[Tenipuri Fanfiction] Oblivion... (15)

posted on 28 Feb 2008 16:49 by keechan  in Fiction

ใครยังเข้าใจตอนที่แล้วไม่กระจ่าง... กลับไปอ่านใหม่นะคะ

(อีนี่ก็บ้าอัพได้ทุกวัน???)

 

 

 

 

Oblivion... (15)

 

 

“เทสึกะ?” เสียงเรียกชื่อของตนทำให้เทสึกะหลุดออกจากอาการเหม่อลอย แต่อีกฝ่ายจับได้ชัดเจนว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติ “เป็นอะไรรึเปล่า?”

“ฉันใจลอยไปหน่อย โทษทีนะ ฟูจิ”

พวกเขากำลังอยู่ในช่วงเวลาอาหารเย็นของวันแรกในการออกค่ายเทนนิสเยาวชนรุ่นเล็ก กรณีของเขาออกจะพิเศษสักหน่อยที่ได้รับเชิญมาให้เป็นโค้ช แต่สิ่งที่เขาตั้งใจไม่ได้อยู่ตรงนั้น

เป็นเพราะอาโตเบะก็ต้องมาค่ายนี้เหมือนกัน

แต่กลับไม่มีอะไรคืบหน้า เขายังไม่รู้อะไรเพิ่มสักอย่าง อาโตเบะก็เอาแต่หลบหน้าเขา ถึงแม้จะมีพยายามเสแสร้งวิพากษ์วิจารณ์เขาด้วยคำพูดแดกดันต่าง ๆ นานา แต่ที่เขาได้ยิน มีเพียงเสียงร้องไห้อันทรมานเท่านั้น

เทสึกะอยากเข้าไปกอด... อยากเข้าไปปลอบโยน แต่ก็ทำเช่นนั้นไม่ได้ ฝ่ายตรงข้ามปฏิเสธเขาอย่างสิ้นเชิง

“เทสึกะมีเรื่องอะไรไม่สบายใจรึเปล่า เล่าให้ผมฟังได้มั้ย”

ดูเหมือนว่าฟูจิจะดูออกว่าเขามีเรื่องกังวลใจ เทสึกะสองจิตสองใจว่าควรจะเล่าดีหรือไม่ ถึงอย่างไรมันก็หมายถึงเรื่องส่วนตัวของอาโตเบะด้วย

อาจจะไม่เหมาะ... ที่จะพูดออกไป

“ขอบใจนะฟูจิ แต่ไม่เป็นไรหรอก”

ใบหน้าหวานหมองลงไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบปัด จนแล้วจนรอดเขาก็ยังไม่รู้ว่าเทสึกะคิดกังวลเรื่องอะไร เท่าที่ดูมันคงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก แต่ว่าแม้แต่ฟูจิเองก็หาไม่เจอ เขารู้สึกเหมือนกับว่าเขารู้... อะไรบางอย่าง แต่ชิ้นส่วนที่มีอยู่ในมือยังไม่ครบ

เทสึกะหวังว่าจะได้มีโอกาสคุยกับอาโตเบะตัวต่อตัวสักครั้ง ก่อนที่จะค่ายครั้งนี้จะจบ เพราะนี่เป็นโอกาสที่ดีที่เขาจะเข้าถึงตัวอีกฝ่ายได้อย่างไม่ลำบากนัก เพราะบอร์ดี้การ์ดของอาโตเบะไม่ได้ติดตามมาด้วย

“ฉันออกไปเดินเล่นข้างนอกหน่อยนะ”

ฟูจิยิ้มรับ แล้วมองตามแผ่นหลังกว้างนั้น ความสงสัยในใจยังไม่จางไปเลยแม้แต่น้อย...

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

บริเวณโดยรอบของค่ายนี้กว้างขวางพอดู ขนาดที่ว่าทุกคนจะมีเวลาเป็นส่วนตัวได้ สายลมยามค่ำพัดลู่มาเบา ๆ เรือนผมสีน้ำตาลพัดปลิวตามลม เมื่อเงี่ยหูฟังก็ได้ยินเสียงใบหญ้ากระทบกันเบา ๆ

เทสึกะจับแขนซ้ายของตัวเอง ร่างกายของเขาหายดีโดยสมบูรณ์แล้ว แขนข้างนี้เป็นสาเหตุการเปลี่ยนไปของอาโตเบะ... อาโตเบะ เคย์โกะที่แสนจะหยิ่งยะโสคนนั้น ยอมเป็นฝ่ายเข้าหาเขาเอง ส่งดอกไม้มาให้เขาทั้ง ๆ ที่มันไม่จำเป็น มาจุ้นจ้านเรื่องส่วนตัวของเขาทุกอย่าง

ตอนแรกเขานึกว่าอีกฝ่ายแค่อยากเล่นสนุก ตอนที่กัปตันแห่งเฮียวเทเสนอร่างกายให้เขากกกอด เขาจึงไม่ปฏิเสธเพื่อตัดรำคาญ แต่ภายหลังถึงได้รู้ตัวว่ามันไม่ใช่... ความรู้สึกที่อาโตเบะมีให้เขาไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

อาโตเบะบอกว่ารักเขา

เทสึกะไม่เคยรักใคร และไม่เคยถูกใครบอกรัก ความรักของอาโตเบะเป็นแบบไหนกัน ที่คอยออกคำสั่งกับเขาไปทุกอย่าง ตามตื้อเขาไปทุกที่งั้นเหรอ

ไม่รู้ว่าเขาคิดขึ้นมาได้เมื่อไหร่ ตอนนี้เขารู้อย่างเดียวว่าเขาอยากจะรู้เรื่องของอาโตเบะให้มากกว่านี้ ช่องว่างที่หายไปตอนที่เขาไปเยอรมันนั่นมันเกิดอะไรขึ้น สำหรับเรื่องของโอชิทาริ... เขาไม่รู้ความเป็นมา แต่ที่แน่ ๆ สองคนนั้นคงไม่ได้คบหากันอย่างที่พูด ก็ในเมื่อเขาไม่เคยเห็นอาโตเบะกับโอชิทาริแสดงท่าทีว่าเป็นคนรักกันเลยสักครั้ง

แล้วโอชิทาริจะโกหกเขาเพื่ออะไร?

ทำไมความสัมพันธ์ของคนเราถึงได้ซับซ้อนอะไรอย่างนี้นะ พอตอนที่อาโตเบะไล่ตามเขากลับไม่รู้ใจตัวเอง

แต่พอตอนที่เขารู้ว่ารัก อีกฝ่ายกลับหนีเขาไป

....................? รัก....?

เทสึกะหยุดถามตัวเอง เขารู้สึกยังไงกับอาโตเบะกันแน่ แบบไหนกันถึงเรียกว่ารัก

อยากอยู่เคียงข้าง... ก็ใช่ เขาไม่ได้รู้สึกแย่อะไรที่นั่งคุย กินข้าว หรือเดินเที่ยวกับอาโตเบะ

อยากดึงไว้ให้เป็นของตัวเอง... ก็ใช่อีก ไม่อย่างนั้นแล้วตอนที่เขาเห็นโอชิทาริดึงอาโตเบะไปจูบเขาไม่น่าจะรู้สึกอะไร แต่ตั้งแต่ตอนนั้นเขาก็รู้สึกเจ็บใจ ยิ่งมากนึกถึงตอนนี้อีกยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่ประสีประสาเอาเสียเลย

และเขาอยากเห็นรอยยิ้มที่แท้จริงของอาโตเบะอีก นี่แหละคือสาเหตุใหญ่ของความกังวลใจ นานมากแล้วที่เขาไม่ได้เห็นรอยยิ้มที่ออกมาจากใจของกัปตันแห่งเฮียวเท ครั้งสุดท้าย ก็คือตอนที่เขาตกลงพาอาโตเบะเดินเที่ยว แล้วอีกฝ่ายแย้มรอยยิ้มให้เขาเห็น เป็นรอยยิ้มที่สวยที่สุด เขาอยากจะปกป้องรอยยิ้มนั้นไว้

เขามัวแต่ทำอะไรอยู่?

เทสึกะเดินเรื่อยเปื่อยไประหว่างที่ครุ่นคิด ขณะที่เดินวนมาถึงจุดที่อาคารเชื่อมต่อกัน เขาก็สังเกตเห็นเงาคน อาจจะเป็นใครสักคนที่ออกมาเดินเล่นเหมือนกับเขา แต่พอเดินเข้าไปจนได้เห็นหน้ากัน อีกฝ่ายก็ชะงัก

อาโตเบะขมวดคิ้วมองกัปตันแห่งเซชุนอย่างขัดใจ เขาตั้งใจจะออกมาเดินรับลมให้สบายใจเสียหน่อย ดันมาเจอคนที่ไม่อยากเจอที่สุดเสียได้

กัปตันแห่งเฮียวเทเปลี่ยนใจทันที เขายอมล้มเลิกการออกมาสูดอากาศข้างนอกก็ยังได้ ถึงอีกฝ่ายจะเรียกให้หยุด ก็อย่าหวังเลยว่าเขาจะยอมฟัง

“อาโตเบะ เดี๋ยวก่อนสิ หลบหน้าฉันทำไม” ในเมื่อแค่เรียกแล้วไม่ได้ผล เทสึกะจึงบุกรุกถึงตัว เขายึดข้อมือเรียวไว้แน่น ไม่ยอมให้อีกฝ่ายสลัดจนหลุดไปได้

“น่ารำคาญจริง ไปให้พ้นได้มั้ย” อาโตเบะยังดื้อดึงไม่ยอมแพ้ ทั้งคู่ยึดเยื้อกันอยู่หน้าประตูใหญ่ของอาคาร แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจเรื่องสถานที่เท่าไหร่

“ฉันรักนาย อาโตเบะ”

ช่างเป็นคำพูดที่เอ่ยออกมาได้ไม่เข้ากับจังหวะและสถานการณ์เอาเสียเลย เทสึกะเองก็ไม่ค่อยเข้าใจ แต่เขาคิดว่าสิ่งนี้แหละคือบทสรุปของความรู้สึกทั้งหมด

คำสารภาพนั้นทำให้อาโตเบะอยากหัวเราะนัก ‘รัก’ งั้นเหรอ? สายไปรึเปล่า เทสึกะ?

“แย่หน่อยนะ เทสึกะ เพราะคนอย่างฉันไม่ได้รักนาย”

“โกหก!” เทสึกะเถียงทันที ร่างสูงกุมข้อมืออีกฝ่ายแน่นขึ้นโดยไม่สนใจว่าอาโตเบะจะเจ็บรึเปล่า “นายไล่ตามฉัน บอกรักฉัน บอกว่าจะรอฉัน ทั้งหมดที่ทำมานั่น ปฏิเสธอย่างนั้นไม่คิดว่ามันง่ายเกินไปงั้นเหรอ”

อาโตเบะอยากจะต่อยหน้าผู้ชายตรงหน้าขึ้นมาตงิด ๆ ทำไมไม่เคยทำอะไรตามใจเขา ตอนที่บอกให้สนใจก็เอาแต่เมินเฉย ตอนที่บอกให้เลิกยุ่งก็กลับมาวอแว ร่างโปร่งขัดขืนเพื่อให้พ้นจากพันธนาการ แต่ก็ดูยากลำบากเหลือเกิน

“นี่แหละฉันล่ะ เทสึกะ! ฉันคนนี้ไม่เคยจริงจังกับอะไรอยู่แล้ว เพราะคนที่สมควรจะอยู่เหนือทุกอย่างก็คือฉันคนนี้ไงล่ะ คิดเหรอว่าฉันจะสนใจเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ไร้สาระพวกนั้น เวลาเล่นหมดลงแล้ว”

“ฉันไม่เชื่อ” กัปตันแห่งเซชุนจ้องมองอีกฝ่ายด้วยแรงอารมณ์ที่หนักหน่วง ถ้าสิ่งที่อาโตเบะพูดมาเป็นจริง ทำไมเจ้าตัวถึงได้มีท่าทีอมทุกข์อยู่ตลอดเวลา สภาพตอนนี้ไม่ใช่สิ่งที่อาโตเบะต้องการแน่ “นายกำลังหลอกตัวเองอยู่ คนอย่างนายถ้าได้ลงแรงอะไรไปแล้วจะไม่มีทางยอมแพ้ นายไม่มีทางถอนตัวจากฉันไปโดยไม่มีเหตุผล”

“ก็เพราะฉันเบื่อนายแล้วไงเล่า!” ตะโกนเสียงดังโดยไม่สนใจว่าคนอื่นจะมาได้ยินหรือไม่ เขาแค่อยากสลัดผู้ชายคนนี้ให้หลุด ชายผู้เป็นสาเหตุของความอ่อนไหวของเขา

“อาโตเบะ!” เทสึกะรวบร่างโปร่งเข้ามาในวงแขน สบตาอีกฝ่ายในระยะประชิด “มองตาฉันแล้วตอบมา นายยังรักฉันอยู่รึเปล่า”

ราวกับเขาย่างเหยียบเข้าไปในสวนดอกไม้ต้องห้าม กลิ่นกายของอาโตเบะชวนให้นึกถึงครั้งแรกที่ได้โอบกอด ภายใต้เสื้อผ้าเนื้อดี เรือนร่างเปลือยเปล่าที่งดงามกำลังตกอยู่ในอ้อมแขนของเขา

“หยุด... เทสึกะ ปล่อย...”

อย่าแตะต้องเขาไปมากกว่านี้... อย่าเข้ามาในหัวใจของเขาอีก

เทสึกะกำลังทำลายเขา... ทำลายอาโตเบะ เคย์โกะที่มีศักดิ์ศรีสูงส่งให้ล้มครืนลงมา

ริมฝีปากร้อนแรงประทับลงมา ดูดเม้มและโลมเลียริมฝีปากสีกุหลาบอย่างหิวกระหาย นานเท่าไหร่แล้วที่เขาได้จูบอาโตเบะ? ความหวาบหวามที่เคยได้ลิ้มลองยิ่งหวานล้ำนัก เทสึกะจู่โจมร่างในอ้อมแขนหนักหน่วงอย่างลืมตัว

อาโตเบะเกลียดการกระทำเช่นนี้ เทสึกะบังคับดึงดันเขาที่ไม่ได้ยินยอมพร้อมใจ ไม่ต่างอะไรกับโอชิทาริ! ร่างโปร่งพยายามถอยหนี แต่วงแขนที่กอดรัดตรึงอยู่ช่างแน่นหนา จนเมื่อเรียวลิ้นอุ่นสอดแทรกเข้ามาในโพรงปาก อาโตเบะจึงกัดเต็มแรง เป็นผลให้ร่างสูงผงะไป

กัปตันแห่งเฮียวเทไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป เขาผลักอีกฝ่ายจนล้มกระเด็นแล้ววิ่งเข้าไปในตัวอาคาร พลางนึกก่นด่าอีกฝ่ายในใจอย่างผิดหวัง

เทสึกะน่ะเหรอ รักเขา? น่าตลก! ร่างสูงไม่เคยสนใจว่าเขาจะไปทำอะไรกับใคร มีแต่ผลักไสไล่ส่งเขา อย่างนั้นน่ะเหรอที่เรียกว่ารัก?

เมื่อไหร่เขาจะหลุดจากความวุ่นวายพวกนี้ไปซะที เมื่อไหร่จะลืมให้หมดไปจากใจ อาโตเบะคิดแต่จะไปให้พ้นจากเทสึกะโดยไม่ได้คิดอะไรอย่างอื่น ทำให้วิ่งไปปะทะกับโอชิทาริระหว่างทาง

ดูเหมือนโอชิทาริจะรู้อยู่แล้วว่าอาโตเบะเจออะไรมา แน่ล่ะ หน้าที่หลักของเขาก็คือสะกดรอยตามกัปตันของตัวเองนี่ ไม่ใช่แค่เทสึกะที่เห็นว่าการมาค่ายที่นี่เป็นโอกาสดีที่จะได้เข้าถึงตัวอาโตเบะหรอกนะ เขาเห็นอาโตเบะยืนคุยกับเทสึกะอยู่สักพักแล้ว ถึงจะไม่ได้ยินว่าทั้งคู่คุยอะไรกัน แต่ก็เดาได้ว่าคงไม่ใช่เรื่องดีนัก

“จะรีบไปไหน อาโตเบะ” ชายหนุ่มในกรอบแว่นทักด้วยน้ำเสียงยียวน

ทันทีที่ได้ยินเสียงพร้อมเห็นโฉมหน้าคนที่ตนปะทะ อาโตเบะก็รีบผละตัวออก แต่สายไปเสียแล้ว โอชิทาริคว้าผ้าโปะยาสลบที่ตระเตรียมมาพร้อมเข้าที่ใบหน้าเย่อหยิ่งตรงหน้า เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะทำให้อาโตเบะเงียบเสียง ร่างโปร่งทรุดฮวบลงในวงแขนของชายผู้ประสงค์ร้าย

โอชิทาริยิ้มกระหยิ่มอย่างผู้ชนะ คลอโรฟอร์มเล็กน้อยก็เพียงพอจะทำให้หมดสติได้สักพัก เขาอุ้มอาโตเบะที่หลับเพราะฤทธิ์ยาเข้าห้องของตนไปอย่างรวดเร็ว เขาคาดไว้แล้วว่าถ้าหากเทสึกะตามมาเจอคงจะเกะกะน่าดู แล้วก็อย่างที่คิด ร่างสูงตึงตังเข้ามาในตึก ตะโกนเรียกกัปตันแห่งเฮียวเทโดยไม่เกรงใจคนอื่น

ฉันไม่ยกให้หรอกนะ เทสึกะ...

“อาโตเบะ! อาโตเบะ!” กัปตันแห่งเซชุนกัดริมฝีปากที่มีเลือดซิบ ถ้าไม่พูดกันให้รู้เรื่องตั้งแต่ตอนนี้เขาเกรงว่าทุกอย่างจะสายเกินแก้ เขากวาดสายตาไปทั่ว แต่ก็ไร้วี่แวว

“มีอะไรกันครับ คุณเทสึกะ?” อิบุ ชินจิที่เดินผ่านมาพอดีทำสีหน้าเฉยเมย ตรงกันข้ามกับความร้อนรนของเทสึกะ “ตึกนี้ไม่ใช่กลุ่มของคุณนะครับ เข้ามารบกวนอย่างนี้ได้ยังไง ผมคิดว่าคุณจะเป็นคนที่มีระเบียบมากกว่าเสียอีก ไม่สมกับเป็นคนที่คุณทาจิบานะชื่นชมเลยนะครับ แล้ว---”

“อิบุ! นายเห็นอาโตเบะรึเปล่า”

“เห็นครับ เมื่อตอนทานอาหารเย็น หลังจากนั้นก็เหมือนจะไม่ได้เห็นอีก หรือว่าเห็นกันนะ เอ... สงสัยจะไม่เห็นจริง ๆ”

เทสึกะไม่เสียเวลาหยุดฟัง ทิ้งให้อิบุบ่นงึมงำอยู่คนเดียว “มารยาทแย่จัง... ไม่เห็นจะเหมือนที่คุณทาจิบานะว่าเลย”

เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ห่างออกไป โอชิทาริที่ยืนดันประตูห้องอยู่ก้าวเท้าเร็วๆ เข้าไปในห้อง วางร่างโปร่งไว้บนเตียงของตนแล้วจึงเดินไปล็อคประตู

วันนี้อาโตเบะจะตกเป็นของเขาอีก...

 

 

 

 

To be continued...

รู้สึกพล้อตเรื่องจะเอาสีข้างเข้าถูมากขึ้นทุกที ๆ กร๊ากกก

ข้อสอบเทคโฮมกูเอาไปหมกไหนแล้วก็ไม่รู้ค่ะ TT^TT

เอ่อ ขอสงสัย เรื่องนี้มีผีอ่านป่าวเนี่ย หรือไอ้ที่กรี๊ด ๆ กันอยู่ 7-8 คนที่มาเมนท์มันอ่านแล้วอ่านอีก ?? ไม่ได้ว่าอะไรที่เมนท์น้อยนะ (ฮา อีนี่เคยสนเมนท์ด้วยหรอ ไม่มีคนเมนท์มันก็จะลงค่ะ) แต่อยากรู้ว่ามีคนอื่นนอกจากกลุ่มเป้าหมายอ่านเรื่องนี้มั้ย (เอ๊ะ แล้วถามผีผีจะมาตอบเรอะ)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ฟูจิ ฟูจิ ฟูจิ ฟูววววจี่~~~~~~~~~~~!!!!
(ซ้ำกับข้างบนอีก82บรรทัด)
ฮากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
สวยยยยยยยยยยยยย อั๊งงงงงงงงงงงงงง
“เทสึกะมีเรื่องอะไรไม่สบายใจรึเปล่า เล่าให้ผมฟังได้มั้ย”
<< อ๊ากกกกกกกก นึกภาพตามแล้วมันโมเอ้สสสสสสสสสส (เอ หรือเอโระหว่า)

เทะหล่อ ออกมารับลมหล่อ ว้าวุ่นใจหล่อ เดินหล่อ ทุกอย่างหล่อ ยกเว้นเวลาคิดว่ารักเบะ(????) ล้อเล่นก็ได้ แต่... อ๊ากกกกกกกกก ขัดจุยยยยยย

*มองจ้ามส่วนโอเระซามะไป*

อีชี่~~~~~~~~~~~~!!! กรูอยากรู้นัก มึงสรรหายาสลบมาจากไหน (ในessenceมึงก็ใช้นะได้ข่าว) cry ว้ายๆ ผู้ชายอันคราย (มันน่าว้าย)

ดี เอาเลย กด ทำร้าย ขืนใจ ทำให้รักตัวเอง เอาเลยอีชี่ เรื่องเทะไม่ต้องห่วง เด๋วอีนางคนสวยช่วยลากไปเอง

ห้าห้าห้า

ปล. อาจจะได้เมนต์ก่อนเหลือง เลยขอด่าล่วงหน้า อี๋ อีทากเสื่อม เมนต์ทุเรศอีกแล้วนะ
กร้าซซซซซซซซซซซซซซซซ

ยูชิ >///////< ฉลาดสมเป็นแก สุดยอด

(รอดูต่อ กร้ากกกกกกก)

เทะเริ่มฉลาดดดดดดดด ชี่ระวังงงงงงงงง

ปล. ฟูจิน่ารักอีกแล้ววววววววววววววววว นางเอกกกกกกกกกกกกกกกกกก
(ฮานะ ขอฝากด่าเหลืองล่วงหน้าด้วย...)open-mounthed smile
(..อี2ตัวข้างบนมันทำอะไร...สครีมตัวปลากรอบเหรอคะ)

ในที่สุดเทะมันก็ฉลาดจนได้
แต่
โอ้ยๆๆๆๆๆเบะดื้อออ แทนที่จาแฮปปี้ ชิ!!

อิชี่เจือกกก อี๊ๆๆๆๆ

ขำชินจิ...

ฮึ่ยๆๆ

#4 By :nakare: on 2008-02-28 21:16

เป็นผีตัวดำๆที่ไม่ได้เม้นทุกทีฮ่า อุครั่กๆ
เฮ้ย กู้ข้อสอบเทคโฮมออกมาซิคะะะะ

#5 By mikan on 2008-02-28 21:41

กรี๊ดดดดดดดดด~!! เทะจู่โจม~!!

เทะหล่ออออ ฉลาดดดด แล้วฮ้า!!! แต่อีเบะเล่นตัว!!ดื้อออ งอนนนนน บอกรักไปแล้วนะเฟร้ย อั๊ย!!

....อ่านๆไป รู้สึกว่า ความมั่นใจในตัวเองของเทสึกะในตอนนี้ = 100% ....

ชี่เอาอีกแล้ว!! โอ้ยยย ตายๆๆๆ แหกปากเข้าเทสึกะ

สาธุ....

ฮานะ...ฟิค ชี่ฟู เลือดปลอม เขี้ยวปลอม สารพัดของซาดิส มันก็หาได้หมด... แล้วยาสลบจะเหลือเรอะ..กร๊ากกกกก
โอ้ย ฮาคอมเม้นท์ จนลืมไปแล้วว่าตัวเองจะเม้นท์อะไร กร๊า

เทะแกเริ่มฉลาดขึ้นมานิดๆแล้วล่ะ แต่จะฉลาดขึ้นแค่ไหนต้องรออ่านตอนหน้า เหอะๆ

ชี่ เอ้ย แกนี่เอะอะก็โปะยาสลบเนอะ ว่าแต่ไปเอายามาจากไหนอ่ะ

คาบาจิ๊ หายไปไหนล่ะคร้า ไม่มาเฝ้าเจ้านายไว้ โดนอุ้มไปอีกแล้วเห็นม้ายยยยย

ฟูจิ โผล่มาทำไมล่ะนั่น เป็นตัวประกอบไปเลยนะเรื่องนี่ 55

เราเข้ามาอย่างมากก็สองรอบอ่ะ แบบอ่านผ่านๆกับอ่านเก็บรายละเอียด55

วันเสาร์สอบ ตรูยังไม่ได้อ่านหนังสือเลย 55
กีบ้าพลังแต่งฟิก เราก็บ้าพลังอ่านฟิกชาวบ้าน เหอะๆ เจริญจริงตรู

#7 By Mercutery on 2008-02-28 22:48