[Tenipuri Fanfiction] Oblivion... (13)

posted on 25 Feb 2008 00:12 by keechan  in Fiction

บ้าพลังอีกแล้วครับท่าน พรุ่งนี้มีพรีเซนท์ แมร่ง กรูไปด้นสดเอาแล้วกัน

 

 

 

Oblivion... (13)

“ฉันน่ะถูกหมอนั่นข่มขืนเชียวนะ นายจะพูดได้เต็มปากงั้นเหรอว่าถึงอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร อ๋า เทสึกะ?”

 

 

 

 



เทสึกะตะลึงงันไปกับคำตอบนั้น เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองฟังผิดรึเปล่า แต่เสียงที่ได้ยินนั้นชัดเจน... และดูท่าจะไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะเอามาล้อเล่นอยู่แล้ว!

“พูดไม่ออกไปเลยงั้นเหรอ เทสึกะ” อาโตเบะเหยียดยิ้ม ตรงกันข้ามกับหัวใจที่กลวงเปล่า “นายได้ยินถูกแล้ว น่าสมเพชใช่มั้ยที่คนอย่างฉันจะถูกคนอย่างเจ้านั่น ข่---”

กัปตันแห่งเซชุนรวบร่างโปร่งเข้ามาในอ้อมกอด วงแขนแข็งแกร่งตวัดโอบล้อมทั้งร่างไว้

“...ฉันขอโทษ”

เขาไม่เคยรู้อะไรเลย... ไม่เคยคิดว่าสิ่งที่อาโตเบะเผชิญมาจะหนักหนาสาหัสถึงเพียงนี้ ทั้ง ๆ ที่อาโตเบะส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือมาไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง แต่เขาไม่เคยรับรู้

“ขอโทษทำไมกัน ไม่ใช่ความผิดของนายเสียหน่อย”

“ฉันไม่รู้ว่าเรื่องมันจะ...”

“...ไม่ต้องมาสงสารฉัน” อาโตเบะผละตัวออกจากอ้อมกอดอันปรารถนา ใบหน้างามก้มลงมองพื้น เขาไม่อยากเห็นหน้าเทสึกะ... สายตาคู่นั้นคงเต็มไปด้วยความสงสาร เขาไม่อยากได้... สายตาที่มองว่าเขาตกต่ำไปเบื้องล่าง

...ถึงแม้ว่ามันจะเป็นความจริงก็ตาม

“พอใจรึยัง ได้รู้เรื่องที่อยากรู้แล้วนี่”

เทสึกะกุมไหล่บางแน่น ความจริงที่ได้รู้เมื่อครู่ทำให้รู้สึกเหมือนถูกต่อยอย่างจัง เป็นเพราะเขาไม่เคยร้องขออะไรและเขามีอาโตเบะที่มอบความรักให้อย่างไร้เงื่อนไข เขาถึงไม่เคยรู้สึก...

ว่ามันสำคัญกับตัวเองมากแค่ไหน

ความรู้สึกนี้... ไม่ใช่แค่เพื่อน...

เขาปวดใจที่เห็นอาโตเบะหม่นหมอง ในยามปกติที่อีกฝ่ายมักจะชอบบ่นหรือตำหนิอะไรต่าง ๆ นานาเขากลับชอบ อาโตเบะที่เย่อหยิ่ง มั่นใจในตัวเองคนนั้น ถูกกระชากศักดิ์ศรีเสียป่นปี้ด้วยน้ำมือของคนอื่น

แค่คิดก็เจ็บใจจนทนไม่ไหว

“ฉันยกโทษให้ตัวเองไม่ได้” จริงอยู่ว่าเขาเห็นใจอาโตเบะ แต่หากกล่าวออกไปเจ้าตัวคงฟังเป็นว่าเขาดูถูกมากกว่า บัดนี้ใบหน้าก็ยังก้มต่ำไม่มองเขา

คงกำลังพยายามซ่อนน้ำตา...

“มันสายไปแล้ว เทสึกะ” เสียงนั้นช่างสั่นเครือ ศักดิ์ศรีของเขาพังทลายจนไม่เหลือซาก จะให้เขาทนฟังคำปลอบใจอีกมันเสียเวลาเปล่า “หมดเรื่องพูดแล้วใช่มั้ย ปล่อยฉันได้แล้ว”

“ไม่” ตอบคำเดียวแล้วโน้มลงประทับจุมพิตอันแสนอบอุ่น เป็นจูบครั้งแรกที่ออกมาจากความตั้งใจของเทสึกะเอง

เมื่อริมฝีปากอุ่นนิ่มสัมผัสริมฝีปากตน แรกเริ่มอาโตเบะถอยหนีด้วยหวาดหวั่นในการรุกรานแบบไม่ตั้งตัว แต่ลำแขนที่โอบกอดไว้ด้านหลังสื่อให้รู้สึกว่าปลอดภัย จูบนั้นช่างอ่อนโยน... จนอยากจะร้องไห้ออกมา

“...ทำ...ไม.............? ฉันบอกแล้ว.... ใช่มั้ยว่า... ไม่ได้ต้องการ... คำ....ปลอบใจ” คำพูดขาดห้วงเพราะแรงสะอื้น ไม่รู้ว่าตัวเองทำหน้าแบบไหนออกไป แต่คงเป็นภาพที่น่าอับอายที่สุดในชีวิต

“ฉันจะไม่มีวันปล่อยมือจากนายอีก” เทสึกะรั้งร่างโปร่งเข้ามากอด เขารู้ว่าอาโตเบะไม่อยากให้เห็นน้ำตา ร่างสูงโอบศีรษะได้รูปชิดกับอกตน

ที่เขาทำได้ตอนนี้... ก็คงมีเพียงแค่นี้เท่านั้น

“อย่าเก็บไว้... อาโตเบะ ร้องออกมา ความทรมานของนาย น้ำตาของนาย ฉันจะรับไว้ทั้งหมดเอง”

เพียงเท่านั้นน้ำตาที่เก็บไว้ก็พรั่งพรูออกมา คนอย่างเขา... คนอย่างอาโตเบะ เคย์โกะ ไม่เคยรับความเห็นใจจากใคร ไม่เคยมีใครเห็นความทุกข์ทรมานของเขา เพราะเขาเลือกที่จะปิดบังมันไว้เอง

คนที่จะยืนอยู่สูงสุดได้ ก็ต้องเข้มแข็งให้ได้อย่างนั้นสิ

“....เจ้า... งี่เง่า...”

เทสึกะได้ยินคำก่นด่าปนสะอื้น พร้อม ๆ กับรู้สึกถึงความเปียกชื้นที่เสื้อของตน เขายกแขนขึ้นโอบไหล่อีกฝ่ายราวกับปลอบโยนเด็กน้อยที่กำลังเสียขวัญ

น้ำตาของอาโตเบะ... ถึงจะสวยงาม แต่เขาไม่อยากเห็นสักนิด

“ฉันจะปกป้องนายเอง ต่อจากนี้ ตลอดไป”

ฉันจะอยู่เคียงข้างนายเอง เพราะว่าฉันอยากจะเห็นรอยยิ้มของนายอีกครั้ง

อย่าหนีไปไหนอีกเลย...

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

“ดีขึ้นรึยัง”

ทั้งสองคนยืนกอดกันอยู่อย่างนั้นไม่รู้นานเท่าไหร่ แต่ก็นานพอที่จะทำให้น้ำตาของอาโตเบะแห้ง

“............. ขอบใจ” กัปตันแห่งเฮียวเทตอบโดยซ่อนความเขินอายเอาไว้ ถึงจะไม่ชอบที่เป็นฝ่ายได้รับความเมตตาจากใคร แต่ความรู้สึกของการที่ถูกฉุดจากมุมมืดมิดที่สุดของหัวใจนั้นช่างโล่งอก

“กลับกันมั้ย” เทสึกะเอ่ยชวน อากาศเวลากลางคืนเริ่มเย็นลงมากแล้ว เขาคิดว่าควรจะถึงเวลาที่ได้นั่งคุยกันจริง ๆ จังๆ เสียที

แต่ทว่า อาโตเบะยังไม่เลิกกังวล ที่เทสึกะพูดเมื่อกี้นี้เขาจะถือเป็นจริงจังได้ใช่มั้ย กัปตันแห่งเซชุนออกปากเองว่าจะอยู่ข้าง ๆ เขาตลอดไป

“กลับญี่ปุ่นกันเถอะ”

คำชวนทำเอาเทสึกะอ้าปากค้าง เรื่องออกคำสั่งและเอาแต่ใจ ไม่มีใครเกินอาโตเบะได้เลย เขาลอบถอนใจแล้วแตะผิวแก้มนุ่ม

“อย่าใจร้อนสิ ฉันยังมีเรื่องต้องจัดการนะ”

“กลับไปรักษาแขนที่ญี่ปุ่นสิ นายจะหายดี”

“ไม่ใช่ ฉันหมายถึงฉันจะต้องแจ้งเรื่องขอกลับก่อน”

คราวนี้ฝ่ายที่ตะลึงกลายเป็นอาโตเบะ “...เทสึกะ”

“ฉันจะกลับญี่ปุ่นกับนาย” ร่างสูงย้ำ

กัปตันแห่งเฮียวเทเกือบจะฉีกยิ้มด้วยความดีใจ แต่ไม่อยากแสดงออกว่าตัวเองดีใจเพราะเทสึกะทำตามคำขอ จึงได้เสหน้าไปทางอื่น “...เจ้าคนใจเร็วนี่ ตัดสินใจปุบปับจริงนะ”

เทสึกะอมยิ้ม กำลังอายอยู่สินะ เขาอยากจะแกล้งแหย่บอกว่า ‘หรือนายไม่อยากให้ฉันกลับ’ เสียจริง แต่เห็นแก่อาโตเบะ เขาจะยอมให้แล้วกัน และคงจะยอมได้อีกหลาย ๆ ครั้ง

“ไปเถอะ” มือใหญ่ยื่นออกมาให้เขาจับ บัดนี้อาโตเบะดีใจจนลืมเรื่องที่รบกวนจิตใจไปหมดสิ้น

นี่ไม่ใช่ฝันใช่มั้ย...? เทสึกะยื่นมือมาให้เขา ยอมรับเขา... เหนือสิ่งอื่นใด แม้แต่เรื่องเทนนิส

เขาหวังว่าฝันอันนี้จะคงอยู่ไปชั่วนิรันดร์

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

อาโตเบะไม่ลืมที่จะเรียกคาบาจิกลับมาด้วย และทันทีที่เหยียบเข้าประตูโรงแรม สายตามาดร้ายของโอชิทาริก็พุ่งมาทันที อัจฉริยะแห่งเฮียวเทดูจะประหลาดใจไม่น้อยที่เห็นเทสึกะเดินกลับมาด้วย โอชิทาริเก็บงำความขุ่นเคืองไว้ในใจ แล้วเริ่มดำเนินการ ‘กวนน้ำให้ขุ่น’ อีก

“ไง อาโตเบะ ไปเดินเล่นถึงไหนมา อย่ารบกวนเทสึกะสิ”

ถึงเจ้าตัวจะอยู่ห่างเพราะมีคาบาจิคอยคุมเชิงอยู่ แต่แค่ได้ยินเสียงอาโตเบะก็ซ่อนความหวั่นไหวไว้ไม่มิด เทสึกะรู้สึกได้ว่ามือที่ตนกอบกุมอยู่สั่นเล็กน้อย กระนั้นเขาก็ยังตีสีหน้าเรียบเฉย มองชายหนุ่มอีกคนกลับด้วยสายตาที่แสดงความเป็นศัตรูไม่แพ้กัน

โอชิทาริเองก็รู้สึกได้ว่าเทสึกะไม่เหมือนเดิม “มีอะไร เทสึกะ”

ยังไม่ทันจะเอ่ยทับถมกับเรื่องยกเมฆที่ปั้นขึ้นมาได้ในหัว ร่างสูงที่เดินตรงเข้ามาก็ส่งกำปั้นหนักหน่วงเข้าที่หน้าจนแว่นกระเด็นหลุดออก ผู้คนที่อยู่ในล็อบบี้ต่างตื่นตระหนกกับเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นกะทันหัน

โอชิทาริที่โดนแรงต่อยจนเสียหลักทั้งตกใจและเดือดดาล เขาผุดลุกขึ้นตั้งท่าจะเอาคืนให้สาสม แต่กลับถูกคาบาจิขวางไว้ ถ้าเป็นเทสึกะเขาแน่ใจว่าไม่มีทางแพ้ แต่เขากับคาบาจิกำลังต่างกันเกินไป และดูท่าว่าเขาจะกลายเป็นผู้ร้ายเต็ม ๆ เพราะไม่มีใครคิดว่าคนที่มากับอาโตเบะจะเป็นฝ่ายผิด

ทนนิ่งไว้ก่อนจะเป็นการดีมากกว่า... โอชิทาริคิดเช่นนั้นแต่ความโกรธในใจกำลังลุกโพลงเป็นไฟ

“เลิกยุ่งกับอาโตเบะซะ เขาไม่ใช่ของของนาย” เทสึกะประกาศ ขณะที่โอบไหล่กัปตันแห่งเฮียวเทไว้อย่างถือสิทธิ์ เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงตัดสินใจเชยคางเรียวแล้วประกบริมฝีปากเร่าร้อนลงไป เรียวลิ้นอุ่นรุกล้ำเข้าไปภายในโพรงปากอีกฝ่าย หยอกเย้าซึ่งกันและกันยาวนาน แทบจะทำให้อาโตเบะลืมว่าขณะนี้อยู่ในสถานการณ์แบบไหน

นั่นดูจะเป็นการเพิ่มความแค้นให้กับโอชิทาริเสียมากกว่า แต่เท่านั้นยังไม่ถึงเสี้ยวความเจ็บปวดของอาโตเบะ เทสึกะตวัดสายตาแล้วนำอาโตเบะเดินออกไป อัจฉริยะแห่งเฮียวเทสบถอะไรบางอย่างออกมา แต่เขาไม่สนใจจะฟัง

เท่านี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ!

เมื่อโอชิทาริไม่หาความต่อ ทั้งสามคนก็หลุดรอดมาจากล็อบบี้ที่วุ่นวาย เทสึกะกล่าวขอบคุณคาบาจิที่เข้ามาขวาง เขาเองยอมรับว่าถ้าโอชิทาริคิดจะสู้ต่อเรื่องคงไม่จบง่ายดายเช่นนี้

เทสึกะอาสาจะขึ้นไปส่งอาโตเบะถึงบนห้อง คาบาจิที่รู้สถานการณ์ดีจึงแยกตัวไปที่ห้องพักของตนตามคำสั่งของอาโตเบะ

นับว่าเป็นครั้งแรกที่อาโตเบะได้เห็นเทสึกะขมวดคิ้วเป็นปมแน่น ถึงทุกทีร่างสูงจะมีใบหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลา แต่คราวนี้ความโกรธแสดงออกมาให้เห็นชัดเจน จนกระทั่งเขามาถึงที่ห้องแล้วก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า

“ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นหรอกนะ” อาโตเบะบอก ถึงแม้ว่าจะรู้สึกดีใจที่อีกฝ่ายโกรธแทนเขา แล้วก็รู้สึกสะใจไม่น้อย แต่ก็บดบังความตรงไปตรงมานั้นไว้ “เจ้านั่นทำเป็นแต่เห่าเท่านั้นแหละ ไม่ต้องไปสนใจหรอก”

“...ฉันอยากจะทำมากกว่านั้นด้วยซ้ำ” เทสึกะตอบอย่างขุ่นเคือง “นายประมาทเกินไป เพราะไม่เคยสั่งสอนซะบ้างน่ะสิคนอย่างหมอนั่นถึงได้กำเริบเสิบสานกล้าทำ--- เรื่องอย่างนั้นไงล่ะ” พยายามเลี่ยงเรื่องที่จะสะเทือนใจอาโตเบะ พอพูดถึงขึ้นมาเขาก็โมโหนัก

“...ไม่ชอบ.. ล่ะสิ”

“ก็แน่อยู่แล้ว---!” เทสึกะคิดว่าอาโตเบะถามเรื่องการกระทำของโอชิทาริ แต่อีกฝ่ายไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกัน อาโตเบะหมายถึง... อีกอย่างหนึ่ง

“ร่างกายของฉัน ที่ถูกคนอย่างหมอนั่น... ย่ำยี” อาโตเบะเปิดประตูห้องจังหวะเดียวที่เอ่ยคำเชือดเฉือนหัวใจตนเอง เทสึกะไม่ตอบอะไรแล้วเปิดประตูให้ ก่อนจะเดินตามเจ้าของห้องเข้าไป

“ฉันคงไม่ตามมาถึงที่นี่ถ้าคิดแบบนั้น”

“มันน่าทุเรศ....... น่าตลกมั้ยที่ฉันเคยคิดว่าความสัมพันธ์ของฉันกับนายจะต้องสมบูรณ์พร้อม แต่นายก็สลัดรักฉันตั้งแต่แรก แล้วฉันเองก็ตกต่ำสิ้นดี---“

เทสึกะโอบร่างโปร่งจากด้านหลัง มือใหญ่ยกขึ้นปิดริมฝีปากได้รูปไม่ให้เอ่ยอะไรที่ทำร้ายตัวเองไปมากกว่านี้

พอเถอะ... อย่าตอกย้ำความเจ็บปวดให้ยิ่งลึกเลย

“จำดอกทานตะวันได้มั้ย” เขาหมายถึงดอกทานตะวันของแวนโก๊ะที่ได้ไปชมด้วยกัน อาโตเบะไม่ชอบภาพดอกทานตะวันเพราะว่ามันเหี่ยวแห้ง

คนที่อยู่ในอ้อมกอดพยักหน้ารับ เขาเกลียดภาพดอกทานตะวันนั่นเพราะดูเหมือนตัวเองไม่มีผิด ชอบที่จะชูช่อ ทำตัวเทียบเท่าดวงอาทิตย์ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วไม่ได้มีอะไรพิเศษกว่าดอกไม้ชนิดอื่น สุดท้ายแล้วก็มีวันจะต้องร่วงโรย ถูกเหยียบย่ำ แต่เขาก็ยังรักที่จะแหงนขึ้นไปมองดวงอาทิตย์ แสงสว่างที่ส่องลงมามีอำนาจเหนือทุกสรรพสิ่ง

“ดอกทานตะวันไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ยังสดใส ดอกที่ร่วงโรยไปแล้วก็จะเชิดชูก้านขึ้นมาได้ใหม่ ไม่คิดอย่างนั้นเหรอ”

ความเงียบเป็นคำตอบให้คำถามนั้น เทสึกะโน้มตัวลงประทับรอยจูบลงที่ลำคอเรียว ร่างเพรียวสะดุ้งด้วยแรงประทับที่หนักหน่วง

“ไม่มีอะไรจะเปลี่ยนอาโตเบะ เคย์โกะ ได้หรอก เลิกคิดมากเถอะ”

น่าจะเป็นเขามากกว่าที่ควรจะได้ว่าเทสึกะ เพราะเจ้าตัวชอบทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ตลอดเวลา มาสั่งสอนเขาอีกแล้ว

ทุกอย่าง... จะเหมือนเดิมได้จริง ๆ เหรอ?

“พิสูจน์สิ เทสึกะ” กัปตันแห่งเฮียวเทออกคำสั่งตามวิสัยที่เคยชิน “พิสูจน์ว่าฉันไม่ได้เปลี่ยนไป”

อาจจะฟังเป็นคำสั่งที่พิลึก ทั้ง ๆ ที่คนที่ควรจะรู้เรื่องของตัวเองดีที่สุดน่าจะเป็นเขาเอง ไม่รู้เมื่อไหร่ที่พอมีเทสึกะเข้ามาในหัวใจ เขาต้องการคำยืนยันที่ชัดเจนจากผู้ชายคนนี้

กัปตันแห่งเซชุนโอบกอดร่างโปร่งแน่นขึ้น เมื่อยามที่เห็นรอยแผลจาง ๆ ที่ข้อมือขาวยิ่งทำให้รู้สึกแค้นใจนัก เทสึกะคว้าข้อมือเรียวขึ้นจูบระจนรอบ สูดกลิ่นกายหอมหวนจากอีกฝ่ายโดนไม่ยั้งความปรารถนาของตัวเอง

รักมากขนาดนี้แท้ ๆ... ทำไมถึงเพิ่งจะรู้ตัวนะ

เทสึกะซุกไซ้ริมฝีปากของตนไปทั่วผิวขาว ไม่มีส่วนใดเปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยสัมผัส เสื้อผ้าถูกปลดออกจากร่างทีละชิ้นอย่างไม่รีบร้อน ตั้งแต่หน้าประตูจนมาถึงเตียงใหญ่ ไม่มีวินาทีไหนที่ร่างของอาโตเบะจะหลุดออกจากอ้อมกอดของเทสึกะ ฟููกหนานุ่มยุบลงตามน้ำหนัก ร่างสูงกดจูบหนัก ๆ ดูดเม้มริมฝีปากสีกุหลาบซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้สาแก่ความคิดถึงและเพื่อลบรอยมลทินให้แก่ร่างที่สวยงาม

เสื้อเชิ้ตตัวในสุดถูกโยนทิ้งไว้ข้างเตียง แผ่นอกสีงาข้าง ผิวนิ่มลื่นที่เรียบเนียนดูราวกับไม่เคยแปดเปื้อนสิ่งใด เทสึกะกดนิ้วลงตามร่องอกแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ย

“นายยังสวยเหมือนเดิม อาโตเบะ”

ช่างบริสุทธิ์ผุดผ่อง... เหมือนกับครั้งแรกไม่มีผิด

“นายยัง... ดูไม่หมด” อีกฝ่ายเถียง

ร่างสูงแย้มยิ้ม มือใหญ่ประคองท้ายทอยร่างโปร่งให้เอนขึ้นรับจุมพิตรสหวานอีกครา เทสึกะดึงกางเกงผ้าเนื้อดีของอีกฝ่ายลง แกล้งแตะสัมผัสส่วนอ่อนไหวเป็นการหยอกล้อ

“ฉันจะพิสูจน์ให้หมดแน่”

โพรงปากอุ่นเข้าครอบครองแก่นกายอย่างไม่ลังเลจนอาโตเบะสะดุ้ง ...ของเขา.. กำลังอยู่ในปากของเทสึกะ

สัมผัสหวาบหวิวปลุกเร้าให้แรงอารมณ์ของอาโตเบะพุ่งสูงขึ้นได้ไม่ยาก ยิ่งถ้าเป็น... เทสึกะด้วยแล้ว เขาไม่ลังเลที่จะปล่อยตัวปล่อยใจไปกับอารมณ์เร่าร้อนที่คุกรุ่นอยู่ภายใน

“...เท... สึกะ อ... อา...” เอ่ยเสียงครางแว่วหวานพร้อมดวงตาที่ชื้นฉ่ำ อาโตเบะคงไม่รู้ตัวว่าตนเองก็ทำให้เทสึกะใจเต้นแรงจนดังก้อง

ในที่สุดอาโตเบะก็ปลดปล่อยแรงอารมณ์ที่ขึ้นจนสุด เทสึกะกลืนน้ำรักของอีกฝ่ายลงลำคอทุกหยาดหยดโดยไม่รู้สึกรังเกียจ ใบหน้าเบื้องหน้าที่แดงก่ำ แผ่นอกที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ เทสึกะรู้สึกว่าภาพเหล่านั้นเป็นสิ่งที่เพลินตายิ่งนัก

ดวงตาของเทสึกะกำลังยิ้ม... อาโตเบะรู้ได้เมื่อสบดวงตาที่จ้องมองตน

...อย่ามองตรง ๆ อย่างนั้นได้มั้ย เจ้าบ้านี่...

คิดอย่างนั้นแล้วอาโตเบะก็เสมองไปทางอื่นจนเทสึกะหัวเราะ มือทั้งสองประคองใบหน้างามให้หันมามองตน

“มองฉันสิ ฉันจะได้รู้ว่านายพอใจหรือไม่พอใจ”

ก็เพราะพอใจนั่นแหละถึงไม่อยากให้เห็น!

“ฉันจะมองอะไรก็เรื่องของฉัน”

กัปตันแห่งเซชุนหลุดหัวเราะอีกครั้ง จนคนฟังเริ่มจะไม่สบอารมณ์ขึ้นมา

“ห้ามหัวเราะ!”

“เอาแต่ใจจริงๆ” เทสึกะว่า ก่อนจะเว้นช่วงแล้วพูดขึ้นอีก “......น่ารัก”

“ว... ว่าไงน---“ ริมฝีปากถูกปิดทับลงมาอีกเมื่ออาโตเบะตั้งท่าจะเถียง เทสึกะฉวยโอกาสใช้นิ้วเบิกทางส่วนอ่อนไหวด้านหลังอย่างแช่มช้าเพื่อให้ร่างโปร่งเคยชิน

“ได้มั้ย?” ช่องทางด้านหลังยังปิดสนิทแน่นเหมือนครั้งแรกไม่มีผิดจนเขาเกรงว่าอาจจะทำให้อาโตเบะเจ็บตัวอีกจึงต้องเอ่ยถาม

“พิสูจน์... ให้หมด” ถึงจะรู้สึกอึดอัดเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมใส่เข้ามา แต่อาโตเบะก็ต้องการเทสึกะ... เขาต้องการเทสึกะอยู่เสมอ

เมื่อได้รับคำอนุญาตเทสึกะจึงเริ่มเคล้นคลึงให้ร่างกายอีกฝ่ายผ่อนคลาย ยามที่กายของอาโตเบะบิดเร่าด้วยความเสียวซ่าน ผิวเนียนที่ชื้นแฉะด้วยเหงื่อ ยิ่งได้เห็นยิ่งได้สัมผัสก็ยิ่งทำให้ตื่นเต้น

“รับฉันเข้าไปนะ... อาโตเบะ” เทสึกะจ่อแก่นกายของตนที่ปากทางเข้า ก่อนจะดุนดันเข้าสู่ภายในร่างเบื้องล่าง เรียกเสียงกรีดร้องหวาบไหวให้ดังขึ้น แม้จะพยายามสอดใส่อย่างช้า ๆ แต่แรงอารมณ์ที่ถูกกระตุ้นขึ้นจนเตลิดไม่อาจทนรอเช่นนั้นได้ เทสึกะฝืนดันความเป็นชายของตนเข้าไปจนมิด

เม็ดเหงื่อผุดขึ้นบนหน้าผากเรียว เทสึกะก้มลงจูบซับ แล้วเอ่ยถามอย่างห่วงใย “เจ็บรึเปล่า...”

ถ้าไม่รู้สึกเจ็บก็คงแปลก... แต่ความเสียวกระสันท์อยู่เหนือกว่ามากนัก “ขยับสิ เทสึกะ”

ได้ยินเสียงเย้ายวนเชิญชวนเช่นนี้มีหรือเทสึกะจะหยุดได้ ร่างสูงขยับกายเสียดสีกับผิวเนื้อภายในอย่างช่ำชอง กายเบื้องล่างขยับรับสอดประสานจนเป็นหนึ่งเดียวกัน

“เทสึกะ... เทสึกะ...”

“อาโตเบะ...”

เสียงเรียกชื่อซึ่งกันและกันดังซ้ำไปมาราวกับท่องมนต์ เทสึกะโอบกอดร่างโปร่งไว้แน่นก่อนจะปลดปล่อยธารอารมณ์ของตนภายในร่างที่งดงาม

ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย... นายยังสวยงามไม่เปลี่ยนแปลง

ลมหายใจหอบถี่ดังกระทบกันในความเงียบ เป็นเทสึกะที่เอ่ยขึ้นก่อน


“สวยมาก... นายรู้มั้ยว่าฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลก”

ร่างเบื้องล่างถึงแม้จะเหนื่อยอ่อนเต็มทีแต่ยังไม่เลิกต่อปากต่อคำ “เพิ่งจะรู้ตัวงั้นเหรอ โง่ชะมัด”

เทสึกะยิ้มแล้วโน้มใบหน้าลงจูบระทั่วใบหน้างาม ตั้งแต่ปลายจมูกโด่ง ริมฝีปาก หน้าผาก ผิวแก้ม จนถึงเปลือกตา ตอนนั้นเองที่สัมผัสได้ถึงน้ำตา

“...อาโตเบะ?”

“อะไร”

“นาย... ร้องไห้ทำไม”

คนถูกทักยกมือขึ้นแตะที่หางตา เขาร้องไห้จริงอย่างที่อีกฝ่ายว่า ทำไม...?

เทสึกะลูบเรือนผมนุ่ม เขาตั้งใจจะปลอบ มีอะไรที่อาโตเบะเก็บไว้ในใจแล้วเขาไม่รู้อีกรึเปล่า เขาไม่อยากจะทำพลาดอีกเป็นครั้งที่สอง

“...ไม่มี...อะไร"

อาโตเบะโอบร่างสูงให้แนบกาย ซ่อนหยาดน้ำตาไว้....

เขาก็คงแค่... ดีใจเกินไป

 

 

 

 



เท่านั้นเอง

 

 

 

 

 

To be continued..

 

 

 

น้ำเน่าจริงเว้ย!!!!!

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

หายโง่วแล้ววววววววววว

อิชี่แพ้เลย สมน้ำหน้า ฮ่าฮ่าฮ่า

cry cry cry

#1 By :nakare: on 2008-02-25 00:24

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
วะโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
อีเทะหล่อตั้งแต่บรรทัดแรกยันบรรทัดสุดท้าย!!!! หล่อ หล่อ หล่ออออออออ ผู้ชายบ้า~~~~~~~~~!!!!!!

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด *ดีดดิ้น*

ทำไมต้องเป็นเบะ---------------------
ฮากกกกกกกกกกกกกกกก ไม่พอใจ ฮื้ออออออออ โอเระซามะบ้า~~~~~~!!!!!!!

อีชี่ อย่าหยุดแค่นั้น ขวางต่อไป ร่วมมือกับฟู... ไม่เอา เด๋วพวกแกลงเอยกัน
ร่วมด้วยช่วยกันขวาง!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เทะ~~~~~~~~~~~~!! อย่าโง่ สวยกว่านี้มีอยู่ใกล้ๆโรงเรียนเดียวกัน ถึงจะดูโรคจิตและสยองไปหน่อย แต่ไม่ถือตัว ไม่หัวสูง ไม่อวดรวย ไม่หลงตัวเอง นะ นะ น้า~~~~~~~~~~~~~~~~!!!!!!!!!!!!

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เมนต์ไม่ออกอีกแล้ว สครีมใส่เอ็มจนเอ็มหลุดกี่รอบแล้วเนี่ยอร้ากกกกกกกกกกกกกกกกก

อุสแห่งชัยชนะ คาบาจิชนะเลิศ

เทะต่อยชี่ เทะต่อยชี่ แม่งงงงง เลิศศศศศศศศศศศ
ดีมากกกก คนหล่อก็เลวได้ เลวได้แล้วก็ยังหล่ออีก
อ๊ากกกกกกกกกกก มากไปแล้วเทสึกะ

แต่....

เก๋ไปเอาความแรดนี่มาจากไหน
อร้ากกกกกกกกกกกกกกกกก
อีเทะก็นะ หื่นเชียงนะมรึงงงงงงงง

ฮึ้ยยยยยยยยยยยยย

“เพิ่งจะรู้ตัวงั้นเหรอ โง่ชะมัด”
^
^
ตบเข่าฉาด28ที
สะใจโว้ยยยยยยยยยยยยยยยย

#3 By Uriel*幸村が大好き!! on 2008-02-25 00:29

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก~!!!! ได้ใจสุดๆ ช่วงแรกเพลงโดน!!

ในที่สุดเทะก็หายโง่~!! เบะเบะก็เลิกปากแข็ง ฮิ้ววว~~~!!

...ดีใจ....

คาบาจิ....นายเห็นอะไรไปบ้าง?? -*-

เทะสุดยอดเหอะ ไม่น่าเชื่อว่าจะกล้าชกใคร แต่ก็อยากรู้ ว่าต่อยกันใครจะชนะ *หัวเราะ*

แต่....แต่ เทะแอบหื่นนนนนนนน กรี๊ดดดด~~!! หล่อโว้ยยยย หล่ออออออออออออ!!! มันหล่ออออ!!

เบะน่ารักที่สุดดดดดดดดดดด

ดิ้น......ชัก...ตาย
เน่าจริงๆด้วย
สวีทกันออกนอกหน้าไปป่าวคะตอนนี้

เทะสึกะเอ๋ย พึ่งฉลาดรู้หัวใจตัวเองเรอะวะ เห็นซื่อๆเงียบๆมานาน ตอนนี้ทำไมพูดอะไรเลี่ยนนักวะ แถมหื่นอีกต่างหาก

อาโตเบะก็เคะราชินีจริงๆนะหล่อน

สมน้ำหน้าชี่ ต่อยหมัดเดียวยังน้อยไปนะเทะ กลับมาตื้บซ้ำเลยยยยยย

คาบาจิ บอดิการ์ดสุดเจ่ง 55

#5 By Mercutery on 2008-02-25 01:20

เน่ามากเลยกี ถูกใจ!!
ขอสารภาพนะ ว่า
พอมันเป็นอาโตเบะ
เราจิ้นแล้วขำตลอดดดดดดดด
แบบ เฮ่ย โอ้ย กร้ากกก
อาจจะต้องยกอานิสงค์ให้เพลงเคนซัง
เน่าเลย ฮา!!


กีจัง
แต่งฟิคเป็นงานหลักกกกกกกกกกก

ฮา

#6 By mikan on 2008-02-25 04:45

โอ๊ย เชียร์เม้นฮานะค่ะ แต่เชียร์ตอนท้ายๆนะ 5555555+


ยูชิสู้เค๊า////////cry
อย่ายอมมมมมมอย่ายอมมมมมมม
(เชียร์ซะเหมือนมันเปนพระเอก...)


open-mounthed smile แอบอยากเหนฟูฟูโผล่มามั่ง........
ลืมเม้นเทะกับเบะ...ขออีกรอบนะ5555...(พอจะเม้นแล้วในหัวมันมีแต่ชี่.......ช่วยไม่ได้คะ)open-mounthed smile


.....แบบว่าอีเทะ พอจะฉลาด ก็อัพพพอินแทลลิเจ้นท์ได้ว่องไวมากเคอะ โคตรรฉลาด ก๊ากกก..อ่านแล้วรู้สึกเหมือนเป็นคอนราด...(กับน้องวูลฟ์!?!??)

อาโตเบะ.... ราชินี......
เคะราชินีสุดยอดมาก555
(แต่ชั้นว่านายเปนคนที่โชคดีที่สุดในโลกต่างหาก .....ชี่ปล้ำเชียวนะ!!!!....*หัวเราะ*)