Maybe, Goodbye (10)

คลาวด์ค่อย ๆ เดินผ่านทางขรุขระอย่างระแวดระวัง ถึงแซคจะบอกว่าไม่มีอะไร แต่บรรยากาศในห้องลับใต้ดินดูราวเหมือนฉากในหนังสยองขวัญไม่มีผิด ทั้งค้างคาวเอย เศษไม้เก่า ๆ เอย ถ้ามีแวมไพร์โผล่มาก็คงไม่น่าแปลกใจ

เด็กหนุ่มผมบลอนด์เดินตรงรี่เข้าไปในห้องทดลองด้านใน ค่อยยังชั่วหน่อยที่ตรงนี้สว่างขึ้นมาเหมือนห้องปกติ มองเข้าไปด้านในก็เห็นร่างสูงเดินวนเวียนอยู่ท่ามกลางกองหนังสือเท่าภูเขา ในมือเขาก็ถือหนังสือเล่มหนาไว้เล่มหนึ่ง สภาพดูไม่ต่างจากที่ฟังมาจากแซคเท่าไหร่

“เซฟิรอธ”

เอ่ยเรียกออกไป แต่ดูร่างสูงจะไม่ได้สนใจ ...ไม่สิ....... เซฟิรอธไม่ได้ยินต่างหาก ราวกับว่าตัวตนของนักรบผมเงินถูกตัดออกจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง

“เซฟิรอธ” คลาวด์ส่งเสียงเรียกอีกครั้ง แต่ผลก็ยังเหมือนเดิม ชายหนุ่มยังคงพึมพำเนื้อความในหนังสือที่อยู่ในมือ ไม่ได้สนใจอีกคนที่ยืนอยู่เลยด้วยซ้ำ

เด็กหนุ่มมองฝ่ายตรงข้ามอยู่นาน เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มยังยืนนิ่ง ไร้ท่าทีจะโจมตี จึงตัดสินใจเดินเข้าไป เขาไม่กะจะอยู่นานถ้าเรียกแล้วเซฟิรอธยังมีปฏิกิริยานิ่งเฉย สายตาจับจ้องที่เส้นผมสีเงินสวยงาม ไม่ทันได้ระวังกองหนังสือที่วางระเกะระกะขวางอยู่บนพื้น

คลาวด์สะดุดตั้งหนังสือที่ตั้งขวางอยู่จนเซ แขนยันกับชั้นหนังสือฝุ่นจับเขรอะเพื่อทรงตัวไม่ให้ล้ม หนังสือเล่มหนาที่วางอยู่ชั้นบนสุดอย่างหมิ่นเหม่หล่นตุ้บลงมาที่พื้นเสียงดัง เพราะชั้นหนังสือนี่คงจะเก่าคร่ำครึเต็มที บวกกับหนังสือที่อัดกันอยู่เต็มชั้น แรงกระเทือนเพียงเล็กน้อยจึงทำให้สั่นได้ เด็กหนุ่มนึกขอบคุณสวรรค์ที่มันหล่นลงมาแค่เล่มเดียว ไม่ได้ล้มครืนลงมาทั้งชั้น

เด็กหนุ่มก้มหน้าลงมองหนังสือปกหนาเล่มนั้น กำลังจะหยิบขึ้นปัดฝุ่นที่เกาะติดจนมองไม่เห็นชื่อที่เขียนไว้ แต่กลับถูกชิงไปด้วยมือใหญ่เสียก่อน คลาวด์แทบจะกรูดถอยหลังด้วยอารามตกใจ

เซฟิรอธเดินเข้ามาใกล้ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่.... เขาไม่เห็นได้ยินเสียงฝีเท้า

นักรบผมเงินกางหนังสือออกดูลวก ๆ ก่อนจะปิดลงแล้วโยนมันเข้ากองหนังสือใหญ่ไปอีกทาง ท่าทางจะเป็นเล่มที่อ่านแล้วไม่ได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม

“เซ...ฟิรอธ?” น้ำเสียงแฝงความหวั่นเกรงมากขึ้นเมื่ออีกฝ่ายมาอยู่ในระยะประชิด คลาวด์เหลือบมองมาซามูเนะที่โดนวางทิ้งไว้จากจุดที่ชายหนุ่มเคยยืนอยู่ แต่หากเซฟิรอธจะคว้าขึ้นมาฟันเขาคงจะไม่เสียเวลามากเท่าไรนัก

เงียบ... ไม่มีคำตอบใดจากเจ้าของดวงตาสีเขียว

“เราเป็นห่วงคุณนะ เรื่อง... ในเตามาโคนั่น แซคเล่าให้ผมฟังหมดแล้ว เซฟิรอธ คุณคิดอะไรอยู่กันแน่”

ชายหนุ่มเกือบจะเหลียวหันมาเมื่อได้ยินคำว่า ‘มาโค’

“แซคอยากช่วยคุณนะ อย่าเก็บตัวอยู่อย่างนี้เลยครับ”

“ช่วยเหรอ” คำแรกที่ออกจากปากชายผู้เงียบขรึมช่างเย็นชาไร้ความรู้สึกนัก “มนุษย์อย่างพวกแก จะช่วยอะไรฉันได้”

เด็กหนุ่มสะอึก แม้น้ำเสียงจะเรียบเฉย แต่ฟังแล้วแทบจะทำให้กลัวจนหัวหด “ผมเอง ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรได้มากรึเปล่า แต่อย่างน้อยคุณก็มีแซค มีผม เราสามคนร่วมภารกิจเดียวกันไม่ใช่เหรอครับ ชินระ----”

“อย่างแกจะรู้อะไร” เสียงทุ้มเริ่มแสดงความขุ่นเคืองขึ้นมาบ้าง ทำเอาคนฟังเสียวสันหลังวาบ เขาเดินไปหยิบหนังสือที่อ่านค้างไว้ขึ้นมาใหม่ “ปิศาจ... ไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้น”

คลาวด์ขมวดคิ้ว นึกเชื่อมโยงสิ่งที่เซฟิรอธพูดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเตาปฏิกรณ์นั่น กับคำพูดของแซค

‘โซลเยอร์อย่างฉัน... ต่อไปอาจจะกลายเป็นอย่างนั้นก็ได้’

...เซฟิรอธ... กำลังกลัดกลุ้มเรื่องเดียวกันรึเปล่า?

“เซ---“

หนังสือเล่มหนาถูกเขวี้ยงมาอย่างแรง กระแทกซีกหน้าขวาดังปึ้ก คลาวด์เสียหลักจนเซ ยกมือขึ้นกุมใบหน้าตนที่เจ็บจนรู้สึกปวดแปล๊บ ๆ

“ออกไปซะ คนไร้ประโยชน์”

คลาวด์นิ่งอึ้งไปที่เห็นฮีโร่ของตนโกรธเกรี้ยวอย่างไร้เหตุผลเช่นนี้ ถ้าแซคเป็นประเภทคิดมากแล้วหดหู่ เซฟิรอธคงต้องเป็นพวกคิดหมกมุ่นแล้วอาละวาดแน่ ๆ เขาหวาดกลัวอีกฝ่ายมากกว่าจะโกรธ แต่ก็สงสารชายหนุ่มจับใจเช่นกัน

เซฟิรอธไม่มีใครเลย...

แต่... เซฟิรอธเป็นเพื่อน... ทั้งเพื่อนของแซค และชายที่เขาชื่นชม จะให้หันหลังทิ้งไปได้ยังไง

“คุณไม่ใช่สัตว์ประหลาด” คลาวด์รวบรวมความกล้าเอ่ยขึ้น “เซฟิรอธคือเซฟิรอธ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม คุณเป็นคนที่ผมชื่นชมเสมอมา แม้แต่ตอนนี้ก็ยังไม่เปลี่ยน คนอื่น ๆ ก็คงจะคิดแบบเดียวกัน”

ร่างเล็กค่อย ๆ เดินถอยหนี เขาไม่ไว้ใจว่าเซฟิรอธจะไม่บุ่มบ่ามทำอะไรอีก แต่กระนั้น เซฟิรอธก็ไม่ได้หันมา

คลาวด์ตัดใจเดินออกจากห้องด้วยความหดหู่ นึกเห็นใจเซฟิรอธอยู่ไม่หาย

เจ้าของดวงตาสีเขียวมรกตจ้องตัวหนังสือบนกระดาษที่หยิบมาอ่าน แต่ใจกลับกระหวัดคิดถึงคำพูดของเด็กหนุ่ม เขาเหลียวหันมามองทางเข้าห้องสมุดที่รกร้าง

เด็กหนุ่มจากไปแล้ว... ไม่มีใครอยู่ที่นั่น

มีแต่เขากับห้องทดลองใต้ดินอันมืดมิดและหนาวเหน็บ...

########################################

“คลาวด์!” หนุ่มหัวเม่นร้องทักเมื่อเห็นเด็กหนุ่มเดินขึ้นมาจากห้องลับ ชั่วแว่บที่เห็นรอยแดงบนใบหน้าแซคก็รีบตรงรี่เข้าไปลูบซีกแก้มข้างขวา

คลาวด์ร้องเมื่อโดนแตะซีกหน้าที่บวมแดง

“เกิดอะไรขึ้น ฝีมือเซฟิรอธใช่มั้ย!” แซคถามอย่างโกรธ ๆ เขากำหมัด แทบจะพุ่งตรงไปต่อยหน้าเซฟิรอธคืนเสียเดี๋ยวนั้น

“ไม่เป็นไรเหรอก” เป็นคลาวด์ที่กลับร้องห้าม แซคฟังน้ำเสียงเศร้าสร้อยแบบนั้นแล้วก็ลอบถอนใจ คงเป็นสิ่งที่หนักหนาสำหรับคลาวด์เหมือนกันที่ต้องทนเห็นเซฟิรอธในสภาพนั้น

“หมอนั่น... ไม่ฟังอะไรเลยใช่มั้ย”

คนถูกถามผงกหัวน้อย ๆ “น่าเห็นใจนะ... เซฟิรอธ.... คงไม่มีใครอยู่ข้างเคียงเลยซักคน”

“ถึงจะมี คนอย่างหมอนั่นก็คงไม่เคยมองเห็นเหรอก” แซคว่าอย่างฉุน ๆ จะโทษสถานการณ์บังคับภายนอกไปเสียหมดก็คงจะไม่ได้ ก็เซฟิรอธเองนั่นแหละที่ทำตัวเอง

“ถ้าเขาไม่ยอมออกมา เราจะทำยังไงกันดี”

แซคนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงตอบ “...ก็ต้องมีซักวันที่ไม่มีหนังสือให้อ่าน”

คลาวด์หรี่ตา “พูดจริงน่ะ?”

“ก็ต้องลองดูว่าหมอนั่นจะทำยังไงต่อ ถ้ามันไม่ไหวจริง ๆ ฉันนี่แหละจะลงไปฟาดหมอนั่นให้สลบเหมือดแล้วแบกขึ้นมาเอง” กล่าวอย่างมั่นใจแล้วยืดอก แซคคงอยากจะทำที่ว่ามาซะเดี๋ยวนี้เลยด้วยซ้ำ ใครใช้ให้เซฟิรอธมาลงไม้ลงมือกับคลาวด์ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่กันล่ะ

เด็กหนุ่มเบ้ปาก คิดว่านั่นควรจะเป็นทางเลือกสุดท้ายที่ท้ายสุดจริง ๆ “ถ้าเซฟิรอธยอมเปิดใจได้ก็คงจะดี”

“แต่ถ้ามาเปิดใจกับนายน่ะไม่ดีแน่” ชายหนุ่มสวนทันควัน แสดงท่าทีหึงหวงอย่างเห็นได้ชัด

“เหลวไหลน่ะ แซค เลิกพูดเรื่องนี้ซะทีเถอะ” รู้ทั้งรู้ว่าเขามีใจให้แล้ว ยังทำท่าทีแบบนี้อยู่ได้

แม้จะรู้ดีว่าคลาวด์ไม่ได้คิดอะไร แต่แซคไม่แน่ใจกับอีกคน อย่างนี้จะให้นิ่งเฉยดูคนอื่นมาเกาะแกะได้ยังไง “หรือไม่จริงล่ะ ถ้าเซฟิรอธจะมาเห็นทางสว่างได้เพราะนาย สู้ให้คนอันตรายอย่างนั้นหมกมุ่นอยู่คนเดียวต่อไปเหอะ”

แซคไม่ทันได้คิดว่าคำที่พูดออกไปโดยไม่ไตร่ตรองเพราะอารมณ์ชั่ววูบจะส่งผลลบให้ตัวเอง

คลาวด์ได้ยินประโยคนั้นแล้วถึงกับอ้าปากค้าง แซค... ผู้ชายที่เขาเชื่อใจ กลายเป็นคนเห็นแก่ตัวไปถึงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

“เซฟิรอธน่ะ น่าสงสารออก” เขาขัด “ในเวลาแบบนี้นายควรจะช่วยประคับประคองเขามากกว่า ไม่ใช่... ทำแบบนี้”

คนพูดยั้งคำว่า ‘ทำตัวงี่เง่า’ ไว้ได้ทัน ถ้าพูดออกไปอาจจะถูกโกรธมากกว่านี้

“ช่วยด้วยการส่งนายไปปลอบใจให้น่ะเหรอ ฉันไม่ใจกว้างขนาดนั้นเหรอกนะ คลาวด์”

คราวนี้เด็กหนุ่มถึงกับเลือดขึ้นหน้า ฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าลอยชายไม่รู้ร้อนของอีกฝ่าย แรงตบหนักหน่วงถึงขั้นโซลเยอร์เฟิร์สคลาสแทบกระเด็น

“....เกินไปแล้ว... เกินไปแล้วนะ แซค!!!” เจ้าของดวงตาสีฟ้ารื้นไปด้วยน้ำตา หัวใจปวดหนืบด้วยความชอกช้ำ ชายหนุ่มไร้เหตุผลเกินไป คำพูดนั้นดูถูกเขาอย่างร้ายแรง แซคมองเขาเป็นคนยังไงกันแน่ คิดว่าเขายอมมีความสัมพันธ์ทางกายกับใครก็ได้ที่ถูกใจงั้นเหรอ!

ทั้ง ๆ ที่รู้ตัวแล้วว่ารัก... ทั้ง ๆ ที่คิดจะทุ่มเทความรักให้... ทำไมถึงไม่คิดจะไว้ใจเขาบ้าง?

“ทำไมต้องคิดว่าเซฟิรอธหวังเรื่องอย่างนั้น เขากำลังต้องการความช่วยเหลือนะ มิตรภาพของนาย มีค่าแค่นี้น่ะเหรอ!”

หนุ่มหัวเม่นดูจะอึ้งไปนานเมื่อถูกตบ นี่เป็นครั้งแรกที่คลาวด์ใช้ความรุนแรงกับเขา ยิ่งสาเหตุนั้นเป็นเพราะเซฟิรอธ แซคยิ่งโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงจนไม่ฟังอะไรอย่างอื่น

“นายต้องมาก่อนมิตรภาพของฉัน!”ดวงตากร้าวบ่งบอกถึงอารมณ์กราดเกรี้ยว น้อยครั้งเช่นกันที่เขาจะโมโหหนักขนาดนี้ เขายกกำปั้นขึ้นปาดรอยแดงที่ถูกตบ

“ไม่มีเหตุผลเลย!” เด็กหนุ่มทุ่มเถียง ก่อนจะเบิกตาโพลงด้วยความตกใจเมื่อมือทั้งสองถูกจับกุมไว้แน่น ร่างเล็กถูกดันจนติดกำแพง แซคดูโมโหยิ่งกว่าตอนที่รู้ว่าเขาจูบกับเซฟิรอธไม่รู้กี่เท่า

การคุกคามนั่นปลุกความรู้สึก ‘กลัว’ ให้เกาะกุมจิตใจเด็กหนุ่มอีกหน

แซคกำลังหึงหวงจนหน้ามืดตามัว แม้จะรู้ว่ากำลังอยู่ในสถานการณ์บังคับ แถมสิ่งที่กังวลก็ยังไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ แต่เขายอมปล่อยไปไม่ได้... ไม่อยากจะมานั่งเสียใจหากมันเกิดขึ้น

“ใช่... ไม่มีเหตุผลเหรอก ก็เพราะว่าฉันรักนาย รักนายมากที่สุดไงล่ะ” พูดจบก็ประกบริมฝีปากดุดันลงมา หวังว่าจูบของตนจะทำให้เด็กหนุ่มเข้าใจความอัดอั้นในใจได้

แต่ผลที่ได้... กลับตรงกันข้าม

เด็กหนุ่มไม่เคลิบเคลิ้มไปกับจุมพิตนั้น เขาพยายามดิ้นให้หลุดจากอุ้งมือที่กุมข้อมืออยู่ให้พ้น เมื่อลิ้นอุ่นซุกไซ้เข้ามา เส้นความอดทนขาดผึงเมื่อเรียวลิ้นรุกรานเข้ามา ฟันคมขบกัดลิ้นอุ่นโดยไม่ยั้งแรง

แซคตกใจจนคลายแรงที่กอบกุมอยู่ เปิดโอกาสให้เด็กหนุ่มสะบัดหลุดไปได้ คลาวด์วิ่งหนีออกไปโดยไม่เสียเวลาทิ้งคำพูดใด ๆ ไว้

“เดี๋ยวก่อน คลาวด์!”

เสียงเรียกตามหลังเป็นเพียงสิ่งที่ลอยหายไปในอากาศ เสียงฝีเท้าถี่กระทบพื้นไม้ไม่ชะงักหยุดแม้แต่น้อยจนกระทั่งเงียบหายไป แซคยกหลังมือขึ้นปาดมุมปากตัวเอง หยดเลือดซิบ ๆ ทิ้งรอยอยู่ชัดเจน

ถูกตบแล้วหนึ่ง... ยังถูกกัดลิ้นอีก... คลาวด์ทำในสิ่งที่เขาไม่เคยคิดว่าเด็กหนุ่มจะกล้าทำถึงสองอย่างติด ๆ กัน

ดวงตาวาวประกายเขียวมาโคจดจ้องไปที่ปากทางเข้าทางลับใต้ดินของคฤหาสน์ชินระราวกับจะแผดเผาคนที่เป็นต้นเหตุเสียให้ได้ แซคกดสวิชต์ปิดทางลับอย่างอารมณ์เสีย กำหมัดต่อยผนังนั้นดังตึง แล้วจึงเดินออกไปจากคฤหาสน์ดำทะมึน

ไม่สนใจคนที่ถูกทิ้งไว้ใต้ดินนั่นแม้แต่น้อย

########################################

แซคตึงตังกลับมาที่โรงแรมอย่างหัวเสีย ปิดประตูห้องดังปังแบบไม่กลัวว่าจะโดนเรียกเก็บค่าเสียหายโทษฐานทำข้าวของพัง น่ากลัวว่าประตูห้องอาจจะหลุดออกมาได้เมื่อถูกำหนั้นแกร่งทุบลงไปอีกรอบ เขาคาดหวังว่าจะเห็นคลาวด์กลับมาซบหน้าร้องไห้กับหมอนหรืออะไรทำนองนั้น แต่ก็เปล่า เด็กหนุ่มไม่ได้กลับมาเหยียบที่นี่ด้วยซ้ำ ของใช้ส่วนตัวก็ยังอยู่ครบไม่ได้หายไปไหน ไม่มีร่องรอยว่าคลาวด์กลับเข้ามา

แซคนั่งสงบจิตสงบใจอยู่ครู่หนึ่ง ยกมือกุมหัวตัวเองด้วยคิดไม่ตก

...ทำไมต้องทะเลาะกันเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องด้วย...

เขาก็แค่รักเด็กหนุ่มผมบลอนด์น่าเอ็นดูคนนั้นสุดหัวใจ ถึงไม่อยากให้ใครแตะต้อง ไม่อยากให้ใครได้มองเลยด้วยซ้ำ ถ้าคลาวด์คิดได้... อีกสักพักก็คงกลับมาเอง

แซคลุกขึ้นยืน หันไปมองหมู่บ้านนีเบิลเฮมอันเงียบสงบ ทุกอย่างยังเรียบง่ายเหมือนเดิม จะมีก็แต่ความสัมพันธ์ของเขากับคลาวด์นั่นแหละที่เปลี่ยนแปลงขึ้น ๆ ลง ๆ วูบวาบราวกับคลื่นทะเลที่บ้าคลั่งไม่อาจคาดเดา หนุ่มผมเม่นกวาดสายตามองไปทั่วบริเวณ ผู้คนที่ออกมาเดินนั้นมีน้อยนิดอยู่แล้ว หากคลาวด์อยู่ข้างนอกนั่นคงสังเกตเห็นได้ไม่ยาก แต่กลับไม่มีวี่แวว เขาอดนึกเป็นห่วงขึ้นมาไม่ได้

แซคสะบัดหัวแรง ๆ พยายามไม่นึถึง ยังไงที่นี่ก็เป็นบ้านเกิดของคลาวด์ ไม่เห็นจะต้องไปกังวลอะไรเลย คลาวด์เองก็ไม่ใช่เด็กแล้ว ถ้ารู้หน้าที่ก็คงจะกลับมาเอง

แต่เมื่อเช้าวันต่อมาถึง สิ่งที่คาดไว้กลับไม่เป็นอย่างที่คิด เด็กหนุ่มไม่ปรากฏตัว แซคที่นอนหลับได้ไม่เต็มตาเท่าไหร่รู้สึกร้อนรนขึ้นมาเป็นเท่าตัวแม้อากาศวันนี้จะเย็นสบายน่านอนเพียงใด

ท้องฟ้าวันนี้ไม่สดใส เต็มไปด้วยก้อนเมฆสีเทาขมุกขมัวราวกับฝนจะตกลงมาได้ทุกเมื่อ แซคลุกจากเตียงด้วยท่าทีเบื่อหน่าย

ทำไมถึงได้ดื้ออย่างนี้นะ สุดท้ายก็ต้องเป็นเขาที่เป็นฝ่ายตามง้ออย่างนั้นใช่มั้ย? แซคเปิดข้อความในโทรศัพท์ออกดู หวังว่ามันจะมีอะไรส่งมาบ้าง จะขอโทษ จะง้องอน หรือจะด่าว่ายังไงก็ได้ ขอให้มีสักอย่าง แต่มันก็ว่างเปล่า

ที่ที่คลาวด์จะไปค้งได้ก็คงมีแต่บ้านตัวเอง จะไปตามกลับมาก็คงง่ายนิดเดียว แต่เขาอยากให้เด็กหนุ่มรู้จักคิดถึงความรู้สึกของเขาบ้าง

...ไม่เคยคิดมาก่อนว่าการอยู่ตัวคนเดียว มันจะเหงาจับใจได้ถึงเพียงนี้... ภารกิจที่ผ่านมาต้องไปทำคนเดียวก็ออกบ่อย แต่ทำไมครั้งนี้ถึงได้รู้สึกอ้างว้างนักนะ

แซคนอนกลิ้งไปมาอยู่บนเตียง กุมโทรศัพท์อยู่ในมือ สองจิตสองใจว่าควรจะส่งข้อความหรือโทรไปง้อดีรึเปล่า มืออีกข้างคลำใบหน้าซีกซ้ายของตัวเอง ที่โดนตบเมื่อวานยังช็อคไม่หาย นึกถึงดวงตาสีฟ้าที่ฉายแววโกรธเกรี้ยวแบบนั้นแล้วก็อยากรวบร่างเล็กนั่นมากอดซะให้ฉ่ำใจ ดวงตานั้นปริ่มด้วยน้ำใสบาง ๆ คลาวด์ทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้เสียเอง

นี่เขาเป็นฝ่ายถูกตบนะ... ทำไมจะต้องรู้สึกผิดด้วยล่ะ

โทรศัพท์ถูกยกขึ้น หน้าจอยังว่างเปล่าไม่มีข้อความใดเขียนอยู่ เขาไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าคลาวด์โกรธเรื่องอะไร

ตกเย็นสายฝนก็กระหน่ำลงมาหลังจากเมฆฝนตั้งท่ามืดครึ้มมาทั้งวัน แซคไม่มีอารมณ์จะออกไหน ไม่อยากตามหาคลาวด์ ยิ่งลงไปหาเซฟิรอธยิ่งไม่ต้องพูดถึง เขานั่งเล่นอยู่ในล็อบบี้ สั่งของแปลก ๆ ในโรงแรมมาละเลียดกิน หวังว่าเด็กหนุ่มคงจะกลับมาในไม่ช้า แต่ทุกครั้งที่ประตูโรงแรมเปิดออก (ซึ่งก็น้อยครั้งเหลือเกิน) กลับไม่ใช่คนที่อยากเจอ

ไฟฟ้าในคฤหาสน์ชินระยังส่องสว่าง เซฟิรอธคงยังหมกมุ่นอยู่คนเดียวเหมือนเดิม...

ท่ามกลางเสียงฝนที่ตกลงมาไม่ขาดสาย เขานึกถึงไออุ่นจากกายที่เคยอยู่ในอ้อมกอด แซคมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเงาสะท้อนของตัวเอง ต่างหูสีฟ้าข้างซ้ายยังสะท้อนประกายสวยไม่จืดจาง คลาวด์จะกำลังนึกถึงเขาอยู่เหมือนกันมั้ยนะ

‘ไม่ถอดเหรอก... จะไม่ถอดเด็ดขาดเลย’

คำสัญญามั่นคงนั่นยังดังอยู่ในใจ ดวงตาสีฟ้าที่เคยมองเขาอย่างหวานซึ้งเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมานั้นหายไปไหน...

แซคตัดสินใจยกโทรศัพท์ขึ้นมากดข้อความ

########################################

‘ขอโทษนะ ฉันผิดเอง’

คลาวด์เปิดอ่านข้อความสั้น ๆ นั้น แววตาเหงาหงอยจ้องออกไปนอกหน้าต่าง มองดูสายฝนที่เทลงมาไม่ขาดเม็ด

เขาเข้าใจว่าแซคหวงเขา เพราะรัก...มาก มากเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการ แต่ไม่คิดว่ามันจะไร้เหตุผลถึงเพียงนี้ การที่แซคไม่ตื้อออกมาตามหา แปลว่าไม่ได้รู้จริง ๆ ว่าเขาโกรธเพราะอะไร

คลาวด์โผล่พรวดเข้ามาที่บ้านเมื่อวาน ทำให้แม่ของเขาแปลกใจไม่น้อย เขาแค่บอกว่ามีปัญหานิดหน่อย เธอเองก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรนอกจากลูบหัวลูกชายคนเดียวอย่างอ่อนโยน ส่งรอยยิ้มที่บอกว่า ‘ไม่เป็นไร’ มาให้ ออกจะยินดีด้วยซ้ำที่เขาได้กลับมาทำให้บ้านดูเป็นบ้านอีกครั้ง

บางทีถ้าเสร็จงานครั้งนี้ เขาควรจะตัดใจจากการเป็นโซลเยอร์แล้วกลับมาอยู่ที่นีเบิลเฮมรึเปล่านะ...

เสียง PHS ดังขึ้นอีกครั้ง ข้อความใหม่ถูกส่งมาใจความว่า

‘อยุ่ที่บ้านใช่มั้ย ถ้ายังไม่ยอมกลับมาอีก ฉันจะไปลากนายกลับมาเอง’

เท่านั้นคลาวด์ก็ลุกพรวด จนแม่ของเขาสะดุ้งด้วยความแปลกใจ ส่งสายตาสงสัยมาให้

“ผมออกไปข้างนอกหน่อยนะฮะ”

ยังไม่ทันที่เธอจะส่งเสียงห้าม เด็กหนุ่มก็วิ่งพรวดออกไปเสียก่อน คนเป็นแม่ได้แต่มองตามหลังไปอย่างอ่อนใจ

ทั้งที่ฝนกำลังตกหนัก คลาวด์กลับไม่สนใจ เขาไม่อยากเจอแซค ใช่... เขากำลังหนีอีกแล้ว ทำอย่างที่ทำอยู่เสมอ ไม่เคยยอมรับความจริงได้เสียที

แซคเปลี่ยนไป ชายหนุ่มไม่ใช่เพื่อนที่แสนดีอีกต่อไปแล้ว เขากลายเป็นคู่รักที่เอาแต่ใจ ยัดเยียดความรักอ่อนหวานนุ่มนวลดังน้ำผึ้งรสเลิศ แต่ในขณะเดียวกันก็ร้อนระอุทาบทับทั่วทั้งกายและหัวใจของเขาจนกระอัก ไม่ใช่ว่าเขาไม่ต้องการ สิ่งนั้นเขาต้องการมากกว่าอะไรทั้งหมดในโลกนี้ แต่เขาไม่อาจทำตัวเหมือนทั้งโลกมีแต่เราสองคน แล้วมองข้ามชายหนุ่มอีกคนที่นับว่าเป็นเพื่อนผู้กำลังตกที่นั่งลำบากอยู่ตอนนี้ได้

สายฝนเย็นฉ่ำตกลงมากระทบผิวจนเนื้อตัวเปียกชุ่ม เด็กหนุ่มยืนมองเงาตะคุ่มในหมู่บ้านที่เคลื่อนไหวอยู่ไกล ๆ แล้วจึงวิ่งต่อ

...คงเป็นแซค...

ที่เดียวที่เขาพอจะไปได้ตอนนี้ก็มี...

.

.

.

คลาวด์หยุดนิ่งเมื่อมาถึงที่หมาย คฤหาสน์ชินระเปิดไฟสว่างราวกับต้อนรับการมาของเขา

สภาพภายในคฤหาสน์ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย บรรยากาศเงียบกริบราวกับใร้ผู้คนอาศัยอยู่ ใครเล่าจะรู้ว่ามีชายหนุ่มนักรบหมกตัวอยู่ในห้องใต้ดินลับ

คลาวด์ไม่ได้นึกอยากมาหาเซฟิรอธ เด็กหนุ่มเดินเรื่อยเปื่อยสำรวจสิ่งของในคฤหาสน์ที่ยังอยู่ในสภาพเดิมทุกประการ ที่จริงแล้วที่นี่ก็มีห้องนอนเหลือเฟือ เพียงแต่ความเก่าและฝุ่นคลุ้งทำให้ไม่เหมาะกับการใช้สักเท่าไหร่ ห้องโล่ง ๆ ที่มีข้าวของวางระเกะระกะก็มีอยู่ไม่น้อย บ้างก็เป็นกล่องลังที่ยังไม่ได้เปิดออกเลย คลาวด์นึกสงสัยว่ามีใครวางแผนจะมาอยู่ที่นี่ถาวรรึเปล่า แล้วเพราะอะไรคฤหาสน์นี้ถึงได้ถูกทิ้งให้ร้างแบบนี้ได้

เขาเดินไปมาหาเรื่องคิดไม่ให้หัวว่าง สุดท้ายก็มาหยุดที่ทางเขาทางลับจนได้ สวิชต์ถูกปิดอยู่เหมือนกับทุกครั้ง เซฟิรอธยังไม่ขยับไปไหนแน่

เด็กหนุ่มนึกถึงดวงตาสีเขียวมาโคอันอ้างว้างนั่นแล้วอยากจะช่วยชายหนุ่มให้ได้ แม้จะกลัวการอาละวาดแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว แต่ถ้าเขาไม่พยายามพูดให้เซฟิรอธเข้าใจ ทุกอย่างคงเลวร้ายยิ่งกว่านี้ ไหน ๆ เขามาที่นี่แล้วทั้งที ก็น่าจะโผล่หน้าไปดูอาการของเซฟิรอธเสียหน่อย

คิดได้ดังนั้นคลาวด์ก็กดสวิชต์ที่กำแพง ช่องทางลับเปิดออกดังครืด ข้างล่างนั่น แม้แต่เสียงฝนภายนอกคงไม่เล็ดรอดเข้าไปได้ถึง แสงสลัวจากด้านล่างมองแล้วก็ยังดูน่าสะพรึงกลัวทุกครั้ง คลาวด์แข็งใจแล้วก้าวลงบันไดไปข้างล่างช้า ๆ

To be continued...

  • ว่าจะลงอาทิตย์ละครั้งเพราะเปิดเทอมแล้ว แต่โดนไซโคจากเจ้าเดิม (อีนี่เป็นพวกยุขึ้น)
  • คลาวด์ทำตัวน่าหมั่นไส้จริงเชียว.... แฟน ๆ แซคจะฆ่ามันตายรึเปล่า แหม ทั้งตบหน้าทั้งกัดลิ้นพี่แซคคนหล่อคนดี
  • เขียนเองตลกเอง ทะเลาะกันแล้วนางเอก (?) หนีกลับบ้านแม่ พล็อตหนังไทยคลาสสิค
  • ไม่เข้าใจเซฟิรอธ.... เขียนยากจัด ๆ เขียนถึงคนบ้าก็เงี้ย หุย
  • แต่คนบ้าก็มีหัวใจนะคะ ฮิฮิฮิ *w*
  • อย่าถามว่าคลาวด์จะเสียตัว (?) ให้เซฟิรอธมั้ย อดทนรอแล้วเดากันเองซะ!!!!

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด

อีแซคคคคคคคคคคค (หล่อกูก็ไม่สน) หน้ามืดหึงแข่งกะไดเมียวตรูน่าดูนะยะ!!!!

ย้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

หนอยยยยยยยยยยยยยยยยยย

โง่วววววววววววววววววววววววววววววววว

อีแบ๊วก็ซื่อหลายยยยยยยยยยยย แต่ยังไม่โง่เท่าอีนาง (เรอะ?)

อยากอ่านต่ออออออ ไซโคววววววววว อยากอ่านต่อออออออออออออออ

สมน้ำหน้าแบ๊ว ขอให้โดนปล้ำ
แหมมมม แค่ถูกหนังสือเขวี้ยงเอ๊งงงงง น่าจะโดนมาซามูเนะกรีด (?) 5555 แล้วยังมาทำแซคของเดี้ยนอีกเน้ มันน่าถูก ถูกอะไรดี 555 นึกไม่ออก ให้คนเขียนยำคลาวด์ให้ร่อแร่ค่ะ 555

#2 By BeeJang on 2007-11-08 09:49

โหย แซ็คนี่ขี้หึงกว่าที่คิดนะเนี่ย
ทำไมซีนนี้อ่านแล้วแอบหมั่นไส้คลาวด์ ทำไมมันสาวน้อย สาวแตกงี้

ขำตรงที่ทะเลาะกันแล้วแพ็คกระเป๋าหนีกลับบ้านแม่
กร๊าก นี่มันพล็อตหลังไทยคลาสิคจริงๆ ด้วย ฮ่าๆๆ

รออ่านต่อค่า เอิ๊กกกกกก

#3 By ★ GenZo ★ on 2007-11-08 12:35

ว๊าย ผัวเมียทะเลาะกันนนนน

แซคนี่ทั้งรักที่หลงจริงๆ ฮือออ เค้าแอบสงสารรรร

ขำคนบ้า ฮิๆ

#4 By :nakare: on 2007-11-08 14:57

กร้ากกกกกกกกกกก ขำเม้นฮานะ
รุ้สึกว่าเปน2ฟิคที่กำลังตีกัน กร้ากกกกกกกก
ตอนNCก็ทั้ง2เรื่องพร้อมกันเลยนิ...อุ..ๆๆ555+

โอยยไม่เกลียดคลาวด์ร๊อกกก แฟนคลับคล๊าวววววววววววววซะอย่างงงงงงง(555555)

โหยแซคง้อน่ารั้กกกกกกกกกกกกกกกก

#5 By ย า โ อ [Y a o] on 2007-11-08 21:44

55555555555
พล็อตหนังไทยจริงๆด้วย แต่แค่พระเอกยังไม่ตามไปง้อถึงบ้านเท่านั้น55

แล้วแทนที่นู๋คลาวด์จะกลับไปหาแซค ไม่ ดันไปหาชู้? ซะงั้น

แต่ ม่ายยยยยยยยยย อย่าให้โดนเซฟี่จับกดนะ เค้าไม่ยอมมมมมมมมม

#6 By Mercutery on 2007-11-09 13:42