*Warning NC-17*

อาจจะไม่ใช่ฉาก NC ของคู่ที่คุณคิด... ไม่อยากทำแถบขาวเลย จะไ้ด้ไม่รู้ว่า NC จะมาเมื่อไหร่ lol

Maybe, Goodbye (11)

ทันทีที่ก้าวขาเข้าไป คลาวด์รู้สึกเหมือนราวกับถูกตรึงอยู่ในอาณาเขตของชายหนุ่มผมเงิน บรรยากาศดำมืดราวกับอยู่ในหุบเหวลึก เซฟิรอธไม่ได้เฉยชาเหมือนคราวก่อน ร่างสูงนั้นหันขวับมาส่งสายตากรีดแทงยังเด็กหนุ่มทันที

“มาอีกแล้วเหรอ”

เสียงทุ้มคุกคามจนขนลุกเกรียว แม้จะฟังดูเป็นคำถามแสนธรรมดา แต่แววตาสีเขียวแฝงโทสะนั่นคงจะไม่ต้องการคำตอบเป็นแน่

คลาวด์กดดันจนพูดอะไรไม่ออก ราวกับเซฟิรอธกลายเป็นสัตว์ประหลาดไปแล้วจริง ๆ ดาบมาซามูเนะที่เจ้าของวางทิ้งไว้อีกมุม ไม่ได้สร้างความอุ่นใจขึ้นมาได้เมื่อชายร่างสูงย่างเท้าเข้ามาทีละนิด ร่างนั้นราวกับลอยอยู่เหนือพื้น แม้จะได้ยินเสียงฝีเท้ากระทบพื้นด้านล่างเป็นจังหวะมั่นคงก็ตาม

เซฟิรอธแสยะยิ้ม หยุดยืนอยู่หน้าเด็กหนุ่มห่างไม่ถึงฟุต ดวงตาสีฟ้าสั่นระริกอย่างพรั่นพรึง เขาคงตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำแน่ ๆ หากเนื้อตัวที่เปียกปอนพอจะช่วยกลบเกลื่อนอาการสั่นเพราะหวาดกลัวได้คงจะดีไม่น้อย เซฟิรอธยิ่งยกยิ้มเมื่อเห็นเด็กหนุ่มกลัวจนตัวสั่นเพียงเพราะเผชิญหน้ากับเขา

“นึกว่าจะชื่นชมฉันอยู่เสียอีก เธอพูดเองว่าฉันไม่ใช่สัตว์ประหลาดไม่ใช่รึ”

เซฟิรอธพูดกลั้วหัวเราะราวกับเป็นเรื่องสนุก

คลาวด์พยายามบังคับตัวเองให้หยุดสั่น เขาจ้องมองดวงตาสีเขียวเรียวนั่นอย่างไม่อาจจะละสายตาออกไปได้ ราวกับถูกตรึงไว้กับที่ด้วยเชือกที่มองไม่เห็น แม้จะก้าวขาถอยหลังก็ไม่อาจทำได้

‘ไม่ใช่สัตว์ประหลาด... เซฟิรอธคือเซฟิรอธ’ เขายังจำคำพูดของตัวเองได้ ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้... ยังใช่เซฟิรอธคนเดิมที่เขาชื่นชมรึเปล่า คลาวด์ถามตัวเองแต่ไม่กล้าตอบ มือใหญ่ยกขึ้นกอบกุมปลายคาง เซฟิรอธยื่นใบหน้าเข้าใกล้ ลมหายใจที่ควรจะอุ่น คลาวด์กลับรู้สึกถึงไอเย็นจากฝ่ายตรงข้าม

“รับปิศาจตนนี้ไม่ได้สินะ แกกำลังกลัวจนหัวหด มนุษย์อย่างพวกแกถึงได้เอาเปรียบ แย่งชิงทุกอย่างไปจากเรา”

เด็กหนุ่มไม่เข้าใจสิ่งที่เซฟิรอธเอ่ยแม้แต่เพียงเศษเสี้ยว ราวกับชายหนุ่มวิกลจริตไปแล้ว คลาวด์พยายามค้นหาความมีสติสัมปชัญญะที่อาจจะเร้นอยู่ในดวงตาสีเขียวคู่นั้น หากแต่พบเพียงความโกรธแค้นและบ้าคลั่ง

“ผม.... ไม่เข้าใจ เซฟิรอธ คุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร”

ลำแขนแข็งแกร่งยกร่างเล็กขึ้นได้เพียงมือข้างเดียว คลาวด์ถูกโยนกระเด็นไปอีกมุมของห้อง เคราะห์ดีที่ตัวไม่ได้กระแทกโดนแคปซูลเปล่าที่มุมห้องจนแตกกระจาย ไม่เช่นนั้นเขาคงได้แผลจนเลือดอาบ

“อย่ามาทำเป็นไขสือ พวกแกขัดขวางไม่ให้เราหาดินแดนแห่งพันธะสัญญาพบ กีดกันเราออกจากเส้นทางนั้นอย่างหน้าด้าน ๆ”

“เซฟิรอธ! หยุดพูดเถอะ!” คลาวด์ตะโกนห้าม เขาทนไม่ได้ที่จะเห็นเซฟิรอธฟั่นเฟือนไปมากกว่านี้ คำพูดที่เก็บกักเอาไว้พรั่งพรูออกมา แม้จะกลัว แต่หากปล่อยเซฟิรอธให้บ้าคลั่งต่อไป มันคงจะสายเกินแก้

“คุณไม่ใช่ปิศาจ ไม่ใช่สัตว์ประหลาด คุณไม่มีอะไรแปลกแยกไปจากเรา คุณคือเซฟิรอธผู้แข็งแกร่ง เฟิร์สคลาสโซลเยอร์ที่ใครต่อใครก็ชื่นชม ผมเอง----”

“เห็นใจปิศาจน่ะ จะพาหายนะมาสู่ตนเอง” ร่างในชุดหนังสีดำกล่าว พร้อมกับย่างสามขุมเข้ามาใกล้อีกครั้ง

“คุณ... ไม่ใช่ปิศาจ” คลาวด์ยืนยันความคิดเดิมที่แทบจะหลุดลอยไปได้ทุกเมื่อ ร่างสูงผงาดนั้นน่าสะพรึงกลัว... จะเรียกว่าสัตว์ประหลาดได้ก็คงไม่ผิด เด็กหนุ่มสะบัดหัวไล่ความคิดแย่ ๆ นั้นออกไป เขามาที่นี่เพื่อจะช่วยเซฟิรอธ ไม่ใช่มาบั่นทอนความมั่นใจของตัวเอง

“ผมเชื่อใจคุณ เซฟิรอธ ถึงคุณจะเปลี่ยนไปยังไง แต่ไม่มีทางเป็นสัตว์ประหลาดเด็ดขาด”

เซฟิรอธหัวเราะในลำคอ “ฉันกับพวกแก มันต่างกัน” เอ่ยเหยียดหยามแล้วคุกเข่า สบดวงตาสีฟ้าไร้เดียงตา วูบหนึ่งที่คลาวด์เห็นว่าแววตาสีเขียวยะเยือกนั้นไหววูบ

...เซฟิรอธไม่ได้ไร้หัวใจเสียทีเดียว...

รอยยิ้มเหยียดกลับแปรเป็นรอยยิ้มที่เศร้าสร้อย เซฟิรอธหัวเราะอย่างขมขื่น เส้นผมสีเงินสะบัดพลิ้วไปตามแรงไหว “เชื่องั้นเหรอ ใครกันจะเชื่อสัตว์ประหลาดได้ ตลกสิ้นดี”

“ผมเชื่อคุณ!” คลาวด์โพล่งขึ้น เขาเห็นความหวังในแววตาของนักรบผมเงิน เซฟิรอธเพียงแค่ต้องการใครสักคนจริง ๆ ใครสักคนที่จะเชื่อใจได้ ใครสักคน... ที่ชายหนุ่มจะเปิดใจด้วย

“ไม่มีอะไรต้องกลัวเลย เซฟิรอธ ผม... จะเห็นคุณเป็นเซฟิรอธคนเดิมเสมอ”

ประโยคนั้นเมื่อสายฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา เซฟิรอธรัดร่างเล็กเข้ามาในอ้อมกอด แทบอยากจะกอดรัดเด็กหนุ่มให้ตายคาอกไปซะ รู้สึกอิจฉาผู้ที่ไม่มีชะตากรรมอันน่าสงสารเช่นเขา ความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาโอบอุ้มเขาไว้ได้ คำพูดง่าย ๆ เช่นนั้น แน่ใจหรือว่าออกมาจากใจจริง?

เรียวแขนบอบบางขยับจะกอดตอบเพื่อปลอบโยนร่างสูง แต่ลำแขนแข็งแกร่งกลับผละดันเขาออก ก่อนที่ชายหนุ่มรูปงามจะประทับริมฝีปากลงมาอย่างดุดัน ดวงตาสีฟ้าสวยเบิกกว้างด้วยความตระหนก ไม่คาดคิดว่าเซฟิรอธจะผลีผลามทำอะไรเช่นนี้ คลาวด์ยกมือขึ้นดันร่างหนาออก ซึ่งนั่นแทบจะไม่มีผลกับอีกฝ่ายที่มีพละกำลังเหนือกว่า

เด็กหนุ่มไม่รู้สึกถึงความละมุนในสัมผัส มือใหญ่ลาบล้วงเข้ามาในเสื้อเปียกชื้นอย่างจาบจ้วง เสียงทุ้มกระซิบข้างหูแสดงความปรารถนาล้ำลึกที่เจ้าตัวไม่เคยเปิดเผยให้ใครฟังมาก่อน

“เธอจะเป็นคนเดียวที่ได้อยู่เคียงข้างปิศาจอย่างฉัน... คลาวด์ สไตรฟ์”

เครื่องแบบที่รัดกุมถูกกระชากออกอย่างง่ายดายด้วยน้ำมือของเซฟิรอธ คลาวด์สะดุ้งเฮือกเมื่อรู้ตัวว่าจะถูกทำอะไร ทั้งกลัว... ทั้งหวาดหวั่น... ภาพฮีโร่ในใจของตนถูกทำลายโดยไม่เหลือชิ้นดี ปลายนิ้วของชายหนุ่มผมเงินนั้นกระด้างและรุนแรง คลาวด์รู้สึกเหมือนตนกำลังเป็นเหยื่อที่โดนสัตว์ป่าขย้ำกิน เด็กหนุ่มดิ้นสุดแรงเพื่อให้หลุดจากการเกาะกุม ดูท่าเซฟิรอธจะเสียสติไปแล้ว

ต่างหูสีฟ้านั่นดูเป็นสิ่งขัดตาเซฟิรอธเหลือเกิน แต่บัดนี้เขาไม่สน นักรบผมเงินครอบครองเด็กหนุ่มไว้ใต้ร่างของตน ประกบริมฝีปากลงไปอย่างตะกรุมตะกราม เสียงขัดขืนเล็ก ๆ ในลำคอของอีกฝ่ายไม่ได้ทำให้เขาหยุดการกระทำแม้แต่น้อย เซฟิรอธเพิ่มแรงบีบกรามเพื่อบังคับให้เด็กหนุ่มอ้าปาก

“อย่า--- เซ--- อื้อ--- ไม่!!!”

เด็กหนุ่มกัดลิ้นที่รุกรานเข้ามาเต็มแรง ทิ้งรอยเลือดไว้ที่ริมฝีปากของตน เซฟิรอธขมวดคิ้วถมึงทึง ไม่เคยมีใครกล้าทำกับเขาแบบนี้ เขาฉวยกระชากร่างเล็กขึ้นด้วยฝ่ามือที่กุมรอบลำคอเรียว

“ผม... ให้คุณ... ไม่ได้” เจ้าของดวงตาสีฟ้าเอ่ยอย่างลำบากเต็มทน มือใหญ่บีบรัดช่องทางหายใจของเขาอยู่ เซฟิรอธหรี่ตาอย่างพิจารณา ดวงตาสีเขียวนั้นเต็มไปด้วยความโกรธเคือง หากเขามีมาซามูเนะอยู่ในมือก็คงใช้มันฟันร่างนี้ให้แดดิ้นไปตรงหน้า

นักรบผมเงินเหวี่ยงคลาวด์ออกไปจากห้องทดลองอันถือเป็นอาณาเขตของเขา ร่างเล็กกระเด็นครูดกับพื้นขรุขระด้านนอกเสียจนระบม เด็กหนุ่มยันตัวขึ้นช้า ๆ ดูท่าอีกฝ่ายจะไม่สนใจจะทำร้ายเขาต่อ เซฟิรอธยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น สายตาเย็นชาพุ่งเป้ามาที่เขาอย่างมาดร้าย

คลาวด์ไม่แน่ใจว่าเขามองผิดหรือไม่ แต่แววตานั้น... แฝงความผิดหวังและเศร้าสร้อยอย่างสุดซึ้ง

คลาวด์กัดฟันทนความเจ็บปวด พยุงร่างสะบักสะบอมของตนเข้าไปหาอีกฝ่าย... เขาหยุดตัวเอง เขา... ทำอะไรไม่ได้จริง ๆ ไม่ควรจะมาที่นี่ด้วยซ้ำ นึกถึงคำพูดของแซคแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนโง่เง่าเหลือเกิน สิ่งที่เขาทำ... กลับยิ่งเพิ่มความเจ็บปวดให้กับเซฟิรอธให้มากขึ้น

“ผมขอโทษ... เซฟิรอธ แต่ผม... รักคุณไม่ได้จริง ๆ”

เซฟิรอธนิ่งเฉยราวกับไม่ได้ยิน ริมฝีปากขยับพึมพำอะไรบางอย่างที่คลาวด์ไม่ได้ยิน ประตูห้องทดลองถูกปิดลงดังสนั่นราวกับมีลมพัดแรงเพราะชายหนุ่มไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย น่าแปลกเพราะในใต้ดินแบบนี้จะมีลมได้ยังไงกัน

ทันใดแรงกดดันมหาศาลก็แผ่พุ่งออกมา ความหวาดกลัวเกาะกุมไปทั่วทั้งร่างอีกครั้ง คลาวด์ก้าวขาไม่ออก... เม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาทั่วกายด้วยความพรั่นพรึง หวาดผวาในอำนาจบ้าคลั่งของเซฟิรอธ

สัญชาตญาณเอาตัวรอดของเขาบอกว่าต้องรีบออกไปจากที่นี่ คลาวด์ไม่เสียเวลาคิดอะไรอย่างอื่น เขาวิ่งขึ้นบันไดเวียนไปอย่างเร็วที่สุดเท่าที่ขาจะพาไปได้ ดวงตาสีเขียวมาโคแสดงความเคียดแค้นยังตามมาหลอกหลอนเขาทุกฝีก้าว

########################################

แซควิ่งวนให้ควั่กท่ามกลางสายฝนที่ยังโหมกระหน่ำ หลังจากที่เขาแวะไปที่บ้านของคลาวด์แล้ว แม่ของคลาวด์ดูเหมือนจะเดาได้ว่าคนที่ลูกชายของเธอขัดใจอยู่ด้วยนั้นคือเขา แซคไม่รู้ว่าเธอรู้เรื่องความสัมพันธ์อันลึกซึ้งนี้มากขนาดไหน อาจจะเพราะท่าทีที่ร้อนรนของเขาที่แสดงออกอย่างชัดเจน เธอคงคาดได้ว่าเขาเป็นคนพิเศษสำหรับคลาวด์ไม่น้อยจึงได้ยิ้มอย่างเอ็นดูมาให้เขาแล้วฝากฝังว่า

‘คลาวด์น่ะ เป็นเด็กอ่อนโยนนะคะ ฉันที่เป็นแม่มาพูดเสียเองแบบนี้ก็อาจจะฟังแปลก ๆ แต่เขามักจะพยายามเข้มแข็งเกินตัวเสมอ เด็กคนนั้นไม่ชอบพูด แต่ฉันคิดว่าคุณคงเดาออกว่าตอนไหนที่เขากำลังต้องการใครสักคนอยู่เคียงข้าง ฝากดูแลคลาวด์ด้วยนะคะ’

ถึงเธอจะไม่บอกเขาก็พอจะรู้อยู่บ้าง คลาวด์ไม่เคยแสดงความอ่อนแอออกมาให้ใครเห็น แม้แต่เขา ไม่เคยเรียกร้องความสนใจในเวลาที่ไม่สบายใจ เพราะลักษณะนิสัยแบบนั้นนั่นแหละที่ทำให้เขาอยากใกล้ชิดคลาวด์... อยากเข้าไปปกป้องเด็กหนุ่มที่มีจิตใจเข้มแข็งคนนั้น

ไม่ว่าจะตั้งแต่ตอนแรกพบ... หรือนับแต่นี้เป็นต้นไป ความสุขของเขาคือการได้ปกป้องคุ้มครองคลาวด์

แล้วทำไม... ถึงปล่อยให้เด็กหนุ่มคลาดสายตาไปอีกนะ เขานึกตำหนิตัวเอง แต่ก็นึกว่าคลาวด์เหมือนกันที่ชอบทำอะไรเกินตัว

แซคเสียเวลาคุยกับแม่ของคลาวด์มากอยู่เหมือนกัน เขาคิดว่าคลาวด์อาจจะฉวยโอกาสตอนที่เขาเดินมาย้อนกลับไปที่โรงแรม แต่เขากลับเดาผิด คลาวด์ต้องไปที่คฤหาสน์ชินระแน่ ๆ

ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงรีบเร่งนัก ไม่มีอะไรรับประกันว่าคลาวด์จะไม่ลงไปหาเซฟิรอธด้วยตัวคนเดียว แซควิ่งสุดฝีเท้าก่อนจะเห็นคนที่กำลังคิดถึงวิ่งออกมาจากคฤหาสน์ชินระที่ยังไม่ดับไฟ ราวกับหวาดกลัวและวิ่งหนีอะไรมา

ชายหนุ่มรั้งคลาวด์ไว้ ยังไม่ทันจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทันทีที่ถูกยึดตัวไว้ เด็กหนุ่มก็โวยวายขึ้น

“ปล่อย!! อย่าแตะต้องผม เซฟิรอธ!!!” ขัดขืนรุนแรงจนแซคต้องรวบมือทั้งสองข้างไว้ไม่ให้ดิ้นได้ เสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยกับรอยช้ำตามลำตัวมีหรือที่เขาจะไม่สังเกตเห็น

“คลาวด์! คลาวด์!!!” เขาเรียกเด็กหนุ่มเพื่อให้สติอยู่กับเนื้อกับตัว ท่ามกลางท้องฟ้ามืดครึ้มและสายฝนเช่นนี้เขามองเห็นอะไรไม่ถนัดนัก เขาไม่อยากเดาสิ่งที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย หวังว่ามันคงไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด

“ผมรักคุณไม่ได้...! รักไม่ได้จริง ๆ... “ แม้เสียงฝนจะกลบ แต่เขาได้ยินเสียงร่ำไห้สะอื้น เด็กหนุ่มกำลังตื่นตระหนก ต้นเหตุเป็นใครอื่นไม่ได้นอกจากเซฟิรอธ

แซคกัดฟันอย่างคับแค้น แล้วตัดสินใจรวบเด็กหนุ่มเข้ามากอด ประทับจุมพิตลงบนริมฝีปากนิ่มอุ่นที่สั่นไหว ดวงตาสีฟ้าผ่อนคลายความหวาดผวาลง ร่างกายที่ถูกกอบกุมไว้ค่อย ๆ หยุดต่อต้านเมื่อจดจำได้ว่าสัมผัสอ่อนโยนนี้เป็นของใคร

เรียวลิ้นเกี่ยวกระหวัดหวานล้ำ ความตระหนกเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความหวามไหว คลาวด์ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ชายหนุ่มผมดำที่คุ้นเคยกำลังทอดสายตามองเขาอย่างห่วงใย แซคยกมือขึ้นปาดเส้นผมเปียกชุ่ม

“คลาวด์”

“....แซค... แซค..!”

ทันทีที่ได้ยินเสียงอ่อนโยนเรียกชื่อตน คลาวด์โผเข้ากอดชายหนุ่มตรงหน้าแล้วปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย กายที่เย็นเฉียบเพราะต้องสายฝนกลับอบอุ่นขึ้นมาได้เมื่ออยู่ในวงแขนของแซค เขาไม่อยากจะไปไหนอีกแล้ว... ไม่อยากปล่อยอ้อมแขนนี้ไปเลย

“ไม่เป็นไรแล้ว... ไม่ต้องกลัว ฉันอยู่ตรงนี้แล้ว” น้ำเสียงผ่อนคลายนั่นคอยปลอบโยนเขาอยู่ไม่รู้นานเท่าไหร่ คลาวด์ได้แต่สะอึกสะอื้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งเสียใจที่ทำเรื่องให้ยุ่งยากขึ้น ทั้งกลัวเซฟิรอธจนทำอะไรไม่ถูก แล้วก็โล่งใจ... ที่ได้กลับมาอยู่ในที่ที่ต้อนรับเขาด้วยความอบอุ่นอีกครั้ง

...อ้อมแขนของแซค...

แพขนตาเปียกชุ่มไปด้วยทั้งน้ำฝนและน้ำตา แซคกุมไหล่เล็กแสนเปราะบางไว้ เขาจ้องตาเด็กหนุ่มราวกับต้องการจะค้นหาความจริง แต่ก็กลั้นใจไม่เอ่ยถามอะไรออกไป กลัวว่าคำตอบที่ได้รับอาจจะทำให้เขาควบคุมตัวเองไม่อยู่ ลำแขนแข็งแกร่งดึงเด็กหนุ่มเข้ามากอดแน่น

“...ฉันเป็นของนาย...” เสียงใสเอ่ยเบา ๆ แต่กลับได้ยินชัดก้อง เสียงฝนดูจะหายวับไปในทันที “...ฉันเป็นของแซคคนเดียวเท่านั้น ทั้งตัวและหัวใจ ไม่มีใครจะแยกฉันออกจากนายได้ จะไม่ให้ใครทั้งนั้น แม้แต่เซฟิรอธ... ฉันเป็นของนายคนเดียว”

ขาดคำริมฝีปากร้อนระอุก็ถูกประกบลงมา เด็กหนุ่มเผยอรับเรียวลิ้นที่แทรกเข้ามามอบความหวานซ่านในโพรงปากอย่างเต็มใจ จูบนับครั้งไม่ถ้วนแลกเปลี่ยนท่ามกลางสายฝนเย็นฉ่ำ แม้ฝนจะตกลงมาไม่หยุดก็ไม่อาจเป็นอุปสรรคของแรงปรารถนาอันเอ่อล้น

ดวงตาสีฟ้าฉ่ำหวานทอดมองคนรักของตน ริมฝีปากบางขยับเอ่ยความในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ฉันรู้แล้ว” เจ้าของดวงตาสีดำประกายเขียวสะท้อนในความมืดลูบใบหน้าเด็กหนุ่มอย่างอ่อนโยน ปลอบประโลมว่าไม่เป็นไร "จะไม่มีใครแตะต้องนายได้... นอกจากฉัน”

ดวงหน้าขาวเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน ออกจะซีดเซียวลงไปเมื่ออยู่ท่ามกลางความหนาวเย็น แซคที่สบายใจขึ้นมาได้เมื่อเห็นว่าคลาวด์ปลอดภัยดี จึงแนะให้กลับไปที่โรงแรมก่อนที่คลาวด์จะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น เด็กหนุ่มสะดุ้งขึ้นมา ยื่นมือมากุมไว้แน่น แซคนึกรู้ได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคงไม่น่านึกถึงเท่าไหร่

“มีฉันอยู่ด้วย ไม่ต้องกลัวไปเหรอก”

คลาวด์ผงกหัวรับ ยึดมืออุ่นนั้นกระชับแน่นขึ้น

“.....ขอบคุณ”

ทั้งสองพากันกลับไปที่โรงแรม หลังจากจัดการถอดเสื้อผ้าที่เปียกแฉะ แล้วอาบน้ำอุ่นเรียบร้อยแล้ว คลาวด์ก็เล่าอาการของเซฟิรอธให้แซคฟังโดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายร้องขอ หนุ่มหัวเม่นฟังแล้วก็ขมวดคิ้วเครียด ไม่ผิดไปจากที่เขาเดา...

คลาวด์ก้มหน้างุดอย่างสำนึกผิด “ขอโทษ.... ฉัน... น่าจะฟังที่นายพูดตั้งแต่แรก กลายเป็นว่าฉันทำเรื่องให้เป็นปัญหายุ่งยากยิ่งกว่าเดิมเสียอีก”

ยิ่งคิดถึงความน่าสะพรึงกลัวของเซฟิรอธ พลังอำนาจที่แผ่ตรึงร่างเขาได้นิ่งสนิทช่างสยดสยอง ถ้าเซฟิรอธไม่คิดจะรามือ เขาคง........... ดวงตาสีเขียวเสียดแทงนั่นปรากฏขึ้นในความคิด เพียงเท่านั้นก็รู้สึกเจ็บแปลบไปหมด

น้ำใสเริ่มปริ่มขึ้นล้นปลายหางตา ถ้อยคำขาดตอนเพราะเสียงสะอื้น “....ขอโทษ... จริง ๆ.. ฉันเอาแต่สร้างเดือดร้อนให้... ขอโทษ”

แซคลูบเรือนผมสีบลอนด์นุ่มนั้นอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มอบอุ่นเจิดจ้าราวกับแสงอาทิตย์เผยให้เห็นอีกครั้ง

“อย่าโทษตัวเองอย่างนั้นซี่ นายก็แค่อยากช่วยเซฟิรอธเท่านั้นเอง”

แซคที่ยกโทษให้เขาอย่างไม่มีเงื่อนไขแบบนี้ ยิ่งทำให้คลาวด์ละอายใจ ที่เคยคิดว่าชายหนุ่มช่างเอาแต่ใจไร้เหตุผลนั้นกลับเป็นสิ่งที่ไม่น่ายกโทษให้ตัวเองเอาเลย

เด็กหนุ่มซบหน้าลงกับเข่า ดูเหมือนน้ำตาจะไหลออกมาเสียให้ได้ เขากลายเป็นคนบ่อน้ำตาตื้นไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

“เซฟิรอธ.. ฉันกลัว... ว่าเขาจะเป็นยังไงต่อ”

“พรุ่งนี้ฉันจะลงไปดูหมอนั่นอีกที ถ้ามันเกินเยียวยาจริง ๆ เราก็กลับมิดการ์กัน”

เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนาอย่างฉงน “นายจะทิ้งเขาไว้ที่นี่เหรอ”

“ฉันไม่อยากเสี่ยงพิการเพราะสู้กับหมอนั่นตัวต่อตัวเหรอกนะ ถ้าไม่มีอะไรดีขึ้นฉันก็จะโทรบอกชินระ ให้เป็นหน้าที่พวกเทิร์คหรือใครก็ได้มารับช่วงต่อละกัน เรื่องอะไรฉันกับนายต้องมาติดแหงกอยู่กับเซฟิรอธล่ะ”

“แต่----“ คลาวด์ตั้งท่าจะค้าน สภาพของเซฟิรอธที่พบนั้นดูยังไงก็ไม่ปกติ เขากังวลว่าถ้าปล่อยทิ้งไว้นานเข้า แม้แต่ชินระก็อาจจะหยุดเซฟิรอธไม่ได้

ปลายนิ้วแตะห้ามที่ริมฝีปาก เจ้าของมือนั้นหลิ่วตาทะเล้น “ไม่ต้องแต่แล้ว เลิกคิดมากแล้วหาเรื่องปวดหัวให้ตัวเองได้แล้วน่า”

คลาวด์หน้าหงอยลงไปถนัดตาเมื่อถูกตำหนิตรงจุด ใบหน้าเศร้าสลดนั้นยิ่งทำให้คนมองอยากรวบมากอดจูบจนร้องครางเครือเสียจริง

แซคดันเด็กหนุ่มลงกับเตียง ร่างเล็กเพียงแต่เบิกตาแต่ไม่ได้ออกแรงขัดขืน ยอมรับริมฝีปากอุ่นที่ประกบลงมาแต่โดยดี ดวงตาสีฟ้าหลับพริ้ม แขนเรียวโอบกอดร่างที่อยู่เบื้องบนอย่างรักใคร่ แซคยิ้มให้หลังจากจูบปลอบใจนั้น

“เรื่องเซฟิรอธน่ะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง วันนี้นายนอนพักเถอะ”

เจ้าของรอยยิ้มสดใสบอกเหมือนออกคำสั่งกลาย ๆ คลาวด์กำลังขวัญเสีย เขาจึงไม่คิดอยากทำอะไรให้สติกระเจิดกระเจิงไปกันใหญ่

คลาวด์ไม่ได้พยักหน้ารับ ปลายนิ้วเล็กเคลื่อนมาสัมผัสใบหน้าคมอย่าเกรง ๆ ดวงตาสีฟ้าไหวระริก ส่งแววออดอ้อม เหมือนกับจะเชิญชวน

...จ้องแบบนั้น... เดี๋ยวก็อดใจกันไม่ไหวพอดีเหรอก

“แซค” เสียงหวานเรียก เพียงชื่อของเขาก็ดูจะสื่อความหมายได้เพียงพอ ผิวแก้มแดงก่ำ ก่อนคำพูดน่าอายจะเปล่งออกมาจากริมฝีปาก

“กอดฉันได้มั้ย... เหมือนกับคืนที่ฝนตกคืนนั้น”

เสียงฝนภายนอกดูเบาบางไปมาแล้ว เม็ดฝนเล็กตกโปรยปรายเป็นเสียงเปาะแปะเบา ๆ เมื่อกระทบหลังคาหรือหน้าต่าง เด็กหนุ่มผมบลอนด์มองลึกเข้าไปในแววตาอ่อนโยนของอีกฝ่ายที่แฝงความร้อนแรงจนแทบจะแผดเผาเขาให้เป็นจุลได้ ร่างสูงโน้มลงทาบทับ บดเบียดริมฝีปากลงกับกายเล็ก

“ต่อให้ฝนหยุด ฉันก็ไม่เลิกกอดนายแน่”

น้ำเสียงหยอกเย้าอันคุ้นเคยนั้นทำให้เด็กหนุ่มสบายใจอย่างบอกไม่ถูก เขาหัวเราะคิก ก่อนที่เสื้อผ้าชุดใหม่ที่เพิ่งเปลี่ยนมาเมื่อครู่จะถูกถอดและโยนทิ้งไปข้างเตียง

ยอดอกสีชมพูถูกดุนดันจนตั้งชัน ปลายลิ้นเปียกชุ่มโลมเลียยอดอกทำให้รู้สึกเสียวซ่าน นิ้วมือกดลงที่หน้าท้องเรียบตึง ไล่เรียงไปถึงแนวขา ทุกสัมผัสที่แซคมอบให้มีความละมุนละไมทะนุถนอม ราวกับถูกโอบล้อมด้วยแสงอาทิตย์อันอบอุ่น ชายหนุ่มยกท่อนขากลมกลึง ดึงรูดกางเกงจนร่นลงมาถึงข้อเท้า ดันขาเรียวให้แยกออกจากกัน ขบกัดน่องเพรียวทิ้งรอยแดงไว้บนผิวขาว ปลายลิ้นหยอกล้อกับแก่นกายที่เริ่มตั้งชูชัน

“มีอารมณ์ง่ายจังนะ คนลามก”

เด็กหนุ่มหน้าแดงแปร๊ด เถียงออกไปทันที “ก.. ก็เพราะใครกันล่ะ!”

แซคหัวเราะ ปรนเปรอความสุขให้จนคลาวด์ร้องครวญคราง ลิ้นอุ่นยิ่งลิ้มลองรสชาติหวานหอมไปทั่วผิวนิ่ม หวังจะรีดเร้นเสียงครางเร้าอารมณ์นั่นให้ดังยิ่งขึ้นอีก มือใหญ่เร่งเร้าอารมณ์ปรารถนาของร่างเล็กให้กระพือโหมแรงขึ้นจนคลาวด์แทบรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นให้แสดงท่าทีน่าอาย

แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าแซค... กลับไม่รู้สึกหวาดหวั่นเลยสักนิด....

“อ... อา.... แซค... รีบ... เข้ามา”

อยากรับชายหนุ่มเข้ามาเป็นหนึ่งเดียว...อยากรู้สึกถึงความร้อนแรงที่หลอมละลายหัวใจได้....

“รอก่อน คลาวด์ ใจเย็น ๆ สิ”

ร่างเล็กถูกโอบยกขึ้น คลาวด์กระชับอ้อมกอดแน่น กระหายหาจุมพิตจากอีกฝ่าย ในขณะที่ด้านล่างถูกเบิกทางด้วยนิ้วแกร่ง เด็กหนุ่มหอบหายใจ สิ่งแปลกปลอมในช่องทางคับแคบนั่นสร้างความอึดอัดให้เขาไม่น้อย กระนั้นความเสียวกระสันก็มีมากกว่า นิ้วยาวหมุนวนภายในกายเขาเพื่อสร้างความคุ้นเคย ก่อนจะถูกถอนออกในเวลาไม่นาน

“ไหวแน่นะ...”

แซครู้ตัวว่าเขาไม่ได้เตรียมพร้อมร่างนี้มากกว่าที่ควร แต่ครั้งนี้ยากที่จะหักห้ามเชื่อนอารมณ์เอาไว้ได้ ในเมื่อคลาวด์เย้ายวนยิ่งกว่าทุกที

คลาวด์ยิ้มรับทั้งที่ลมหายใจยังหอบสั่น แซคสอดใส่ความแข็งแกร่งของตนเข้าไปโดยไม่ลืมที่จะทะนุถนอมร่างกายในอ้อมกอด ร่างของเด็กหนุ่มกระตุกเฮือกเมื่อแก่นกายใหญ่โตแทรกเข้ามาในร่าง เปล่งเสียงครางหวามไหวที่ฟังไม่ออกว่าทรมานหรือหลงให้ลรสสัมผัสนี้กันแน่ มือเล็กยึดเกาะแผ่นหลังแกร่งเพื่อระบายความเจ็บปวดทางกาย

เขากำลังบีบรัดอีกฝ่ายอยู่อย่างสุขสม...

“...เก่งมาก... จะขยับละนะ”

ชายหนุ่มยิ้มพอใจเมื่อแก่นกายของตนดุนดันเข้าไปจนถึงที่สุด คลาวด์กำลังโอบล้อมเขาแน่นเหมือนไม่อยากให้จากไป รู้สึกถึงความคับแน่นและร้อนรุ่มจนแทบละลาย เขาเลื่อนใบหน้าขึ้นบดเบียดริมฝีปากด้วยจูบดูดดื่ม ก่อนจะค่อย ๆ ขยับกาย

สะโพกบางขยับตามจังหวะที่เขาเป็นผู้นำ แรงเสียดสีหนักหน่วงเมื่อจังหวะการสอดใส่เร่งเข้า มีเพียงเสียงลมหายใจถี่ผสมปนเปกับเสียงครางแว่วหวาน และเสียงของผิวเนื้อที่เสียดสีกันดังก้องเท่านั้น

“อ.. อ๊า... แซค!”

ร่างเล็กเกร็งผวาเมื่อตนใกล้ถึงฝั่งแห่งอารมณ์เต็มทน แซคส่งเสียงครางในลำคอก่อนจะรุกเร้าดันกายเข้าสุด พร้อมกับปลดปล่อยความปรารถนาของตนเองภายในร่างเล็ก คลาวด์ผ่อนลมหายใจยาวเมื่อธารแห่งอารมณ์ถูกปล่อยออกมา พร้อมกับรู้สึกถึงความอุ่นวาบในกายที่แซคมอบให้

“เจ็บมั้ย”

แซคเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน แล้วจูบเปลือกตาบางแผ่วเบา ชายหนุ่มถามเช่นนี้ทุกครั้งที่สอดใส่เข้ามา และคลาวด์ก็ยิ้มตอบเหมือนทุกครั้ง แซคปฏิบัติกับเขาเป็นเหมือนสมบัติล้ำค่า อย่างนี้แล้วจะให้บอกว่าเจ็บได้ยังไง ความอ่อนหวานนุ่มนวลที่ได้รับนั้นกลบความเจ็บปวดทางกายไปหมดสิ้น

คลาวด์แหงนหน้ามองดูต่างหูสีฟ้าอันสวยงามนั่น แนบริมฝีปากกับใบหูนั้น สัมผัสแผ่วบางแต่ลึกซึ้ง

“อยู่ด้วยกัน.. ตลอดไปนะ”

คนถูกถามยิ้มกว้าง มองตาสีฟ้าสุกใสตรงหน้าแล้ว โน้มตัวลงมอบจุมพิตดื่มด่ำ

“...ตลอดไปเลยล่ะ”

“ฝน.. หยุดตกแล้วนะ” เด็กหนุ่มบอก เสียงฝนหยุดไปแล้ว เริ่มมองเห็นแสงดาวบนฟ้าขึ้นมาบ้าง

“ใครสนล่ะ” แซคว่า ก้มลงซุกไซ้ที่ลำคอขาวที่ยังเต็มไปด้วยรอยรักที่เขาประทับทิ้งไว้

คลาวด์หัวเราะคิกคัก ดิ้นขลุกขลักไปมาในอ้อมแขนอบอุ่น สายตาตวัดมองไปนอกหน้าต่า


..........แสงไฟจากคฤหาสน์ชินระก็ยังรบกวนจิตใจอยู่ไม่หาย

“นี่แซค...” คนถูกเรียกเลิกคิ้ว คลาวด์อึกอักราวกับตรึกตรองอยู่ในใจว่าควรจะพูดออกไปดีหรือไม่

“ว่าไง?” อีกคนรบเร้า เขาจึงตัดสินใจถาม แม้มันอาจจะทำให้ชายหนุ่มหน้าตึงขึ้นมา

“........ คิดว่าเซฟิรอธจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้รึเปล่า”

ถึงเซฟิรอธจะเปลี่ยนไปจนน่ากลัว คลาวด์ก็ยังรู้สึกเห็นใจชายหนุ่มผมเงินคนนั้น

“ไม่รู้สินะ.. คงต้องขึ้นอยู่กับตัวหมอนั่นเอง”

เขาเหลือบมองใบหน้าไร้เดียงสานั่น ถ้าคลาวด์ห่วงคนอื่นนอกจากเขาให้น้อยกว่านี้ก็คงจะดี ช่วยไม่ได้นี่นะ... เซฟิรอธเป็นคนสำคัญของชินระ เป็นฮีโร่ในอุดมคติของคลาวด์ ไม่แปลกที่เด็กหนุ่มจะกังวล แต่ทุกทีอีกนั่นแหละ... เขาอิจฉาเซฟิรอธที่ได้รับความชื่นชอบนั้นไป

“คลาวด์...”

“หือ?”

“ถ้าเซฟิรอธบอกว่าชอบนาย นายจะรักเขารึเปล่า”

คลาวด์เพียงแต่ยิ้มแล้วส่ายหน้า “เซฟิรอธไม่มีทางทำอย่างนั้นเหรอก”

“ก็สมมติไง สมมติ!” แซคตื้อ “...........นายจะรักเขาแบบนี้มั้ย”

“คิดอะไรอยู่น่ะ กังวงลไม่เข้าเรื่องอีกแล้วใช่มั้ย”

เด็กหนุ่มล้อเลียนคำพูดที่แซคมักจะเป็นฝ่ายบ่นให้ฟังบ่อย ๆ เวลาเขาทำหน้ายุ่ง คราวนี้เป็นแซคบ้างที่ต้องปกปิดใบหน้าที่แดงซ่านด้วยความอาย

“ไม่ได้กังวล แค่สงสัย” พูดเฉไฉไปเรื่องอื่นได้หน้าตาเฉย สายตาเสมองไปทางอื่น

“ฉันคง.... เสียใจ”

คำตอบกำกวมนั้นสร้างความสงสัยให้จนคนฟังร้องเอ๋

“เสียใจที่คนที่รักฉันจริง ๆ ไม่กล้าพูดความรู้สึกออกมาจนคนอื่นตัดหน้าพูดไปก่อน”

เจ้าของดวงตาสีฟ้าใสแจ๋วตอบอย่างบริสุทธิ์ใจ เขามีแซคอยู่เต็มหัวใจโดยที่ไม่ทันได้สังเกต ชายหนุ่มเป็นคนเดียวที่ใกล้ชิดเขา มากจนกลมกลืนไปกับชีวิตจนแยกออกมาไม่ได้ จะรู้ตัวว่าขาดไม่ได้ ก็อาจต่อเมื่อมันหายไปเท่านั้น คลาวด์รู้สึกโชคดีที่ยังรักษาตัวตนที่ล้ำค่าเช่นนี้ไว้ได้

แซคเอื้อมมือมาแตะต่างหูสีฟ้าแห่งความผูกพัน เขาดีใจที่คลาวด์พูดถึงเซฟิรอธว่าเป็น ‘คนอื่น’ เขายืดตัวขึ้นแตะริมฝีปากที่เปลือกตาบาง

“ให้ฉันกอดนาย... ตลอดไปนะ”
คลาวด์จูบตอบแทนคำพูด หวังว่าความสุขเช่นนี้จะคงอยู่ไปตลอดกาล ขอแค่มีแซค.. เขาก็ไม่ต้องการอะไรอย่างอื่นอีกแล้ว

To be continued...

  • ... คิดไม่ออก
  • อ่าน ๆ ไปเหอะ (ฮา)
  • อยากรวมเล่มแล้วอ่ะ (ได้ข่าวว่าแกยังเขียนไม่จบ)
  • น่าจะเป็น NC สุดท้ายของเรื่องนี้แล้วล่ะมั้ง ฮิฮิ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

มันน่าจะโดนข่มขืนเนอะ *พยักหน้าหงึกหงัก*
ก๊ากกกกก เมนต์อะไรไปเนี่ย ลืม ๆ ไปซะละกันค่ะ 555

แซคน่าร้ากกกกกกกก เป็นพระเอกแสนดีจริง ๆ ค่ะ ชอบ

คลาวด์แอ๊บแบ๊ววววววว ไปขอให้เขากอด แล้วเขาจะทนไหวเรอะ 555

ช่วงบนขม ๆ ช่วงล่างหวานเชี้ยบบบบบ

สรุปคือชอบค่ะ XDDDDD

#1 By BeeJang on 2007-11-10 22:51

โอ๊ยยยย คลาวด์แบ๊วค่ะพี่กี~~~~
แบ๊วววโครต นางเอกสาวน้อยมั่กๆๆๆๆๆๆๆ

กอดกันท่ามกลางสายฝนนนน
โฮยยยย หวานโรแมนติกจนคนอ่านอ่านแล้วเขินแทน 55+

ตอนแรกแอบนึกว่าจะโดนเซฟี่จับกดซะแล้ว เหอๆๆ
แอบเสียดายนิดๆ นะเนี่ย (เสียดายอะไรของหล่อนนน)

ชอบเพลงจังค่ะ ซาวด์เพราะ ปิ๊งๆ *q*

#2 By ★ GenZo ★ on 2007-11-10 23:11

คลาวววววววววววววววว
แกจะน่ากินไปไหนนนนนนนนนนนน

โอยอิจฉาแซคคคคคคคคคคค .....(ฮ่าๆๆๆๆ)

ฮึ่ย *พยักหน้าก่ะเม้นแรก* มันน่าจะโดนข่มขืนจิงๆด้วย(ก๊ากกกกกกก แซคได้หึงตายยยยยยย อาจมีนองเลือดตามมา)

ว่าแต่มันหวานหยดย้อยดีจิงเว้ยยย
หวานกันจ๊างงง คู่นี้
อิฉาเฟร้ยย อิจฉาคลาวด์
กร้ากกกกกก
น่ารักกันจังคู่นี้
ชอบมั๊กๆๆๆ

#4 By พ ั ด จ ั ง on 2007-11-11 11:09

น้ำเน่า......ฮิๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

โอ๊ยยยยยยย โจโกโบะนางเอ๊กนางเอก

..ฮึ่ยย มันมีความสุขกันอีกแล้ววว อิจฉรา!!

#5 By :nakare: on 2007-11-11 20:49

โอ้ย น้ำเน่า น่ารักกกกกก ชอบบบบบบบบบบ
เห็นด้วยว่าฉากกอดกันกลางสายฝนนี่มันโรแมนติกจัง

คลาวด์ แกจะน่ารักน่ากเไปไหนฟระ แถมมีการไปยั่วเค้าก่อนอีก กรี๊ดดดดดด

หุหุ ถ้าเซฟิรอทปล้ำนู๋คลาวด์ไปจริงๆ ฟิคนี้คงเป็นฟิคนองเลือดแน่ๆ หุหุ

อะไรกัน NC สุดท้าย ม่ายยยยย เค้าจะเอาอีกอ่ะ (แอบหื่น)

#6 By Mercutery on 2007-11-12 01:07

กร๊าก อะไรกันพี่กี มี NC สองรอบเองหรอฮร้า?
/me โดนพี่กีถีบ!! >3<~~
ล้อเล่งนะคะ กรั่กๆๆ

โฮก ตอนแรกนึกว่าอิแบ๊วจะเสียตัวให้เซฟี่ >3<~~ เห็นด้วยว่า ถ้าเป็นงั้นอาจกลายเป็นฟิคนองเลือด เครี้ยก

เพลงได้อารมณ์อย่างแรง XD~~~ คลาวด์นี่เหลือเกิน ไปขอแซคก่อน กร๊าก cry แซคเม่น พระเอกจริงๆ

กรี๊ซ รออ่านต่อ cry รวมเล่มเมื่อไหร่ ดีใจด้วยนะก๊า

#7 By +++Mizumi+++ on 2007-11-12 10:45

อะอร๊ายยยยย หวานว๊านหวานว๊านหวาน~~~!! 555+

แอยรู้สึกถึงความถึกของคลาวด์ /meโดนถีบ 55+ ก็โดนเซฟี่เขวี้ยงซะแล้วยังโดนกอดอีก อะอร๊ายๆ 555+ แต่มันก็แบ๊วได้อีก กร๊ากกก

แซคกี้หล่อๆ 55+ รอต่อนะคะพี่กี สู้ๆฮร๊า >v<!

#8 By Syaolee on 2007-11-16 11:17