังคับทิศทางผิดพลาด
“อ่ะ ขอโทษที” คู่สนทนากล่าวขอโทษเพราะเห็นว่าเรื่องที่ตนพูดได้ทำลายสมาธิอีกฝ่ายเข้าให้
“...ช่างเถอะ”
“แต่ก็นะ ที่ชมรมส่วนใหญ่ก็มีแต่ปี 1 กับปี 2 เท่านั้นแหละ พวกรุ่นพี่ปี 3 ส่วนใหญ่ก็จะทุ่มเทให้กับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยมากกว่า” โออิชิยังพูดต่อ เหมือนพยายามจะบอกว่า แม้ว่าการที่เทสึกะไม่เข้าชมรมเป็นเรื่องน่าเสียดาย แต่เขาก็เข้าใจระดับความสำคัญของกิจกรรมชมรมในชั้นมัธยมปลายดี ไม่มีใครทุ่มเทสุดตัวเหมือนอย่างตอนที่อยู่มัธยมต้น เพราะมีสิ่งที่เรียกว่าสงครามสอบเข้ามหาวิทยาลัยรออยู่ที่ปลายทาง
แต่ตถึงอย่างนั้น ลึก ๆ ในใจของเทสึกะ ก็ยังอยากเล่นเทนนิสอยู่ดี
“ว้ากกกกกกกกกก!!!!” เสียงร้องโหยหวนของคาวามุระผู้โชคร้ายดังขึ้นเป็นอันดับแรกเมื่อเขาต้องกระเดือกน้ำผักสีชมพูพิลึกลงคอ หลังจากแพ้ฟูจิหมดรูป
ฝ่ายผู้ชนะได้แต่ยิ้มแหะ ๆ เท่านั้น “โทษทีนะ คุณทากะ”
อีกสามคนที่เหลือคือโออิชิ เทสึกะ และคิคุมาระต่างกลืนน้ำลายเอื้อก ส่วนอินุอิไม่สะทกสะท้านอะไร เพราะนั่นเป็นน้ำที่เขาปรุงเอง และครั้งนี้คงจะทดลงชิมรสชาติมาเรียบร้อยแล้วว่าคงไม่ทำให้ตัวเองล้มพับไปแน่
“เทสึกะ! ฉันเอาจริงละนะ!” โออิชิที่ไม่อยากเสียงลิ้มลองรสของน้ำสีชมพูสุดสยองนั่นตั้งใจเต็มที่กับการดวล เป็นผลทำให้เขาไม่ได้คุยกันต่อ
สุดท้ายเทสึกะก็ถอนใจโล่งอกที่รอดจากน้ำนั่นได้หวุดหวิดแล้วส่งโออิชิไปรับเคราะห์แทน คิคุมารุก็เอาชนะอินุอิมาได้ด้วยแรงฮึดที่ว่าหัวเด็ดตีนขาดยังไงก็จะไม่ดื่มน้ำประหลาดนั่นเด็ดขาด
“เฮ้อ ค่อยยังชั่ว nya~” คิคุมารุว่าพลางปาดเหงื่อ แต่พออินุอิพูดแทรกขึ้นมาก็ทำให้ตึงเครียดขึ้นอีก
“เรายังไม่ได้ผู้ชนะเสียหน่อย นาย 3 คนต้องแข่งกันอีกรอบ คนแพ้ก็ต้องถูกลงโทษเหมือนกัน”
เท่านั้นคนฟังก็แทบจะสติแตก “อ้า~~~!!! ทำไมต้องเป็นแบบนี้ทุกทีเลย!!! ไอ้ธรรมเนียมแบบนี้มันเกิดขึ้นในชมรมเราตั้งแต่เมื่อไหร่กัน nya!!!”
ฟูจิหัวเราะคิกที่เห็นเพื่อนสนิทของตนลนลาน เทสึกะก็หนักใจนิด ๆ ถ้าคิดว่าจะต้องดื่มน้ำผักพิลึกนั่นลงไป แต่ก็ไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า
“เทสึกะ มาพนันอะไรกับผมมั้ย” จู่ ๆ เสียงหวานก็เอ่ยขึ้น “ถ้าผมชนะเทสึกะได้ เธอต้องเข้าชมรมเทนนิส”
“ฟูจิ... แต่แขนของเทสึกะ---” อินุอิตั้งท่าจะเถียงแทน แต่ก็ถูกสายตาแกมบังคับจ้องกลับ
“ผมรู้เรื่องนั้นดี แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาไม่ใช่เหรอ” ฟูจิแค่ต้องการเทสึกะมาอยู่ใกล้ตัว จะเล่นเทนนิสหรือไม่นั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพียงแต่ว่ามีแต่เทนนิสเท่านั้นที่จะดึงดูดเทสึกะเข้ามาได้
“Nya~ ขี้โกงนี่ฟูจิ แล้วถ้าฉันชนะจะได้อะไรมั่งล่ะ” คิคุมารุโวยวาย ฟูจิคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบทันที
“งั้นถ้าเอย์จิทำแต้มชนะผมได้ ผมจะดื่มน้ำผักของอินุอิให้แทนละกัน ดีมั้ย”
ประกายตาวิบวับของอีกฝ่ายเป็นคำตอบตกลง ฝ่ายเทสึกะที่ไม่มีโอกาสได้ตอบตกลงหรือบอกปัดข้อเสนอจึงได้แต่ปล่อยให้เรื่องเลยตามเลยไปเท่านั้น
ผลที่ออกมาก็ผิดความคาดหมาย ไม่มีใครคิดว่าผู้เชี่ยวชาญบิลเลียดอย่างฟูจิจะแพ้ยับเยิน แต่ดูเจ้าตัวจะไม่แปลกใจเท่าไหร่ “เทสึกะเนี่ย เก่งไปหมดเลยนะ ผมไม่เคยเอาชนะได้สักที”
คนที่ยินดีที่สุดในช่วงเวลานี้คงจะเป็นอินุอิที่ได้ยัดเยียดน้ำผักของตนให้คนอื่นดื่มสมใจ คิคุมารุกลั้นใจแล้วดื่มลงคอไปภายในอึกเดียว ตามมาด้วยสีหน้าพะอืดพะอม แล้วเจ้าตัวก็วิ่งโร่ไปเข้าห้องน้ำทันที ฝ่ายฟูจิลองชิมน้ำผักสีชมพูแสบตานั่นได้สบาย ๆ หนำซ้ำยังเอ่ยชม “คราวนี้อร่อยดีนะ อินุอิ”
ตรงกันข้ามกับเสียงร้องทรมานจากในห้องน้ำ ฟูจิจึงยิ้มแล้วอาสาตามไปดูแทนโออิชิที่ยังไม่ฟื้นตัวเพราะถูกน้ำผักโจมตีไปก่อนหน้านี้ “ผมว่าผมไปดูเอย์จิหน่อยดีกว่า”
เทสึกะลอบถอนใจเบา ๆ โล่งอกทั้งเรื่องที่ไม่ต้องกินน้ำผักไม่น่าไว้ใจในรสชาตินั่นกับไม่แพ้พนันให้ฟูจิ ยังไม่ทันได้ครุ่นคิดอะไรต่อ น้ำประหลาดสีม่วงเทาขุ่นคลั่กแก้วใหญ่ก็ถูกยื่นมาให้ตรงหน้า
“เมนูพิเศษสำหรับผู้ชนะ” อินุอิว่า
อดีตกัปตันทีมเซชุนรับแก้วน้ำสีพิลึกเกินกว่าจะเป็นของกินได้ด้วยมือที่ชื้นเหงื่อ ท่าทางนี่คงจะเป็นธรรมเนียมอีกอย่างหนึ่งที่เขาพลาดไป ทั้งโออิชิและคาวามุระต่างก็โล่งใจที่ตนไม่ได้เป็นผู้ชนะในเกมนี้ เทสึกะสงสัยจริงว่าใครเป็นคนเริ่มการลงโทษแล้วก็รางวัลบ้า ๆ แบบนี้กันนะ
เขากลั้นหายใจแล้วกรอกน้ำที่ไม่รู้ว่าทำมาจากอะไรบ้างลงคอ
...............................รสชาติแย่เกินจะทน
เขายื่นแก้วน้ำคืนให้อินุอิแล้วค่อย ๆ เดินไปที่ห้องน้ำ ถ้าได้น้ำเปล่ามาบ้วนปากเสียหน่อยอาจจะทำให้รู้สึกดีขึ้น
เสียงของคิคุมารุกับฟูจิลอดออกมาจากในห้องน้ำเสียก่อนที่เขาจะเดินถึง ท่าทางคิคุมารุจะอาการดีจนพูดได้ปร๋อแล้ว
“นี่ ๆ ฟูจิ เมื่อกีทำไมถึงได้พนันอย่างนั้นกับเทสึกะล่ะ”
“ผมอยากให้เทสึกะกลับมาเล่นเทนนิสน่ะ”
“เห... แต่เทสึกะ บอกแล้วนี่...” คิคุมารุละคำตอบไว้ในฐานที่เข้าใจ เขาไม่อยากเอ่ยอะไรที่ฟังหดหู่อย่าง ‘ไม่สามารถเล่นเทนนิสได้อีกเพราะแขนซ้ายบาดเจ็บ’
“เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกันหรอก ต่อให้ร่างกายเป็นยังไง ถ้าใจมุ่งมั่นซะอย่าง เทสึกะต้องทำได้อยู่แล้ว ถ้าเทสึกะไม่มีเทนนิสล่ะก็ผมคงไม่สนใจหรอก”
คำพูดนั้นแทงใจเทสึกะเข้าเต็ม ๆ แม้จะทำใจยอมรับมาแล้วบ้าง แต่เมื่อมาได้ยินกับหูจากปากเจ้าตัวตรง ๆ แบบนี้ทำให้รู้สึกเจ็บหนึบในอกจนแทบทนไม่ไหว
ถ้าไม่มีเทนนิส... เขาก็ไม่มีความหมายอะไรสำหรับฟูจิ
แขนซ้ายรู้สึกเจ็บร้าวขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ บางทีเขาอาจจะคิดไปเอง เทสึกะยกมือขึ้นกุมแขนซ้ายแน่น รู้ทั้งรู้ว่ามันคงไม่มีทางกลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์
“เทสึกะ? เป็นอะไรรึเปล่า หน้านายซีด ๆ นะ” อินุอิที่เดินตามมาส่งเสียงทัก และแน่นอนคนที่อยู่ข้างในห้องน้ำคงได้ยินด้วย
“...ไม่เป็นไร... ไม่เป็นไร อินุอิ” เสียงสั่น ๆ ที่ตอบมาตรงกับข้ามกับคำตอบ
ดีแล้ว... ที่มาได้ยินอย่างนี้ เขาจะได้รู้แน่นอนว่าตัวเขาที่ปราศจากเทนนิสก็ไม่ควรจะเข้าไปยุ่งกับฟูจิอีก น่าจะรู้คำตอบดีอยู่ตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือ... แต่ทำไมรู้สึกว่าอยากจะร้องไห้ออกมาให้ได้
To be continued...
อีเทะ ......แกก็เข้าชมรมซะเซ่ๆๆๆๆๆๆ
ตายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ต๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ฟูววววววววววววววววววววววววววววววววววว กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ฮากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ย้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก แน่ใจเหรออออออออออออออ ไม่สนเหรออออออออออออออออออ ฮากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ไม่เจื้อออออออออออ กรี๊ซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ
เทะ อุเกะ---------------- เคะแตกกกกกกกกกกกกกก ย้ากกกกกกกกกกกกกกก ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก อยากอ่านต๊อออออออออออออออออออออออ
กรี๊ซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ
ว้ายยยยยยย น้องแมว น้องแมว น้องแมว น้องแมวววววว
#1 By †★☆*HANA~hanachiko*☆★† on 2008-03-11 12:19