[Final Fantasy VII Fanfiction] Maybe, Goodbye (14)
posted on 02 Dec 2007 19:14 by keechan in Fiction, FinalFantasy-KingdomHeartsMaybe, Goodbye (14)
... เขากำลังฝัน...
ร่างของเขาถูกห้อมล้อมไปด้วยสารประหลาดสีเขียว เขาเคยเห็นมันมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว สายธารสีเขียวที่เป็นแหล่งพลังงานของสรรพสิ่ง ถูกดัดแปลงด้วยน้ำมือมนุษย์เสียจนแปดเปื้อน และสุดท้ายมนุษย์เองก็เป็นเหยื่อที่ต้องทนแบกรับอาการผิดปกติอันเป็นพิษมาจากสารนั้น
พลังงานมาโค...
ข้างในร่างกายนี้แปดเปื้อนไปด้วยสารสีเขียวนั้นมากเท่าไหร่แล้วนะ... มากพอที่จะทำให้รู้สึกว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไป เขามองอะไรอย่างอื่นไม่เห็นนอกจากลำแสงสีเขียว สัมผัสด้านชาจนไม่รู้สึกถึงความอบอุ่น ทุกอย่างรอบกายเงียบกริบ แยกไม่ออกว่าตัวเองยังคงสติสัมปชัญญะไว้ได้หรือว่ากำลังล่องลอยอยู่ในความฝันที่ไม่มีทางออก...
ทำไม... ถึงมาอยู่ตรงนี้ได้นะ?
จะตื่นหรือหลับก็คงไม่ต่างอะไรกันมากเท่าไหร่ เด็กหนุ่มคิดแล้วปล่อยให้จิตใจของตัวเองล่องลอยไปอย่างไร้จุดหมาย จะดีแค่ไหน... ถ้าได้หลับไปโดยไม่ต้องตื่นขึ้นมาอีกเลย
พิษของมาโคทำลายประสาทสัมผัสทั้งห้าของคลาวด์จนหมดสิ้น กระทั่งความทรงจำก็ถูกบิดเบือนจนวุ่นวายสับสน ไม่รู้อีกต่อไปว่าควรจะดิ้นรนเพื่ออะไร.... หรือเพื่อใคร....
...................................
“คลาวด์...”
.........ใคร?
นึกว่าตัวเองจะไม่ได้ยินเสียงเรียกแบบนี้อีกแล้วเสียอีก... สีเขียวที่พร่าเลือนนั้นเบาบางลงแล้ว แต่กลับยังมองไม่เห็นอะไร.... ทั้งร่างไร้แรงกำลังแม้แต่จะยันตัวขึ้นยืน แค่บังคับให้ตัวเองกระพริบตายังทำไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่อยากจะรู้... อยากจะมองเห็น...
นายอยู่ที่นั่นรึเปล่า....?
ดวงตาสีฟ้าเขียวไม่กระพริบไหว แววตาที่ล่องลอยนั้นจดจ้องไปที่อื่น แม้จะพยายามเรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบว่าเจ้าตัวได้ยิน
“...คลาวด์...”
แซคไม่มีเวลาพอที่จะเรียกเด็กหนุ่มให้ได้สติ เขาต้องรีบหาทางหนีไปจากที่นี่ให้ได้โดยเร็ว จะด้วยพลังยามคับขันหรืออะไรก็ตามเขาต้องขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้เขาทำลายแคปซูลออกมาได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองไม่รู้สึกตัวอยู่ในนั้นไปนานเท่าไหร่ สิ่งแรกที่เขาทำคือเอาคลาวด์ออกมาจากแคปซูลที่เต็มไปด้วยมาโค ทันทีที่เปิดกระบอกแก้วออกร่างเล็กก็ล้มลงมา ดวงตาที่ปนเปื้อนด้วยสีเขียวจากมาโคไม่ส่องประกายแม้แต่น้อย
แต่ร่างกายที่ยังอบอุ่น... หัวใจที่ยังเต้น... ก็เพียงพอแล้วสำหรับแซค
เขาว่างร่างเด็กหนุ่มลงให้อยู่ในท่านั่ง เขาต้องหนีออกไปอย่างเงียบกริบและว่องไว ในสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์แบบนี้ ถ้าต้องเผชิญกับทหารจำนวนมาก เขาไม่แน่ใจว่าจะฝ่าออกไปได้หรือไม่ เขาไม่อยากเสียโอกาสคืนสู่อิสรภาพ ที่สำคัญ... อาการของคลาวด์... ดูแค่นี้เขาก็รู้แล้วว่าเด็กหนุ่มถูกพิษของมาโคซึมลึกเข้าร่างอย่างหนักหน่วง ถ้าถูกทดลองต่อไปยาวนานเข้า สักวันคง......
....แตกสลาย....
แซคปัดความคิดในแง่ร้ายออกไปจากหัวแล้วตั้งหน้าตั้งตาหาข้าวของที่จะเป็นประโยชน์ แล้วก็ไม่ผิดหวัง บัสเตอร์ซอร์ดของเขาถูกวางทิ้งไว้ในกล่องใส่เครื่องมือจิปาถะที่ดูไม่ได้ใช้ แหงละ ดาบใหญ่ขนาดนี้จะเอามาใช้อะไรได้ในห้องทดลอง อีกอย่างคงไม่มีใครถือมันขึ้นได้ด้วยมือเดียวอย่างเขา (หรือต่อให้สองมือก็เถอะ มันหนักตั้งสิบกว่าโลเชียวนะ!) ชายหนุ่มสำรวจอาวุธประจำตัวของตน เมื่อเห็นว่ามันยังอยู่ในสภาพที่เรียบร้อยดี และใช้ได้ถนัดมือ จึงจัดการพกดาบใหญ่ไว้ด้านหลังเหมือนที่เคยทำ
ร่างเล็กที่นั่งนิ่งอยู่ไม่ขยับสักนิด... ไม่แม้แต่กระดิกตัว ราวกับตุ๊กตาที่หมดลาน แต่เขาไม่มีเวลาคร่ำครวญ ต้องรีบหนีออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด และไกลที่สุดด้วย ทุกครั้งที่พวกเขาถูกทิ้งให้ซึมซับสารมาโค อย่างน้อย ๆ พวกนักวิทยาศาสตร์ก็จะไม่ลงมาดูเป็นเวลา 12 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย และถ้าความทรงจำของเขาไม่เล่นตลกเวลาที่ยาวนานที่สุดจะเป็น 48 ชั่วโมง ฟังดูมีเวลาเหลือเฟือ แต่ใครจะรู้ อาจจะเจออะไรไม่คาดฝันก็ได้ เขาจะประกาศไม่ได้
แซคยกมือขึ้นแตะที่ผิวแก้มขาวซีด เขาคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่รู้สึก และอาจจะไม่ได้ยิน แต่ก็ยังอยากจะทำอยู่ดี “คลาวด์ เราจะออกกันไปแล้วนะ”
ความนิ่งเงียบไม่ไหวติงเท่านั้นคือคำตอบ แซคประคองร่างที่เบาหวิวจนน่าใจหายนั้นขึ้น ทิ้งห้องทดลองอันน่ารังเกียจไว้เบื้องหลังโดยไม่คิดจะหันมามองอีกเลย
ห้องใต้ดินนี่เป็นจุดเริ่มต้นทุกอย่าง.... ข้อมุลการทดลองผิดมนุษย์พวกนั้น ถ้าเซฟิรอธไม่เข้ามาเจอ... ไม่สิ ที่ตรงนี้ไม่ควรจะมีตั้งแต่แรก เซฟิรอธก็เป็นแค่ ‘เหยื่อ’ คนนึงจากวิทยาการไร้มนุษยธรรมของชินระ เขายังไม่คิดไกลถึงขนาดจะทำลายต้นเหตุพวกนี้ให้สิ้นซาก
...ที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือคนในอ้อมแขนนี้เท่านั้น
แซคออกจากทางลับได้โดยไม่ยากเย็นนัก เป็นโชคของเขาที่ไม่มีใครอื่นคอยดูลาดเลาข้างบน ห้องทดลองข้างล่างนั่นคงเป็นความลับที่รู้กันไม่กี่คน หรือจะอะไรก็ช่าง เขาไม่ปล่อยให้โอกาสงาม ๆ แบบนี้สูญเสียไปเปล่า ๆ
ชายหนุ่มเหลียวมองเด็กหนุ่มในวงแขนที่ยังมีแววตาเลื่อนลอย แล้วจึงเหลือบไปสังเกตเห็นคราบละอองมาโคที่หยดอยู่เบื้องหลังสารสีเขียวสะท้อนชัดท่ามกลางความมืดดูน่ากลัวพิลึก
หนุ่มหัวเม่นถอนใจเบา ๆ คงจะต้องจัดการอะไรก่อนจะหนีออกไป ขืนทิ้งร่องรอยไว้ชัดเจนแบบนี้คงไม่แคล้วโดนจับกลับไปอีกรอบ แซคหันมาปิดประตูทางเข้าห้องลับไว้สนิท แล้วกวาดสายตามองไปรอบบริเวณ คฤหาสน์ชินระดูสะอาดสะอ้านกว่าครั้งสุดท้ายที่จำได้ อาจเป็นเพราะมี ‘ตัวอย่าง’ ทดลองสำคัญถึงสองคนอยู่ข้างล่าง พวกนักวิทยาศาสตร์เลยเข้ามาใช้ที่นี่เป็นที่พักชั่วคราวละมั้ง แต่ก็ดี ออกมาจากที่น่าอึดอัดข้างล่างนั่นได้ก็ไม่อาจจะจมกองฝุ่นเป็นอย่างแรกเหรอกนะ
แซคพยุงคลาวด์ไปที่ห้องข้าง ๆ เขาวางร่างบอบบางไว้บนเตียงอย่างเบามือ เด็กหนุ่มยังคงนิ่งเงียบ ไร้การเคลื่อนไหว
“เดี๋ยวเราคงต้องจัดการกับชุดของนายก่อน มีละอองมาโคติดเต็มตัวแบบนี้คงไม่สบายตัวใช่มั้ย”
แซคเสนอ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าอีกฝ่ายจะไม่โต้ตอบ ดวงตาสีดำประกายเขียวเข้มทอดมองเด็กหนุ่มแฝงแววเศร้าสร้อย แต่ก็เพียงครู่เดียวเขาก็กลับมาฉีกยิ้มอีก
“เดี๋ยวฉันจะไปหาชุดมาเปลี่ยนให้แล้วกันนะ รอเป็นเด็กดีอยู่ตรงนี้ล่ะ” ยื่นหน้าเข้าใกล้แล้วลูบผมสีบลอนด์ตั้ง ๆ นั้นอย่างที่ชอบทำ ศีรษะเล็กโน้มไหวไปมาตามแรงมือ ไม่ต่างอะไรกับตุ๊กตาไร้การตอบสนอง
แซคได้แต่ยิ้ม ก็เขาจะทำอะไรได้มากกว่านี้ล่ะ...
ชั่วขณะหนึ่งที่จะผละออก แซครู้สึกว่ามีมือยึดปลายเสื้อของตัวเองไว้ เขาเบิกตาโต หันกลับไปมองด้วยความดีใจที่ปิดไม่มิด แต่รอยยิ้มก็ค้างเก้อเมื่อปลายนิ้วที่ยึดชายเสื้อของตนไว้ร่วงตกลงอย่างง่ายดาย
คลาวด์ยังไม่ขยับตัว แซคยืนจ้องเด็กหนุ่มที่นั่งนิ่ง หวังว่าจะเห็นสัญญาณการเคลื่อนไหวสักอย่างนอกเหนือจากอกบางที่กระเพื่อมเบา ๆ เมื่อผ่อนลมหายใจเข้าออก แต่ก็ยังไม่มีหวัง บางทีเสื้อของเขาอาจแค่บังเอิญไปเกี่ยวนิ้วมือของอีกฝ่ายก็ได้ แซคคิดดังนั้นแล้วก็หักใจเดินออกไปค้นข้าวของที่ต้องการในห้องอื่น ๆ
สิ่งที่ชายหนุ่มไม่ล่วงรู้ก็คือ แม้คลาวด์จะไม่สามารถขยับตัว เปล่งเสียง หรือแสดงความรู้สึกทางแววตาได้ แต่เด็กหนุ่มรู้สึกถึงอ้อมแขนที่โอบล้อมกาย อ้อมแขนแข็งแกร่งที่คุ้นเคย อ้อมแขนที่คอยปกป้องและปลอบประโลมเขาตลอดมา
อ้อมแขนนี้ที่ไม่อยากจะเสียไป
ดวงตาสีฟ้าเขียวกำลังไหวระริก...
รู้สึกปวดแปลบในอก แต่ก็ไม่สามารถยกมือขึ้นกุมเพื่อระงับความเจ็บปวดได้ อยากมองเห็นรอยยิ้มสดใสที่ให้กำลังใจได้อีก แต่ม่านสีเขียวขุ่นที่บังตาอยู่ก็ยังไม่หายไปเสียที แค่ร่างกายของตัวเองก็ยังควบคุมไม่ได้ ช่างน่าสมเพชอะไรอย่างนี้
ถึงอย่างนั้น... ถึงจะรู้ว่าตัวเองอ่อนแอแค่ไหน ก็ยังต้องการใครสักคนเป็นที่ยึดเหนี่ยวไว้อยู่ดี... ไม่เช่นนั้นแล้วคงไม่มีเรี่ยวแรงที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป
....อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว...
แซคกลับเข้ามาในเวลาอันรวดเร็วพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่
“ทายสิว่าฉันไปเจออะไรมา นายต้องชอบแน่ ๆ เลย!” บอกอย่างตื่นเต้นเกินจริงพลางคลี่เสื้อในมือโชว์ให้ดู มันคือเครื่องแบบสีน้ำเงินเข้มของชินระอย่างเดียวกับที่เขาใส่
เครื่องแบบของโซลเยอร์ เฟิร์สคลาส
“ฟังอยู่รึเปล่า คลาวด์ อย่าปล่อยให้ฉันพูดอยู่คนเดียวสิ” ชายหนุ่มวางชุดทิ้งไว้ข้าง ๆ ก้มลงมองใบหน้าเรียบเฉย แตะผิวแก้มนิ่มราวกับกลัวว่าร่างนั้นจะแตกร้าว พลันมองเห็นต่างหูสีฟ้าที่ข้างแก้ม เขายิ้มแล้วใช้นิ้วมือลูบติ่งหูเล็กเบา ๆ
“ยังเป็นสีฟ้าอยู่เลยนะ เห็นมั้ยว่าฉันไม่ได้ซื้อของถูก” พูดกลั้วหัวเราะกับตัวเองแล้วดึงมืออีกฝ่ายขึ้นแตะที่หูซ้ายของตนเช่นกัน “นายก็ยังอยู่กับฉันเหมือนกันนะ แล้วห้ามไปไหนล่ะ ฉันจะไม่ให้นายคลาดสายตาไปไหนแน่”
แซคค่อย ๆ ปลดกระดุมเสื้อให้เด็กหนุ่ม เผยให้เห็นผิวเนื้อขาวซีดและร่างกายที่ผ่ายผอมกว่าเดิม รอยแผลเป็นใหญ่กลางลำตัวถึงจะปิดสนิทดีแล้ว แต่รอยดาบของปิศาจผมเงินนั้นก็ยังเห็นอยู่ชัดเจน แซคมองรอยแผลเป็นนั้นราวกับเป็นคนถูกแทงเสียเอง มือใหญ่เลื่อนแตะแผ่นอกเบา ๆ เขาพยายามจะไม่สนใจเรื่องไม่เป็นเรื่อง หันมาดูปฏิกิริยาของคนตรงหน้าแทน ชายหนุ่มเคลื่อนตัวเข้าไปกระซิบเมื่อได้จับต้องลาดไหล่บาง “ผอมไปเยอะเลยนะ คราวนี้ฉันต้องบังคับให้นายกินเยอะ ๆ แล้วล่ะ เนอะ”
ไม่มีการโต้ตอบใด ๆ แซคยังเป็นฝ่ายเดียวที่คอยพูดคุย ดวงตาสีฟ้าเขียวนั้นล่องลอยราวกับอยู่ในที่ไกลแสนไกล ที่ที่เขาเอื้อมไม่ถึง แซคนึกเสียใจที่ไม่สามารถหาโอกาสหนีออกมาให้เร็วกว่านี้ เขาไม่รู้สึกว่าคลาวด์อยู่ที่นี่... มันเพียงร่างกายเท่านั้นเองที่อยู่ตรงหน้าเขา จิตใจของเด็กหนุ่มหลุดลอยหายไปที่ไหนกัน
“....จะไม่พูดอะไรหน่อยรึไง คลาวด์”
เขาหาไม่เจอ... หาตัวตนของคลาวด์ไม่พบจริง ๆ ร่างกายตรงหน้าแม้ยังมีลมหายใจ แต่เหมือนเป็นเพียงภาชนะที่ว่างเปล่า ไม่มีอะไรอยู่ในนั้นเลย... แซคไม่อยากมองโลกในแง่ร้าย แต่ตราบใดที่ยังไม่มีสัญญาณอะไรบ่งบอกให้รู้ว่าคลาวด์ของเขา... ยังเป็นคลาวด์คนเดิม ก็ยากนักที่จะฝืนดึงเรี่ยวแรงเพื่อจะเดินต่อไป
หน้าผากของทั้งคู่แตะกันจนใบหน้าแนบชิด แซครู้สึกถึงลมหายใจเบา ๆ แตะกระทบผิวหน้า
“...ถ้าไม่ทำอะไรซักอย่าง ฉันจะฉวยโอกาสทำอะไร ๆ ที่นายไม่ชอบล่ะนะ อย่างนั้นแล้วจะยอมนิ่งอยู่เฉย ๆ งั้นเหรอ คลาวด์”
แซคว่า เขานิ่งมองปฏิกิริยาโต้ตอบอะไรสักอย่าง สุดท้ายเขาจึงหลับตาและตัดสินใจประทับริมฝีปากลงไปแผ่วเบา ลิ้นเรียวดุนดันให้ริมฝีปากบางเผยอออกได้อย่างง่ายดาย แต่ไม่มีอาการตอบสนองใด ๆ
แซคถอนริมฝีปากออก นี่อาจจะเป็นสีหน้าเศร้าสลดที่สุดที่เขาเคยแสดงออกตลอดทั้งชีวิตนี้ เขากุมไหล่บางทั้งสองข้างแน่น ไม่อาจทนมองดวงตาสีฟ้าเขียวที่ไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ เมื่อจ้องตรงมาที่ตัวเองอีกต่อไป
คลาวด์ยังคงนิ่งเหมือนตุ๊กตาที่ไร้ชีวิต ไม่ผลักไสยามที่เขาดึงดันจะจูบ ไม่เบือนหน้าหนีเวลาเขาเข้าใกล้ ไม่เอียงอายเมื่อต้องเปลือยเปล่าอยู่ต่อหน้าเขา ดวงหน้าไม่แดงเรื่ออย่างที่เคยเป็น ไม่หลงเหลือความมีชีวิตชีวาใด ๆ อยู่เลย
“...ขอร้อง... อะไรก็ได้ คลาวด์... ว่าฉันว่าเป็นไอ้บ้าเอาแต่ใจเหมือนอย่างทุกทีสิ... ห้ามฉัน... บอกสิว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาทำอะไรแบบนี้ ใช่มั้ยล่ะ ตอนนี้เราควรจะรีบหนีไปไกล ๆ... ...ได้โปรด...”
ลำแขนแกร่งโอบกอดศีรษะเล็กมาแนบอก คลาวด์ได้ยินน้ำเสียงสั่นพร่าของอีกฝ่ายชัดเจน อยากจะบอก... ว่าเขารู้สึกถึงความทุกข์ทรมานของชายหนุ่ม แม้มันจะมาจากความอ่อนแอของเขาเอง คลาวด์ก็ยังอยากถูกโอบล้อมด้วยอ้อมแขนนี้ตลอดไป แม้จะรู้ว่านั่นเป็นภาระอันใหญ่หลวง แต่เขา... อยากจะมีชีวิตอยู่ เคียงข้างผู้ชายคนนี้
....ขอโทษนะ.... ที่ใช้ความใจดีของนาย... เพื่อตัวเองแบบนี้
ขอโทษจริง ๆ... ที่ทำอะไรให้ไม่ได้เลย
...............แ...ซค...
แต่ว่าฉัน.... ก็อยากจะอยู่กับนายตลอดไป... ถึงร่างกายจะกลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว...
แซคพยายามห้ามน้ำตา เขาไม่อยากรู้สึกสิ้นหวัง ถ้าเขาไม่เข้มแข็งให้มาก อะไร ๆ มันอาจจะแย่ลง แต่มันช่างหนักหนาสาหัสเหลือเกิน เขาเกือบจะร้องไห้อยู่แล้วถ้าไม่รู้สึกถึงหยดน้ำที่ตกลงมากระทบหลังมือ
น้ำตา...
น้ำตากำลังไหลรินจากดวงตาคู่ที่เขาเห็นว่าไร้ความรู้สึก ดวงตาสีฟ้าภายในที่ถูกห้อมล้อมด้วยสีเขียวของมาโคกำลังสั่นระริก
แซคเบิกตาด้วยความตกตะลึงระคนยินดี คลาวด์... กำลังร้องไห้ เขารู้สึกได้ถึงความเศร้าสุดหัวใจที่สื่อผ่านมาทางดวงตาสั่นไหวและหยาดน้ำตาแสนสวย
“...คลาวด์”
ลูกแก้วสีฟ้าไหววูบเล็กน้อยเมื่อเขาเรียกชื่อ เท่านั้นก็เป็นหลักฐานเพียงพอแล้วที่จะสร้างความอุ่นใจให้กับแซค เขารวบร่างบางมาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม
หัวใจของเขา... กลับคืนมาแล้ว
ทีละนิด... ยังมีเวลาอีกมากมายที่จะได้อยู่ร่วมกัน ความหวังเริ่มเติบโตในใจแซคอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้เขาจะคว้าคนคนนี้เอาไว้ให้มั่น... จะไม่มีใครทำอันตรายคลาวด์ได้
“น่าอายจังนะ... ฉันทำตัวแย่ ๆ ให้นายเสียใจจนร้องไห้จนได้ หยุดร้องเถอะ คลาวด์ ร้องไห้มาก ๆ เดี๋ยวนายจะหมดแรงเอานะ” แซคยิ้มอย่างอ่อนโยน จ้องมองลึกลงไปในดวงตากลมเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตา ปลายนิ้วปาดเช็ดข้างแก้มให้แผ่วเบา
“เราจะไปด้วยกัน ฉันกับนาย ตลอดไป ยังจำสัญญาได้ใช่มั้ย ฉันไม่เบี้ยวเหรอกนะ นายก็ต้องรักษาสัญญาเหมือนกัน”
...สัญญา...
...ฉันสัญญา... แซค...
########################################
สิ่งแรกที่ฉันรู้สึกเมื่ออกจากนรกแห่งการกักขังคือไออุ่นจากร่างกายของนาย... นายเป็นคนแรกที่โอบกอดฉันไว้อย่างอ่อนโยนไม่เปลี่ยนแปลง สัมผัสที่อบอุ่นจากนายทำให้ฉันแน่ใจว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่
...แล้วนายก็เรียกชื่อฉัน... เสียงของนายฟังดูห่างไกลเหมือนกับว่ากำลังฝันไป ตอนแรกฉันไม่รู้ว่าตัวเองตื่นหรือว่าหลับอยู่กันแน่ แต่นายก็ยังคอยพูดคุยกับฉัน ถึงจะไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน ฉันเชื่อว่าถ้ามีนายอยู่ข้าง ๆ จะเป็นที่ไหนก็คงไม่สำคัญเหรอกใช่มั้ย และฉันแน่ใจว่าเสียงที่ได้ยินเป็นเสียงของนายแน่นอน ถ้าเป็นเสียงที่ฉันจินตนาการขึ้นมาเอง คงจะไมพูดมากแล้วก็ขี้เล่นเหมือนนายได้แน่
อ่ะ นายเห็นมั้ยว่าฉันพูดอกนอกเรื่องแล้ว เหมือนนายเลยนะ เวลาพูดเรื่องสำคัญทีไรจะชอบเฉไฉไปเรื่องอื่นอยู่เรื่อย สงสัยว่าฉันจะฟังนายพูดมากจนติดนิสัยแบบนี้มาแล้วซะละมั้ง
...นายกำลังมองฉันอยู่ใช่มั้ย? ฉันเริ่มจะมองเห็นหน้านายแล้วนะ แทบจะทนรอไม่ไหวที่จะได้เห็นรอยยิ้มของนายชัด ๆ...
นายไม่รู้เหรอกว่าเวลาที่นายกอด ฉันอยากจะกอดตอบนายมากแค่ไหน หรือว่าเวลาที่นายจูบฉัน รู้รึเปล่าว่าฉันอยากขยับลิ้นเชิญชวนให้นายเข้ามามอบจุมพิตที่ดูดดื่มกว่านี้มากมายเท่าไหร่
แต่ไม่ว่าจะปรารถนาเพียงใด... ร่างกายของฉันก็ไม่ยอมขยับ
ฉันทำอะไรไม่ได้นอกจากซึมซาบความอ่อนโยนเหล่านั้น.... ฉันเสียใจที่ไม่สามารถบอกนายได้ว่ารู้สึกดีแค่ไหนที่มีนายโอบกอดและมอบความรักให้ เพราะอย่างนั้นถึงได้พยายามฝืนกำลังที่มีอันน้อยนิด หากขยับได้เพียงปลายนิ้ว ฉันจะยึดเกาะนายไว้ นายจะได้รู้ว่าฉันต้องการนายมากที่สุด... มากกว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลก
การที่นายต้องพาฉันไปด้วยฉันพอจะจินตนาการออกว่านั่นคงเป็นภาระชิ้นใหญ่ ถ้าแค่ตัวคนเดียวนายอาจจะไม่ลำบากมากเท่านี้
ฉัน... ไม่เคยรู้ว่านายต้องฝ่าฟันอะไรมาบ้าง กว่าที่เราจะเดินทางผ่านแต่ละเมืองมาได้ถึงที่นี่... กองกาก้า บ้านเกิดของนาย
นอกจากฉันจะทำประโยชน์อะไรให้ไม่ได้แล้วยังเป็นตัวถ่วงอีกต่างหาก... แต่เพราะนายพูดว่า...
‘อยากจะเห็นรอยยิ้มของนายอีกครั้งจังนะ คลาวด์... ต้องยิ้มให้ได้นะ ฉันจะไม่มีวันปล่อยมือนี้เด็ดขาด ไม่จนกว่านายจะยิ้มให้ฉันดูจนหายเบื่อซะก่อน’
ได้ยินอย่างนั้นแล้วฉันอยากจะให้โลกนี้เหลือแต่เราสองคนเลยรู้มั้ย ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อยิ้มให้นายคนเดียวเลยก็ยังได้
“คิดอะไรอยู่ หือ? อยากจะพูดอะไรให้ฉันฟังรึเปล่า”
นายรู้จริง ๆ ว่าฉันกำลังคิดถึงนาย หรือว่าแค่เดาสุ่มกันแน่นะ... แต่เอาเถอะ แค่นายถามก็หมายความว่านายกำลังสนใจฉันอีกแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแบบไหนนายก็ทำให้ฉันดีใจได้ตลอดเวลา
ฉันอยากเรียกชื่อนาย... อยากบอก... ว่ารักนายอีกเป็นล้านครั้ง นายเองก็อยากฟังใช่มั้ย
นายดึงฉันเข้าไปกอดอีกแล้ว ฉันเลิกนับแล้วล่ะว่านายทำแบบนี้กี่ครั้งนับแต่วันที่เราหนีออกมา
“ต่อไปฉันจะเอาคืน นายต้องเป็นฝ่ายคุยบ้างนะพอแข็งแรงดี ส่วนฉันจะไม่พูดอะไรซักคำเลย ฉันจะฟังแต่เสียงนายให้หายอยาก”
...ฉันไม่ว่าอะไรเหรอกนะ จะพูดให้ฟังจนกว่านายจะพอใจเลย นายนั่นแหละจะทนนั่งเงียบ ๆ อยู่ได้นานเท่าไหร่กันเชียว
แซค... รอฉันนะ ฉันจะพยายามเดินด้วยขาของตัวเองให้ได้ ก่อนที่เราจะถึงมิดการ์
ใบหน้าของนายอยู่ใกล้แค่นี้เอง... ฉันคงจะตกหลุมรักนายมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างที่นายเคยล้อซะแล้ว
สัมผัสอุ่นที่มือ... นายจับมือฉันอยู่... จับไว้แบบนี้... ตลอดไปได้มั้ย
อย่าเพิ่งปล่อย...
“คลาวด์...?”
จับไว้... แบบนี้แหละ
“...อยากให้จับไว้นาน ๆ... สินะ จับมือฉันไว้ไม่ยอมปล่อยเลยนะ ต่อไป ฉันจะแกล้งเดินหนีบ้าง นายจะได้กระโดดกอดฉันไว้เลย”
ล้อเล่นอีกแล้ว... นายก็รู้ว่าฉันมีแรงพอจะทำอย่างนั้นได้ที่ไหน
“หนาวรึเปล่า... คงไม่ล่ะเนอะ ที่นี่น่ะปกติอากาศร้อนจะตาย”
ถึงจะพูดอย่างนั้น... แต่ก็ยังกอดฉันไว้อยู่ดี ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่ชอบเหรอกนะ แบบนี้น่ะ... อุ่นดีออก
“ง่วงรึยัง ตอนนี้น่ะมืดแล้ว นอนหลับเอาแรงเถอะนะ ฉันจะกอดไว้นายจะได้ไม่ต้องกลัวฝันร้ายไง”
ใช่... ช่วงแรกฉันไม่กล้าหลับตา เพราะจะมองเห็นอะไรอย่างอื่น... อะไรบางอย่างจะเรียกฉันให้ห่างออกจากนาย ถึงจะกลัวแค่ไหนก็ส่งเสียงร้องไม่ออก แต่ทุกครั้ง... นายจะเอื้อมมือมาหา นายจะรับฉันไว้... อย่างไม่มีเงื่อนไขใด ๆ
เมื่อตอนที่ฉันลืมตา... ฉันจะพบนายเป็นคนแรก
########################################
เจ้าของดวงตาสีฟ้าอันเป็นที่รักหลับตาลงแล้ว...
แซคกำลังใจดีกว่าตอนแรกมากนัก เขามองออกว่าคลาวด์ได้ยินที่เขาพูด และมีปฏิกิริยาโต้ตอบมากขึ้นเรื่อย ๆ คงเป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวดสำหรับคลาวด์ที่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ แต่เขาเชื่อว่าสักวันคลาวด์จะต้องหายเป็นปกติ
ชายหนุ่มจุมพิตเปลือกตาบางเบา ๆ ร่างเล็กหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ คงหลับสนิทไปแล้ว แซคประคองคลาวด์ให้เอนลงนอนในท่าที่สบาย เขาจ้องมองใบหน้าที่สงบนิ่งนั่นแล้วยิ้มออกมา
ได้มองนายนาน ๆ อย่างนี้ก็ดีนะ... แต่ว่าฉันอยากคุยกับนายเร็ว ๆ นะ คลาวด์
จุดมุ่งหมายของเขาคือมิดการ์ เส้นทางยังอีกยาวไกลนัก ข่าวเรื่องการหนีของ ‘ตัวอย่าง’ ของโปรเจคท์ C แพร่กระจายออกไปแล้ว กว่าจะมาถึงกองกาก้าได้เขาเผชิญหน้ากับทหารของชินระไปครั้งนึง ถึงจะแน่ใจว่าไม่มีใครรอดกลับไปรายงานได้แน่ แต่ไม่ช้าศพพวกนั้นก็ต้องถูกพบ ชินระก็จะรู้ถึงความผิดปกติ กับตัวอย่างที่หายไปแน่นอน
เขาไม่สน... ว่ามือของตัวเองจะเปื้อนเลือดอีกมากขนาดไหน เขาไม่มีเวลาเห็นใจคนอื่นนอกจากตัวเองแล้วก็คลาวด์
โชคดีสุด ๆ ที่กอบโกยเงินจากตู้เซฟในคฤหาสน์ชินระมาใช้ ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องหาที่พักหรือหาของกิน อย่างน้อยความงกของเขาก็เป็นประโยชน์ในระดับต้น ๆ เลยทีเดียวล่ะ แต่หนทางสู่อิสรภาพ ไม่ง่ายอย่างที่คิด... ไม่รู้ว่าจะต้องถูกตามล่าอีกเมื่อไหร่ เพราะอย่างนั้นแซคถึงไม่มีหน้ากลับไปหาพ่อแม่ของเขา แม้กระทั่งโผล่หน้าไปดูก็ยังไม่กล้า เขาไม่อยากหาเรื่องวุ่นวายเพิ่มมาให้หมู่บ้านที่สงบสุข
“แค่มีนายอยู่ ก็พอแล้วล่ะ...”
แซคพูดกับเด็กหนุ่มที่ยังคงหลับตาพริ้ม เขากลับมานั่งครุ่นคิดถึงแผนการหนีไปถึงมิดการ์ ที่เขาเลือกที่นั่นก็เพราะมีคนรู้จักที่พอจะไปหาความช่วยเหลือได้ที่นั่น และหากแฝงตัวอยู่ในสลัมด้านล่างที่แสนจะแออัด ก็ยากที่ทหารชินระจะหาตัวพวกเขาเจอ
ต่อไปคงต้องผ่านคอสตา เดล โซล ไปจูน่อน จากที่นี่ลุยป่าไปคงเสี่ยงน้อยกว่าเดินทางธรรมดา เรื่องหนักใจกว่าคือตอนไปถึงป้อมจูน่อนต่างหาก ที่นั่นเป็นฐานใหญ่ของชินระ จะผ่านมายังไงให้รอดสายตาไปได้
แซคนั่งเท้าคางจ้องอีกคนที่นอนหลับสนิท เขาไม่ห่วงที่ต้องปะทะกับทหารชินระ แต่ห่วงมากกว่าว่าจะป้องกันคลาวด์ในสภาพนี้ได้ไหวรึเปล่า ชายหนุ่มเอียงคอ แตะสัมผัสเรือนผมสีบลอนด์เล่นอย่างเอ็นดู
“ต้องไหวอยู่แล้ว ฉันสัญญาไว้แล้วว่าจะปกป้องนาย”
เอ่ยรำพึง ทั้งที่รู้ว่าเด็กหนุ่มที่กำลังหลับไม่ได้ยิน แซคก้มลงจุมพิตที่ขมับอีกฝ่าย อนาคตข้างหน้าของเราสองคน เขาจะคว้าไว้ให้ได้ ด้วยมือข้างนี้
“หลับฝันดีนะ คลาวด์”
To be continued...


โชคดีนะเม่น กร่ากกกกก จะสุภาพบุรุษไปไหนฟะ? >3</~~ พ่อพระเอกเอ๊ย~~ อิแบ๊วด้วย เครี้ยกกกก
#1 By +++Mizumi+++ on 2007-12-02 19:40