[Final Fantasy VII Fanfiction] Maybe, Goodbye (10)
posted on 08 Nov 2007 00:10 by keechan in Fiction, FinalFantasy-KingdomHearts
Maybe, Goodbye (10)
คลาวด์ค่อย ๆ เดินผ่านทางขรุขระอย่างระแวดระวัง ถึงแซคจะบอกว่าไม่มีอะไร แต่บรรยากาศในห้องลับใต้ดินดูราวเหมือนฉากในหนังสยองขวัญไม่มีผิด ทั้งค้างคาวเอย เศษไม้เก่า ๆ เอย ถ้ามีแวมไพร์โผล่มาก็คงไม่น่าแปลกใจ
เด็กหนุ่มผมบลอนด์เดินตรงรี่เข้าไปในห้องทดลองด้านใน ค่อยยังชั่วหน่อยที่ตรงนี้สว่างขึ้นมาเหมือนห้องปกติ มองเข้าไปด้านในก็เห็นร่างสูงเดินวนเวียนอยู่ท่ามกลางกองหนังสือเท่าภูเขา ในมือเขาก็ถือหนังสือเล่มหนาไว้เล่มหนึ่ง สภาพดูไม่ต่างจากที่ฟังมาจากแซคเท่าไหร่
“เซฟิรอธ”
เอ่ยเรียกออกไป แต่ดูร่างสูงจะไม่ได้สนใจ ...ไม่สิ....... เซฟิรอธไม่ได้ยินต่างหาก ราวกับว่าตัวตนของนักรบผมเงินถูกตัดออกจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
“เซฟิรอธ” คลาวด์ส่งเสียงเรียกอีกครั้ง แต่ผลก็ยังเหมือนเดิม ชายหนุ่มยังคงพึมพำเนื้อความในหนังสือที่อยู่ในมือ ไม่ได้สนใจอีกคนที่ยืนอยู่เลยด้วยซ้ำ
เด็กหนุ่มมองฝ่ายตรงข้ามอยู่นาน เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มยังยืนนิ่ง ไร้ท่าทีจะโจมตี จึงตัดสินใจเดินเข้าไป เขาไม่กะจะอยู่นานถ้าเรียกแล้วเซฟิรอธยังมีปฏิกิริยานิ่งเฉย สายตาจับจ้องที่เส้นผมสีเงินสวยงาม ไม่ทันได้ระวังกองหนังสือที่วางระเกะระกะขวางอยู่บนพื้น
คลาวด์สะดุดตั้งหนังสือที่ตั้งขวางอยู่จนเซ แขนยันกับชั้นหนังสือฝุ่นจับเขรอะเพื่อทรงตัวไม่ให้ล้ม หนังสือเล่มหนาที่วางอยู่ชั้นบนสุดอย่างหมิ่นเหม่หล่นตุ้บลงมาที่พื้นเสียงดัง เพราะชั้นหนังสือนี่คงจะเก่าคร่ำครึเต็มที บวกกับหนังสือที่อัดกันอยู่เต็มชั้น แรงกระเทือนเพียงเล็กน้อยจึงทำให้สั่นได้ เด็กหนุ่มนึกขอบคุณสวรรค์ที่มันหล่นลงมาแค่เล่มเดียว ไม่ได้ล้มครืนลงมาทั้งชั้น
เด็กหนุ่มก้มหน้าลงมองหนังสือปกหนาเล่มนั้น กำลังจะหยิบขึ้นปัดฝุ่นที่เกาะติดจนมองไม่เห็นชื่อที่เขียนไว้ แต่กลับถูกชิงไปด้วยมือใหญ่เสียก่อน คลาวด์แทบจะกรูดถอยหลังด้วยอารามตกใจ
เซฟิรอธเดินเข้ามาใกล้ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่.... เขาไม่เห็นได้ยินเสียงฝีเท้า
นักรบผมเงินกางหนังสือออกดูลวก ๆ ก่อนจะปิดลงแล้วโยนมันเข้ากองหนังสือใหญ่ไปอีกทาง ท่าทางจะเป็นเล่มที่อ่านแล้วไม่ได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม
“เซ...ฟิรอธ?” น้ำเสียงแฝงความหวั่นเกรงมากขึ้นเมื่ออีกฝ่ายมาอยู่ในระยะประชิด คลาวด์เหลือบมองมาซามูเนะที่โดนวางทิ้งไว้จากจุดที่ชายหนุ่มเคยยืนอยู่ แต่หากเซฟิรอธจะคว้าขึ้นมาฟันเขาคงจะไม่เสียเวลามากเท่าไรนัก
เงียบ... ไม่มีคำตอบใดจากเจ้าของดวงตาสีเขียว
“เราเป็นห่วงคุณนะ เรื่อง... ในเตามาโคนั่น แซคเล่าให้ผมฟังหมดแล้ว เซฟิรอธ คุณคิดอะไรอยู่กันแน่”
ชายหนุ่มเกือบจะเหลียวหันมาเมื่อได้ยินคำว่า ‘มาโค’
“แซคอยากช่วยคุณนะ อย่าเก็บตัวอยู่อย่างนี้เลยครับ”
“ช่วยเหรอ” คำแรกที่ออกจากปากชายผู้เงียบขรึมช่างเย็นชาไร้ความรู้สึกนัก “มนุษย์อย่างพวกแก จะช่วยอะไรฉันได้”
เด็กหนุ่มสะอึก แม้น้ำเสียงจะเรียบเฉย แต่ฟังแล้วแทบจะทำให้กลัวจนหัวหด “ผมเอง ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรได้มากรึเปล่า แต่อย่างน้อยคุณก็มีแซค มีผม เราสามคนร่วมภารกิจเดียวกันไม่ใช่เหรอครับ ชินระ----”
“อย่างแกจะรู้อะไร” เสียงทุ้มเริ่มแสดงความขุ่นเคืองขึ้นมาบ้าง ทำเอาคนฟังเสียวสันหลังวาบ เขาเดินไปหยิบหนังสือที่อ่านค้างไว้ขึ้นมาใหม่ “ปิศาจ... ไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้น”
คลาวด์ขมวดคิ้ว นึกเชื่อมโยงสิ่งที่เซฟิรอธพูดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเตาปฏิกรณ์นั่น กับคำพูดของแซค
‘โซลเยอร์อย่างฉัน... ต่อไปอาจจะกลายเป็นอย่างนั้นก็ได้’
...เซฟิรอธ... กำลังกลัดกลุ้มเรื่องเดียวกันรึเปล่า?
“เซ---“
หนังสือเล่มหนาถูกเขวี้ยงมาอย่างแรง กระแทกซีกหน้าขวาดังปึ้ก คลาวด์เสียหลักจนเซ ยกมือขึ้นกุมใบหน้าตนที่เจ็บจนรู้สึกปวดแปล๊บ ๆ
“ออกไปซะ คนไร้ประโยชน์”
คลาวด์นิ่งอึ้งไปที่เห็นฮีโร่ของตนโกรธเกรี้ยวอย่างไร้เหตุผลเช่นนี้ ถ้าแซคเป็นประเภทคิดมากแล้วหดหู่ เซฟิรอธคงต้องเป็นพวกคิดหมกมุ่นแล้วอาละวาดแน่ ๆ เขาหวาดกลัวอีกฝ่ายมากกว่าจะโกรธ แต่ก็สงสารชายหนุ่มจับใจเช่นกัน
เซฟิรอธไม่มีใครเลย...
แต่... เซฟิรอธเป็นเพื่อน... ทั้งเพื่อนของแซค และชายที่เขาชื่นชม จะให้หันหลังทิ้งไปได้ยังไง
“คุณไม่ใช่สัตว์ประหลาด” คลาวด์รวบรวมความกล้าเอ่ยขึ้น “เซฟิรอธคือเซฟิรอธ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม คุณเป็นคนที่ผมชื่นชมเสมอมา แม้แต่ตอนนี้ก็ยังไม่เปลี่ยน คนอื่น ๆ ก็คงจะคิดแบบเดียวกัน”
ร่างเล็กค่อย ๆ เดินถอยหนี เขาไม่ไว้ใจว่าเซฟิรอธจะไม่บุ่มบ่ามทำอะไรอีก แต่กระนั้น เซฟิรอธก็ไม่ได้หันมา
คลาวด์ตัดใจเดินออกจากห้องด้วยความหดหู่ นึกเห็นใจเซฟิรอธอยู่ไม่หาย
เจ้าของดวงตาสีเขียวมรกตจ้องตัวหนังสือบนกระดาษที่หยิบมาอ่าน แต่ใจกลับกระหวัดคิดถึงคำพูดของเด็กหนุ่ม เขาเหลียวหันมามองทางเข้าห้องสมุดที่รกร้าง
เด็กหนุ่มจากไปแล้ว... ไม่มีใครอยู่ที่นั่น
มีแต่เขากับห้องทดลองใต้ดินอันมืดมิดและหนาวเหน็บ...
########################################
“คลาวด์!” หนุ่มหัวเม่นร้องทักเมื่อเห็นเด็กหนุ่มเดินขึ้นมาจากห้องลับ ชั่วแว่บที่เห็นรอยแดงบนใบหน้าแซคก็รีบตรงรี่เข้าไปลูบซีกแก้มข้างขวา
คลาวด์ร้องเมื่อโดนแตะซีกหน้าที่บวมแดง
“เกิดอะไรขึ้น ฝีมือเซฟิรอธใช่มั้ย!” แซคถามอย่างโกรธ ๆ เขากำหมัด แทบจะพุ่งตรงไปต่อยหน้าเซฟิรอธคืนเสียเดี๋ยวนั้น
“ไม่เป็นไรเหรอก” เป็นคลาวด์ที่กลับร้องห้าม แซคฟังน้ำเสียงเศร้าสร้อยแบบนั้นแล้วก็ลอบถอนใจ คงเป็นสิ่งที่หนักหนาสำหรับคลาวด์เหมือนกันที่ต้องทนเห็นเซฟิรอธในสภาพนั้น
“หมอนั่น... ไม่ฟังอะไรเลยใช่มั้ย”
คนถูกถามผงกหัวน้อย ๆ “น่าเห็นใจนะ... เซฟิรอธ.... คงไม่มีใครอยู่ข้างเคียงเลยซักคน”
“ถึงจะมี คนอย่างหมอนั่นก็คงไม่เคยมองเห็นเหรอก” แซคว่าอย่างฉุน ๆ จะโทษสถานการณ์บังคับภายนอกไปเสียหมดก็คงจะไม่ได้ ก็เซฟิรอธเองนั่นแหละที่ทำตัวเอง
“ถ้าเขาไม่ยอมออกมา เราจะทำยังไงกันดี”
แซคนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงตอบ “...ก็ต้องมีซักวันที่ไม่มีหนังสือให้อ่าน”
คลาวด์หรี่ตา “พูดจริงน่ะ?”
“ก็ต้องลองดูว่าหมอนั่นจะทำยังไงต่อ ถ้ามันไม่ไหวจริง ๆ ฉันนี่แหละจะลงไปฟาดหมอนั่นให้สลบเหมือดแล้วแบกขึ้นมาเอง” กล่าวอย่างมั่นใจแล้วยืดอก แซคคงอยากจะทำที่ว่ามาซะเดี๋ยวนี้เลยด้วยซ้ำ ใครใช้ให้เซฟิรอธมาลงไม้ลงมือกับคลาวด์ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่กันล่ะ
เด็กหนุ่มเบ้ปาก คิดว่านั่นควรจะเป็นทางเลือกสุดท้ายที่ท้ายสุดจริง ๆ “ถ้าเซฟิรอธยอมเปิดใจได้ก็คงจะดี”
“แต่ถ้ามาเปิดใจกับนายน่ะไม่ดีแน่” ชายหนุ่มสวนทันควัน แสดงท่าทีหึงหวงอย่างเห็นได้ชัด
“เหลวไหลน่ะ แซค เลิกพูดเรื่องนี้ซะทีเถอะ” รู้ทั้งรู้ว่าเขามีใจให้แล้ว ยังทำท่าทีแบบนี้อยู่ได้
แม้จะรู้ดีว่าคลาวด์ไม่ได้คิดอะไร แต่แซคไม่แน่ใจกับอีกคน อย่างนี้จะให้นิ่งเฉยดูคนอื่นมาเกาะแกะได้ยังไง “หรือไม่จริงล่ะ ถ้าเซฟิรอธจะมาเห็นทางสว่างได้เพราะนาย สู้ให้คนอันตรายอย่างนั้นหมกมุ่นอยู่คนเดียวต่อไปเหอะ”
แซคไม่ทันได้คิดว่าคำที่พูดออกไปโดยไม่ไตร่ตรองเพราะอารมณ์ชั่ววูบจะส่งผลลบให้ตัวเอง
คลาวด์ได้ยินประโยคนั้นแล้วถึงกับอ้าปากค้าง แซค... ผู้ชายที่เขาเชื่อใจ กลายเป็นคนเห็นแก่ตัวไปถึงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
“เซฟิรอธน่ะ น่าสงสารออก” เขาขัด “ในเวลาแบบนี้นายควรจะช่วยประคับประคองเขามากกว่า ไม่ใช่... ทำแบบนี้”
คนพูดยั้งคำว่า ‘ทำตัวงี่เง่า’ ไว้ได้ทัน ถ้าพูดออกไปอาจจะถูกโกรธมากกว่านี้
“ช่วยด้วยการส่งนายไปปลอบใจให้น่ะเหรอ ฉันไม่ใจกว้างขนาดนั้นเหรอกนะ คลาวด์”
คราวนี้เด็กหนุ่มถึงกับเลือดขึ้นหน้า ฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าลอยชายไม่รู้ร้อนของอีกฝ่าย แรงตบหนักหน่วงถึงขั้นโซลเยอร์เฟิร์สคลาสแทบกระเด็น
“....เกินไปแล้ว... เกินไปแล้วนะ แซค!!!” เจ้าของดวงตาสีฟ้ารื้นไปด้วยน้ำตา หัวใจปวดหนืบด้วยความชอกช้ำ ชายหนุ่มไร้เหตุผลเกินไป คำพูดนั้นดูถูกเขาอย่างร้ายแรง แซคมองเขาเป็นคนยังไงกันแน่ คิดว่าเขายอมมีความสัมพันธ์ทางกายกับใครก็ได้ที่ถูกใจงั้นเหรอ!
ทั้ง ๆ ที่รู้ตัวแล้วว่ารัก... ทั้ง ๆ ที่คิดจะทุ่มเทความรักให้... ทำไมถึงไม่คิดจะไว้ใจเขาบ้าง?
“ทำไมต้องคิดว่าเซฟิรอธหวังเรื่องอย่างนั้น เขากำลังต้องการความช่วยเหลือนะ มิตรภาพของนาย มีค่าแค่นี้น่ะเหรอ!”
หนุ่มหัวเม่นดูจะอึ้งไปนานเมื่อถูกตบ นี่เป็นครั้งแรกที่คลาวด์ใช้ความรุนแรงกับเขา ยิ่งสาเหตุนั้นเป็นเพราะเซฟิรอธ แซคยิ่งโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงจนไม่ฟังอะไรอย่างอื่น
“นายต้องมาก่อนมิตรภาพของฉัน!”ดวงตากร้าวบ่งบอกถึงอารมณ์กราดเกรี้ยว น้อยครั้งเช่นกันที่เขาจะโมโหหนักขนาดนี้ เขายกกำปั้นขึ้นปาดรอยแดงที่ถูกตบ
“ไม่มีเหตุผลเลย!” เด็กหนุ่มทุ่มเถียง ก่อนจะเบิกตาโพลงด้วยความตกใจเมื่อมือทั้งสองถูกจับกุมไว้แน่น ร่างเล็กถูกดันจนติดกำแพง แซคดูโมโหยิ่งกว่าตอนที่รู้ว่าเขาจูบกับเซฟิรอธไม่รู้กี่เท่า
การคุกคามนั่นปลุกความรู้สึก ‘กลัว’ ให้เกาะกุมจิตใจเด็กหนุ่มอีกหน
แซคกำลังหึงหวงจนหน้ามืดตามัว แม้จะรู้ว่ากำลังอยู่ในสถานการณ์บังคับ แถมสิ่งที่กังวลก็ยังไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ แต่เขายอมปล่อยไปไม่ได้... ไม่อยากจะมานั่งเสียใจหากมันเกิดขึ้น
“ใช่... ไม่มีเหตุผลเหรอก ก็เพราะว่าฉันรักนาย รักนายมากที่สุดไงล่ะ” พูดจบก็ประกบริมฝีปากดุดันลงมา หวังว่าจูบของตนจะทำให้เด็กหนุ่มเข้าใจความอัดอั้นในใจได้
แต่ผลที่ได้... กลับตรงกันข้าม
เด็กหนุ่มไม่เคลิบเคลิ้มไปกับจุมพิตนั้น เขาพยายามดิ้นให้หลุดจากอุ้งมือที่กุมข้อมืออยู่ให้พ้น เมื่อลิ้นอุ่นซุกไซ้เข้ามา เส้นความอดทนขาดผึงเมื่อเรียวลิ้นรุกรานเข้ามา ฟันคมขบกัดลิ้นอุ่นโดยไม่ยั้งแรง
แซคตกใจจนคลายแรงที่กอบกุมอยู่ เปิดโอกาสให้เด็กหนุ่มสะบัดหลุดไปได้ คลาวด์วิ่งหนีออกไปโดยไม่เสียเวลาทิ้งคำพูดใด ๆ ไว้
“เดี๋ยวก่อน คลาวด์!”
เสียงเรียกตามหลังเป็นเพียงสิ่งที่ลอยหายไปในอากาศ เสียงฝีเท้าถี่กระทบพื้นไม้ไม่ชะงักหยุดแม้แต่น้อยจนกระทั่งเงียบหายไป แซคยกหลังมือขึ้นปาดมุมปากตัวเอง หยดเลือดซิบ ๆ ทิ้งรอยอยู่ชัดเจน
ถูกตบแล้วหนึ่ง... ยังถูกกัดลิ้นอีก... คลาวด์ทำในสิ่งที่เขาไม่เคยคิดว่าเด็กหนุ่มจะกล้าทำถึงสองอย่างติด ๆ กัน
ดวงตาวาวประกายเขียวมาโคจดจ้องไปที่ปากทางเข้าทางลับใต้ดินของคฤหาสน์ชินระราวกับจะแผดเผาคนที่เป็นต้นเหตุเสียให้ได้ แซคกดสวิชต์ปิดทางลับอย่างอารมณ์เสีย กำหมัดต่อยผนังนั้นดังตึง แล้วจึงเดินออกไปจากคฤหาสน์ดำทะมึน
ไม่สนใจคนที่ถูกทิ้งไว้ใต้ดินนั่นแม้แต่น้อย
########################################
แซคตึงตังกลับมาที่โรงแรมอย่างหัวเสีย ปิดประตูห้องดังปังแบบไม่กลัวว่าจะโดนเรียกเก็บค่าเสียหายโทษฐานทำข้าวของพัง น่ากลัวว่าประตูห้องอาจจะหลุดออกมาได้เมื่อถูกำหนั้นแกร่งทุบลงไปอีกรอบ เขาคาดหวังว่าจะเห็นคลาวด์กลับมาซบหน้าร้องไห้กับหมอนหรืออะไรทำนองนั้น แต่ก็เปล่า เด็กหนุ่มไม่ได้กลับมาเหยียบที่นี่ด้วยซ้ำ ของใช้ส่วนตัวก็ยังอยู่ครบไม่ได้หายไปไหน ไม่มีร่องรอยว่าคลาวด์กลับเข้ามา
แซคนั่งสงบจิตสงบใจอยู่ครู่หนึ่ง ยกมือกุมหัวตัวเองด้วยคิดไม่ตก
...ทำไมต้องทะเลาะกันเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องด้วย...
เขาก็แค่รักเด็กหนุ่มผมบลอนด์น่าเอ็นดูคนนั้นสุดหัวใจ ถึงไม่อยากให้ใครแตะต้อง ไม่อยากให้ใครได้มองเลยด้วยซ้ำ ถ้าคลาวด์คิดได้... อีกสักพักก็คงกลับมาเอง
แซคลุกขึ้นยืน หันไปมองหมู่บ้านนีเบิลเฮมอันเงียบสงบ ทุกอย่างยังเรียบง่ายเหมือนเดิม จะมีก็แต่ความสัมพันธ์ของเขากับคลาวด์นั่นแหละที่เปลี่ยนแปลงขึ้น ๆ ลง ๆ วูบวาบราวกับคลื่นทะเลที่บ้าคลั่งไม่อาจคาดเดา หนุ่มผมเม่นกวาดสายตามองไปทั่วบริเวณ ผู้คนที่ออกมาเดินนั้นมีน้อยนิดอยู่แล้ว หากคลาวด์อยู่ข้างนอกนั่นคงสังเกตเห็นได้ไม่ยาก แต่กลับไม่มีวี่แวว เขาอดนึกเป็นห่วงขึ้นมาไม่ได้
แซคสะบัดหัวแรง ๆ พยายามไม่นึถึง ยังไงที่นี่ก็เป็นบ้านเกิดของคลาวด์ ไม่เห็นจะต้องไปกังวลอะไรเลย คลาวด์เองก็ไม่ใช่เด็กแล้ว ถ้ารู้หน้าที่ก็คงจะกลับมาเอง
แต่เมื่อเช้าวันต่อมาถึง สิ่งที่คาดไว้กลับไม่เป็นอย่างที่คิด เด็กหนุ่มไม่ปรากฏตัว แซคที่นอนหลับได้ไม่เต็มตาเท่าไหร่รู้สึกร้อนรนขึ้นมาเป็นเท่าตัวแม้อากาศวันนี้จะเย็นสบายน่านอนเพียงใด
ท้องฟ้าวันนี้ไม่สดใส เต็มไปด้วยก้อนเมฆสีเทาขมุกขมัวราวกับฝนจะตกลงมาได้ทุกเมื่อ แซคลุกจากเตียงด้วยท่าทีเบื่อหน่าย
ทำไมถึงได้ดื้ออย่างนี้นะ สุดท้ายก็ต้องเป็นเขาที่เป็นฝ่ายตามง้ออย่างนั้นใช่มั้ย? แซคเปิดข้อความในโทรศัพท์ออกดู หวังว่ามันจะมีอะไรส่งมาบ้าง จะขอโทษ จะง้องอน หรือจะด่าว่ายังไงก็ได้ ขอให้มีสักอย่าง แต่มันก็ว่างเปล่า
ที่ที่คลาวด์จะไปค้งได้ก็คงมีแต่บ้านตัวเอง จะไปตามกลับมาก็คงง่ายนิดเดียว แต่เขาอยากให้เด็กหนุ่มรู้จักคิดถึงความรู้สึกของเขาบ้าง
...ไม่เคยคิดมาก่อนว่าการอยู่ตัวคนเดียว มันจะเหงาจับใจได้ถึงเพียงนี้... ภารกิจที่ผ่านมาต้องไปทำคนเดียวก็ออกบ่อย แต่ทำไมครั้งนี้ถึงได้รู้สึกอ้างว้างนักนะ
แซคนอนกลิ้งไปมาอยู่บนเตียง กุมโทรศัพท์อยู่ในมือ สองจิตสองใจว่าควรจะส่งข้อความหรือโทรไปง้อดีรึเปล่า มืออีกข้างคลำใบหน้าซีกซ้ายของตัวเอง ที่โดนตบเมื่อวานยังช็อคไม่หาย นึกถึงดวงตาสีฟ้าที่ฉายแววโกรธเกรี้ยวแบบนั้นแล้วก็อยากรวบร่างเล็กนั่นมากอดซะให้ฉ่ำใจ ดวงตานั้นปริ่มด้วยน้ำใสบาง ๆ คลาวด์ทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้เสียเอง
นี่เขาเป็นฝ่ายถูกตบนะ... ทำไมจะต้องรู้สึกผิดด้วยล่ะ
โทรศัพท์ถูกยกขึ้น หน้าจอยังว่างเปล่าไม่มีข้อความใดเขียนอยู่ เขาไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าคลาวด์โกรธเรื่องอะไร
ตกเย็นสายฝนก็กระหน่ำลงมาหลังจากเมฆฝนตั้งท่ามืดครึ้มมาทั้งวัน แซคไม่มีอารมณ์จะออกไหน ไม่อยากตามหาคลาวด์ ยิ่งลงไปหาเซฟิรอธยิ่งไม่ต้องพูดถึง เขานั่งเล่นอยู่ในล็อบบี้ สั่งของแปลก ๆ ในโรงแรมมาละเลียดกิน หวังว่าเด็กหนุ่มคงจะกลับมาในไม่ช้า แต่ทุกครั้งที่ประตูโรงแรมเปิดออก (ซึ่งก็น้อยครั้งเหลือเกิน) กลับไม่ใช่คนที่อยากเจอ
ไฟฟ้าในคฤหาสน์ชินระยังส่องสว่าง เซฟิรอธคงยังหมกมุ่นอยู่คนเดียวเหมือนเดิม...
ท่ามกลางเสียงฝนที่ตกลงมาไม่ขาดสาย เขานึกถึงไออุ่นจากกายที่เคยอยู่ในอ้อมกอด แซคมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเงาสะท้อนของตัวเอง ต่างหูสีฟ้าข้างซ้ายยังสะท้อนประกายสวยไม่จืดจาง คลาวด์จะกำลังนึกถึงเขาอยู่เหมือนกันมั้ยนะ
‘ไม่ถอดเหรอก... จะไม่ถอดเด็ดขาดเลย’
คำสัญญามั่นคงนั่นยังดังอยู่ในใจ ดวงตาสีฟ้าที่เคยมองเขาอย่างหวานซึ้งเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมานั้นหายไปไหน...
แซคตัดสินใจยกโทรศัพท์ขึ้นมากดข้อความ
########################################
‘ขอโทษนะ ฉันผิดเอง’
คลาวด์เปิดอ่านข้อความสั้น ๆ นั้น แววตาเหงาหงอยจ้องออกไปนอกหน้าต่าง มองดูสายฝนที่เทลงมาไม่ขาดเม็ด
เขาเข้าใจว่าแซคหวงเขา เพราะรัก...มาก มากเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการ แต่ไม่คิดว่ามันจะไร้เหตุผลถึงเพียงนี้ การที่แซคไม่ตื้อออกมาตามหา แปลว่าไม่ได้รู้จริง ๆ ว่าเขาโกรธเพราะอะไร
คลาวด์โผล่พรวดเข้ามาที่บ้านเมื่อวาน ทำให้แม่ของเขาแปลกใจไม่น้อย เขาแค่บอกว่ามีปัญหานิดหน่อย เธอเองก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรนอกจากลูบหัวลูกชายคนเดียวอย่างอ่อนโยน ส่งรอยยิ้มที่บอกว่า ‘ไม่เป็นไร’ มาให้ ออกจะยินดีด้วยซ้ำที่เขาได้กลับมาทำให้บ้านดูเป็นบ้านอีกครั้ง
บางทีถ้าเสร็จงานครั้งนี้ เขาควรจะตัดใจจากการเป็นโซลเยอร์แล้วกลับมาอยู่ที่นีเบิลเฮมรึเปล่านะ...
เสียง PHS ดังขึ้นอีกครั้ง ข้อความใหม่ถูกส่งมาใจความว่า
‘อยุ่ที่บ้านใช่มั้ย ถ้ายังไม่ยอมกลับมาอีก ฉันจะไปลากนายกลับมาเอง’
เท่านั้นคลาวด์ก็ลุกพรวด จนแม่ของเขาสะดุ้งด้วยความแปลกใจ ส่งสายตาสงสัยมาให้
“ผมออกไปข้างนอกหน่อยนะฮะ”
ยังไม่ทันที่เธอจะส่งเสียงห้าม เด็กหนุ่มก็วิ่งพรวดออกไปเสียก่อน คนเป็นแม่ได้แต่มองตามหลังไปอย่างอ่อนใจ
ทั้งที่ฝนกำลังตกหนัก คลาวด์กลับไม่สนใจ เขาไม่อยากเจอแซค ใช่... เขากำลังหนีอีกแล้ว ทำอย่างที่ทำอยู่เสมอ ไม่เคยยอมรับความจริงได้เสียที
แซคเปลี่ยนไป ชายหนุ่มไม่ใช่เพื่อนที่แสนดีอีกต่อไปแล้ว เขากลายเป็นคู่รักที่เอาแต่ใจ ยัดเยียดความรักอ่อนหวานนุ่มนวลดังน้ำผึ้งรสเลิศ แต่ในขณะเดียวกันก็ร้อนระอุทาบทับทั่วทั้งกายและหัวใจของเขาจนกระอัก ไม่ใช่ว่าเขาไม่ต้องการ สิ่งนั้นเขาต้องการมากกว่าอะไรทั้งหมดในโลกนี้ แต่เขาไม่อาจทำตัวเหมือนทั้งโลกมีแต่เราสองคน แล้วมองข้ามชายหนุ่มอีกคนที่นับว่าเป็นเพื่อนผู้กำลังตกที่นั่งลำบากอยู่ตอนนี้ได้
สายฝนเย็นฉ่ำตกลงมากระทบผิวจนเนื้อตัวเปียกชุ่ม เด็กหนุ่มยืนมองเงาตะคุ่มในหมู่บ้านที่เคลื่อนไหวอยู่ไกล ๆ แล้วจึงวิ่งต่อ
...คงเป็นแซค...
ที่เดียวที่เขาพอจะไปได้ตอนนี้ก็มี...
.
.
.
คลาวด์หยุดนิ่งเมื่อมาถึงที่หมาย คฤหาสน์ชินระเปิดไฟสว่างราวกับต้อนรับการมาของเขา
สภาพภายในคฤหาสน์ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย บรรยากาศเงียบกริบราวกับใร้ผู้คนอาศัยอยู่ ใครเล่าจะรู้ว่ามีชายหนุ่มนักรบหมกตัวอยู่ในห้องใต้ดินลับ
คลาวด์ไม่ได้นึกอยากมาหาเซฟิรอธ เด็กหนุ่มเดินเรื่อยเปื่อยสำรวจสิ่งของในคฤหาสน์ที่ยังอยู่ในสภาพเดิมทุกประการ ที่จริงแล้วที่นี่ก็มีห้องนอนเหลือเฟือ เพียงแต่ความเก่าและฝุ่นคลุ้งทำให้ไม่เหมาะกับการใช้สักเท่าไหร่ ห้องโล่ง ๆ ที่มีข้าวของวางระเกะระกะก็มีอยู่ไม่น้อย บ้างก็เป็นกล่องลังที่ยังไม่ได้เปิดออกเลย คลาวด์นึกสงสัยว่ามีใครวางแผนจะมาอยู่ที่นี่ถาวรรึเปล่า แล้วเพราะอะไรคฤหาสน์นี้ถึงได้ถูกทิ้งให้ร้างแบบนี้ได้
เขาเดินไปมาหาเรื่องคิดไม่ให้หัวว่าง สุดท้ายก็มาหยุดที่ทางเขาทางลับจนได้ สวิชต์ถูกปิดอยู่เหมือนกับทุกครั้ง เซฟิรอธยังไม่ขยับไปไหนแน่
เด็กหนุ่มนึกถึงดวงตาสีเขียวมาโคอันอ้างว้างนั่นแล้วอยากจะช่วยชายหนุ่มให้ได้ แม้จะกลัวการอาละวาดแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว แต่ถ้าเขาไม่พยายามพูดให้เซฟิรอธเข้าใจ ทุกอย่างคงเลวร้ายยิ่งกว่านี้ ไหน ๆ เขามาที่นี่แล้วทั้งที ก็น่าจะโผล่หน้าไปดูอาการของเซฟิรอธเสียหน่อย
คิดได้ดังนั้นคลาวด์ก็กดสวิชต์ที่กำแพง ช่องทางลับเปิดออกดังครืด ข้างล่างนั่น แม้แต่เสียงฝนภายนอกคงไม่เล็ดรอดเข้าไปได้ถึง แสงสลัวจากด้านล่างมองแล้วก็ยังดูน่าสะพรึงกลัวทุกครั้ง คลาวด์แข็งใจแล้วก้าวลงบันไดไปข้างล่างช้า ๆ
To be continued...
-
ว่าจะลงอาทิตย์ละครั้งเพราะเปิดเทอมแล้ว แต่โดนไซโคจากเจ้าเดิม (อีนี่เป็นพวกยุขึ้น)
-
คลาวด์ทำตัวน่าหมั่นไส้จริงเชียว.... แฟน ๆ แซคจะฆ่ามันตายรึเปล่า แหม ทั้งตบหน้าทั้งกัดลิ้นพี่แซคคนหล่อคนดี
-
เขียนเองตลกเอง ทะเลาะกันแล้วนางเอก (?) หนีกลับบ้านแม่ พล็อตหนังไทยคลาสสิค
-
ไม่เข้าใจเซฟิรอธ.... เขียนยากจัด ๆ เขียนถึงคนบ้าก็เงี้ย หุย
-
แต่คนบ้าก็มีหัวใจนะคะ ฮิฮิฮิ *w*
-
อย่าถามว่าคลาวด์จะเสียตัว (?) ให้เซฟิรอธมั้ย อดทนรอแล้วเดากันเองซะ!!!!
โหยแซคง้อน่ารั้กกกกกกกกกกกกกกกก
อีแซคคคคคคคคคคค (หล่อกูก็ไม่สน) หน้ามืดหึงแข่งกะไดเมียวตรูน่าดูนะยะ!!!!
ย้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
หนอยยยยยยยยยยยยยยยยยย
โง่วววววววววววววววววววววววววววววววว
อีแบ๊วก็ซื่อหลายยยยยยยยยยยย แต่ยังไม่โง่เท่าอีนาง (เรอะ?)
อยากอ่านต่ออออออ ไซโคววววววววว อยากอ่านต่อออออออออออออออ
สมน้ำหน้าแบ๊ว ขอให้โดนปล้ำ
#1 By †★☆*HANA~hanachiko*☆★† on 2007-11-08 09:25