[Tenipuri Fanfiction] Oblivion... (18)

posted on 03 Mar 2008 21:02 by keechan  in Fiction

 Oblivion... (18)

 

 

 

เวลาที่จะได้คุยด้วยกันมากกว่านี้กลับไม่ได้มีมากอย่างที่คิด ต่างคนก็ต่างยุ่งกับการเก็บตัวฝึกซ้อม และในเมื่อถูกจับอยู่คนละกลุ่มแล้วด้วย โอกาสยิ่งหายากมากขึ้น เทสึกะเองก็ต้องทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อมให้กับกลุ่มของตัวเอง ในฐานะโค้ชแล้วเขาจะต้องรับผิดชอบให้ถึงที่สุด

ด้านอาโตเบะ สิ่งที่เขาสบายใจมากขึ้นที่สุดคือเจ้าแว่นกระจกโอชิทารินั่นเลิกมาวอแวกับเขาเสียที ช่างโชคร้ายที่ต้องมาอยู่กลุ่มเดียวกัน แต่หลังจากเรื่องในคืนนั้น โอชิทาริก็เลิกมายุ่งกับเขาโดยสิ้นเชิง ช่วงเวลาว่างก็แทบจะหายตัวไปตลอด อาโตเบะไม่รู้ถึงสาเหตุ และไม่คิดอยากจะรู้ ถ้าเจ้านั่นไม่อยู่ก็ทำให้หายใจได้สะดวกขึ้นด้วยซ้ำ

แต่ก็ใช่ว่าเขาจะได้เจอเทสึกะ นอกจากเวลาอาหารแล้วก็ไม่มีโอกาสได้เห็นหน้ากัน อาโตเบะไม่อยากแสดงความดีใจเด็ก ๆ อย่างนั้นออกมาให้ใครเห็น เวลาที่เทสึกะเดินผ่าน เขาจะเพียงแค่ชายตามองเหมือนไม่ได้สนใจ เทสึกะเองก็มัวแต่ตั้งใจกับการควบคุมการฝึก ไม่ค่อยจะหันมามองเขาหรอก เพราะงั้นจะให้เขาดีใจจนตัวสั่นเพียงแค่ได้เห็นหน้าอีกฝ่ายมันก็ไม่สมเป็นเขา

ทุกครั้งที่อาโตเบะเดินผ่านไปโดยทิ้งรอยยิ้มเพียงมุมปาก เทสึกะที่รู้ตัวว่าอีกฝ่ายเดินผ่านมามักจะแอบมองแผ่นหลังของกัปตันแห่งเฮียวเท ก็จะไม่ให้เขารู้ตัวได้ยังไงกัน เวลาเดินผ่านมาทีไรก็มักจะชอบหาเรื่องคุยกับคาบาจิเสียงดัง เหมือนกับจะจงใจบอกให้เขารู้อย่างนั้นแหละ

ฉันไม่เห็นว่านายจะเปลี่ยนไปสักนิด ช่างเป็นคนที่ขี้กังวลจังนะ

“เทสึกะ ผมนั่งด้วยคนนะ” เสียงคุ้นเคยเอ่ยทัก ฟูจินั่นเอง

ทุกอย่างระหว่างเขากับฟูจิยังเป็นปกติ ร่างบางยังยิ้มแย้มให้กับเขาเหมือนเคย ราวกับว่าในคืนนั้นไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น ฟูจิอาจจะทำไปเพื่อความสบายใจของเขา เทสึกะก็ได้แต่วางตัวอย่างเดิมเท่านั้น เขาจะให้ความหวังอีกฝ่าย... ไม่ได้เด็ดขาด

“อืม”

“ฮะฮะฮะ อย่าทำหน้าเครียดอย่างนั้นสิ ผมน่ะไม่เป็นไรหรอก” ฟูจิพูดเป็นนัยที่รู้กันอยู่สองคน ฝ่ายที่ถูกทักว่าทำหน้าเครียดกระพริบตาปริบ ๆ แล้วขมวดคิ้วยิ่งกว่าเดิมจนอีกฝ่ายหัวเราะพรืด

“ท่าทางสนุกกันจังนะ ฉันนั่งด้วยคนได้รึเปล่า” ผู้ไม่ได้รับเชิญยืนจังก้าอยู่ด้านหลังฟูจิ ไม่รู้ว่าเจ้านี่ตามมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และดูจะผิดที่ผิดทางเสียด้วย ในโถงรวมตอนนี้เป็นเวลาพักก่อนถึงอาหารเย็น ส่วนใหญ่แล้วไม่คนที่อยู่โรงเรียนเดียวกัน ไม่ก็อยู่กลุ่มเดียวกันจะมานั่งรวมกัน จึงไม่แปลกอะไรที่ฟูจิที่อยู่คนละกลุ่มจะเข้ามานั่งรวมกับเทสึกะ

แต่สำหรับโอชิทาริที่อยู่ทั้งคนละกลุ่มและคนละโรงเรียน มองยังไงเจ้าตัวก็เดินเข้ามาเพราะมีจุดมุ่งหมายโดยเฉพาะ

“โทษทีนะ ฉันจะต้องไปเตรียมโปรแกรมการฝึกซ้อมต่อ ขอตัวนะ ฟูจิ” เทสึกะที่ไม่ชอบหน้าโอชิทาริเป็นทุนเดิมเพราะมีคดีที่ผ่านมาลุกออกจากโต๊ะแทบจะทันที

โอชิทาริไม่รู้สึกอะไร ตรงกันข้าม เขากลับยิ้มอย่างสมใจ ก็เป้าหมายของเขาน่ะใช่เทสึกะที่ไหนกัน

ฟูจิคิดจะลุกตาม ในเมื่อเทสึกะไม่อยู่ แล้วเขาจะนั่งต่อไปทำไม แต่ลำแขนเรียวถูกอีกฝ่ายยึดไว้เสียก่อน “จะรีบไปไหน”

“แล้วทำไมผมต้องอยู่”

“ท่าทางจะไม่ไหวซะละมั้ง ทำหน้ายิ้ม ๆ เป็นอยู่อย่างเดียว เทสึกะไม่สนใจหรอก” เสียงทุ้มต่ำกระซิบเบา ๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน โอชิทาริจงใจพูดจาแดกดันเพื่อให้ฟูจิลงมือทำอะไรสักอย่าง

อะไรก็ได้ที่จะทำให้เทสึกะเลิกสนใจอาโตเบะ

ถ้าหากไม่ได้อยู่ในห้องโถงที่มีคนอื่นอยู่ด้วยแบบนี้ ฟูจิคงจะตบหน้าผู้ชายหน้าไม่อายคนนี้ไปสักฉาดสองฉาด แต่เพราะทำอย่างนั้นไม่ได้จึงได้แต่ส่งรอยยิ้มอาฆาตให้ พร้อมตอกกลับด้วยคำที่เจ็บแสบพอกัน

“ยังไงก็คงจะดีกว่าเธอ ที่อาโตเบะขยะแขยงจนถึงกับต้องขับไสไล่ส่ง แม้แต่หายใจร่วมกันก็ยังทนไม่ได้”

โอชิทาริกระตุกคิ้วด้วยความโมโห ไม่คิดว่าผู้ชายท่าทางบอบบางอย่างฟูจิจะปากร้ายได้ขนาดนี้ พอ ๆ กัน... ไม่สิ อาจจะยิ่งกว่าอาโตเบะด้วยซ้ำ แววตาที่บ่งบอกว่าตัวเองไม่ยอมสยบให้ใครนั่นก็ฉายถึงความมั่นใจในตัวเองเหลือล้น

“ไม่เอาน่า เราสองคนควรจะเป็นพันธมิตรกันไม่ใช่เหรอ ในเมื่อนายอยากได้เทสึกะ ส่วนฉันอยากได้อาโตเบะ ลงล็อคจะตาย” แสร้งทำเป็นเมินคำด่าทอเมื่อครู่แล้วเปลี่ยนท่าทีทันที “ถ้าฉันกับนายร่วมมือกัน อะไร ๆ มันจะง่ายขึ้น... เยอะ”

“ทำไมผมจะต้องเสวนากับเธอด้วย” ฟูจิปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด “ผมไม่จำเป็นต้องให้เธอเข้ามายุ่งด้วยหรอก นี่เป็นเรื่องของผมกับเทสึกะ คงเป็นเธอมากกว่าล่ะมั้งที่อับจนหนทางจนต้องแบกหน้ามาให้ผมร่วมมือด้วย”

“อย่าพูดจาไร้เยื่อใยอย่างนั้นสิ ฉันมีอะไรดี ๆ จะบอกนะ” โอชิทาริแกล้งเหลียวไปมา เหมือนกับเรื่องที่จะพูดนั้นเป็นความลับสุดยอดที่ให้ใครรู้ไม่ได้ “ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องจริงแท้ ๆ แต่กลับไม่มีใครสนใจเอาซะเลย”

ฟูจิยังนั่งนิ่ง เขาไม่สนใจเรื่องที่โอชิทาริจะพูดเลยแม้แต่น้อย อีกฝ่ายปล่อยให้ความเงียบปกคลุมอยู่สักครู่ เผื่อจะเรียกร้องความสนใจจากอัจฉริยะแห่งเซชุนได้บ้าง

“...เมื่อไหร่จะปล่อยผม”

“ก็ฟังซะก่อนสิ”

“ผมไม่อยากฟัง”

“ฟังแล้วอาจจะอยากร่วมมือมากขึ้นก็ได้นะ”

“เสียใจ ผมไม่เคยคิดจะเข้าไปยุ่งกับเธอ” ร่างบางยังปฏิเสธเสียงแข็ง ในขณะที่อีกฝ่ายยังตื้อไม่เลิก

“ฟังเสียก่อนแล้วค่อยตัดสินสิ” โอชิทาริว่าแล้วเคลื่อนริมฝีปากเข้าใกล้ใบหู กระซิบความลับที่มีแค่เขากับอาโตเบะจะรู้

ฟูจิฟังแล้วรู้สึกงุนงงกับความจริงที่ขัดกัน ก็ไหนโอชิทาริบอกว่าอาโตเบะเป็นของตัวเอง แล้วเมื่อกี้... หมายความว่ายังไง ที่พูดเมื่อครู่ก็ดูจะตีความได้อย่างเดียว แล้วจะเกี่ยวอะไรกันกับเรื่องของเขากับเทสึกะ

ยังไม่ทันได้เอ่ยถาม โอชิทาริก็เอ่ยขึ้นอย่างรู้ทัน “เรื่องมันร้ายแรงกว่านั้น และเป็นเรื่องที่อาโตเบะไม่กล้าพูดให้กัปตันของนายฟัง” เขาเหลียวมองผู้คนที่อยู่รอบ ๆ แล้วหันมาชักชวน “เปลี่ยนที่กันเถอะ ไปหาที่เป็นส่วนตัวกว่านี้ จะได้คุยสะดวกขึ้น”

...ความลับของอาโตเบะ ที่ไม่บอกเทสึกะ... ฟูจิเองก็อยากจะรู้ ไม่ใช่เพราะการโน้มน้าวของโอชิทาริ แต่หากเป็นเรื่องเกี่ยวกับเทสึกะ ฟูจิทนไม่ได้ที่จะเห็นใครมาหลอกลวงกัปตันทีมของตน ถ้าอาโตเบะทำอย่างนั้นอยู่ ยิ่งไม่มีสิทธิ์ที่จะได้เทสึกะไปอยู่เคียงข้าง

“...ก็ได้ ที่ไหนละ”

“ห้องของฉัน” โอชิทาริตอบทันที แล้วพูดแหย่ “ไม่กล้ารึไง?”

ฟูจิไม่ตอบ เขาแค่พยักเพยิดให้อีกฝ่ายนำไปโดยไม่ได้แสดงความหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย ทำให้โอชิทาริรู้สึกเสียดาย ถึงเขาจะไม่ได้สนใจร่างบางเป็นพิเศษ แต่การได้เห็นปฏิกิริยาร้อนรนหรือตื่นตระหนกก็เป็นความบันเทิงของเขาได้ไม่น้อย

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

“ที่เธอพูดมาเมื่อกี้นี้ หมายความว่ายังไงกันแน่”

ทันทีที่ประตูห้องถูกปิดลง ฟูจิก็ถามตรงประเด็น

‘อาโตเบะผ่านมือฉันมาแล้วก็จริง แต่เราไม่ได้คบกัน’

ถ้าไม่ได้คบกัน... ก็หมายความว่า อาโตเบะไม่ได้เต็มใจที่จะตกเป็นของโอชิทาริ จริง ๆ แล้วเรื่องราวมันเป็นยังไงกันแน่

“ฉันจะพูดสั้น ๆ แล้วกันนะ” โอชิทาริก็อยากเล่าเรื่องนี้ให้จบ ๆ ไป เขาจะได้ใช้ประโยชน์จากฟูจิได้เสียที “หมอนั่นถูกฉันข่มขืนแบบไม่มีชิ้นดีเลยล่ะ”

“ข่มขืน?” ฟูจิถามซ้ำ ตกใจไม่น้อยที่มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น คนอย่างอาโตเบะ... พลาดท่าถูกข่มขืนด้วยน้ำมือของผู้ชายคนนี้น่ะเหรอ

“ใช่ ข่มขืน” อีกฝ่ายย้ำคำซ้ำให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะได้ยินชัด “เป็นการลงโทษที่อาโตเบะไปทอดกายให้กัปตันของนาย อาโตเบะถึงขนาดไปตื้อเทสึกะถึงหน้าบ้านเลยนะ ฟูจิ เคยได้ยินเรื่องนี้บ้างรึเปล่า”

...ถึงหน้าบ้าน? อาโตเบะทำขนาดนี้เชียว มิน่าล่ะ เขาถึงไม่เคยรู้

ยิ่งฟังคำบอกเล่าของโอชิทาริ ฟูจิก็ยิ่งรู้สึกเกลียดชังกัปตันแห่งเฮียวเท ช่างเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว แถมยังไร้ยางอายอีกด้วย ไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของเทสึกะเลย ก็สมควรแล้วล่ะที่จะโดนโอชิทาริข่มขืน...

“แล้วเทสึกะ... ไม่รู้เรื่องนี้?”

“นายคิดว่าอาโตเบะโง่พอจะบอกเรอะ ยิ่งกัปตันของนายเป็นพวกมองโลกในแง่ดีไม่เคยคิดสงสัยอะไรอยู่แล้ว ไม่มีทางรู้หรอก”

“แล้วไง เรื่องนี้มันจะเกี่ยวกับผมตรงไหน”

“อย่าทำตัวซื่อจนเซ่อเหมือนกัปตันนายสิ” โอชิทาริเหน็บ “ถ้าเทสึกะรู้แล้วคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นล่ะ”

“เทสึกะไม่ฟังคนอย่างเธอหรอก”

“แล้วใครว่าฉันจะเป็นคนบอกหมอนั่น”

“ให้ผมบอกผลก็ไม่ต่างกัน”

“ฉันก็ไม่ได้บอกให้นายพูดเสียหน่อย หน้าที่ของนายน่ะมันอีกอย่าง”

“เธอตั้งใจจะทำอะไรกันแน่” ฟูจิตวัดปลายเสียง เขาเบื่อที่จะฟังการเล่นลิ้นของโอชิทาริเต็มที

อัจฉริยะแห่งเฮียวเทยิ้มกริ่มเมื่ออีกฝ่ายเริ่มแสดงความสนใจ “พ่อพระอย่างเทสึกะน่ะ ต่อให้รู้ว่าอาโตเบะถูกข่มขืนมาก็ไม่มีทางตัดขาดกันง่าย ๆ หรอก ยอ่างดีก็อาจจะแค่ตะลึงแล้วก็เข้าหน้ากันไม่ติดไปสักพัก จริงๆ แล้วฉันหวังอะไรที่มันแย่กว่านี้ละนะ แต่คิดกรณีที่ดีที่สุดเผื่อไว้ก่อน”

โอชิทาริเปิดลิ้นชักข้างเตียงแล้วหยิบของบางอย่างออกมาวางให้ฟูจิเห็น ร่างบางตาโตทันทีเมื่อเห็น ‘หลักฐาน’ ยืนยันคำพูดของคู่สนทนาอยู่ตรงหน้า

“ไพ่ตายของฉันเอง ไม่คิดว่าจะต้องใช้จริง ๆ นะเนี่ย แต่เท่านี้ยังไม่พอหรอก” เขาเพิ่งจะไปจัดการเอามันออกมาใช้ ตอนแรกไม่คิดว่าจะได้ใช้จริง เพราะถ้าเป็นไปได้ เขาก็อยากเก็บเรื่องนี้ไว้กับตัวเองมากกว่า

“จะให้ผมทำอะไร” แววตาสีฟ้าน้ำทะเลเรืองวาบขึ้นทันทีที่เห็น ‘ไพ่ตาย’ ของโอชิทาริ เขาตัดสินใจแล้วว่าคนอย่างอาโตเบะไม่สมควรจะได้ใกล้ชิดเทสึกะเลยแม้แต่น้อย คนที่เก็บเรื่องร้ายแรงขนาดนี้ไว้กับตัวเอง ปิดบังเทสึกะ เขายกโทษให้ไม่ได้

“เข้าใจอะไรง่ายดีนี่ งั้นก็ฟังนะ แผนของ ‘เรา’ จะเป็นไปได้สวยแน่”

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

เวลาอาหารเย็นเป็นช่วงเวลาสบาย ๆ อีกหนึ่งช่วงที่แต่ละคนจะทำอะไรได้ตามใจ คราวนี้เทสึกะเป็นฝ่ายเข้าไปนั่งร่วมโต๊ะกับอาโตเบะเอง เขาเห็นว่าขืนรอให้อีกฝ่ายหายหยิ่งแล้วเป็นฝ่ายเดินมาหาเอง จบค่ายนี้แล้วก็คงไม่ได้นั่งกินข้าวด้วยกันแน่ ส่วนเจ้าตัวก็มีปฏิกิริยาอย่างที่คาด เพียงแค่เชิดหน้าเหมือนกับรำคาญแล้วตอบรับว่า ‘ก็ตามใจ ดีใจไว้ซะด้วยที่ได้ร่วมโต๊ะเดียวกับคนอย่างฉัน’

โอชิทาริไม่โผล่เข้ามาอีกเลย นับว่าเป็นเรื่องดี แต่ฟูจิก็หายไปด้วยนี่สิ อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ก็...

“มองหาใครน่ะ เทสึกะ”

ท่าทางล่อกแล่กชอบกล หรือว่านั่งอยู่กับเขาแล้วสงบใจไม่ลง?

“...ไม่มีอะไรหรอก”

อาโตเบะเอียงคอแล้วเท้าคางมองอีกฝ่ายละเลียดไก่ทอดในจานอย่างเชื่องช้า เทสึกะดูไม่มีกะจิตกะใจจะกินเอาเสียเลย

นี่น่ะเหรอท่าทางของคนไม่มีอะไร

คุณชายผู้เอาแต่ใจคว้าตะเกียบของตัวเองแล้วคีบชิ้นเนื้อไก่ของคนที่นั่งอยู่ตรงกันข้าม ก่อนจะงับเข้าปากโดยไม่รอฟังเสียงคัดค้าน ขืนเขารอคงไม่ได้กินกันพอดี ฝ่ายที่โดนแย่งของกินไปหมาด ๆ ได้แต่แหงนหน้ามองอีกฝ่าย แล้วส่งสายตาตำหนิ

“เล่นเป็นเด็กอีกแล้วนะ อาโตเบะ”

“โทษฐานที่นายบังอาจโกหก”

เทสึกะลอบถอนใจ เขานี่เป็นคนดูออกง่ายขนาดนั้นเลยรึเนี่ย “ฉันมองหาฟูจิ คนอื่น ๆ อยู่กันครบ แต่ไม่รู้ว่าหมอนั่นหายไปไหน”

“แล้วทำไมนายต้องสนใจด้วย”

อยู่กับฉันก็มองแค่ฉันคนเดียวสิ เจ้างี่เง่าเอ๊ย

“หมอนั่นเป็นเพื่อน” เทสึกะอธิบาย “ก็เหมือนนายนั่นแหละ เวลาคาบาจิหายไป ไม่เคยมองหาบ้างรึไง” เขาว่าแล้วพยักเพยิดไปทางคาบาจิที่นั่งอยู่ติดกัน

อาโตเบะเบ้หน้า ก็ได้... เขายอมรับว่ามันเกินไป กัปตันแห่งเฮียวเทคีบไก่ในจานตัวเองบ้าง ก่อนจะจ้องตาอีกฝ่ายเขม็ง

“อ้าปาก”

“?”

“หูหนวกรึไง บอกให้อ้าปาก”

ฝ่ายที่ถูกสั่งทำตามอย่างไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แล้วชิ้นไก่ก็ถูกส่งเข้าปากอย่างไม่ออมแรงเท่าไหร่

“ได้กินของที่อยู่บนจานของฉัน รู้สึกสำนึกในความโชคดีซะบ้างล่ะ” ใบหน้าเย่อหยิ่งเชิดขึ้นอีกหน แล้วอาโตเบะก็ตั้งหน้าตั้งตากินต่อราวกับเพื่อจะปกปิดอาการเขินอายของตัวเอง และก็ทำได้มิดชิดเสียด้วย

มุมปากของเทสึกะยกขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อเห็นความน่ารักของอีกฝ่าย แม้จะเถียงได้เต็มปากเต็มคำว่าไอ้ไก่สองจานนั่นมันไม่ได้ต่างกันซักนิด

“...ข้าวติดแก้มน่ะ อาโตเบะ”

คนที่กำลังคีบข้าวเข้าปากถึงกับหยุดมือ “ว่าไงนะ”

“มีข้าวติดแก้ม” ไม่ว่าเปล่า เทสึกะยื่นมือออกมาแล้วแตะผิวแก้มอีกฝ่ายเพียงนิดเดียวเท่านั้น

“ไหน?” อาโตเบะขมวดคิ้ว เขาไม่เห็นว่าที่นิ้วของเทสึกะจะมีข้าวติดมาซักเม็ด

“ฉันมองผิดน่ะ ไม่มีหรอก” จริง ๆ แล้วเขาโกหก เพราะว่าถูกอาโตเบะแกล้งก็เลยอยากจะแกล้งคืนบ้างเท่านั้น

“ห... เหอะ! ไม่ได้เรื่องเลยนะเทสึกะ คนอย่างฉันไม่เคยกินเลอะเทอะอย่างนั้นหรอก” เอ่ยกลบเกลื่อนเพราะกลัวเสียฟอร์ม ทำเอาเทสึกะต้องกลั้นหัวเราะ แต่เสียงหัวเราะเบา ๆ นั้นก็ดังพอให้คนอื่นได้ยิน

กลุ่มสมาชิกทีมเซชุนเป็นกลุ่มแรกที่สังเกตเห็นกัปตันทีมของตนหัวเราะ ทำเอาทุกคนอ้าปากค้างไปตาม ๆ กัน

“นี่นี่ นั่นเทสึกะคุยอะไรกับอาโตเบะน่ะ nya ถึงได้หัวเราะอย่างนั้น”

“จ... จริงด้วย รุ่นพี่คิคุมารุ! ม... ไม่น่าเชื่อ!”

“พวกนาย.. เทสึกะก็เป็นคนนะ จะหัวเราะมันก็ไม่แปลกไม่ใช่เหรอ” โออิชิพยายามทำให้ลูกทีมของตนสงบจิตสงบใจลงทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ตื่นเต้นไม่น้อย คนที่เงียบที่สุดเห็นจะเป็นอินุอิที่ยกสมุดขึ้นมาจดอะไรขยุกขยิก

“หยุดหัวเราะนะ เทสึกะ!” อาโตเบะชักจะเป็นฝ่ายอายแทนที่สายตาทุกคู่เอาแต่จ้องมา ที่จริงเทสึกะหยุดหัวเราะตั้งนานแล้ว แต่รอยยิ้มที่หาได้ยากยังไม่เลือนไปจากใบหน้า

ถูกมองนาน ๆ เข้าอาโตเบะก็กลายเป็นฝ่ายยอมแพ้ ที่แปลกคือเขาไม่รู้สึกโกรธที่เหมือนจะโดนแกล้งสักเท่าไหร่ “ฉันอิ่มแล้ว ไปกันเถอะ คาบาจิ”

เทสึกะไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ แต่ในหัวใจกลับอิ่มเอิบอย่างบอกไม่ถูก เขารักกัปตันแห่งเฮียวเทผู้เก่งกาจแสนเอาแต่ใจคนนี้จริง ๆ นั่นแหละ

อาโตเบะที่กำลังเดินออกไปสวนกับฟูจิที่เข้ามาพอดี ร่างบางเพียงแต่คงใบหน้ายิ้มแย้มเป็นปกติ

เสแสร้งได้เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นเลยนะ... น่าเห็นใจเทสึกะ คืนนี้แหละเธอจะได้ตาสว่างเสียที

ประเมินจากที่อาโตเบะไม่วางตัวแตกต่างออกไป ฟูจิสรุปได้ว่าเรื่องที่เขาชอบเทสึกะคงยังไม่ได้เข้าหูอีกฝ่ายเป็นแน่ อย่างนั้นก็ดีแล้ว เขาจะได้ไม่ต้องทนสายตาน่ารำคาญนั่นเวลาจะอยู่กับเทสึกะสองคน

ร่างสูงที่สังเกตเห็นเพื่อนร่วมทีมของตนเข้ามาพอดีก็สบายใจขึ้นมาเปลาะหนึ่งที่ได้เห็นหน้า ฟูจิเดินตรงมาหาเขา แล้วเอ่ยทัก “เทสึกะ คืนนี้จะต้องเตรียมโปรแกรมฝึกซ้อมอีกรึเปล่า”

“ไม่มีหรอก” ที่เขาอ้างไปเมื่อกลางวันเพราะไม่อยากเห็นหน้าโอชิทาริเท่านั้น “ว่าแต่นายไปไหนมา”

“ฮะฮะฮะ ผมอาบน้ำนานไปหน่อยน่ะ เทสึกะนั่งอยู่เป็นเพื่อนผมกินข้าวหน่อยได้รึเปล่า”

“ได้สิ” ร่างสูงตอบรับเสียงเรียบ ใบหน้าดูผ่อนคลายกว่าเดิม แค่นั้นฟูจิก็ดีใจแล้วที่เทสึกะไม่ลำบากใจเพราะเขา

อัจฉริยะแห่งเซชุนชวนคุยเรื่องทั่ว ๆ ไปเหมือนปกติ ทุกอย่างระหว่างเขากับเทสึกะยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ถ้าแค่ให้วางตัวเป็นเพื่อนสนิทเหมือนอย่างเคย แล้วเทสึกะยังคุยกับเขาอย่างสบายใจแบบนี้ ฟูจิสามารถทำได้ง่าย ๆ

เขาก็แค่จะยิ้มให้เทสึกะทุกครั้ง

“กัปตันเทสึกะครับ” เสียงเล็กเอ่ยแทรกขึ้น ดัน ไทจิ โผล่เข้ามาแล้วยื่นกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ที่ถูกพับไว้ให้เขา “เห็นพวกรุ่นพี่เขาส่งต่อ ๆ กันมาน่ะครับ เห็นบอกว่าส่งให้กัปตันเทสึกะ”

ร่างสูงยื่นมือรับกระดาษแผ่นนั้นไว้โดยดี แต่ยังสงสัยอยู่ว่าใครที่ไหนส่งมา แต่เมื่อเปิดออกดูก็เข้าใจได้ดี

‘คืนนี้ฉันจะไปหาที่ห้อง ห้ามเบี้ยวนะ อ๋า?’

แววตาของเทสึกะฉายความอ่อนโยนขึ้นมาอีกครั้ง ไม่มีทางที่คนข้าง ๆ จะไม่สังเกตเห็น ฟูจิรู้ดีว่าใครเป็นคนส่งข้อความนั้นมา

นี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เทสึกะจะยิ้มอย่างนั้นให้อาโตเบะ

 

 

 

 

 

 

 

 

To be continued... 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

“ท่าทางจะไม่ไหวซะละมั้ง ทำหน้ายิ้ม ๆ เป็นอยู่อย่างเดียว เทสึกะไม่สนใจหรอก” << กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด อีชี่ มึงกะกูขาดกัน (ชั่วคราวนะยะ) พูดอย่างงั้นได้ยังไง ที่อีเทะไม่สนใจเพราะฟูเค้างามมารยาทย่ะ เค้าไม่ได้มายัดเยียดความรู้สึกให้อย่างที่เบะมันทำว้อย ฮึ่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

อยู่กับฉันก็มองแค่ฉันคนเดียวสิ เจ้างี่เง่าเอ๊ย << อี๊ๆๆๆๆๆๆๆๆ โอเระซามะบ้าาาาาา เทะก็ต้องมาหา(ว่าที่/อดีต)เมีย(ในฟิคเรื่องอื่นๆ)สิยะะะะะะะะะะะะะะะะ แหม เค้าเพื่อนร่วมทีมกันนะ อย่าหึงหน้ามืดโง่งี่เง่าได้มั้ยยยยย ฮากกกกกกกกกกกกกก หนอยยยยยยยยยยยยยยยย

เทสึกะไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ แต่ในหัวใจกลับอิ่มเอิบอย่างบอกไม่ถูก เขารักกัปตันแห่งเฮียวเทผู้เก่งกาจแสนเอาแต่ใจคนนี้จริง ๆ นั่นแหละ << ฮืออออออออออ ฮือออออออออออออ ไม่จริง ไม่รักกกกกกกกกกก ไม่ ไม่ ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยย อีฟูววววววววววววววววววววว

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ทำไมจบแล้ว รู้สึกยังอ่านไม่สะใจ!!!!

อ๊ากกกกกกกกกกกกกก อีฟูวววววววววววววววววววววววว นางเอกที่ยอมตามคำชวนของพ่อมดใจร้ายเพื่อช่วยพระเอกให้พ้นจากศาสตร์มืดดดดดดดดดด ฮากกกกกกกกกกก สวยยยยยยยยย อั๊งงงงงงงงงงงงงงง เลิศศศศศศศศศศศศศศศศศ น่ารักกกกกกกกกก ก๊าววววววววววววววว ตอนด่าอีชี่ก็สะใจ กรี๊ดกร๊าดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

เอาชี่ฟูอีกนิดจิ *โดนพี่กีเตะ*

อีเทะหล่อออออออออออ แดกไก่หล่อ ข้าวติดแก้มมมม ฮากกกกกกกกกกกกก *ตบตีนังเก๋* อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก ข้าว ข้าว ข้าว ข้าว ข้าว ข้าว ฮากกกกกกกกกกกกกกกก ควายยยยยยยยยยย โง่วววววววววววววว แต่หล่อออออออออออออออออ

อีชี่เลวววววววววว เลววววววววววววววววว เหี้ยยยยยยยยยยยยย ชั่วววววววววววววววววว เลววววววววววววว แต่กูอภัยก็ได้ เพื่อความลงเอยกันระหว่างเทะกับฟูมึงจะลอบฆ่าใครกูไม่ว่า

ไม่มีสำหรับเบะ...

ปล. อีเหลือง อีเมนต์เสื่อม อี๊ๆๆๆๆๆๆๆ (ด่าล่วงหน้า)
เพราะหลังจากนั้น...............

อ๊าก แม่ง....
ช่วยด้วยอยากย้อนไปในความฝัน

อีแว่น แก แฮรี่พอตเตอร์หัวน้ำเงิน
กะหมีภูเขา มันเริ่มปฎิบัติการจิ้งจอกทะเลทรายกันแล้วเรอะ

อ๊าก ไม่นะ อีเก๋ ยืดเทะไว้แน่นๆ อย่าปล่อยให้หลุดดด


อร้าก (เมนต์ไม่เปนภาษา)

#2 By Uriel*幸村が大好き!! on 2008-03-03 21:24

/ตบตัวข้างบน

อีพวกตัวร้ายคุยกันนนนนนนนนนนนนน!!!!!!!เลววววววววววววววววววววววว


เทะเบะน่ารักโค๊ตรรรรรรรรรรรร

ขำโออิชิ..

...จบน่ากัวอีกแล้ววววว เค้าจาอ่านต่ออออออออออ

#3 By :nakare: on 2008-03-03 21:32

*ไม่ได้ตบอุรินะ ตบอีคอมเมนท์1

#4 By :nakare: on 2008-03-03 21:32

อิเหลืองเสื่อมมมมมมมมมมมมมมมมๆๆ
ทุเร๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดๆๆๆ
(ฮานะฝากมาด้วยครึ่งนึง)

อิ๊ๆๆๆๆดีแล้วที่แกเม้นก่อนชั้นน ชั้นจะได้ด่าถูก

ไคตัวร้ายวะๆๆๆๆๆๆๆ
นางเอกคนสวยที่ยอมเสียสละตัวเองรวมมือกับคนชั่วๆ(ขอโทษนะชี่555+)เพื่อทำให้คนที่รักที่สุดตาสว่างจากตัวร้ายซะทีนี่ ผิดตรงไหนนนนนนนนนนนน!!!!!!!

อาโตเบะ...กรี้ดดดดดดด.... ยกเทะให้ฟูเถอะ...ของเค้าเหมาะกันมาตั้งแล็กแต่น้อย....

----
สครีมฟูต่อได้มั้ยย
กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดด

เธอนางเอกมากกกก---!!!!!!
เธอน่ารักมวากกกกกกกกกกกกกก!!!
cry cry cry
รู้สึกว่าฟู เป็นคนดีที่น่าสงสารที่สุด...เทะแม่งใจร๊ายยย....แต่ก็ยังดีที่ยังห่วงฟูจิอยู่ ไม่งั้นแกจะเลวเกินไปแล๊วว กร๊าซซซซซ

ตอนนี้ชี่ก็มาแบบหล่อๆเลวๆอีกแล้วว
(หล่อซะอย่าง เลวนิดหน่อยไม่เปนไรคะ ให้อภัย*////*.....)
อยากรู้ว่าแผนของชี่คืออะไร5555...ต่อด่วนน อ่ากกก

ปล. ชะ ชี่ฟู.......ก็ดีออก (พี่กี-เทะเบะว๊อย!!!!)
*หัวเราะ*
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด~~!!!! แอบมองกันในห้องโถงนี่มันช่างน่ารักจริงๆ!! เบะเบะน่ารักกกกกก

สองตัวนั่นมันอะไร~~!!! วางแผนอะไรกัน!!

ช่างเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว แถมยังไร้ยางอายอีกด้วย ไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของเทสึกะเลย ก็สมควรแล้วล่ะที่จะโดนโอชิทาริข่มขืน...<<<< อ๊ากกกกกกกกกกก!!! ไม่!! เบะเบะเอาแต่ใจน่ารัก ไม่ได้ไร้ยางอายแต่มั่นใจเฟร้ย~!!! ไม่สมควรโดน!! จะทำอะไรกันพวกแก๊ หยุดน้า~~~!!!!! ไปบรรจบกันเองเหอะ!!

ว้ายยยยย ~~~ ข้างล่างลงมา น่ารักมากกกกกกกกก

คีบไก่เข้าปาก น่ารักกกก เทะกินไก่หล่ออออออออออ อ้าปากกกกกกกก ~~ โอ้ยยยย มันน่ารัก!!

ข้าวติดแก้ม~~~ โอ้ยยยย น่ารักโว้ยยยยย!!!!
(ตบเหลืองที่ด่าว่า เชย...) สวีทททท หวานนนนน

แต่ไอ้ลงมาอีกเนี่ย.... ไม่หวานแล้วเฟร้ย!! อะไร!! ทำไม! *ล้มโต๊ะ*

อย่าโง่นะเทสึกะ!!!