[Tenipuri Fanfiction] Oblivion... (20) + Epilogue
posted on 07 Mar 2008 21:35 by keechan in Fictionไถได้อีกกกกกกกกกกกกกกกกก ไถจนจบแล้วเว้ย!!!
อะไรห่วย ๆ ก็มองข้ามไปซะนะ...
Oblivion... (20)
น่าแปลกที่คืนวันก่อนเขาก็ออกมาเดินแถวนี้.. แต่ด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
เพราะว่ารักมาก... ถึงได้โกรธที่อีกฝ่ายไม่ไว้ใจ
เทสึกะถอนใจ เขาคิดจะกลับเข้าไปแล้วเข้าไปปลอบใจอาโตเบะ เขาเข้าใจว่าอีกฝ่ายคง... เสียใจไม่แพ้กัน แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นเสียก่อน เทสึกะมองหน้าจอที่แสดงชื่อสายเรียกเข้าแล้วก็ขมวดคิ้ว
“ฟูจิ...?” เสียงทุ้มเอ่ยระคนแปลกใจ ฟูจิมีธุระอะไรเร่งด่วนถึงขนาดต้องโทรมาหาเขาเวลาแบบนี้
“...เทสึกะ” เสียงปลายสายเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน
“มีอะไร---”
“ไง เทสึกะ” อีกเสียงหนึ่งแทรกขึ้น กัปตันแห่งเซชุนขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยิน “เห็นรูปแล้วใช่มั้ย สวยถูกใจรึเปล่า”
“นายมันทุเรศ โอชิทาริ” ถ้าเจ้าตัวอยู่ตรงหน้าเทสึกะคงได้ปล่อยหมัดหนัก ๆ ไปสักหมัด ถึงอย่างนั้นคงจะไม่สาสมแก่ใจ รวมทั้งคงไม่สามารถชดเชยความเจ็บปวดของอาโตเบะได้ แต่เขามีเรื่องที่ต้องเป็นห่วงมากกว่านั้น
ทำไมโอชิทาริถึงอยู่กับฟูจิได้
“ฟูจิอยู่ไหน”
โอชิทาริเอ่ยต่อเหมือนไม่ได้ยินคำถามนั้น “ไม่ชอบหรอกเหรอ สงสัยคนในรูปจะไม่ถูกใจนายละมั้ง ก็อาโตเบะเป็นของฉันนี่”
“อย่าพูดมากโอชิทาริ ฟูจิอยู่ไหน” เทสึกะกระชากเสียงถามซ้ำด้วยความโมโห เขาไม่มีอารมณ์จะมาฟังคำยียวนไร้สาระ
“เป็นห่วงเป็นใยจังนะ แค่เพื่อนร่วมทีมไม่ใช่เหรอ ทำไมนายต้องทำเหมือนกับหึงฉันซะเต็มที่อย่างนั้นละ”
ฝ่ายที่นิ่งฟังอยากจะตัดสายนักแต่ก็ไม่อาจทำได้เพราะเป็นห่วงเจ้าของโทรศัพท์
“บางทีฉันอาจจะส่งรูปสวย ๆ ไปให้นายดูอีก อยากเห็นมั้ยเทสึกะ? ฉันคิดว่าคงจะยั่วยวนไม่แพ้อาโตเบะแน่”
เท่านั้นเองเทสึกะก็ตะคอกใส่ปลายสายดังลั่น “อย่าแตะต้องฟูจินะ! เขาไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้!”
“ไม่เกี่ยว? ไม่ใช่ละมั้งเทสึกะ พูดอย่างนั้นกับคนที่หลงรักนายหัวปักหัวปำข้างเดียวมันจะดีเหรอ เฮ้อ ฉันละไม่เข้าใจเลยว่าคนอย่างนายมีดีตรงไหน”
เทสึกะเร่งฝีเท้ามุ่งหน้าไปที่อาคารของกลุ่มฟูจิ ถ้าสองคนนั้นอยู่ด้วยกันจริง ถ้าไม่ใช่ห้องฟูจิ ก็ต้องห้องของโอชิทาริ เขาจะไม่ทนอยู่เฉย ๆ ฟังอีกฝ่ายเสียดสีโดยไม่ทำอะไรเลย
ทำไมโอชิทาริถึงรู้เรื่องของฟูจิได้... คนอย่างฟูจิไม่น่าจะบอกให้คนอื่นรู้ได้ง่าย ๆ
“ให้ฉันคุยกับฟูจิเดี๋ยวนี้”
ปล่อยมือจากอาโตเบะสิ เทสึกะ” อีกฝ่ายออกคำสั่งโดยไม่ฟังเสียง
“ว่าไงนะ!” โอชิทาริยังหวังอะไรอีก ช่างเป็นคนที่ทำทุกอย่างได้โดยไม่เลือกวิธีการ
ฟูจิ...!
กัปตันแห่งเซชุนเร่งจังหวะการก้าวของตน ถ้าฟูจิที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยจะต้องถูกย่ำยีด้วยน้ำมือของผู้ชายที่ชั่วร้ายอย่างโอชิทาริ เขาคงไม่สามารถให้อภัยตัวเองได้ไปตลอดชีวิต
“ปล่อยมือจากอาโตเบะ ส่งคืนหมอนั่นมาให้ฉัน แล้วเพื่อนร่วมทีมคนสำคัญของนายจะไร้รอยขีดข่วน”
สกปรกที่สุด...
เทสึกะทุบประตูห้องของฟูจิลงไปเต็มแรง เสียงกระแทกนั้นดังสะท้อนเข้ามาในโทรศัพท์ด้วย ทำให้เขารู้แน่ว่าคนที่กำลังถือโทรศัพท์คุยกับเขาอยู่ข้างใน
“ฟูจิ! ฟูจิ!”
“เห... คราวนี้ฉลาดนี่ เทสึกะ” ปลายสายเอ่ยชม แต่เทสึกะดูจะไม่ภูมิใจเท่าไหร่
“เปิดประตู โอชิทาริ!”
“ก็พูดสิว่านายจะคืนอาโตเบะให้ฉัน”
“ไม่มีวัน!”
“จะเอาไปทีเดียวสองคนเลยเหรอ ไม่คิดว่าโลภมากไปหน่อยรึไง”
“หุบปากนะ!”
โอชิทารินิ่งเงียบไป ไม่คิดว่าเทสึกะจะดื้อด้านขนาดนี้ เขาจงใจพ่นหัวเราะใส่โทรศัพท์ “งั้นฉันจะขอรับฟูจิไปแล้วกัน”
“โอชิทาริ! หยุด---” ไม่ทันแล้วที่เอ่ยห้าม อีกฝ่ายชิงวางหูไปเสียก่อน เทสึกะจ้องประตูหนาตรงหน้าด้วยความว้าวุ่นใจในหัวคิดคำนวนอย่างรวดเร็วว่าระหว่างพังประตูนี่ซะกับวิ่งไปเอากุญแจมาเปิดอย่างไหนจะเสียเวลามากกว่ากัน แต่เขาไม่อยากออกห่างประตูนี้แม้แต่วินาทีเดียว ในขณะที่ฟูจิยังอยู่กับโอชิทาริเพียงลำพัง!
ฟูจิที่อยู่ด้านในได้ยินเสียงกระแทกกระทั้นที่ประตูชัดเจน เทสึกะกำลังเป็นห่วงเขาด้วยความจริงใจ ทั้ง ๆ ที่... เขากำลังหลอกลวงอีกฝ่ายอยู่
สิ่งที่เขาทำลงไป... เพื่อเทสึกะจริง ๆ น่ะเหรอ?
ร่างบางปัดมือซุกซนที่ลูบไล้เรือนกายของตนอยู่อย่างรำคาญเต็มทน ทั่วลำคอของเขาเต็มไปด้วยรอยจูบที่อีกฝ่ายฉวยโอกาสทิ้งไว้ เสื้อเชิ้ตของตนก็หลุดลุ่ยเกินความจำเป็น
“ไม่ใช่อย่างที่ตกลงกันนี่ โอชิทาริ” แววตาคมมองอีกฝ่ายอย่างคาดโทษ โอชิทาริล่วงล้ำร่างกายของเขาเกินกว่าที่ว่าไว้ แล้วยังตัดสายเทสึกะง่าย ๆ แบบนั้นอีก
ชายหนุ่มในกรอบแว่นยิ้มร้าย “เวลาเอาแผนมาใช้จริงมันก็ต้องมีปรับเปลี่ยนกันบ้าง จะได้สมจริงไงล่ะ ฟูจิ” สายตาของโอชิทาริแวววาบขึ้นแล้วกุมข้อมือเรียวขาวไว้แน่นจนฟูจินิ่วหน้า
“เรามาสนุกกันดีกว่า ทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าเทสึกะจะพังประตูเข้ามาได้ก็ดีนะ”
“อย่าล้ำเส้น” ฟูจิขู่ด้วยสายตา แต่อีกฝ่ายไม่สะทกสะท้าน
“ขัดขืนเลย ฟูจิ ถ้านายสมยอมขึ้นมาแล้วเทสึกะผิดสังเกตมันจะแย่”
“นี่! ปล่อยผมนะ!” ร่างบางเริ่มดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอดเมื่ออีกฝ่ายรุกรานไม่ยอมหยุด
“อย่าว่ากันเลยนะ ในเมื่อกัปตันของนายแย่งครั้งแรกของอาโตเบะไป ฉันก็ขอชิงครั้งแรกของนายไปจากหมอนั่นหน่อยเถอะ”
ริมฝีปากเบื้องบนฉกวูบลงมาโดยที่ฟูจิไม่ทันตั้งตัว โอชิทาริบดขยี้ริมฝีปากสีชมพูจนแดงช้ำ ลมหายใจของฟูจิสะดุดด้วยความตื่นตระหนกเมื่อลิ้นของอีกฝ่ายรุกล้ำเข้ามา ร่างบางดิ้นขลุกขลักไปมาจนเสียหลักล้มลงบนพื้น เปิดโอกาสให้โอชิทาริคร่อมทั้งร่างไว้ได้ไม่ยาก
มือแกร่งจับยึดข้อมือเล็กกดลงกับพื้น ร่างสูงใช้ปากที่เชี่ยวชาญซุกไซ้ซอกลำคอขาวเลื่อนลงมาถึงร่องอก ฟูจิเบือนหน้าหนีด้วยความขยะแขยง แต่ไม่สามารถขยับได้ดั่งใจ
...คนที่จะแตะต้องผมแบบนี้ได้... ไม่ใช่เธอ...
“คนอย่างเธอ... มันเลวที่สุด” เอ่ยคำสบประมาทแล้วจดจ้องด้วยสายตาไม่ยอมสยบ ชายในกรอบแว่นได้มองแล้วก็รู้สึกบันเทิงใจนัก
“หึ ฉันมันก็รับบทผู้ร้ายอยู่แล้วนี่ ก็ต้องร้ายให้ถึงที่สุดสิ”
“ไหนบอกว่ารักอาโตเบะยังไงล่ะ”
ได้ยินคำว่า ‘รัก’ แล้วโอชิทาริก็หัวเราะลั่น “ ‘รัก’ งั้นเหรอ? ฉันเคยพูดคำน้ำเน่าแบบนั้นเมื่อไหร่กัน ฉันแค่บอกว่าอยากได้อาโตเบะเท่านั้นเอง แล้วฉันก็เกลียดเทสึกะที่มาแย่งของของฉันไป”
ฟูจิกัดฟันแน่น เขาไม่ควรตกลงร่วมมือกับผู้ชายคนนี้เลย มันไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลยสักนิด รังแต่จะทำให้เทสึกะเจ็บปวด... รวมทั้งตัวเองด้วย
“ต่ำ!”
ฝ่ามือหนัก ๆ ฟาดเข้าที่ใบหน้าสวยไม่ยั้งมือจนเป็นรอยแดง
“คนที่ยอมร่วมมือกับคนต่ำ ๆ อย่างฉันไม่ต่ำกว่ารึไง” โอชิทาริเย้ย
ดวงตาสีน้ำทะเลจ้องอีกฝ่ายเขม็ง และได้รอยยิ้มชั่วร้ายเป็นสิ่งตอบแทน มือหยาบกร้านข้างหนึ่งเคลื่อนลงหมายจะกระชากกางเกงของอีกฝ่ายต้องหยุดชะงักเพราะเสียงปึงปังที่หน้าประตู
เทสึกะพังประตูเข้ามาได้สำเร็จ ร่างสูงพรวดพราดเข้ามาโดยไม่รอช้า
เป็นไปตามที่โอชิทาริต้องการ...
อัจฉริยะแห่งเฮียวเทรีบผละออกจากร่างบาง ทิ้งรอยยิ้มแสยะไว้ให้ราวกับเรื่องที่จงใจทำเมื่อครู่อยู่ในแผนการของตนทั้งหมด เทสึกะย่อมสนใจเพื่อนร่วมทีมของตนมากกว่าจึงรีบเข้าไปประคองร่างบางไว้
“ฟูจิ! ไม่เป็นไรนะ”
เจ้าของใบหน้าหวานยังตั้งตัวไม่ทัน เขาสับสนไปหมดกับการกระทำของโอชิทาริ...
แผนกำลังเป็นไปได้ด้วยดี เทสึกะห่วงใยเขา... เทสึกะจะไม่ทิ้งเขาไป
ร่างบางโผเข้าหากัปตันที่รักของตนทันที ทั่วร่างสั่นระริกด้วยความกลัว ทั้งกลัวว่าจะตกไปเป็นของคนอื่น... และกลัวว่าจะเสียเทสึกะไป
“เทสึกะ... อย่าทิ้งผม”
ผมทำอย่างนี้... ไม่ผิดใช่มั้ย ที่ใช้ประโยชน์จากความใจดีของเธอ...
กัปตันแห่งเซชุนโอบอีกฝ่ายไว้เบา ๆ เพื่อปลอบให้สงบใจ เมื่อเห็นรอยแดงที่ใบหน้านั่นเขาก็ยิ่งปวดใจนัก เทสึกะส่งสายตาข่มขู่ให้ตัวต้นเรื่องที่ทำทองไม่รู้ร้อน
“น่าสงสารจังนะ ต้องมาเจออะไรที่แย่ ๆ แบบนี้ ทั้ง ๆ ที่ฟูจิไม่ได้ทำอะไรเลย”
...ยังจะมีหน้ามาพูดอีกงั้นเหรอ!
“มีความละอายใจซะบ้าง! ชั่วร้ายเกินไปแล้วนะ โอชิทาริ!”
“ถ้าเพื่อให้ได้ความรักมา คนเราก็จำเป็นจะต้องเลวกันบ้างไม่ใช่เหรอ”
กลับกลอกที่สุด... เมื่อกี้เธอยังพูดอยู่ชัด ๆ ว่าไม่ได้รัก ฟูจิอดนึกไม่ได้ว่าที่โอชิทาริพูดนั่นเพื่อต้องการกระทบเขาด้วย
“ฉันแค่อยากได้อาโตเบะคืน เทสึกะ เห็นแล้วไม่ใช่เหรอว่าหมอนั่นก็เป็นของฉัน”
“อาโตเบะไม่ได้เต็มใจ นาย... บังคับเขา!” เทสึกะยั้งปากที่จะหลุดคำว่า ‘ข่มขืน’ ออกมาเพราะนึกได้ว่าฟูจิเองก็อยู่ที่นี่
“แล้วนายไม่เห็นใจฟูจิบ้างเหรอ ว่าไง คุณกัปตันทีมตัวอย่าง คนที่แสนบริสุทธิ์ไม่เคยต้องมือใคร อยากให้แปดเปื้อนเพียงเพราะนายอยากจะครอบครองอาโตเบะไว้คนเดียว”
“นั่นมันอาชญากรรมแล้ว โอชิทาริ!”
ฝ่ายที่ถูกแย้งส่ายหน้า “ขนาดอาโตเบะยังเอาผิดกับฉันไม่ได้ แล้วนับประสาอะไรกับพวกคนธรรมดาอย่างนาย” คนที่ถือไพ่เหนือกว่าคือเขา ต่อให้เรื่องฉาวโฉ่นี่ถูกเปิดเผยคนที่จะเสียหายก็ไม่ใช่เขา
“เลือกสิ เทสึกะ ฟูจิ? หรือว่าอาโตเบะ? เลือกไว้คนนึงแล้วฉันสัญญาว่าจะไม่แตะต้องคนที่นายเลือกแม้แต่ปลายนิ้ว”
ฟูจิยึดเสื้อเทสึกะไว้แน่น ความหวาดกลัวนี้เป็นของจริง เขาไม่ได้เสแสร้ง ถ้าหากเทสึกะเลือกอาโตเบะ... โอชิทาริคงจะไม่ลังเลที่จะลงมือย่ำยีเขาเพื่อความสะใจ ร่างบางซุกใบหน้ากับอกของอีกฝ่าย อยากจะเห็นแก่ตัวพูดออกเหลือเกินว่าให้เลือกผม...
เทสึกะเลือกไม่ได้... เขาได้แต่โอบฟูจิไว้เท่านั้น
ทันใดนั้นน้ำเสียงทรงอำนาจก็ดังขึ้น “หยุดการเล่นสนุกของนายไว้เท่านี้แหละ โอชิทาริ คนอย่างฉันไม่ได้มีไว้ให้โยนไปโยนมาตามใจ”
“อาโตเบะ!”
ไม่รู้ว่ากัปตันแห่งเฮียวเทยืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ น่าจะนานพอที่จะได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่ทั้งหมดตั้งแต่เทสึกะพังประตูเข้ามา
ร่างโปร่งเดินเข้ามาหาเทสึกะ เขาแตะที่ไหล่ซ้ายอีกฝ่ายเบา ๆ เทสึกะนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ แรงกระแทกรุนแรงทำให้ไหล่ของเขาช้ำ อาโตเบะขมวดคิ้ว สีหน้าเจือด้วยความเป็นห่วง
“ทำอะไรบ้าระห่ำไม่คิดอีกแล้ว...”
ฟูจิถึงกับนิ่งไป ไหล่ของเทสึกะ... ร่างสูงเป็นห่วงเขาจนไม่คำนึงถึงร่างกายของตัวเอง ในขณะที่เขาคิดแต่จะคว้าเทสึกะมา เขาไม่เคยสังเกต...
แต่อาโตเบะ...
อัจฉริยะแห่งเซชุนแทบจะร้องไห้ด้วยความคับแค้นใจ แต่ต้องกลั้นน้ำตาไว้ เพราะถ้าหากเขาร้องไห้... เทสึกะจะต้องลำบากใจมากกว่านี้
“นักแสดงมาครบแล้ว นายจะว่าไง เทสึกะ”
“เลิกตอแยกับเทสึกะซะที อยากได้ฉันมากไม่ใช่รึไง” อาโตเบะเอ่ยแทรกด้วยน้ำเสียงเย็นชา ราชาแห่งน้ำแข็งเหลือบมองกัปตันแห่งเซชุนที่ประคองเพื่อนร่วมทีมของตัวเองไว้ด้วยทีท่าอ่อนโยน
...สมกับเป็นเทสึกะ
อาโตเบะยิ้มกับตัวเอง กัปตันแห่งเซชุนจะใจดีเสมอ เขาเองก็อาศัยความใจดีของอีกฝ่ายคอยตามตื้ออย่างเอาแต่ใจ เทสึกะลำบากใจบ้างรึเปล่า... เขาไม่รู้
ปัญหาทั้งหมดมันเริ่มจากเขา... ถ้าเขาไม่ถลำลึก ถ้าเขาไม่เลือกดอกไม้ให้เทสึกะในวันแรกนั่น คงจะไม่ทุ่มเทหัวใจให้อีกฝ่ายไปทั้งหมด แต่มันสายไปแล้ว... อาโตเบะรู้ดีว่าเขาถอยหลังกลับไม่ได้
และโอชิทาริก็ไม่เคยเลิกล้มที่จะฉุดเขากลับไป ถ้าหากจะหยุดผู้ชายคนนี้ให้เลิกระรานคนที่เขารักแล้วล่ะก็...
“เทสึกะ... นายรักฟูจิรึเปล่า”
ทั้งเทสึกะและฟูจิต่างก็คิดไม่ถึงว่าอาโตเบะจะถามคำถามเช่นนี้ กัปตันแห่งเซชุนตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคงโดยไม่มีสะดุด
“ฟูจิเป็นเพื่อนคนสำคัญของฉัน ฉันไม่มีทางปล่อยให้ใครมาทำร้ายเขา”
คำตอบนั้นทำให้ฟูจิปวดแปลบในอก... แม้ลำแขนแข็งแกร่งของอีกฝ่ายจะประคองตนอยู่ แต่หัวใจของเทสึกะ... ไม่ใช่ของเขา
อาโตเบะยิ้มบาง เขาคาดไว้แล้วว่าเทสึกะต้องตอบแบบนี้ ช่างเป็นผู้ชายที่ให้ความสำคัญกับทุกอย่าง...
“แปลว่านายเลือกฟูจิสินะ!” โอชิทาริโพล่งขึ้นมา ถ้าเพื่อให้ได้อาโตเบะมาไว้ในกำมือของตัวเอง เขาไม่เกี่ยงที่จะทำทุกวิถีทาง
“หุบปาก!” ก่อนที่ใครจะได้ค้านขึ้นมา อาโตเบะเป็นคนแรกที่ตะโกนขึ้น ดวงตาสีน้ำเงินที่กราดเกรี้ยวจ้องมองโอชิทาริอย่างกินเลือดกินเนื้อ “อย่าทำให้ฉันโกรธไปมากกว่านี้”
สายตานั้นราวกับมีมนต์สะกดบางอย่างที่ทำให้โอชิทาริไม่กล้าต่อต้าน อาโตเบะยื่นกระดาษเล็ก ๆ แผ่นหนึ่งคืนให้เทสึกะ
...ให้ทุกอย่างจบลง คงจะง่ายกว่า เขาเบื่อเรื่องวุ่นวายที่โอชิทาริก่อแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่เพราะเขารำคาญ แต่เพราะว่า... ความรักของเขากำลังทำให้เทสึกะเดือดร้อน
“...ฉันดีใจที่นายเรียกให้มาหานะ ส่วนเรื่อง... โอชิทาริ ฉันไม่มีข้อแก้ตัว ฉันขอโทษที่โกหก”
เทสึกะก้มดูกระดาษแผ่นนั้นอย่างงุนงง ในขณะที่ฟูจิสะดุ้งเฮือก เขาไม่นึกว่าอาโตเบะยังจะเก็บไว้
‘คืนนี้มาหาที่ห้องนะ – เทสึกะ’
“ฉันเป็นคนเดียวที่จะหยุดเรื่องนี้ได้ ถ้าฉันยอม โอชิทาริจะเลิกวุ่นวายกับพวกนาย”
คำพูดนั้นสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคน แต่คนที่ปลาบปลื้มที่จะได้อย่างที่หวังมีเพียงโอชิทาริคนเดียว
อาโตเบะหันไปมองโอชิทาริอย่างรังเกียจด้วยเสียไม่ได้ “แบบนี้พอใจรึยัง อ๋า?”
ดวงตาใต้กรอบแว่นกระจกยิ้มอย่างพึงใจ “อย่างมาก...”
“งั้นจะยืนเซ่ออยู่ทำไม ออกไปซะทีสิ”
“นายก็มากับฉันสิ อาโตเบะ ยืนยันคำพูดของนาย” โอชิทาริอ้าแขนรับเป็นการล้อเลียน ได้แค่ร่างกาย... ก็พอแล้วสำหรับเขา
“...นี่มันหมายความว่ายังไง” เทสึกะที่ยังงุนงงกับเหตุการณ์ทั้งหลายแหล่เอ่ยขึ้นมาในที่สุด “ฉันไม่ได้ส่งโน้ตนี่ให้นาย”
“จะสนใจทำไมเทสึกะ ที่สำคัญก็คือนายรู้แล้วว่าอาโตเบะไม่ใช่ของนายคนเดียว” โอชิทาริว่า แล้วกล่าวเย้ยอีกคน “ควบคุมง่ายจริง ๆ ด้วยนะอาโตเบะ แค่เทสึกะเรียก นายก็ยอมไปโดยไม่สงสัยอะไรทั้งนั้น”
“ทั้งหมดเป็นแผนชั่ว ๆ ของนาย!”
คนเจ้าเล่ห์ยิ้มรับอย่างภาคภูมิ “นายก็ด้วยเทสึกะ ยังรู้จักอาโตเบะไม่พอนะ คนอย่างหมอนี่ไม่ใช้วิธีเชย ๆ อย่างส่งโน้ตมาให้หรอก”
เทสึกะตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ โอชิทาริวางแผนทั้งหมด เพื่อให้เขากับอาโตเบะทะเลาะกัน!
ฟูจิรู้สึกได้ถึงความเจ็บแค้นของร่างสูง นั่นยิ่งทำให้เขาเกลียดตัวเอง... เขาทำเรื่องที่น่ารังเกียจแบบนี้ลงไปได้ยังไง
“...ความจริงก็ไม่ได้เปลี่ยนไปหรอก ฉันโกหกเทสึกะ ดีแล้วที่นายทำให้เรื่องมันแดงขึ้นมา”
เพราะถ้าหากทิ้งไว้นานกว่านี้ เทสึกะก็คงจะโกรธไม่ต่างกัน
“เรามาทำให้เรื่องบ้า ๆ นี่จบไปซะทีดีกว่า”
เทสึกะเข้าใจได้ทันทีว่าอาโตเบะคิดจะทำอะไร เขาผละออกจากฟูจิแล้วคว้าไหล่บางไว้ “ไม่ได้นะ อาโตเบะ!”
อย่ายอมสยบต่อผู้ชายอย่างนั้นเพียงเพราะเรื่องแค่นี้!
“เทสึกะ...” อาโตเบะเอ่ยโดยไม่หันมามอง น้ำเสียงนั้นเรียบเฉย “...รักฉันรึเปล่า เมื่อกี้นี้ นายกอดฉันไว้ด้วยความรู้สึกแบบไหน”
“ฉันรักนาย” อีกครั้งที่ถ้อยคำแน่วแน่มั่นคงเอ่ยออกมาชัดเจน ไม่มีสิ่งไหนที่เทสึกะแน่ใจไปมากกว่านี้อีกแล้ว
อาโตเบะหันมายิ้มให้เขา ดูเข้มแข็งและสวยงามเป็นที่สุด “...แค่นั้นก็เพียงพอแล้วล่ะ”
คำว่ารักของเทสึกะ... จะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตที่เขาจะเก็บไว้ในใจตลอดไป บางครั้งสิ่งนี้ก็เป็นความฝันที่เขาหวังอยู่ข้างเดียว และหลายครั้งหลายคราที่เกือบจะสูญเสียไป
วันเวลาที่เขาได้ใกล้ชิดกัน... และความอ่อนโยนของเทสึกะ เขาจะไม่มีทางลืมเลย
ร่างโปร่งหันไปหาคนที่เกลียดที่สุด เพื่อเทสึกะ.... เขาจะเอาผู้ชายคนนี้ออกไปจากชีวิต โดยใช้ร่างกายของตัวเองเป็นเหยื่อล่อ
โอชิทาริไม่ใคร่พอใจนักที่เห็นทั้งสองคนมาบอกรักกันต่อหน้าต่อตา เขาไม่สนใจว่าอาโตเบะจะรักใคร... ไม่สนใจหรอก เขาแค่อยากจะได้กัปตันแห่งเฮียวเทผู้เย่อหยิ่งให้มาสยบแทบเท้าก็เท่านั้น
ที่เขาอยากได้... ก็แค่ความสะใจเท่านั้นเอง!
“อย่า อาโตเบะ!” เทสึกะรวบอีกฝ่ายเข้ามาไว้ในอ้อมกอด ทำให้ร่างโปร่งชะงัก อาโตเบะเกือบจะหันไป...แต่ก็ห้ามตัวเองไว้ได้
ถ้าเขาไม่ทำอย่างนี้... มันก็จะไม่จบ
“ฉันยอมไม่ได้! นายต้องไม่ทำแบบนี้”
“มันวุ่นวายมามากพอแล้ว เทสึกะ!” กัปตันแห่งเฮียวเทเค้นเสียงให้ฟังดูหนักแน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ “...ไม่เป็นไรหรอก กับหมอนั่น ก็แค่ร่างกาย แล้วก็จบกัน”
แต่หัวใจของฉัน... อยู่กับนาย
“ไม่ได้! ร่างกายของนาย... ไม่ใช่... อะไรที่จะให้หมอนั่นมาย่ำยีได้ง่าย ๆ”
...เพราะทั้งหมดของนายเป็นของฉัน... เป็นของฉันแล้ว!
“อย่ามาอวดฉลาดตอนนี้เลยน่ะ เทสึกะ” ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดจะรั้งเขาไว้เลยแท้ ๆ “นายทำได้เหรอ ต่อกรกับโอชิทาริ? ทำไม่ได้หรอก คนที่จะสมน้ำสมเนื้อกับเจ้านี่ต้องฉัน นายไม่มีสิทธิ์---”
ร่างโปร่งถูกกระชากมาจูบอย่างไม่ทะนุถนอมนัก เทสึกะยึดอาโตเบะไว้ในอ้อมกอดตัวเองเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ กัปตันแห่งเฮียวเทพยายามดิ้นให้หลุด เพราะเขากลัวว่าถ้าถูกเทสึกะสัมผัสไปมากกว่านี้... เขาคงตัดใจไม่ลง
ฟูจิรู้สึกโหวงในอกเมื่อเห็นภาพนั้น ประกอบกับคำพูดของเทสึกะเมื่อครู่ที่ยังก้องอยู่ในหัว
ทุกอย่าง... บ่งบอกได้ดีกว่าเทสึกะรักอาโตเบะแค่ไหน
อาโตเบะเบือนหน้าหนีเมื่ออีกฝ่ายคลายจุมพิต แล้วมือใหญ่ก็ยกขึ้นมาปิดตาเขาจนมิด เทสึกะรู้ดี ว่าเขากำลังจะร้องไห้อีกแล้ว
“เลิกทรมานอาโตเบะซะที โอชิทาริ ถ้านายยังมีความเป็นคนอยู่บ้าง”
โอชิทาริมองกัปตันของตนที่อยู่ในอ้อมกอดของเทสึกะ อาโตเบะที่เขาเคยเห็น... อาโตเบะ เคย์โกะที่เลิศเลอ ไม่มีอยู่ตรงนั้น มีแต่ผู้ชายที่ร้องไห้อย่างน่าสมเพชเวทนาเพราะหมดสิ้นหนทางเท่านั้น
ตรงหน้าเขา เป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น... คงจะไม่น่าตื่นเต้นและท้าทายอีกต่อไป
“หมอนั่นไม่ใช่อาโตเบะหรอก” อัจฉริยะแห่งเฮียวเทพึมพำ เทสึกะได้แต่ทำหน้างง โอชิทาริถอนใจแล้วเสยผม เหล่มองที่ร่างบางอีกคนแทน ทำเอาฟูจิขนลุกเกรียว “ก็ได้”
คำตอบรับทำให้เทสึกะเบิกตา “ฉันบอกว่าจะเลิกยุ่ง ไม่ดีรึไง”
“ห้ามแตะต้องฟูจิด้วย” กัปตันแห่งเซชุนย้ำ แต่โอชิทาริเพียงแค่ยักไหล่แล้วเดินหนี
“รับปากก่อน!”
“พอเถอะ เทสึกะ” ฟูจิเอ่ยขัดขึ้น ร่างบางปรายตามองผู้ชายอันตรายที่ก่อเรื่องทั้งหมดด้วยแววตาคมปลาบ อัจฉริยะทั้งสองคนประสานสายตากันสักพัก แล้วโอชิทาริจึงโบกมือลา ทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้
“อาโตเบะที่อ่อนแอจนร้าวขนาดนั้นน่ะ ฉันไม่สนใจหรอก”
ไม่มีใครพูดอะไรออกมาหลังจากนั้น อาโตเบะรู้อยู่แก่ใจว่าเขาเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะปิดบังยังไง ความจริงที่ว่าเขาอ่อนแอลงเพราะเทสึกะก็ไม่สามารถปฏิเสธได้
“เทสึกะ... ปล่อยเถอะ”
ร่างสูงปล่อยมือที่ปิดตาอีกฝ่ายไว้ เขาทำอย่างนั้นเพราะไม่อยากให้โอชิทาริเห็นน้ำตาของอาโตเบะ
ฟูจิยังยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ตรงนั้น เขาตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเอ่ยอะไร... ทั้งยังไม่กล้าเข้าไปใกล้ เพราะที่นั่น... ไม่มีที่ว่างสำหรับเขา
“ขอโทษนะ... เทสึกะ ไหล่ของเธอ”
ร่างสูงหันมาแล้วบอก “ไม่เป็นไร ไม่ใช่เรื่องใหญ่”
อัจฉริยะแห่งเซชุนยิ่งรู้สึกผิดหนักขึ้น ถ้าหากว่าเขาไม่พูดออกไป คงจะไม่กล้ามองหน้าเทสึกะอีกแน่ “...ผมขอโทษนะ”
“ไม่ใช่เรื่องที่นายจะต้องมาใส่ใจเลย ฟูจิ”
“ผมเอง... ที่ร่วมมือกับโอชิทาริ เพราะผมคิดว่า... เทสึกะ... ไม่ได้รัก---” เสียงหวานเอ่ยสารภาพ แล้วมองหน้าอาโตเบะ
ไม่คิดมาก่อนว่าอาโตเบะจะอ่อนไหวได้ถึงขนาดนี้...
เทสึกะฟังด้วยใบหน้าเรียบเฉย เขาคว้ามืออาโตเบะ แล้วจะเดินออกจากห้อง ปล่อยให้ฟูจิยืนคอตกอยู่อย่างนั้น
...สมควรแล้วที่เทสึกะจะโกรธ
“...ฉันพังประตูห้องนายไปแล้ว ฉันจะไปขอห้องใหม่ให้แล้วกัน” เทสึกะว่า “นายยังเป็นเพื่อนฉันนะ ฟูจิ ฉันยังยืนยันคำเดิมว่าจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายนาย”
กัปตันแห่งเซชุนเอ่ยไว้เพียงเท่านั้นแล้วจากไป แต่เท่านั้น... ก็เพียงพอที่จะทำให้หัวใจที่แห้งแล้งของฟูจิชุ่มชื้นขึ้นมาบ้าง...
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
“จะทำหน้าอย่างนั้นไปถึงเมื่อไหร่” เทสึกะทักคนที่ยังทำหน้าอมทุกข์ไม่เลิก
“ฉันจะทำหน้ายังไงมันก็เรื่องของฉัน”
ร่างสูงถอนใจเฮ้อแล้วนั่งลงตรงหน้าอีกฝ่าย เทสึกะคุกเข่าลงแล้วยกมือโอบใบหน้างาม “ตานายช้ำหมดแล้ว”
อาโตเบะหลบตา “...ฉัน... คิดอะไรไม่ออกแล้ว”
มือใหญ่กอบกุมมืออีกฝ่ายแน่น เทสึกะเข้าใจว่าอาโตเบะคงกำลังสับสนและตกใจ ถ้าได้นอนพักก็คงจะปรับตัวได้เหมือนเดิม มาเป็นอาโตเบะ เคย์โกะที่เย่อหยิ่งต่อหน้าทุกคนได้อีก
“ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น รู้ไว้แค่ว่าฉันรักนาย แล้วก็หลับซะ คิดซะว่าเรื่องเมื่อกี้เป็นแค่ฝันร้าย พอนายตื่นขึ้นมา ทุกอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม”
อาโตเบะพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะยอมนอนลง แต่ยังไม่ยอมหลับตา
เขาเปลี่ยนไป... เขาอ่อนแอลง... ใช่ เพราะว่ารักเทสึกะ แต่ก็ถอยหลังกลับไม่ได้
“คิดอะไรอยู่” เทสึกะสางผมนิ่มให้อีกฝ่ายสงบใจ “...เลิกคิดเล็กคิดน้อยเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้นายก็ลืมแล้ว”
“...เป็นอย่างนี้ต่อไป ก็ดีแล้วงั้นเหรอ” คนที่นอนอยู่พูดออกมาเบา ๆ
เทสึกะแปลกใจนิด ๆ ที่ไม่ได้ยินคำถากถาง คงจะสูญเสียความมั่นใจไปมากโขทีเดียว “นายถามฉันใช่มั้ยว่าฉันรักนายรึเปล่า ฉันก็ตอบให้แล้ว”
ร่างสูงโน้มตัวลงมา ทำให้ใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ “ฉันถามอย่างเดียวกันได้รึเปล่า”
ใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันจนอาโตเบะเผลอกลั้นลมหายใจ ใกล้จนกลัวว่าเทสึกะจะได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นตึกตัก
“รักฉันรึเปล่า?”
เจอสายตาซื่อตรงนั่นกดดันเอาดื้อ ๆ อย่างนั้น เป็นใครก็ทนไม่ไหว ใบหน้าซับสีกุหลาบ ริมฝีปากได้รูปขยับเอ่ยทีละคำ
“...รัก... ฉันรักนาย เทสึกะ”
“ฉันก็เหมือนกัน ...แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว” เทสึกะย้อนคำที่เขาพูด
เรื่องอื่นจะเป็นยังไงก็ช่างเถอะ... อาโตเบะ เคย์โกะจะเปลี่ยนไปเป็นคนยังไงเขาไม่สนใจแล้ว...
แค่เทสึกะรักเขาและเขารักเทสึกะก็พอ
**บทส่งท้าย**
ในที่สุดค่ายเทนนิสเยาวชนรุ่นเล็กก็สิ้นสุดลงด้วยความเรียบร้อย สมาชิกชมรมเทนนิสของแต่ละโรงเรียนก็มารวมตัวกันเพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ
เทสึกะเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหากัปตันแห่งเฮียวเทก่อน “แล้วไว้เจอกัน ตอนแข่งขันระดับประเทศนะ”
อาโตเบะหันมาชี้หน้าเป็นคำตอบ “ล้างคอรอไว้ได้เลย เฮียวเทไม่แพ้แน่”
คำพูดนั้นแฝงเป็นนัยคล้ายจะบอกว่า ‘ต่อให้หลงใหลนายแค่ไหน แต่บนคอร์ทจะไม่ยอมออมมือให้เด็ดขาด’
เทสึกะลอบยิ้ม ก่อนจะคว้าข้อมืออีกฝ่ายดึงเข้าหาตัว แล้วฉวยโอกาสประทับริมฝีปากลงเบา ๆ ที่ผิวแก้มโดยไม่สนใจสายตาคนอื่นที่กำลังจ้องมองมา
คิคุมารุกับโมโมชิโระถึงกับอ้าปากค้าง
“ท... เทสึกะ...!!!???”
“กัปตัน!!!”
ฝ่ายเฮียวเทก็พากันมองด้วยสีหน้าประหลาดใจไม่แพ้กัน ต่างก็สงสัยว่าเทสึกะกินอะไรผิดไปรึว่าใส่แว่นผิดอันกันแน่ มีแต่โอชิทาริที่ไม่สนใจการแสดงความรักอย่างออกหน้าออกตานั่น ในขณะที่โอโทริจ้องมองตาเป็นประกาย
“เห... คุณเทสึกะก็ทำอะไรน่ารัก ๆ อย่างนั้นได้ด้วยเหรอเนี่ย”
“น่ารักบ้าอะไร โจทาโร่ น่าอายจะตาย” รุ่นพี่คนสนิทขัด
ฝ่ายรุ่นน้องที่ได้ฟังก็แซวขึ้นมาทันที “ทำไมรุ่นพี่ต้องอายด้วยละครับ ผมไม่ได้จะทำอย่างนั้นกับรุ่นพี่ซะหน่อย เอ... หรือว่ารุ่นพี่อยากให้ทำครับ”
ชิชิโดะเบ้หน้าแล้วส่งเสียงค้าน “ฝันไปเหอะ!”
ทางฝั่งเซชุนก็มีแค่ฟูจิกับอินุอิที่ทำหน้านิ่งอยู่ได้ แต่คนที่ไม่สะทกสะท้านอะไรจริง ๆ คงมีแต่ฟูจิคนเดียว เพราะอินุอิใช้ประโยชน์จากแว่นบังความตื่นตกใจของตัวเองไว้
“เทสึกะเพิ่งกลับมาจากเยอรมันนี่ ฮะฮะฮะ คงจะติดวิธีทักทายที่นั่นมาละมั้ง” อัจฉริยะแห่งเซชุนแก้ตัวให้แทนกัปตันทั้งสอง
ผมยังไม่ตัดใจหรอกนะ เทสึกะ... ถึงยังไง ผมก็ยังจะรักเทสึกะต่อไป
คำอธิบายของฟูจิทำให้หลายคนคลายความตกใจไปได้บ้าง แต่จะยังไงก็คงจะทำให้ชินกับภาพแบบนั้นได้ยาก แต่ละคนได้แต่ภาวนาในใจว่าให้เทสึกะนึกได้ซะทีว่าที่นี่คือญี่ปุ่น ขืนตัวเองโดนกัปตันแห่งเซชุนทำอย่างนั้นเข้าบ้างคงจะขนลุกพิลึก
“...ทำอะไรน่ะ” อาโตเบะถามเสียงแข็ง พยายามเต็มที่ที่จะไม่แสดงความรู้สึกออกมา
เทสึกะกลับไม่ตอบ “แล้วเจอกันใหม่นะ” กัปตันแห่งเซชุนยังวางใบหน้าเรียบเฉยได้เหมือนเป็นเรื่องง่าย ๆ ในขณะที่ในหัวใจของเขากำลังลิงโลด
ก็เขาได้เห็นมุมของอาโตเบะที่ไม่มีใครเคยเห็นแค่คนเดียวเท่านั้น...
ร่างสูงเผยยิ้มที่มุมปากพร้อม ๆ กับหันมาโบกมือ อาโตเบะถึงได้รู้ว่าถูกหยอกเข้าให้แล้ว
เจ้าบ้านี่... แกล้งกันชัด ๆ ไปเอานิสัยแบบนี้มาจากไหนกันนะ
นับจากนี้ อาจจะไม่ใช่อาโตเบะเพียงคนเดียวที่จะเป็นฝ่ายได้เอาแต่ใจอีกต่อไป
Fin.
อุกรี๊ซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ
หล่อโคตรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร หล่อชิบหาย หล่อเอาโล่ห์ เอาถ้วย เอาไห หล่ออออออออออออออออ หล่ออออออออออออออออออออออออออ เชี่ยยยยยยยยยยยยยยยยย เทะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ ฮื้อออออออออออออออออออออ
“ฟูจิอยู่ไหน” << อั๊งงงงงงงงงงงงงงง
“อย่าพูดมากโอชิทาริ ฟูจิอยู่ไหน” << อั๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
“อย่าแตะต้องฟูจินะ! เขาไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้!” << เกี่ยวสิคะอีเทะ โอย แต่หล่ออออออออ ฮากกกกกกกกกกกกกก
โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย อีหล่อออออออออออออ วิ่งไปเอากุญแจมาก็ไม่เป็นไรหรอก เค้าเรียกเป็นห่วงจนลืมหน้าลืมหลังใช่ม้ายยยยย ม้ายยยยยยยยยยยย อั๊ยยยยยยยยยยยย อั๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง หล่ออออออออออออออออออออ
มีอีชี่มาคั่นความหล่อ
ชายหนุ่มในกรอบแว่นยิ้มร้าย “เวลาเอาแผนมาใช้จริงมันก็ต้องมีปรับเปลี่ยนกันบ้าง จะได้สมจริงไงล่ะ ฟูจิ” สายตาของโอชิทาริแวววาบขึ้นแล้วกุมข้อมือเรียวขาวไว้แน่นจนฟูจินิ่วหน้า << เลวสะใจมาก กรูโหวต มึงแอบหวังเองอะเดะ โด่ แต่ไม่เป็นไร จบแล้วกูยุยงส่งเสริม
ตัดมาที่นางเอก *-*
“คนอย่างเธอ... มันเลวที่สุด” เอ่ยคำสบประมาทแล้วจดจ้องด้วยสายตาไม่ยอมสยบ ชายในกรอบแว่นได้มองแล้วก็รู้สึกบันเทิงใจนัก << อา... อีนาง เอโร่ยยยยยยยยยยยยย ฮากกกกกกกกกกกก ยั่วโดยไม่รู้ตัว หารู้ไม่ว่ามันเร้าอารมณ์ กร๊าซซซซซซซซซซซซ สวยยยยยยยยยยยยย ฟูววววววววววววววววววววววววววววววววววว อั๊งงงงงงงงงงง ก๊าววววววววววววว น่ารักกกกกกกกกกกกกกกกกกก นางเอกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เห็นด้วยกับฮานะใช่มั้ยคะคุนยาโอ (มั่นใจว่าเห็นด้วย)
กลับมาที่อีหล่อต่อ
“อาโตเบะไม่ได้เต็มใจ นาย... บังคับเขา!” เทสึกะยั้งปากที่จะหลุดคำว่า ‘ข่มขืน’ ออกมาเพราะนึกได้ว่าฟูจิเองก็อยู่ที่นี่ << โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยย หล่อออออออออออออออออออ สุภาพบุรุษษษษษษษษษษษษษษษษษษ ฮากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
อู้หู ตอนเถียงกันนี่มันส์สะใจ อีเทะหล่ออย่างเดียว พระเอกกกกกกกกกกกกก หล่อออออออออออออออออ ส่วนโอเระซามะ.... ชิ ดีก็ได้.... ชิ ชิ
อีชี่เลววววววววววววววววววววว โหวตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตตต
ฟูจิ ฮือออออออออออออออ คนสวยยยยยยยยยยยยย โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ ต้องเห็นภาพบาดตา ฮือออออออออออออออออ ฮากกกกกกกกกกกก โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ
“...ฉันพังประตูห้องนายไปแล้ว ฉันจะไปขอห้องใหม่ให้แล้วกัน” เทสึกะว่า “นายยังเป็นเพื่อนฉันนะ ฟูจิ ฉันยังยืนยันคำเดิมว่าจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายนาย” << อา อีหล่ออออออออออออ ทำไมไม่เอาอีนางเป็นเมียยยยยยยยยยย ฮือออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
สุดท้ายนี้
ผมยังไม่ตัดใจหรอกนะ เทสึกะ... ถึงยังไง ผมก็ยังจะรักเทสึกะต่อไป << ฮือออออออ อื๊อออออออออออออ ฮานะก็จะสนับสนุนเทะฟูบันซายต่อไปเช่นกัน ฮืออออออออออออออ อืออออออออออออออออ *กระซิกๆ* นางเอกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ฮึด จบการเมนต์แต่เพียงเท่านี้ ฮากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ปล. อีเหลือง อี๊ เมนต์เสื่อมๆๆๆๆๆ
#1 By †★☆*HANA~hanachiko*☆★† on 2008-03-07 22:09