[Tenipuri Fanfiction] Oblivion... (19)

posted on 06 Mar 2008 00:23 by keechan  in Fiction

 ถ้าอยากนอนอย่างสงบก็จงอ่านถึงหมดขาว แล้วก็เลิกอ่านซะ รอตอนต่อไปลงแล้วค่อยมาอ่านต่อ

 มีนิดเดียวเองนิ เคี้ยก ฉากน้อย เขียนไม่เป็นแล้ว

 เตือนแล้วนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 Oblivion... (19)

 

 

 

หลังจากอาโตเบะจัดการธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาจึงมุ่งหน้าไปอีกอาคาร ห้องของเทสึกะ... พอไปถึงก็พบว่าอีกฝ่ายเพิ่งมาถึงที่ห้องพอดี ร่างสูงพอเห็นเขามาก็โบกมือให้

“มาเร็วจังนะ”

...ถ้าจะบอกว่าดีใจจนทนรออยู่ในห้องตัวเองไม่ได้หมอนี่คงได้หัวเราะเยาะอีกแน่ “ฉันแค่ไม่มีอะไรทำ”

เทสึกะเปิดประตูห้องแล้วเดินนำให้อีกฝ่ายเข้ามา ไม่ได้ทันสังเกตของบางอย่างที่วางอยู่ที่พื้น แต่อาโตเบะมองเห็น “อะไรน่ะ”

เขาก้มลงดูของที่วางทิ้งไว้บนพื้น ซองเอกสารสีน้ำตาลวางอยู่ใต้ประตู คงมีใครเอามาสอดไว้ตอนที่เขาไม่อยู่ แต่ปกติถ้าหากเป็นพวกอาจารย์ก็จะเอาเอกสารมาให้กับมือนี่ ใช่ว่าจะหาตัวกันได้ยากถึงขนาดต้องเอามาสอดไว้

“โปรแกรมฝึกซ้อมเพิ่มเติมละมั้ง” เขาเดาแล้วหยิบซองนั้นขึ้นมาวางแปะบนโต๊ะอย่างไม่ได้สนใจเท่าไหร่ อาโตเบะน่าจะอยากมีเรื่องคุยที่สำคัญกับเขามากกว่า

“ว่าไง”

อาโตเบะยักไหล่ แล้วหัวเราะ “หมายความว่าไงกัน ไอ้ ‘ว่าไง’ ของนายเนี่ย”

“มาถึงนี่แล้วจะทำอะไรล่ะ” เทสึกะแหย่ การที่อีกฝ่ายเสนอตัวมาให้ถึงห้องย่อมมีความหมายเดียวอยู่แล้ว

กัปตันแห่งเฮียวเททิ้งตัวลงบนเตียงอีกฝ่ายโดยไม่รอคำอนุญาต เทสึกะยันแขนข้างหนึ่งไว้บนเตียงแล้วโน้มลงจุมพิตอีกฝ่ายที่เงยหน้ารอรับอย่างดูดดื่ม ปลายลิ้นอุ่นหยอกล้อซึ่งกันและกันโดยไม่รู้จักเบื่อ เนิ่นนานจนแทบจะกลืนกินเป็นหนึ่งเดียวกัน แขนเรียวยกขึ้นโอบล้อมรอบลำคอของร่างสูง เทสึกะใช้ร่างของตนกดทับร่างเบื้องล่างจนเอนนอนลงบนเตียง

“...ทำได้แน่นะ พรุ่งนี้นายจะลุกไหวเหรอ” เทสึกะถามด้วยความเป็นห่วง ขณะนี้อยู่ในระหว่างการออกค่ายเทนนิสเยาวชนรุ่นเล็ก ไม่ใช่เรื่องสมควรเลยที่เขาควรจะทำแบบนี้

“ป่านนี้แล้วจะพูดอะไรอีก...” อาโตเบะว่า แล้วดึงอีกฝ่ายมากอด เมื่อเทสึกะอยู่ตรงหน้า อย่างอื่นก็ไม่มีความหมายสำหรับเขา แม้แต่เทนนิสก็ตาม “...ไม่เป็นไรหรอกน่า”

เมื่อได้สัมผัสใกล้ ๆ กลิ่นหอมหวนของกายอีกฝ่ายก็แตะจมูกเขาอีก อยากจะรู้สึกให้ลึกยิ่งกว่านี้...

เสื้อผ้าถูกถอดทิ้งไปอย่างรวดเร็ว เทสึกะเพิ่งรู้สึกตัวว่าเขาห่างหายจากการได้สัมผัสผิวกายของอาโตเบะโดยตรงไปนานมากเท่าไหร่ เขาไม่คิดอยากล่วงเกินอีกฝ่ายอีกหลังจากคืนแรกนั้นเพราะไม่รู้ใจตัวเอง และกลัวว่าจะเป็นการทำร้ายจิตใจอีกฝ่าย

แต่ตอนนี้เขาแน่ใจแล้ว

เทสึกะเค้นคลึงยอดอกสีชมพูเรื่อ ทิ้งร่องรอยสีกุหลาบไว้ทุกที่ที่ปรารถนา ผิวขาวเนียนสีงาช้างร้อนผ่าวและเปลี่ยนเป็นสีสดเมื่อเขาทิ้งรอยรักเอาไว้ เสียงครางเครือเบา ๆ พร้อมลมหายใจหอบกระชั้นดังขึ้นทุกครั้งที่เขาออกแรงขบกัด

“อ... อื้อ..! เจ้าบ้า...”

อาโตเบะไม่ยอมให้อีกฝ่ายหยอกล้อกับร่างกายของตนฝ่ายเดียว ริมฝีปากได้รูปดูดเม้มลำคอหนา ทิ้งตราประทับไว้เฉกเช่นเดียวกัน ในขณะที่มือของเทสึกะเคลื่อนไปปลุกเร้าแก่นกายเบื้องล่างของอีกฝ่ายได้อย่างช่ำชอง

“ยังรู้สึกไวเหมือนเดิมเลยนะ” เอ่ยหยอกล้อแล้วเร่งจังหวะ ลมหายใจของร่างเบื้องล่างดูจะกระชั้นขึ้นตามจังหวะการนำของเขา

“นั่น... เพราะว่าเป็นนายต่างหาก”

เพราะว่าเป็นเทสึกะ... ถึงได้ยอมปล่อยตัวปล่อยใจขนาดนี้

เพราะนายสัญญาแล้ว ว่าจะไม่บอกให้ใครรู้ ตัวตนที่น่าอายอันนี้ของฉัน

ร่างสูงที่ทาบทับอยู่ครอบครองริมฝีปากแสนสวยนั่นโดยไม่ฟังเสียง เพียงแค่จูบก็ทำให้เขาร้อนรุ่มจนแทบจะลุกเป็นไฟ ปลายนิ้วเรียวยาวลูบไล้ริมฝีปากนิ่ม อาโตเบะเผยอริมฝีปากแล้วรับนิ้วเรียวยาวเข้ามาโลมเลียจนเปียกชุ่ม สัมผัสของเรียวลิ้นทำให้ความอดทนของเทสึกะลดต่ำลงทุกที

ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองตื่นเต้นได้มากขนาดนี้... นายเองก็ทำให้ฉันเปลี่ยนไปเหมือนกันนะ

ปลายนิ้วเปียกชุ่มชำแรกเบิกทางเบื้องหลังอย่างนุ่มนวล ช่องทางนั้นดูดกลืนนิ้วของเขาแน่น บ่งบอกได้ชัดว่าเจ้าของร่างกำลังเกร็ง

“...เป็นของฉันนะ” เทสึกะกระซิบ เขาเริ่มจะเข้าใจความรู้สึกต้องการครอบครองของอาโตเบะขึ้นมาบ้าง ความรู้สึกที่บอกว่าคนตรงหน้านี้เป็นของตัวเองเพียงแต่ผู้เดียว...

“นายนั่นแหละ... เป็นของฉัน เทสึกะ... อ๊า...!” อีกคนแย้ง เขาจะยอมพูดว่าเป็นของเทสึกะก็ต่อเมื่อเทสึกะยอมเป็นของเขาเท่านั้น

เทสึกะดันปลายนิ้วเข้าไปลึกขึ้นอีก ก่อนจะเพิ่มจำนวนนิ้วแล้วหมุนวนเค้นคลึงให้ร่างกายอีกฝ่ายมีเวลาปรับตัว

...อึดอัด... อยากได้... ฉันต้องการนาย เทสึกะ...

“อือ... อืม... เท.. สึกะ...”

...เข้ามาได้แล้ว...

สะโพกเพรียวส่ายรับราวกับเชื้อเชิญให้เขาเข้าไป เทสึกะจูบขมับชื้นเหงื่อเพื่อปลอบประโลมแล้วเตรียมสอดใส่กายแข็งแกร่งของตน

“ไม่เป็นไรนะ กอดฉันไว้”

ร่างสูงเคลื่อนกายเข้าช่องทางคับแคบอย่างเชื่องช้าและทะนถนอมด้วยเป็นห่วงร่างกายของอีกฝ่าย กระนั้นแรงปรารถนาที่ร้อนแรงก็ยากที่จะยับยั้ง อาโตเบะกัดริมฝีปากแน่นเพื่อกั้นเสียงที่อาจจะหลุดรอดออกไปได้

“อาโตเบะ...” เทสึกะปาดเส้นผมชื้นเหงื่อ ประคองใบหน้าขาวที่ลมหายใจติดขัด “ผ่อนคลายสิ แล้วฉันจะเป็นของนาย”

“...พ... พูดน่ะ... มันง่าย อ๊า---!”

เทสึกะสอดใส่ความเป็นชายของตนเข้าไปจนสุด รู้สึกถึงความร้อนรุ่มภายในร่างกายที่ตนครอบครองอยู่จนเต็มตื้น

“เทสึ... กะ---!” เสียงที่ส่งผ่านลำคอขาดห้วง อาโตเบะอยากจะเรียกชื่ออีกฝ่ายอีก กายของเทสึกะกำลังหลอมเขาให้ละลายกลายเป็นไอ

...ของฉัน... เทสึกะเป็นของฉัน

“จะขยับล่ะนะ” ร่างสูงค่อย ๆ เริ่มจังหวะการสอดใส่ ทุกครั้งที่ขยับแรงเสียดสีจะกระตุ้นให้เสียงครางหวานกระเส่าหลุดออกจากริมฝีปากของร่างโปร่ง จังหวะที่เร่งร้อนถูกเร้าขึ้นจนอารมณ์ของทั้งคู่พุ่งขึ้นจนถึงที่สุด


“อา... โตเบะ”

ลำแขนแข็งแกร่งโอบกอดร่างโปร่งไว้แน่น เทสึกะเชยคางอีกฝ่ายแล้วประทับจุมพิตหวานล้ำลงไป ไอร้อนจากกายยังไม่ดับลงง่าย ๆ กัปตันแห่งเซชุนจูบระใบหน้างามที่ดูยั่วยวนไปทั่ว แล้วกระซิบบอกฝ่ายที่กำลังเหนื่อยอ่อนเบา ๆ

“นายเป็นของฉันคนเดียว”

แล้วน้ำเสียงอวดดีก็เอ่ยตอบ

“ถ้าอยากได้ขนาดนั้น... จะยกให้ก็ได้”

 

 

 

 

 

 

 

 

 



-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



ตอนแรกอาโตเบะกังวลว่าถ้าหากเขาค้างที่ห้องของเทสึกะคนอื่น ๆ จะสงสัยเอาได้รึเปล่า แต่อีกฝ่ายก็เถียงว่าถึงยังไงอาหารเช้าก็ต้องไปที่ห้องอาหารรวมอยู่แล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร นั่นแหละกัปตันแห่งเฮียวเทถึงได้ยอมนอนนิ่ง ๆ ให้เขากอดอยู่สักพัก

“เหนื่อยมั้ย”

ถามมาได้...

“ถามทำไม”

ทำไมถึงได้ชอบเลี่ยงคำถามของเขากันนะ เทสึกะคิดแล้วอมยิ้ม “ก็ไม่ทำไม”

“แปลกคน” อีกฝ่ายพึมพำ กดใบหน้าตัวเองลงกับหมอนเพราะไม่อยากให้เทสึกะเห็นหน้าแดง ๆ ของตัวเอง

เทสึกะลูบเรือนผมนิ่ม เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าการได้กอดอาโตเบะไว้จะรู้สึกมีความสุขได้ขนาดนี้ ผิวขาวชื้นเหงื่อถูกแต่งแต้มไปด้วยรอยรักที่เขาทิ้งไว้ กัปตันแห่งเซชุนโน้มใบหน้าลงซุกไซ้ที่ซอกคอ กรุ่นกลิ่นหอมหวานยังไม่จางหายไปเลย

“อือ... เจ้าบ้า หยุดนะ”

“อยากให้หยุดเหรอ” เทสึกะแหย่ แต่ไม่มีวี่แววจะเลิกรุกราน

...เจ้าบ้านี่ คิดจะทำอีกรึไง ชักจะได้ใจใหญ่แล้วนะ!

ร่างโปร่งพลิกตัวหันมาส่งสายตาไม่พอใจให้ “ฉันง่วงแล้ว”

“ท่าทางไม่เห็นเป็นอย่างที่พูดเลย” อีกคนต่อปากต่อคำแล้วยิ้มอย่างรู้ทัน ก็สีหน้าตอนที่รู้สึกไม่ได้ดั่งใจนั่นน่ะน่ารักน้อยซะเมื่อไหร่ล่ะ

“อย่ามาทำเป็นรู้ดีน---!”

ริมฝีปากร้อนแรงประกบปิดกั้นคำคาดคั้น เสี้ยวนาทีที่ถูกสัมผัส ร่างกายของอาโตเบะก็อ่อนยวบ คนที่ได้ทุกอย่างตามที่วาดหวังอย่างเขา ไม่เคยต้องตามใจคนอื่น

แต่เทสึกะ... คงจะเป็นข้อยกเว้น

“ถ้าจะนอน ก็ไปอาบน้ำก่อนสิ” เทสึกะหยอก แต่ก็ยอมละอ้อมกอดอันแนบแน่นออก เขายังไม่ลืมว่าการฝึกซ้อมยังไม่จบ การที่จะตักตวงความสำราญจากอาโตเบะโดยไม่สนใจอะไรอื่นคงจะไม่ดี

“ลุกไหวมั้ย”

อาโตเบะค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้นแทนคำตอบ ถึงจะปวดเมื่อยช่วงล่างอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้เจ็บร้ายแรงอะไร กัปตันแห่งเฮียวเทเสยผมแก้เก้อแล้วก้าวลงจากเตียง จังหวะเดียวกันเทสึกะก็คว้าเสื้อของตนขึ้นมาคลุมร่างให้

“อยากให้ฉัน---“

“ฉันอาบเองได้น่า!” อาโตเบะตวัดเสียง ไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เพื่อกลบเกลื่อนความอาย

แค่นั้นแล้วอาโตเบะก็ผละตัวออกจากเทสึกะ พยายามก้าวเท้าให้เป็นจังหวะปกติไม่ให้ดูรีบร้อนจนเกินไป ทันทีที่เห็นร่องรอยสีกุหลาบบนร่างตัวเอง ใบหน้าเนียนก็ซับสีเข้มมากขึ้น

อาโตเบะยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง ก่อนจะจ้องมองภาพสะท้อนในกระจกอย่างละเอียด เสื้อของเทสึกะยังพาดอยู่บนไหล่เขา... ไออุ่นจากร่างสูงกำลังโอบล้อมกายแม้ในตอนนี้ ใบหน้าของตัวเองก็ดูมีความสุขราวกับจะละลายได้เสียอย่างนั้น

เขาขาดไม่ได้จริง ๆ เสียด้วย เวลาที่อยู่ใกล้เทสึกะ เวลาที่ถูกอ้อมแขนอบอุ่นนั้นโอบกอดไว้ ทั้ง ๆ ที่เคยคิดว่าการตกเป็นของใครคนหนึ่งเป็นเรื่องไร้สาระน่ารำคาญ แต่ตอนนี้หัวใจของเขาเบ่งบานจนห้ามไม่อยู่

รักมากเหลือเกิน.... เทสึกะ

เมื่อเสียงน้ำลอดออกมา กัปตันแห่งเซชุนจึงคลายความเป็นห่วงแล้วจัดการเก็บเสื้อผ้าที่ถูกถอดทิ้งไว้เรี่ยราด ส่วนตัวเองก็แต่งตัวลวก ๆ รอไว้

เวลาที่ได้กอดอาโตเบะไว้รู้สึกว่าตัวเองจะสูญเสียความเยือกเย็นไป แต่ก็... ดีใจมาก

เผลอใจลอยอยู่ได้ไม่นาน เทสึกะก็ตั้งสติใหม่ อย่าลืมสิว่าโปรแกรมการฝึกซ้อมยังไม่จบเพียงเท่านี้ สายตาก็พลันเหลียวไปมองซองเอกสารที่วางทิ้งไว้อยู่บนโต๊ะ เขาคิดว่าอาจจะเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับการคัดตัวเพิ่มเติมจึงคิดจะแกะดูทันที

สิ่งที่อยู่ในนั้น... ไม่ใช่เอกสาร และไม่ใช่อะไรที่เกี่ยวกับเทนนิสสักนิดเดียว

ร่างสูงคลี่ภาพในมือออกดูทีละใบ มันชัดเจนจนไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเป็นภาพจริง เทสึกะพูดอะไรไม่ออก เขาได้แต่มองใบหน้าของคนในภาพด้วยสีหน้าตกตะลึง

กระดาษแผ่นเล็กถูกแนบมาด้านหลังสุด เป็นลายมือที่เขียนกดหนักราวกับสาแก่ใจนัก

‘อาโตเบะไม่ใช่ของนาย’

เทสึกะกัดฟันแน่นด้วยความเจ็บแค้น เหมือนกับตัวเองกลายเป็นตัวตลกให้คนอื่นมาปั่นหัวเล่น

...ทำไม... ถึงปิดเงียบไว้

เขาอยากจะทิ้งภาพพวกนั้นไปซะ อยากทำเป็นว่าไม่สนใจและไม่เคยเห็น แต่สายตาของตัวเองก็ยังจับจ้องที่ภาพเหล่านั้นไม่วาง ราวกับจงใจจะกรีดบาดแผลในใจของตัวเองให้ยิ่งลึก

ตอกย้ำซ้ำ ๆ ว่าเขาเป็นคนโง่แค่ไหน...

เสียงประตูห้องน้ำเปิดออก พร้อมคำบ่นของคุณชาย

“เทสึกะ เสื้อผ้าของฉันล่ะ อ๋า? คงจะไม่ให้คนอย่างฉันนอนทั้งผ้าเช็ดตัวหรอกนะ”

เทสึกะไม่ได้ตอบ และไม่ได้หันไปมอง เขากำภาพพวกนั้นไว้ในมือแล้วโพล่งถามออกไป

“อาโตเบะ นายไม่เคยมีอะไรกับโอชิทาริจริง ๆ ใช่มั้ย”

พูดความจริงออกมา... ถ้านายไว้ใจฉันจริง ๆ ต่อให้นายเป็นยังไง ฉันก็จะรัก...

คนที่เพิ่งอาบน้ำออกมาสบายตัวชักสีหน้าทันที ทั้งงุนงงและโกรธที่เทสึกะขุดคุ้ยเรื่องที่ควรจะจบไปแล้วขึ้นมา อาโตเบะรีบตอบออกไปโดยไม่คิดซ้ำสอง

“ถามอะไรน่ะ! ฉันจะไปมีอะไรกับคนน่ารังเกียจอย่างเจ้านั่นได้ยังไง” เอ่ยตอบอย่างฉุนเฉียวแล้วคิดจะเดินเข้าไปหาเรื่องต่อ “ไม่เชื่อฉันงั้นเหรอ เท—“

“นายต่างหากที่ไม่เคยเชื่อใจฉัน!” ร่างสูงขึ้นเสียงเป็นครั้งแรก เทสึกะหันกลับมาทั้ง ๆ ที่ยังกำ ‘หลักฐาน’ ในมือแน่น

“เทสึกะ?” อาโตเบะเอ่ยเสียงแผ่ว เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เห็นสายตาที่กราดเกรี้ยวนั่นเขาก็รู้ได้ว่าเทสึกะกำลังโกรธ

เมื่อมองเห็นอะไรบางอย่างที่ดูเหมือนจะเป็นสาเหตุของเรื่องอยู่ในมือของอีกฝ่าย อาโตเบะจึงทัก “...นั่นอะไรน่ะ”

ร่างสูงชั่งใจว่าควรจะให้ดูหรือไม่ เขาจินตนาการออกว่าถ้าหากอาโตเบะเห็นเข้าคงจะต้องช็อค เมื่อรู้ว่าความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย

แววตาใต้กรอบแว่นเขม็งมากยิ่งขึ้น แล้วจึงตัดใจยื่นของในมือให้

“นี่มันหมายความว่ายังไง”

ทันทีที่ภาพปรากฏสู่สายตา ใบหน้างามก็ถอดสี ปลายนิ้วสั่นระริก แต่กระนั้นเขาก็ยังเปิดดูภาพอันน่าทรมานใจไปเรื่อย ๆ

“...น.. นี่..มัน”

เริ่มตั้งแต่ภาพที่เขาถูกจับมัดยามไร้สติ ภาพถ่ายในระยะประชิดเพื่อจะอวดให้เห็นร่องรอยความรุนแรงที่เหลืออยู่บนร่างกาย สภาพของตัวเองที่ถูกฤทธิ์ของยาเล่นงานจนไร้เรี่ยวแรง และที่น่าอายที่สุด...

ภาพโอชิทาริที่บังคับจูบเขาที่หมดสติ ส่งสายตาอย่างผู้ชัยชนะมาให้

อาโตเบะรู้สึกขยะแขยงจนอยากจะอาเจียน สัมผัสน่ารังเกียจที่ควรจะถูกลบเลือนไปแล้วกลับผุดขึ้นมาอีก เขาปล่อยให้ภาพในมือร่วงจนกระจัดกระจายเพราะไม่สามารถทนดูได้

เทสึกะหักห้ามใจไม่ให้ตัวเองเอื้อมมือออกไปสวมกอดอีกฝ่ายที่กำลังเสียขวัญ อาโตเบะคิดจะปิดบังเขาไปตลอดชีวิต

“นายโกหกฉัน” ร่างสูงไม่ได้โกรธเรื่องความจริงที่ถูกเปิดเผย แต่เขาเสียใจที่อาโตเบะไม่บอกเขา เรื่องร้ายแรงถึงขนาดนี้ เขาไม่มีค่าพอที่จะให้อีกฝ่ายเชื่อใจสินะ “ฉันโง่มากเลยใช่มั้ย นายถึงคิดจะปิดเรื่องนี้ไว้คนเดียว”

“...เท..สึกะ” น้ำเสียงนั้นขาดช่วง

...ไม่ใช่... ไม่ใช่อย่างนั้น...

ไม่มีเสียงใด ๆ หลุดออกจากลำคอ ไม่มีคำอธิบายอะไรมากกว่านั้น

กัปตันแห่งเซชุนหลบตา อาโตเบะหลอกลวงเขา... ทั้ง ๆ ที่เขาเชื่อว่าอีกฝ่ายจะจริงใจได้ตลอดรอดฝั่ง เทสึกะเดินไปที่ประตูห้อง

“ฉันจะออกไปข้างนอก นายแต่งตัวเสร็จแล้วก็ช่วยกลับไปที่ห้องแล้วกัน” เขาบอกโดยไม่หันมามอง

แล้วประตูก็ถูกปิดลงอย่างเงียบเชียบ

...หายไปไหน... ความอบอุ่นของนายเมื่อครู่นี้ หายไปไหนแล้ว เทสึกะ?

อาโตเบะหัวเราะ แต่ไม่อาจกลั้นน้ำตาที่พร่างพรูลงมาได้ เสียงสะอื้นไห้ดังอยู่ในห้องเล็ก ๆ นี้ มีเขาอยู่เพียงลำพังคนเดียวเท่านั้น

เขาเข้าใจจนได้ว่าทำไมถึงได้ตั้งกำแพงหนานัก ทำไมถึงไม่ยอมเปิดใจให้ใคร เพราะเมื่อเวลาเอาชีวิตของตัวเองไปแขวนไว้กับคนอื่นแล้ว หลังจากที่ความสุขพังทลาย เขาก็จะไม่เหลืออะไรอีกเลย มีเพียงความปวดร้าวแสนสาหัสเท่านั้น

เขาเป็นฝ่ายผิด... เขาโกหกเทสึกะ เพราะว่ากลัว... ว่าจะเสียเทสึกะไป

อาโตเบะ เคย์โกะที่เอาแต่เชิดหน้าชูคอว่าตัวเองยิ่งใหญ่เหนือใครนั่นน่ะ... ก็เป็นแค่คนขี้ขลาดที่ไม่กล้ายอมรับความจริงเท่านั้นเอง...

 

 

 

 

 

 

 

 

 To be continued...

 

 

 

 

 

 

 

 

บ๊ายบาย... 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ค้าง.. ค้างอ่ะง้าบ TT{}TT
อาโตเบะจะทำยังไงดี cry เทะสึกะรู้แล้วแน่ๆเลย
จะรออ่านตี่อนะงับ
กะรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด

เบะอ่ะ..ปิดบังอ่ะ.. ไม่นะ...
เค้าสงสารเท๊ะ~!!!!

โอ๊ยๆๆๆๆๆๆ

#2 By :nakare: on 2008-03-06 00:39

พี่กี....อัฟตอนเอปิดคอมวิ่งขึ้นไปนอน... พอรู้ว่าอัฟ ก็วิ่งลงมาเปิดคอมใหม่ -*- แหม...เวลาตรงกันจริงๆ!!

อ่านคำเตือนแล้วนะ...แต่....ธรรมชาติของคน ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ!!!!! กรี๊ดดดด~~~!!!

หน้าขาวน่ะดีใจจนตัวสั่น!! อะไรจะน่ารักกันปานนั้น รักกันเข้าไป!! เทะหล่อออออออออ หื่นนนนนนนนนน
เบะน่ารัก~!!

จบขาวแล้ว...เอาไงดีวะ..

เป็นไงเป็นกัน....

อ๊าคคคคคคคค-------!!!!
ทำไม...ไม่นะ....ฮือ... เทะ..มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ ไม่ใช่... เข้าใจเบะเบะด้วยนะ TwT

ทำไมพวกแกไม่อาบน้ำด้วยกัน!! เทะจะได้ไม่ต้องมาเปิดดูคนเดียว~~!!!

โอ้ยยย ปวดใจ~~!! เบะเบะร้องไห้อยู่นะ เดินออกไปไหน!! กลับมานะ!!


คืนนี้ฉันจะนอนยังไง~!!!

นี่ล่ะหนา...เค้าเตือนไม่ฟัง...
ตรงขาวๆ อี๊~~~~~~~~~~~~~~~~~!! ไม่โหวตตตต ไม่ผ่าน เทะหล่อออออออ หล่ออออออออ หล่อออออออออออออออ หล่อออออออออออออออออออออออออ ฮากกกกกกกกกกกก มาให้แดกถึงที่ยังจะถามอีก อะไรจะสุภาพบุรุษปานนี้ฮ้าาาาาาาาาา ฮากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

“เหนื่อยมั้ย”

ถามมาได้...

“ถามทำไม” << ฮึ่ยๆๆๆๆ โอเระซามะบ้าาาา ขัดอารมณ์!!! ขัดจุยยยยยยยยยยยย กร๊าซซซซซซซซ เค้าถามก็ตอบสิ ตอบแบบน่ารักๆๆๆๆ ไม่เป็นรึไง อ๊ากกกกกกกก

รักมากเหลือเกิน.... เทสึกะ << อี๊วววววววววววววววววววววววววว อี๊~~~~~~~~~~~!!!!!!! ไม่พอจายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ฮื้อออออออออออออ

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ความจริงถูกเปิดเผยแล้ววววววววววววว ฮะ ฮะ ฮ่าาาาาาาาาาาา !!! ห้า ห้า ห้า!!!!!!! โอ๊ยยยย สะใจหาไหนเปรียบ *ลัลล้า* ฮือออออออ สงสารเทะะะะะะะะะะะะ สงสารรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร ฮืออออออออออออออออออออ กลับไปหาเมียเถอะะะะะะะะะะะะ

ฮึๆๆๆๆๆ มาอ่านตอนรุ่งอรุณเห็นคนแตกร้าวกัน มีความสุข ห้า ห้า ห้า

เหะเหะเหะ รอตอนต่อ รออีสวย รอนางเอกตัวจริงงงงงงงงงงงงงงง ฮิ้ววววววววววววววววว
cry cry cry cry cry
กร้ากกกกกกกกกกก....โอย สะใจตอนหลังจัง(ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ)

เทะหล่อดีนะเคอะตอนนี้........เบะเบะโคดดยั่ว กร้าก ตกลงมาหาเองจริงๆเรอะ........โอวคาดไม่ถึงง
แต่ไม่โหวตอยู่ดี(กร้ากกกกกก)
โหวตคนสวยของเซชุนคร่ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

คนสวยอิอั๊งโผล่มาไวๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
กร๊า เราพลาดไม่ได้อ่านตอนที่แล้วไปได้ไงหว่า งง เลยมาอ่านสองตอนรวด

อีเทะ แก๊ หื่นนนนนนนน แต่ยังคงโง่เหมือนเดิม กร๊า มีใครที่ไหนโดนข่มขืนแล้วอยากจะบอกให้คนที่ตัวเองรักรู้บ้างละเฟร้ย
ไอ้โง่ แล้วโกรธเค้าไปให้ได้อะไรขึ้นมาวะคะ

เบะตอนนี้น่าสงสารอย่างแรง เข้าไปปลอบเค้าสิฟระ เทะสึกะ

ฟูจิ๊ แกนี่ จะเป็นนางอิจฉาไปแล้วใช่ม้ายยยย

ส่วนอีชี่ก็ผู้ร้ายเต็มตัวจริงๆ

กำลังหวานๆกะไอ้ขาวๆนั้น มาเจอตอนจบแล้วอยากจะกรี๊ด

โอ้ยขัดใจเจ๊

#6 By Mercutery on 2008-03-06 14:33