[Tenipuri Fanfiction] Ache (1)
posted on 10 Mar 2008 12:09 by keechan in Fictionมันว่างมากใช่มั้ย ทีส่งทีสิดไม่เตรียม กรูมาเีขียนฟิคเรื่องใหม่ &#$&*(+_)+_()&*^&^
หลังจากนั่งคิดนอนคิดมาหลายตลบ มันก็กลับมาวังวนเดิม แต่ด้วยความท้าทาย จะเขียนรอดรึเปล่ายังไม่รู้ กร๊ากกกกกกกกกกกก ลุ้นต่อไปว่าจะทำได้อย่างที่วาดหวังหรือไม่ และอาจจะดองงงงงงงงง ดองงงงงงงงงง เพราะเขียนยากฉิบ กรูคิดไม่ออกเว้ยค่ะ
Ache (1)
‘หลังการแข่งขันระดับประเทศ ต้องแข่งกับผมอีกนะ’
ฟูจิพูดอย่างนั้นหลังจากที่ได้แข่งกับเขาในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด แต่เทสึกะไม่อาจทำตามคำสัญญานั่นได้ แขนซ้ายของเขาอาการย่ำแย่ลงเพราะฝืนใช้งานหนักเกินไป เทสึกะเองก็รู้ตัวดี ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่.. ถึงจะกลับมาเล่นเทนนิสได้อีก
กระนั้นเขาก็ไม่นึกเสียใจในสิ่งที่ทำไป ถึงจะแลกกับต้องสูญเสียโอกาสที่จะก้าวสู่การเป็นนักเทนนิสมืออาชีพ การที่เซชุนคว้าแชมป์ระดับประเทศมาได้ ก็นับว่าคุ้มค่า
เกือบหนึ่งปีหลังจากนั้น ความตื่นเต้นในสนามแข่งก็เลือนหายไปหมดสิ้น ราวกับเทสึกะ คุนิมิตสึได้หายไปพร้อม ๆ กับการแข่งขันที่สิ้นสุดลง
ห้องสมุดจึงกลายเป็นสถานที่ประจำของเขาไปโดยปริยาย ในเมื่อเขาไม่สามารถลงเล่นได้คอร์ทได้ ความสนใจของเทสึกะเรื่องเทนนิสจึงลดลงไปกว่าครึ่ง
“อยู่ที่นี่อีกแล้วนะ” น้ำเสียงคุ้นหูเอ่ยทักเบา ๆ เทสึกะรู้ดีว่าใครมักจะตามหาตัวเขาเจอ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เข้าชมรมเทนนิสมัธยมปลาย แต่ความสนิทสนมระหว่างเขากับฟูจิก็ไม่ได้ลดน้อยลง
ตรงกันข้าม... พอไม่มีเทนนิส เขาก็มีโอกาสได้คุยเรื่องอื่น ๆ กับฟูจิมากขึ้นกว่าเดิม
“ไม่มีซ้อมเหรอ”
“พอไม่มีเทสึกะก็เลยไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่” เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เขาไม่รู้สึกว่าการโดดซ้อมเป็นเรื่องเสียหาย ถ้าพูดแบบนี้ให้กัปตันเทสึกะฟังล่ะก็คงไม่พ้นได้คำสั่ง ‘วิ่งรอบสนาม 20 รอบ’ มาเป็นบทลงโทษ
“...ทำอย่างนี้ไม่ดีเลยนะ” แต่ตอนนี้เทสึกะทำได้แค่พูดตักเตือนในฐานะเพื่อนเท่านั้น เขาไม่มีบทบาทอะไรทั้งสิ้น ไม่ใช่ทั้งสมาชิกชมรม
“ผมว่าอยู่กับเทสึกะสนุกกว่า” ว่าแล้วก็ถือวิสาสะนั่งลงข้าง ๆ ทันที “ทุกคนก็บ่นเสียดายเหมือนกันนะที่เธอไม่สมัครเข้าชมรม”
ทุกคนที่ฟูจิว่านั้นไม่นับคาวามุระ พอขึ้นมัธยมปลายจอมพลังของชมรมก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะฝึกฝนการทำซูชิอย่างจริงจัง ส่วนเขา... ก็เพราะเหตุผลทางร่างกาย
“ฉันเล่นไม่ได้แล้ว” เขาพูดประโยคนี้กับฟูจิไปไม่รู้กี่ครั้ง แต่อีกฝ่ายก็ยังดึงดันให้เขากลับไปยืนบนคอร์ทอย่างไม่ยอมแพ้ คราวนี้ก็เหมือนกัน
“เล่นไม่ได้หรือเธอไม่อยากเล่นแล้วกันแน่”
“ฟูจิ... เราก็ขึ้นม. ปลายกันแล้ว ฉันคิดว่าคงจะสำคัญกว่าถ้าเราจะสนใจเรื่องการเรียนมากขึ้น”
เทสึกะอ้างไปอย่างนั้นเอง ตัวเขาเองรู้ดีที่สุดว่าเหตุผลที่แท้จริงมันไม่ใช่ เขาแค่พยายามหนีจากความจริงที่ปวดร้าวว่าแขนซ้ายของตัวเองไม่อาจจะใช้การได้
ไม่อาจรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับฟูจิได้ และส่วนหนึ่งในใจ เขากำลังอิจฉาเด็กหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะที่ยังสามารถเฉิดฉายอยู่บนคอร์ทได้
โลกนี้น่ะ... มันกว้างนะ
ไม่จำเป็นจะต้องยึดติดอยู่กับเทนนิสเพียงอย่างเดียวเท่านั้นเสียหน่อย ยังมีอะไรอีกตั้งหลายอย่าง...
ความคิดของเทสึกะค้างไว้แค่นั้นเมื่ออีกฝ่ายกำลังจ้องหน้าเขา ดวงตาสีน้ำทะเลของฟูจิ... ไม่ได้ยิ้มไปตามริมฝีปาก
“...มีอะไร”
“กำลังโกหกอยู่ใช่มั้ย” สายตาดูเหมือนจะล่วงรู้ทุกอย่าง เมื่อถูกจ้องมองก็ทำให้หวั่นไหวได้ง่าย ๆ เทสึกะรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกอยู่ใต้การควบคุมของอีกฝ่ายอย่างไม่อาจต่อต้าน “ปิดบังอะไรผมอยู่ เทสึกะที่ผมรู้จัก ไม่ใช่คนแบบนี้นะ”
“ไม่มีอะไรทั้งนั้น” เทสึกะปฏิเสธแล้วหลบตา ใช่... เขาอยากจะเล่นเทนนิสเหนือสิ่งอื่นใด เพราะว่าบนคอร์ทมีฟูจิอยู่ แต่ด้วยแขนแบบนี้... มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะยืนอยู่ตำแหน่งเดียวกัน
และฟูจิ... ก็คงไม่จำเป็นต้องไล่ตามเขาอีกต่อไป
“เทสึกะเปลี่ยนไปนะ” ตั้งแต่คว้าแชมป์ระดับประเทศมาได้ ก็ดูเหมือนว่าเทสึกะจะไม่สนใจเทนนิสอีกเลย แม้ส่วนหนึ่งจะเป็นเพราะเรื่องแขนนั่น แต่ไม่ใช่ว่าจะรักษาไม่ได้เสียหน่อย อดีตกัปตันแห่งเซชุนเองต่างหากที่ไม่มีใจเอง
เพราะอะไร? นั่นเป็นคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจฟูจิ
ชายหนุ่มไม่ตอบคำ เขาง่วนอยู่กับตำราเล่มหนา ทำราวกับว่าอีกฝ่ายไม่ได้นั่งอยู่ด้วย
ฟูจิเหลือบตาขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างเคือง ๆ เทสึกะทำตัวแบบนี้มาได้สักพักนึงแล้ว เวลาที่เขาเข้ามาคุยด้วยก็มักจะชอบเลี่ยง ถึงจะเป็นคนที่เงียบขรึมแต่ทุกทีจะต้องมีพยักหน้าหรือพูดอือออว่ากำลังฟัง แต่ว่าตั้งแต่เริ่มเทอมใหม่มาก็เป็นเสียอย่างนี้
ทำไมต้องทำตัวห่างเหินไปจากผม? ฟูจิไม่เคยเข้าใจเพราะเทสึกะไม่เคยแสดงความรู้สึกของตนออกมา ทั้งยังไม่ชอบพูด เขาเคยคิดว่าตัวเองรู้จักเพื่อนคนนี้ดีกว่าใครจากที่คบหากันมา 3 ปี แต่สถานการณ์อึดอัดที่เผชิญอยู่ตอนนี้ทำให้เขารู้ว่าคิดผิด เทสึกะไม่เคยเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงให้เขาเห็นนอกเหนือจากบนคอร์ท แล้วตอนนี้เทสึกะบอกลาคอร์ทเทนนิสแล้ว มีทางไหนที่เขาจะเข้าถึงได้อีก
“รำคาญผมเหรอ” ฟูจิแกล้งถามเพื่อลอบดูปฏิกิริยา
“...เปล่า” เทสึกะตอบโดยที่ตายังจ้องหนังสืออยู่
“กลับบ้านด้วยกันนะ ผมจะคอย” รวบรัดตัดความโดยไม่ถามความสมัครใจอีกฝ่าย เมื่อก่อนเขาก็ทำแบบนี้บ่อย ๆ แต่ไม่เคยรู้สึกลำบากใจสักนิด
“ไม่เบื่อเหรอ นั่งคอยเฉย ๆ แบบนี้น่ะ”
ไม่รู้ว่านั่นคือการไล่เขาทางอ้อมรึเปล่า แต่อย่าหวังว่าเขาจะไปเสียให้ยาก “ได้นั่งดูหน้าเทสึกะใกล้ ๆ ไม่เบื่อหรอก”
อีกฝ่ายไม่ได้ตอบอะไรอีกตามเคย เทสึกะยังจดจ้องอยู่ที่ตำราตรงหน้า แต่สมาธิของเขาหลุดลอยไปที่ไหนแล้วไม่รู้ เวลาที่มีสายตาฟูจิจดจ้องอยู่แบบนั้น ถึงจะพยายามไม่สนใจแค่ไหนก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่าถูกจ้องมองทุกอิริยาบถ
เวลาผ่านไปได้ไม่เท่าไหร่ อาจจะไม่ถึง 10 นาที เทสึกะก็หมดความอดทน
“กลับเถอะ”
อีกฝ่ายยิ้มร่า และอดจะเย้ยไม่ได้ “อ่านได้นิดเดียวเองนะ ผมคงจะรบกวนสมาธิสินะ”
“...ไม่ใช่หรอก” เทสึกะยังคงปฏิเสธเสียงแข็ง ถึงอย่างไรเขาก็จะเลิกสนใจฟูจิให้ได้ อัจฉริยะผู้มีอนาคตไกลไม่ควรจะมัวแต่เกาะติดอยู่กับเขาที่หยุดอยู่กับที่ เขาไม่อยากให้ฟูจิเลิกเล่นเทนนิสเลย
เขารักแววตาที่มุ่งมั่นยามที่เผชิญหน้ากับคู่แข่งบนคอร์ท การทุ่มเทแรงใจสุดตัวแบบที่เขาไม่เคยเห็นที่ไหน และความเก่งกาจที่หาตัวจับได้ยาก ดีใจเหลือเกินที่คนมากความสามารถอย่างฟูจิมองเขาเป็นคู่แข่งอันดับหนึ่ง
แต่นั่นเป็นเรื่องราวในอดีต...
“ไม่สนใจจริง ๆ น่ะเหรอ เทสึกะ” เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนเป็นฝ่ายเอ่ยถามเมื่อเขาก้าวออกจากห้องสมุด เทสึกะชะงักเพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร จนฟูจิพูดต่อ “เทนนิสน่ะ อย่างน้อยก็เข้าชมรมด้วยกัน แล้วไม่ต้องใช้แขนซ้ายไปสักพักก็ได้นี่”
“...ฉัน... ไม่สนใจแล้ว” ไม่ว่าจะรอนานมากเท่าไหร่ ก็เป็นเพียงความหวังลม ๆ แล้ง ๆ แขนซ้ายของเขาไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิม ความสัมพันธ์กับคนตรงหน้าก็เหมือนกัน...
ฟูจินิ่งฟังแล้วไม่ได้ตอบอะไร เมื่อไหร่กันนะที่เขาจะทำลายกระจกที่กั้นระหว่างกันได้ แก้วบาง ๆ เท่านั้นที่ขวางทั้งสองคนอยู่ ต่างก็มองเห็นซึ่งกันและกัน แต่ไม่เคยเข้าใจกันเสียที
เธอต้องการอะไรกันแน่... เทสึกะ ทิ้งเทนนิสไปเพราะอะไร หรือว่าจริง ๆ แล้วอยากจะหนีไปจากผมกันแน่?
เขารักกัปตันทีมที่เข้มงวดและจริงจังคนนั้น เทสึกะมักจะเคร่งเครียดขึงขังอยู่เสมอ แต่ในขณะเดียวกันก็อ่อนโยนแล้วก็นึกถึงคนอื่นก่อนตัวเองจนเป็นนิสัย ก็เพราะอย่างนั้นน่ะสิถึงได้ต้องเจ็บตัวบ่อย ๆ ฟูจินึกตำหนิที่เทสึกะไม่รู้จักดูแลตัวเองให้ดีเสียบ้าง แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้เขาประทับใจจนถอนตัวไม่ขึ้น
ทั้งสองคนเดินกลับบ้านด้วยกันเงียบ ๆ ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็นที่คล้อยต่ำลง บรรยากาศน่าอึดอัดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกลับปกคลุมไปทุกย่างก้าว แล้วเทสึกะก็เอ่ยขึ้น
“ไม่ต้อง... คอยตามฉันแล้วนะ นายน่าจะตั้งใจฝึกซ้อมให้ดี อย่าให้เสียชื่ออัจฉริยะแห่งเซชุนล่ะ”
อีกฝ่ายตาขวางทันที “ไม่ต้องห่วงเรื่องของผมหรอก ผมรู้ดีว่าความสามารถของตัวเองอยู่ตรงไหน” ผมจะไม่ยอมให้เทสึกะออกห่างไปมากกว่านี้หรอกนะ “เธอนั่นแหละที่ควรจะกลับมาที่ชมรม”
เพราะเทสึกะที่ไม่มีเทนนิส มันดูห่อเหี่ยวไร้ชีวิตชีวาสิ้นดี
“...ขอโทษ”
“ผมไม่ได้ต้องการให้เธอขอโทษ!”
“ฉันเล่นไม่ได้...” เพียงคำบอกปัดสั้น ๆ แต่ฟูจิก็ยังดึงดันด้วยเหตุผลเดิม ถ้าอยากเล่นจริง ๆ ทำไมจะเล่นไม่ได้... เทสึกะกำลังหนีอะไรกันแน่
“โกหก” ฟูจิสบตาอีกฝ่ายราวกับต้องการจะค้นหาความจริงในแววตานั่น ปลายนิ้วเรียวเชยคางอีกฝ่ายแล้วกล่าวแกมบังคับ “บอกผมมา ทำไมเธอถึงไม่ยอมก้าวลงคอร์ทอีก”
เทสึกะปัดมือของอีกฝ่ายออก ทั้งยังไม่ยอมตอบคำถาม เป็นความจริงที่อาการบาดเจ็บไม่ได้ร้ายแรงถึงขนาดจะเล่นไม่ได้เลย ยิ่งถ้าใช้มือขวาแทนได้แล้วข้ออ้างก็ตกไปด้วยซ้ำ แต่เทสึกะรู้อยู่แก่ใจว่าการจะลงเล่นให้ได้เต็มขีดความสามารถคงเป็นไปไม่ได้แน่นอน
และเขาก็ไม่ต้องการเปิดเผยตัวเองแบบนั้นออกไป... ตัวตนที่ไม่สามารถเล่นเทนนิสได้อย่างสมบูรณ์อย่างที่ฟูจิคาดหวัง
ฟูจิตัดสินใจเลิกตอแยสำหรับวันนี้เมื่อถึงทางแยกไปสู่บ้านของตน “ผมยังไม่พอใจกับคำตอบวันนี้หรอกนะ เทสึกะ” กล่าวทิ้งท้ายแล้วยอมเดินจากไปแต่โดยดี แต่ในใจของฟูจิยังขุ่นมัวนัก
ร่างของฟูจิเดินห่างออกไปเรื่อย ๆ แสงอาทิตย์ที่ใกล้ลับขอบฟ้าทำให้เกิดเป็นเงายาว เทสึกะไล่มองตามเงานั่นอย่างสิ้นหวัง เขาเคยรู้สึกท้าทายและชื่นชอบอัจฉริยะคนนี้ แต่เมื่อความจริงเปลี่ยนไปว่าเขาไม่อาจจะไล่ตามให้ทันได้... แล้วจะมีประโยชน์อะไรกับการเฝ้ามองอยู่ข้างเดียว
แบบนั้น... รังแต่จะทำให้ตัวเองทรมานเปล่า ๆ สิ่งที่ฟูจิคาดหวังจากเขาคือเทสึกะที่แข็งแกร่งเมื่ออยู่บนคอร์ท ตัวตนที่เขาเสียไปตลอดกาล
อดีตกัปตันแห่งเซชุนยกมือขึ้นจับแขนซ้ายตัวเองแน่นจนรู้สึกเจ็บ... อดีตเปลี่ยนแปลงไม่ได้... เขาทำได้เพียงพยายามหักห้ามใจเท่านั้น
เขาไม่มีสิทธิ์จะรักฟูจิ ชูสุเกะ เขาขาดคุณสมบัติที่จะยืนอยู่เคียงข้างอัจฉริยะคนนั้นอย่างภาคภูมิ ถ้าดึงดันจะยึดไว้ จะทำให้อีกฝ่ายไม่มีทางไปสู่ที่สูงขึ้นได้
ควรจะปล่อยให้อีกฝ่ายได้โบยบินอย่างอิสระตามที่ต้องการ ไม่ต้องเห็นว่าเขาสำคัญเลยจะดีกว่า
To be continued...


โอววววว ฟิคหลังปุริจบเนี่ยมัน......
สุดยอดจริงๆเลยนะ
แต่ละคน
พากันออกมาปิดบังยกใหญ่ว่าเป็นฟิคคู่ใคร กร้ากกกก
มันต้องเทะฟูเซ่
#1 By Uriel*幸村が大好き!! on 2008-03-10 12:20