[Tenipuri Fanfiction] Oblivion... (19)
posted on 06 Mar 2008 00:23 by keechan in Fictionถ้าอยากนอนอย่างสงบก็จงอ่านถึงหมดขาว แล้วก็เลิกอ่านซะ รอตอนต่อไปลงแล้วค่อยมาอ่านต่อ
มีนิดเดียวเองนิ เคี้ยก ฉากน้อย เขียนไม่เป็นแล้ว
เตือนแล้วนะ
Oblivion... (19)
หลังจากอาโตเบะจัดการธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาจึงมุ่งหน้าไปอีกอาคาร ห้องของเทสึกะ... พอไปถึงก็พบว่าอีกฝ่ายเพิ่งมาถึงที่ห้องพอดี ร่างสูงพอเห็นเขามาก็โบกมือให้
“มาเร็วจังนะ”
...ถ้าจะบอกว่าดีใจจนทนรออยู่ในห้องตัวเองไม่ได้หมอนี่คงได้หัวเราะเยาะอีกแน่ “ฉันแค่ไม่มีอะไรทำ”
เทสึกะเปิดประตูห้องแล้วเดินนำให้อีกฝ่ายเข้ามา ไม่ได้ทันสังเกตของบางอย่างที่วางอยู่ที่พื้น แต่อาโตเบะมองเห็น “อะไรน่ะ”
เขาก้มลงดูของที่วางทิ้งไว้บนพื้น ซองเอกสารสีน้ำตาลวางอยู่ใต้ประตู คงมีใครเอามาสอดไว้ตอนที่เขาไม่อยู่ แต่ปกติถ้าหากเป็นพวกอาจารย์ก็จะเอาเอกสารมาให้กับมือนี่ ใช่ว่าจะหาตัวกันได้ยากถึงขนาดต้องเอามาสอดไว้
“โปรแกรมฝึกซ้อมเพิ่มเติมละมั้ง” เขาเดาแล้วหยิบซองนั้นขึ้นมาวางแปะบนโต๊ะอย่างไม่ได้สนใจเท่าไหร่ อาโตเบะน่าจะอยากมีเรื่องคุยที่สำคัญกับเขามากกว่า
“ว่าไง”
อาโตเบะยักไหล่ แล้วหัวเราะ “หมายความว่าไงกัน ไอ้ ‘ว่าไง’ ของนายเนี่ย”
“มาถึงนี่แล้วจะทำอะไรล่ะ” เทสึกะแหย่ การที่อีกฝ่ายเสนอตัวมาให้ถึงห้องย่อมมีความหมายเดียวอยู่แล้ว
กัปตันแห่งเฮียวเททิ้งตัวลงบนเตียงอีกฝ่ายโดยไม่รอคำอนุญาต เทสึกะยันแขนข้างหนึ่งไว้บนเตียงแล้วโน้มลงจุมพิตอีกฝ่ายที่เงยหน้ารอรับอย่างดูดดื่ม ปลายลิ้นอุ่นหยอกล้อซึ่งกันและกันโดยไม่รู้จักเบื่อ เนิ่นนานจนแทบจะกลืนกินเป็นหนึ่งเดียวกัน แขนเรียวยกขึ้นโอบล้อมรอบลำคอของร่างสูง เทสึกะใช้ร่างของตนกดทับร่างเบื้องล่างจนเอนนอนลงบนเตียง
“...ทำได้แน่นะ พรุ่งนี้นายจะลุกไหวเหรอ” เทสึกะถามด้วยความเป็นห่วง ขณะนี้อยู่ในระหว่างการออกค่ายเทนนิสเยาวชนรุ่นเล็ก ไม่ใช่เรื่องสมควรเลยที่เขาควรจะทำแบบนี้
“ป่านนี้แล้วจะพูดอะไรอีก...” อาโตเบะว่า แล้วดึงอีกฝ่ายมากอด เมื่อเทสึกะอยู่ตรงหน้า อย่างอื่นก็ไม่มีความหมายสำหรับเขา แม้แต่เทนนิสก็ตาม “...ไม่เป็นไรหรอกน่า”
เมื่อได้สัมผัสใกล้ ๆ กลิ่นหอมหวนของกายอีกฝ่ายก็แตะจมูกเขาอีก อยากจะรู้สึกให้ลึกยิ่งกว่านี้...
เสื้อผ้าถูกถอดทิ้งไปอย่างรวดเร็ว เทสึกะเพิ่งรู้สึกตัวว่าเขาห่างหายจากการได้สัมผัสผิวกายของอาโตเบะโดยตรงไปนานมากเท่าไหร่ เขาไม่คิดอยากล่วงเกินอีกฝ่ายอีกหลังจากคืนแรกนั้นเพราะไม่รู้ใจตัวเอง และกลัวว่าจะเป็นการทำร้ายจิตใจอีกฝ่าย
แต่ตอนนี้เขาแน่ใจแล้ว
เทสึกะเค้นคลึงยอดอกสีชมพูเรื่อ ทิ้งร่องรอยสีกุหลาบไว้ทุกที่ที่ปรารถนา ผิวขาวเนียนสีงาช้างร้อนผ่าวและเปลี่ยนเป็นสีสดเมื่อเขาทิ้งรอยรักเอาไว้ เสียงครางเครือเบา ๆ พร้อมลมหายใจหอบกระชั้นดังขึ้นทุกครั้งที่เขาออกแรงขบกัด
“อ... อื้อ..! เจ้าบ้า...”
อาโตเบะไม่ยอมให้อีกฝ่ายหยอกล้อกับร่างกายของตนฝ่ายเดียว ริมฝีปากได้รูปดูดเม้มลำคอหนา ทิ้งตราประทับไว้เฉกเช่นเดียวกัน ในขณะที่มือของเทสึกะเคลื่อนไปปลุกเร้าแก่นกายเบื้องล่างของอีกฝ่ายได้อย่างช่ำชอง
“ยังรู้สึกไวเหมือนเดิมเลยนะ” เอ่ยหยอกล้อแล้วเร่งจังหวะ ลมหายใจของร่างเบื้องล่างดูจะกระชั้นขึ้นตามจังหวะการนำของเขา
“นั่น... เพราะว่าเป็นนายต่างหาก”
เพราะว่าเป็นเทสึกะ... ถึงได้ยอมปล่อยตัวปล่อยใจขนาดนี้
เพราะนายสัญญาแล้ว ว่าจะไม่บอกให้ใครรู้ ตัวตนที่น่าอายอันนี้ของฉัน
ร่างสูงที่ทาบทับอยู่ครอบครองริมฝีปากแสนสวยนั่นโดยไม่ฟังเสียง เพียงแค่จูบก็ทำให้เขาร้อนรุ่มจนแทบจะลุกเป็นไฟ ปลายนิ้วเรียวยาวลูบไล้ริมฝีปากนิ่ม อาโตเบะเผยอริมฝีปากแล้วรับนิ้วเรียวยาวเข้ามาโลมเลียจนเปียกชุ่ม สัมผัสของเรียวลิ้นทำให้ความอดทนของเทสึกะลดต่ำลงทุกที
ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองตื่นเต้นได้มากขนาดนี้... นายเองก็ทำให้ฉันเปลี่ยนไปเหมือนกันนะ
ปลายนิ้วเปียกชุ่มชำแรกเบิกทางเบื้องหลังอย่างนุ่มนวล ช่องทางนั้นดูดกลืนนิ้วของเขาแน่น บ่งบอกได้ชัดว่าเจ้าของร่างกำลังเกร็ง
“...เป็นของฉันนะ” เทสึกะกระซิบ เขาเริ่มจะเข้าใจความรู้สึกต้องการครอบครองของอาโตเบะขึ้นมาบ้าง ความรู้สึกที่บอกว่าคนตรงหน้านี้เป็นของตัวเองเพียงแต่ผู้เดียว...
“นายนั่นแหละ... เป็นของฉัน เทสึกะ... อ๊า...!” อีกคนแย้ง เขาจะยอมพูดว่าเป็นของเทสึกะก็ต่อเมื่อเทสึกะยอมเป็นของเขาเท่านั้น
เทสึกะดันปลายนิ้วเข้าไปลึกขึ้นอีก ก่อนจะเพิ่มจำนวนนิ้วแล้วหมุนวนเค้นคลึงให้ร่างกายอีกฝ่ายมีเวลาปรับตัว
...อึดอัด... อยากได้... ฉันต้องการนาย เทสึกะ...
“อือ... อืม... เท.. สึกะ...”
...เข้ามาได้แล้ว...
สะโพกเพรียวส่ายรับราวกับเชื้อเชิญให้เขาเข้าไป เทสึกะจูบขมับชื้นเหงื่อเพื่อปลอบประโลมแล้วเตรียมสอดใส่กายแข็งแกร่งของตน
“ไม่เป็นไรนะ กอดฉันไว้”
ร่างสูงเคลื่อนกายเข้าช่องทางคับแคบอย่างเชื่องช้าและทะนถนอมด้วยเป็นห่วงร่างกายของอีกฝ่าย กระนั้นแรงปรารถนาที่ร้อนแรงก็ยากที่จะยับยั้ง อาโตเบะกัดริมฝีปากแน่นเพื่อกั้นเสียงที่อาจจะหลุดรอดออกไปได้
“อาโตเบะ...” เทสึกะปาดเส้นผมชื้นเหงื่อ ประคองใบหน้าขาวที่ลมหายใจติดขัด “ผ่อนคลายสิ แล้วฉันจะเป็นของนาย”
“...พ... พูดน่ะ... มันง่าย อ๊า---!”
เทสึกะสอดใส่ความเป็นชายของตนเข้าไปจนสุด รู้สึกถึงความร้อนรุ่มภายในร่างกายที่ตนครอบครองอยู่จนเต็มตื้น
“เทสึ... กะ---!” เสียงที่ส่งผ่านลำคอขาดห้วง อาโตเบะอยากจะเรียกชื่ออีกฝ่ายอีก กายของเทสึกะกำลังหลอมเขาให้ละลายกลายเป็นไอ
...ของฉัน... เทสึกะเป็นของฉัน
“จะขยับล่ะนะ” ร่างสูงค่อย ๆ เริ่มจังหวะการสอดใส่ ทุกครั้งที่ขยับแรงเสียดสีจะกระตุ้นให้เสียงครางหวานกระเส่าหลุดออกจากริมฝีปากของร่างโปร่ง จังหวะที่เร่งร้อนถูกเร้าขึ้นจนอารมณ์ของทั้งคู่พุ่งขึ้นจนถึงที่สุด
“อา... โตเบะ”
ลำแขนแข็งแกร่งโอบกอดร่างโปร่งไว้แน่น เทสึกะเชยคางอีกฝ่ายแล้วประทับจุมพิตหวานล้ำลงไป ไอร้อนจากกายยังไม่ดับลงง่าย ๆ กัปตันแห่งเซชุนจูบระใบหน้างามที่ดูยั่วยวนไปทั่ว แล้วกระซิบบอกฝ่ายที่กำลังเหนื่อยอ่อนเบา ๆ
“นายเป็นของฉันคนเดียว”
แล้วน้ำเสียงอวดดีก็เอ่ยตอบ
“ถ้าอยากได้ขนาดนั้น... จะยกให้ก็ได้”
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
ตอนแรกอาโตเบะกังวลว่าถ้าหากเขาค้างที่ห้องของเทสึกะคนอื่น ๆ จะสงสัยเอาได้รึเปล่า แต่อีกฝ่ายก็เถียงว่าถึงยังไงอาหารเช้าก็ต้องไปที่ห้องอาหารรวมอยู่แล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร นั่นแหละกัปตันแห่งเฮียวเทถึงได้ยอมนอนนิ่ง ๆ ให้เขากอดอยู่สักพัก
“เหนื่อยมั้ย”
ถามมาได้...
“ถามทำไม”
ทำไมถึงได้ชอบเลี่ยงคำถามของเขากันนะ เทสึกะคิดแล้วอมยิ้ม “ก็ไม่ทำไม”
“แปลกคน” อีกฝ่ายพึมพำ กดใบหน้าตัวเองลงกับหมอนเพราะไม่อยากให้เทสึกะเห็นหน้าแดง ๆ ของตัวเอง
เทสึกะลูบเรือนผมนิ่ม เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าการได้กอดอาโตเบะไว้จะรู้สึกมีความสุขได้ขนาดนี้ ผิวขาวชื้นเหงื่อถูกแต่งแต้มไปด้วยรอยรักที่เขาทิ้งไว้ กัปตันแห่งเซชุนโน้มใบหน้าลงซุกไซ้ที่ซอกคอ กรุ่นกลิ่นหอมหวานยังไม่จางหายไปเลย
“อือ... เจ้าบ้า หยุดนะ”
“อยากให้หยุดเหรอ” เทสึกะแหย่ แต่ไม่มีวี่แววจะเลิกรุกราน
...เจ้าบ้านี่ คิดจะทำอีกรึไง ชักจะได้ใจใหญ่แล้วนะ!
ร่างโปร่งพลิกตัวหันมาส่งสายตาไม่พอใจให้ “ฉันง่วงแล้ว”
“ท่าทางไม่เห็นเป็นอย่างที่พูดเลย” อีกคนต่อปากต่อคำแล้วยิ้มอย่างรู้ทัน ก็สีหน้าตอนที่รู้สึกไม่ได้ดั่งใจนั่นน่ะน่ารักน้อยซะเมื่อไหร่ล่ะ
“อย่ามาทำเป็นรู้ดีน---!”
ริมฝีปากร้อนแรงประกบปิดกั้นคำคาดคั้น เสี้ยวนาทีที่ถูกสัมผัส ร่างกายของอาโตเบะก็อ่อนยวบ คนที่ได้ทุกอย่างตามที่วาดหวังอย่างเขา ไม่เคยต้องตามใจคนอื่น
แต่เทสึกะ... คงจะเป็นข้อยกเว้น
“ถ้าจะนอน ก็ไปอาบน้ำก่อนสิ” เทสึกะหยอก แต่ก็ยอมละอ้อมกอดอันแนบแน่นออก เขายังไม่ลืมว่าการฝึกซ้อมยังไม่จบ การที่จะตักตวงความสำราญจากอาโตเบะโดยไม่สนใจอะไรอื่นคงจะไม่ดี
“ลุกไหวมั้ย”
อาโตเบะค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้นแทนคำตอบ ถึงจะปวดเมื่อยช่วงล่างอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้เจ็บร้ายแรงอะไร กัปตันแห่งเฮียวเทเสยผมแก้เก้อแล้วก้าวลงจากเตียง จังหวะเดียวกันเทสึกะก็คว้าเสื้อของตนขึ้นมาคลุมร่างให้
“อยากให้ฉัน---“
“ฉันอาบเองได้น่า!” อาโตเบะตวัดเสียง ไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เพื่อกลบเกลื่อนความอาย
แค่นั้นแล้วอาโตเบะก็ผละตัวออกจากเทสึกะ พยายามก้าวเท้าให้เป็นจังหวะปกติไม่ให้ดูรีบร้อนจนเกินไป ทันทีที่เห็นร่องรอยสีกุหลาบบนร่างตัวเอง ใบหน้าเนียนก็ซับสีเข้มมากขึ้น
อาโตเบะยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง ก่อนจะจ้องมองภาพสะท้อนในกระจกอย่างละเอียด เสื้อของเทสึกะยังพาดอยู่บนไหล่เขา... ไออุ่นจากร่างสูงกำลังโอบล้อมกายแม้ในตอนนี้ ใบหน้าของตัวเองก็ดูมีความสุขราวกับจะละลายได้เสียอย่างนั้น
เขาขาดไม่ได้จริง ๆ เสียด้วย เวลาที่อยู่ใกล้เทสึกะ เวลาที่ถูกอ้อมแขนอบอุ่นนั้นโอบกอดไว้ ทั้ง ๆ ที่เคยคิดว่าการตกเป็นของใครคนหนึ่งเป็นเรื่องไร้สาระน่ารำคาญ แต่ตอนนี้หัวใจของเขาเบ่งบานจนห้ามไม่อยู่
รักมากเหลือเกิน.... เทสึกะ
เมื่อเสียงน้ำลอดออกมา กัปตันแห่งเซชุนจึงคลายความเป็นห่วงแล้วจัดการเก็บเสื้อผ้าที่ถูกถอดทิ้งไว้เรี่ยราด ส่วนตัวเองก็แต่งตัวลวก ๆ รอไว้
เวลาที่ได้กอดอาโตเบะไว้รู้สึกว่าตัวเองจะสูญเสียความเยือกเย็นไป แต่ก็... ดีใจมาก
เผลอใจลอยอยู่ได้ไม่นาน เทสึกะก็ตั้งสติใหม่ อย่าลืมสิว่าโปรแกรมการฝึกซ้อมยังไม่จบเพียงเท่านี้ สายตาก็พลันเหลียวไปมองซองเอกสารที่วางทิ้งไว้อยู่บนโต๊ะ เขาคิดว่าอาจจะเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับการคัดตัวเพิ่มเติมจึงคิดจะแกะดูทันที
สิ่งที่อยู่ในนั้น... ไม่ใช่เอกสาร และไม่ใช่อะไรที่เกี่ยวกับเทนนิสสักนิดเดียว
ร่างสูงคลี่ภาพในมือออกดูทีละใบ มันชัดเจนจนไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเป็นภาพจริง เทสึกะพูดอะไรไม่ออก เขาได้แต่มองใบหน้าของคนในภาพด้วยสีหน้าตกตะลึง
กระดาษแผ่นเล็กถูกแนบมาด้านหลังสุด เป็นลายมือที่เขียนกดหนักราวกับสาแก่ใจนัก
‘อาโตเบะไม่ใช่ของนาย’
เทสึกะกัดฟันแน่นด้วยความเจ็บแค้น เหมือนกับตัวเองกลายเป็นตัวตลกให้คนอื่นมาปั่นหัวเล่น
...ทำไม... ถึงปิดเงียบไว้
เขาอยากจะทิ้งภาพพวกนั้นไปซะ อยากทำเป็นว่าไม่สนใจและไม่เคยเห็น แต่สายตาของตัวเองก็ยังจับจ้องที่ภาพเหล่านั้นไม่วาง ราวกับจงใจจะกรีดบาดแผลในใจของตัวเองให้ยิ่งลึก
ตอกย้ำซ้ำ ๆ ว่าเขาเป็นคนโง่แค่ไหน...
เสียงประตูห้องน้ำเปิดออก พร้อมคำบ่นของคุณชาย
“เทสึกะ เสื้อผ้าของฉันล่ะ อ๋า? คงจะไม่ให้คนอย่างฉันนอนทั้งผ้าเช็ดตัวหรอกนะ”
เทสึกะไม่ได้ตอบ และไม่ได้หันไปมอง เขากำภาพพวกนั้นไว้ในมือแล้วโพล่งถามออกไป
“อาโตเบะ นายไม่เคยมีอะไรกับโอชิทาริจริง ๆ ใช่มั้ย”
พูดความจริงออกมา... ถ้านายไว้ใจฉันจริง ๆ ต่อให้นายเป็นยังไง ฉันก็จะรัก...
คนที่เพิ่งอาบน้ำออกมาสบายตัวชักสีหน้าทันที ทั้งงุนงงและโกรธที่เทสึกะขุดคุ้ยเรื่องที่ควรจะจบไปแล้วขึ้นมา อาโตเบะรีบตอบออกไปโดยไม่คิดซ้ำสอง
“ถามอะไรน่ะ! ฉันจะไปมีอะไรกับคนน่ารังเกียจอย่างเจ้านั่นได้ยังไง” เอ่ยตอบอย่างฉุนเฉียวแล้วคิดจะเดินเข้าไปหาเรื่องต่อ “ไม่เชื่อฉันงั้นเหรอ เท—“
“นายต่างหากที่ไม่เคยเชื่อใจฉัน!” ร่างสูงขึ้นเสียงเป็นครั้งแรก เทสึกะหันกลับมาทั้ง ๆ ที่ยังกำ ‘หลักฐาน’ ในมือแน่น
“เทสึกะ?” อาโตเบะเอ่ยเสียงแผ่ว เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เห็นสายตาที่กราดเกรี้ยวนั่นเขาก็รู้ได้ว่าเทสึกะกำลังโกรธ
เมื่อมองเห็นอะไรบางอย่างที่ดูเหมือนจะเป็นสาเหตุของเรื่องอยู่ในมือของอีกฝ่าย อาโตเบะจึงทัก “...นั่นอะไรน่ะ”
ร่างสูงชั่งใจว่าควรจะให้ดูหรือไม่ เขาจินตนาการออกว่าถ้าหากอาโตเบะเห็นเข้าคงจะต้องช็อค เมื่อรู้ว่าความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย
แววตาใต้กรอบแว่นเขม็งมากยิ่งขึ้น แล้วจึงตัดใจยื่นของในมือให้
“นี่มันหมายความว่ายังไง”
ทันทีที่ภาพปรากฏสู่สายตา ใบหน้างามก็ถอดสี ปลายนิ้วสั่นระริก แต่กระนั้นเขาก็ยังเปิดดูภาพอันน่าทรมานใจไปเรื่อย ๆ
“...น.. นี่..มัน”
เริ่มตั้งแต่ภาพที่เขาถูกจับมัดยามไร้สติ ภาพถ่ายในระยะประชิดเพื่อจะอวดให้เห็นร่องรอยความรุนแรงที่เหลืออยู่บนร่างกาย สภาพของตัวเองที่ถูกฤทธิ์ของยาเล่นงานจนไร้เรี่ยวแรง และที่น่าอายที่สุด...
ภาพโอชิทาริที่บังคับจูบเขาที่หมดสติ ส่งสายตาอย่างผู้ชัยชนะมาให้
อาโตเบะรู้สึกขยะแขยงจนอยากจะอาเจียน สัมผัสน่ารังเกียจที่ควรจะถูกลบเลือนไปแล้วกลับผุดขึ้นมาอีก เขาปล่อยให้ภาพในมือร่วงจนกระจัดกระจายเพราะไม่สามารถทนดูได้
เทสึกะหักห้ามใจไม่ให้ตัวเองเอื้อมมือออกไปสวมกอดอีกฝ่ายที่กำลังเสียขวัญ อาโตเบะคิดจะปิดบังเขาไปตลอดชีวิต
“นายโกหกฉัน” ร่างสูงไม่ได้โกรธเรื่องความจริงที่ถูกเปิดเผย แต่เขาเสียใจที่อาโตเบะไม่บอกเขา เรื่องร้ายแรงถึงขนาดนี้ เขาไม่มีค่าพอที่จะให้อีกฝ่ายเชื่อใจสินะ “ฉันโง่มากเลยใช่มั้ย นายถึงคิดจะปิดเรื่องนี้ไว้คนเดียว”
“...เท..สึกะ” น้ำเสียงนั้นขาดช่วง
...ไม่ใช่... ไม่ใช่อย่างนั้น...
ไม่มีเสียงใด ๆ หลุดออกจากลำคอ ไม่มีคำอธิบายอะไรมากกว่านั้น
กัปตันแห่งเซชุนหลบตา อาโตเบะหลอกลวงเขา... ทั้ง ๆ ที่เขาเชื่อว่าอีกฝ่ายจะจริงใจได้ตลอดรอดฝั่ง เทสึกะเดินไปที่ประตูห้อง
“ฉันจะออกไปข้างนอก นายแต่งตัวเสร็จแล้วก็ช่วยกลับไปที่ห้องแล้วกัน” เขาบอกโดยไม่หันมามอง
แล้วประตูก็ถูกปิดลงอย่างเงียบเชียบ
...หายไปไหน... ความอบอุ่นของนายเมื่อครู่นี้ หายไปไหนแล้ว เทสึกะ?
อาโตเบะหัวเราะ แต่ไม่อาจกลั้นน้ำตาที่พร่างพรูลงมาได้ เสียงสะอื้นไห้ดังอยู่ในห้องเล็ก ๆ นี้ มีเขาอยู่เพียงลำพังคนเดียวเท่านั้น
เขาเข้าใจจนได้ว่าทำไมถึงได้ตั้งกำแพงหนานัก ทำไมถึงไม่ยอมเปิดใจให้ใคร เพราะเมื่อเวลาเอาชีวิตของตัวเองไปแขวนไว้กับคนอื่นแล้ว หลังจากที่ความสุขพังทลาย เขาก็จะไม่เหลืออะไรอีกเลย มีเพียงความปวดร้าวแสนสาหัสเท่านั้น
เขาเป็นฝ่ายผิด... เขาโกหกเทสึกะ เพราะว่ากลัว... ว่าจะเสียเทสึกะไป
อาโตเบะ เคย์โกะที่เอาแต่เชิดหน้าชูคอว่าตัวเองยิ่งใหญ่เหนือใครนั่นน่ะ... ก็เป็นแค่คนขี้ขลาดที่ไม่กล้ายอมรับความจริงเท่านั้นเอง...
To be continued...
บ๊ายบาย...


อาโตเบะจะทำยังไงดี
จะรออ่านตี่อนะงับ
#1 By สิงโตตัดขนใส่แว่น on 2008-03-06 00:35