[Final Fantasy VII Fanfiction] Maybe, Goodbye (13)
posted on 23 Nov 2007 21:14 by keechan in Fiction, FinalFantasy-KingdomHeartsMaybe, Goodbye (13)
โปรเจคท์ C ตัวอย่าง A ชื่อรหัส ‘Z’
นั่นเป็นชื่อใหม่ที่เขาถูกเรียก...
เขาถูกพาตัวกลับมาที่ห้องลับใต้ดินของคฤหาสน์ชินระ ในห้องทดลองที่เขาไม่ได้เข้ามาสำรวจ ไม่คิดว่าด้านในจะมีพื้นที่เหลือเฟือขนาดจะขังคนไว้ได้ แซคไม่รู้ว่ามีห้องแบบนี้อีกมากเท่าไหร่ เวลาที่อยู่ในห้องนี้จะเป็นเวลาพักของเขาที่พวกนักวิทยาศาสตร์ข้างนอกนั่นคงจัดให้เป็นช่วงเวลาให้ตัวอย่าง ‘พักฟื้น’
ห้องที่เขาอยู่เป็นเพียงห้องเปล่า ๆ ที่ไม่มีอะไรเลย ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีเครื่องใช้อะไรทั้งนั้น เหมือนกับอยู่ในหลอดแก้วทดลองขนาดใหญ่ยังไงยังงั้น เพียงแต่เขามองไม่เห็นอะไรข้างนอก ผนังห้องเป็นปูนสีเทาเย็นเยียบ มีทางออกแค่ทางเดียวคือประตูที่มีช่องสำหรับเลื่อนถาดอาหารเข้ามาให้ในแต่ละวัน เป็นห้องที่ไว้ใช้ขังสัตว์ชัด ๆ!
แซคเรียงลำดับวันเวลาไม่ถูก เขาถูกฉีดอะไรต่อมิอะไรหลายครั้ง บางทีก็ไม่รู้ตัวไปนาน แต่เขาไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่ช่วงที่ไม่รู้สึกตัว เผชิญกับการทดลองซ้ำซากตั้งแต่อาบมาโคเข้มข้นเพิ่มในหลอดทดลอง กระแสไฟฟ้า... แล้วก็อะไรอีกจิปาถะ ถูกกักขังไม่ต่างอะไรกับสัตว์ทดลอง ตลอดการทดลอง หรือพูดอีกอย่าง ทุกครั้งก่อนเขาจะออกจากห้อง แซคจะถูกใส่กุญแจมือไว้ไม่ให้อาละวาดได้ ท่าทางจะทำจากวัสดุของดีมีราคาไม่หยอกซะด้วย แต่แซคไม่คิดจะเสียแรงทดลองความแข็งแกร่งของมันเหรอก
ถึงยังไง... เขาก็ไม่คิดจะหนี ตราบใดที่ยังไม่เห็นหนทางจะพาคลาวด์ออกไปได้
เขาแทบจะขอบคุณสวรรค์ที่ในห้องว่างเปล่านี้ ไม่ได้มีเขาเพียงคนเดียว เด็กหนุ่มผมบลอนด์ที่ถูกจับมาพร้อมกันบางครั้งจะถูกโยนเข้ามาในห้องเดียวกัน แต่ส่วนใหญ่ ‘ตัวอย่าง’ จะถูกจับออกไปทดลองแยกกัน น้อยครั้งที่เขากับคลาวด์จะได้อยู่ด้วยกันในห้องเล็ก ๆ นี่
แต่เขา... ไม่เคยเห็นคลาวด์ลืมตาขึ้นมาอีกเลย
โปรเจคท์ C ตัวอย่าง B ชื่อรหัส ‘C’ เขาหวั่นใจทุกครั้งที่มีใครขานชื่อนี้ ทุกครั้งที่ร่างเล็กถูกลากออกไป เขาไม่อยากจะจินตนาการว่าคลาวด์จะโดนทำอะไรบ้าง ขนาดเขาที่เป็นโซลเยอร์ยังรู้สึกหมดแรงได้ แล้วคลาวด์ที่บอบบางขนาดนั้น.. ทั้งบาดแผลจากการประจันหน้ากับเซฟิรอธก็ดูจะหนักกว่าจะทนได้มากเท่าไหร่กันเชียว
ป่วยการที่จะโต้เถียงหรือโวยวาย พวกนักวิทยาศาสตร์ที่นี่คงเป็นหุ่นยนต์กันไปหมดแล้ว ไม่ว่าเขาจะแหกปากมากเท่าไหร่ ก็ไม่มีใครสนใจจะฟัง เป็นการเสียแรงโดยเปล่าประโยชน์ เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากเฝ้าดูร่างกายของคลาวด์ให้แน่ใจว่าไม่มีบาดแผลจนถึงชีวิตเท่านั้นเอง
ทุกครั้งที่มีโอกาสได้อยู่ด้วยกัน เขาจะจับร่างเล็กให้นอนตัก ลูบเรือนผมสีบลอนด์นั้น บางทีก็แตะต่างหูสีฟ้าแทน แล้วพูดคุยกับเด็กหนุ่ม หวังว่าสักวันดวงตาสีฟ้านั่นจะลืมขึ้นมองเขาอีกครั้ง
“คลาวด์... ไม่เจ็บแผลแล้วใช่มั้ย ถ้าเจ็บขึ้นมานายต้องบอกนะ เผื่อฉันจะช่วยจูบให้หายเจ็บ”
.
.
.
“คลาวด์ เหนื่อยรึเปล่า เจ้าพวกบ้าข้างนอกนั่นฉีดอะไรให้นายอีก ยังไงก็อดทนไว้นะ”
.
.
.
“คลาวด์......... รีบลืมตาขึ้นมาเร็ว ๆ เถอะนะ เล่นเอาแต่นอนแบบนี้เอาเปรียบกันนี่”
.
.
.
“คลาวด์ ฉันรักนายนะ รู้ใช่มั้ย”
.
.
.
ผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ เขาพูดประโยคเหล่านั้นวนเวียนไปมานับครั้งไม่ถ้วน ความหวังของแซคริบหรี่ลงไปทุกที แต่เขาไม่มีทางหมดหวังง่าย ๆ ตราบใดที่ร่างเล็กนั่นยังมีความอบอุ่น ตราบใดที่เขายังได้ยินเสียงหัวใจของคลาวด์เต้น เขาจะไม่ล้มเลิกความคิดที่จะหนีออกไป!
จนกระทั่งวันหนึ่ง... คลาวด์ถูกจับออกไปด้านนอก ส่วนแซคฉวยโอกาสที่ไม่มีใครเฝ้าดูบริหารกล้ามเนื้ออย่างที่เคยทำเสมอ เขาต้องเตรียมพร้อมไว้เผื่อหาโอกาสหนีไปได้ทุกเวลา ขืนปล่อยให้กล้ามเนื้อปวกเปียกก็คงจะหนีไม่สำเร็จแน่
เขาได้ยินเสียงอึกทึกวุ่นวายข้างนอก แต่จับความไม่ได้ จนเสียงฝีเท้าเดินใกล้เข้ามาถึงหน้าห้อง ประตูบานหนาถูกเปิดออก ร่างเล็กของคลาวด์ถูกเหวี่ยงเข้ามาอย่างไม่ยั้งแรง แซคก้าวออกไปรับร่างนั้นไว้ไม่ให้ถูกกระแทกพื้น เขาสบถ แต่พวกทหารไม่แยแส ประตูถูกปิดไว้เหมือนเดินก่อนที่ฃายหนุ่มจะขยับปากด่า แล้วเขาก็รู้สึกว่าร่างในอ้อมแขน... กำลังขยับ
ร่างที่อ่อนปวกเปียกจนแทบจะยืนไม่ไหวยันตัวขึ้นโดยยึดร่างเขาไว้ ใบหน้าขาวซีดแหงนขึ้นมองเขาด้วยดวงตาสีฟ้าที่ไม่เห็นมานาน
“...แ...ซค”
น้ำเสียงคุ้นเคยฟังดูอ่อนระโหย แต่กระนั้นมันก็ยังความยินดีมาให้คนฟังอย่างเหลือล้น
“คลาวด์!” แซคดีใจจนแทบจะกระโดดโลดเต้นได้ วงแขนตรึงรัดร่างเล็กไว้แน่นอย่างลืมตัว
“อ่ะ... ฉันเจ็บ...” เด็กหนุ่มร้องแล้วทรุดฮวบลงในอ้อมกอดนั้นเอง แซคประคองร่างบางไว้อย่างเบามือ เกรงว่าคลาวด์ในตอนนี้อาจจะแตกหักได้ทุกเมื่อ
“ขอโทษ... แต่โล่งอกไปที” ชายหนุ่มผู้เป็นเฟิร์สคลาสโซลเยอร์เอ่ยขึ้นอย่างโล่งใจ เขาดีใจจนแทบอยากจะร้องไห้ให้ได้
“เกิดอะไรขึ้น... ทำไมเราสองคนถึงได้...” เจ้าของดวงตาสีฟ้าอันอ่อนล้าถาม สิ่งสุดท้ายที่เขาจำได้คือเขาสลบไปเพราะพิษบาดแผลฝีมือของเซฟิรอธ แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง กลับพบคนแปลกหน้าในสถานที่ที่ไม่รู้จัก และเขา... กำลังเข้ามาพัวพันกับเรื่องแปลก ๆ
“ฝีมือโฮโจแห่งชินระ... เจ้าหมอนั่นกำลังใช้เราสองคนเป็นหนูทดลองเพื่อโปรเจคท์ C” แซคอธิบายสั้น ๆ “ฉันก็ไม่รู้เหรอกนะว่ามันคืออะไร แต่คงไม่ดีแน่ ๆ”
คลาวด์ซบกับอ้อมอกของแซค เมื่อครู่นี้เขาดิ้นพล่านด้วยความตกใจจนถูกฉีดอะไรบางอย่างเข้าในร่าง รู้สึกเรี่ยวแรงหดหายไปหมด “...งั้น.... เหรอ...” เด็กหนุ่มรับคำได้เพียงสั้น ๆ เปลือกตาจะปิดลงมาเสียให้ได้
“เหนื่อยเหรอ คลาวด์? เมื่อกี้เจ้าพวกนั้นทำอะไรนาย” คำถามที่ไม่เคยได้การตอบรับ ครั้งนี้มันจะไม่เป็นเหมือนเดิม
“...ไม่รู้... เหมือนกัน...”
แซคประคองร่างเล็กให้นอนลง ลูบหน้าผากให้อย่างอ่อนโยน “นอนก่อนเถอะ ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะอยู่กับนายเอง ไว้ให้นายแข็งแรงกว่านี้ เราค่อยมาคิดหาทางหนีไปด้วยกันนะ!”
แม้ยังปะติดปะต่อเรื่องไม่ค่อยได้ คลาวด์ก็รู้สึกอุ่นใจเมื่อมีแซคคอยคุ้มครอง... เขาค่อย ๆ ยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าอีกฝ่าย ส่งสายตาไว้วางใจให้ชายหนุ่ม ก่อนจะค่อย ๆ หลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย
“.........ขอบคุณ.... แซค”
แซคกุมมือเรียวเล็กนั่นไว้ ทาบหลังมือกับผิวแก้มตัวเอง มันยังอบอุ่นอยู่... รู้สึกอบอุ่นยิ่งกว่าเดิม คลาวด์ของเขายังมีชีวิต... ยังขยับเคลื่อนไหวได้ ยังพูดคุยกับเขาได้... นับวันที่ผ่านมาที่ไม่มีคลาวด์ เทียบกับตอนนี้ความหวังที่จะก้าวไปสู่อิสรภาพขยายใหญ่ขึ้นในใจแซค ความหวังว่าในอีกไม่นาน เขาจะได้เห็นแสงอาทิตย์ส่องสว่างภายใต้ท้องฟ้าสีครามอีกครั้งหนึ่ง
เขาคิดว่าความหวังนั้นคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
########################################
“...เรา... อยู่ที่นี่มานานเท่าไหร่แล้ว” เด็กหนุ่มผมบลอนด์ถามขึ้นเมื่อรู้สึกตัว สภาพร่างกายยังดูอิดโรยไม่ดีขึ้น
“ก็นานพอควร ฉันไม่รู้แน่เหมือนกัน อาจจะสองสามเดือน หรือมากกว่านั้น” แซคทำได้เพียงประมาณเอาตามความรู้สึกเท่านั้น
“อืม.......”
เด็กหนุ่มรับคำเบา ๆ แล้วหลับตาลงอีกครั้ง กุมมือที่ถ่ายทอดความอบอุ่นมาให้ เอนศีรษะซบไหล่หนา
แซคเอื้อมมือโอบไหล่เล็ก ประคองใบหน้าสวยขึ้น แล้วแนบประทับริมฝีปากที่ห่างหายมานาน คลาวด์ถึงกับเบิกตาขึ้นด้วยความตกใจ ก่อนจะถูกดึงเข้าไปให้รสรักอันหอมหวานจนแทบสำลัก
จูบยาวนานทำให้เขาหายใจไม่ออก เขาพยายามผละออกด้วยการดันอกกว้าง แต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดนั้นไม่มีผลใด ๆ เด็กหนุ่มส่งเสียงครางในลำคอแล้วออกแรงดิ้นจนแซครู้สึกว่าผิดปกติจึงยอมคลายริมฝีปากออก
ใบหน้าของคลาวด์แดงก่ำ แต่เนื้อผิวกลับเย็นเฉียบ หอบหายใจหนักหน่วงแล้วกุมหน้าอกตัวเองอย่างทรมาน
“...ขอ...โทษ....” แต่ละคำก็ดูจะเปล่งออกมาได้อย่างยากลำบากเหลือเกิน คลาวด์เองก็ไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของตัวเอง “..ฉัน... หายใจ... ไม่ทัน...”
แซคขมวดคิ้ว เขาสังเกตได้ว่าร่างกายของคลาวด์อ่อนแอผิดปกติ นี่เป็นเรื่องหนักอกสำหรับเขาอย่างรุนแรง หากคลาวด์ไม่รีบฟื้นตัว โอกาสที่จะหาทางหนีคงจะต้องยืดเยื้อออกไป ซึ่งไม่เป็นการดีต่อการที่ร่างกายของทั้งคู่ต้องตกเป็นตัวอย่างทดลองในระยะเวลานาน
ชายหนุ่มกำหมัดแน่น รอจนกระทั่งเด็กหนุ่มมีจังหวะหายใจเป็นปกติ แล้วจึงปั้นยิ้ม เคลื่อนใบหน้าเข้าใกล้แก้มใสแทน
“วิธีสร้างกำลังใจ!”
เขาเอ่ยเสียงร่าเริงเพื่อให้เด็กหนุ่มอารมณ์ดีขึ้น คลาวด์ยิ้มบาง เขารู้ว่าแซคทำเพื่อเขา แซคไม่เคยพูดเรื่องหาทางหนีเพราะรู้ว่าร่างกายของเขายังไม่พร้อม ความสามารถอย่างแซค ถ้าจะเอาตัวรอดไปคนเดียวทำไมจะทำไม่ได้ แต่เพราะว่ามีเขาเป็นตัวถ่วงมือถ่วงเท้าต่างหาก
“...แซค......”
“หืม?”
“... หนีออกไปเถอะนะ.. ถึงจะ... แค่นายคนเดียว----“
ไม่ทันจบประโยควงแขนแกร่งก็ตวัดกว้าง ดึงร่างบอบบางแนบสนิท แต่แซคยังออมแรงไว้ไม่เผลอกอดร่างเล็กนั้นแรงเกินไป
“อย่าพูดอย่างนั้นนะ! ฉันไม่ยอมเหรอก ฉันไม่มีทางทิ้งนายไปไหน สัญญาแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะให้ฉันกอดตลอดไป ห้ามพูดอย่างนั้นอีกนะ เชื่อฉัน.... ฉันจะพานายหนีออกไปให้ได้!”
“....แ... ซค” คลาวด์เอ่ยชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ.... ทั้งดีใจแล้วก็เสียใจ เขาเป็นคนดึงแซคเข้ามาสู่ชะตากรรมอันน่าสะพรึงกลัวนี้ แต่ในหัวใจดวงเล็กนี่ก็ปลาบปลื้มนักที่ชายหนุ่มทุ่มเททุกอย่างเพื่อเขา ไม่ว่าจะในสถานการณ์แบบไหน
“สัญญานะ... เราจะต้องหนีรอดไปด้วยกัน อดทนไว้ให้ได้จนกว่าจะถึงวันนั้น”
แขนเรียวเล็กโอบกอดตอบ แม้จะอยู่ในเหตุการณ์สิ้นหวังเพียงใด ถ้าหากมีแซคคอยอยู่เคียงข้าง เขาเชื่อมั่น... ว่าต้องไม่เป็นไร
น้ำใส ๆ ไหลออกมาจากดวงตาสีฟ้าด้วยความดีใจ เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะตอบ
“...สัญญา...”
########################################
หนทางสู่อิสรภาพ ไม่มีทางได้มาอย่างง่ายดาย เขารู้ดีแก่ใจ... แต่ไม่คิดว่ามันจะหนักหนาสาหัสถึงเพียงนี้….
ทุกอย่างเริ่มย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ เมื่อทั้งเชาและคลาวด์ถูกอัดมาโคเข้มข้นจำนวนมากเข้าไปในร่าง มาโคเป็นพลังงานที่ล้ำค่าต่อดวงดาว แต่เมื่อถูกฉีดเข้าไปในร่างมนุษย์แล้วมันจะก่อให้เกิดปฏิกิริยาพิเศษ ชินระใช้มาโคเพื่อเพิ่มสมรรถภาพของโซลเยอร์ สำหรับแซคที่เคยได้รับมาโคจำนวนหนึ่งไว้ในร่างแล้วจึงไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนัก แต่เขายังรู้สึกได้ว่าร่างกายไม่สามารถขยับเคลื่อนไหวได้ตามที่คิด
ส่วนคลาวด์...การได้รับมาโคจำนวนมากเข้าไปในร่าง ยิ่งทำให้เด็กหนุ่มอ่อนแอลงด้วยพิษของมัน และที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้น คลาวด์มีอาการทางจิตที่ซับซ้อนซึ่งเขาไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นจากอะไร
มันเกี่ยวกับ.. เซฟิรอธ
เด็กหนุ่มไม่เคยหลับลงได้อย่างสงบเลยนับแต่มาโคจำนวนมากถูกฉีดเข้าในร่าง เขามักจะผวาทุกครั้งเมื่อหลับตา อาละวาดจนร่างกายบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้ง
“...ฉัน... เห็นเซฟิรอธ.... เขากำลังเรียก.....”
แซคปวดใจกับสิ่งที่เห็นนัก... ถ้าเลือกได้เขาอยากจะเป็นคนเจ็บเสียเอง คลาวด์พูดกับเขาน้อยลงทุกที อาการเพ้อและประสาทหลอนกลับเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่เขาทำได้เพียงโอบกอดร่างเล็กไว้จนกว่าการอาละวาดดิ้นรนนั้นจะหยุดลง
และเมื่อคลาวด์รู้สึกตัว ดวงตาที่เหลือบขึ้นมองเขา.... ไม่ใช่สีฟ้าสดใสเหมือนท้องฟ้ายามแสงอาทิตย์ส่องอีกต่อไป
แต่เป็นสีเขียวขุ่นมัว... ดูเลื่อนลอยและว่างเปล่า
เด็กหนุ่มทุกข์ทรมานกับสิ่งนี้ เขาไม่อาจต่อต้านภาพหลอนที่ประดังประเดเข้ามา และเขารู้ดี... ว่าตัวเองเป็นตัวถ่วงที่หนักอึ้งของอีกฝ่ายมากขึ้นทุกที แต่เขา... ก็ไม่อาจทนได้ถ้าไม่มีแซค ช่างเป็นความคิดที่เห็นแก่ตัว
ทุกครั้งที่ตื่นจากความฝันอันน่าสะพรึงกลัว คลาวด์จะโผเข้ากอดแซคเหมือนเด็ก ๆ ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายในใจ มีเพียงอ้อมกอดนี้เท่านั้นที่เป็นความจริง ช่วงแรก ๆ เขาพยายามกลั้นน้ำตาเพราะไม่อยากให้แซคต้องกังวลไปมากกว่านี้ แต่เมื่ออาการยิ่งหนักข้อเข้า คลาวด์ก็ทนไม่ไหว เขาจะกอดรัดชายหนุ่มแน่น พร้อมกับร่ำไห้ในอ้อมอกนั้น กลัวว่าสักวันอ้อมแขนที่มั่นคงนี้จะหายไป
“...ฉัน... กลัว... อย่า... ทิ้งฉันไป.... ได้โปรด....”
คำอ้อนวอนเช่นคนหมดหนทางเปล่งออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลปริ่ม อีกทุกครั้งเช่นกันที่แซคจะจูบปลอบที่หน้าผากให้อย่างอ่อนโยน แล้วพร่ำบอกซ้ำ ๆ ว่าไม่เป็นไร
แซคโอบกอดร่างเล็กที่สั่นเทาไว้ ลูบเรือนผมสีบลอนด์เบา ๆ เพื่อให้เด็กหนุ่มสงบลง “ฉันอยู่ตรงนี้ กำลังกอดนายอยู่ไง ไม่เป็นไรนะ” เขาจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใสร่าเริง ราวกับไม่ได้ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากเลยแม้แต่น้อย สุ้มเสียงที่ฟังแล้วรู้สึกอุ่นใจเหมือนกับตัวตนของแซคกำลังโอบล้อมอยู่ทั่วร่าง
ในห้องใต้ดินที่ถูกปิดกั้นจากแสงอาทิตย์... แสงสว่างเพียงอย่างเดียวของคลาวด์คือแซค
คลาวด์เกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้ เอาแต่โหยหาความอบอุ่นจากอีกฝ่าย การปลอบประโลมที่แสนอ่อนโยน น้ำเสียงที่ร่าเริง รอยยิ้มที่สดใส ทั้งหมด... เริ่มเลือนรางหายไปทุกที การรับรู้สัมผัสของคลาวด์ราวกับถูกดึงไปไกลแสนไกล ภาพของปิศาจผมเงินท่ามกลางความมืดและเปลวไฟ.... กลับเด่นชัดขึ้นมาเรื่อย ๆ
ดีแล้วหรือที่จะให้อีกฝ่ายจมจ่อมอยู่กับกรงที่ไร้ทางออกเพียงเพราะเขาต้องการใครสักคนไว้ยึดเหนี่ยว ‘ชีวิต’ ของตัวเอง เขาถูกยื้อยุดอยู่ท่ามกลางความรู้สึกหลากหลาย จะเสียสละผลักไสอีกฝ่ายไป หรือจะเห็นแก่ชีวิตตัวเองเป็นใหญ่ เพื่อให้ต่อชีวิตไปได้อีกสักนิดถึงได้รั้งผู้ชายคนนี้ไว้ข้าง ๆ กาย
การยึดเหนี่ยวแซคไว้ไม่ต่างอะไรกับการตรึงปีกแห่งอิสรภาพ เขาที่ถูกกักขังไว้เพียงลำพังไม่อาจต้านทานความเดียวดายได้ จึงแสดงความอ่อนแอออกมา ยึดชายหนุ่มไว้ไม่ให้จากไป แม้จะรู้ว่าการทำเช่นนี้อาจจะทำให้เขาทั้งคู่สูญเสียอิสรภาพไปตลอดกาล
บางทีความตายอาจเป็นสิ่งที่หอมหวานกว่าที่คิด แต่ขณะนี้มันช่างยากเย็นที่จะเอื้อมคว้ามาเหลือเกิน
ถ้าแซคล่วงรู้ถึงความคิดนี้ เขาคงจะถูกโกรธยกใหญ่แน่ หนุ่มผมเม่นคงจะโขกหัวเขา ไม่ก็ต่อยหน้าเขาซักหมัดเพื่อเป็นการเรียกสติ จากนั้นก็คงจะพูดว่า ‘อย่าคิดอะไรบ้า ๆ แบบนั้นอีกนะ! นายจะต้องไม่เป็นไร ฉันกับนาย... เราจะหนีไปด้วยกัน!’
หรืออะไรทำนองนั้น....
เด็กหนุ่มคิดเช่นนั้นแล้วน้ำตาก็ไหลลงมาอีก เขาอิงซบกับแผ่นอกกว้าง ร้องไห้โดยไร้สุ้มเสียง ซ่อนน้ำตาไว้จนกว่ามันจะเหือดแห้ง...
ความทุกข์ทรมานจนแทบจะขาดใจนี้ แซคเองก็รู้ซึ้งดี ไม่มีวันไหนที่เขาไม่คิดหาทางหนี แต่ร่างกายของตนก็มีขีดจำกัด หนทางสู่อิสรภาพช่างดูริบหรี่ ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่มีวันถอดใจ สักวันเขากับคลาวด์จะต้องได้ยืนอยู่ใต้แสงอาทิตย์ที่ส่องสว่างอีกครั้งหนึ่ง... ให้ได้
แม้ว่าเด็กหนุ่มจะมีปฏิกิริยาโต้ตอบน้อยลงทุกวัน ทั้งยังดูเหมือนมีอะไรรบกวนจิตใจให้สะดุ้งได้ตลอดเวลา ที่เขาทำได้มีเพียงคอยพูดคุยและปลอบโยนเท่านั้น ต่อหน้าคลาวด์เขาจะพยายามฉีกยิ้มให้เด็กหนุ่มผ่อนคลายสภาพจิตใจอันหนักอึ้งและตึงเครียด แต่เมื่อต้องอยู่ตามลำพัง เขาเองก็กลัว... ถ้าวันใดที่ต้องเหลืออยู่ตัวคนเดียว การคิดจะหนีออกไป... ก็ไม่มีความหมาย
“ห้ามลืมสัญญานะ... คลาวด์”
To be continued...
- ไม่จบง่าย ๆ หรอก!
- ไม่รู้จะเขียนอะไรมาก เขิน (เขินอะไรไม่รู้...)
- เขียนจบหมดแล้ว เอาเข้าจริงไม่ได้รีไรท์อะไรเลย ฮ่า ๆ
- แต่ลงจนจบแน่จ้ะ ตอนพิเศษไว้เจอกันในเล่ม
- น่าจะออกปีหน้า *-*
โอ๊ยยยยยยยยย
(..ทำไมเค้าไม่ได้เม้นตอนที่แล้วหว่า...)
#1 By :nakare: on 2007-11-23 22:41