Maybe, Goodbye (12)

“ฉัน... รู้สึกไม่ค่อยดีเลย”

เด็กหนุ่มผมบลอนด์ยึดมือคู่สนทนาไว้ ทั้ง ๆ ที่คิดว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสมที่สุดที่แซคจะเป็นฝ่ายลงไปดูเซฟิรอธเอง ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อในฝีมือแซค แต่.... เขาสังหรณ์ใจแปลก ๆ

คนที่ถูกทักกลับตีความเป็นอย่างอื่น “เป็นอะไรไป เจ็บ.... ตรงนั้นเหรอ”

คนถามถูกตุ้ยท้องเข้าหนึ่งทีโทษฐานพูดจาลามก ทำเอาบรรยากาศตึงเครียดหายไปเสียหมด เจ้าตัวยังทำตาปริบ ๆ เหมือนไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดอะไร

“อ้าว ไม่ใช่เหรอกเหรอ งั้นก็โล่งใจไปที ว่าแต่นายจะมาต่อยฉันทำไมล่ะเนี่ย”

คลาวด์ตอบหน้าบูดบึ้ง “นายก็เป็นแบบนี้ทุกที” เขาเหลือบมองชายหนุ่มที่ยังทำทองไม่รู้ร้อน คง... ไม่มีอะไรต้องห่วงละมั้ง แต่ความรู้สึกไม่สบายใจลึก ๆ นี้มันคืออะไรกันนะ

“ระวังตัวด้วยนะ” ยอมปล่อยมือที่จับไว้ในที่สุด ไม่มีใครจะควบคุมเซฟิรอธได้ดีกว่าแซคที่ฝีมือเท่าเทียมกัน

คลาวด์กุมมือตัวเองแน่น เพียงแค่นึกถึงดวงตาสีเขียวไร้ความเมตตานั่นแล้ว ร่างกายก็สั่นขึ้นมาด้วยความพรั่นพรึง เขากลัวผู้ชายคนนั้น... กลัวเซฟิรอธจากก้นเบื้องของหัวใจ สับสนเหลือเกินกับภาพของเซฟิรอธผู้ยังเป็นฮีโร่ของตน

แซคตบผมบลอนด์ตั้งนั้นเบา ๆ แล้วส่งยิ้มให้ “เดี๋ยวฉันกลับมา”

รอยยิ้มอบอุ่นนั้นบอกเขาว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยดี ความหนักอึ้งในหัวใจดูเหมือนจะถูกยกออกไปอย่างง่ายดาย คลาวด์ผงกหัว ส่งเสียงตอบรับในลำคอเบา ๆ

“ไม่เอาน่า ฉันไม่ได้ไปไหนไกลซักหน่อย นายน่ะทำหน้ามืดมนอย่างนี้อยู่เรื่อยเลยนะ หัดรู้จักดูฉันเป็นตัวอย่างซะมั่งสิ”

“ก็... ฉันเป็นห่วงนี่” คนตัวเล็กอุบอิบ แอบคิดบ่นในใจ

...จะให้ยิ้มแป้นอย่างนายทั้งวัน มีหวังเมื่อยหน้ากันพอดี...

“แป้บเดียวจริง ๆ น่า ฉันเองก็ไม่อยากเสียเวลาเกลี้ยกล่อมหมอนั่นนานนักเหรอก อยู่กันสองต่อสองข้างล่างนั่นน่ะ น่าขนลุกจะตาย” พูดแล้วก็แกล้งทำตัวสั่นประกอบคำอธิบาย ตลกเสียจนคลาวด์หัวเราะพรูด

แซคหมายความตามที่พูด เขาจะไปดูสภาพของเซฟิรอธตามหน้าที่เท่านั้น หลังจากนั้นเขาจะปล่อยให้พวกเทิร์คส์จัดการสะสางต่อ ปัญหานี้ไม่ใช่ของเขา...

คลาวด์พ่นลมหายใจ เขาจะเชื่อใจแซคจนถึงที่สุด ไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรไร้สาระ “งั้นก็ไปดีมาดีนะ”

หนุ่มหัวเม่นเดินออกไปอย่างสบายอารมณ์ ยกมือขวาขึ้นตะเบ๊ะเหมือนเวลาที่ทำสัญญาณว่า ‘รับทราบ’

“ไปละนะ”

########################################

คฤหาสน์ชินระดูว่างเปล่าวังเวง ไม่มีอะไรเปลี่ยน... จะเปลี่ยนก็อาจจะเป็นผู้ชายที่หมกตัวอยู่ข้างล่างนั่น แซคย่างเท้าเข้าไปในห้องทดลองใต้ดินอย่างระแวดระวัง เขาไม่แน่ใจว่าเซฟิรอธจะเกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมาเมื่อไหร่

แสงไฟในห้องสมุดยังสว่าง ชายหนุ่มผมเงินยังอยู่ในอิริยาบถเดิม ...จดจ้องอยู่กับหนังสือเล่มหนา ที่ต่างออกไปก็คงจะเป็นหนังสือที่ถูกกองออกมานอกชั้นจนสูงแทบค้ำหัว กับชั้นวางที่ร่อยเหรอ ร่างในชุดดำกำลังยิ้มกริ่ม เขาหัวเราะเบา ๆ กับตัวเองราวกับคนวิกลจริต แซคเดินเข้าไปใกล้โดยที่มือเตรียมจับดาบของเขาพร้อมจะสู้ทุกเมื่อหากอีกฝ่ายบุกเข้ามา

“เซฟิรอธ”

ลองขานเรียกออกไปก่อน ดูซิว่าครั้งนี้จะหันมาอาละวาดใส่หรือว่าจะทำนิ่งเฉยอยู่เหมือนเดิม ซึ่งแซคหวังให้เป็นอย่างแรกมากกว่า จะได้เอาคืนสิ่งที่เซฟิรอธทำกับคลาวด์เสียบ้าง

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ... ใครกัน!?” นักรบผมเงินหันมามองตรงที่เขาอยู่ ดวงตาสีเขียวมาโคไม่ได้แสดงว่าโกรธเกรี้ยว แต่กลับแฝงไปด้วยความขบขัน “หือ... คนทรยศ”

แซคขมวดคิ้ว เซฟิรอธมีอะไรแปลก ๆ ไป ชายหนุ่มถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อตั้งหลักโดยสัญชาตญาณหากอีกฝ่ายพร้อมจะโจมตี “คนทรยศงั้นเหรอ?”

ทางนี้ต่างหากที่อยากจะพูดอย่างนั้น!

“ทำเป็นไม่รู้เรื่องงั้นเหรอ เจ้าคนทรยศ ฉันจะบอกอะไรให้นะ พวกเราน่ะอพยพมาที่ดาวดวงนี้ หวังว่าสุดท้ายเราจะพบกับดินแดนแห่งพันธะสัญญา ความเป็นนิรันดร์รอเราอยู่ ณ ที่นั่น หึ.... แต่กลับมีอีกชนเผ่าที่เอาแต่ตักตวงผลประโยชน์จากชาวเซทราฝ่ายเดียว บรรพบุรุษของพวกแกไงล่ะ!”

“เซฟิรอธ....” แซคเริ่มจะไม่เข้าใจไปทุกที พูดให้ถูกคือเขาไม่เข้าใจซักอย่างที่เซฟิรอธพล่าม แต่เขาไม่อาจเอ่ยขัดได้ รังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมา... ไม่ธรรมดา นักรบผมเงินกระชับมาซามุเนะดาบคู่ใจอยู่ในมือ ไม่อาจคาดเดาได้ว่าเซฟิรอธคิดจะทำอะไร

“นานมาแล้ว...” ชายหนุ่มผมเงินเล่าต่อ “หายนะได้มาสู่ดาวดวงนี้ บรรพบุรุษของแกก็หนีกันหัวซุกหัวซุน... รอดมาได้ก็เพราะหนีเอาตัวรอด ดาวดวงนี้ปลอดภัยได้ก็เพราะการเสียสละของชาวเซทรา หลังจากนั้นพวกแกก็มีจำนวนมากขึ้น ในขณะที่ชาวเซทราไม่กี่คนเหลืออยู่ในรายงานพวกนี้” เคาะปกหนังสือเล่มที่วางอยู่ใกล้ที่สุด ก่อนจะเหลียวมามองด้วยสายตาน่าขนลุก

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนายด้วย” แซคยังไม่เข้าใจอยู่ดี ไอ้ประวัติศาสตร์พิลึกกึกกือนั่นมีอะไรเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดของโฮโจได้ยังไง

“ยังไม่เข้าใจอีกเรอะ ชนเผ่าโบราณ เจโนวาถูกค้นพบในชั้นดินที่มีอายุกว่าสองพันปี เจโนวาโปรเจคท์ไงล่ะ มันคือการผลิตมนุษย์ที่มีพลังของชนเผ่าโบราณ ไม่สิ... พลังของชาวเซทรา! ... และฉันก็เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์พวกนั้น”

“ผ..ผลิต!?”

“ถูกต้อง ศาสตราจารย์กัสต์ผู้เป็นนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะและเป็นผู้นำเจโนวาโปรเจคท์คนนั้น.... ผลิตฉันออกมา”

“เขา...ทำ.. ได้ยังไง..? ซ.. เซฟิรอธ?” แซคอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ไม่คิดว่าวิทยาศาสตร์ของชินระจะ... ทำสิ่งที่ผิดมนุษย์ถึงเพียงนี้ ร่างสูงเพียงแต่เดินสวนผ่านเขาไป

“หลีกไปซะ... ฉันจะไปพบท่านแม่”

ชั่วพริบตาที่แซคหันหลังไปมอง เซฟิรอธก็หายวับไปแล้ว หายไปราวกับภูตผี... กระแสพลังลึกลับที่แผ่ออกมานั่นทำให้รู้สึกถึงอันตราย... อันตรายที่ไม่ควรจะเข้าไปแตะต้องแม้ซักนิด!

...คลาวด์!!!

เจ้าของดวงตาสีดำประกายเขียวรีบเร่งออกไปจากห้องลับทันที เซฟิรอธที่ก้าวออกไปด้วยความตั้งใจของตัวเองแบบนั้น คงไม่ทำอะไรที่เป็นผลดีแน่ นักรบผมเงินมีเพียงความแค้นเคืองไร้เหตุผล

คงไม่สายเกินไปใช่มั้ย!

ขั่วเวลาไม่กี่นาทีที่เขาคลาดสายตาจากเซฟิรอธ กลับทำให้เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไปจนไม่อาจหวนคืน หมู่บ้านที่เงียบสงบกลับถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงโลกันตร์ มีเพียงส่วนน้อยของหมู่บ้านเท่านั้นที่ไฟยังลามไปไม่ถึง แซคมองเปลวไฟที่ลุกโพลงด้วยใจที่ร้อนรนและสับสน

“โหดร้าย... โหดร้ายเกินไปแล้ว เซฟิรอธ” เขารำพึงกับตัวเอง ชายหนุ่มเดินลุยผ่าไฟที่กำลังลุกโหม แทบไม่เหลือร่องรอยของผู้รอดชีวิต มีเพียงกลิ่นเผาไหม้และไอร้อนปกคลุมไปหมด ท้องฟ้าที่เป็นสีเทาเสมอบัดนี้กลับแดงฉานด้วยแสงจากเปลวเพลิงที่กำลังโหมแรง เปลวไฟสีส้มไหวไปมาราวกับวิญญาณที่เต้นระบำอย่างบ้าคลั่ง

ร่างไร้ชีวิตที่ถูกทิ้งไว้เกลื่อนกลาด ไม่ใช่แผลไฟไหม้ แต่เป็นรอยคมดาบญี่ปุ่นแนวยาว ผู้ที่มีความสามารถลงมือสังหารคนจำนวนมากในเวลาเพียงไม่กี่นาทีได้ก็มีแค่คนเดียวเท่านั้น!

ท้ายหมู่บ้านที่เป็นหนทางไปสู่หุบเขานีเบิล เซฟิรอธยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้นราวกับจะชื่นชมผลงานชิ้นเอกของตัวเอง นักรบผมเงินแสยะยิ้มท่ามกลางเปลวเพลิงที่ลุกโชติช่วง ก่อนจะเหลียวหลังเดินจากไป เป้าหมายของเขา... คือเตาปฏิกรณ์มาโคไม่ผิดแน่

ความกังวลผุดขึ้นมาในใจแซคทันที ท่ามกลางหมู่บ้านที่ลุกเป็นทะเลเพลิง ใจกระหวัดนึกถึงคนที่สำคัญที่สุดของเขา....ชายหนุ่มวิ่งตรงไปที่โรงแรมที่กำลังถูกไฟสีแดงกลืนกินด้วยความหวังในใจ เขากวาดสายตามองไปรอบบริเวณ แต่ก็ไม่พบใคร หัวใจของตนตกลงมาถึงตาตุ่ม

เซฟิรอธ... นายทำลงได้ยังไง เรื่องแบบนี้มัน... โหดเหี้ยมเกินมนุษย์!

“เฮ้ นายที่อยู่ตรงนั้นน่ะ! ยังสติดีอยู่ใช่มั้ย! มาช่วยกันหน่อยเร็ว”

ชายมีอายุคนหนึ่งท่าทางบึกบึนตะโกนเรียก ท่าทางแข็งแกร่งน่าเชื่อถือ เขาคงรวบรวมสติได้ก่อนใครจึงพยายามช่วยเหลือชาวบ้านที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่

“นายน่ะไปดูหลังนั้น! ฉันจะดูทางนี้เอง!” บุคคลแปลกหน้าออกคำสั่ง แม้จะเห็นว่าหมดหวังเต็มทน ชายหนุ่มก็ยังขยับตัวตามคำสั่ง ขาของตนพาขยับไปในทางทิศที่คุ้นเคย แต่ไม่ว่าจะมองไปทางไหน เปลวไฟก็ลุกโพลงไปหมด

...บ้านของคลาวด์...

เขาไม่อาจเรียบเรียงเหตุการณ์ให้สมเหตุสมผลได้ เซฟิรอธ... เจโนวา... ชาวเซทรา... เรื่องบ้าบอพวกนั้นเกี่ยวอะไรด้วยกับการทำให้หมู่บ้านกลายเป็นทะเลเพลิง แซคอยากจะตามเซฟิรอธไป เขาไม่อาจปล่อยให้ชายคนนั้นทำตามอำเภอใจได้อีกต่อไป แต่... ตราบใดที่ความกังวลในใจยังไม่กระจ่าง เขาคงไม่มีสมาธิจะไปประจันหน้านักรบผมเงินได้

...คลาวด์ของเขา...

ความคิดในแง่ร้ายสิ้นสุดลงเมื่อเห็นเด็กหนุ่มในชุดทหารชินระยืนอยู่หน้าบ้านเดิมของตัวเอง แซครี่เข้ามาหาด้วยความดีใจที่เห็นคลาวด์ปลอดภัยจนทำให้ลืมคิดเรื่องอื่นไปชั่วครู่ ไม่ทันสังเกตท่าทีของอีกฝ่าย

“เซฟิรอธ... เขาทำแบบนี้ทำไม”

คลาวด์เอ่ยราวกับพูดกับตัวเอง ไม่บอกกรู้ว่าเด็กหนุ่มรู้สึกย่ำแย่เพียงใดที่เห็นภาพบ้านเกิดของตัวเองกลายเป็นนรก ด้วยฝีมือของคนที่ตัวเองเคยชื่นชม คลาวด์กำหมัดแน่น เขา.. ไม่ได้ร้องไห้

ภายใต้หมวกนั่น... แซคไม่รู้ว่าคลาวด์ทำหน้าแบบไหนอยู่ สภาพบ้านเรือนที่เห็นถูกแผดเผาจนแทบจะล้มครืนลงมาได้ แซคกัดฟันแล้วดึงคลาวด์มากอดไว้ เขาไม่กล้าพูดถึงครอบครัวและเพื่อนของเด็กหนุ่มสักคำเพราะกลัวจะยิ่งทำให้แผลในใจยิ่งลุกลาม แค่ภาพอันโหดร้ายมันก็เฉือนหัวใจกันเกินไปแล้ว

แซคนึกถึงภาพสุภาพสตรีที่แสนอ่อนโยน... เธอเพิ่งจะพูดคุยกับเขาไปเมื่อวาน เธอฝากฝังคลาวด์ไว้กับเขา บัดนี้.. คงเป็นภาพที่เหลืออยู่เพียงในความทรงจำ ซ้อนทับกับบ้านที่ลุกท่วมด้วยเปลวไฟ ขนาดเขาเองยังรู้สึกโหวงในอกได้ขนาดนี้... แล้วคลาวด์ล่ะ... จะปวดร้าวแค่ไหน...

“...ฉันจะหยุดเซฟิรอธเอง” ไม่ใช่เพื่อใครอื่นเลย เขาไม่อาจยกโทษให้เซฟิรอธได้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ชาวบ้านที่หมู่บ้านนี้ผิดอะไร...? คลาวด์ทำผิดอะไร...? ทำไมต้องลงเอยแบบนี้!

“นายอยู่ที่นี่ คอยช่วยเหลือพวกคนในหมู่บ้านเถอะ อย่าให้ไฟลุกลามไปกว่านี้” จับไหล่บางมั่นแล้วบอก ที่จริงเขาก็ไม่อยากทอดทิ้งชาวบ้านผู้โชคร้ายไป หมู่บ้านนี้อาจจะไม่เหลือซาก แต่ถ้าปล่อยเซฟิรอธไปตอนนี้... ไม่ดีแน่ ๆ!

“มีฉันคนเดียวที่จะหยุดหมอนั่นได้” แซคพูดเสร็จก็ไม่รอให้อีกฝ่ายได้คัดค้าน เขามุ่งหน้าตรงไปที่เซฟิรอธตั้งใจจะไป เตาปฏิกรณ์มาโคในหุบเขานีเบิล!

เส้นทางสู่หุบเขานีเบิลยังวังเวงไม่เปลี่ยน สายลมหวีดหวิวพัดผ่านราวกับไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง แต่หากมองลงไปจะเห็นไฟสีแดงลิบ ๆ พร้อมควันไฟที่กำลังกลืนกินหมู่บ้านไปทีละน้อย แซคมุ่งความสนใจไปยังเตาปฏิกรณ์ ดูเหมือนว่ามีใครบางคนตามนักรบผมเงินมาก่อนเขา แต่นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญ สิ่งที่ต้องทำตอนนี้ คือหยุดเซฟิรอธให้ได้!

ข้อสงสัยว่าใครเป็นคนตามเซฟิรอธมาก่อนเขากระจ่างเมื่อภาพอันน่าสลดปรากฏตรงหน้า ด้านหน้าเตาปฏิกรณ์ที่โดดเดี่ยว ร่างไร้ชีวิตของชายคนหนึ่งถูกทิ้งไว้อย่างไม่ใยดี มาซามุเนะที่ปักคาอยู่ในร่างเป็นหลักฐานได้อย่างดีว่าฆาตกรคือใคร เด็กสาวคนนั้น... ทีฟาก็อยู่ด้วย ชายผู้โชคร้ายคนนั้นคือพ่อของเธอที่มาส่งในวันที่เธอเป็นไกด์นำทางนั่นเอง

แซคตั้งใจจะเข้าไปปลอบ แต่เด็กสาวกลับลุกพรวด คว้าดาบมาซามุเนะเล่มยาว วิ่งตรงเข้าไปในเตาปฏิกรณ์

“ทีฟา!!!” เขาร้องห้าม แต่สายไปเสียแล้ว เธอไม่แม้แต่จะชะงักเท้า การเผชิญหน้ากับเซฟิรอธไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดเอาเสียเลย สิ่งที่ผลักดันเธอ คงมีเพียงแรงแค้นเท่านั้น

ไม่มีทางเลือกอื่นเหลือให้เขา แซคจับดาบบัสเตอร์ซอร์ดแน่น ก่อนจะพุ่งเข้าไปในเตาปฏิกรณ์

########################################

นีเบิลเฮมไม่มีความหวังเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว... จนแล้วจนรอดพวกเขาก็ไม่พบใครที่รอดชีวิตอีกเลย... แต่คลาวด์ไม่เลิกล้มความตั้งใจที่จะหยุดเซฟิรอธ เขาเคยชื่นชมเซฟิรอธ เคยสงสารชายหนุ่มที่แสนโดดเดี่ยวคนนั้น แต่สิ่งที่เซฟิรอธกระทำมันเลวร้ายเกินกว่าเขาจะยกโทษให้ได้ น้ำตาของเขาไม่ไหลออกมา... ยังก่อน ไม่ใช่ตอนนี้ นี่ไม่ใช่เวลาจะมาเศร้าเสียใจ ไม่จนกว่าเขาจะจัดการเรื่องราวให้เรียบร้อยเสียก่อน

ลมหนาวที่พัดผ่านช่องเขาช่างหนาวเย็นเสียดผิว แตกต่างกับหมู่บ้านที่ลุกเป็นไฟ ดวงตาสีฟ้าส่องประกายแน่วแน่ เซฟิรอธทำลายทุกอย่างในชีวิตเขา ครอบครัวเพียงคนเดียว... บ้านเกิด... ผู้คนทั้งหมดที่เขาเติบโตมาด้วย ไม่มีอะไรเหลือ... และเขาจะไม่ยอมให้เซฟิรอธพรากสิ่งที่เหลืออยู่ไป

เด็กหนุ่มเร่งฝีเท้าเดินขึ้นหุบเขานีเบิล เขาทิ้งผู้เฒ่าแซนกันที่ยังพยายามค้นหาผู้รอดชีวิตไว้เบื้องหลัง แซค... สำคัญต่อเขามากกว่า เขาเชื่อว่าฝีมือระดับแซคคงสามารถสู้เซฟิรอธได้สูสี แต่เชื่ออีกเช่นกันว่าแซคไม่ใช่คนที่เลือดเย็นเหมือนนักรบผมเงิน ความใจดีของแซค... ความอ่อนโยนของแซค... มันกลายเป็นสิ่งที่อันตรายเมื่อชายหนุ่มเผชิญหน้ากับเซฟิรอธ!

เขาไม่อยากจะเสียอะไรไปอีกแล้ว... ได้โปรด อย่าเป็นอะไรไปเลย แซค...

กลิ่นคาวเลือดเป็นสิ่งแรกที่เขาสัมผัสได้เมื่อก้าวเข้าไปในเตาปฏิกรณ์ คลาวด์ใจหายวูบเมื่อเห็นบัสเตอร์ซอร์ดถูกปักทิ้งไว้ เด็กหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบบริเวณ ร่างของทีฟาถูกทิ้งอยู่ระหว่างบันไดที่มีแคปซูลเรียงราย คลาวด์ก้มลงประคองร่างเด็กสาวอย่างเบามือ แม้จะโล่งใจขึ้นมาได้เปลาะนึงที่ทีฟายังมีชีวิตอยู่ แต่ก็เจ็บใจนักที่เรื่องเลวร้ายแบบนี้จะต้องมาเกิดกับเพื่อนของตน ไม่ห่างกันนักเงาร่างที่คุ้นเคยก็ปรากฏสู่สายตา แซคถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส คลาวด์เม้มริมฝีปากแน่น ไม่กล้าคิดอะไรที่จะบั่นทอนกำลังใจของตัวเอง เขาจะต้องทนเห็นภาพคนถูกทำร้ายด้วยน้ำมือของผู้ชายคนนั้นไปอีกเท่าไหร่กัน

เขาเสียใจ.. ที่ตัวเองทำอะไรไม่ได้เลย

คลาวด์วางร่างเพื่อนหญิงของตนให้ห่างออกไป อย่างน้อยถ้าแซนกันตามมา ก็คงพาเธอหนีไปได้อย่างปลอดภัย คลาวด์หันไปหาชายหนุ่มที่ยังไม่ได้สติ แซคเลือดออกมาจนเขากลัว... กลัวว่าแซคจะไม่ลืมตาขึ้นมาอีก

“..ค...ลาวด์?”

“แซค!!!”

เด็กหนุ่มผมบลอนด์กลืนก้อนสะอื้นด้วยความโล่งใจ

ยังมีชีวิตอยู่.... ยังมีชีวิตอยู่!!!

ในเวลาแบบนี้แซคยิ้มไม่ออก เขา... หยุดเซฟิรอธไม่ได้ แถมยังเสียท่าบาดเจ็บจนขนาดจะขยับตัวยังไม่ไหว แต่เขา... จะปล่อยให้เซฟิรอธลอยนวลไปไม่ได้

“...คลาวด์.... เซฟิรอธอยู่ข้างใน”

น้ำตาที่ตั้งท่าจะไหลลงมาถูกห้ามเอาไว้ คลาวด์รู้ดีว่านี่ยังไม่ถึงเวลาคร่ำครวญ ตราบใดที่ยังหยุดเซฟิรอธไม่ได้ ตอนนี้มีเขาคนเดียวที่จะทำได้ เด็กหนุ่มพยักหน้าแล้วหันไปคว้าบัสเตอร์ซอร์ดมาไว้ในมือ ก้าวเข้าไปในเตาปฏิกรณ์ชั้นใน

เซฟิรอธ.... อยู่ที่นั่น

เส้นผมสีเงินปลิวปัดเมื่อชายในชุดดำก้าวเดิน เบื้องหน้าเขามีแคปซูลขนาดใหญ่บรรจุอะไรบางอย่างที่มีรูปลักษณ์คล้ายหญิงสาวแต่น่าสยดสยองกว่ามากนัก เสียงทุ้มเอ่ยพึมพำอะไรบางอย่างที่เขาไม่คิดจะสนใจฟัง เซฟิรอธกำลังพูดคุยกับอะไรสักอย่างที่ไม่รู้ว่ามีชีวิตรึเปล่าในหลอดแก้วนั่น เปิดโอกาสให้คลาวด์เดินเข้าไปประชิดตัวได้โดยที่ไม่ทันระวังตัว

เด็กหนุ่มกระชับดาบเล่มใหญ่ในมือแน่น ภาพของนักรบผมเงินที่เขาเคยเชื่อถือ รอยยิ้มบางที่เขาเคยเห็น น้ำเสียงเข้มงวดที่แฝงความอบอุ่น ไม่มีอีกแล้ว เซฟิรอธคนนั้น... มีแต่เพียงผู้ชายบ้าคลั่งคนหนึ่งเท่านั้น!

ปลายดาบใหญ่แทงเข้าด้านหลังของชายหนุ่มผมเงิน ทะลุไปถึงหลอดแก้วที่มีสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดด้านหน้าจนร้าว คลาวด์ลงมือได้โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย เมื่อนึกถึงสภาพบ้านเกิดของตนกลายเป็นนรก เสียงกรีดร้องของผู้คนที่ถูกสังหาร

“...คะ... ใครกัน” เลือดของเซฟิรอธหลั่งรินเปื้อนคมดาบ นักรบผมเงินไม่คาดคิดว่าตนจะเสียรู้ให้กับมนุษย์ธรรมดาเช่นนี้

“...ผมเคยชื่นชมคุณ.. นับถือคุณ... แต่คุณไม่ใช่เซฟิรอธที่ผมรู้จักอีกต่อไป!!!” คลาวด์ตะโกนออกไปด้วยความคับแค้นในใจ แล้วกระชากปลายดาบออกอย่างแรง ร่างของเซฟิรอธกระตุกด้วยความเจ็บปวดแล้วทรุดลงตรงนั้นเอง

คลาวด์หอบหายใจ เมื่อเห็นเซฟิรอธแน่นิ่งไปแล้วจึงวิ่งรุดออกมา มือขวายังยึดบัสเตอร์ซอร์ดไว้แน่น เขาถอดหมวกน่ารำคาญนั่นออกอย่างไม่แยแส เด็กหนุ่มพุ่งตรงไปหาแซคที่สติเลือนลางเต็มทน

“แซค! แซค!”

ชายหนุ่มแทบจะลืมตาไม่ขึ้นด้วยพิษบาดแผล แต่เมื่อได้ยินเสียงคลาวด์ เขาก็ใจชื้นขึ้นมาว่าเด็กหนุ่มทำสำเร็จ

“คลาวด์... ไม่ต้องห่วงนะ” ปลายนิ้วนั้นปาดเช็ดน้ำตาที่ไหลรินออกมาอย่างอ่อนโยน แซคเข้าใจว่าเด็กหนุ่มคงใจเสียที่เหตุการณ์เลวร้ายต่างก็ประดังประเดเข้ามา คลาวด์สูญเสียทุกอย่างไปในเวลาชั่วพริบตา แถมยังเห็นเขาในสภาพบาดเจ็บร้ายแรงอย่างนี้เสียอีก คนอ่อนไหวอย่างคลาวด์จะทนอยู่นานได้ยังไง

คลาวด์ยกมือขึ้นปาดน้ำตาตัวเองถึงได้รู้ตัวว่ากำลังร้องไห้ ทำไม... น้ำตาถึงได้ไหลออกมาได้? ทั้ง ๆ ที่เขารู้ว่านี่ไม่ใช่เวลาจะมาเสียใจ เขา... จัดการเซฟิรอธด้วยมือของตัวเอง คลาวด์ไม่รู้ว่าตนเสียใจที่สูญเสียฮีโร่ของตนไปถึงได้ร้องไห้ เพราะสะเทือนใจต่อการสูญเสียของตัวเอง หรือดีใจที่สามารถปกป้องแซคไว้ได้กันแน่ อาจจะทั้งหมดนั่นรวมกัน...

“ข... ขอโทษ นี่ไม่ใช่เวลาจะมาร้องไห้ซะหน่อย” เด็กหนุ่มว่าแล้วพยายามเช็ดน้ำตาจนดวงตาช้ำไปหมด แซคเห็นแล้วปวดใจนักที่คลาวด์ต้องมาเจอกับชะตากรรมอันโหดร้าย

“รีบออกไปจากที่นี่กันเถอะ” คลาวด์ตั้งท่าจะพยุงแซคออกไป แต่ด้านในกลับเกิดเสียงดังบางอย่างจนทั้งคู่ต้องเหลียวไปมอง

เซฟิรอธก้าวออกมาจากห้องด้านในอย่างทุลักทุเลเพราะมีบาดแผลฉกรรจ์ที่ช่องท้อง ในมือถือหัวของสิ่งที่เมื่อครู่อยู่ในแคปซูลชั้นในสุด ราวกับหัวมนุษย์ที่เต็มไปด้วยสายระโยงรยางค์สีขาวดูน่าสยดสยอง

“น้ำหน้า... อย่างพวกแกน่ะ” น้ำเสียงอำมหิตเอ่ยดังพอจะให้ทั้งสองได้ยิน แววตาสีเขียวมาโคนั้นดูเข้มขึ้นอย่างประหลาด เซฟิรอธจ้องมองลงมาด้วยรังสีอาฆาตแค้น

“...คลาวด์... จัดการเซฟิรอธซะ” แซคกัดฟันบอก ถ้าเขาไม่บาดเจ็บจนขยับไม่ได้ล่ะก็ คงไม่เลือกให้คลาวด์เป็นคนลงมือ นี่เป็นทางเลือกสุดท้ายที่เขาเหลืออยู่จริง ๆ เขาต้องเดิมพันกับคลาวด์เท่านั้น แม้จะรู้ว่าอาจจะเป็นการส่งเด็กหนุ่มไปในเงื้อมมือของมัจจุราช แต่ถ้าคลาวด์ไม่ลุกขึ้นสู้ เซฟิรอธก็ไม่มีทางปล่อยให้รอดไปได้แน่

สติของแซคเลือนลางเต็มทน เขาแทบจะลืมตาไม่ไหว เกือบจะไม่ได้ยินเสียงอะไรแล้ว ดวงตาสีฟ้าแม่นมั่นนั่นจ้องมองมาที่เขา เด็กหนุ่มผงกหัวรับคำ กระชับบัสเตอร์ซอร์ดแน่นมากขึ้น จดจ้องไปที่เป้าหมายของตน... เซฟิรอธ!

“เซฟิรอธ!!!!!”

ร่างสูงยืนตระหง่านอยู่ด้านบน คลาวด์กระโจนเข้าไปอย่างรวดเร็ว แต่ไม่เร็วพอที่เซฟิรอธจะตั้งรับไม่ทัน นักรบผมเงินใช้มาซามูเนะเล่มบางรับบัสเตอร์ซอร์ดขนาดใหญ่ได้อย่างสบาย ๆ ทั้งคู่ยื้อยุดกันอยู่ไม่นาน ร่างสูงที่แรงเหนือกว่าก็เป็นฝ่ายชนะ เซฟิรอธปัดทั้งบัสเตอร์ซอร์ดและร่างของเด็กหนุ่มกระเด็นกระดอนไปถึงห้องด้านใน

เบื้องล่างเตาปฏิกรณ์คือสารมาโคเข้มข้น สีเขียวของมันกระทบผนังห้องแคบ ๆ จนกลายเป็นเงาสลัวสีขุ่น คลาวด์ถูกแรงพลังหนักหน่วงกระแทกจนจุก ชายหนุ่มผมเงินผู้เป็นดั่งอสูรกายกำลังเดือดดาลย่างสามขุมตามเข้ามา

“น้ำหน้าอย่างพวกแก... อย่าประมาณตัวเองให้สูงเกินไปนัก!”

เรียวดาบแหลมคมแทงทะลุร่างเล็กอย่างไม่ปรานี เซฟิรอธแทงดาบทะลุร่างที่ยังลุกไม่ขึ้นโดยไม่ยั้งมือ เรียกเสียงร้องแห่งความเจ็บปวดให้ดังก้อง ความเจ็บปวดไหลไปทั่วร่างราวกับกระแสไฟฟ้า มันเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนแทบจะตั้งตัวไม่ทัน รู้สึกเหมือนเนื้อท้องของตนถูกควักออกไป

เซฟิรอธยกดาบขึ้นด้วยมือเพียงข้างเดียว ร่างของคลาวด์ลอยอยู่กลางอากาศโดยมีคมดาบยาวนั้นรั้งตัวเอาไว้เพียงเท่านั้น คลาวด์ไม่มีแรงจะขยับตัว แค่กระดิกนิ้วก็รู้สึกเหมือนร่างกายจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ

แต่เมื่อเห็นดวงตาสีเขียวมาโคที่จ้องมองตนอยู่นั้น... มันเป็นดวงตาของปิศาจไร้หัวใจ มีเขาคนเดียว... เขาคนเดียวที่จะหยุดสัตว์ประหลาดตรงหน้าได้ จะยอมแพ้ไม่ได้เด็ดขาด แววตาสีฟ้าประกายวาบด้วยความเจ็บแค้นเมื่อนึกถึงบ้านเมืองของตนถูกเผาด้วยไฟนรก ทุกสิ่งที่ถูกทำลายด้วยน้ำมือผู้ชายคนนี้ ...และเพื่อแซค เขายกโทษให้ไม่ได้!!!

เด็กหนุ่มคว้าปลายดาบ กัดฟันทนความเจ็บปวดแสนสาหัสแล้วออกแรงดึงปลายดาบเข้าหาตัว เหยียดขาลงพื้น ต้านแรงดึงของอีกฝ่าย หน่วงน้ำหนักให้ตกมาทางตนแล้วเป็นฝ่ายยกร่างในชุดดำนั้นขึ้นมาแทน

“บ... บ้าน่า.. เป็นไปไม่ได้!”

นักรบผมเงินตกตะลึงในพละกำลังอันเกินตัวที่ตนไม่คาดคิด คลาวด์ไม่รอช้าฉวยโอกาสนี้หวี่ยงเซฟิรอธให้กระแทกกับท่อที่เชื่อมต่อกับบ่อมาโคด้านล่าง ก่อนร่างนั้นจะร่วงหล่นลงไปในสารสีเขียว

ไม่มีเสียงร้องใด ๆ... เซฟิรอธจมลงไปในบ่อมาโคพร้อมกับหัวของสิ่งที่อยู่ในแคปซูลนั่นเงียบกริบ สิ่งที่เหลือทิ้งไว้มีเพียงดาบมาซามุเนะที่แทงทะลุอยู่ในร่างคลาวด์เท่านั้น เด็กหนุ่มหอบหายใจถี่รัว เขาไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกแล้ว ภาพที่เห็นเริ่มพร่าเลือน...

สำเร็จ... แล้วใช่มั้ย...?

คลาวด์กลั้นใจดึงดาบเล่มยาวนั้นออกจากตัว ความเจ็บร้าวแล่นริ้วขึ้นมา เลือดอุ่น ๆ หยดลงพื้นเจิ่งนอง แต่เขาไม่สนใจ เด็กหนุ่มดึงดาบออกจากตัวได้ในที่สุด ก่อนจะทรุดตัวลงนั่ง

แค่จะก้าวขาก็ยังก้าวไม่ออก แต่สุดท้ายเขาก็กัดฟันลุกขึ้นเดินออกไปอย่างยากลำบาก

แซคได้ยินเพียงเสียงอึกทึกข้างในเท่านั้น เมื่อเสียงนั้นเงียบไปชายหนุ่มจึงกัดฟันแล้วยันตัวขึ้น พอดีกับที่เขาเห็นคลาวด์เดินโซเซออกมา เด็กหนุ่มก้าวเข้ามาหาอย่างเชื่องช้า เป็นไปไม่ได้ที่แซคจะไม่สังเกตเห็นบาดแผลใหญ่ที่ช่องท้อง เลือดสีแดงไหลรินเป็นทาง คลาวด์ทรุดตัวลงตรงหน้าเขา ใบหน้าซีดเผือดเพราะเสียเลือดไปจำนวนมาก

แต่กระนั้น... เจ้าของดวงตาสีฟ้าก็ยังยิ้ม

“ฉัน... ปกป้องแซค... ได้แล้วสินะ”

สิ้นคำเด็กหนุ่มก็ล้มลงหมดสติ แม้อยากจะลุกขึ้นพาคลาวด์ออกไปจากที่นี่ แต่ร่างกายที่สะบักสะบอมของแซคก็ไม่อาจขยับเกินขีดจำกัดของตัวเองไปได้มากกว่านี้ เพียงแค่จะเอื้อมมืออกไปกุมมือเล็กชุ่มโชกเลือดนั่นไว้ยังไม่อาจทำได้

ไม่มีเวลาเหลือให้คิดอีกต่อไป สติของเขาเองก็เลือนรางไปทุกที

“...คลาวด์”

นั่นคือคำสุดท้ายที่เขาเปล่งออกไป ก่อนทุกอย่างจะดำมืด

########################################

แซครู้สึกตัวขึ้นมาอีกทีก็พบว่าถูกรายล้อมไปด้วยทหารชินระ ชายหนุ่มค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก เขาคงถูกฉีดยาระงับความเจ็บปวดไปแล้วถึงได้รู้สึกว่าร่างกายชาไปหมด ร่างผอมในชุดกาวน์สีขาวกำลังหันหลังให้เขาอยู่ เขาจำเสียงน่ารังเกียจนั่นได้

โฮโจ...

“หืม... เจ้าเด็กคนนี้น่ะเหรอที่จัดการเซฟิรอธได้ น่าสนใจ! น่าสนใจจริง! คงเป็นร่างทดลองตัวใหม่ที่มีประโยชน์แน่ ๆ”

นักวิทยาศาสตร์แห่งชินระหัวเราะเบา ๆ ในลำคออย่างรู้สึกสนุกที่ได้หนูทดลองตัวใหม่ แซคได้ยินถึงกับลุกพรวดขึ้นมาอย่างไม่เจียมสังขารตัวเอง เจ็บแผลจนตัวงองุ้ม แต่ก็ยังเค้นเสียงออกมา

“จะทำอะไรกับคลาวด์! อย่ายุ่งกับเขานะ!”

โชคดีที่ทหารชินระที่หามเปลให้เขาอยู่ไม่ตกใจที่เขาลุกขึ้นมาเสียจนมือไม้อ่อน ไม่อย่างนั้นเขาคงเจ็บตัวฟรี โฮโจชายสายตามามอง เป็นสายตาที่เขาไม่ชอบเอาเสียเลย โฮโจดันแว่นตัวเอง แล้วแสยะยิ้ม

“แกก็จะเป็นตัวอย่างที่ล้ำค่าทีเดียว ไม่ต้องโวยวายไปเหรอก”

“โฮโจ!! แก!!!” ถ้ามีเรี่ยวแรงพอเขาคงต่อยเจ้านี่คว่ำไปแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะร่างกายที่บาดเจ็บนี่กับทหารชินระที่ขวางมือขวางเท้าเขาล่ะก็...!!!

ร่างเล็กนอนนิ่งอยู่ไม่ไกลเลย แต่แค่จะเข้าไปโอบกอดยังทำไม่ได้ แซคดึงดันจะเข้าไปใกล้เด็กหนุ่มแต่กลับถูกพลทหารจับตัวไว้

“คลาวด์! คลาวด์!” เขาส่งเสียงเรียก หวังว่าเด็กหนุ่มจะได้สติขึ้นมา เพื่ออะไรเขาก็ยังไม่เข้าใจ ด้วยพละกำลังตอนนี้ เขาหนีไปไหนไม่ได้ เขาเพียงแค่อยากเห็นดวงตาสีฟ้านั่นเบิกขึ้นมองเขาอีกครั้ง

โฮโจส่ายหน้าราวกับเห็นเรื่องนี้น่าเบื่อเต็มที เขาก้าวมาใกล้ คว้าอะไรบางอย่างออกจากกระเป๋าชุดกาวน์ “โหวกเหวกโวยวายเสียจริง ฉันไม่ปล่อยให้เจ้าหนูนั่นตายง่าย ๆ เหรอกน่า ก็เป็นตัวอย่างสำคัญกับการทดลองนี่นะ นายก็ด้วย ยอมอยู่นิ่ง ๆ สงบเสงี่ยมเสียดี ๆ จะดีกว่า”

เข็มฉีดยาถูกปักลงที่หลังท้ายทอย หลังความรู้สึกเจ๊บจิ๊ด แซคก็รู้สึกมึนงง ทุกอย่างเบลอไปหมด เจ็บใจตัวเองที่ไร้ความสามารถเหลือเกิน...

To be continued...

  • วันนี้ไปงานบุมมา
  • ลืมกล้องไว้ที่น้องอีกคน กร๊ากกกกก
  • อยากอัพ แต่ไม่มีบุญได้อัพ เก็บกดว่ะ
  • รักนีโอคุง ขอบคุณทุกคนมากเลย
  • ไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับฟิค...
  • ตอนนี้ก็เหมือนในเกมทุกประการ ยกเว้นลดบททีฟา กร๊ากกกก
  • ท่อนหลังเป็นอะไรที่เขียนยากมาก จะหวานก็หวานไม่ได้ เห้อ
  • เดี๋ยวนี้นอนดึกทุกวันเลยเว้ยยยยยยย
  • งานกองท่วมหัว พรุ่งนี้ (วันนี้) ก็ต้องทำอีก
  • วันนี้เสียเวลาไปลัลล้าทั้งวัน แต่ก็อยากเที่ยวนี่หว่า!!!
  • อยากเขียนฟิคก็เขียน จะจบแล้วเชียว จะได้เริ่มรีไรท์
  • เมื่อวานไปคุ้ยยูทูบ (อีกแล้ว) แองจีล x แซคเต็มไปหมดเลย =[]=!!!

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

มาอ่านก่อนไปนอน55

เหมือนเ็้นภาพในเกมส์FFVII กลับมาจริงๆ ภาพโพลิก้อนลอยมา ยังแปลกใจอยู่จนทุกวันนี้ว่า คลาวด์โดนแทงอยู่ แต่มีปัญหายกเซฟิรอทลอยแล้วเหวี่ยงได้ไงฟระ

ถ้าเหมือนในเกมส์ ตอนตอนไปก็จะเศร้าแล้วสินะ

โฮกกกกกกกกกก

ลดบททิฟ่าไปจริงๆด้วย55

#1 By Mercutery on 2007-11-18 01:35

แล้วเราก็ยังไม่ได้อ่านฟิคนี้ต่อไป (เพราะช่วงนี้จ้องตัวหนังสือเยอะๆในคอมแล้วจะเมา ทำโดมากไป+ไม่ได้ใช้คอมมากไป)

วันนี้กีจังเป็นยางิวที่แมนสมบทมาก ไอ้อุฮิถึงกับอุฮิเลยทีเดียว ตอนสลับวิกขำดี เดินมาด้วยกันอย่างน่ารักมาก

เราก็เมนต์ไม่เกี่ยวกับฟิคเลย 555+

#2 By LUMiN on 2007-11-18 02:44

กล้ามคลาวด์ได้มาจากตอนนี้รึเปล่าเนี่ย *หัวเราะ*
ดึกมากแล้วอู้งาน สมองไม่ไหล อยากเม้นท์มากกว่านี้แต่ไม่รู้จะเม้นท์ว่ายังไงดี ฮ่าก

ตอนต่อไปคงใกล้ถึงตอนเศร้าแล้วสินะคะ ฮ่ากกก
ถึงรู้อยู่แล้ว แต่ก็อยากอ่าน
รอพี่กีเอามาลงนะค๊า

ปล. อู้งานเหมือนกันค่ะ
ไม่ไปงานบูมเพราะกะจะอยู่ทำงาน จนแล้วจนรอด งานไม่ยักกระเตื้องเท่าไหร่เลย ฮา
จะเสร็จมั้ยเนี่ย ส่งวันจันทร์ด้วย ฮ่ากกกก

#3 By ★ GenZo ★ on 2007-11-18 02:58

ไว้อาลัยให้สุดที่รักสองวิ .. บ๊ายบายเซฟที่รัก เอิ๊กกกก
แม้แต่บ้าก็ยังเท่ 555

#4 By BeeJang on 2007-11-18 09:19

ตอนนี้เหมือนในเกมส์เลย
จำได้ลางๆว่าใน FFVIICC
หลังคลาวด์เหวี่ยงเซฟิรอธตกลงไป
คลาวด์ก็ไหลลงจากบันไดไปหาแซ๊คที่นอนหมดสภาพอยู่ที่บันได
ฉากนั้นสุดยิดมากก เห็นแล้วฮา แอบ y หุหุ
http://www.youtube.com/watch?v=-oMkf_pz2AE
ฉากนี้มันอยู่ที่ 40 วิสุดท้ายนะ

#5 By พ ั ด จ ั ง on 2007-11-18 12:11

จอง1เล่ม!!!

(เมนต์เกี่ยวข้องกับฟิคอย่างที่สุด)
ปุริ *-*
.
(โอ๊ยยยย เข้ามากี่ทีก็หมั่นไส้หน้าอียู!!!! นังแร่ด!!!)
(ปล. ไม่ได้เล่นไฟนอล... *-*)

#7 By Sp@rk on 2007-11-18 20:04