[Tenipuri Fanfiction] Oblivion... (14)

posted on 27 Feb 2008 22:07 by keechan  in Fiction

Edit

ทุกคนคะ.... อ่านอีกรอบนึงนะคะ กร๊ากกก ขออภัยยยย ล็อตที่แล้วเข้าใจผิดกันไปหลายคนอ่านรอบใหม่เซะว่าเข้าใจตรงมั้ยยย อ่ากกก เสียเซ้วเลย TT^TT ดั๊นผิดเอ๊งงงงง

พลาดแม้ประโยคเดียวคุณอาจตีความผิดค่ะ (นี่กรูเขียนนิยายสืบสวนสอบสวน???)

อ่านใหม่แล้วเมนท์ใหม่ได้นะ ไม่ว่า 5555



 

ก่อนอื่น

กด Ctrl + F5 ซะนะคะ เพื่อความอั๊ง

 

 

 

 

 

 

ระวังช็อคนะคะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Oblivion... (14)

 

 

 

ครั้งสุดท้ายที่ฉันได้ยินเสียงนาย... มันเมื่อไหร่กันนะ

“ยินดีต้อนรับกลับมานะ เทสึกะ” เสียงใสเอ่ยต้อนรับเขาตามสาย แสดงความยินดีอย่างไม่ปิดบัง การกลับมาของเทสึกะหลังจากเดินทางไปไกลถึงหนึ่งเดือนทำให้ฟูจิปลาบปลื้มยิ่งนัก

“ผมน่ะอยากจะเจอเทสึกะจะแย่อยู่แล้ว พรุ่งนี้เธอจะมาโรงเรียนรึเปล่า”

“ฉันก็คิดถึงทุกคนเหมือนกัน โทษทีนะที่ทำให้พวกนายต้องเป็นกังวล”

ยิ่งกว่าเรื่องที่แขนของเทสึกะหายดี อัจฉริยะแห่งเซชุนดีใจมากกว่าที่ได้กัปตันของตนกลับมาอยู่เคียงข้าง

“ฮะฮะ ไม่เป็นไรหรอก เทสึกะหายดีแล้วก็เป็นเรื่องน่ายินดีไม่ใช่เหรอ”

จากนั้นก็เป็นเรื่องคุยสัพเพเหระนิดหน่อย เทสึกะเคยคิดว่าอะไร ๆ มันคงจะเหมือนเดิม ในเมื่อเรื่องทุกอย่างจบสิ้นแล้วแต่กลับไม่ใช่อย่างที่คิด

ครั้งสุดท้ายที่เขาได้ยินเสียงคุณหนูที่แสนเอาแต่ใจคนนั้น อาโตเบะเป็นฝ่ายโทรมาหาเขาเองในเย็นวันเดียวกับที่เขาออกไปตามหาให้เจอตัวหลังจากเจอกับโอชิทาริในล็อบบี้ของโรงแรม แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่พบ กัปตันแห่งเฮียวเทพูดออกมาแค่ไม่กี่ประโยคเท่านั้น

‘ฉันจะกลับญี่ปุ่นแล้ว ถือซะว่าเรื่องพวกนี้ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วกัน... หายเร็ว ๆ ล่ะ’

น้ำเสียงออกจะติดรำคาญนิด ๆ ฝ่ายนั้นพูดจบก็วางสายไปโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาถามไถ่ให้กระจ่าง ครั้นพยายามโทรกลับก็ต่อสายไม่ได้

ไม่มีคนมาตื้อก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ เขารักษาแขนที่เยอรมันจนหายดีโดยไม่มีข้อกังวลใจได้ ทำไมเขาถึงยังรู้สึกแย่นะ แล้วความสัมพันธ์กับโอชิทาริ... เป็นยังไงกันแน่นะ

“เทสึกะ...?” ปลายสายทักเมื่อเห็นเขาเงียบไป

“...หือ?”

“เธอเป็นอะไรรึเปล่า?”

“เอ่อ... ไม่มีอะไรหรอก”

เทสึกะโกหกเต็ม ๆ

เรื่องของอาโตเบะยังวนเวียนอยู่เต็มหัว ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยคิดว่าสำคัญ อาโตเบะก็เป็นฝ่ายออกตัวเองว่าจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับเขา ควรจะแปลว่าอีกฝ่ายจัดการเรื่องวุ่นวายต่าง ๆ ด้วยตัวเองได้เรียบร้อยแล้ว

แต่ทำไม... เขายังเป็นกังวลอยู่อีก

“เหรอ งั้นก็เจอกันที่ชมรมนะ” ฝ่ายฟูจิได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจเท่านั้น เทสึกะเป็นคนอ่านออกยาก ยิ่งถ้าไม่ได้เห็นหน้าเขาก็ไม่อยากคาดเดา ตอนที่ไปเยี่ยมเมื่อครึ่งเดือนก่อนเขาก็รู้สึกว่าเทสึกะแปลกไป ร่างสูงเงียบขรึมมากกว่าเดิม ถ้าหากไม่ใช่คนช่างสังเกตอย่างเขาคงจะมองไม่ออก

มีอะไรบางอย่างที่เขาไม่รู้เกี่ยวกับเทสึกะ...

“อืม... แล้วเจอกัน”

หลังจากวางหูไปแล้วเทสึกะก็ยังจ้องโทรศัพท์อยู่อย่างนั้น เกี่ยวกับอาโตเบะ... เขาควรจะโทรไปอีกรึเปล่า เป็นไปได้สูงว่าจะโดนตอกกลับมาว่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง

กัปตันแห่งเซชุนกดโทรศัพท์หาเบอร์ที่จำได้ขึ้นใจ ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาตัดสินใจโทร แต่อีกฝ่ายไม่เคยรับสาย และมันไม่ใช่ปัญหา ‘ต่อไม่ติด’ แต่เพราะอีกฝ่าย ‘ไม่รับสาย’ ต่างหาก

นายกำลังทำให้ฉันไม่เป็นตัวของตัวเอง รู้บ้างมั้ย อาโตเบะ?

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

คุณชายแห่งบ้านอาโตเบะกดโทรศัพท์ทิ้งทันทีที่เห็นเบอร์คุ้นเคย เทสึกะช่างมีความพยายามที่ไล่โทรหมดทุกเบอร์ ตอนนี้กัปตันแห่งเซชุนกลับมาญี่ปุ่นแล้ว ด้วยสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ ไม่ช้าเขาก็จะได้เผชิญหน้ากันบนคอร์ทอีกครั้ง ในฐานะคู่แข่งตลอดกาล

3 สัปดาห์ก่อน... หลังจากความฝันอันแสนสุข เมื่อลืมตาขึ้นมาก็คือความจริงที่ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง

เทสึกะไม่ได้รักเขา ไม่เคยรักเขา

เทสึกะไม่เคยไล่ตามเขา ไม่เคยก้าวเข้ามาปลอบใจ ไม่เคยกอดเขาด้วยความตั้งใจของตัวเอง คำพูดหวานหูนั่น คำบอกรักตรึงใจเมื่อคืนนั้น เขาคิดไปเอง... คิดไปเองทั้งหมด ก็รู้อยู่แล้วว่าไม่มีทางเป็นไปได้

เขาถึงได้ร้องไห้.... ที่รู้ว่าความฝันนั้นสิ้นสุดลงแล้ว ช่างเป็นฝันที่สมจริงจนน่ากลัว

เพราะผู้ชายคนนั้น เขาถึงได้เพ้อจนเสียผู้เสียคนถึงขนาดจินตนาการไปคนเดียว นั่นทำให้อาโตเบะยิ่งเกลียดตัวเอง ขยะแขยงตัวเองที่คิดยึดติดกับคนอื่นได้ถึงขนาดนั้น

อาโตเบะ เคย์โกะที่ร้องห่มร้องไห้ต่อหน้าคนอื่น ขอความเห็นใจอย่างไม่อับอายแบบนั้นมันไม่ใช่เขา... ไม่ใช่เลย

ขาดเทสึกะไป... ไม่ตายหรอก

เพราะอย่างนั้นเขาถึงได้เลิกล้มทุกอย่าง หากเอาเทสึกะออกไปจากชีวิตได้ อะไร ๆ ก็คงกลับเป็นเหมือนเดิม เขาจะกลับเป็นอาโตเบะ เคย์โกะ ที่ใคร ๆ ต้องยอมรับนับถือในความสามารถ

ตัดความสัมพันธ์ฉาบฉวยนี่ออกไปซะ จบมันให้หมด แล้วชีวิตของเขาจะเลิศเลอเหมือนเดิม จะไม่มีใครแตะต้องเขาได้ ไม่มีใครเหยียบย่ำศักดิ์ศรีสูงส่งของเขาอีก ไม่มีอีกต่อไป!

ร่างโปร่งโยนโทรศัพท์ลงบนเตียงนุ่ม แล้วเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง

...เทสึกะ... กลับมาแล้ว

เขาส่ายศีรษะ ต่อจากนี้เขาจะมองเทสึกะเป็นแค่คู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อกันเท่านั้น

เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่าง มันเริ่มจากความรู้สึกที่มากเกินกว่าเพื่อนที่เขามีให้เทสึกะ ถ้าหยุดมันซะ ลืมมันไปซะ เขาจะกลับเป็นคนเดิม

แค่เอาคนคนหนึ่งออกไปจากชีวิต... ง่ายจะตาย

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

บรรยากาศรอบกายกัปตันแห่งเฮียวเทดูจะแปลกไป ไม่มีใครกล้าถามถึงสาเหตุการโดดเรียนไปเกือบเดือนของเขา แต่สิ่งที่สมาชิกในทีมเห็นว่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนก็คืออาโตเบะหงุดหงิดตลอดทั้งวัน แล้วก็ออกคำสั่งซ้อมที่หนักหนาสาหัส ทำเอากระทั่งพวกตัวจริงเหนื่อยจนขยับตัวไม่ไหว

คนที่รู้สาเหตุดีก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากอัจฉริยะแห่งเฮียวเท ถึงจะพอใจที่เขาไม่เห็นเงาของเทสึกะอีก แต่เขาเองก็เข้าใกล้อาโตเบะไม่ได้เหมือนกัน นอกจากมีคาบาจิคอยเคียงข้างแล้ว อาโตเบะยังถูกรุมล้อมไปด้วยบอร์ดี้การ์ดมืออาชีพ โอกาสที่จะได้เข้าใกล้นั้นน้อยนิดจนเขารู้สึกขัดใจ

และไอ้คำสั่งซ้อมโหด ๆ พวกนั้นก็ดูจะพุ่งเป้ามาที่เขาโดยเฉพาะเสียด้วย... ถึงเขาจะพูดจากวนโมโหใส่ หลอกล่อให้อาโตเบะเล่นเทนนิสด้วยกันก็แล้ว แต่อีกฝ่ายไม่ตกหลุมพราง

“คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน อ๋า? คนอย่างฉันไม่ลดตัวไปรับลูกเทนนิสที่นายตีมาหรอก โอชิทาริ”

กำแพงน้ำแข็งดูจะหนาและหนาวเยือกยิ่งกว่าเดิม ใบหน้างามเหยียดรอยยิ้มดูถูกอย่างถึงที่สุด แววตาก็กรีดแทงด้วยความเย็นชา หากเข้าไปแตะคงถูกเกล็ดน้ำแข็งบาดจนเป็นแผล

“เลิกทำท่าเหลาะแหละอย่างนั้นซะที! เฮียวเทจะไม่มีทางแพ้อีกเป็นครั้งที่สอง ได้ยินชัดแล้วก็ลุกขึ้นมา!”

เด็กหนุ่มผมทรงวีคัทกระโดดฮึดขึ้นมาหลังจากที่นอนแผ่หลาไปเพราะโดนบังคับให้วิ่งรอบสนาม 30 รอบ ทั้ง ๆ ที่เหงื่อยังท่วมตัว แต่กำลังใจยังดีอยู่ ทำให้อีกหลายคนลุกชึ้นตาม ๆ กันด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง แต่ที่จริงแล้วก็ปวดเมื่อยตัวกันพอดู

“ใครก็ได้ช่วยเบรกหมอนั่นทีเหอะ ก่อนที่พวกเราจะเหนื่อยตายกันหมด” มุคาฮิพึมพำเหมือนพูดกับตัวเองเพราะเรกงว่าเสียงจะดังไปเข้าหูคนที่ถูกพาดพิง

“ใครจะกล้าเล่า อยากจะโดนคำสั่งเพิ่มอีก 3 เท่าอย่างวันก่อนรึไง” ชิชิโดะ เรียวเถียง

แน่ละ ช่วงแรกของคำสั่งซ้อมมหาโหดก็ย่อมต้องมีคนแย้ง ผู้กล้าหาญคนนั้นก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล เรียกได้ว่าเป็นสาเหตุของเรื่องทั้งหมดด้วยซ้ำ ผลหลังจากที่โอชิทาริออกปากพูดเรื่องนี้ไป จากที่อาโตเบะให้ฝึกแรลลี่ 2 ชั่วโมงก็โดนเพิ่มเป็น 6 ชั่วโมงแบบปฏิเสธทุกคำอุทธรณ์

“วันนั้นกัปตันอาจจะอารมณ์เสียก็ได้นะครับ”

ชายหนุ่มในกรอบแว่นกระจกลอบสะอึก สาเหตุที่อารมณ์เสียก็เพราะเห็นหน้าเขาแหงซะ ถ้าเพื่อนร่วมทีมรู้เรื่องนี้ขึ้นมาเขาคงซวยทั้งขึ้นทั้งล่อง

“แล้วไง โจทาโร่ นายจะเสี่ยงรึไง”

“แหมก็ ถ้าจะต้องซ้อมเพิ่มอีกเป็น 3 เท่า ก็แปลว่าผมจะได้อยู่กับรุ่นพี่นานขึ้นไงครับ สำหรับผมมันไม่เหนื่อยเกินไปหรอก” ว่าพลางยิ้มหวาน แต่อีกฝ่ายแกล้งทำเป็นไม่ได้มอง

“เออ เออ งั้นก็ลองพูดดูสิ เจ้าบ้า ถ้าโชคดีก็ได้กลับบ้านเร็วหน่อย”

พอได้ยินคำอนุญาตโอโทริก็ลุกออกไปโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านจากคนอื่น ๆ ที่ไม่อยากเสี่ยง มุคาฮิลอบมองกัปตันของตน พอเห็นใบหน้าบอกบุญไม่รับเสียอย่างนั้นแล้วก็ไม่กล้าจ้องต่อ

“ให้ตายสิ ทำตัวอย่างกับทะเลาะกับแฟนมาแล้วมาระบายความโมโหใส่คนอื่น”

ไม่รู้ทำไมโอชิทาริจึงมีปฏิกิริยากับประโยคนั้น เขาเถียงขึ้นมาทันที “อาโตเบะยังไม่มีแฟนนะ กาคุโตะ”

“รู้แล้วน่า! แค่เปรียบเปรยไง ยูชิ!” อีกคนตอบอย่างหัวเสีย “ใครจะมาเป็นแฟนหมอนั่นได้คงต้องตายด้านอย่างคาบาจิไม่ก็เอาแต่ใจมากกว่าละมั้งถึงจะไปกันรอด”

“มุคาฮิ! โอชิทาริ!” เสียงทรงอำนาจขานเรียกทำเอาคนที่กำลังนินทาสะดุ้งเฮือก สงสัยเมื่อกี้เขาจะพูดดังเกินไป

“ท่าทางแรงยังดีอยู่นี่ อ๋า? พวกนายสองคนฝึกแรลลี่ซัก 3 ชั่วโมงแล้วกัน ส่วนเจ้าพวกขี้เกียจสันหลังยาวที่เหลือหลังแรลลี่ 1 ชั่วโมงแล้วจะไปไหนก็ไป”

มีแต่มุคาฮิที่อยากจะร้องไห้ ในขณะที่คนอื่น ๆ โล่งใจกันเป็นแถบ ถึงบางคนจะแอบนินทาต่อในใจว่าถ้าพวกเขาเรียกว่าขี้เกียจสันหลังยาวแล้วไอ้คนที่นั่งดูดน้ำส้มสบายใจเฉิบอยู่ริมคอร์ทซะ 3 ใน 5 ของเวลาซ้อมนั่นมันเรียกว่าอะไร

ฝ่ายคนที่ไปขอคำย่อหย่อนมาได้สำเร็จก็เดินยิ้มแป้นอารมณ์ดีกลับมา แววตาเป็นประกายวิบวับก่อนจะเอ่ยชวน “งั้นเดี๋ยววันนี้กลับด้วยกันนะครับ รุ่นพี่”

ชิชิโดะไม่ได้รับคำ เขาแปลกใจมากกว่าที่อาโตเบะยอมลงให้ง่าย ๆ อีกอย่างหนึ่งก็เพราะไม่ว่าเขาจะตกลงหรือไม่ตกลง โจทาโร่ก็คงเดินกลับบ้านด้วยกันอยู่ดีนั่นแหละ

“โจทาโร่ นายไปพูดอีท่าไหนอาโตเบะถึงได้ลดระดับความโหดได้ง่ายขนาดนี้”

“ก็ไม่มีอะไรนี่ครับ วันก่อนกัปตันคงจะอารมณ์เสียจริง ๆ ละมั้ง”

“แล้วทำไมฉันยังซวยอยู่ล่ะ!!!” คนที่รับกรรมเพราะดันนินทาได้ไม่ถูกจังหวะโวยวาย โดยหารู้ไม่ว่าที่ความซวยเพราะเยือนเพราะเขาจับคู่กับโอชิทาริต่างหากถึงได้พลอยโดนหางเลขไปด้วย

“อยากเพิ่มเป็น 5 ขั่วโมงรึไง มุคาฮิ” กัปตันแห่งเฮียวเทตะโกนสวยมา สายตาคาดโทษไม่ได้พุ่งมาที่มุคาฮิ แต่กลับเป็นอีกคน

อาโตเบะคลี่รอยยิ้มเหยียดหยาม รอยยิ้มอันหยิ่งยะโสและตั้งตนเป็นใหญ่เหนือกว่าใร เหมือนอาโตเบะเมื่อก่อนไม่มีผิด เขาคือชายทรงอำนาจที่ไม่มีใครกล้าทัดเทียม

โอชิทาริเคยคิดว่าตนเองได้ครอบครองอาโตเบะไว้ในมือ แต่ผิดซะแล้ว เมื่อได้เห็นใบหน้าที่มั่นใจในตัวเองเต็มเปี่ยม เขาถึงได้รู้ว่าสิ่งที่ทำไปไม่ได้ทำให้อาโตเบะเปลี่ยนไปสักนิด ตรงกันข้าม อาจยิ่งทำให้อาโตเบะสร้างตัวตนที่แข็งแกร่งเกินจะคว้ามาไว้ในมือได้

เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสามัญชนที่ต้องยอมสยบต่ออำนาจของพระราชาอย่างสิ้นหนทาง แต่กระนั้นความหลงใหลกลับยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ คงน่าตื่นเต้นที่จะได้เห็นปฏิกิริยาแบบอื่นอีก คิดไม่ผิดเลยที่ฉันเลือกที่จะสนุกกับนาย

อาโตเบะตวัดสายตา รู้สึกพอใจไม่น้อย ไม่ใช่เพราะเขาได้กลั่นแกล้งโอชิทาริแต่เป็นเพราะเขารู้สึกว่าตัวเองได้กลับมาสู่จุดยืนที่สมควร นี่แหละคือตัวเขา อาโตเบะ เคย์โกะที่ทำอะไรตามใจตัวเอง ไม่ว่าใครก็ต้องยอมสยบ ไม่มีใครจะยืนอยู่เหนือตำแหน่งของเขาได้

นี่แหละคือชีวิตที่เขาต้องการ ไม่ต้องรู้สึกหวั่นไหว ไม่มีความกังวล ไม่ต้องคิดว่าสิ่งที่พูดหรือแสดงออกไปจะน่าอับอายหรือไม่!

“กลับกันเถอะ คาบาจิ” หมดธุระแล้วอาโตเบะก็หันหลังให้กับคอร์ท แค่ลบเทสึกะออกไปซะมันก็ง่ายแค่นิดเดียว แล้วเท่านี้ชีวิตอันสงบสุขของเขาก็กลับคืนมาในที่สุด

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

แต่สิ่งที่อาโตเบะคิด กลับเป็นจริงอยู่ได้ไม่นาน ทันทีที่รถเคลื่อนมาถึงที่บ้านของตน เขาก็เห็นคนที่ไม่คิดว่าจะได้เจอ

กัปตันแห่งเซชุนยืนรอ— เรียกว่ายืนดักคงจะดีกว่า ใบหน้าคมยังบึ้งตึงเคร่งเครียดอยู่เหมือนเดิม เห็นแล้วน่าขำนัก

“อาโตเบะ” เทสึกะเป็นฝ่ายเอ่ยทักก่อน

“มาทำไม” ตอบห้วน ๆ แล้วหลบตา เขาไม่คิดอยากมองหน้าเทสึกะ ไม่อยากข้องเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้นอกเหนือจากในสนามแข่ง

เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว เขาอาจจะเปลี่ยนไปอีก... เขาจะอ่อนแอลง

“...นายสบายดีนะ”

“ตาบอดรึไงถึงต้องถาม”

“อาโตเบะ คุยกันดี ๆ ได้มั้ย”

“เรื่องอะไร ฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่าให้เลิกยุ่งได้แล้ว”

“นายกลับมาโดยไม่บอกอะไรเลย ตัดการติดต่อจากฉันทุกอย่าง ทำอย่างนั้นหมายความว่ายังไง”

รู้บ้างมั้ยว่าเขาเป็นห่วง?

“สนใจด้วยงั้นเหรอ เหอะ”

“อย่าเล่นตลกกับฉัน อาโตเบะ”

“นายต่างหาก เทสึกะ เลิกเล่นตลกซะที”

ตอนที่ฉันคิดถึงนาย ยกทุกสิ่งทุกอย่างให้ นายกลับไม่เคยตอบรับ กระทั่งตามไปถึงที่ไกลเกือบค่อนโลก ความรู้สึกพวกนั้น ไม่มีความหมาย

แล้วพอฉันตัดใจได้ ก็ย้อนกลับมาหา เพื่ออะไร?

“...โอชิทาริล่ะ ไม่ได้อยู่กับนายงั้นเหรอ”

...เจ้าโง่นี่ยังเข้าใจผิดอยู่ได้

แต่ทำไม... เวลาที่ได้ยินเทสึกะพูดเรื่องนี้ขึ้นมาจะต้องรู้สึกปวดในอกกันนะ

“ทำไมฉันจะต้องอยู่กับเจ้าบ้านั่น”

“นายมีอะไรอยากจะอธิบายให้ฉันฟังรึเปล่า” สิ่งที่ติดใจเขามาตั้งแต่ตอนที่อยู่เยอรมัน ตกลงแล้วเรื่องที่อาโตเบะต้องการจะบอกคืออะไรกันแน่ “มีอะไรที่ฉันควรจะรู้ใช่มั้ย”

ช้าเกินไปแล้ว... ช้าเกินไปมากแล้ว เทสึกะ!!!

“ไม่มีอะไรทั้งนั้น”

“งั้นที่ผ่านมาทั้งหมด เรื่องที่นายบอกฉัน...” เทสึกะเว้นช่วง “ที่นายบอกว่ารักฉัน ก็เป็นแค่เรื่องล้อเล่นรึไง”

เพียงเท่านั้นอาโตเบะก็ฉุนขาด มือเรียวยกขึ้นฟาดซีกหน้าอีกฝ่ายดังเพี้ยะ อาโตเบะหัวเราะอย่างขมขื่นแล้วตะโกนใส่หน้าคนโง่เง่าที่สุดที่เขาเคยพบ “คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน อ๋า?! ถึงได้กล้าถามเรื่องแบบนั้น หัดรู้จักใช้หัวสมองอันน้อยนิดของนายคิดเองซะบ้าง แล้วก็เลิกยุ่งกับฉันได้แล้ว!!!”

อาโตเบะผละออกมาแล้วเดินเข้าอาณาเขตคฤหาสน์ของตนเอง ส่งสัญญาณมือบอกบอร์ดี้การ์ดที่ตามเป็นพรวนให้นำแขกที่ไม่ได้รับเชิญออกไป

จะถามคำถามนั้นให้ปวดร้าวอีกทำไม ในเมื่อสำหรับเทสึกะแล้ว จะเป็นความจริงหรือไม่ เทสึกะก็ไม่เคยตอบรับความต้องการของเขาได้อยู่ดี

“อาโตเบะ เดี๋ยว! เรายังคุยกันไม่จบ!” เทสึกะอยากจะวิ่งตามเข้าไป แต่ก็ไม่สามารถผ่านด่านบอร์ดี้การ์ดที่รัดกุมได้

“มันจบแล้ว เทสึกะ!” จบมันเสียตั้งแต่ตรงนี้ เลิกทำให้เขาอ่อนแอลงเสียที “ถึงฉันจะเคยคิดอย่างนั้นกับนายจริง แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันจบสิ้นแล้ว ลืมมันซะ!”

ประโยคสุดท้ายเหมือนเป็นการบอกตัวเองมากกว่า อาโตเบะคิดว่าตัวเองจะลืมได้ คิดว่าจะไม่มีทางหวั่นไหวเมื่ออยู่ต่อหน้ากัปตันแห่งเซชุนอีก

อาโตเบะหัวเราะทั้งน้ำตาราวกับคนเสียสติ ทุกอย่างดูจะมาผิดจังหวะไปเสียหมด สิ่งที่เขาทำอาจจะเป็นการเริ่มต้นความผิดพลาดครั้งใหม่ ลึก ๆ แล้วอาโตเบะปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาต้องการความห่วงใยจากเทสึกะเหลือเกิน แต่นั่นก็อาจทำให้เขาเสียสิ่งสำคัญของตัวเองไป...

รู้ตัวอีกที เขาก็เสียสิ่งสำคัญไปแล้ว... แต่คว้าอะไรไว้ไม่ได้สักอย่าง

เอาเทสึกะออกไปจากชีวิตเขาทำได้ แต่จะเอาออกไปจากหัวใจนั้นช่างทำได้ยากเหลือเกิน

 

 

To be continued...

 

 

 

ไม่อยากเขียนเฉลยไว้เพราะมันเสียเซ้ว TT[]TT มันน่าจะชัดแล้วน้าาา โฮกกกกกกกกกกก

หวังว่าทุกคนจะเข้าใจตรงกัน... ฮืออออออออออออออ 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอยยยย กัคคุงด่าสะใจ.......โฮยยย
อีเทะ=คาบาจิสินะแบบนี้


กรี้ด ตอนนี้ไม่ปลื้มมม เทะกลับมาควายแล้ว
โหยยย ฉลาดเป็นแต่เรื่องขาวๆนะแกน่ะ..ฮึ่ยยยย

อีเบะก็จะเล่นตัวไปไหนวะ
โหย โหย โหยยยยยย

#1 By Uriel*幸村が大好き!! on 2008-02-27 22:40

แกว๊กกกกกกกกก ไม่เอ๊า!!!!!!!!!

/ตบๆๆๆๆ
/ตีๆๆๆๆๆ

นางมารก็โผล่มาแล้ว..อี๊

นี่มันคนละเรื่องกับตอนที่แล้ว เพ้อเจ้อจัง แต่งใหม่ซะนะ

#2 By :nakare: on 2008-02-27 22:49

^
อีrep.2 วอนตีนนะคะ หึหึหึหึหึ - -+

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
อีฟูออกแล้ว อีนางงงงง มายั่ว มาเร็ววววว มาแทรก มารักเทะ ฮากกกกกกกกกกกกกกกกก หนอย อีเทะรักเบะทีหลังงี้ เค้าเรียกว่าให้ร่างกายก่อนแล้วหัวใจตามมา แต่อีนางเราเจ๋งกว่า ชิมิ ชิมิ ชิเม้---------

ฟูจิรึ ออกจะก๊าววววว เหลือแสน (ได้ข่าวมันออกแค่จิ๊ดนึง)บอกแล้ว ไม่เอาแต่ใจ ไม่โลเล แถมยังรักเทะ อั๊งงงงง

ฮากกกกกกกกกกกกกกกกกก ลุ้นต่อตอนหน้า มันส์แน่

อีเทะ หล่อออออออออออ หล่อออออออออ จะโง่จะควายยังไงก็หล่อว่ะ หล่อชิบหาย ไม่บันยะบันยัง ฮากกกกกกกก

เบะ? อีคุณหนูเอาแต่ใจ!!! อีพวกคนรวยใจโลเล!!!

)(*^R$@#$^%FUY&(&*T*&T!!!!!!!!!!
กว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เสียสติ!!!!!!

ไม่ช๊อคเพราะเจอฟูจินะฮ้า... แต่ช๊อคเพราะ...

กร๊าชชชช ตอนที่แล้วพวกเอ็งยังอยู่หน้าขาวกันอยู่เลยนะเฟร้ย!!! ความรู้สึกตรงนั้นมันหายไปไหนห๊ะเบะเบะ~~เทะมันรักแกนะเว้ยย!!! *ดิ้น!!*

“ใครจะมาเป็นแฟนหมอนั่นได้คงต้องตายด้านอย่างคาบาจิไม่ก็เอาแต่ใจมากกว่าละมั้งถึงจะไปกันรอด”---เทะตายด้าน... =[]=

ไม่ได้ลองนับคำว่า โง่ ที่เบะด่าเทะ... แต่ท่าทางเยอะอยู่ (ยิ่งนับจากเม้นด้วยแล้ว....)

อย่าปากแข็งน่ะ...คายๆมันออกมา!! คนนึงก็เล่นตัว คนนึงก็รู้น้อย... *ล้มโต๊ะ*

มีฟูก็สนุกดีนะ.... สงครามนางฟ้า... (ไม่ใช่... -*-)






เทะกลับมาหาเมียรักแล้ว กรี๊ดดดดดดด อั๊งงงงงง
ดีจ้ะ กลับแล้วกลับเลยเหอะ ฟูน่ารักอั๊งๆดีออกนะจ๊ะเทะจ๋า

เทะหล่อ โฮกกกกกกก เพราะฉะนั้นเทะจงอยู่กะฟู 555

เบะ...ช่างหัวมัน

ชี่...ช่างหัวแว่น

ชอบหมาโจ~~~~~~~~~ 555 กลับบ้านด้วยนี่มีแผนอะไรป่าวจ๊ะ

#5 By +:+:+ミーピン+:+:+ on 2008-02-27 23:22

ดีมากคะopen-mounthed smile open-mounthed smile ลบออกไปเยยเคย์โกะซัง ดีลีทๆๆ (ฮ่าๆๆ)

มะ...มีกาคุโตะด้วยยยยยยยยยย
น่ารักกกชะมัดดดดดดดดดดดดดดดด

ซิลเวอร์ก็น่ารักกกกก กร้ากกกกก
พี่กีแอบแต่งซิลเวอเก่งงง ไม่ลองดูซักเรื่องหรอคะopen-mounthed smile ฮี่ๆๆๆ

ปล.จับเทะกลับไปไถนาที่เซชุนต่อcry
ปล2. ฟูจิ เธอช่างนางเอกกกกกกกกกกกกกกกกก
(หัวเราะ)
(อ่านคอมเม้นท์ทุกคนแล้วยิ่งหัวเราะ เหมือนความเห็นจะออกไป2ทาง กร้ากกก)

#6 By ย า โ อ [Y a o] on 2008-02-27 23:47

ขอฮาบรรดาคอมเม้นท์ก่อน กร๊า แต่ละคน ดูเหมือนจะไม่ค่อยเชียร์เทะเบะ เท่าไหร่เลย 5555

เราว่าเทะไม่ได้กลับมาโง่หรอก แต่อาโตเบะมันกลับมาโง่แทนมากกว่า

เทสึกะไม่ได้รักเขา ไม่เคยรักเขา ==> แล้วตอนที่แล้วมันอาร้ายยยยยย ทำไมคิดไปได้ว่าเทะไม่รักฟระคะ

ฟุจี๊ จะเป็นนางเอกหรือนางมารร้ายกันล่ะนี่ หึหึ

#7 By Mercutery on 2008-02-28 01:18

โฮกกกกกกก
เฮดบล็อกนั่น! อาโตเบะในโด คาบาจิ-อาโตเบะสินะ!
กร๊าซซซซซซ อาโตเบะสวยขึ้น(?)
สรุป มาเพื่อโฮกเฮดอย่างเดียวค่ะ...
*เดินเข้ามาเงียบๆ แล้วก็เดินออกไปเงียบๆ*
กร๊า เข้าใจชัดแจ้งแล้วค่ะ กีจัง แต่ถ้ากีไม่ทักเราก็คงเข้าใจผิดต่อไป คือเราอ่านข้ามไอ้ช่วงสามบรรทัดบนๆที่บอกว่าเทะออกมาหาเบะไม่เจอ
พออ่านมาล่างๆก็เลยงงๆนิดๆ แต่ไม่ใส่ใจอะไร 55

แต่ที่กีว่าก็จริงตอนที่แล้วเทะมันฉลาดเกินไป
ตอนนี้ก็บอกได้ว่าอีเทะก็ยังโง่เหมือนเดิม กร๊า ไอ้โง่ โง่ตั้งแต่ตอนที่เชื่อไอ้ชี่มันแล้ว แก๊

แล้วเมื่อไหร่เทะจะฉลาดล่ะวะคะ

#9 By Mercutery on 2008-02-28 18:44